เผยแพร่เมื่อ 24 February 2009 โดย MacroArt
จากบทความตอนที่แล้วเรื่อง ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่ากัน ผมได้อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้คนเลือกที่จะใช้เว็บใดๆ เพราะเว็บนั้นตอบสนองความต้องการพื้นฐานของเขาได้ อย่างไรก็ตาม การทำให้คนเข้าเว็บเยอะๆ ได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยอื่นนอกจากการตอบสนองความต้องการด้วย
การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกได้นั้นต้องอาศัยการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา การทำ Search Engine Marketing การใช้ Social Media Marketing หรือการตลาดอื่นๆ แต่การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกแล้วมีการแวะเข้ามาหลังจากนั้นอีก จะต้องอาศัยเนื้อหาที่มีคุณภาพ จึงมีคำกล่าวที่ว่า Content Is King
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 30 January 2009 โดย MacroArt
หลายๆ เว็บในยุค Web 2.0 มักจะมีระบบการโหวต ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถโหวตให้กับเนื้อหาที่ตัวเองชอบได้ เนื้อหาใดที่ถูกโหวตเยอะๆ แสดงว่ามีคนจำนวนมากที่ชอบเนื้อหานั้น เจ้าของเว็บก็มักจะนำเนื้อหาเหล่านี้ไปวางในจุดที่มีผู้ใช้เห็นเยอะๆ เป็นนัยยะว่านี่คือเนื้อหาที่น่าสนใจนะ คุณน่าจะลองเข้าไปดูบ้าง
ผมเองก็พยายามเอาวิธีนี้มาใช้กับบล็อกผมอยู่เหมือนกัน เพราะมีหลายบทความที่ถึงแม้จะเก่าจนตกไปอยู่หน้าหลังๆ แล้ว แต่เชื่อว่าบทความเหล่านั้นน่าจะมีประโยชน์กับขาจรที่เข้ามาอ่านเว็บผม เผื่อว่าเขาจะสนใจอ่านบทความอื่นๆ ต่อ
เจ้าของบล็อกส่วนใหญ่จะใช้วิธีเลือกบทความเจ๋งๆ ของตัวเอง เอามาทำลิงก์ไว้ที่ Sidebar แต่พอผ่านไประยะหนึ่ง ลิงก์ก็จะยาวขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ผู้อ่านลายตา เลือกไม่ถูกว่าจะคลิกไปอ่านลิงก์ไหนดี ซึ่งวิธีที่เหมาะสมก็คือการทำลิงก์จำนวนไม่มากไปยังบทความที่คนสนใจจริงๆ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าบทความไหนล่ะที่คนสนใจ? นั่นก็คือจะต้องใช้ระบบโหวตเข้ามาช่วยตัดสิน
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 27 November 2008 โดย MacroArt
เมื่อวันก่อนผมไปเป็นวิทยากรบรรยายในพิธีมอบรางวัล โครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์ Flash Animation Presentation เรื่องแนวพระราชดำริกับภาวะโลกร้อน จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) โดยผมได้พูดเรื่องสื่ออินเทอร์เน็ตกับการศึกษาในยุคใหม่ จะขอนำเนื้อหามาสรุปไว้ในที่นี้ครับ
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 28 October 2008 โดย MacroArt
ในยุคของ Web 2.0 มีคำศัพท์คำหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากในต่างประเทศก็คือคำว่า Mashup คำนี้มีที่มาจากการผสมผสานเพลงที่แตกต่างกันสองเพลงเข้าด้วยกันจนกลายเป็นเพลงใหม่ขึ้นมา แต่เมื่อพูดถึงคำว่า Mashup ในวงการ Web 2.0 ความหมายของคำนี้ก็คือการนำข้อมูลจากเว็บไซต์สองแห่งขึ้นไปมาผสมผสานกัน กลายเป็นเว็บไซต์หรือ Application ใหม่ ตัวอย่างเช่นการนำข้อมูลแผนที่จาก Google Maps มาผสมกับข้อมูลประกาศขายรถยนต์มือสองจาก eBay Motors เราก็จะได้เว็บไซต์แผนที่ที่บอกว่ามีรถยนต์มือสองขายที่ไหนบ้าง และสามารถค้นหาได้ว่าถ้าต้องการซื้อรถยนต์ยี่ห้อนี้ รุ่นนี้ ที่ขายอยู่ในพื้นที่ใกล้บ้านเรา มีขายอยู่ที่ไหนบ้าง
การจะดึงข้อมูลจากเว็บไซต์อื่นมาใช้งานได้นั้น มีเทคนิคอยู่สองแบบ แบบแรกมีชื่อเรียกว่า Screen Scraping เป็นการเขียนโปรแกรมเพื่ออ่านข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการ แล้วสกัดเอาข้อมูลและแท็กที่ไม่ต้องการทิ้งไป ให้เหลือเฉพาะข้อมูลที่จะใช้ วิธีนี้ค่อนข้างยุ่งยาก ถ้าเว็บไซต์ต้นทางมีการเปลี่ยนดีไซน์ ก็จะต้องแก้ไขโปรแกรมตาม ส่วนวิธีที่สองคือการใช้ API ที่เจ้าของเว็บไซต์เปิดให้นักพัฒนาสามารถสร้างโปรแกรมเพื่อเข้าไปอ่านหรือเขียนข้อมูลที่ต้องการได้ API จะถูกกำหนดให้มีรูปแบบที่แน่นอนตายตัว และง่ายสำหรับการถูกเรียกใช้งานโดยคอมพิวเตอร์
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 25 October 2008 โดย MacroArt
ครอบครัวใหญ่หลายครอบครัวมักจะมีการทำแผนผังวงศ์ตระกูลที่มีรูปภาพและชื่อของสมาชิกในตระกูล ไล่เรียงมาตั้งแต่บรรพบุรุษรุ่นทวดมาจนถึงรุ่นลูกหลาน แต่แผนผังนี้มีประโยชน์แค่เพียงติดผนังบ้านเอาไว้ดูเล่นเท่านั้น
จะดีกว่าไหมถ้าแผนผังนี้แสดงข้อมูลได้มากกว่ารูปและชื่อ เช่น บอกได้ว่าแต่ละคนในตระกูลอาศัยอยู่ที่ไหน เรียนชั้นอะไรแล้ว ทำงานอะไรอยู่ นอกจากนี้แผนผังนี้สามารถขยายใหญ่ออกไปได้เรื่อยๆ เพราะสมาชิกในแผนผังทุกคนสามารถเพิ่มญาติของตัวเองลงไปได้ ซึ่งทำให้คุณรู้ได้ว่าใครคือภรรยาของลูกชายของป้าของคุณ
ผมกำลังพูดถึงเว็บไซต์แนว Family 2.0 ที่ชื่อ Geni อยู่ครับ
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 23 October 2008 โดย MacroArt
เพิ่งกลับจากการเป็นวิทยากรและกรรมการตัดสินในค่าย INET Young Webmaster Camp 6 มาครับ ส่วนตัวผมภูมิใจกับเด็กรุ่นนี้มาก และชอบผลงานหลายชิ้นซึ่งมีไอเดียที่ดี มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้และรายได้ จะขอนำมาเล่าว่ามีเว็บไหนที่น่าสนใจบ้างครับ
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 03 October 2008 โดย MacroArt
ถ้าคุณเป็นผู้บริหารในองค์กร คุณมีวิธีรับความคิดเห็นและไอเดียใหม่ๆ จากลูกน้องระดับล่างของคุณอย่างไร?
ถ้าคุณอยู่ในทีมทำงานที่ต้องสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมหลายคนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในเนื้องานเกิดขึ้น คุณใช้เครื่องมืออะไรในการสื่อสาร?
หรือถ้าคุณไปเจออะไรเจ๋งๆ ที่เป็นประโยชน์ต่องานและอยากแบ่งปันให้คนอื่นในองค์กรดู คุณจะทำอย่างไร?
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 03 September 2008 โดย MacroArt
How To Strategically Differentiate Your Web 2.0 Idea From Others หรือ จะทำเว็บ 2.0 น่ะ อย่าเลียนแบบคนอื่นได้มั้ย? เป็นหัวข้อที่ผมพูดในงาน BarCamp Bangkok 2 จะขอสรุปเนื้อหาให้ท่านที่ไม่ได้ฟังในงานได้อ่านกันครับ
ทุกวันนี้เว็บไทยเราเริ่มเข้าสู่ความเป็น 2.0 กันมากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราได้เห็นเว็บไซต์สัญชาติไทยแนวใหม่เพิ่มขึ้น แนวทางที่เว็บ 2.0 ของไทยส่วนใหญ่ใช้กันอยู่ก็คือการนำรูปแบบหรือแนวคิดของเว็บ 2.0 ในต่างประเทศมา Localize สำหรับคนไทย ซึ่งคำว่า Localize ในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงการแปลเป็นภาษาไทยเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงการตั้งชื่อเว็บ การสร้าง content และการใส่บรรยากาศที่เหมาะสำหรับคนไทยเข้าไปด้วย
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 13 August 2008 โดย MacroArt
ในสมัยก่อน รูปแบบของการแบ่งปันความรู้แก่กันถูกจำกัดอยู่ในวงแคบๆ พ่อแม่สอนการบ้านลูก ครูสอนหนังสือนักเรียน เพื่อนติวหนังสือให้เพื่อน หรือกว้างออกมาหน่อยก็คือนักเขียนเขียนหนังสือขายให้คนอ่าน
การแบ่งปันความรู้ส่วนใหญ่เป็นแบบทางเดียว พ่อแม่สอนการบ้านลูก แต่ลูกไม่ได้สอนอะไรให้พ่อแม่ ครูสอนหนังสือนักเรียน แต่นักเรียนไม่ได้สอนหนังสือให้ครู นักเขียนเขียนให้อ่าน แต่คนอ่านก็ไม่ได้แบ่งปันอะไรกลับมาให้นักเขียน แต่ก็มีบ้างที่เป็นการแบ่งปันแบบหลายทาง เช่น เพื่อนติวหนังสือให้เพื่อน เพื่อนคนนึงอาจจะเป็นคนนำในการติว และเพื่อนอีกคนก็อาจจะถามคำถามที่ตัวเองสงสัยขึ้นมา ซึ่งเพื่อนที่เป็นคนติวอาจจะตอบไม่ได้ แต่ก็อาจจะมีเพื่อนคนอื่นๆ ที่ช่วยตอบให้ได้
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 31 May 2008 โดย MacroArt
หนังสือพิมพ์ของเยอรมัน Frankfurter Allgemeine Zeitung (FAZ) ได้สัมภาษณ์อีริค ชมิดท์ (Eric Schmidt) ซีอีโอของกูเกิล ถึงวิสัยทัศน์ของเขาต่อวงการโฆษณา วงการเว็บไซต์ และเส้นทางในอนาคตของกูเกิล

อ่านบทความนี้ต่อ