เผยแพร่เมื่อ 24 February 2009 โดย MacroArt
จากบทความตอนที่แล้วเรื่อง ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่ากัน ผมได้อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้คนเลือกที่จะใช้เว็บใดๆ เพราะเว็บนั้นตอบสนองความต้องการพื้นฐานของเขาได้ อย่างไรก็ตาม การทำให้คนเข้าเว็บเยอะๆ ได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยอื่นนอกจากการตอบสนองความต้องการด้วย
การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกได้นั้นต้องอาศัยการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา การทำ Search Engine Marketing การใช้ Social Media Marketing หรือการตลาดอื่นๆ แต่การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกแล้วมีการแวะเข้ามาหลังจากนั้นอีก จะต้องอาศัยเนื้อหาที่มีคุณภาพ จึงมีคำกล่าวที่ว่า Content Is King
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 19 February 2009 โดย MacroArt
ในยุคของ User-generated content แต่ละเว็บไซต์ต่างก็สร้างเว็บให้เป็น Platform ออกมาแข่งขันกันเต็มไปหมด ทุกเว็บมีสิ่งที่เหมือนๆ กันคือการเปิดให้ผู้ใช้เว็บสามารถสร้างเนื้อหาขึ้นมาเองได้ แต่ใช่ว่าเว็บที่เปิดให้ผู้ใช้สร้างเนื้อหาได้จะต้องประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะผู้ใช้เองก็มีคำถามว่าแล้วทำไมฉันจะต้องสร้างเนื้อหาขึ้นบนเว็บนี้ด้วยล่ะ?
ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือเว็บประเภท Social Network ที่ผุดขึ้นมากมายเต็มไปหมด ใครที่เล่น Windows Live Messenger (MSN) และมีเพื่อนอยู่เยอะๆ ก็จะพบว่าตัวเองมักจะได้รับอีเมลเชิญชวนให้เข้าไปสมัครสมาชิกของเว็บ Social Network อยู่เรื่อยๆ ซึ่งหลายคนที่ได้รับอีเมลแบบนี้แล้วก็มักจะเพิกเฉย เพราะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่าเหนื่อยหน่ายที่ต้องสมัครเว็บนั้นเว็บนี้อยู่เรื่อย พอสมัครแล้วก็ต้องอัปโหลดรูป เขียนแนะนำตัวเอง ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำไปทำไมในเมื่อตัวเองก็มีโพรไฟล์เหล่านี้อยู่บน Hi5 อยู่แล้ว
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 16 January 2009 โดย MacroArt
ปัจจุบันนี้มีวัฒนธรรมอย่างหนึ่งเกิดขึ้นบน Twitter นั่นก็คือการ Re-Tweet ซึ่งเป็นวิธีการที่ชาว Tweeple นำข้อความของคนที่ตัวเองติดตามอยู่มา Tweet ซ้ำอีกครั้ง เนื่องจากข้อความนั้นมีความน่าสนใจหรืออะไรก็ตามแต่ เช่น ถ้าผมโพสต์ข้อความลงไปว่า “ขาว หมวย สวย เอ๊กซ์ ดูได้ที่ http://…” คนที่ติดตาม Twitter ของผมอยู่บางคนเห็นข้อความของผมแล้วชอบ ก็ทำการเผยแพร่ต่อด้วยการ Re-Tweet ว่า “rt @macroart ขาว หมวย สวย เอ๊กซ์ ดูได้ที่ http://…”
วัฒนธรรม Re-Tweet นี้ทำให้ Twitter กลายเป็นเครื่องมือการตลาดแบบบอกต่อหรือ Viral Marketing ที่ทรงพลังมาก สมมุติว่าผมมี Follower อยู่ 500 คน แปลว่า 500 คนนี้จะเห็นข้อความของผม ถ้ามี 5 คนที่ Re-Tweet ข้อความของผมต่อ โดยที่ทั้ง 5 คนต่างก็มี Follower ของตัวเองอยู่ 100 คนที่ไม่ซ้ำกัน แปลว่าจะมีคนอีก 500 คนที่เห็นข้อความของผม เพียงแค่การ Re-Tweet หนึ่งต่อก็ทำให้มีคนเห็นข้อความแล้ว 1,000 คน หากมีการ Re-Tweet ต่อที่สองที่สามอีก จำนวนคนที่เห็นข้อความก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 30 October 2008 โดย MacroArt
เมื่อวันอังคาร นิตยสาร Times ได้ตีพิมพ์บทความที่ผมเขียนถึง Twitter และ Yammer บริการไมโครบล็อกสองรายที่ให้ผู้ใช้กระจายข้อความสั้นๆ ไปยังกลุ่มผู้ติดตามบนโลกออนไลน์ Twitter ถูกพูดถึงอย่างมากตั้งแต่ปี 2006 ที่มันถูกสร้างขึ้นมา ส่วน Yammer เป็นน้องใหม่ที่เพิ่งมีอายุได้เพียง 6 สัปดาห์ ซึ่งมีเป้าหมายที่แตกต่างออกไป นั่นก็คือการเป็น Twitter สำหรับธุรกิจ
Yammer ถูกสร้างขึ้นโดยทีมงานที่สร้าง Geni เว็บสำหรับสร้างแผนผังวงศ์ตระกูล เมื่อพวกเขามองเห็นว่า Yammer มีประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างไร David Sacks ผู้ก่อตั้ง Geni จึงตัดสินใจแยก Yammer ออกมาเป็นบริษัท โดย Geni ให้ทุนไปหนึ่งล้านเหรียญ Sacks ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal ที่ปัจจุบันกลายเป็นผู้บริหารสองบริษัทเกิดใหม่ และกำลังเริ่มลงทุนอีกครั้งกับ Yammer
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 25 October 2008 โดย MacroArt
ครอบครัวใหญ่หลายครอบครัวมักจะมีการทำแผนผังวงศ์ตระกูลที่มีรูปภาพและชื่อของสมาชิกในตระกูล ไล่เรียงมาตั้งแต่บรรพบุรุษรุ่นทวดมาจนถึงรุ่นลูกหลาน แต่แผนผังนี้มีประโยชน์แค่เพียงติดผนังบ้านเอาไว้ดูเล่นเท่านั้น
จะดีกว่าไหมถ้าแผนผังนี้แสดงข้อมูลได้มากกว่ารูปและชื่อ เช่น บอกได้ว่าแต่ละคนในตระกูลอาศัยอยู่ที่ไหน เรียนชั้นอะไรแล้ว ทำงานอะไรอยู่ นอกจากนี้แผนผังนี้สามารถขยายใหญ่ออกไปได้เรื่อยๆ เพราะสมาชิกในแผนผังทุกคนสามารถเพิ่มญาติของตัวเองลงไปได้ ซึ่งทำให้คุณรู้ได้ว่าใครคือภรรยาของลูกชายของป้าของคุณ
ผมกำลังพูดถึงเว็บไซต์แนว Family 2.0 ที่ชื่อ Geni อยู่ครับ
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 10 July 2008 โดย MacroArt
วันนี้มีโอกาสได้ไปเสวนาในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ในหัวข้อเรื่อง Social Network Marketing for e-Commerce โดยผมเตรียมเนื้อหาหลักๆ ไปสามส่วนคือ Social Network คืออะไร? กรณีศึกษาการใช้ Social Network ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ และไอเดียเรื่อง Social Shopping ของต่างประเทศ สามารถดูไฟล์สไลด์ได้ที่นี่ครับ
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 31 May 2008 โดย MacroArt
หนังสือพิมพ์ของเยอรมัน Frankfurter Allgemeine Zeitung (FAZ) ได้สัมภาษณ์อีริค ชมิดท์ (Eric Schmidt) ซีอีโอของกูเกิล ถึงวิสัยทัศน์ของเขาต่อวงการโฆษณา วงการเว็บไซต์ และเส้นทางในอนาคตของกูเกิล

อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 01 April 2008 โดย MacroArt
จบไปแล้วสำหรับงานจิบกาแฟคนทำเว็บครั้งที่ 5 ที่จัดขึ้นโดยสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 20 ท่าน มีทั้งเว็บมาสเตอร์หน้าเก่าหน้าใหม่และผู้ใช้เว็บทั่วไป
ประเด็นหลักที่ถูกพูดถึงในงานนี้ก็คือ Web 2.0 ซึ่งสื่อกระแสหลักกำลังให้ความสนใจ นิตยสาร Positioning ฉบับเดือนมีนาคมเจาะลึกเรื่องราวของ Hi5 ซึ่งเป็นเว็บ Social Network ชื่อดัง รายการชีพจรโลกเมื่อวันพุธที่ผ่านมาก็พูดถึงเรื่อง Web 2.0 ว่ามันอยู่รอบตัวเราแล้ว
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 20 March 2008 โดย MacroArt
Switching Cost คือต้นทุนที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้าขาประจำ ถ้าลูกค้าคนนั้นชิ่งหนีจากการใช้สินค้าหรือบริการของผู้ค้ารายเดิม แล้วเปลี่ยนไปใช้สินค้าหรือบริการของผู้ค้ารายอื่นแทน
ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือหลายคนจำใจจะต้องใช้บริการโทรศัพท์มือถือกับ Mobile Operator ที่ตัวเองไม่ชอบ ทั้งที่การเปลี่ยนค่ายนั้นทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ไปซื้อซิมใหม่มาใช้ในราคาเพียงไม่กี่บาท บางค่ายถึงขนาดตั้งโต๊ะแจกซิมฟรีกันเลยทีเดียว แต่จะพบว่าผู้ใช้จำนวนมากอาจจะรับซิมฟรีมาใช้จนหมดยอดเงินที่ให้ฟรีมา จากนั้นก็เปลี่ยนกลับไปใช้เบอร์ปกติของตัวเอง
อ่านบทความนี้ต่อ
เผยแพร่เมื่อ 26 December 2007 โดย MacroArt
เป็นธรรมเนียมไปแล้วที่สื่อมวลชนต่างๆ มักจะจัดอันดับสุดยอดข่าวหรือสุดยอดบุคคลประจำปีในช่วงเวลาใกล้สิ้นปีแบบนี้ ผมก็เลยขอจัดอันดับบ้างโดยหัวข้อคือ “4 สุดยอด CEO ดอทคอมไทยประจำปี 2550″
ทำไมต้อง 4 ด้วย? ทำไมไม่ 10 เหมือนปกติที่คนอื่นทำกัน เหตุผลก็คือผมรู้จัก CEO ของเว็บไทยไม่ถึง 10 คน และ 4 คนที่ผมจะเขียนถึงต่อไปนี้คือบุคคลที่ผมเคยพบเจอตัวจริงแล้ว บางคนเคยมาบรรยาย บางคนเคยพูดคุยด้วย และบางคนเคยร่วมงานด้วย
ไม่มีการจัดอันดับว่าใครเหนือกว่าใครนะครับ เนื่องจากไม่รู้จะใช้เกณฑ์อะไรดี เอาเป็นว่าผมเขียนเรียงตามลำดับชื่อละกัน
อ่านบทความนี้ต่อ