<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; pantip.com</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/pantipcom/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Aug 2011 16:41:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครคูณเลขได้มากกว่ากัน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2009 19:33:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[collaborative filtering]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[ning]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[posterous]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=805</guid>
		<description><![CDATA[จากบทความตอนที่แล้วเรื่อง ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่ากัน ผมได้อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้คนเลือกที่จะใช้เว็บใดๆ เพราะเว็บนั้นตอบสนองความต้องการพื้นฐานของเขาได้ อย่างไรก็ตาม การทำให้คนเข้าเว็บเยอะๆ ได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยอื่นนอกจากการตอบสนองความต้องการด้วย การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกได้นั้นต้องอาศัยการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา การทำ Search Engine Marketing การใช้ Social Media Marketing หรือการตลาดอื่นๆ แต่การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกแล้วมีการแวะเข้ามาหลังจากนั้นอีก จะต้องอาศัยเนื้อหาที่มีคุณภาพ จึงมีคำกล่าวที่ว่า Content Is King เว็บไซต์ที่มีรูปแบบ Owner-generated content หรือเจ้าของเว็บเป็นผู้สร้างเนื้อหาขึ้นมา กลไกหลักที่จะขับเคลื่อนเว็บและทำให้มีคนเข้าเว็บมากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่ตัวเจ้าของเว็บเอง ถ้าเจ้าของเว็บสร้างเนื้อหาออกมาได้ &#8220;ถูกจริต&#8221; คนเข้าเว็บ เนื้อหานั้นก็เปรียบเสมือน &#8220;ตัวคูณ&#8221; ที่มีค่ามาก เนื้อหาหนึ่งชิ้นอาจสร้างคนเข้าเว็บได้นับพันนับหมื่น ตัวอย่างของเว็บไซต์ประเภทนี้ก็คือบล็อก บล็อกที่มีเนื้อหาสาระดีก็จะดึงดูดผู้อ่านที่ต้องการแสวงหาความรู้ บล็อกที่มีเนื้อหาตลกขบขันจะดึงดูดผู้อ่านที่ต้องการคลายเครียด ส่วนบล็อกที่เจ้าของเป็นผู้หญิงสวยที่ชอบถ่ายรูปตัวเองลงบล็อก ก็จะดึงดูดผู้ชายได้จำนวนมาก ขณะที่เว็บไซต์แบบ User-generated content หรือผู้ใช้เว็บเป็นผู้สร้างเนื้อหา ปัจจัยที่ทำให้คนเข้าเว็บเยอะจะขึ้นกับตัวคูณสองตัว คือเนื้อหาที่มีในเว็บสามารถดึงดูดคนเข้าเว็บได้มากแค่ไหน และคนเข้าเว็บลงมือสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจมากแค่ไหน เว็บ UGC ที่ล้มเหลวคือเว็บที่ตัวคูณทั้งสองตัวนี้มีค่าต่ำมาก มีคนเข้าเว็บมาแต่ก็ไม่ได้ช่วยสร้างเนื้อหาอะไร เนื้อหาที่มีอยู่ก็ไม่น่าสนใจมากพอจะดึงดูดคนเข้าเว็บรายใหม่ๆ ลองนึกภาพเว็บบอร์ดที่สมัยนี้ใครๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>26</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้ก่อตั้งพันทิปปิ๊งไอเดียให้บล็อกเกอร์เปิดหมวก (ผู้จัดการออนไลน์ 26 มกราคม 2552)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/01/pantip-founder-idea-blogger-donation.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/01/pantip-founder-idea-blogger-donation.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Jan 2009 08:36:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เป็นข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[jibcafe]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[payment gateway]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[webmaster]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=512</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;วันฉัตร ผดุงรัตน์&#8221; ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จุดประเด็นสร้างโมเดลหารายได้ทางใหม่ให้นักเขียนบล็อกไทย เสนอไอเดียให้นักอ่านสามารถบริจาคเงินแก่นักเขียนบล็อกในราคาตั้งแต่ 5-10 บาท เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนบล็อกอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาเฉพาะรายได้จากโฆษณา แม้ขณะนี้ยังไม่มีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน แต่เชื่อว่าถ้าทำได้จะส่งให้วงการคอนเทนท์ไทยรุ่งเรือง &#8220;โมเดลหารายได้ใหม่นี้ผมยังเรียกชื่อมันไม่ถูก และก็ยังไม่คิดว่าจะทำอะไรยังไงต่อ ผมคิดแค่ว่าอยากจะให้คนอ่านตอบแทนคนทำบล็อกได้ เมื่อมองไปกว้างๆ ยุคนี้คือยุคที่ผู้ใช้เป็นผู้สร้างคอนเทนท์ ไม่ใช่คอนเทนท์บทความแต่รวมถึงวีดีโอต่างๆ ตรงนี้ผมคิดว่าเขาควรจะได้รับกลับมาจากที่ลงแรงไป&#8221; แนวคิดนี้ของวันฉัตรถูกนำเสนออย่างเป็นทางการในงานจิบกาแฟคนทำเว็บหัวข้อ &#8220;Social Media Marketing การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยผู้บริโภค&#8221; จัดโดยสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในงานมีการอภิปรายกันว่าพันทิปอาจเป็นหัวเรือใหญ่ในการประสานกับผู้ให้บริการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ต เพื่อผู้อ่านบล็อกสามารถโอนเงินมูลค่าเพียง 5-10 บาทได้โดยที่ผู้เขียนบล็อกได้ประโยชน์แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย จุดนี้นายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ รองเลขาธิการสมาคมฯเชื่อว่า หากโมเดล&#8221;เปิดหมวก&#8221;นี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงบนสังคมบล็อกไทย เนื้อหาภาพรวมของบล็อกไทยจะมีโอกาสพัฒนาสูง &#8220;อาจจะมี Micro payment gateway โดยการคุยกับ Paysbuy เพื่อให้บริการจ่ายเงินทางอินเทอร์เน็ตโดยที่คิดค่าธรรมเนียมไม่มาก หรืออาจคุยกับโอเปอเรเตอร์ ให้ผู้อ่านบล็อกสามารถเอสเอ็มเอสโอนเงินแค่ 5 บาท 10 บาทได้ง่ายๆ การบริจาคแบบนี้จะเป็นรายได้หนึ่งของบล็อกเกอร์นอกจากโฆษณา การมีรายได้จากโฆษณาทำให้เกิดโมเดลก็อปปี้คอนเทนท์คนอื่นแล้วไปหาโฆษณา การก็อปปี้แบบนี้ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มหรือความรู้ให้สังคม ซึ่งพวกนี้จะสร้างได้ต้องมีการเขียน ต้องมีอะไรมากพอสมควร&#8221; วันฉัตรอธิบายว่า การเขียนบล็อกนั้นไม่ซับซ้อนและไม่ต้องลงทุนมากก็จริง แต่การผลิตคอนเทนท์วีดีโอดีๆหากไม่มีส่วนสนับสนุนก็ถึงทางตันได้ โดยขณะนี้ยังไม่มีแผนการเจรจาใดๆ รวมถึงกรอบกำหนดเวลาดำเนินโครงการจริง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/01/pantip-founder-idea-blogger-donation.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จะทำเว็บ 2.0 น่ะ อย่าเลียนแบบคนอื่นได้มั้ย? กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างให้ว็บ 2.0 ของคุณต่างกับของคนอื่น</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/09/how-to-strategically-differentiate-your-web-2-0-idea-from-others.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/09/how-to-strategically-differentiate-your-web-2-0-idea-from-others.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Sep 2008 16:00:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[api]]></category>
		<category><![CDATA[barcampbangkok]]></category>
		<category><![CDATA[barcampbangkok2]]></category>
		<category><![CDATA[blogger]]></category>
		<category><![CDATA[blognone]]></category>
		<category><![CDATA[collaborative filtering]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[diary60]]></category>
		<category><![CDATA[differentiate strategy]]></category>
		<category><![CDATA[digg]]></category>
		<category><![CDATA[diggnation]]></category>
		<category><![CDATA[duocore]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[exteen]]></category>
		<category><![CDATA[friendflock]]></category>
		<category><![CDATA[fwdder]]></category>
		<category><![CDATA[google maps]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[mashup]]></category>
		<category><![CDATA[noknok]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[sanook.com]]></category>
		<category><![CDATA[slashdot]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[twistori]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[zickr]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=370</guid>
		<description><![CDATA[How To Strategically Differentiate Your Web 2.0 Idea From Others หรือ จะทำเว็บ 2.0 น่ะ อย่าเลียนแบบคนอื่นได้มั้ย? เป็นหัวข้อที่ผมพูดในงาน BarCamp Bangkok 2 จะขอสรุปเนื้อหาให้ท่านที่ไม่ได้ฟังในงานได้อ่านกันครับ ทุกวันนี้เว็บไทยเราเริ่มเข้าสู่ความเป็น 2.0 กันมากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราได้เห็นเว็บไซต์สัญชาติไทยแนวใหม่เพิ่มขึ้น แนวทางที่เว็บ 2.0 ของไทยส่วนใหญ่ใช้กันอยู่ก็คือการนำรูปแบบหรือแนวคิดของเว็บ 2.0 ในต่างประเทศมา Localize สำหรับคนไทย ซึ่งคำว่า Localize ในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงการแปลเป็นภาษาไทยเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงการตั้งชื่อเว็บ การสร้าง content และการใส่บรรยากาศที่เหมาะสำหรับคนไทยเข้าไปด้วย ตัวอย่างของการนำรูปแบบหรือแนวคิดจากต่างประเทศมาปรับใช้มีให้เห็นเยอะครับ ตั้งแต่ noknok.in.th ที่ดูเหมือนจะลอก twitter.com มาหมด friendflock.com เอา hi5.com มาเป็นต้นแบบ duocore.tv ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก diggnation.com ที่เป็นรายการข่าวไอทีออนไลน์ zickr.com ทำ Social Bookmark เหมือนกับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/09/how-to-strategically-differentiate-your-web-2-0-idea-from-others.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Knowledge Sharing 2.0 หลากหลายรูปแบบการแบ่งปันความรู้ (Wikipedia vs Yahoo! Answers vs Google Knol)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/08/knowledge-sharing-wikipedia-yahoo-answers-google-knol.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/08/knowledge-sharing-wikipedia-yahoo-answers-google-knol.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 Aug 2008 01:32:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[collective intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google knol]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge management]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge sharing]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[the long tail]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[wikipedia]]></category>
		<category><![CDATA[yahoo answers]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=366</guid>
		<description><![CDATA[ในสมัยก่อน รูปแบบของการแบ่งปันความรู้แก่กันถูกจำกัดอยู่ในวงแคบๆ พ่อแม่สอนการบ้านลูก ครูสอนหนังสือนักเรียน เพื่อนติวหนังสือให้เพื่อน หรือกว้างออกมาหน่อยก็คือนักเขียนเขียนหนังสือขายให้คนอ่าน การแบ่งปันความรู้ส่วนใหญ่เป็นแบบทางเดียว พ่อแม่สอนการบ้านลูก แต่ลูกไม่ได้สอนอะไรให้พ่อแม่ ครูสอนหนังสือนักเรียน แต่นักเรียนไม่ได้สอนหนังสือให้ครู นักเขียนเขียนให้อ่าน แต่คนอ่านก็ไม่ได้แบ่งปันอะไรกลับมาให้นักเขียน แต่ก็มีบ้างที่เป็นการแบ่งปันแบบหลายทาง เช่น เพื่อนติวหนังสือให้เพื่อน เพื่อนคนนึงอาจจะเป็นคนนำในการติว และเพื่อนอีกคนก็อาจจะถามคำถามที่ตัวเองสงสัยขึ้นมา ซึ่งเพื่อนที่เป็นคนติวอาจจะตอบไม่ได้ แต่ก็อาจจะมีเพื่อนคนอื่นๆ ที่ช่วยตอบให้ได้ หรือการเรียนการสอนในห้องเรียนสมัยใหม่ที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ครูอาจจะไม่ใช่ผู้ถ่ายทอดความรู้เพียงฝ่ายเดียว ไม่ใช่เอาแต่เขียนกระดานหรือปิ้งแผ่นใส แต่ครูเป็นเสมือน Facilitator ที่คอยกระตุ้นให้นักเรียนถ่ายทอดความรู้ของตัวเองให้เพื่อนๆ ฟัง โดยครูเป็นแค่คนคอยไกด์ให้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การแบ่งปันความรู้แบบหลายทางก็ยังจำกัดอยู่แค่ในวงแคบๆ เท่านั้น ภายในกลุ่มเพื่อนไม่กี่คนหรือในห้องเรียนเล็กๆ เพราะถ้าคนเยอะขึ้นเมื่อไรก็จะเกิดความโกลาหลขึ้นทันที ต่างคนต่างพูดจนไม่รู้จะฟังใคร หรือมีเวลาจำกัดที่ให้พูดกันทุกคนไม่ได้ ไม่งั้นไม่จบเรื่อง แต่พอมาถึงยุคของ Web 2.0 ยุคที่ใครๆ ก็เป็นผู้สร้างเนื้อหาได้ ยุคที่คอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพสูงมากและมีต้นทุนต่อหน่วยแทบจะเป็นศูนย์ ช่วยให้ข้อจำกัดด้านขนาดของการแบ่งปันความรู้แบบหลายทางลดลง ถ้าคุณอยากแบ่งปันความรู้ คุณก็แค่เขียนบล็อก และเปิดให้ผู้อ่านแสดงความคิดเห็นเข้ามาได้ ซึ่งก็จะช่วยเสริมความรู้ที่คุณนำเสนอให้มีความแข็งแรงมากขึ้น แต่นอกจากบล็อกแล้วก็ยังมีรูปแบบการแบ่งปันความรู้แบบหลายทางอื่นๆ อีก ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ 3 แห่งที่มีรูปแบบที่แตกต่างกัน ได้แก่ Wikipedia, [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/08/knowledge-sharing-wikipedia-yahoo-answers-google-knol.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Pantip.com รอวันก้าวสู่เว็บไซต์มหาชน (นิตยสาร eLife พฤษภาคม 2545)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/07/elife-magazine-may-2545.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/07/elife-magazine-may-2545.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Jul 2008 10:11:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เป็นข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=353</guid>
		<description><![CDATA[นับแต่ฟองสบู่ในธุรกิจดอทคอม (.com) แตกสลายลงเมื่อปลายปี 2543 เว็บไซต์จำนวนมากของไทยก็เริ่มทยอยปิดตัวลงทีละราย จนเหลือเว็บไซต์ที่ยังยืนหยัดต่อไปจำนวนไม่มากนัก ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าไม่ลดขนาดองค์กรลงเพื่อประคองตัวให้รอด ก็เบนเข็มเปลี่ยนทิศทางธุรกิจไป แต่เว็บไซต์ Pantip.com ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ก่อนการเกิดกระแสบูมของธุรกิจดอทคอมในปี 2541-2543 ไม่เป็นเช่นนั้น นอกจากจะไม่ต้องลดขนาดองค์กรลง หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจแล้ว ยังสามารถเติบโตและแสดงบทบาท Web Community ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเมืองไทยได้อย่างต่อเนื่อง และยังได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ความสำเร็จในฐานะเว็บไซต์ที่โดดเด่นรายหนึ่งของไทยเกิดจากการที่ Pantip.com วางบทบาทตัวอย่างไว้ชัดเจนว่าเป็นเว็บชุมชนที่มีบริการเว็บบอร์ด (Webboard) เป็นจุดแข็งมาตลอดเกือบ 6 ปี โดยไม่ได้เปลี่ยนสีแปรธาตุไปตามกระแสเย้ายวนของธุรกิจดอทคอม ทั้งยืนหยัดให้บริการผู้ใช้เน็ตแบบกิจการสาธารณะด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมทำงานในฐานะผู้แจ้งเบาะแสกระทู้ที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการจัดกิจกรรมสัมพันธ์กับสมาชิกเป็นประจำทุกปี Pantip.com จึงไม่ใช่เพียงแค่สื่อในโลกออนไลน์เท่านั้น หากแต่เป็นทั้งชุมชนเสมือน (Virtual Community) และชุมชนที่มีตัวตนแท้จริงของสังคมอินเทอร์เน็ตในเมืองไทยด้วย บทสนทนาระหว่าง eLife กับ วรพจน์ หิรัญประดิษฐกุล Contents Manager และ อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ โปรแกรมเมอร์ผู้ดูแลระบบ ซึ่งเป็นผู้ร่วมบุกเบิกและเป็นกำลังสำคัญของเว็บไซต์ Pantip.com ที่เริ่มต้นมาจากเคยเป็นผู้ใช้มาก่อน จึงเป็นภาพสะท้อนที่ทำให้เราได้มองเห็นด้านในของชุมชนออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของไทยมากขึ้น อีกทั้งได้รับรู้ความจริงว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ eLife : ขณะนี้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/07/elife-magazine-may-2545.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องเล่น ๆ ที่เป็นเงิน (นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2542)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/07/manager-magazine-july-2542.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/07/manager-magazine-july-2542.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Jul 2008 21:02:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เป็นข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[sanook.com]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=352</guid>
		<description><![CDATA[บรรดานักโต้คลื่นชาวไทยบนอินเตอร์เน็ตหลายคนคุ้นเคยกับเว็บไซต์ pantip.com หรือ sanook.com เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันบนเว็บไปแล้ว ในแต่ละวันจะมีคนจำนวนมากที่เปิด (log in) เข้าเว็บไซต์เหล่านี้เพื่อหาเพื่อนใหม่ในห้องสนทนา (Chatroom) หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกระทู้ต่างๆ ในห้องที่จัดแบ่งไว้ตามความสนใจ และมีอีกไม่น้อยที่เข้าไปหาซื้อชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ อาทิ โมเด็ม ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอม แต่ละวันจะมีคนล็อกอินเข้าไปในเว็บไซต์ของ pantip. com และ sanook.com ไม่ต่ำกว่า 50,000 รายต่อวัน เป็นตัวเลขที่น่าสนใจไม่น้อยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในไทยที่มีอยู่ประมาณ 2-3 แสนราย ยิ่งเมื่อบวกกับกระแสความสำเร็จของ yahoo.com หรือพวกบรรดา amazon.com ในสหรัฐอเมริกา เป็นแรงส่งทำให้ pantip.com และ sanook.com ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จนทำให้เกิดคำถามว่า จะมีเว็บไซต์คนไทยที่จะสามารถเดินตามรอยบรรดา yahoo.com หรืออะเมซอนดอทคอม ที่ร่ำรวยจากการขายหุ้นหรือเข้าตลาดหลักทรัพย์ แม้ว่าเนื้อแท้ของธุรกิจจะขาดทุนก็ตาม &#8220;ผู้จัดการ&#8221; สนทนากับ วันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้สร้างเว็บไซต์ pantip.com พร้อมกับทีมงานอีก 2 คนในบ่ายวันหนึ่งที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อภิศิลป์ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/07/manager-magazine-july-2542.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถ้าเว็บไซต์คือหุ้น ลองมาวิเคราะห์กราฟทางเทคนิคกัน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/02/technical-analysis-for-web-site-as-a-stock.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/02/technical-analysis-for-web-site-as-a-stock.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Feb 2008 18:56:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/02/technical-analysis-for-web-site-as-a-stock.html</guid>
		<description><![CDATA[เคยเห็นกราฟราคาหุ้นกันมั้ยครับ? กราฟที่มีแกน X เป็นเวลา แกน Y เป็นราคา ในพื้นที่กราฟมีเส้นหยึกหยักขึ้นๆ ลงๆ ช่วงไหนมีข่าวดีเส้นกราฟก็พุ่งขึ้น ช่วงไหนเจอข่าวร้ายเส้นกราฟก็ดิ่งเหว กราฟจึงเป็นเสมือนภาพสะท้อนของเหตุการณ์ในอดีต ผมเลยนึกเล่นๆ ไปว่าถ้าเว็บไซต์ต่างๆ เป็นเสมือนหุ้น แล้วเรานำมาพล็อตกราฟบ้าง โดยให้แกน X เป็นเวลาเหมือนเดิม ส่วนแกน Y เปลี่ยนเป็นปริมาณคนเข้าเว็บ เราก็น่าจะได้เห็นภาพอะไรบางอย่าง ลองมาดูกันครับ TRIRONG   หุ้นตัวแรกที่จะวิเคราะห์ก็คือ TRIRONG เป็นหุ้นที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 1999 แต่เพิ่งเข้าตลาดเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้วนี่เอง พอเข้าตลาดปุ๊บ ราคาหุ้นก็ค่อยๆ ขยับตัวขึ้น โดยเริ่มไต่ระดับสูงขึ้นในเดือนพฤษภาคม และพุ่งขึ้นอย่างแรงช่วงต้นเดือนมิถุนายน หลังจากนั้นก็ทรงๆ จนถูกเจ้ามือทุบในเดือนธันวาคมและช้อนคืนจนมาแตะระดับสูงสุดในเดือนมกราคม สุดท้ายเจ้ามือก็ทิ้งแบบหา floor ไม่เจอ ช่างน่าตื่นเต้นเหมือนเล่นรถไฟเหาะ นี่ไม่ใช่การแตกพาร์ด้วยนะ มันตกจริงๆ เหตุการณ์จริงก็คือเว็บไซต์ trirong.com ได้ทำ keyword farm ขึ้นมาเพื่อดึงคนที่ใช้ Google ให้เข้าเว็บนี้ ผมคิดว่าคนที่ใช้ Google บ่อยๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/02/technical-analysis-for-web-site-as-a-stock.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>4 สุดยอด CEO ดอทคอมไทยประจำปี 2550</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/12/top-four-ceo-of-thai-dotcom.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/12/top-four-ceo-of-thai-dotcom.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 Dec 2007 16:57:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[bloggang.com]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[google maps]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[kapook.com]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[sanook.com]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[tarad.com]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/12/top-four-ceo-of-thai-dotcom.html</guid>
		<description><![CDATA[เป็นธรรมเนียมไปแล้วที่สื่อมวลชนต่างๆ มักจะจัดอันดับสุดยอดข่าวหรือสุดยอดบุคคลประจำปีในช่วงเวลาใกล้สิ้นปีแบบนี้ ผมก็เลยขอจัดอันดับบ้างโดยหัวข้อคือ &#8220;4 สุดยอด CEO ดอทคอมไทยประจำปี 2550&#8243; ทำไมต้อง 4 ด้วย? ทำไมไม่ 10 เหมือนปกติที่คนอื่นทำกัน เหตุผลก็คือผมรู้จัก CEO ของเว็บไทยไม่ถึง 10 คน และ 4 คนที่ผมจะเขียนถึงต่อไปนี้คือบุคคลที่ผมเคยพบเจอตัวจริงแล้ว บางคนเคยมาบรรยาย บางคนเคยพูดคุยด้วย และบางคนเคยร่วมงานด้วย ไม่มีการจัดอันดับว่าใครเหนือกว่าใครนะครับ เนื่องจากไม่รู้จะใช้เกณฑ์อะไรดี เอาเป็นว่าผมเขียนเรียงตามลำดับชื่อละกัน ต่อบุญ พ่วงมหา ผู้ที่พลิกชะตาชีวิตให้เอ็มเว็บเปลี่ยนจากขาดทุนเป็นกำไร ถ้าไม่มีเขาคนนี้ เอ็มเว็บอาจจะต้องขายเว็บทิ้งเพื่อตัดขาดทุนและขนเงินกลับแอฟริกาใต้ไปแล้วก็ได้ หากใครยังพอจำได้ว่าในช่วงปี 2543 ที่บริษัทจากแอฟริกาใต้เข้ามาในประเทศไทย และเริ่มต้นด้วยการเข้าซื้อกิจการเว็บไซต์ Sanook.com แล้วตามด้วยเว็บไซต์ขนาดกลางอีกหลายเว็บ เอ็มเว็บใช้กลยุทธ์แบ่งผู้ใช้เว็บออกเป็นสองกลุ่ม ใครชอบเล่นเว็บ Portal ให้มาที่ Sanook.com ใครชอบเว็บที่มี Content ให้อ่านเยอะๆ ให้ไปที่ Mweb.co.th การทุ่มเททรัพยากรจำนวนมากไปกับการพัฒนา Content เป็นกลยุทธ์ที่ผิดพลาด รายได้ที่เข้ามาไม่เพียงพอต่อรายจ่ายปริมาณมหาศาล จึงต้องมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ พร้อมกับการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/12/top-four-ceo-of-thai-dotcom.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>23</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อมูลรกสมองที่ผมได้จาก Google Analytics</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/11/insignificant-data-i-know-from-google-analytics.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/11/insignificant-data-i-know-from-google-analytics.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Nov 2007 19:37:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[google analytics]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/11/insignificant-data-i-know-from-google-analytics.html</guid>
		<description><![CDATA[บล็อกของผมติดเครื่องมือวัดสถิติคนเข้าเว็บของ Google Analytics ได้หลายเดือนแล้ว ผมชอบเข้าไปดูทุกวันว่าสถิติคนเข้าเว็บในแต่ละวันเป็นอย่างไรบ้าง คนรู้จักเว็บผมจากทางไหนบ้าง คีย์เวิร์ดที่คนใช้ค้นจนพบเว็บผมคือคีย์เวิร์ดอะไร เป็นต้น ข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่ไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่ ลองสรุปออกมาสนุกๆ ครับ หลังจากวันที่ 20 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 14 ตุลาคม ผมไม่ได้อัพเดทบล็อกเลย และไม่ได้โปรโมทบล็อกที่ไหนเลยด้วย เรียกได้ว่าทิ้งไปเลย เพราะมัวแต่ไปติด AF4 พอจบซีซั่นแล้วก็ไปเร่งปั่นหนังสือให้เสร็จ ตอนแรกผมคิดว่าช่วงที่ห่างหายจากการเขียนบล็อกไป คงจะมีคนเข้าบล็อกหรอมแหรมวันละไม่ถึงสิบคน แต่พอลองสรุปข้อมูลจาก Google Analytics (ผมใช้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 14 ตุลาคม เพื่อทิ้งระยะจากบทความสุดท้ายออกมาหน่อย) ก็พบว่ามีคนเข้าบล็อกผมเฉลี่ยวันละ 71.80 คน ถือว่าเกินคาดครับ ในช่วงเวลาดังกล่าว คนเข้าบล็อกผมผ่านทาง search engine สูงถึง 55.1% เข้ามาจากเว็บไซต์อื่นๆ 31.7% และอีก 13.2% เข้าตรง (สงสัยจะ bookmark บล็อกผมไว้แล้วแวะเข้ามาเรื่อยๆ เพื่อพบว่าผมยังไม่อัพเดทซักที) เว็บไซต์ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/11/insignificant-data-i-know-from-google-analytics.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Next E-Business Model 2.0 คุณจะเป็นเศรษฐีออนไลน์ได้อย่างไรในยุคนี้</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/06/next-e-business-model-20-2.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/06/next-e-business-model-20-2.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Jun 2007 06:44:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>
		<category><![CDATA[online classifieds]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[pantipmarket.com]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[transaction cost]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/06/next-e-business-model-20-2.html</guid>
		<description><![CDATA[E-Business Model 1.0 &#8211; Digitize the offline world ผมเข้าสู่แวดวงดอทคอมครั้งแรกในปี 2538 ซึ่งเป็นปีที่ผมหัดเขียนโฮมเพจโดยใช้ Notepad และเปิดดูโดยใช้ Netscape พอในปี 2539 ผมได้พัฒนาเว็บไซต์สำหรับส่งเพจได้ทุกค่าย ไม่จำกัดจำนวนหมายเลข ไม่จำกัดความยาวของข้อความที่ใช้ส่ง และยังพัฒนาเว็บไซต์ส่งอีการ์ดที่เป็นเว็บของคนไทยเว็บแรกๆ แต่ถ้าถามว่าแล้วผมเข้าสู่แวดวง &#8220;ธุรกิจ&#8221; ดอทคอมครั้งแรกเมื่อไร ก็คงจะต้องตอบว่าในปี 2540 ที่ได้เข้าไปเป็นทีมงานรุ่นแรกของ Pantip.com เว็บไซต์ที่ถึงแม้จะไม่ได้มีภาพความเป็นธุรกิจจ๋า แต่ก็มีโมเดลธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ได้อย่างยั่งยืน และคงจะเป็นเว็บไทยเพียงไม่กี่แห่ง ที่มีอายุยืนยาวกว่า 10 ปี โดยใช้เงินลงทุนเพียง 200,000 บาท ไม่มีการเพิ่มทุน ไม่มีการขายหุ้นเพื่อหาเงินเพิ่ม แต่เติบโตจนถึงทุกวันนี้ได้ก็ด้วยกำไรสะสมเพียงอย่างเดียว ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับคุณวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ที่มีวิสัยทัศน์และมุมมองต่อธุรกิจดอทคอมที่เฉียบขาด ในยุคเกือบ 10 ปีที่แล้ว ที่เราอาจจะเรียกว่ายุค 1.0 ซึ่งผมเรียกชื่อยุคนี้ว่า Digitize the offline world วิธีการคิดหาโมเดลธุรกิจดอทคอมในยุคนี้นั้นง่ายมาก เพียงแค่นึกถึงสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราในโลกที่จับต้องได้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/06/next-e-business-model-20-2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

