<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; p2p</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/p2p/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Thu, 12 Aug 2010 13:22:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>ผลกระทบของเพลงดิจิตอลต่ออุตสาหกรรมเพลงในปี 2001 ตอนที่ 2</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry2.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry2.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Jan 2008 17:20:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[drm]]></category>
		<category><![CDATA[early majority]]></category>
		<category><![CDATA[ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[mp3]]></category>
		<category><![CDATA[p2p]]></category>
		<category><![CDATA[value chain]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry2.html</guid>
		<description><![CDATA[จากเนื้อหาในตอนที่แล้วที่ได้รู้จักกับอุตสาหกรรมเพลงและวิกฤตการณ์ MP3 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมนี้อย่างรุนแรง ในตอนนี้จะวิเคราะห์ต่อว่าค่ายเพลงต่างๆ จะต้องรับมือกับวิกฤตนี้อย่างไร กลยุทธ์การรับมือจากอุตสาหกรรมเพลง สิ่งที่ทั้ง 5 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ทำก็คือการฟ้องร้อง Napster และบริษัทอื่นๆ ที่ให้บริการดาวน์โหลดเพลงแบบละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากต้องการให้มีบรรทัดฐานทางกฎหมายเกิดขึ้นเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ของสื่อดิจิตอล นอกจากนี้ก็เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างไม่ให้มีบริษัทอื่นๆ ทำตาม ถึงแม้ว่าสื่อดิจิตอลจะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายแล้ว แต่การละเมิดลิขสิทธิ์ก็ยังเกิดขึ้นต่อไป เพราะต้นเหตุที่แท้จริงของการละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ที่ตัวผู้บริโภคที่ต้องการฟังเพลงโดยไม่ต้องการเสียเงินซื้อซีดี ค่ายเพลงจึงได้ตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจขายเพลงออนไลน์ในเวลาต่อมา ในระหว่างการดำเนินคดีของ Napster เกือบทุกค่ายเพลงมองว่า Napster เป็นศัตรูของธุรกิจ แต่ก็มีสถานการณ์ Game Theory เกิดขึ้น โดยที่ Bertelsmann eCommerce Group (BeCG) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านอีคอมเมิร์ซของ BMG Entertainment ที่เป็นหนึ่งในโจทก์ร่วมกับค่ายเพลงอื่นๆ ในการฟ้อง Napster ได้เข้าเป็นหุ้นส่วนกับ Napster และเปลี่ยนวิสัยทัศน์รวมถึงกลยุทธ์ให้ Napster เป็นเว็บไซต์ที่ขายเพลงแบบสมาชิกจ่ายรายเดือน ทำให้ BMG Entertainment ก้าวนำคู่แข่งในธุรกิจขายเพลงออนไลน์ทันที โดยที่คู่แข่งไม่สามารถตามได้ทัน เนื่องจากค่ายเพลงอื่นๆ ไม่มีความรู้ด้านธุรกิจออนไลน์ รวมถึงไม่สามารถสร้างฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ได้เทียบเท่ากับ Napster นอกจากนี้ การร่วมมือกับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลกระทบของเพลงดิจิตอลต่ออุตสาหกรรมเพลงในปี 2001 ตอนที่ 1</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry1.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry1.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jan 2008 15:53:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[five forces]]></category>
		<category><![CDATA[mp3]]></category>
		<category><![CDATA[p2p]]></category>
		<category><![CDATA[value chain]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry1.html</guid>
		<description><![CDATA[อุตสาหกรรมเพลงในระดับโลกมีฐานะมั่นคงมาอย่างยาวนาน มีค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่แข่งขันกันในอุตสาหกรรมเพียง 5 ราย ได้แก่ Warner Music Group, BMG Entertainment, Sony Music Entertainment, Universal Music Group และ EMI ในปี 2003 ยอดขายเพลงทั่วโลกมีมูลค่า 37,000 ล้านเหรียญ โดย 5 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่มียอดขายรวมกันสูงถึง 80% ของยอดขายเพลงทั่วโลก ทั้ง 5 ค่ายเพลงสามารถควบคุม Value Chain ของอุตสาหกรรมได้อย่างเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่การสร้างสรรค์งานเพลง การผลิตแผ่นซีดี ไปจนถึงการจัดจำหน่ายในขั้นสุดท้ายก่อนถึงมือผู้บริโภค ค่ายเพลงทุกรายต่างทุ่มทุนในการพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่ายผ่านหน้าร้านเพื่อให้สินค้าสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนกระทั่งในปี 1999 สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อบริษัทเล็กๆ อย่าง Napster ได้ออกซอฟท์แวร์ฟรีที่ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกสามารถร่วมแบ่งปันไฟล์เพลง MP3 กันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เหตุการณ์นี้ได้สั่นคลอนยอดขายเทปและซีดีของค่ายเพลงอย่างรุนแรง และนำมาซึ่งการฟ้องร้อง Napster จนต้องหยุดให้บริการในที่สุด แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากยังมีซอฟท์แวร์ตัวอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมากที่ให้บริการที่คล้ายคลึงกับ Napster [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Technology Convergence การบรรจบกันของเทคโนโลยี ทำให้เกิดธุรกิจใหม่เสมอ</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/06/technology-convergence.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/06/technology-convergence.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 Jun 2007 15:44:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[convergence]]></category>
		<category><![CDATA[p2p]]></category>
		<category><![CDATA[youtube]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/06/technology-convergence.html</guid>
		<description><![CDATA[หลายคนมักจะคิดว่าการคิดค้นรูปแบบธุรกิจใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะในยุคที่ธุรกิจต่างๆ ถูกจับจองไปหมดแล้ว ความคิดนี้อาจจะถูกเพียงครึ่งเดียว ถึงแม้ว่าธุรกิจในรูปแบบเดิมๆ จะมีคู่แข่งขันอยู่เต็มไปหมด แต่ก็ยังมีโอกาสธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งเกิดขึ้นมาได้เพราะเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้น ย้อนกลับไปในปี 2000 ยุคที่โปรแกรมแชร์ไฟล์เพลง Napster กำลังโด่งดัง ในยุคนั้น โลกของธุรกิจเพลงถูกครอบงำโดยค่ายเพลงยักษ์ใหญ่เพียง 5 ค่าย ซึ่งกินส่วนแบ่งการตลาดรวมกันมากกว่า 80% และมีธุรกิจที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การผลิตเพลงจนถึงการจัดจำหน่าย เป็นเรื่องยากมากที่คู่แข่งจะแทรกตัวเข้าไปได้ แต่เมื่อนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมดาๆ คนหนึ่งได้พัฒนาโปรแกรม Napster ขึ้น ยักษ์ใหญ่ก็ถูกเขย่าบัลลังก์ นักศึกษาคนนี้คงจะไปทำร้ายค่ายเพลงไม่ได้ถ้าโลกนี้ปราศจากเทคโนโลยี MP3, CD Ripper และ P2P เทคโนโลยีการบีบอัดไฟล์เพลง MP3 ถูกพัฒนาขึ้นโดย MPEG องค์กรภายใต้ ISO ผู้กำหนดมาตรฐานสินค้าหลายๆ อย่างบนโลกนี้ MP3 ช่วยให้ไฟล์เพลงความยาว 5 นาที ที่มีขนาดมากกว่า 50 MB หดเล็กลงเหลือเพียง 5 MB ง่ายที่จะ copy ให้คนอื่น [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/06/technology-convergence.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>MIS &#8211; P2P Technology</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/04/mis-p2p-technology.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/04/mis-p2p-technology.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2007 13:23:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[p2p]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/04/mis-p2p-technology.html</guid>
		<description><![CDATA[P2P คืออะไร? ทำงานอย่างไร? Peer-to-peer (P2P) เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบ client-client โดยที่ client แต่ละเครื่องมีข้อมูลเก็บอยู่ และสามารถจำลองตนเองเป็น server เพื่อเปิดให้ client เครื่องอื่นๆ สามารถเข้ามาโหลดข้อมูลจากเครื่องของตนเองได้โดยอาศัยพลังงานและ bandwidth ที่เครื่องตนเองมี ซึ่งจะแตกต่างกับการสื่อสารแบบ client-server ที่มี server เก็บข้อมูลไว้เพียงเครื่องเดียว และเปิดให้ client เครื่องอื่นเข้ามาโหลดข้อมูล Client-Server (centralized information) Client-Client (distributed information) จุดเด่นที่ P2P เหนือกว่า client-server คือการกระจายตัวของข้อมูลที่กระจายอยู่ในเครื่อง client ต่างๆ โดยไม่กระจุกตัวอยู่ที่ server เพียงเครื่องเดียว ทำให้ข้อมูลสามารถแพร่กระจายตัวออกไปได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ไม่มีข้อจำกัดที่จะต้องผูกติดอยู่กับ server เครื่องใดเครื่องหนึ่ง ซึ่งมักจะมีปัญหาความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่ลดลงเมื่อจำนวน client เพิ่มสูงขึ้น และอาจมีปัญหาไม่สามารถกระจายข้อมูลได้ถ้า server เครื่องนั้นมีปัญหาด้านการเปิดให้บริการ เช่น ถูกผู้บุกรุกโจมตี หรือถูกสั่งระงับการให้บริการ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/04/mis-p2p-technology.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
