<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; social</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/social/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Aug 2011 16:41:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ผลผลิตจากค่าย INET Young Webmaster Camp 6</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Oct 2008 16:46:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[market differentiation]]></category>
		<category><![CDATA[network effect]]></category>
		<category><![CDATA[pantipmarket.com]]></category>
		<category><![CDATA[project management]]></category>
		<category><![CDATA[social]]></category>
		<category><![CDATA[thaisecondhand.com]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[webmaster]]></category>
		<category><![CDATA[ywc]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=443</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งกลับจากการเป็นวิทยากรและกรรมการตัดสินในค่าย INET Young Webmaster Camp 6 มาครับ ส่วนตัวผมภูมิใจกับเด็กรุ่นนี้มาก และชอบผลงานหลายชิ้นซึ่งมีไอเดียที่ดี มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้และรายได้ จะขอนำมาเล่าว่ามีเว็บไหนที่น่าสนใจบ้างครับ สองเว็บแรกเป็นเว็บที่มีรูปแบบเหมือนกับเว็บอื่นๆ ที่มีใช้งานกันอยู่แล้ว แต่มีการทำ Market Differentiation หรือการจับกลุ่มตลาดใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งก็คือเว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงาน และเว็บสำหรับแลกเปลี่ยนสินค้ามือสอง เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานก็ไม่ต่างอะไรกับเว็บหางานของผู้ที่จบการศึกษาแล้วครับ คือเป็นการจับคู่ระหว่างบริษัทที่ต้องการคน กับคนที่ต้องการงาน จะต่างออกมาหน่อยก็คือเว็บสำหรับนักศึกษาฝึกงานจะต้องมีพื้นที่สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยเข้าไปใช้งานด้วย หลักการทำงานของเว็บนี้เริ่มจากนักศึกษาที่ต้องการฝึกงานนำประวัติของตัวเองไปลงในเว็บ ส่วนบริษัทที่ต้องการนักศึกษาฝึกงานก็เข้ามาลงประกาศไว้ นักศึกษาสนใจงานไหนก็สมัครผ่านเว็บเข้าไปได้เลย เมื่อได้รับการคัดเลือกและทำการฝึกงานเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทก็จะกรอกแบบประเมินนักศึกษาทางเว็บเพื่อส่งให้อาจารย์มหาวิทยาลัย ส่วนนักศึกษาก็สามารถให้เรตติ้งกับบริษัทได้ว่าทำงานกับที่นี่แล้วได้ประโยชน์หรือประสบการณ์อะไรบ้าง ถ้าลองวิเคราะห์กันดีๆ จะเห็นว่าเว็บนี้มีโมเดลบางอย่างที่เหนือกว่าเว็บหางานทั่วไป ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือน PantipMarket เทียบกับ eBay กล่าวคือเว็บหางานทั่วไปคือ PantipMarket ที่เน้นไปที่การลงประกาศเพียงอย่างเดียว เมื่อลงประกาศไปแล้วก็ถือว่าจบกระบวนการของเว็บ ทางเว็บจะไม่มีข้อมูลว่าใครลงประกาศไปแล้วสามารถหาลูกค้าได้กี่คน ลูกค้าเป็นคนซื้อของอย่างสุจริตหรือเปล่า เช่นเดียวกับที่เว็บไม่รู้ว่าผู้ลงประกาศเป็นคนขายที่สุจริตหรือเปล่าด้วย ขณะที่เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานจะเป็นเหมือนกับ eBay ที่กระบวนการครอบคลุมทั้งการลงประกาศ จนเกิดการซื้อขายขึ้น มีการชำระเงิน และมีการให้ Feedback แก่กัน การที่เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานมีกระบวนการคล้ายกับ eBay จะทำให้มีข้อดีตรงที่เว็บจะมีประวัติทุกอย่างอยู่ในมือ เว็บจะรู้ว่านักศึกษาฝึกงานชอบบริษัทไหน รู้ว่านักศึกษาจากสถาบันไหนที่มีคุณภาพเพราะได้รับการประเมินที่ดีจากบริษัท [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Social Business Enterprise เมื่อเป้าหมายธุรกิจไม่ใช่เพื่อ Maximize Profit แต่เพื่อ Minimize Poverty</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/04/social-business-enterprise-maximize.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/04/social-business-enterprise-maximize.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2007 11:48:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[collaboration]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[social]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[youtube]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/08/social-business-enterprise-maximize.html</guid>
		<description><![CDATA[ได้ดูรายการชีพจรโลกโดย สุทธิชัย หยุ่น ที่นำเสนอเรื่องราวของ Dr. Muhammad Yunus เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2006 ซึ่งผมมองว่าเป็นบุคคลที่มีแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก น่าที่จะลองศึกษาแนวคิดของเขาดู โดยเฉพาะนักศึกษา MBA ที่ถูกครอบงำด้วยแนวคิดการทำธุรกิจเพื่อ Maximize Profit ทำอย่างไรก็ได้ให้บริษัทมีกำไรมากที่สุด ขณะที่แนวคิดของ Dr. Yunus กลับเป็นการ Minimize Poverty หรือการลดจำนวนคนยากจนให้เหลือน้อยที่สด รวมถึงการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคน ฟังดูอาจจะรู้สึกแปลกๆ ว่าการลดจำนวนคนจน มันไม่น่าจะเรียกว่าธุรกิจ น่าจะเรียกว่ามูลนิธิมากกว่า ถ้าทำธุรกิจเพื่อคนจน ธุรกิจจะอยู่รอดได้อย่างไร (แต่ถ้าทำธุรกิจหากินกับคนจน แบบนี้มีโอกาสรวยล้นฟ้าได้ครับ) แต่ Dr. Yunus ก็ได้พิสูจน์แล้วว่ามันเป็นไปได้ อย่างเช่นธุรกิจ Village Phone ที่มีแนวคิดว่าคนในชนบทของบังกลาเทศขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร Dr. Yunus ก็ใช้วิธีปล่อยกู้ให้แก่ผู้หญิงในหมู่บ้านตามชนบทเพื่อนำเงินไปซื้อโทรศัพท์มือถือ แล้วให้ทำอาชีพเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือสาธารณะ (เหมือนการตั้งโต๊ะมือถือตามหอพักนักศึกษาในสมัยก่อนครับ ไม่รู้ว่าสมัยนี้ยังมีอยู่มั้ย นักศึกษาส่วนใหญ่คงมีมือถือเป็นของตัวเองกันหมดแล้ว) คนในหมู่บ้านที่ต้องการการติดต่อสื่อสาร แต่ไม่มีโทรศัพท์ ก็มาใช้บริการได้ คนที่ให้บริการก็มีรายได้เสริม หลักการดำเนินธุรกิจของ Dr. Yunus [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/04/social-business-enterprise-maximize.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

