<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; micro-blogging</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/micro-blogging/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Thu, 12 Aug 2010 13:22:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>ลุ้นรับหนังสือ &#8220;รวมฮิต Twitter&#8221; ฟรี 20 เล่ม ง่ายๆ เพียงแค่ทวีต</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/07/win-twitter-super-hit-book.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/07/win-twitter-super-hit-book.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 28 Jul 2009 11:40:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[micro-blogging]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=847</guid>
		<description><![CDATA[แคมเปญนี้จบแล้ว ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมสนุกกันครับ ต้อนรับการวางแผงหนังสือ รวมฮิต Twitter หนังสือ Twitter ภาษาไทยเล่มแรก ทางสำนักพิมพ์ใจดีแจกหนังสือ 20 เล่มให้ผู้ใช้ Twitter ชาวไทย ง่ายๆ เพียงแค่ทวีตข้อความอะไรก็ได้ที่มีแท็กคำว่า #รวมฮิตtwitter (พิมพ์ติดกัน) และ follow @macroart เพื่อติดตามการประกาศผล ลุ้นรับหนังสือ &#8220;รวมฮิต Twitter&#8221; ฟรี 20 เล่ม ง่ายๆ เพียงแค่ทวีต http://bit.ly/12IMxZ #รวมฮิตtwitter คุณจะทวีต #รวมฮิตtwitter บ่อยแค่ไหนก็ได้ จะสร้างสรรค์ข้อความอย่างไรก็ได้ ผมจะใช้วิธีสุ่มแจกรางวัลให้วันละ 4 คน ติดต่อกัน 5 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2552 เวลา 20.00 น. ไปจบวันที่ 2 สิงหาคม 2552 เวลา 20.00 น. [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/07/win-twitter-super-hit-book.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>29</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รวมฮิต Twitter</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/07/twitter-super-hit.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/07/twitter-super-hit.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2009 15:02:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[micro-blogging]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=837</guid>
		<description><![CDATA[ปกหน้า หนังสือ Twitter เล่มแรกของไทย เนื้อหามีทั้งหมด 140 เรื่อง เรื่องละ 140 ตัวอักษร พร้อมภาพประกอบและคำอธิบายภาพทุกเรื่อง ราคา 140 บาท พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม หาซื้อได้ที่ซีเอ็ดตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2552 เป็นต้นไป และจะทยอยวางแผงในร้านหนังสืออื่นๆ หลังจากนั้น เนื้อหาในเล่มประกอบด้วย พื้นฐานการใช้งาน Twitter หลักการ Follow การ Reply, dm, RT การใส่แท็ก รายชื่อผู้ใช้ Twitter ชาวไทย ทั้งนักการเมือง ดารา และธุรกิจ แนะนำโปรแกรม Twitter Client ทั้งบนคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ เครื่องมือและของเล่น Twitter เช่น ตั้งเวลาทวีต  ทำโพลบน Twitter บันทึกรายรับรายจ่ายด้วย Twitter ฯลฯ การใช้ Twitter ในภาคธุรกิจและกรณีศึกษาของต่างประเทศ แนะนำเว็บและซอฟต์แวร์ที่พัฒนาจากแนวคิดของ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/07/twitter-super-hit.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Software-as-a-Service ทางรอดของธุรกิจดอทคอมในปี 2552</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2008 10:11:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[crm]]></category>
		<category><![CDATA[micro-blogging]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[salesforce]]></category>
		<category><![CDATA[software as a service]]></category>
		<category><![CDATA[yammer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=469</guid>
		<description><![CDATA[จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่กำลังถดถอย ธุรกิจหลายแห่งจะต้องปรับตัว เราเริ่มเห็นสัญญาณกันบ้างแล้วที่บริษัทหลายแห่งเริ่มชะลอการจ้างพนักงานเพิ่ม บางแห่งไม่มีการจ้างเพิ่มเลย และบางแห่งก็ใช้วิธีย้ายพนักงานไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้พนักงานตัดสินใจลาออกด้วยตัวเอง โดยบริษัทไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้ ในช่วงวิกฤตแบบนี้ ผู้บริหารส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจรักษากระแสเงินสดในปัจจุบันไว้ให้ได้มากที่สุด อย่างที่รู้กันว่าบริษัทจะขาดทุนมากแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ขอให้มีเงินสดมากพอที่จะจ่ายหนี้ได้ก็พอ แต่ถ้าวันไหนที่เจ้าหนี้เรียกเก็บเงินแล้วบริษัทไม่มี (ไม่หนี ไม่จ่าย) นั่นก็แปลว่าบริษัทเข้าสู่ภาวะล้มละลายหรือเจ๊งนั่นเอง จะเห็นได้ว่าตอนนี้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในอเมริกากำลังรอลุ้นเงินจากรัฐบาลที่จะช่วยประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดต่อไปได้ วิธีการตัดสินใจรักษากระแสเงินสดในปัจจุบันจะถูกนำไปประยุกต์ใช้กับทุกหน่วยงานภายในองค์กร แผนกไหนที่ใช้เงินอย่างเดียวโดยสร้างมูลค่าอะไรกลับคืนมาให้บริษัทไม่ได้ พนักงานในแผนกนั้นก็มีสิทธิ์จะถูกเลย์ออฟก่อน การลงทุนที่ต้องจ่ายเงินออกไปมากๆ แต่ต้องรอนานกว่าจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมา อย่างเช่นการโฆษณาเพื่อสร้างแบรนด์ที่ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ทันที ก็มักจะถูกระงับไว้ก่อน ค่าใช้จ่ายอะไรที่เป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของบริษัท ผู้บริหารก็จะเริ่มพิจารณาว่าจะมีทางใดที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายนั้นลงได้บ้าง วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจออนไลน์เช่นเดียวกัน แต่เป็นผลกระทบที่มีทั้งด้านลบและด้านบวก ในด้านลบ ผู้ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่มีรายได้จากการโฆษณาแบบ CPM (Cost Per Mille, Cost Per Thousand Impression) จะเริ่มพบว่ามีลูกค้าน้อยลง ตำแหน่งโฆษณาบนเว็บไซต์ว่างมากขึ้น ทั้งนี้เพราะลูกค้าจะเริ่มลดงบสำหรับการสร้างแบรนด์ที่ไม่ก่อให้เกิดยอดขายในระยะสั้นลง ขณะที่รูปแบบ CPA (Cost Per Action) จะได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะ Action ที่เป็นยอดขายหรือที่เรียกว่า CPS (Cost Per Sales) ที่เปิดโอกาสให้ใครก็ได้เข้ามาช่วยบริษัทขายของ โดยที่บริษัทไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้กับผู้ขาย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การใช้ Microblogging ในที่ทำงาน จะช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นได้จริงหรือ?</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/will-microblogging-at-work-make-you-more-productive.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/will-microblogging-at-work-make-you-more-productive.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Oct 2008 00:56:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[งานแปล]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[micro-blogging]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[yammer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=454</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันอังคาร นิตยสาร Times ได้ตีพิมพ์บทความที่ผมเขียนถึง Twitter และ Yammer บริการไมโครบล็อกสองรายที่ให้ผู้ใช้กระจายข้อความสั้นๆ ไปยังกลุ่มผู้ติดตามบนโลกออนไลน์ Twitter ถูกพูดถึงอย่างมากตั้งแต่ปี 2006 ที่มันถูกสร้างขึ้นมา ส่วน Yammer เป็นน้องใหม่ที่เพิ่งมีอายุได้เพียง 6 สัปดาห์ ซึ่งมีเป้าหมายที่แตกต่างออกไป นั่นก็คือการเป็น Twitter สำหรับธุรกิจ Yammer ถูกสร้างขึ้นโดยทีมงานที่สร้าง Geni เว็บสำหรับสร้างแผนผังวงศ์ตระกูล เมื่อพวกเขามองเห็นว่า Yammer มีประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างไร David Sacks ผู้ก่อตั้ง Geni จึงตัดสินใจแยก Yammer ออกมาเป็นบริษัท โดย Geni ให้ทุนไปหนึ่งล้านเหรียญ Sacks ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal ที่ปัจจุบันกลายเป็นผู้บริหารสองบริษัทเกิดใหม่ และกำลังเริ่มลงทุนอีกครั้งกับ Yammer บน Twitter ผู้ใช้ต่างเขียนถึงสิ่งสำคัญและชีวิตประจำวันทั่วไป อย่างเช่น &#8220;อยู่ที่โรงเรียน กำลังเถียงกับเพื่อนอยู่ว่าควรจะดื่มกาแฟเพิ่มมั้ย&#8221; แต่ Yammer ที่มุ่งเน้นการใช้งานในที่ทำงาน จะไม่สนใจกับข้อความไร้สาระแบบนั้น Sacks [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/will-microblogging-at-work-make-you-more-productive.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Twitter และ Yammer กับบทพิสูจน์โมเดลธุรกิจดอทคอม</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/twitter-and-yammer-test-dot-com-business-models.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/twitter-and-yammer-test-dot-com-business-models.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 28 Oct 2008 14:58:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[งานแปล]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[micro-blogging]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[yammer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=450</guid>
		<description><![CDATA[ซานฟรานซิสโก &#8211; หลังจากยุคฟองสบู่ดอทคอมแตก นักลงทุนร่วมเสี่ยง (venture capitalist) ต่างก็เข็ดหลาบและจะไม่ลงทุนในไอเดียเพ้อฝันที่ไม่มีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนอีกต่อไป บริษัทเกิดใหม่หลายแห่งอย่าง Pets.com และ Webvan ล้มหายตายจากไป ธุรกิจอินเทอร์เน็ตเกิดใหม่จำเป็นต้องมีเส้นทางทำกำไรที่ชัดเจน ความสำเร็จของเว็บไซต์วิดีโอออนไลน์อย่าง YouTube ที่ถูกขายให้ Google ในราคา 1.65 พันล้านเหรียญในปี 2006 ได้โน้มน้าวให้นักลงทุนร่วมเสี่ยงบางรายสร้างเว็บไซต์ให้มีจำนวนผู้ใช้มหาศาลมากกว่าที่จะทำเงินจากการเก็บค่าใช้บริการกับผู้ใช้ ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคถดถอย แนวทางทั้งสองรูปแบบได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิสูจน์อีกครั้ง สองขั้วที่แตกต่างปรากฎขึ้นในโลกของไมโครบล็อก สถานที่ซึ่งผู้คนใช้เว็บหรือโทรศัพท์มือถือของเขาเพื่อกระจายข้อความสั้นๆ ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ไปยังกลุ่มผู้ติดตามบนโลกออนไลน์ของเขา บริษัทก่อตั้งใหม่ในซานฟรานซิสโกอย่าง Twitter ได้กลายเป็นผู้นำด้านไมโครบล็อก จากข้อมูลของ TwitDir มีผู้คนอย่างน้อยสามล้านคนที่ใช้บริการฟรีนี้อยู่ แต่ Twitter ก็ไม่ได้มีรายได้อะไรเลย ไม่มีแม้กระทั่งโฆษณา ขณะที่ Yammer ซึ่งเป็นบริการคล้ายกับ Twitter แต่เจาะกลุ่มผู้ใช้ในองค์กร มีจำนวนผู้ใช้เพียง 60,000 คน สิ่งที่แตกต่างไปจาก Twitter ก็คือผู้ก่อตั้งมีความตั้งใจแต่แรกว่าจะเก็บค่าใช้บริการ เพียงหกสัปดาห์หลังจากเปิดตัวสู่สาธารณชน Yammer ก็เริ่มมีเงินไหลเข้ามาแล้ว Twitter ได้จุดกระแสในโลกไอทีตั้งแต่การเปิดบริการในปี 2006 เมื่อผู้ใช้ล็อกอินผ่านเว็บหรือโทรศัพท์มือถือ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/twitter-and-yammer-test-dot-com-business-models.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Yammer.com: Twitter สำหรับองค์กรของคุณ</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/yammer-twitter-for-your-organization.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/yammer-twitter-for-your-organization.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Oct 2008 02:29:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge management]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge sharing]]></category>
		<category><![CDATA[market differentiation]]></category>
		<category><![CDATA[micro-blogging]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[yammer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=437</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าคุณเป็นผู้บริหารในองค์กร คุณมีวิธีรับความคิดเห็นและไอเดียใหม่ๆ จากลูกน้องระดับล่างของคุณอย่างไร? ถ้าคุณอยู่ในทีมทำงานที่ต้องสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมหลายคนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในเนื้องานเกิดขึ้น คุณใช้เครื่องมืออะไรในการสื่อสาร? หรือถ้าคุณไปเจออะไรเจ๋งๆ ที่เป็นประโยชน์ต่องานและอยากแบ่งปันให้คนอื่นในองค์กรดู คุณจะทำอย่างไร? องค์กรจำนวนมากนิยมใช้อีเมลเป็นเครื่องมือสื่อสารในองค์กร แต่อีเมลก็ยังเชื่องช้าเกินไป เพราะพนักงานบางคนอาจจะอ่านอีเมลแค่วันละครั้งหรือสองครั้ง (โดยเฉพาะผู้บริหารที่ไม่ค่อยมีเวลา) พอมาถึงที่ทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ ก็มักจะพบกับอีเมลกองโต แต่ละฉบับก็ยาวๆ ทั้งนั้น เห็นแล้วน่าเหนื่อยใจ บางองค์กรใช้โปรแกรม Instant Messenger ในการสื่อสารอย่างฉับไว หัวหน้าจะสั่งงานอะไรให้ลูกน้องก็ใช้วิธีเอ็มไปหาแทนที่จะเดินไปคุยหรือโทรศัพท์ไป แต่ถ้าหัวหน้าต้องสั่งงานลูกน้องสิบคนพร้อมกัน จะมีวิธีจดจำอย่างไรว่าได้สั่งอะไรใครไปบ้าง และต้องตามงานเมื่อไร คงต้องมานั่งเปิดดู history ไปทีละคน ผมเริ่มเห็นผู้บริหารบริษัทดอทคอมของไทยหลายคนเริ่มโปรโมทให้ลูกน้องใช้ Twitter แต่แน่นอนว่ามันเหมาะสำหรับงานที่ไม่เป็นความลับอะไร เพราะถ้าคุยงานที่เป็นความลับผ่าน Twitter ที่คนอื่นๆ ก็เห็นได้หมด คู่แข่งก็คงรู้หมดว่าบริษัทกำลังทำอะไรอยู่ Twitter จึงเป็นเหมือนเครื่องมือที่ใช้คุยสนุกๆ มากกว่า และเป็นเครื่องมือที่ลูกน้องใช้ดูว่าหัวหน้ากำลังทำอะไร ล่าสุดมีบริการที่มีชื่อว่า Yammer เกิดขึ้นมา ซึ่งได้รับรางวัล TechCrunch50 ด้วย Yammer เป็น Micro-blogging ที่มีรูปลักษณ์การใช้งานคล้ายๆ กับ Twitter แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนก็คือ Yammer เน้นการใช้งานภายในองค์กรเท่านั้น [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/yammer-twitter-for-your-organization.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Twitter Advertising โฆษณาแบบเรียลลิตี้สู่สายตาแฟนคลับ</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/04/twitter-advertising-reality-ads.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/04/twitter-advertising-reality-ads.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Apr 2008 13:33:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[brand awareness]]></category>
		<category><![CDATA[micro-blogging]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/04/twitter-advertising-reality-ads.html</guid>
		<description><![CDATA[วันก่อนขณะที่ผมนั่งเล่น Twitter อยู่ตอนกลางดึก ผมลองนึกเล่นๆ ดูว่าถ้าผมจะนำ Twitter มาใช้ต่อยอดให้เกิดรายได้ขึ้นมา ผมจะทำอะไรได้บ้าง? ความคิดหนึ่งที่แวบเข้ามาในสมองก็คือการขายโฆษณาที่แฝงไปกับข้อความที่ผม tweet ออกไป คนที่อ่านข้อความของผมก็จะได้รับสารจากโฆษณาไปด้วย ก่อนอื่นต้องขออธิบายอย่างง่ายๆ ว่า Twitter คืออะไร เผื่อหลายคนยังไม่รู้จัก Twitter คือบริการที่ใช้สำหรับเขียนบล็อกแบบสั้นๆ หรือที่เรียกว่า Micro-blogging โดยที่ข้อความในแต่ละ entry จะมีความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ข้อความที่ผู้ใช้เขียนลงไปก็มักจะเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า &#8220;What are you doing?&#8221; หรือตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่? แล้วทำไมเราจะต้องป่าวประกาศบอกคนอื่นด้วยล่ะว่าเรากำลังทำอะไรอยู่? ให้ลองนึกดูว่าคุณมีใครสักคนที่คุณอยากรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่บ้างหรือเปล่า? ตอนนี้แม่กำลังทำอะไรอยู่ที่บ้านนะ? แฟนกำลังทำอะไรอยู่ที่บริษัท? หรือเพื่อนในกลุ่มกำลังทำอะไรสนุกๆ อยู่หรือเปล่า? ถ้าคุณอยากรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ คุณก็คงต้องโทรศัพท์ไปถามไถ่กัน แต่ถ้าทุกคนทำแบบนี้หมดเวลาที่อยากรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่ คนเราก็คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี นอกจากคอยตอบคำถามคนอื่นว่า &#8220;ฉันกำลังยืนเดินนั่งนอนอยู่&#8221; แต่ Twitter ช่วยให้คุณไม่ต้องคอยตอบคำถามเหล่านี้ คุณเพียงแค่บันทึกว่าขณะนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่ ผ่านหน้าเว็บไซต์ Twitter หรือโปรแกรม Instant Message อย่าง Google [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/04/twitter-advertising-reality-ads.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>23</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
