<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; network effect</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/network-effect/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Thu, 12 Aug 2010 13:22:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>ผลผลิตจากค่าย INET Young Webmaster Camp 6</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Oct 2008 16:46:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[market differentiation]]></category>
		<category><![CDATA[network effect]]></category>
		<category><![CDATA[pantipmarket.com]]></category>
		<category><![CDATA[project management]]></category>
		<category><![CDATA[social]]></category>
		<category><![CDATA[thaisecondhand.com]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[webmaster]]></category>
		<category><![CDATA[ywc]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=443</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งกลับจากการเป็นวิทยากรและกรรมการตัดสินในค่าย INET Young Webmaster Camp 6 มาครับ ส่วนตัวผมภูมิใจกับเด็กรุ่นนี้มาก และชอบผลงานหลายชิ้นซึ่งมีไอเดียที่ดี มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้และรายได้ จะขอนำมาเล่าว่ามีเว็บไหนที่น่าสนใจบ้างครับ สองเว็บแรกเป็นเว็บที่มีรูปแบบเหมือนกับเว็บอื่นๆ ที่มีใช้งานกันอยู่แล้ว แต่มีการทำ Market Differentiation หรือการจับกลุ่มตลาดใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งก็คือเว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงาน และเว็บสำหรับแลกเปลี่ยนสินค้ามือสอง เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานก็ไม่ต่างอะไรกับเว็บหางานของผู้ที่จบการศึกษาแล้วครับ คือเป็นการจับคู่ระหว่างบริษัทที่ต้องการคน กับคนที่ต้องการงาน จะต่างออกมาหน่อยก็คือเว็บสำหรับนักศึกษาฝึกงานจะต้องมีพื้นที่สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยเข้าไปใช้งานด้วย หลักการทำงานของเว็บนี้เริ่มจากนักศึกษาที่ต้องการฝึกงานนำประวัติของตัวเองไปลงในเว็บ ส่วนบริษัทที่ต้องการนักศึกษาฝึกงานก็เข้ามาลงประกาศไว้ นักศึกษาสนใจงานไหนก็สมัครผ่านเว็บเข้าไปได้เลย เมื่อได้รับการคัดเลือกและทำการฝึกงานเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทก็จะกรอกแบบประเมินนักศึกษาทางเว็บเพื่อส่งให้อาจารย์มหาวิทยาลัย ส่วนนักศึกษาก็สามารถให้เรตติ้งกับบริษัทได้ว่าทำงานกับที่นี่แล้วได้ประโยชน์หรือประสบการณ์อะไรบ้าง ถ้าลองวิเคราะห์กันดีๆ จะเห็นว่าเว็บนี้มีโมเดลบางอย่างที่เหนือกว่าเว็บหางานทั่วไป ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือน PantipMarket เทียบกับ eBay กล่าวคือเว็บหางานทั่วไปคือ PantipMarket ที่เน้นไปที่การลงประกาศเพียงอย่างเดียว เมื่อลงประกาศไปแล้วก็ถือว่าจบกระบวนการของเว็บ ทางเว็บจะไม่มีข้อมูลว่าใครลงประกาศไปแล้วสามารถหาลูกค้าได้กี่คน ลูกค้าเป็นคนซื้อของอย่างสุจริตหรือเปล่า เช่นเดียวกับที่เว็บไม่รู้ว่าผู้ลงประกาศเป็นคนขายที่สุจริตหรือเปล่าด้วย ขณะที่เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานจะเป็นเหมือนกับ eBay ที่กระบวนการครอบคลุมทั้งการลงประกาศ จนเกิดการซื้อขายขึ้น มีการชำระเงิน และมีการให้ Feedback แก่กัน การที่เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานมีกระบวนการคล้ายกับ eBay จะทำให้มีข้อดีตรงที่เว็บจะมีประวัติทุกอย่างอยู่ในมือ เว็บจะรู้ว่านักศึกษาฝึกงานชอบบริษัทไหน รู้ว่านักศึกษาจากสถาบันไหนที่มีคุณภาพเพราะได้รับการประเมินที่ดีจากบริษัท [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Switching Cost ต้นทุนในการชิ่ง&#8230;บนโลกธุรกิจออนไลน์</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/03/switching-cost-online-business.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/03/switching-cost-online-business.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Mar 2008 13:41:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[network effect]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[switching cost]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/03/switching-cost-online-business.html</guid>
		<description><![CDATA[Switching Cost คือต้นทุนที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้าขาประจำ ถ้าลูกค้าคนนั้นชิ่งหนีจากการใช้สินค้าหรือบริการของผู้ค้ารายเดิม แล้วเปลี่ยนไปใช้สินค้าหรือบริการของผู้ค้ารายอื่นแทน ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือหลายคนจำใจจะต้องใช้บริการโทรศัพท์มือถือกับ Mobile Operator ที่ตัวเองไม่ชอบ ทั้งที่การเปลี่ยนค่ายนั้นทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ไปซื้อซิมใหม่มาใช้ในราคาเพียงไม่กี่บาท บางค่ายถึงขนาดตั้งโต๊ะแจกซิมฟรีกันเลยทีเดียว แต่จะพบว่าผู้ใช้จำนวนมากอาจจะรับซิมฟรีมาใช้จนหมดยอดเงินที่ให้ฟรีมา จากนั้นก็เปลี่ยนกลับไปใช้เบอร์ปกติของตัวเอง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะผู้ใช้มีต้นทุนแฝงที่สูงมากจนทำให้ยากที่จะชิ่งไปใช้ของค่ายอื่นได้ นั่นก็คือเขาไม่อยากเปลี่ยนเบอร์โทรของตัวเอง เพราะอาจจะต้องเก็บไว้ใช้ติดต่อด้านธุรกิจ หากใครยังจำได้ ในช่วงปีแรกของรัฐบาลทักษิณ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เคยมาออกรายการถึงลูกถึงคนของคุณสรยุทธ์ และพูดถึงระบบ Number Portability ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนค่ายโทรศัพท์มือถือได้โดยที่ยังใช้เบอร์โทรเดิมอยู่ หมอเลี้ยบบอกว่าโครงการนี้จะสำเร็จภายในหนึ่งปี ตอนนี้ก็ผ่านมาห้าปีแล้วยังไม่เห็นวี่แววใดๆ เพราะ Number Portability ทำให้ Switching Cost ของผู้บริโภคลดลงทันที และจะส่งผลต่อการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน ซึ่งก็จะกระทบไปถึงผลการดำเนินงานของบริษัทที่อดีตนายกเคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไปด้วย ยังมีตัวอย่างอื่นๆ ของ Switching Cost อีก เช่น ถ้าเรายกเลิกบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงก่อนกำหนด จะถูกยึดเงินมัดจำ ถ้าเราเปลี่ยนยี่ห้อของเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ใช้ เราต้องเสียเวลาเรียนรู้เมนูใหม่ หรือถ้าเราจะรีไฟแนนซ์เงินกู้ซื้อบ้าน เราก็ต้องเสียเวลาไปธนาคารเพื่อดำเนินการเรื่องเอกสารต่างๆ Switching Cost มีอยู่หลายรูปแบบ เช่น ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายเพราะเราเลิกสัญญา [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/03/switching-cost-online-business.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Network Effect ถ้าโลกนี้มีคนใช้ YouTube, eBay, Pantip แค่คนเดียว ผมก็คงไม่ใช้เว็บเหล่านี้เหมือนกัน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/04/network-effect-youtube-ebay-pantip.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/04/network-effect-youtube-ebay-pantip.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2007 12:29:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[diffusion of innovation]]></category>
		<category><![CDATA[early adopter]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[network effect]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[youtube]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/04/network-effect-youtube-ebay-pantip.html</guid>
		<description><![CDATA[แต่จะด้วยความบังเอิญหรือไม่ก็แล้วแต่ ก็มีคนทั่วโลกนับล้านคนที่ใช้บริการเว็บเหล่านี้ Network Effect คือคุณลักษณะที่คุณค่าหลักของสินค้าหรือบริการหนึ่งๆ ไม่ได้อยู่ที่คุณสมบัติของสินค้าหรือบริการนั้นๆ แต่อยู่ที่จำนวนผู้ใช้สินค้าหรือบริการ ยิ่งมีจำนวนมาก คุณค่าก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือถ้าทั้งโลกนี้มีคนใช้โทรศัพท์แค่คนเดียว คุณคงไม่คิดอยากมีโทรศัพท์ใช้ นอกจากว่าคุณจะเป็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนของคนเดียวคนนั้นที่มีโทรศัพท์ใช้ เพื่อที่คุณจะได้ใช้ติดต่อสื่อสารกับเขาได้ หรืออาจจะเพียงเพื่อความเท่ที่ได้เป็นคนรุ่นแรกๆ ที่ได้ใช้โทรศัพท์ก็ได้ แต่พอญาติพี่น้องของคนเดียวคนนั้นเริ่มใช้โทรศัพท์ ก็จะมีญาติพี่น้องของญาติพี่น้องที่อยากใช้บ้างตามมา ท้ายที่สุดแล้วผู้ใช้โทรศัพท์ก็ขยายเป็นเครือข่ายออกไปทั่วโลก คุณค่าหลักของโทรศัพท์จึงไม่ได้อยู่ที่แผงวงจรอิเล็คทรอนิคส์ภายในเครื่อง ไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์อันสวยงามจับถนัดมือของตัวเครื่อง แต่อยู่ที่เครือข่ายโทรศัพท์ที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วทั้งโลก จนเมื่อโทรศัพท์กลายเป็นสินค้าพื้นฐานที่ใช้กันทั่วโลกแล้ว ผู้คนก็จะไม่ได้พิจารณาเรื่องคุณค่าของเครือข่ายการสื่อสารอีก แต่จะไปสนใจที่ความสามารถพิเศษของเครื่องโทรศัพท์แทน หลักการของ Network Effect ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับบริการออนไลน์หลายอย่าง ที่โด่งดังมากในช่วงยุคดอทคอมบูมก็คือโปรแกรม ICQ ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับการสื่อสารด้วยข้อความแบบทันใจ (Instant Messaging) คุณค่าของโปรแกรมนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับคุณค่าของเครือข่ายโทรศัพท์เลย ถ้าคุณไม่มีคนรู้จักที่ใช้โปรแกรมนี้ คุณก็คงไม่รู้ว่าจะใช้มันไปทำไม Network Effect ที่ใช้จับคู่คนสองคนเข้าด้วยกันอีกแบบหนึ่งก็คือ eBay ซึ่งเป็นตลาดประมูลสินค้าออนไลน์ ทำหน้าที่จับคู่ผู้ขายสินค้าเข้ากับผู้ซื้อสินค้า ด้วยความนิยมที่แพร่กระจายไปทั่วโลก ทำให้เราสามารถขายสินค้าไทยให้กับคนอเมริกันได้โดยที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็นั่งอยู่ที่บ้านในประเทศของตัวเอง นอกจากเครือข่ายของการสื่อสารและการจับคู่คนแล้ว Network Effect ยังถูกนำมาใช้อธิบายปรากฎการณ์ของเครือข่ายผู้สร้าง content ด้วย อย่างเช่น YouTube ที่มีผู้คนจากทั่วโลกเข้าไปโพสต์ไฟล์วิดีโอไว้ และให้คนทั่วไปเข้าไปโหลดดูได้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/04/network-effect-youtube-ebay-pantip.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
