<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; jibcafe</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/jibcafe/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Aug 2011 16:41:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ผู้ก่อตั้งพันทิปปิ๊งไอเดียให้บล็อกเกอร์เปิดหมวก (ผู้จัดการออนไลน์ 26 มกราคม 2552)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/01/pantip-founder-idea-blogger-donation.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/01/pantip-founder-idea-blogger-donation.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Jan 2009 08:36:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เป็นข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[jibcafe]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[payment gateway]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[webmaster]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=512</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;วันฉัตร ผดุงรัตน์&#8221; ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จุดประเด็นสร้างโมเดลหารายได้ทางใหม่ให้นักเขียนบล็อกไทย เสนอไอเดียให้นักอ่านสามารถบริจาคเงินแก่นักเขียนบล็อกในราคาตั้งแต่ 5-10 บาท เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนบล็อกอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาเฉพาะรายได้จากโฆษณา แม้ขณะนี้ยังไม่มีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน แต่เชื่อว่าถ้าทำได้จะส่งให้วงการคอนเทนท์ไทยรุ่งเรือง &#8220;โมเดลหารายได้ใหม่นี้ผมยังเรียกชื่อมันไม่ถูก และก็ยังไม่คิดว่าจะทำอะไรยังไงต่อ ผมคิดแค่ว่าอยากจะให้คนอ่านตอบแทนคนทำบล็อกได้ เมื่อมองไปกว้างๆ ยุคนี้คือยุคที่ผู้ใช้เป็นผู้สร้างคอนเทนท์ ไม่ใช่คอนเทนท์บทความแต่รวมถึงวีดีโอต่างๆ ตรงนี้ผมคิดว่าเขาควรจะได้รับกลับมาจากที่ลงแรงไป&#8221; แนวคิดนี้ของวันฉัตรถูกนำเสนออย่างเป็นทางการในงานจิบกาแฟคนทำเว็บหัวข้อ &#8220;Social Media Marketing การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยผู้บริโภค&#8221; จัดโดยสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในงานมีการอภิปรายกันว่าพันทิปอาจเป็นหัวเรือใหญ่ในการประสานกับผู้ให้บริการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ต เพื่อผู้อ่านบล็อกสามารถโอนเงินมูลค่าเพียง 5-10 บาทได้โดยที่ผู้เขียนบล็อกได้ประโยชน์แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย จุดนี้นายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ รองเลขาธิการสมาคมฯเชื่อว่า หากโมเดล&#8221;เปิดหมวก&#8221;นี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงบนสังคมบล็อกไทย เนื้อหาภาพรวมของบล็อกไทยจะมีโอกาสพัฒนาสูง &#8220;อาจจะมี Micro payment gateway โดยการคุยกับ Paysbuy เพื่อให้บริการจ่ายเงินทางอินเทอร์เน็ตโดยที่คิดค่าธรรมเนียมไม่มาก หรืออาจคุยกับโอเปอเรเตอร์ ให้ผู้อ่านบล็อกสามารถเอสเอ็มเอสโอนเงินแค่ 5 บาท 10 บาทได้ง่ายๆ การบริจาคแบบนี้จะเป็นรายได้หนึ่งของบล็อกเกอร์นอกจากโฆษณา การมีรายได้จากโฆษณาทำให้เกิดโมเดลก็อปปี้คอนเทนท์คนอื่นแล้วไปหาโฆษณา การก็อปปี้แบบนี้ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มหรือความรู้ให้สังคม ซึ่งพวกนี้จะสร้างได้ต้องมีการเขียน ต้องมีอะไรมากพอสมควร&#8221; วันฉัตรอธิบายว่า การเขียนบล็อกนั้นไม่ซับซ้อนและไม่ต้องลงทุนมากก็จริง แต่การผลิตคอนเทนท์วีดีโอดีๆหากไม่มีส่วนสนับสนุนก็ถึงทางตันได้ โดยขณะนี้ยังไม่มีแผนการเจรจาใดๆ รวมถึงกรอบกำหนดเวลาดำเนินโครงการจริง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/01/pantip-founder-idea-blogger-donation.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรามี สคบ. สำหรับคนไอทีแล้ว เน็ตห่วย มือถือแย่ ร้องเรียนได้!</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/11/the-telecommunications-consumer-protection-institute-tci.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/11/the-telecommunications-consumer-protection-institute-tci.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Nov 2008 21:27:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[jibcafe]]></category>
		<category><![CDATA[tci]]></category>
		<category><![CDATA[telecommunication]]></category>
		<category><![CDATA[webmaster]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=457</guid>
		<description><![CDATA[งานจิบกาแฟคนทำเว็บครั้งที่ผ่านมา มีสปอนเซอร์ของงานเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งรายคือ สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ สบท. ซึ่งผมรู้สึกว่าเป็นหน่วยงานของภาครัฐที่น่าประทับใจมาก เลยอยากจะนำมาเล่าสู่กันฟังครับ คุณส้ม ปิยวรรณ สมสาร์ เจ้าหน้าที่สำนักสื่อสารสาธารณะและบริการประชาชน สบท. ได้มาเล่าให้ฟังว่า สบท. เป็นหน่วยงานที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นมาได้เพียงปีกว่าๆ โดยเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ภารกิจหลักของ สบท. ก็คือการรับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคที่ใช้โทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ต ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอะไรบ้าง จากนั้น สบท. ก็จะประสานไปยังผู้ให้บริการที่ถูกร้องเรียน โดยจะเป็นตัวกลางในการเจรจาให้ผู้ให้บริการแก้ไขปัญหาของผู้บริโภคทันที อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ สบท. ก็เหมือน สคบ. แต่เอาไว้ร้องเรียนเรื่องโทรศัพท์กับอินเทอร์เน็ตนั่นเองครับ สำหรับวิธีการร้องเรียนก็ทำได้โดยโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1200 หรือ 08 7333 8787 เจ้าหน้าที่ก็จะขอให้ส่งสำเนาบัตรประชาชน สำเนาใบเสร็จรับเงินหรือใบแจ้งหนี้ และหลักฐานอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการร้องเรียน จากนั้น สบท. ก็จะดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรมจากผู้ให้บริการ โดยที่ผู้บริโภคไม่ต้องไปคอยอารมณ์เสียกับการปัดความรับผิดชอบของผู้ให้บริการเลย คุณส้มได้พูดถึงหลายประเด็นที่สามารถร้องเรียนได้ ซึ่งบางเรื่องเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่ากำลังถูกผู้ให้บริการเอารัดเอาเปรียบอยู่ อาจจะเป็นเพราะว่าถูกเอาเปรียบจนเคยชินไปแล้ว หรืออาจจะเป็นเพราะไม่เคยคาดหวังว่าจะร้องเรียนอะไรได้ ตัวอย่างของเรื่องที่สามารถร้องเรียนได้ก็คือ การให้บริการไม่เป็นไปตามที่โฆษณา เช่น ถ้าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือโฆษณาโปรโมชั่นใหม่ในหน้าหนังสือพิมพ์ โดยใช้ข้อความจูงใจตัวใหญ่ๆ แต่กลับเอาเงื่อนไขหลายอย่างไปใส่เป็นหมายเหตุตัวเล็กๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/11/the-telecommunications-consumer-protection-institute-tci.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>145</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จิบกาแฟคนทำเว็บ หัวข้อ &#8220;Software-as-a-Service แนวคิดใหม่ใช้เว็บทำเงิน&#8221;</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/jibcafe-software-as-a-service.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/jibcafe-software-as-a-service.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Oct 2008 19:10:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัมมนา/กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[jibcafe]]></category>
		<category><![CDATA[software as a service]]></category>
		<category><![CDATA[webmaster]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=453</guid>
		<description><![CDATA[สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และมหาวิทยาลัยศรีปทุม ขอเชิญชวนสมาชิกเข้าร่วมงานจิบกาแฟคนทำเว็บหัวข้อ &#8220;Software-as-a-Service แนวคิดใหม่ใช้เว็บทำเงิน&#8221; ร่วมเสวนาเพื่อหาไอเดียใหม่ๆ ในการสร้างเว็บไซต์ให้มีรายได้จากการเก็บค่าใช้บริการจากสมาชิก แนวคิดของ Software-as-a-Service เป็นการมองว่าแทนที่ผู้ใช้จะจ่ายเงินซื้อซอฟต์แวร์ในราคาแพงๆ เพื่อมาติดตั้งใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเอง โดยที่ต้องคอยอัพเกรดซอฟต์แวร์รวมถึงดูแลรักษาข้อมูลด้วยตัวเอง ก็เปลี่ยนเป็นการจ่ายเงินค่าใช้บริการรายเดือนหรือรายปีในราคาถูก เพื่อเข้าไปใช้ซอฟต์แวร์บนเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ โดยที่ผู้ให้บริการเป็นผู้อัพเกรดซอฟต์แวร์และดูแลรักษาข้อมูลให้ การทำเว็บไซต์โดยใช้แนวคิด Software-as-a-Service เพื่อสร้างรายได้จากการเก็บค่าใช้บริการ เป็นแนวคิดที่เว็บไซต์ชื่อดังระดับโลกหลายแห่งต่างก็ใช้กันอยู่ เช่น - Salesforce ให้บริการซอฟต์แวร์ CRM ทางเว็บไซต์ เก็บค่าบริการเริ่มต้นที่ปีละ $99 - Flickr ให้บริการแชร์ไฟล์รูปภาพฟรี แต่ถ้าสมาชิกต้องการอัพโหลดไฟล์ได้ไม่จำกัด ก็สามารถจ่ายค่าใช้บริการเพียงปีละ $24.95 - Remember The Milk ให้บริการ To-Do List ที่เปิดให้ใช้ฟรีบนคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าต้องการใช้งานผ่านอุปกรณ์มือถืออย่าง iPhone หรือ Pocket PC ก็จะมีค่าบริการปีละ $25 - Yammer ให้บริการ Microblog ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร สมาชิกสามารถใช้งานได้ฟรี แต่ถ้าต้องการระบบ Admin ด้วย ก็จ่ายเงินเพียงเดือนละ $1 ต่อจำนวนผู้ใช้ในองค์กร ส่วนเว็บไซต์ไทยหลายแห่งก็มีโมเดลการหารายได้จากการเก็บค่าสมาชิกเช่นกัน - Tarad ให้บริการหน้าร้านค้าออนไลน์ที่ให้ผู้ประกอบการทดลองลงสินค้าได้ฟรี [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/jibcafe-software-as-a-service.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จิบกาแฟคนทำเว็บ หัวข้อ &#8220;60-Second Book Review แนะนำหนังสือดีในเวลา 60 วินาที&#8221;</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/jibcafe-60-second-book-review.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/jibcafe-60-second-book-review.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Oct 2008 19:29:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัมมนา/กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[jibcafe]]></category>
		<category><![CDATA[webmaster]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=442</guid>
		<description><![CDATA[สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ขอเชิญสมาชิกร่วมงานประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อปรับแก้ไขข้อบังคับสมาคมฯ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และจิบกาแฟคนทำเว็บ หัวข้อ &#8220;60-Second Book Review แนะนำหนังสือดีในเวลา 60 วินาที&#8221; จิบกาแฟคนทำเว็บครั้งนี้จะจัดขึ้นหลังจากงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 13 จบลง คนทำเว็บหลายคนคงจะได้หนังสือดีๆ ติดมือมาหลายเล่ม จะดีไหมถ้าแต่ละคนอ่านแล้วมาร่วมแนะนำหนังสือที่น่าสนใจให้เพื่อนๆ รู้จัก จะได้ลองหาไปอ่านดูบ้าง โดยมีเวลาให้พูดแนะนำหนังสือได้ไม่เกินเล่มละ 60 วินาที ถ้างานนี้มีผู้ร่วมงาน 100 คน แต่ละคนก็จะได้รู้จักกับหนังสือน่าอ่านถึง 100 เล่ม โดยใช้เวลาเพียงแค่ 100 นาที! กติกา - ผู้ร่วมงานแต่ละคนพกหนังสือมาคนละหนึ่งเล่ม และเตรียมคำพูดที่อยากจะพูดถึงหนังสือเล่มนั้น ภายในเวลาไม่เกิน 60 วินาที - หนังสือที่เตรียมมา จะเป็นหนังสือไอทีหรือไม่เกี่ยวกับไอทีก็ได้ จะเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ จะเป็นหนังสือ หรือนิตยสาร หรือ E-book ก็ได้ - ผู้ร่วมงานหนึ่งคนสามารถแนะนำหนังสือได้มากกว่าหนึ่งเล่ม โดยมีเวลาเล่มละไม่เกิน 60 วินาที - สามารถแนะนำหนังสือซ้ำกับผู้ร่วมงานคนอื่นได้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/jibcafe-60-second-book-review.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ควันหลงจากงานจิบกาแฟคนทำเว็บ สิ่งที่คนทำ Web 2.0 ต้องตระหนัก (อย่างมาก)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/04/webmaster-must-realize-web2-issues-from-jibcafe5.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/04/webmaster-must-realize-web2-issues-from-jibcafe5.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Apr 2008 09:59:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[jibcafe]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/04/webmaster-must-realize-web2-issues-from-jibcafe5.html</guid>
		<description><![CDATA[จบไปแล้วสำหรับงานจิบกาแฟคนทำเว็บครั้งที่ 5 ที่จัดขึ้นโดยสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 20 ท่าน มีทั้งเว็บมาสเตอร์หน้าเก่าหน้าใหม่และผู้ใช้เว็บทั่วไป ประเด็นหลักที่ถูกพูดถึงในงานนี้ก็คือ Web 2.0 ซึ่งสื่อกระแสหลักกำลังให้ความสนใจ นิตยสาร Positioning ฉบับเดือนมีนาคมเจาะลึกเรื่องราวของ Hi5 ซึ่งเป็นเว็บ Social Network ชื่อดัง รายการชีพจรโลกเมื่อวันพุธที่ผ่านมาก็พูดถึงเรื่อง Web 2.0 ว่ามันอยู่รอบตัวเราแล้ว ส่วนประเด็นที่คุยกันในงานจิบกาแฟก็ค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งมุมมองจากฝั่งที่ทำเว็บเพื่อให้มีรายได้ กับฝั่งที่ทำเว็บเพราะความถนัดและมีใจรักแล้วรายได้จะตามมาทีหลัง ซึ่งเป็นมุมมองที่น่าฟังทั้งสองฝั่ง แต่ผมอยากจะหยิบประเด็นหนึ่งขึ้นมาซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อวงการเว็บไทยอย่างมาก โดยเฉพาะกับ Web 2.0 ที่ใช้หลัก User-generated content ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถส่งข้อมูลเข้ามาที่เว็บไซต์ได้ เรื่องนี้มีประเด็นสำคัญอยู่สองประเด็น ประเด็นแรกก็คือเรื่องพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งได้ประกาศออกมาแล้วเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2550 โดยมีระยะเวลาผ่อนผันให้หนึ่งปี นั่นแปลว่าวันที่ 21 สิงหาคม 2551 กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้จริง ผมขอยกตัวอย่างมาให้ดูหนึ่งมาตรา มาตรา ๒๖ ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้ ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการนับตั้งแต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/04/webmaster-must-realize-web2-issues-from-jibcafe5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

