<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; social network</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/social-network/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Aug 2011 16:41:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครคูณเลขได้มากกว่ากัน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2009 19:33:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[collaborative filtering]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[ning]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[posterous]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=805</guid>
		<description><![CDATA[จากบทความตอนที่แล้วเรื่อง ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่ากัน ผมได้อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้คนเลือกที่จะใช้เว็บใดๆ เพราะเว็บนั้นตอบสนองความต้องการพื้นฐานของเขาได้ อย่างไรก็ตาม การทำให้คนเข้าเว็บเยอะๆ ได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยอื่นนอกจากการตอบสนองความต้องการด้วย การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกได้นั้นต้องอาศัยการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา การทำ Search Engine Marketing การใช้ Social Media Marketing หรือการตลาดอื่นๆ แต่การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกแล้วมีการแวะเข้ามาหลังจากนั้นอีก จะต้องอาศัยเนื้อหาที่มีคุณภาพ จึงมีคำกล่าวที่ว่า Content Is King เว็บไซต์ที่มีรูปแบบ Owner-generated content หรือเจ้าของเว็บเป็นผู้สร้างเนื้อหาขึ้นมา กลไกหลักที่จะขับเคลื่อนเว็บและทำให้มีคนเข้าเว็บมากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่ตัวเจ้าของเว็บเอง ถ้าเจ้าของเว็บสร้างเนื้อหาออกมาได้ &#8220;ถูกจริต&#8221; คนเข้าเว็บ เนื้อหานั้นก็เปรียบเสมือน &#8220;ตัวคูณ&#8221; ที่มีค่ามาก เนื้อหาหนึ่งชิ้นอาจสร้างคนเข้าเว็บได้นับพันนับหมื่น ตัวอย่างของเว็บไซต์ประเภทนี้ก็คือบล็อก บล็อกที่มีเนื้อหาสาระดีก็จะดึงดูดผู้อ่านที่ต้องการแสวงหาความรู้ บล็อกที่มีเนื้อหาตลกขบขันจะดึงดูดผู้อ่านที่ต้องการคลายเครียด ส่วนบล็อกที่เจ้าของเป็นผู้หญิงสวยที่ชอบถ่ายรูปตัวเองลงบล็อก ก็จะดึงดูดผู้ชายได้จำนวนมาก ขณะที่เว็บไซต์แบบ User-generated content หรือผู้ใช้เว็บเป็นผู้สร้างเนื้อหา ปัจจัยที่ทำให้คนเข้าเว็บเยอะจะขึ้นกับตัวคูณสองตัว คือเนื้อหาที่มีในเว็บสามารถดึงดูดคนเข้าเว็บได้มากแค่ไหน และคนเข้าเว็บลงมือสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจมากแค่ไหน เว็บ UGC ที่ล้มเหลวคือเว็บที่ตัวคูณทั้งสองตัวนี้มีค่าต่ำมาก มีคนเข้าเว็บมาแต่ก็ไม่ได้ช่วยสร้างเนื้อหาอะไร เนื้อหาที่มีอยู่ก็ไม่น่าสนใจมากพอจะดึงดูดคนเข้าเว็บรายใหม่ๆ ลองนึกภาพเว็บบอร์ดที่สมัยนี้ใครๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>26</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่ากัน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2009 23:21:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[first-mover advantage]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[maslow]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=793</guid>
		<description><![CDATA[ในยุคของ User-generated content แต่ละเว็บไซต์ต่างก็สร้างเว็บให้เป็น Platform ออกมาแข่งขันกันเต็มไปหมด ทุกเว็บมีสิ่งที่เหมือนๆ กันคือการเปิดให้ผู้ใช้เว็บสามารถสร้างเนื้อหาขึ้นมาเองได้ แต่ใช่ว่าเว็บที่เปิดให้ผู้ใช้สร้างเนื้อหาได้จะต้องประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะผู้ใช้เองก็มีคำถามว่าแล้วทำไมฉันจะต้องสร้างเนื้อหาขึ้นบนเว็บนี้ด้วยล่ะ? ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือเว็บประเภท Social Network ที่ผุดขึ้นมากมายเต็มไปหมด ใครที่เล่น Windows Live Messenger (MSN) และมีเพื่อนอยู่เยอะๆ ก็จะพบว่าตัวเองมักจะได้รับอีเมลเชิญชวนให้เข้าไปสมัครสมาชิกของเว็บ Social Network อยู่เรื่อยๆ ซึ่งหลายคนที่ได้รับอีเมลแบบนี้แล้วก็มักจะเพิกเฉย เพราะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่าเหนื่อยหน่ายที่ต้องสมัครเว็บนั้นเว็บนี้อยู่เรื่อย พอสมัครแล้วก็ต้องอัปโหลดรูป เขียนแนะนำตัวเอง ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำไปทำไมในเมื่อตัวเองก็มีโพรไฟล์เหล่านี้อยู่บน Hi5 อยู่แล้ว การที่ผู้ใช้จะใช้บริการเว็บไซต์ใด เขาจะตัดสินใจจากสิ่งที่เว็บไซต์นั้นตอบสนองให้แก่เขา แล้วอะไรคือสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจากเว็บไซต์ล่ะ? การอธิบายถึงความต้องการของผู้ใช้นั้นมีอยู่หลายทฤษฎี ทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจซึ่งเป็นทฤษฎีที่ถูกพูดถึงตั้งแต่ปี 1943 ก่อนที่จะมีคอมพิวเตอร์เครื่องแรกซะอีก แต่ก็เป็นทฤษฎีที่ยังใช้งานได้ในปัจจุบัน และสามารถประยุกต์ใช้กับการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้เว็บได้ด้วย นั่นก็คือทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว (Maslow&#8217;s hierarchy of needs) ซึ่งคิดค้นโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่ชื่อ Abraham Maslow มาสโลวนำเสนอทฤษฎีของเขาผ่านรูปสามเหลี่ยมพีระมิดที่แบ่งออกเป็น 5 ชั้น ชั้นที่อยู่ใกล้ฐานพีระมิดบ่งบอกถึงความต้องการขั้นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ ถ้าไม่มีก็อยู่ไม่ได้ ส่วนชั้นที่อยู่ใกล้ยอดพีระมิดหมายถึงความต้องการที่เป็นนามธรรม เป็นเรื่องของความรู้สึกและจิตใจ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Viral Marketing บน Twitter &#8211; คุณอยากได้ MacBook AIR ฟรีหรือเปล่า?</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/01/viral-marketing-on-twitter-do-you-want-to-win-macbook-air-for-free.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/01/viral-marketing-on-twitter-do-you-want-to-win-macbook-air-for-free.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2009 10:34:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=506</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบันนี้มีวัฒนธรรมอย่างหนึ่งเกิดขึ้นบน Twitter นั่นก็คือการ Re-Tweet ซึ่งเป็นวิธีการที่ชาว Tweeple นำข้อความของคนที่ตัวเองติดตามอยู่มา Tweet ซ้ำอีกครั้ง เนื่องจากข้อความนั้นมีความน่าสนใจหรืออะไรก็ตามแต่ เช่น ถ้าผมโพสต์ข้อความลงไปว่า &#8220;ขาว หมวย สวย เอ๊กซ์ ดูได้ที่ http://&#8230;&#8221; คนที่ติดตาม Twitter ของผมอยู่บางคนเห็นข้อความของผมแล้วชอบ ก็ทำการเผยแพร่ต่อด้วยการ Re-Tweet ว่า &#8220;rt @macroart ขาว หมวย สวย เอ๊กซ์ ดูได้ที่ http://&#8230;&#8221; วัฒนธรรม Re-Tweet นี้ทำให้ Twitter กลายเป็นเครื่องมือการตลาดแบบบอกต่อหรือ Viral Marketing ที่ทรงพลังมาก สมมุติว่าผมมี Follower อยู่ 500 คน แปลว่า 500 คนนี้จะเห็นข้อความของผม ถ้ามี 5 คนที่ Re-Tweet ข้อความของผมต่อ โดยที่ทั้ง 5 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/01/viral-marketing-on-twitter-do-you-want-to-win-macbook-air-for-free.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การใช้ Microblogging ในที่ทำงาน จะช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นได้จริงหรือ?</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/will-microblogging-at-work-make-you-more-productive.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/will-microblogging-at-work-make-you-more-productive.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Oct 2008 00:56:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[งานแปล]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[micro-blogging]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[yammer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=454</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันอังคาร นิตยสาร Times ได้ตีพิมพ์บทความที่ผมเขียนถึง Twitter และ Yammer บริการไมโครบล็อกสองรายที่ให้ผู้ใช้กระจายข้อความสั้นๆ ไปยังกลุ่มผู้ติดตามบนโลกออนไลน์ Twitter ถูกพูดถึงอย่างมากตั้งแต่ปี 2006 ที่มันถูกสร้างขึ้นมา ส่วน Yammer เป็นน้องใหม่ที่เพิ่งมีอายุได้เพียง 6 สัปดาห์ ซึ่งมีเป้าหมายที่แตกต่างออกไป นั่นก็คือการเป็น Twitter สำหรับธุรกิจ Yammer ถูกสร้างขึ้นโดยทีมงานที่สร้าง Geni เว็บสำหรับสร้างแผนผังวงศ์ตระกูล เมื่อพวกเขามองเห็นว่า Yammer มีประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างไร David Sacks ผู้ก่อตั้ง Geni จึงตัดสินใจแยก Yammer ออกมาเป็นบริษัท โดย Geni ให้ทุนไปหนึ่งล้านเหรียญ Sacks ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal ที่ปัจจุบันกลายเป็นผู้บริหารสองบริษัทเกิดใหม่ และกำลังเริ่มลงทุนอีกครั้งกับ Yammer บน Twitter ผู้ใช้ต่างเขียนถึงสิ่งสำคัญและชีวิตประจำวันทั่วไป อย่างเช่น &#8220;อยู่ที่โรงเรียน กำลังเถียงกับเพื่อนอยู่ว่าควรจะดื่มกาแฟเพิ่มมั้ย&#8221; แต่ Yammer ที่มุ่งเน้นการใช้งานในที่ทำงาน จะไม่สนใจกับข้อความไร้สาระแบบนั้น Sacks [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/will-microblogging-at-work-make-you-more-productive.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Geni &#8211; Social Network สำหรับวงศ์ตระกูลของคุณ</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/geni-social-network-for-your-family.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/geni-social-network-for-your-family.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Oct 2008 19:16:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[family 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[geni]]></category>
		<category><![CDATA[market differentiation]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=444</guid>
		<description><![CDATA[ครอบครัวใหญ่หลายครอบครัวมักจะมีการทำแผนผังวงศ์ตระกูลที่มีรูปภาพและชื่อของสมาชิกในตระกูล ไล่เรียงมาตั้งแต่บรรพบุรุษรุ่นทวดมาจนถึงรุ่นลูกหลาน แต่แผนผังนี้มีประโยชน์แค่เพียงติดผนังบ้านเอาไว้ดูเล่นเท่านั้น จะดีกว่าไหมถ้าแผนผังนี้แสดงข้อมูลได้มากกว่ารูปและชื่อ เช่น บอกได้ว่าแต่ละคนในตระกูลอาศัยอยู่ที่ไหน เรียนชั้นอะไรแล้ว ทำงานอะไรอยู่ นอกจากนี้แผนผังนี้สามารถขยายใหญ่ออกไปได้เรื่อยๆ เพราะสมาชิกในแผนผังทุกคนสามารถเพิ่มญาติของตัวเองลงไปได้ ซึ่งทำให้คุณรู้ได้ว่าใครคือภรรยาของลูกชายของป้าของคุณ ผมกำลังพูดถึงเว็บไซต์แนว Family 2.0 ที่ชื่อ Geni อยู่ครับ ชื่อของ Geni มาจากคำว่า Genealogy ที่แปลว่าการสืบสานวงศ์ตระกูล ก่อตั้งขึ้นโดย David O. Sacks ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง COO ของ PayPal ตั้งแต่ก่อนที่จะถูกซื้อกิจการไปโดย eBay หลังจากที่ปั้น PayPal จนประสบความสำเร็จแล้ว เขาก็เบนเข็มไปสร้างหนังอินดี้ ก่อนจะกลับเข้าสู่วงการเว็บอีกครั้งด้วยการเปิดตัวเว็บแนว Web 2.0 อย่าง Geni และเพิ่งจะเปิดตัว Yammer ไปเมื่อเร็วๆ นี้ Geni มีุจุดเด่นที่การสร้างแผนผังวงศ์ตระกูลที่ง่าย (มากๆ) เมื่อคุณเข้าเว็บ Geni ครั้งแรก ก็จะพบกับภาพแผนผังที่ให้คุณใส่ชื่อ นามสกุล อีเมล และเพศ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/geni-social-network-for-your-family.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สไลด์เรื่อง Social Network Marketing for e-Commerce</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/07/social-network-marketing-for-e-commerce.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/07/social-network-marketing-for-e-commerce.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Jul 2008 12:05:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[social shopping]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=351</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้มีโอกาสได้ไปเสวนาในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ในหัวข้อเรื่อง Social Network Marketing for e-Commerce โดยผมเตรียมเนื้อหาหลักๆ ไปสามส่วนคือ Social Network คืออะไร? กรณีศึกษาการใช้ Social Network ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ และไอเดียเรื่อง Social Shopping ของต่างประเทศ สามารถดูไฟล์สไลด์ได้ที่นี่ครับ &#124; View &#124; Upload your own]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/07/social-network-marketing-for-e-commerce.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สัมภาษณ์อีริค ชมิดท์ ซีอีโอกูเกิล: &#8220;คลื่นยักษ์ลูกต่อไปในอุตสาหกรรมโฆษณาก็คืออินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ&#8221;</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/05/interview-google-ceo-eric-schmidt-the-next-big-wave-in-advertising-is-the-mobile-internet.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/05/interview-google-ceo-eric-schmidt-the-next-big-wave-in-advertising-is-the-mobile-internet.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 May 2008 19:30:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[งานแปล]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[doubleclick]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[search engine marketing]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[yahoo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=335</guid>
		<description><![CDATA[หนังสือพิมพ์ของเยอรมัน Frankfurter Allgemeine Zeitung (FAZ) ได้สัมภาษณ์อีริค ชมิดท์ (Eric Schmidt) ซีอีโอของกูเกิล ถึงวิสัยทัศน์ของเขาต่อวงการโฆษณา วงการเว็บไซต์ และเส้นทางในอนาคตของกูเกิล FAZ: การตลาดบนเสิร์ชเอ็นจิ้นมันทำงานได้ดีมาก แต่ศักยภาพในการเติบโตในอนาคตของกูเกิลอยู่ที่ไหนล่ะ? อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ วิดีโอ หรือเว็บ 2.0? อีริค ชมิดท์: อย่างแรกเลยนะครับ ยังมีช่องทางในการสร้างรายได้จากเสิร์ชเอ็นจิ้นอีกมาก เราพัฒนาเทคโนโลยีให้ดีขึ้นเพื่อให้โฆษณาเจาะจงกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น มันไม่มีข้อจำกัดสำหรับการตลาดบนเสิร์ชเอ็นจิ้น คนมักจะคิดว่ามันมีข้อจำกัด แต่เรามีไอเดียอยู่เยอะแยะมากมายในเทคโนโลยีนี้ อย่างที่สอง พื้นที่ว่างขนาดใหญ่ที่ชัดเจนที่สุดในอุตสาหกรรมโฆษณาก็คืออินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ คนเยอรมันทุกคนมีโทรศัพท์มือถือ ลองดูจากความสำเร็จของไอโฟนสิครับ มันมีเว็บบราวเซอร์บนอุปกรณ์มือถือที่ทรงพลังอย่างแท้จริง และยังมีอย่างอื่นที่กำลังตามมาอีกมาก โนเกียก็กำลังมา แบล็กเบอรี่และโมโตโรล่าก็เช่นกัน ทั้งหมดนี้จะเปิดตัวภายในปีนี้ ด้วยผลิตภัณฑ์เหล่านี้ อุตสาหกรรมโฆษณาก็จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น เพราะโทรศัพท์คืออุปกรณ์ส่วนตัว ทำให้โฆษณาแบบเจาะจงบุคคลมีความเป็นไปได้ และนั่นหมายความว่ามูลค่าของอุตสาหกรรมโฆษณาก็จะเพิ่มสูงขึ้น คลื่นยักษ์ลูกต่อไปในอุตสาหกรรมโฆษณาก็คืออินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ FAZ: แล้วโฆษณาบนวิดีโอกับโฆษณาแบบรูปภาพล่ะ? อีริค ชมิดท์: ยังมีโอกาสอีกมากในโฆษณาบนวิดีโอและรูปภาพ แต่ก็มีบางอย่างที่คุณสามารถโฆษณาบนนั้นได้ แต่บางอย่างก็ไม่ได้ บางครั้งมันก็ใช้ได้ดี บางครั้งก็ไม่ ขณะที่โทรศัพท์มือถือใช้ได้ตลอดเวลา FAZ: เป็นไปได้ไหมที่ธุรกิจโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือจะใหญ่กว่าเว็บบนพีซี? [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/05/interview-google-ceo-eric-schmidt-the-next-big-wave-in-advertising-is-the-mobile-internet.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ควันหลงจากงานจิบกาแฟคนทำเว็บ สิ่งที่คนทำ Web 2.0 ต้องตระหนัก (อย่างมาก)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/04/webmaster-must-realize-web2-issues-from-jibcafe5.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/04/webmaster-must-realize-web2-issues-from-jibcafe5.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Apr 2008 09:59:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[jibcafe]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/04/webmaster-must-realize-web2-issues-from-jibcafe5.html</guid>
		<description><![CDATA[จบไปแล้วสำหรับงานจิบกาแฟคนทำเว็บครั้งที่ 5 ที่จัดขึ้นโดยสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 20 ท่าน มีทั้งเว็บมาสเตอร์หน้าเก่าหน้าใหม่และผู้ใช้เว็บทั่วไป ประเด็นหลักที่ถูกพูดถึงในงานนี้ก็คือ Web 2.0 ซึ่งสื่อกระแสหลักกำลังให้ความสนใจ นิตยสาร Positioning ฉบับเดือนมีนาคมเจาะลึกเรื่องราวของ Hi5 ซึ่งเป็นเว็บ Social Network ชื่อดัง รายการชีพจรโลกเมื่อวันพุธที่ผ่านมาก็พูดถึงเรื่อง Web 2.0 ว่ามันอยู่รอบตัวเราแล้ว ส่วนประเด็นที่คุยกันในงานจิบกาแฟก็ค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งมุมมองจากฝั่งที่ทำเว็บเพื่อให้มีรายได้ กับฝั่งที่ทำเว็บเพราะความถนัดและมีใจรักแล้วรายได้จะตามมาทีหลัง ซึ่งเป็นมุมมองที่น่าฟังทั้งสองฝั่ง แต่ผมอยากจะหยิบประเด็นหนึ่งขึ้นมาซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อวงการเว็บไทยอย่างมาก โดยเฉพาะกับ Web 2.0 ที่ใช้หลัก User-generated content ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถส่งข้อมูลเข้ามาที่เว็บไซต์ได้ เรื่องนี้มีประเด็นสำคัญอยู่สองประเด็น ประเด็นแรกก็คือเรื่องพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งได้ประกาศออกมาแล้วเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2550 โดยมีระยะเวลาผ่อนผันให้หนึ่งปี นั่นแปลว่าวันที่ 21 สิงหาคม 2551 กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้จริง ผมขอยกตัวอย่างมาให้ดูหนึ่งมาตรา มาตรา ๒๖ ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้ ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการนับตั้งแต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/04/webmaster-must-realize-web2-issues-from-jibcafe5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Switching Cost ต้นทุนในการชิ่ง&#8230;บนโลกธุรกิจออนไลน์</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/03/switching-cost-online-business.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/03/switching-cost-online-business.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Mar 2008 13:41:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[network effect]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[switching cost]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/03/switching-cost-online-business.html</guid>
		<description><![CDATA[Switching Cost คือต้นทุนที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้าขาประจำ ถ้าลูกค้าคนนั้นชิ่งหนีจากการใช้สินค้าหรือบริการของผู้ค้ารายเดิม แล้วเปลี่ยนไปใช้สินค้าหรือบริการของผู้ค้ารายอื่นแทน ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือหลายคนจำใจจะต้องใช้บริการโทรศัพท์มือถือกับ Mobile Operator ที่ตัวเองไม่ชอบ ทั้งที่การเปลี่ยนค่ายนั้นทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ไปซื้อซิมใหม่มาใช้ในราคาเพียงไม่กี่บาท บางค่ายถึงขนาดตั้งโต๊ะแจกซิมฟรีกันเลยทีเดียว แต่จะพบว่าผู้ใช้จำนวนมากอาจจะรับซิมฟรีมาใช้จนหมดยอดเงินที่ให้ฟรีมา จากนั้นก็เปลี่ยนกลับไปใช้เบอร์ปกติของตัวเอง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะผู้ใช้มีต้นทุนแฝงที่สูงมากจนทำให้ยากที่จะชิ่งไปใช้ของค่ายอื่นได้ นั่นก็คือเขาไม่อยากเปลี่ยนเบอร์โทรของตัวเอง เพราะอาจจะต้องเก็บไว้ใช้ติดต่อด้านธุรกิจ หากใครยังจำได้ ในช่วงปีแรกของรัฐบาลทักษิณ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เคยมาออกรายการถึงลูกถึงคนของคุณสรยุทธ์ และพูดถึงระบบ Number Portability ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนค่ายโทรศัพท์มือถือได้โดยที่ยังใช้เบอร์โทรเดิมอยู่ หมอเลี้ยบบอกว่าโครงการนี้จะสำเร็จภายในหนึ่งปี ตอนนี้ก็ผ่านมาห้าปีแล้วยังไม่เห็นวี่แววใดๆ เพราะ Number Portability ทำให้ Switching Cost ของผู้บริโภคลดลงทันที และจะส่งผลต่อการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน ซึ่งก็จะกระทบไปถึงผลการดำเนินงานของบริษัทที่อดีตนายกเคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไปด้วย ยังมีตัวอย่างอื่นๆ ของ Switching Cost อีก เช่น ถ้าเรายกเลิกบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงก่อนกำหนด จะถูกยึดเงินมัดจำ ถ้าเราเปลี่ยนยี่ห้อของเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ใช้ เราต้องเสียเวลาเรียนรู้เมนูใหม่ หรือถ้าเราจะรีไฟแนนซ์เงินกู้ซื้อบ้าน เราก็ต้องเสียเวลาไปธนาคารเพื่อดำเนินการเรื่องเอกสารต่างๆ Switching Cost มีอยู่หลายรูปแบบ เช่น ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายเพราะเราเลิกสัญญา [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/03/switching-cost-online-business.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>4 สุดยอด CEO ดอทคอมไทยประจำปี 2550</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/12/top-four-ceo-of-thai-dotcom.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/12/top-four-ceo-of-thai-dotcom.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 Dec 2007 16:57:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[bloggang.com]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[google maps]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[kapook.com]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[sanook.com]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[tarad.com]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/12/top-four-ceo-of-thai-dotcom.html</guid>
		<description><![CDATA[เป็นธรรมเนียมไปแล้วที่สื่อมวลชนต่างๆ มักจะจัดอันดับสุดยอดข่าวหรือสุดยอดบุคคลประจำปีในช่วงเวลาใกล้สิ้นปีแบบนี้ ผมก็เลยขอจัดอันดับบ้างโดยหัวข้อคือ &#8220;4 สุดยอด CEO ดอทคอมไทยประจำปี 2550&#8243; ทำไมต้อง 4 ด้วย? ทำไมไม่ 10 เหมือนปกติที่คนอื่นทำกัน เหตุผลก็คือผมรู้จัก CEO ของเว็บไทยไม่ถึง 10 คน และ 4 คนที่ผมจะเขียนถึงต่อไปนี้คือบุคคลที่ผมเคยพบเจอตัวจริงแล้ว บางคนเคยมาบรรยาย บางคนเคยพูดคุยด้วย และบางคนเคยร่วมงานด้วย ไม่มีการจัดอันดับว่าใครเหนือกว่าใครนะครับ เนื่องจากไม่รู้จะใช้เกณฑ์อะไรดี เอาเป็นว่าผมเขียนเรียงตามลำดับชื่อละกัน ต่อบุญ พ่วงมหา ผู้ที่พลิกชะตาชีวิตให้เอ็มเว็บเปลี่ยนจากขาดทุนเป็นกำไร ถ้าไม่มีเขาคนนี้ เอ็มเว็บอาจจะต้องขายเว็บทิ้งเพื่อตัดขาดทุนและขนเงินกลับแอฟริกาใต้ไปแล้วก็ได้ หากใครยังพอจำได้ว่าในช่วงปี 2543 ที่บริษัทจากแอฟริกาใต้เข้ามาในประเทศไทย และเริ่มต้นด้วยการเข้าซื้อกิจการเว็บไซต์ Sanook.com แล้วตามด้วยเว็บไซต์ขนาดกลางอีกหลายเว็บ เอ็มเว็บใช้กลยุทธ์แบ่งผู้ใช้เว็บออกเป็นสองกลุ่ม ใครชอบเล่นเว็บ Portal ให้มาที่ Sanook.com ใครชอบเว็บที่มี Content ให้อ่านเยอะๆ ให้ไปที่ Mweb.co.th การทุ่มเททรัพยากรจำนวนมากไปกับการพัฒนา Content เป็นกลยุทธ์ที่ผิดพลาด รายได้ที่เข้ามาไม่เพียงพอต่อรายจ่ายปริมาณมหาศาล จึงต้องมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ พร้อมกับการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/12/top-four-ceo-of-thai-dotcom.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>23</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

