<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; market differentiation</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/market-differentiation/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Thu, 12 Aug 2010 13:22:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>Geni &#8211; Social Network สำหรับวงศ์ตระกูลของคุณ</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/geni-social-network-for-your-family.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/geni-social-network-for-your-family.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Oct 2008 19:16:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[family 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[geni]]></category>
		<category><![CDATA[market differentiation]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=444</guid>
		<description><![CDATA[ครอบครัวใหญ่หลายครอบครัวมักจะมีการทำแผนผังวงศ์ตระกูลที่มีรูปภาพและชื่อของสมาชิกในตระกูล ไล่เรียงมาตั้งแต่บรรพบุรุษรุ่นทวดมาจนถึงรุ่นลูกหลาน แต่แผนผังนี้มีประโยชน์แค่เพียงติดผนังบ้านเอาไว้ดูเล่นเท่านั้น จะดีกว่าไหมถ้าแผนผังนี้แสดงข้อมูลได้มากกว่ารูปและชื่อ เช่น บอกได้ว่าแต่ละคนในตระกูลอาศัยอยู่ที่ไหน เรียนชั้นอะไรแล้ว ทำงานอะไรอยู่ นอกจากนี้แผนผังนี้สามารถขยายใหญ่ออกไปได้เรื่อยๆ เพราะสมาชิกในแผนผังทุกคนสามารถเพิ่มญาติของตัวเองลงไปได้ ซึ่งทำให้คุณรู้ได้ว่าใครคือภรรยาของลูกชายของป้าของคุณ ผมกำลังพูดถึงเว็บไซต์แนว Family 2.0 ที่ชื่อ Geni อยู่ครับ ชื่อของ Geni มาจากคำว่า Genealogy ที่แปลว่าการสืบสานวงศ์ตระกูล ก่อตั้งขึ้นโดย David O. Sacks ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง COO ของ PayPal ตั้งแต่ก่อนที่จะถูกซื้อกิจการไปโดย eBay หลังจากที่ปั้น PayPal จนประสบความสำเร็จแล้ว เขาก็เบนเข็มไปสร้างหนังอินดี้ ก่อนจะกลับเข้าสู่วงการเว็บอีกครั้งด้วยการเปิดตัวเว็บแนว Web 2.0 อย่าง Geni และเพิ่งจะเปิดตัว Yammer ไปเมื่อเร็วๆ นี้ Geni มีุจุดเด่นที่การสร้างแผนผังวงศ์ตระกูลที่ง่าย (มากๆ) เมื่อคุณเข้าเว็บ Geni ครั้งแรก ก็จะพบกับภาพแผนผังที่ให้คุณใส่ชื่อ นามสกุล อีเมล และเพศ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/geni-social-network-for-your-family.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลผลิตจากค่าย INET Young Webmaster Camp 6</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Oct 2008 16:46:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[market differentiation]]></category>
		<category><![CDATA[network effect]]></category>
		<category><![CDATA[pantipmarket.com]]></category>
		<category><![CDATA[project management]]></category>
		<category><![CDATA[social]]></category>
		<category><![CDATA[thaisecondhand.com]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[webmaster]]></category>
		<category><![CDATA[ywc]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=443</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งกลับจากการเป็นวิทยากรและกรรมการตัดสินในค่าย INET Young Webmaster Camp 6 มาครับ ส่วนตัวผมภูมิใจกับเด็กรุ่นนี้มาก และชอบผลงานหลายชิ้นซึ่งมีไอเดียที่ดี มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้และรายได้ จะขอนำมาเล่าว่ามีเว็บไหนที่น่าสนใจบ้างครับ สองเว็บแรกเป็นเว็บที่มีรูปแบบเหมือนกับเว็บอื่นๆ ที่มีใช้งานกันอยู่แล้ว แต่มีการทำ Market Differentiation หรือการจับกลุ่มตลาดใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งก็คือเว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงาน และเว็บสำหรับแลกเปลี่ยนสินค้ามือสอง เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานก็ไม่ต่างอะไรกับเว็บหางานของผู้ที่จบการศึกษาแล้วครับ คือเป็นการจับคู่ระหว่างบริษัทที่ต้องการคน กับคนที่ต้องการงาน จะต่างออกมาหน่อยก็คือเว็บสำหรับนักศึกษาฝึกงานจะต้องมีพื้นที่สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยเข้าไปใช้งานด้วย หลักการทำงานของเว็บนี้เริ่มจากนักศึกษาที่ต้องการฝึกงานนำประวัติของตัวเองไปลงในเว็บ ส่วนบริษัทที่ต้องการนักศึกษาฝึกงานก็เข้ามาลงประกาศไว้ นักศึกษาสนใจงานไหนก็สมัครผ่านเว็บเข้าไปได้เลย เมื่อได้รับการคัดเลือกและทำการฝึกงานเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทก็จะกรอกแบบประเมินนักศึกษาทางเว็บเพื่อส่งให้อาจารย์มหาวิทยาลัย ส่วนนักศึกษาก็สามารถให้เรตติ้งกับบริษัทได้ว่าทำงานกับที่นี่แล้วได้ประโยชน์หรือประสบการณ์อะไรบ้าง ถ้าลองวิเคราะห์กันดีๆ จะเห็นว่าเว็บนี้มีโมเดลบางอย่างที่เหนือกว่าเว็บหางานทั่วไป ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือน PantipMarket เทียบกับ eBay กล่าวคือเว็บหางานทั่วไปคือ PantipMarket ที่เน้นไปที่การลงประกาศเพียงอย่างเดียว เมื่อลงประกาศไปแล้วก็ถือว่าจบกระบวนการของเว็บ ทางเว็บจะไม่มีข้อมูลว่าใครลงประกาศไปแล้วสามารถหาลูกค้าได้กี่คน ลูกค้าเป็นคนซื้อของอย่างสุจริตหรือเปล่า เช่นเดียวกับที่เว็บไม่รู้ว่าผู้ลงประกาศเป็นคนขายที่สุจริตหรือเปล่าด้วย ขณะที่เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานจะเป็นเหมือนกับ eBay ที่กระบวนการครอบคลุมทั้งการลงประกาศ จนเกิดการซื้อขายขึ้น มีการชำระเงิน และมีการให้ Feedback แก่กัน การที่เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานมีกระบวนการคล้ายกับ eBay จะทำให้มีข้อดีตรงที่เว็บจะมีประวัติทุกอย่างอยู่ในมือ เว็บจะรู้ว่านักศึกษาฝึกงานชอบบริษัทไหน รู้ว่านักศึกษาจากสถาบันไหนที่มีคุณภาพเพราะได้รับการประเมินที่ดีจากบริษัท [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Yammer.com: Twitter สำหรับองค์กรของคุณ</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/yammer-twitter-for-your-organization.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/yammer-twitter-for-your-organization.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Oct 2008 02:29:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge management]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge sharing]]></category>
		<category><![CDATA[market differentiation]]></category>
		<category><![CDATA[micro-blogging]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[yammer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=437</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าคุณเป็นผู้บริหารในองค์กร คุณมีวิธีรับความคิดเห็นและไอเดียใหม่ๆ จากลูกน้องระดับล่างของคุณอย่างไร? ถ้าคุณอยู่ในทีมทำงานที่ต้องสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมหลายคนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในเนื้องานเกิดขึ้น คุณใช้เครื่องมืออะไรในการสื่อสาร? หรือถ้าคุณไปเจออะไรเจ๋งๆ ที่เป็นประโยชน์ต่องานและอยากแบ่งปันให้คนอื่นในองค์กรดู คุณจะทำอย่างไร? องค์กรจำนวนมากนิยมใช้อีเมลเป็นเครื่องมือสื่อสารในองค์กร แต่อีเมลก็ยังเชื่องช้าเกินไป เพราะพนักงานบางคนอาจจะอ่านอีเมลแค่วันละครั้งหรือสองครั้ง (โดยเฉพาะผู้บริหารที่ไม่ค่อยมีเวลา) พอมาถึงที่ทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ ก็มักจะพบกับอีเมลกองโต แต่ละฉบับก็ยาวๆ ทั้งนั้น เห็นแล้วน่าเหนื่อยใจ บางองค์กรใช้โปรแกรม Instant Messenger ในการสื่อสารอย่างฉับไว หัวหน้าจะสั่งงานอะไรให้ลูกน้องก็ใช้วิธีเอ็มไปหาแทนที่จะเดินไปคุยหรือโทรศัพท์ไป แต่ถ้าหัวหน้าต้องสั่งงานลูกน้องสิบคนพร้อมกัน จะมีวิธีจดจำอย่างไรว่าได้สั่งอะไรใครไปบ้าง และต้องตามงานเมื่อไร คงต้องมานั่งเปิดดู history ไปทีละคน ผมเริ่มเห็นผู้บริหารบริษัทดอทคอมของไทยหลายคนเริ่มโปรโมทให้ลูกน้องใช้ Twitter แต่แน่นอนว่ามันเหมาะสำหรับงานที่ไม่เป็นความลับอะไร เพราะถ้าคุยงานที่เป็นความลับผ่าน Twitter ที่คนอื่นๆ ก็เห็นได้หมด คู่แข่งก็คงรู้หมดว่าบริษัทกำลังทำอะไรอยู่ Twitter จึงเป็นเหมือนเครื่องมือที่ใช้คุยสนุกๆ มากกว่า และเป็นเครื่องมือที่ลูกน้องใช้ดูว่าหัวหน้ากำลังทำอะไร ล่าสุดมีบริการที่มีชื่อว่า Yammer เกิดขึ้นมา ซึ่งได้รับรางวัล TechCrunch50 ด้วย Yammer เป็น Micro-blogging ที่มีรูปลักษณ์การใช้งานคล้ายๆ กับ Twitter แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนก็คือ Yammer เน้นการใช้งานภายในองค์กรเท่านั้น [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/yammer-twitter-for-your-organization.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
