<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; user-generated content</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/user-generated-content/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Aug 2011 16:41:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครคูณเลขได้มากกว่ากัน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2009 19:33:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[collaborative filtering]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[ning]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[posterous]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=805</guid>
		<description><![CDATA[จากบทความตอนที่แล้วเรื่อง ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่ากัน ผมได้อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้คนเลือกที่จะใช้เว็บใดๆ เพราะเว็บนั้นตอบสนองความต้องการพื้นฐานของเขาได้ อย่างไรก็ตาม การทำให้คนเข้าเว็บเยอะๆ ได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยอื่นนอกจากการตอบสนองความต้องการด้วย การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกได้นั้นต้องอาศัยการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา การทำ Search Engine Marketing การใช้ Social Media Marketing หรือการตลาดอื่นๆ แต่การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกแล้วมีการแวะเข้ามาหลังจากนั้นอีก จะต้องอาศัยเนื้อหาที่มีคุณภาพ จึงมีคำกล่าวที่ว่า Content Is King เว็บไซต์ที่มีรูปแบบ Owner-generated content หรือเจ้าของเว็บเป็นผู้สร้างเนื้อหาขึ้นมา กลไกหลักที่จะขับเคลื่อนเว็บและทำให้มีคนเข้าเว็บมากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่ตัวเจ้าของเว็บเอง ถ้าเจ้าของเว็บสร้างเนื้อหาออกมาได้ &#8220;ถูกจริต&#8221; คนเข้าเว็บ เนื้อหานั้นก็เปรียบเสมือน &#8220;ตัวคูณ&#8221; ที่มีค่ามาก เนื้อหาหนึ่งชิ้นอาจสร้างคนเข้าเว็บได้นับพันนับหมื่น ตัวอย่างของเว็บไซต์ประเภทนี้ก็คือบล็อก บล็อกที่มีเนื้อหาสาระดีก็จะดึงดูดผู้อ่านที่ต้องการแสวงหาความรู้ บล็อกที่มีเนื้อหาตลกขบขันจะดึงดูดผู้อ่านที่ต้องการคลายเครียด ส่วนบล็อกที่เจ้าของเป็นผู้หญิงสวยที่ชอบถ่ายรูปตัวเองลงบล็อก ก็จะดึงดูดผู้ชายได้จำนวนมาก ขณะที่เว็บไซต์แบบ User-generated content หรือผู้ใช้เว็บเป็นผู้สร้างเนื้อหา ปัจจัยที่ทำให้คนเข้าเว็บเยอะจะขึ้นกับตัวคูณสองตัว คือเนื้อหาที่มีในเว็บสามารถดึงดูดคนเข้าเว็บได้มากแค่ไหน และคนเข้าเว็บลงมือสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจมากแค่ไหน เว็บ UGC ที่ล้มเหลวคือเว็บที่ตัวคูณทั้งสองตัวนี้มีค่าต่ำมาก มีคนเข้าเว็บมาแต่ก็ไม่ได้ช่วยสร้างเนื้อหาอะไร เนื้อหาที่มีอยู่ก็ไม่น่าสนใจมากพอจะดึงดูดคนเข้าเว็บรายใหม่ๆ ลองนึกภาพเว็บบอร์ดที่สมัยนี้ใครๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>26</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่ากัน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2009 23:21:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[first-mover advantage]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[maslow]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=793</guid>
		<description><![CDATA[ในยุคของ User-generated content แต่ละเว็บไซต์ต่างก็สร้างเว็บให้เป็น Platform ออกมาแข่งขันกันเต็มไปหมด ทุกเว็บมีสิ่งที่เหมือนๆ กันคือการเปิดให้ผู้ใช้เว็บสามารถสร้างเนื้อหาขึ้นมาเองได้ แต่ใช่ว่าเว็บที่เปิดให้ผู้ใช้สร้างเนื้อหาได้จะต้องประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะผู้ใช้เองก็มีคำถามว่าแล้วทำไมฉันจะต้องสร้างเนื้อหาขึ้นบนเว็บนี้ด้วยล่ะ? ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือเว็บประเภท Social Network ที่ผุดขึ้นมากมายเต็มไปหมด ใครที่เล่น Windows Live Messenger (MSN) และมีเพื่อนอยู่เยอะๆ ก็จะพบว่าตัวเองมักจะได้รับอีเมลเชิญชวนให้เข้าไปสมัครสมาชิกของเว็บ Social Network อยู่เรื่อยๆ ซึ่งหลายคนที่ได้รับอีเมลแบบนี้แล้วก็มักจะเพิกเฉย เพราะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่าเหนื่อยหน่ายที่ต้องสมัครเว็บนั้นเว็บนี้อยู่เรื่อย พอสมัครแล้วก็ต้องอัปโหลดรูป เขียนแนะนำตัวเอง ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำไปทำไมในเมื่อตัวเองก็มีโพรไฟล์เหล่านี้อยู่บน Hi5 อยู่แล้ว การที่ผู้ใช้จะใช้บริการเว็บไซต์ใด เขาจะตัดสินใจจากสิ่งที่เว็บไซต์นั้นตอบสนองให้แก่เขา แล้วอะไรคือสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจากเว็บไซต์ล่ะ? การอธิบายถึงความต้องการของผู้ใช้นั้นมีอยู่หลายทฤษฎี ทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจซึ่งเป็นทฤษฎีที่ถูกพูดถึงตั้งแต่ปี 1943 ก่อนที่จะมีคอมพิวเตอร์เครื่องแรกซะอีก แต่ก็เป็นทฤษฎีที่ยังใช้งานได้ในปัจจุบัน และสามารถประยุกต์ใช้กับการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้เว็บได้ด้วย นั่นก็คือทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว (Maslow&#8217;s hierarchy of needs) ซึ่งคิดค้นโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่ชื่อ Abraham Maslow มาสโลวนำเสนอทฤษฎีของเขาผ่านรูปสามเหลี่ยมพีระมิดที่แบ่งออกเป็น 5 ชั้น ชั้นที่อยู่ใกล้ฐานพีระมิดบ่งบอกถึงความต้องการขั้นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ ถ้าไม่มีก็อยู่ไม่ได้ ส่วนชั้นที่อยู่ใกล้ยอดพีระมิดหมายถึงความต้องการที่เป็นนามธรรม เป็นเรื่องของความรู้สึกและจิตใจ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การศึกษาแนวใหม่ในยุค Web 2.0</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/11/education-in-web-2-era.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/11/education-in-web-2-era.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 Nov 2008 18:52:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[e-learning]]></category>
		<category><![CDATA[google earth]]></category>
		<category><![CDATA[google knol]]></category>
		<category><![CDATA[google translate]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge sharing]]></category>
		<category><![CDATA[panyathai]]></category>
		<category><![CDATA[stellarium]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[wikipedia]]></category>
		<category><![CDATA[yahoo answers]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=458</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันก่อนผมไปเป็นวิทยากรบรรยายในพิธีมอบรางวัล โครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์ Flash Animation Presentation เรื่องแนวพระราชดำริกับภาวะโลกร้อน จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) โดยผมได้พูดเรื่องสื่ออินเทอร์เน็ตกับการศึกษาในยุคใหม่ จะขอนำเนื้อหามาสรุปไว้ในที่นี้ครับ Education in Web 2.0 Era  View SlideShare presentation or Upload your own. (tags: google library) ในสมัยที่ผมเป็นนักเรียนอยู่ เวลาที่ครูสั่งให้ทำรายงาน ผมก็จะต้องเข้าห้องสมุดเพื่อค้นหาข้อมูล ซึ่งมักจะต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะพบหนังสือเล่มที่ต้องการ แต่นักเรียนสมัยนี้ใช้เวลาทำการบ้านเพียงแค่ไม่กี่นาที เพราะ Google เป็นเสมือนห้องสมุดที่สามารถค้นหาข้อมูลได้ทุกอย่างภายในเวลาเพียงอึดใจเดียว เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็ทำการ copy &#38; paste และ print ส่งครูได้เลย บางทีถ้าค้นแล้วยังไม่เจอข้อมูลที่ตรงใจ ก็ใช้วิธีโพสต์ข้อความถามตามเว็บต่างๆ อย่างเช่นถ้าลองค้นด้วยคำว่า กระดาษสาทำมือ ใน Google จะพบเว็บไดอารี่ของผมติดในหน้าแรกๆ ซึ่งผมเขียนไว้เมื่อสองปีก่อนจากการดูสารคดีทางโทรทัศน์ ปรากฎว่ามีนักเรียนจำนวนมากที่มาโพสต์ถามวิธีการทำกระดาษสาในไดอารี่ผม นอกจากการใช้ Google แทนห้องสมุดแล้ว พฤติกรรมการเรียนรู้ในยุคนี้ก็แตกต่างไปจากสมัยก่อนอย่างมาก เรามีเอนไซโคลพีเดียเล่มใหญ่ๆ หลายสิบเล่มไว้ใช้ค้นคว้าหาความรู้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/11/education-in-web-2-era.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>16</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลผลิตจากค่าย INET Young Webmaster Camp 6</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Oct 2008 16:46:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[market differentiation]]></category>
		<category><![CDATA[network effect]]></category>
		<category><![CDATA[pantipmarket.com]]></category>
		<category><![CDATA[project management]]></category>
		<category><![CDATA[social]]></category>
		<category><![CDATA[thaisecondhand.com]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[webmaster]]></category>
		<category><![CDATA[ywc]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=443</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งกลับจากการเป็นวิทยากรและกรรมการตัดสินในค่าย INET Young Webmaster Camp 6 มาครับ ส่วนตัวผมภูมิใจกับเด็กรุ่นนี้มาก และชอบผลงานหลายชิ้นซึ่งมีไอเดียที่ดี มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้และรายได้ จะขอนำมาเล่าว่ามีเว็บไหนที่น่าสนใจบ้างครับ สองเว็บแรกเป็นเว็บที่มีรูปแบบเหมือนกับเว็บอื่นๆ ที่มีใช้งานกันอยู่แล้ว แต่มีการทำ Market Differentiation หรือการจับกลุ่มตลาดใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งก็คือเว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงาน และเว็บสำหรับแลกเปลี่ยนสินค้ามือสอง เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานก็ไม่ต่างอะไรกับเว็บหางานของผู้ที่จบการศึกษาแล้วครับ คือเป็นการจับคู่ระหว่างบริษัทที่ต้องการคน กับคนที่ต้องการงาน จะต่างออกมาหน่อยก็คือเว็บสำหรับนักศึกษาฝึกงานจะต้องมีพื้นที่สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยเข้าไปใช้งานด้วย หลักการทำงานของเว็บนี้เริ่มจากนักศึกษาที่ต้องการฝึกงานนำประวัติของตัวเองไปลงในเว็บ ส่วนบริษัทที่ต้องการนักศึกษาฝึกงานก็เข้ามาลงประกาศไว้ นักศึกษาสนใจงานไหนก็สมัครผ่านเว็บเข้าไปได้เลย เมื่อได้รับการคัดเลือกและทำการฝึกงานเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทก็จะกรอกแบบประเมินนักศึกษาทางเว็บเพื่อส่งให้อาจารย์มหาวิทยาลัย ส่วนนักศึกษาก็สามารถให้เรตติ้งกับบริษัทได้ว่าทำงานกับที่นี่แล้วได้ประโยชน์หรือประสบการณ์อะไรบ้าง ถ้าลองวิเคราะห์กันดีๆ จะเห็นว่าเว็บนี้มีโมเดลบางอย่างที่เหนือกว่าเว็บหางานทั่วไป ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือน PantipMarket เทียบกับ eBay กล่าวคือเว็บหางานทั่วไปคือ PantipMarket ที่เน้นไปที่การลงประกาศเพียงอย่างเดียว เมื่อลงประกาศไปแล้วก็ถือว่าจบกระบวนการของเว็บ ทางเว็บจะไม่มีข้อมูลว่าใครลงประกาศไปแล้วสามารถหาลูกค้าได้กี่คน ลูกค้าเป็นคนซื้อของอย่างสุจริตหรือเปล่า เช่นเดียวกับที่เว็บไม่รู้ว่าผู้ลงประกาศเป็นคนขายที่สุจริตหรือเปล่าด้วย ขณะที่เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานจะเป็นเหมือนกับ eBay ที่กระบวนการครอบคลุมทั้งการลงประกาศ จนเกิดการซื้อขายขึ้น มีการชำระเงิน และมีการให้ Feedback แก่กัน การที่เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานมีกระบวนการคล้ายกับ eBay จะทำให้มีข้อดีตรงที่เว็บจะมีประวัติทุกอย่างอยู่ในมือ เว็บจะรู้ว่านักศึกษาฝึกงานชอบบริษัทไหน รู้ว่านักศึกษาจากสถาบันไหนที่มีคุณภาพเพราะได้รับการประเมินที่ดีจากบริษัท [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Knowledge Sharing 2.0 หลากหลายรูปแบบการแบ่งปันความรู้ (Wikipedia vs Yahoo! Answers vs Google Knol)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/08/knowledge-sharing-wikipedia-yahoo-answers-google-knol.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/08/knowledge-sharing-wikipedia-yahoo-answers-google-knol.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 Aug 2008 01:32:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[collective intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google knol]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge management]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge sharing]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[the long tail]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[wikipedia]]></category>
		<category><![CDATA[yahoo answers]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=366</guid>
		<description><![CDATA[ในสมัยก่อน รูปแบบของการแบ่งปันความรู้แก่กันถูกจำกัดอยู่ในวงแคบๆ พ่อแม่สอนการบ้านลูก ครูสอนหนังสือนักเรียน เพื่อนติวหนังสือให้เพื่อน หรือกว้างออกมาหน่อยก็คือนักเขียนเขียนหนังสือขายให้คนอ่าน การแบ่งปันความรู้ส่วนใหญ่เป็นแบบทางเดียว พ่อแม่สอนการบ้านลูก แต่ลูกไม่ได้สอนอะไรให้พ่อแม่ ครูสอนหนังสือนักเรียน แต่นักเรียนไม่ได้สอนหนังสือให้ครู นักเขียนเขียนให้อ่าน แต่คนอ่านก็ไม่ได้แบ่งปันอะไรกลับมาให้นักเขียน แต่ก็มีบ้างที่เป็นการแบ่งปันแบบหลายทาง เช่น เพื่อนติวหนังสือให้เพื่อน เพื่อนคนนึงอาจจะเป็นคนนำในการติว และเพื่อนอีกคนก็อาจจะถามคำถามที่ตัวเองสงสัยขึ้นมา ซึ่งเพื่อนที่เป็นคนติวอาจจะตอบไม่ได้ แต่ก็อาจจะมีเพื่อนคนอื่นๆ ที่ช่วยตอบให้ได้ หรือการเรียนการสอนในห้องเรียนสมัยใหม่ที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ครูอาจจะไม่ใช่ผู้ถ่ายทอดความรู้เพียงฝ่ายเดียว ไม่ใช่เอาแต่เขียนกระดานหรือปิ้งแผ่นใส แต่ครูเป็นเสมือน Facilitator ที่คอยกระตุ้นให้นักเรียนถ่ายทอดความรู้ของตัวเองให้เพื่อนๆ ฟัง โดยครูเป็นแค่คนคอยไกด์ให้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การแบ่งปันความรู้แบบหลายทางก็ยังจำกัดอยู่แค่ในวงแคบๆ เท่านั้น ภายในกลุ่มเพื่อนไม่กี่คนหรือในห้องเรียนเล็กๆ เพราะถ้าคนเยอะขึ้นเมื่อไรก็จะเกิดความโกลาหลขึ้นทันที ต่างคนต่างพูดจนไม่รู้จะฟังใคร หรือมีเวลาจำกัดที่ให้พูดกันทุกคนไม่ได้ ไม่งั้นไม่จบเรื่อง แต่พอมาถึงยุคของ Web 2.0 ยุคที่ใครๆ ก็เป็นผู้สร้างเนื้อหาได้ ยุคที่คอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพสูงมากและมีต้นทุนต่อหน่วยแทบจะเป็นศูนย์ ช่วยให้ข้อจำกัดด้านขนาดของการแบ่งปันความรู้แบบหลายทางลดลง ถ้าคุณอยากแบ่งปันความรู้ คุณก็แค่เขียนบล็อก และเปิดให้ผู้อ่านแสดงความคิดเห็นเข้ามาได้ ซึ่งก็จะช่วยเสริมความรู้ที่คุณนำเสนอให้มีความแข็งแรงมากขึ้น แต่นอกจากบล็อกแล้วก็ยังมีรูปแบบการแบ่งปันความรู้แบบหลายทางอื่นๆ อีก ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ 3 แห่งที่มีรูปแบบที่แตกต่างกัน ได้แก่ Wikipedia, [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/08/knowledge-sharing-wikipedia-yahoo-answers-google-knol.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ควันหลงจากงานจิบกาแฟคนทำเว็บ สิ่งที่คนทำ Web 2.0 ต้องตระหนัก (อย่างมาก)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/04/webmaster-must-realize-web2-issues-from-jibcafe5.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/04/webmaster-must-realize-web2-issues-from-jibcafe5.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Apr 2008 09:59:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[jibcafe]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/04/webmaster-must-realize-web2-issues-from-jibcafe5.html</guid>
		<description><![CDATA[จบไปแล้วสำหรับงานจิบกาแฟคนทำเว็บครั้งที่ 5 ที่จัดขึ้นโดยสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 20 ท่าน มีทั้งเว็บมาสเตอร์หน้าเก่าหน้าใหม่และผู้ใช้เว็บทั่วไป ประเด็นหลักที่ถูกพูดถึงในงานนี้ก็คือ Web 2.0 ซึ่งสื่อกระแสหลักกำลังให้ความสนใจ นิตยสาร Positioning ฉบับเดือนมีนาคมเจาะลึกเรื่องราวของ Hi5 ซึ่งเป็นเว็บ Social Network ชื่อดัง รายการชีพจรโลกเมื่อวันพุธที่ผ่านมาก็พูดถึงเรื่อง Web 2.0 ว่ามันอยู่รอบตัวเราแล้ว ส่วนประเด็นที่คุยกันในงานจิบกาแฟก็ค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งมุมมองจากฝั่งที่ทำเว็บเพื่อให้มีรายได้ กับฝั่งที่ทำเว็บเพราะความถนัดและมีใจรักแล้วรายได้จะตามมาทีหลัง ซึ่งเป็นมุมมองที่น่าฟังทั้งสองฝั่ง แต่ผมอยากจะหยิบประเด็นหนึ่งขึ้นมาซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อวงการเว็บไทยอย่างมาก โดยเฉพาะกับ Web 2.0 ที่ใช้หลัก User-generated content ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถส่งข้อมูลเข้ามาที่เว็บไซต์ได้ เรื่องนี้มีประเด็นสำคัญอยู่สองประเด็น ประเด็นแรกก็คือเรื่องพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งได้ประกาศออกมาแล้วเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2550 โดยมีระยะเวลาผ่อนผันให้หนึ่งปี นั่นแปลว่าวันที่ 21 สิงหาคม 2551 กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้จริง ผมขอยกตัวอย่างมาให้ดูหนึ่งมาตรา มาตรา ๒๖ ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้ ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการนับตั้งแต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/04/webmaster-must-realize-web2-issues-from-jibcafe5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

