<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; online advertising</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/online-advertising/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Thu, 12 Aug 2010 13:22:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>และแล้ว Twitter Advertising ก็เกิดขึ้นจริง</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/01/twitter-advertising-became-real.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/01/twitter-advertising-became-real.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Jan 2009 15:47:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[advertising network]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=497</guid>
		<description><![CDATA[ผมเคยเขียนบทความเรื่องการโฆษณาผ่าน Twitter ไว้เมื่อปีที่แล้ว (อ่าน Twitter Advertising โฆษณาแบบเรียลลิตี้สู่สายตาแฟนคลับ) ซึ่งในวันนี้ โฆษณาในรูปแบบใหม่ผ่านทาง Twitter ก็เกิดขึ้นจริงแล้วครับ TwittAd เป็นบริการ Advertising Network ที่จับคู่ระหว่าง Tweeple (ผู้ใช้ Twitter) ที่ต้องการมีรายได้จากการใช้ Twitter และนักโฆษณาออนไลน์ที่ต้องการประชาสัมพันธ์แบรนด์หรือสินค้าของตนผ่านทาง Social Media อย่าง Twitter โดยค่าโฆษณาที่ TwittAd เรียกเก็บจากผู้ลงโฆษณา จะถูกนำมาจ่ายให้กับ Tweeple สูงถึง 95% รูปแบบหลักในการโฆษณาของ TwittAd คือการนำแบนเนอร์โฆษณาไปวางบนพื้นหลังของหน้า Twitter ของคุณ ซึ่งเดิมทีอาจจะเป็นรูปท้องฟ้าและก้อนเมฆ พื้นหลังของคุณก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็นรูปที่ผู้ลงโฆษณาต้องการ เมื่อ Follower ของคุณทั้งที่มีอยู่แล้ว และที่กำลังจะติดตามชีวิตคุณในอนาคต เข้ามาดูหน้า Twitter ของคุณ เขาก็จะมองเห็นโฆษณาทันที ทั้งนี้คุณไม่ต้องเป็นคนเปลี่ยนพื้นหลังเอง เพราะ TwittAd จะเปลี่ยนให้โดยใช้ Twitter API รูปแบบการโฆษณาบนหน้า Twitter ของคุณ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/01/twitter-advertising-became-real.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Software-as-a-Service ทางรอดของธุรกิจดอทคอมในปี 2552</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2008 10:11:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[crm]]></category>
		<category><![CDATA[micro-blogging]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[salesforce]]></category>
		<category><![CDATA[software as a service]]></category>
		<category><![CDATA[yammer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=469</guid>
		<description><![CDATA[จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่กำลังถดถอย ธุรกิจหลายแห่งจะต้องปรับตัว เราเริ่มเห็นสัญญาณกันบ้างแล้วที่บริษัทหลายแห่งเริ่มชะลอการจ้างพนักงานเพิ่ม บางแห่งไม่มีการจ้างเพิ่มเลย และบางแห่งก็ใช้วิธีย้ายพนักงานไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้พนักงานตัดสินใจลาออกด้วยตัวเอง โดยบริษัทไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้ ในช่วงวิกฤตแบบนี้ ผู้บริหารส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจรักษากระแสเงินสดในปัจจุบันไว้ให้ได้มากที่สุด อย่างที่รู้กันว่าบริษัทจะขาดทุนมากแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ขอให้มีเงินสดมากพอที่จะจ่ายหนี้ได้ก็พอ แต่ถ้าวันไหนที่เจ้าหนี้เรียกเก็บเงินแล้วบริษัทไม่มี (ไม่หนี ไม่จ่าย) นั่นก็แปลว่าบริษัทเข้าสู่ภาวะล้มละลายหรือเจ๊งนั่นเอง จะเห็นได้ว่าตอนนี้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในอเมริกากำลังรอลุ้นเงินจากรัฐบาลที่จะช่วยประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดต่อไปได้ วิธีการตัดสินใจรักษากระแสเงินสดในปัจจุบันจะถูกนำไปประยุกต์ใช้กับทุกหน่วยงานภายในองค์กร แผนกไหนที่ใช้เงินอย่างเดียวโดยสร้างมูลค่าอะไรกลับคืนมาให้บริษัทไม่ได้ พนักงานในแผนกนั้นก็มีสิทธิ์จะถูกเลย์ออฟก่อน การลงทุนที่ต้องจ่ายเงินออกไปมากๆ แต่ต้องรอนานกว่าจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมา อย่างเช่นการโฆษณาเพื่อสร้างแบรนด์ที่ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ทันที ก็มักจะถูกระงับไว้ก่อน ค่าใช้จ่ายอะไรที่เป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของบริษัท ผู้บริหารก็จะเริ่มพิจารณาว่าจะมีทางใดที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายนั้นลงได้บ้าง วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจออนไลน์เช่นเดียวกัน แต่เป็นผลกระทบที่มีทั้งด้านลบและด้านบวก ในด้านลบ ผู้ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่มีรายได้จากการโฆษณาแบบ CPM (Cost Per Mille, Cost Per Thousand Impression) จะเริ่มพบว่ามีลูกค้าน้อยลง ตำแหน่งโฆษณาบนเว็บไซต์ว่างมากขึ้น ทั้งนี้เพราะลูกค้าจะเริ่มลดงบสำหรับการสร้างแบรนด์ที่ไม่ก่อให้เกิดยอดขายในระยะสั้นลง ขณะที่รูปแบบ CPA (Cost Per Action) จะได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะ Action ที่เป็นยอดขายหรือที่เรียกว่า CPS (Cost Per Sales) ที่เปิดโอกาสให้ใครก็ได้เข้ามาช่วยบริษัทขายของ โดยที่บริษัทไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้กับผู้ขาย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ควันหลงงานจิบกาแฟคนทำเว็บ &#8220;คนทำเว็บพบคนโฆษณา ทำเว็บอย่างไรให้ได้เงิน?&#8221;</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/06/jibcafe-publishers-meet-advertisers-monetize-your-web.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/06/jibcafe-publishers-meet-advertisers-monetize-your-web.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Jun 2008 17:51:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[search engine marketing]]></category>
		<category><![CDATA[webmaster]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=347</guid>
		<description><![CDATA[สมาคมผู้ดูแลเว็บไทยเพิ่งจัดงานจิบกาแฟคนทำเว็บในหัวข้อ &#8220;คนทำเว็บพบคนโฆษณา ทำเว็บอย่างไรให้ได้เงิน?&#8221; ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานล้นหลามเกือบ 80 คน มีทั้งเจ้าของเว็บ เอเจนซี่ และ Ad Network Provider ประเด็นสำคัญที่คนทำเว็บหลายคนอยากรู้ก็คือ เว็บของตัวเองเป็นเว็บเล็กๆ คนเข้าวันละไม่มาก จะทำอย่างไรถึงจะมีเม็ดเงินจากโฆษณาไหลเข้ามาเหมือนกับที่เว็บยักษ์ใหญ่ทำได้บ้าง? คำตอบของประเด็นนี้ก็คือไม่จำเป็นเสมอไปที่จะต้องเป็นเว็บใหญ่ๆ เท่านั้นถึงจะมีเงินจากโฆษณาเข้ามา ถ้าดูตามสถิติของ Truehits จะพบว่าเว็บไทยที่มี Unique IP วันละ 50,000 ขึ้นไป มีเพียงแค่ 50 เว็บเท่านั้นเอง แต่ยังมีเว็บอีกนับพันนับหมื่นที่เป็นเว็บขนาดเล็ก เชื่อหรือไม่ว่าเว็บใหญ่บางแห่งไม่มีโฆษณา ขณะที่เว็บเล็กอีกหลายแห่งกลับมีโฆษณา ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเอเจนซี่ไม่ได้ดูแต่ตัวเลขคนเข้าเว็บเพียงอย่างเดียว เว็บบางแห่งที่ทำ Black Hat SEO เพื่อดักให้คนเข้าเว็บเยอะๆ แต่พอคนเข้ามาแล้วก็ออกไปเพราะไม่พบสิ่งที่ตัวเองต้องการ เมื่อมีตัวเลขเยอะก็เอาไปคุยกับผู้ลงโฆษณาได้ แต่เอเจนซี่ก็จะรู้ว่าเว็บเหล่านี้ไม่ส่งผลดีต่อผู้ลงโฆษณาในระยะยาว เอเจนซี่จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพของเนื้อหาในเว็บด้วย นี่จึงเป็นช่องทางของเว็บขนาดเล็กที่มีคุณภาพ ถึงแม้ว่าจะเล็ก แต่ถ้าเป็นเว็บเฉพาะทางหรือนิชจริงๆ ก็จะมีสินค้าหรือแบรนด์บางอย่างที่เหมาะสมอยู่ นอกจากเรื่องคุณภาพของเว็บแล้ว ข้อมูลเชิงประชากรศาสตร์ (Demographic) ของคนเข้าเว็บก็ยังมีความสำคัญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพศ การศึกษา เป็นต้น เพราะผู้ลงโฆษณาก็ยังสนใจที่จะเจาะกลุ่มเป้าหมาย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/06/jibcafe-publishers-meet-advertisers-monetize-your-web.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สัมภาษณ์อีริค ชมิดท์ ซีอีโอกูเกิล: &#8220;คลื่นยักษ์ลูกต่อไปในอุตสาหกรรมโฆษณาก็คืออินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ&#8221;</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/05/interview-google-ceo-eric-schmidt-the-next-big-wave-in-advertising-is-the-mobile-internet.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/05/interview-google-ceo-eric-schmidt-the-next-big-wave-in-advertising-is-the-mobile-internet.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 May 2008 19:30:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[งานแปล]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[doubleclick]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[search engine marketing]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[yahoo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=335</guid>
		<description><![CDATA[หนังสือพิมพ์ของเยอรมัน Frankfurter Allgemeine Zeitung (FAZ) ได้สัมภาษณ์อีริค ชมิดท์ (Eric Schmidt) ซีอีโอของกูเกิล ถึงวิสัยทัศน์ของเขาต่อวงการโฆษณา วงการเว็บไซต์ และเส้นทางในอนาคตของกูเกิล FAZ: การตลาดบนเสิร์ชเอ็นจิ้นมันทำงานได้ดีมาก แต่ศักยภาพในการเติบโตในอนาคตของกูเกิลอยู่ที่ไหนล่ะ? อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ วิดีโอ หรือเว็บ 2.0? อีริค ชมิดท์: อย่างแรกเลยนะครับ ยังมีช่องทางในการสร้างรายได้จากเสิร์ชเอ็นจิ้นอีกมาก เราพัฒนาเทคโนโลยีให้ดีขึ้นเพื่อให้โฆษณาเจาะจงกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น มันไม่มีข้อจำกัดสำหรับการตลาดบนเสิร์ชเอ็นจิ้น คนมักจะคิดว่ามันมีข้อจำกัด แต่เรามีไอเดียอยู่เยอะแยะมากมายในเทคโนโลยีนี้ อย่างที่สอง พื้นที่ว่างขนาดใหญ่ที่ชัดเจนที่สุดในอุตสาหกรรมโฆษณาก็คืออินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ คนเยอรมันทุกคนมีโทรศัพท์มือถือ ลองดูจากความสำเร็จของไอโฟนสิครับ มันมีเว็บบราวเซอร์บนอุปกรณ์มือถือที่ทรงพลังอย่างแท้จริง และยังมีอย่างอื่นที่กำลังตามมาอีกมาก โนเกียก็กำลังมา แบล็กเบอรี่และโมโตโรล่าก็เช่นกัน ทั้งหมดนี้จะเปิดตัวภายในปีนี้ ด้วยผลิตภัณฑ์เหล่านี้ อุตสาหกรรมโฆษณาก็จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น เพราะโทรศัพท์คืออุปกรณ์ส่วนตัว ทำให้โฆษณาแบบเจาะจงบุคคลมีความเป็นไปได้ และนั่นหมายความว่ามูลค่าของอุตสาหกรรมโฆษณาก็จะเพิ่มสูงขึ้น คลื่นยักษ์ลูกต่อไปในอุตสาหกรรมโฆษณาก็คืออินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ FAZ: แล้วโฆษณาบนวิดีโอกับโฆษณาแบบรูปภาพล่ะ? อีริค ชมิดท์: ยังมีโอกาสอีกมากในโฆษณาบนวิดีโอและรูปภาพ แต่ก็มีบางอย่างที่คุณสามารถโฆษณาบนนั้นได้ แต่บางอย่างก็ไม่ได้ บางครั้งมันก็ใช้ได้ดี บางครั้งก็ไม่ ขณะที่โทรศัพท์มือถือใช้ได้ตลอดเวลา FAZ: เป็นไปได้ไหมที่ธุรกิจโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือจะใหญ่กว่าเว็บบนพีซี? [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/05/interview-google-ceo-eric-schmidt-the-next-big-wave-in-advertising-is-the-mobile-internet.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Twitter Advertising โฆษณาแบบเรียลลิตี้สู่สายตาแฟนคลับ</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/04/twitter-advertising-reality-ads.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/04/twitter-advertising-reality-ads.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Apr 2008 13:33:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[brand awareness]]></category>
		<category><![CDATA[micro-blogging]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/04/twitter-advertising-reality-ads.html</guid>
		<description><![CDATA[วันก่อนขณะที่ผมนั่งเล่น Twitter อยู่ตอนกลางดึก ผมลองนึกเล่นๆ ดูว่าถ้าผมจะนำ Twitter มาใช้ต่อยอดให้เกิดรายได้ขึ้นมา ผมจะทำอะไรได้บ้าง? ความคิดหนึ่งที่แวบเข้ามาในสมองก็คือการขายโฆษณาที่แฝงไปกับข้อความที่ผม tweet ออกไป คนที่อ่านข้อความของผมก็จะได้รับสารจากโฆษณาไปด้วย ก่อนอื่นต้องขออธิบายอย่างง่ายๆ ว่า Twitter คืออะไร เผื่อหลายคนยังไม่รู้จัก Twitter คือบริการที่ใช้สำหรับเขียนบล็อกแบบสั้นๆ หรือที่เรียกว่า Micro-blogging โดยที่ข้อความในแต่ละ entry จะมีความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ข้อความที่ผู้ใช้เขียนลงไปก็มักจะเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า &#8220;What are you doing?&#8221; หรือตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่? แล้วทำไมเราจะต้องป่าวประกาศบอกคนอื่นด้วยล่ะว่าเรากำลังทำอะไรอยู่? ให้ลองนึกดูว่าคุณมีใครสักคนที่คุณอยากรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่บ้างหรือเปล่า? ตอนนี้แม่กำลังทำอะไรอยู่ที่บ้านนะ? แฟนกำลังทำอะไรอยู่ที่บริษัท? หรือเพื่อนในกลุ่มกำลังทำอะไรสนุกๆ อยู่หรือเปล่า? ถ้าคุณอยากรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ คุณก็คงต้องโทรศัพท์ไปถามไถ่กัน แต่ถ้าทุกคนทำแบบนี้หมดเวลาที่อยากรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่ คนเราก็คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี นอกจากคอยตอบคำถามคนอื่นว่า &#8220;ฉันกำลังยืนเดินนั่งนอนอยู่&#8221; แต่ Twitter ช่วยให้คุณไม่ต้องคอยตอบคำถามเหล่านี้ คุณเพียงแค่บันทึกว่าขณะนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่ ผ่านหน้าเว็บไซต์ Twitter หรือโปรแกรม Instant Message อย่าง Google [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/04/twitter-advertising-reality-ads.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>23</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิเคราะห์ Game Theory ของเหตุการณ์ eBay Sellers คว่ำบาตร eBay.com</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Feb 2008 16:04:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[game theory]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html</guid>
		<description><![CDATA[ใครที่เป็นแฟนประจำ eBay คงทราบแล้วว่า eBay มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายใหม่ ซึ่งมีทั้งเรื่องค่าธรรมเนียมและเรื่องฟีดแบ็ก โดยที่การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นโยบายใหม่นี้ทำให้ผู้ขายสินค้าบน eBay จำนวนมากไม่พอใจ เพราะมีการปรับค่า Final Value Fee จากเดิม 5.25% เพิ่มขึ้นเป็น 8.75% ทำให้ผู้ขายมีต้นทุนค่าขายที่ต้องจ่ายให้ eBay เพิ่มขึ้นถึง 66% ความไม่พอใจนี้ทำให้เกิดปรากฎการณ์คว่ำบาตร มีการโพสต์คลิปวิดีโอปลุกระดมให้งดกิจกรรมทุกอย่างบน eBay ระหว่างวันที่ 18 &#8211; 25 กุมภาพันธ์ เว็บไซต์ Mashable รายงานว่าจำนวนประกาศสินค้าบน eBay ลดลง 3% ในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา จริงๆ แล้วเกมนี้ใครถือไพ่เหนือกว่าใคร เราลองมาดูกันครับ ก่อนอื่นลองวิเคราะห์กันก่อนว่าทำไม John Donahoe ถึงต้องมีนโยบายแบบนี้ออกมา? ลองดูภาพนี้ครับ John Donahoe ในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีม Management เมื่อเข้ามารับตำแหน่งแล้ว เขาจะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากผู้ถือหุ้น สิ่งที่ผู้ถือหุ้น EBAY [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โฆษณาออนไลน์ การหาจุดสมดุลระหว่างการเรียกร้องความสนใจกับการสร้างความรำคาญใจ</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/12/stop-annoying-online-advertising.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/12/stop-annoying-online-advertising.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Dec 2007 09:00:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[windows live messenger]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/12/stop-annoying-online-advertising.html</guid>
		<description><![CDATA[ใครที่เป็นแฟนประจำเว็บไซต์ที่คนไทยใช้งานมากเป็นอันดับสองอย่าง Hi5 ในช่วงที่ผ่านมาคงจะพบกับความรำคาญใจบางอย่างที่มาพร้อมกับโฆษณาเด็กหาวตัวนี้ โฆษณาของจริงเป็น flash ที่ไม่ได้มีแค่ภาพเคลื่อนไหวเพียงอย่างเดียว แต่ยังมี soundtrack ประกอบเป็นเสียงหาวหวอดที่ฟังแล้วน่ารำคาญมากๆ และเสียงที่ว่านี้ก็วนลูปไม่รู้จบอีกด้วย ทำให้ผมต้องกดปุ่มปิดเสียงบนโน้ตบุ๊กของตัวเองไปเลย มีโฆษณาแบบ flash หลายตัวที่มีความคิดสร้างสรรค์ดีครับ อย่างเช่นโฆษณาอาหารสุนัข IAMS ที่ใช้ลูกเล่นได้น่ารักมากกว่าน่ารำคาญ ถ้าผู้ใช้เอาเมาส์ไปวางบนแบนเนอร์ถุงอาหารที่อยู่ด้านหนึ่งของเว็บ เจ้าสุนัขหน้าย่นก็จะกระโดดดุ๊บๆ จากแบนเนอร์อีกด้านไปหาถุงอาหาร นี่เป็นการเรียกร้องความสนใจจากผู้เล่นเว็บโดยที่ไม่สร้างความรำคาญใจให้ แต่มีโฆษณาจำนวนมากที่พยายามเรียกร้องความสนใจจากผู้ใช้เว็บด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้ผู้ใช้เว็บเกิดความรำคาญใจ และแน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสินค้าหรือบริการที่โฆษณาด้วย โฆษณาประเภทแรกที่ผมมองว่าน่ารำคาญก็คือโฆษณาที่มาพร้อมกับเสียงโดยอัตโนมัติ อย่างโฆษณาเด็กหาวใน Hi5 หรือบางโฆษณาที่ดีหน่อย จะมีเสียงก็ต่อเมื่อเอาเมาส์ไปวางบนโฆษณา แต่ถ้าเสียงนั้นฟังแล้วไม่รื่นหูเลย แบบนี้ก็น่ารำคาญได้เหมือนกัน อย่างเช่นโฆษณาในเว็บดาวน์โหลดไฟล์ MegaShare.com ถ้าเอาเมาส์ลากผ่านโฆษณาตัวนี้ จะมีเสียงร้องออกมาว่า &#8220;Sayyyyy something&#8221; ซึ่งเป็นเสียงที่ออกแนวน่ารำคาญมากๆ และโฆษณานี้ถูกวางไว้ใกล้ๆ กับบริเวณที่ต้องใช้เมาส์คลิกเพื่อดาวน์โหลดซะด้วย ทำให้มีโอกาสที่ผู้ใช้จะใช้เมาส์ลากผ่านได้บ่อย พอเจอแบบนี้มากๆ เข้า เวลาผมใช้บริการเว็บนี้ก็จะต้องระวังอย่าให้เมาส์ไปโดนโฆษณาเข้า หรือบางทีก็เลี่ยงไม่ใช้เว็บนี้ไปเลย โฆษณาอีกประเภทที่น่ารำคาญก็คือโฆษณาที่ลอยอยู่บนหน้าเว็บ โดยส่วนใหญ่แล้วผมจะไม่ดูโฆษณาพวกนี้เลย แต่จะมองหาปุ่มปิดโฆษณาเพียงอย่างเดียว ที่แสบไปกว่านั้นก็คือบางโฆษณาจะไม่มีปุ่มปิดจนกว่าจะดูโฆษณาจนจบ อะไรมันจะพยายามยัดเยียดกันขนาดนั้น ผมอยากดูเนื้อหาของเว็บนะ ไม่ได้อยากดูโฆษณา โฆษณาบน Windows Live Messenger บางตัวก็น่ารำคาญเหมือนกัน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/12/stop-annoying-online-advertising.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>14</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ABDUL เอ้ย! ถามอะไรตอบได้ &#8211; ผลงานสุดเจ๋งจากเนคเทค</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/11/abdul-answers-your-questions.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/11/abdul-answers-your-questions.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Nov 2007 18:15:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[nectec]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[windows live messenger]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/11/abdul-answers-your-questions.html</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่เคยเขียนเรื่อง Bugham อยากรู้อะไร&#8230;ถามบักหำ ไปเมื่อสี่เดือนที่แล้ว วันนี้มีบริการอีกตัวมาแนะนำ เป็นบริการผ่าน Windows Live Messenger เหมือนกัน แต่สามารถตอบคำถามได้มากกว่า Bugham อีก บริการตัวนี้ชื่อ ABDUL เป็นผลงานของหน่วยปฏิบัติการวิจัยวิทยาการมนุษยภาษา (HLT) ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของเนคเทค องค์กรที่เป็นเสาหลักในวงการ ICT ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ลองมาดูกันก่อนครับว่าผมสามารถคุยอะไรกับ ABDUL ได้บ้าง เริ่มจากการทักทายกันก่อน มันคุยกับผมรู้เรื่องเหมือนกันแฮะ เมื่อเจอคน (โปรแกรม) ที่คุยกันรู้เรื่อง ก็ต้องถามชื่อกันเป็นธรรมเนียม นั่น&#8230; เล่นมุกเป็นด้วยนะ พอแนะนำตัวกันแล้วก็ต้องไต่ถามสารทุกข์สุขดิบกัน ถ้ามันไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูด มันจะทำเนียนด้วยคำว่า เหอๆ คุคุ อิอิ ไปเรื่อยครับ คราวนี้ลองถามอะไรแบบเป็นการเป็นงานดูบ้าง จะพบว่ามีการค้นข้อมูลจากเว็บไซต์สรรสารซึ่งเป็นเว็บไซต์ search engine ของไทย อีกหนึ่งผลงานของ HLT (แต่ทำไมไม่เจอบล็อกผม?) สามารถใช้เป็นพจนานุกรมได้ด้วย และที่เหนือไปกว่านั้นก็คือแปลประโยคภาษาอังกฤษเป็นไทยได้ โดยใช้บริการของเว็บภาษิต มีการดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ หลายเว็บเลยครับ จุดที่น่าสนใจของ ABDUL ที่แตกต่างจาก [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/11/abdul-answers-your-questions.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>62</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Pay Per Digg รับเงินเมื่อคลิกโหวต ขบวนการซื้อเสียงบน Social Bookmark</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/10/pay-per-digg-click-for-money-on-social-bookmark.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/10/pay-per-digg-click-for-money-on-social-bookmark.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Oct 2007 12:44:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/10/pay-per-digg-click-for-money-on-social-bookmark.html</guid>
		<description><![CDATA[บล็อกเกอร์ชาวไทยคงรู้กันดีว่าโมเดลหาเงินที่ได้รับความนิยมก็คือการนำโฆษณามาติดในบล็อก ไม่ว่าจะเป็น Google AdSense, Text Link Ads หรือล่าสุดคือ Widget Bucks โดยที่บล็อกเกอร์จะได้รับเงินก็ต่อเมื่อมีผู้คลิกที่โฆษณา (หรือบางคนอาจจะได้จากการแนะนำให้คนอื่นสมัคร) ซึ่งบล็อกเกอร์บางคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ใช้วิธีคลิกที่โฆษณาของตัวเองซะเลย และต้องพบกับความซวยในภายหลังได้เมื่อถูกผู้ให้บริการโฆษณาระงับ account แต่จะดีมั้ยถ้ามีคนจ่ายเงินเพื่อให้คุณคลิก? ผมกำลังพูดถึงโมเดลแบบ Pay Per Digg ครับ ผมไปเจอเว็บไซต์ Subvert and Profit เข้า ซึ่งเว็บไซต์นี้เป็นตัวกลางระหว่างผู้ที่อยากให้คนเข้าเว็บตัวเองผ่านทาง Digg เยอะๆ กับผู้ที่เล่น Digg อยู่แล้วและอยากหารายได้เสริม (น้องฮันท์ไดอารี่อีสแซวว่าผมชอบวิเคราะห์เว็บที่ทำตัวเป็นตัวกลางจับคู่อยู่เรื่อย) Digg คือเว็บไซต์ประเภท Social Bookmark ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถแนะนำเว็บไซต์ดีๆ ให้คนอื่นคลิกเข้าไปชมได้ เว็บไซต์ประเภทนี้จึงได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้ที่ต้องการ traffic เข้าเว็บของตัวเอง แต่ด้วยความที่ใครก็ได้ที่สามารถเพิ่มเว็บไซต์ลงไปได้ ทำให้มีทั้งเว็บไซต์ที่น่าอ่านและมีประโยชน์ และเว็บไซต์ที่มีเจตนาต้องการให้คนหลงเข้าไปเพื่อคลิกโฆษณาเพียงอย่างเดียว Digg จึงมีระบบ digg it ที่ให้ชุมชนคนเล่น Digg เป็นผู้ตัดสินว่าเว็บใดเป็นเว็บที่มีคุณภาพด้วยการคลิกโหวตให้แก่เว็บนั้น ในหน้าแรกของ Digg [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/10/pay-per-digg-click-for-money-on-social-bookmark.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>36</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bugham อยากรู้อะไร&#8230;ถามบักหำ</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/07/bugham.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/07/bugham.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Jul 2007 06:55:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[windows live messenger]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/07/bugham.html</guid>
		<description><![CDATA[มีโอกาสได้เจอโปรแกรมเด็ดๆ ฝีมือคนไทยที่ใช้แล้วต้องพูดว่า &#8220;คิดได้ไงเนี่ย&#8221; โปรแกรมตัวนี้มีชื่อว่า &#8220;บักหำ&#8221; โปรแกรมนี้ไม่ต้องดาวน์โหลดมาติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่โปรแกรมบนเว็บที่ต้องเปิดเว็บถึงจะใช้งานได้ แต่เป็นโปรแกรมที่ใช้งานผ่าน Windows Live Messenger โดยไม่ต้องติดตั้งปลั๊กอินอะไรทั้งสิ้น เพียงแค่ add contact เข้าไปเท่านั้นก็พอ contact ที่สามารถเลือก add ได้ก็มีดังนี้ครับ the-x-fun@hotmail.com bugham@hotmail.com the-x-fun1@hotmail.com the-x-fun2@hotmail.com the-x-fun3@hotmail.com เมื่อ add เรียบร้อยแล้ว คุณก็สามารถใช้บริการได้เลย หน้าที่หลักของโปรแกรมนี้คือการเป็นดิกชันนารีที่แปลได้ทั้ง ไทย-อังกฤษ อังกฤษ-ไทย และอังกฤษ-อังกฤษ เพียงแค่พิมพ์คำที่คุณต้องการทราบความหมายลงไป โปรแกรมก็จะตอบกลับมาทันที เช่น นอกจากนี้ยังสามารถดูดวงชะตารายวันได้ และเล่นทายปัญหาอะไรเอ่ยได้ ผมเชื่อว่าในอนาคตคงมีบริการสนุกๆ ออกมาให้ใช้อีกเพียบแน่นอน หันมามองในด้านธุรกิจบ้าง โปรแกรมแบบนี้สามารถสร้างรายได้จากการขายโฆษณาได้ไม่ยากเลยครับ ถ้ามีใครส่งข้อความมาถาม โปรแกรมก็จะตอบกลับไปพร้อมกับข้อความโฆษณา เช่น ถ้าส่งมาว่า &#8220;soda&#8221; ก็จะส่งคำแปลกลับไป พร้อมกับโฆษณาว่า &#8220;เป๊บซี่ดีที่สุด&#8221; เป็นต้น ดูแล้วคล้ายๆ Google AdWords เลยนะครับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/07/bugham.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>19</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
