<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; social bookmark</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/social-bookmark/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Aug 2011 16:41:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครคูณเลขได้มากกว่ากัน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2009 19:33:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[collaborative filtering]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[ning]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[posterous]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=805</guid>
		<description><![CDATA[จากบทความตอนที่แล้วเรื่อง ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่ากัน ผมได้อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้คนเลือกที่จะใช้เว็บใดๆ เพราะเว็บนั้นตอบสนองความต้องการพื้นฐานของเขาได้ อย่างไรก็ตาม การทำให้คนเข้าเว็บเยอะๆ ได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยอื่นนอกจากการตอบสนองความต้องการด้วย การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกได้นั้นต้องอาศัยการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา การทำ Search Engine Marketing การใช้ Social Media Marketing หรือการตลาดอื่นๆ แต่การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกแล้วมีการแวะเข้ามาหลังจากนั้นอีก จะต้องอาศัยเนื้อหาที่มีคุณภาพ จึงมีคำกล่าวที่ว่า Content Is King เว็บไซต์ที่มีรูปแบบ Owner-generated content หรือเจ้าของเว็บเป็นผู้สร้างเนื้อหาขึ้นมา กลไกหลักที่จะขับเคลื่อนเว็บและทำให้มีคนเข้าเว็บมากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่ตัวเจ้าของเว็บเอง ถ้าเจ้าของเว็บสร้างเนื้อหาออกมาได้ &#8220;ถูกจริต&#8221; คนเข้าเว็บ เนื้อหานั้นก็เปรียบเสมือน &#8220;ตัวคูณ&#8221; ที่มีค่ามาก เนื้อหาหนึ่งชิ้นอาจสร้างคนเข้าเว็บได้นับพันนับหมื่น ตัวอย่างของเว็บไซต์ประเภทนี้ก็คือบล็อก บล็อกที่มีเนื้อหาสาระดีก็จะดึงดูดผู้อ่านที่ต้องการแสวงหาความรู้ บล็อกที่มีเนื้อหาตลกขบขันจะดึงดูดผู้อ่านที่ต้องการคลายเครียด ส่วนบล็อกที่เจ้าของเป็นผู้หญิงสวยที่ชอบถ่ายรูปตัวเองลงบล็อก ก็จะดึงดูดผู้ชายได้จำนวนมาก ขณะที่เว็บไซต์แบบ User-generated content หรือผู้ใช้เว็บเป็นผู้สร้างเนื้อหา ปัจจัยที่ทำให้คนเข้าเว็บเยอะจะขึ้นกับตัวคูณสองตัว คือเนื้อหาที่มีในเว็บสามารถดึงดูดคนเข้าเว็บได้มากแค่ไหน และคนเข้าเว็บลงมือสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจมากแค่ไหน เว็บ UGC ที่ล้มเหลวคือเว็บที่ตัวคูณทั้งสองตัวนี้มีค่าต่ำมาก มีคนเข้าเว็บมาแต่ก็ไม่ได้ช่วยสร้างเนื้อหาอะไร เนื้อหาที่มีอยู่ก็ไม่น่าสนใจมากพอจะดึงดูดคนเข้าเว็บรายใหม่ๆ ลองนึกภาพเว็บบอร์ดที่สมัยนี้ใครๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>26</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Zickr Feed + Yahoo! Pipes = ลิงก์ที่ถูกโหวตมากที่สุดของคุณเอง</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/01/zickr-feed-yahoo-pipes-most-voted-links.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/01/zickr-feed-yahoo-pipes-most-voted-links.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jan 2009 22:04:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[api]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[mashup]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[yahoo pipes]]></category>
		<category><![CDATA[zickr]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=737</guid>
		<description><![CDATA[หลายๆ เว็บในยุค Web 2.0 มักจะมีระบบการโหวต ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถโหวตให้กับเนื้อหาที่ตัวเองชอบได้ เนื้อหาใดที่ถูกโหวตเยอะๆ แสดงว่ามีคนจำนวนมากที่ชอบเนื้อหานั้น เจ้าของเว็บก็มักจะนำเนื้อหาเหล่านี้ไปวางในจุดที่มีผู้ใช้เห็นเยอะๆ เป็นนัยยะว่านี่คือเนื้อหาที่น่าสนใจนะ คุณน่าจะลองเข้าไปดูบ้าง ผมเองก็พยายามเอาวิธีนี้มาใช้กับบล็อกผมอยู่เหมือนกัน เพราะมีหลายบทความที่ถึงแม้จะเก่าจนตกไปอยู่หน้าหลังๆ แล้ว แต่เชื่อว่าบทความเหล่านั้นน่าจะมีประโยชน์กับขาจรที่เข้ามาอ่านเว็บผม เผื่อว่าเขาจะสนใจอ่านบทความอื่นๆ ต่อ เจ้าของบล็อกส่วนใหญ่จะใช้วิธีเลือกบทความเจ๋งๆ ของตัวเอง เอามาทำลิงก์ไว้ที่ Sidebar แต่พอผ่านไประยะหนึ่ง ลิงก์ก็จะยาวขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ผู้อ่านลายตา เลือกไม่ถูกว่าจะคลิกไปอ่านลิงก์ไหนดี ซึ่งวิธีที่เหมาะสมก็คือการทำลิงก์จำนวนไม่มากไปยังบทความที่คนสนใจจริงๆ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าบทความไหนล่ะที่คนสนใจ? นั่นก็คือจะต้องใช้ระบบโหวตเข้ามาช่วยตัดสิน แต่ Blog Software ส่วนใหญ่ไม่มีระบบโหวตบทความ นั่นเป็นเพราะว่าระบบโหวตจะเชื่อถือได้ก็ต่อเมื่อผู้โหวต 1 คนมี 1 คะแนนให้กับ 1 บทความ จึงต้องมีระบบสมาชิก ต้องสมัครและล็อกอินก่อนจะโหวต ซึ่งคงไม่มีใครเสียเวลาสมัครสมาชิกบล็อกนาย ก เพียงเพื่อจะโหวตให้กับบทความของเขา แต่ถ้าเรานำบทความของเราไปโปรโมทในเว็บ Social Bookmark ซึ่งมีระบบการโหวตที่ดีอยู่แล้ว แล้วค่อยนำคะแนนโหวตมาเรียงลำดับเพื่อหาบทความที่ถูกโหวตมากๆ เราก็จะได้บทความจำนวนหนึ่งที่มีคนสนใจเยอะ สามารถแนะนำให้ผู้ใช้เว็บเราเข้าไปอ่านได้ โดยปกติแล้วผมจะใช้บริการของ Zickr ซึ่งเป็น Social [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/01/zickr-feed-yahoo-pipes-most-voted-links.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Social Media Optimization (SMO) ปรับแต่งเว็บให้ถูกใจคน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/12/social-media-optimization-smo.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/12/social-media-optimization-smo.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Dec 2008 10:44:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[mashup]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[social media optimization]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=476</guid>
		<description><![CDATA[แหล่งที่มาของคนเข้าเว็บ (Traffic Source) ของเว็บใดๆ มักจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประเภทแรกคือคนที่เข้าเว็บผ่านทาง Search Engine ประเภทที่สองคือคนที่คลิกลิงก์มาจากเว็บอื่น (Referring Site) และประเภทสุดท้ายคือคนที่เข้าเว็บโดยตรง (Direct Traffic) ซึ่งอาจจะพิมพ์ชื่อเว็บเองหรือเข้าทางบุ๊คมาร์ค ศาสตร์ในการเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ Search Engine Optimization (SEO) ที่เน้นการปรับแต่งหน้าเว็บให้ &#8220;คอมพิวเตอร์&#8221; อย่าง Google ถูกใจ จนยอมมอบตำแหน่งที่ดีในผลลัพธ์การค้นหาให้ ล่าสุดมีอีกศาสตร์ที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น ซึ่งชื่อของศาสตร์นี้พ้องกับชื่อ Search Engine Optimization นั่นก็คือศาสตร์ที่เรียกว่า Social Media Optimization (SMO) โดยศาสตร์นี้จะเน้นการปรับแต่งหน้าเว็บให้ &#8220;คน&#8221; ชอบ อยากมีส่วนร่วมกับเว็บ รวมถึงอยากบอกต่อเว็บนี้ให้คนอื่นรู้ SMO ถูกพูดถึงครั้งแรกโดย Rohit Bhargava ในบล็อกของเขา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2549 โดยเขาได้เขียนถึงกฎ 5 ข้อในการทำ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/12/social-media-optimization-smo.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จะทำเว็บ 2.0 น่ะ อย่าเลียนแบบคนอื่นได้มั้ย? กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างให้ว็บ 2.0 ของคุณต่างกับของคนอื่น</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/09/how-to-strategically-differentiate-your-web-2-0-idea-from-others.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/09/how-to-strategically-differentiate-your-web-2-0-idea-from-others.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Sep 2008 16:00:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[api]]></category>
		<category><![CDATA[barcampbangkok]]></category>
		<category><![CDATA[barcampbangkok2]]></category>
		<category><![CDATA[blogger]]></category>
		<category><![CDATA[blognone]]></category>
		<category><![CDATA[collaborative filtering]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[diary60]]></category>
		<category><![CDATA[differentiate strategy]]></category>
		<category><![CDATA[digg]]></category>
		<category><![CDATA[diggnation]]></category>
		<category><![CDATA[duocore]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[exteen]]></category>
		<category><![CDATA[friendflock]]></category>
		<category><![CDATA[fwdder]]></category>
		<category><![CDATA[google maps]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[mashup]]></category>
		<category><![CDATA[noknok]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[sanook.com]]></category>
		<category><![CDATA[slashdot]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[twistori]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[zickr]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=370</guid>
		<description><![CDATA[How To Strategically Differentiate Your Web 2.0 Idea From Others หรือ จะทำเว็บ 2.0 น่ะ อย่าเลียนแบบคนอื่นได้มั้ย? เป็นหัวข้อที่ผมพูดในงาน BarCamp Bangkok 2 จะขอสรุปเนื้อหาให้ท่านที่ไม่ได้ฟังในงานได้อ่านกันครับ ทุกวันนี้เว็บไทยเราเริ่มเข้าสู่ความเป็น 2.0 กันมากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราได้เห็นเว็บไซต์สัญชาติไทยแนวใหม่เพิ่มขึ้น แนวทางที่เว็บ 2.0 ของไทยส่วนใหญ่ใช้กันอยู่ก็คือการนำรูปแบบหรือแนวคิดของเว็บ 2.0 ในต่างประเทศมา Localize สำหรับคนไทย ซึ่งคำว่า Localize ในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงการแปลเป็นภาษาไทยเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงการตั้งชื่อเว็บ การสร้าง content และการใส่บรรยากาศที่เหมาะสำหรับคนไทยเข้าไปด้วย ตัวอย่างของการนำรูปแบบหรือแนวคิดจากต่างประเทศมาปรับใช้มีให้เห็นเยอะครับ ตั้งแต่ noknok.in.th ที่ดูเหมือนจะลอก twitter.com มาหมด friendflock.com เอา hi5.com มาเป็นต้นแบบ duocore.tv ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก diggnation.com ที่เป็นรายการข่าวไอทีออนไลน์ zickr.com ทำ Social Bookmark เหมือนกับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/09/how-to-strategically-differentiate-your-web-2-0-idea-from-others.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อมูลรกสมองที่ผมได้จาก Google Analytics</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/11/insignificant-data-i-know-from-google-analytics.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/11/insignificant-data-i-know-from-google-analytics.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Nov 2007 19:37:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[google analytics]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/11/insignificant-data-i-know-from-google-analytics.html</guid>
		<description><![CDATA[บล็อกของผมติดเครื่องมือวัดสถิติคนเข้าเว็บของ Google Analytics ได้หลายเดือนแล้ว ผมชอบเข้าไปดูทุกวันว่าสถิติคนเข้าเว็บในแต่ละวันเป็นอย่างไรบ้าง คนรู้จักเว็บผมจากทางไหนบ้าง คีย์เวิร์ดที่คนใช้ค้นจนพบเว็บผมคือคีย์เวิร์ดอะไร เป็นต้น ข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่ไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่ ลองสรุปออกมาสนุกๆ ครับ หลังจากวันที่ 20 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 14 ตุลาคม ผมไม่ได้อัพเดทบล็อกเลย และไม่ได้โปรโมทบล็อกที่ไหนเลยด้วย เรียกได้ว่าทิ้งไปเลย เพราะมัวแต่ไปติด AF4 พอจบซีซั่นแล้วก็ไปเร่งปั่นหนังสือให้เสร็จ ตอนแรกผมคิดว่าช่วงที่ห่างหายจากการเขียนบล็อกไป คงจะมีคนเข้าบล็อกหรอมแหรมวันละไม่ถึงสิบคน แต่พอลองสรุปข้อมูลจาก Google Analytics (ผมใช้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 14 ตุลาคม เพื่อทิ้งระยะจากบทความสุดท้ายออกมาหน่อย) ก็พบว่ามีคนเข้าบล็อกผมเฉลี่ยวันละ 71.80 คน ถือว่าเกินคาดครับ ในช่วงเวลาดังกล่าว คนเข้าบล็อกผมผ่านทาง search engine สูงถึง 55.1% เข้ามาจากเว็บไซต์อื่นๆ 31.7% และอีก 13.2% เข้าตรง (สงสัยจะ bookmark บล็อกผมไว้แล้วแวะเข้ามาเรื่อยๆ เพื่อพบว่าผมยังไม่อัพเดทซักที) เว็บไซต์ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/11/insignificant-data-i-know-from-google-analytics.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Pay Per Digg รับเงินเมื่อคลิกโหวต ขบวนการซื้อเสียงบน Social Bookmark</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/10/pay-per-digg-click-for-money-on-social-bookmark.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/10/pay-per-digg-click-for-money-on-social-bookmark.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Oct 2007 12:44:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/10/pay-per-digg-click-for-money-on-social-bookmark.html</guid>
		<description><![CDATA[บล็อกเกอร์ชาวไทยคงรู้กันดีว่าโมเดลหาเงินที่ได้รับความนิยมก็คือการนำโฆษณามาติดในบล็อก ไม่ว่าจะเป็น Google AdSense, Text Link Ads หรือล่าสุดคือ Widget Bucks โดยที่บล็อกเกอร์จะได้รับเงินก็ต่อเมื่อมีผู้คลิกที่โฆษณา (หรือบางคนอาจจะได้จากการแนะนำให้คนอื่นสมัคร) ซึ่งบล็อกเกอร์บางคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ใช้วิธีคลิกที่โฆษณาของตัวเองซะเลย และต้องพบกับความซวยในภายหลังได้เมื่อถูกผู้ให้บริการโฆษณาระงับ account แต่จะดีมั้ยถ้ามีคนจ่ายเงินเพื่อให้คุณคลิก? ผมกำลังพูดถึงโมเดลแบบ Pay Per Digg ครับ ผมไปเจอเว็บไซต์ Subvert and Profit เข้า ซึ่งเว็บไซต์นี้เป็นตัวกลางระหว่างผู้ที่อยากให้คนเข้าเว็บตัวเองผ่านทาง Digg เยอะๆ กับผู้ที่เล่น Digg อยู่แล้วและอยากหารายได้เสริม (น้องฮันท์ไดอารี่อีสแซวว่าผมชอบวิเคราะห์เว็บที่ทำตัวเป็นตัวกลางจับคู่อยู่เรื่อย) Digg คือเว็บไซต์ประเภท Social Bookmark ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถแนะนำเว็บไซต์ดีๆ ให้คนอื่นคลิกเข้าไปชมได้ เว็บไซต์ประเภทนี้จึงได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้ที่ต้องการ traffic เข้าเว็บของตัวเอง แต่ด้วยความที่ใครก็ได้ที่สามารถเพิ่มเว็บไซต์ลงไปได้ ทำให้มีทั้งเว็บไซต์ที่น่าอ่านและมีประโยชน์ และเว็บไซต์ที่มีเจตนาต้องการให้คนหลงเข้าไปเพื่อคลิกโฆษณาเพียงอย่างเดียว Digg จึงมีระบบ digg it ที่ให้ชุมชนคนเล่น Digg เป็นผู้ตัดสินว่าเว็บใดเป็นเว็บที่มีคุณภาพด้วยการคลิกโหวตให้แก่เว็บนั้น ในหน้าแรกของ Digg [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/10/pay-per-digg-click-for-money-on-social-bookmark.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>37</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>20 Rules of Smart and Successful Web Development &#8211; กฎ 20 ข้อในการพัฒนาเว็บให้เป็นเลิศและประสบความสำเร็จ</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/04/20-rules-of-smart-and-successful-web.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/04/20-rules-of-smart-and-successful-web.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Apr 2007 15:15:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[งานแปล]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[pagerank]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[web development]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/04/20-rules-of-smart-and-successful-web.html</guid>
		<description><![CDATA[1. ให้ความนับถือผู้ชมเว็บของคุณ อย่าพยายามบังคับให้พวกเขาอ่านเนื้อหาในเว็บของคุณทั้งหมด ปล่อยให้พวกเขาเลือกและตัดสินใจเองว่าจะอ่านอะไร ให้ลองนึกว่าถ้าคุณเป็นผู้ชมเว็บ คุณจะทำอย่างไรกับหน้าต่างที่ป๊อบอัพขึ้นมาและกล่องโฆษณาที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มไปหมด 2. โฆษณาที่แย่ กล่องโฆษณาที่น่ารำคาญอาจช่วยเพิ่มรายได้ให้คุณเพียงชั่วขณะหนึ่ง แต่ในระยะยาวแล้ว มันไม่ทำให้เว็บไซต์ของคุณประสบความสำเร็จได้ อย่างไรก็ตาม การผนวกโฆษณาเข้ากับเนื้อหาของเว็บไซต์ และจัดโครงสร้างของเว็บให้ดีก็จะช่วยให้โฆษณานั้นไม่รบกวนผู้ชม มันจะช่วยให้เว็บของคุณเป็นที่รู้จักมากขึ้นและยังช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่คุณได้ด้วย 3. ให้ข้อมูลและสอนผู้ชมเว็บของคุณ แบ่งปันความคิด ไอเดีย ประสบการณ์ และความรู้ของคุณให้กับคนที่ต้องการหรืออาจจะต้องการคำแนะนำจากคุณ เมื่อคุณมีข้อมูลเหล่านี้ คุณก็มีเครื่องมือที่ทรงพลังที่จะดึงดูดความสนใจของมวลชนมาที่งาน ความสนใจ และบริการของคุณได้ นอกจากนี้แล้ว ถ้าคุณแบ่งปันความรู้ที่มีคุณค่ากับผู้ใช้คนอื่น คุณก็จะได้รับการเคารพนับถือว่าเป็นบุคคลที่รู้ว่าเขาหรือเธอกำลังพูดถึงอะไร 4. สร้างสรรค์สไตล์ของคุณ สร้างสรรค์จากไอเดียของคุณ ทำให้ตัวคุณเกิดแรงบันดาลใจ แต่อย่าลอกเลียนแบบ มันน่าสนใจกว่ามากที่จะได้รู้ว่าคุณมีความสามารถอะไรแทนที่จะไปสนใจว่าคนอื่นมีความสามารถอะไร ค้นหาจินตนาการและความอยากรู้อยากเห็นของคุณเอง ไอเดียใหม่ๆ หรือไอเดียเก่าที่ถูกพัฒนาขึ้น ย่อมดึงดูดผู้ใช้เว็บมากกว่าของลอกเลียนแบบ 5. ใส่ใจกับมาตรฐาน คิดถึงคนให้มาก การใช้มาตรฐานเว็บที่ดีจะช่วยลดงานของคุณในอนาคตลงได้มาก เมื่อคุณจะสร้างเว็บสำหรับคนทั่วไป มันจึงมีเหตุผลที่คุณจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่จะตรวจสอบโค้ดต่างๆ และทำให้มันเป็นมาตรฐาน เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานดีแล้ว คุณก็ไม่ต้องกังวลว่าในอนาคตจะมีเว็บบราวเซอร์เวอร์ชั่นใหม่เกิดขึ้นมาซึ่งจะทำให้เว็บของคุณมีปัญหา นอกจากนี้เว็บของคุณจะต้องสามารถอ่านได้ง่าย (readability) เข้าถึงได้ง่าย (accessibility) และใช้งานง่าย (usability) จำไว้ว่าคุณต้องนับถือผู้ชมเว็บของคุณ 6. [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/04/20-rules-of-smart-and-successful-web.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

