<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; google adsense</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/google-adsense/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Aug 2011 16:41:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>เมื่อผมทำ SEO ชนะเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง eBay</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2009 17:55:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[disability]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google analytics]]></category>
		<category><![CDATA[pagerank]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=785</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าคุณลองเข้า www.google.co.th แล้วค้นหาด้วยคำว่า &#8220;ebay&#8221; คุณจะพบเว็บไซต์ www.thaiebaybible.com ของผมติดอยู่ในอันดับแรก ขณะที่ www.ebay.com เองกลับติดอยู่ในอันดับ 4 โดยที่มีผลลัพธ์การค้นหาทั้งหมด 499,000,000 รายการ ผมไม่ได้เข้าไปปรับปรุงเนื้อหาอะไรในเว็บนี้มานานเกือบปี เพิ่งจะเข้าไปเขียนบทความเพิ่มเมื่อไม่กี่วันนี้เอง เรียกได้ว่าเป็นการปล่อยให้เว็บร้างไปเลย แต่ด้วยประสิทธิภาพของการทำ SEO ทำให้ที่ผ่านมาเว็บผมมีสัดส่วนคนเข้าเว็บผ่านทาง Search Engine สูงถึง 90% และนี่คือสถิติที่น่าสนใจจาก Google Analytics ครับ โดยเฉลี่ยแล้วมีคนเข้าเว็บผมมากกว่า 10,000 คนต่อเดือน เฉลี่ยประมาณวันละ 400 คน โดยช่วงเสาร์อาทิตย์จะลดลงหน่อย น่าดีใจที่คนเข้าเว็บนี้ไม่ได้เข้ามาแบบประเดี๋ยวประด๋าว เพราะใช้เวลาอยู่ในเว็บนานเกือบ 3 นาที และโดยส่วนใหญ่จะคลิกเข้าไปดูเนื้อหาในหน้าอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย โดยเฉลี่ย 2.4 หน้าต่อครั้ง Content is King จริงๆ ครับ คีย์เวิร์ดหลักที่ทำให้คนเข้าเว็บก็หนีไม่พ้นคำว่า ebay นอกจากนี้ก็มี ebay thailand กับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>49</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Knowledge Sharing 2.0 หลากหลายรูปแบบการแบ่งปันความรู้ (Wikipedia vs Yahoo! Answers vs Google Knol)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/08/knowledge-sharing-wikipedia-yahoo-answers-google-knol.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/08/knowledge-sharing-wikipedia-yahoo-answers-google-knol.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 Aug 2008 01:32:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[collective intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google knol]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge management]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge sharing]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[the long tail]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[wikipedia]]></category>
		<category><![CDATA[yahoo answers]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=366</guid>
		<description><![CDATA[ในสมัยก่อน รูปแบบของการแบ่งปันความรู้แก่กันถูกจำกัดอยู่ในวงแคบๆ พ่อแม่สอนการบ้านลูก ครูสอนหนังสือนักเรียน เพื่อนติวหนังสือให้เพื่อน หรือกว้างออกมาหน่อยก็คือนักเขียนเขียนหนังสือขายให้คนอ่าน การแบ่งปันความรู้ส่วนใหญ่เป็นแบบทางเดียว พ่อแม่สอนการบ้านลูก แต่ลูกไม่ได้สอนอะไรให้พ่อแม่ ครูสอนหนังสือนักเรียน แต่นักเรียนไม่ได้สอนหนังสือให้ครู นักเขียนเขียนให้อ่าน แต่คนอ่านก็ไม่ได้แบ่งปันอะไรกลับมาให้นักเขียน แต่ก็มีบ้างที่เป็นการแบ่งปันแบบหลายทาง เช่น เพื่อนติวหนังสือให้เพื่อน เพื่อนคนนึงอาจจะเป็นคนนำในการติว และเพื่อนอีกคนก็อาจจะถามคำถามที่ตัวเองสงสัยขึ้นมา ซึ่งเพื่อนที่เป็นคนติวอาจจะตอบไม่ได้ แต่ก็อาจจะมีเพื่อนคนอื่นๆ ที่ช่วยตอบให้ได้ หรือการเรียนการสอนในห้องเรียนสมัยใหม่ที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ครูอาจจะไม่ใช่ผู้ถ่ายทอดความรู้เพียงฝ่ายเดียว ไม่ใช่เอาแต่เขียนกระดานหรือปิ้งแผ่นใส แต่ครูเป็นเสมือน Facilitator ที่คอยกระตุ้นให้นักเรียนถ่ายทอดความรู้ของตัวเองให้เพื่อนๆ ฟัง โดยครูเป็นแค่คนคอยไกด์ให้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การแบ่งปันความรู้แบบหลายทางก็ยังจำกัดอยู่แค่ในวงแคบๆ เท่านั้น ภายในกลุ่มเพื่อนไม่กี่คนหรือในห้องเรียนเล็กๆ เพราะถ้าคนเยอะขึ้นเมื่อไรก็จะเกิดความโกลาหลขึ้นทันที ต่างคนต่างพูดจนไม่รู้จะฟังใคร หรือมีเวลาจำกัดที่ให้พูดกันทุกคนไม่ได้ ไม่งั้นไม่จบเรื่อง แต่พอมาถึงยุคของ Web 2.0 ยุคที่ใครๆ ก็เป็นผู้สร้างเนื้อหาได้ ยุคที่คอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพสูงมากและมีต้นทุนต่อหน่วยแทบจะเป็นศูนย์ ช่วยให้ข้อจำกัดด้านขนาดของการแบ่งปันความรู้แบบหลายทางลดลง ถ้าคุณอยากแบ่งปันความรู้ คุณก็แค่เขียนบล็อก และเปิดให้ผู้อ่านแสดงความคิดเห็นเข้ามาได้ ซึ่งก็จะช่วยเสริมความรู้ที่คุณนำเสนอให้มีความแข็งแรงมากขึ้น แต่นอกจากบล็อกแล้วก็ยังมีรูปแบบการแบ่งปันความรู้แบบหลายทางอื่นๆ อีก ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ 3 แห่งที่มีรูปแบบที่แตกต่างกัน ได้แก่ Wikipedia, [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/08/knowledge-sharing-wikipedia-yahoo-answers-google-knol.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Free Breast Implants เมื่อเว็บช่วยให้สาวจอแบนสามารถผ่าตัดเสริมอึ๋มได้ฟรี</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/10/free-breast-implants.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/10/free-breast-implants.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Oct 2007 09:07:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>
		<category><![CDATA[google maps]]></category>
		<category><![CDATA[niche market]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/10/free-breast-implants.html</guid>
		<description><![CDATA[หากคุณเป็นสาวจอแบนที่ไม่พอใจกับหน้าอกหน้าใจของตัวเอง ปรารถนาจะทำให้มันใหญ่ขึ้น แต่คุณก็ไม่มีเงินมากมายพอที่จะไปผ่าตัดเสริมเต้าได้ เว็บนี้มีทางออกให้คุณ&#8230; หลายเว็บไซต์ในโลกนี้สร้าง platform ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวกลางระหว่าง demand และ supply เว็บเหล่านี้จะพยายามสร้างจุดสมดุลเพื่อให้ทั้ง demand และ supply ต่างได้รับความพึงพอใจมากที่สุด โดยที่เว็บจะมีรายได้จากส่วนแบ่งยอดเงินเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ด้วย transaction ปริมาณมหาศาลก็เพียงพอที่จะทำให้เว็บร่ำรวยได้ ตัวอย่างของเว็บที่เป็นตัวกลางที่มีชื่อเสียงก็เช่น eBay ที่ทำหน้าที่จับคู่ผู้ต้องการขายของกับผู้ต้องการซื้อของ หรือ Google ที่จับคู่ผู้ต้องการโฆษณาสินค้า (Google AdWords) กับผู้ที่ต้องการรายได้จากการขายพื้นที่โฆษณา (Google AdSense) MyFreeImplants เป็นอีกเว็บหนึ่งที่วางตัวเองเป็นตัวกลางในการจับคู่ระหว่างหญิงสาวที่มีหน้าอกไข่ดาวและอยากทำให้มันใหญ่ขึ้นแต่ไม่มีเงินมากพอที่จะทำศัลยกรรม กับผู้ใจบุญ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย) ที่อยากเติมเต็มความปรารถนาของหญิงสาวเหล่านั้นด้วยการสละเงินเพียงเล็กน้อยให้กับพวกเธอ กระบวนการทั้งหมดเริ่มต้นจากหญิงสาวเข้าไปสมัครสมาชิก กรอกประวัติส่วนตัวสั้นๆ (สามารถปกปิดชื่อจริงได้) รูปลักษณ์ทางกายภาพ เช่น สีผม สีตา น้ำหนัก ส่วนสูง ฯลฯ และเป้าหมายในการทำศัลยกรรม หลังจากนั้นหญิงสาวก็จะเข้าสู่ชุมชนของเว็บ สามารถส่งข้อความส่วนตัว แชท ส่งรูปภาพ หรือขายสินค้าส่วนตั๊วส่วนตัวได้ ฝ่ายผู้ใจบุญก็จะต้องสมัครสมาชิกของเว็บเพื่อเข้าสู่ชุมชนนี้ โดยที่เว็บจะขายเครดิตในการส่งข้อความหาหญิงสาว ซึ่งเครดิตนี้จะถูกส่งต่อไปให้กับหญิงสาวที่ผู้ใจบุญส่งข้อความไปหา นอกจากนี้ผู้ใจบุญยังสามารถบริจาคตรงไปให้หญิงสาว [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/10/free-breast-implants.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Next E-Business Model 2.0 คุณจะเป็นเศรษฐีออนไลน์ได้อย่างไรในยุคนี้</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/06/next-e-business-model-20-2.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/06/next-e-business-model-20-2.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Jun 2007 06:44:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>
		<category><![CDATA[online classifieds]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[pantipmarket.com]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[transaction cost]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/06/next-e-business-model-20-2.html</guid>
		<description><![CDATA[E-Business Model 1.0 &#8211; Digitize the offline world ผมเข้าสู่แวดวงดอทคอมครั้งแรกในปี 2538 ซึ่งเป็นปีที่ผมหัดเขียนโฮมเพจโดยใช้ Notepad และเปิดดูโดยใช้ Netscape พอในปี 2539 ผมได้พัฒนาเว็บไซต์สำหรับส่งเพจได้ทุกค่าย ไม่จำกัดจำนวนหมายเลข ไม่จำกัดความยาวของข้อความที่ใช้ส่ง และยังพัฒนาเว็บไซต์ส่งอีการ์ดที่เป็นเว็บของคนไทยเว็บแรกๆ แต่ถ้าถามว่าแล้วผมเข้าสู่แวดวง &#8220;ธุรกิจ&#8221; ดอทคอมครั้งแรกเมื่อไร ก็คงจะต้องตอบว่าในปี 2540 ที่ได้เข้าไปเป็นทีมงานรุ่นแรกของ Pantip.com เว็บไซต์ที่ถึงแม้จะไม่ได้มีภาพความเป็นธุรกิจจ๋า แต่ก็มีโมเดลธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ได้อย่างยั่งยืน และคงจะเป็นเว็บไทยเพียงไม่กี่แห่ง ที่มีอายุยืนยาวกว่า 10 ปี โดยใช้เงินลงทุนเพียง 200,000 บาท ไม่มีการเพิ่มทุน ไม่มีการขายหุ้นเพื่อหาเงินเพิ่ม แต่เติบโตจนถึงทุกวันนี้ได้ก็ด้วยกำไรสะสมเพียงอย่างเดียว ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับคุณวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ที่มีวิสัยทัศน์และมุมมองต่อธุรกิจดอทคอมที่เฉียบขาด ในยุคเกือบ 10 ปีที่แล้ว ที่เราอาจจะเรียกว่ายุค 1.0 ซึ่งผมเรียกชื่อยุคนี้ว่า Digitize the offline world วิธีการคิดหาโมเดลธุรกิจดอทคอมในยุคนี้นั้นง่ายมาก เพียงแค่นึกถึงสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราในโลกที่จับต้องได้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/06/next-e-business-model-20-2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สิ่งที่ผมได้จากการเขียนบล็อก&#8230; 1. ซอฟท์แวร์ Notifier2 Full Version ฟรี 2. นิตยสาร Computer Chiang Mai ฟรี</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/06/1-notifier2-full-version-2-computer.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/06/1-notifier2-full-version-2-computer.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Jun 2007 18:22:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[gmail]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google apps]]></category>
		<category><![CDATA[hotmail]]></category>
		<category><![CDATA[yahoo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/06/1-notifier2-full-version-2-computer.html</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่ผมเขียนบล็อกนี้มาได้สองเดือน ก็มีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นกับผมถึงสองเรื่อง เรื่องแรกเกี่ยวข้องกับบทความเรื่อง Notifier2 เช็ค mail มาใหม่ทั้ง Hotmail, Yahoo!, Gmail แถมเช็คคลิกใน AdSense ได้อีกต่างหาก ที่ผมเขียนรีวิวซอฟท์แวร์ที่ชื่อ Notifier2 ไว้ว่าเป็นโปรแกรมเล็กๆ ที่ฝังอยู่ที่ System Tray และจะคอยเช็ค e-mail มาใหม่ได้ทั้งค่าย Hotmail Yahoo! และ Gmail แถมยังเช็คยอดคลิก Google AdSense ได้อีกด้วย ปรากฎว่าเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น ฝรั่งที่เป็นผู้พัฒนาซอฟท์แวร์ตัวนี้ได้ส่ง e-mail มาถึงผม บอกว่าเขาเข้ามาเจอบล็อกของผมที่มีลิงค์ไปหาเว็บ Notifier2 แต่เขาอ่านภาษาไทยไม่ออก เขาคลำหา e-mail address ของผมจนเจอ ก็เลยส่งมาถามผมว่าบล็อกของผมมีเนื้อหาเกี่ยวกับซอฟท์แวร์ของเขาหรือเปล่า ผมก็ส่ง e-mail ตอบกลับไปว่าผมชอบซอฟท์แวร์ของเขามาก ก็เลยเขียนรีวิวลงบล็อก เจ้าของซอฟท์แวร์ก็เลยขอบคุณกลับมา แล้วบอกว่าจะส่งซอฟท์แวร์ Full Version มาให้ผมถ้าผมต้องการ แน่นอนสิครับ ของฟรีใครก็ชอบ ผมก็ตอบรับทันที แต่ก็ต้องไว้เชิงหน่อยด้วยการให้คอมเมนต์กลับไปถึงเขาด้วย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/06/1-notifier2-full-version-2-computer.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานสัมมนา Next E-Business Model 2.0</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/05/next-e-business-model-20.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/05/next-e-business-model-20.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 May 2007 06:55:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัมมนา/กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/05/next-e-business-model-20.html</guid>
		<description><![CDATA[โครงการสัมมนา ม.รังสิต และ บริษัท ไทยเวนเจอร์ดอท คอม จำกัด เรื่อง Next E-Business Model 2.0 วัน/เวลา เสาร์ 9 มิถุนายน 2550 13.00 -16.30 น. สถานที่ ณ ศูนย์ศึกษาสาธรธานี ม.รังสิต อาคารสาธรธานี ชั้น 7 ห้อง 701 จัดโดย มหาวิทยาลัยรังสิต และ บริษัทไทยเวนเจอร์ ดอท คอม จำกัด หลักการและเหตุผล มหาวิทยาลัยรังสิต และ บริษัทไทยเวนเจอร์ ดอทคอมจำกัด มีความประสงค์ให้บริการความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต โดยหัวข้อนี้เน้นไปที่เรื่องของ โมเดลธุรกิจของอินเทอร์เน็ต ความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจบนโลกอินเทอร์เน็ตได้เปลี่ยนไปเริ่มมีศัพท์ใหม่ว่า Web 2.0 ทำให้โมเดลธุรกิจเปลี่ยนไป คนยุคเก่าบนโลกอินเทอร์เน็ต 1.0 ปรับเปลี่ยนตัวเองไม่ทัน และปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่ที่สร้างธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตด้วยความรู้ทางเทคโนโลยี ด้วยการสร้างโมเดลธุรกิจจาก Web 2.0 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/05/next-e-business-model-20.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Notifier2 เช็ค mail มาใหม่ทั้ง Hotmail, Yahoo!, Gmail แถมเช็คคลิกใน AdSense ได้อีกต่างหาก</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/05/notifier2-mail-hotmail-yahoo-gmail.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/05/notifier2-mail-hotmail-yahoo-gmail.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 May 2007 21:55:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[gmail]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google apps]]></category>
		<category><![CDATA[hotmail]]></category>
		<category><![CDATA[yahoo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/05/notifier2-mail-hotmail-yahoo-gmail.html</guid>
		<description><![CDATA[ผมเชื่อว่าหลายๆ คนมี free e-mail เยอะมาก ส่วนตัวผมเองมี 1 Hotmail 2 Yahoo! Mail และ Gmail อีกเท่าไหร่ไม่รู้ ขี้เกียจนับ mail ที่ผมเช็คบ่อยที่สุดก็คือ Hotmail เนื่องจากผมใช้ Windows Live Messenger ด้วย ซึ่งโปรแกรมจะช่วยเตือนทันทีที่มี e-mail ใหม่เข้ามา ทำให้ผมสามารถ take action ได้ทันที ทีนี้ผมก็ใช้ Yahoo! Mail ด้วย ซึ่งเป็น mail ที่ผมใช้ก่อนจะย้ายมาใช้ Hotmail แทน ผมคงจะไม่ใช้ Yahoo! Mail ถ้าเพื่อนสมัยเรียนมัธยมกับปริญญาตรีไม่ใช้ Yahoo! Group กัน ตอนนี้นานๆ ผมถึงจะเข้าไปเช็ค Yahoo! Mail ที เพื่อดูว่าเพื่อนๆ คุยอะไรกันบ้าง ส่วน Gmail [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/05/notifier2-mail-hotmail-yahoo-gmail.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google เปิด Office ใหม่ที่ Singapore โอกาสของคนไทยที่จะได้สัมผัสกับวัฒนธรรม Google</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/05/google-office-singapore-google.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/05/google-office-singapore-google.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 05 May 2007 21:33:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[งานแปล]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[corporate culture]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/05/google-office-singapore-google.html</guid>
		<description><![CDATA[3 พฤษภาคม 2550 &#8211; Google เปิดตัวสำนักงานใหม่ที่สิงคโปร์เพื่อรองรับตลาดท้องถิ่นและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานใหม่แห่งนี้จะช่วยให้ Google นำบริการโฆษณาบนเว็บไซต์และบริการค้นหาข้อมูลไปสู่ผู้ใช้ ผู้ซื้อโฆษณา และพันธมิตรภายในภูมิภาคนี้ได้ดีขึ้น สำนักงาน Google สิงคโปร์จะมุ่งเน้นที่การให้บริการทั้งลูกค้า Google AdWords และ Google AdSense เป็นหลัก การเปิดตัวสำนักงานแห่งนี้เป็นไปตามความมุ่งมั่นของ Google ที่จะขยายธุรกิจโฆษณาผ่าน search engine ไปยังตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก ผู้ซื้อโฆษณาบน Google จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีตั้งแต่ธุรกิจ SME ขนาดย่อม ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ และองค์กรของรัฐ Lori Sobel ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าฝ่ายขายประจำสิงคโปร์ ซึ่งดูแลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Sobel มีประสบการณ์กว่าหนึ่งทศวรรษในธุรกิจโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต เคยเป็นผู้นำในการสร้างและบริหารทีมขายขนาดใหญ่ และเคยมีประสบการณ์ในการขยายธุรกิจของ Google ในตลาดหลักหลายแห่ง เมื่อเร็วๆ นี้ ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาที่เธอทำงานกับ Google ในสำนักงาน New York City เธอช่วยสร้างทีม Business Solutions ซึ่งช่วยสร้างรายได้ก้อนโตให้กับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/05/google-office-singapore-google.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google Convergence ยิ่งรวมกัน ชีวิตยิ่งดีขึ้น โดยไม่ต้องมีปาติหาน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/04/google-convergence.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/04/google-convergence.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2007 18:30:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[convergence]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google analytics]]></category>
		<category><![CDATA[synergy]]></category>
		<category><![CDATA[youtube]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/04/google-convergence.html</guid>
		<description><![CDATA[ผมสมัครสมาชิกของ Blogger ไว้ตั้งแต่ปี 2004 ด้วยความที่ตอนนั้นอยากรู้ว่าบล็อกมันต่างจากไดอารี่ยังไง และบล็อกต่างประเทศสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่ก็ได้แค่ลองเล่นเฉยๆ ไม่ได้ลงมือเขียนบล็อกจริงจัง เพราะผมเขียนไดอารี่อยู่ที่ DiaryIS อยู่แล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ผมอยากเขียนบล็อกด้านธุรกิจออนไลน์โดยเฉพาะ ก็เลยเปิดบล็อกใหม่แยกออกมาจาก DiaryIS โดยไปสร้างบล็อกไว้กับ Exteen ซึ่งมีโปรแกรมสำหรับเขียนบล็อกที่ใช้งานได้ง่ายมาก เว็บไซต์ก็โหลดได้รวดเร็ว แต่ก็มีข้อเสียตรงที่เว็บไซต์ไม่อนุญาตให้โฆษณาขายของ และไม่สามารถนำโปรแกรมวิเคราะห์คนเข้าบล็อกมาติดได้ ผมลองกลับมาเล่น Blogger ดูอีกครั้ง เนื่องจากเห็นหลายๆ บล็อกที่ใช้บริการ Blogger อยู่ สามารถติดโฆษณาของ Google AdSense ได้ และพอได้ลองเล่นมากขึ้นก็พบว่ามันยอดเยี่ยมมากครับ เลยตัดสินใจย้ายข้อมูลจาก Exteen มาอยู่ที่ Blogger และเริ่มเขียนบทความนี้เป็นบทความแรก ผมเชื่อว่าทุกคนคงเคยเห็นโฆษณาของ True Convergence ที่เด็กชายมีเงิน 80 บาท ขอซื้อปาติหานเพื่อช่วยให้น้องสาวของตัวเองหายจากโรคที่เป็นอยู่ คำว่า Convergence ในที่นี้เป็นคำศัพท์ทางธุรกิจและถูกใช้อย่างมากในโลกยุคดิจิตอล ซึ่งคำนี้มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า Synergy อย่างมาก โดยคำว่า Synergy หมายถึงการที่สองธุรกิจซึ่งอาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้ มาผนึกกำลังกันเพื่อสร้างผลประโยชน์บางอย่าง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/04/google-convergence.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อ Google จดทะเบียนสมรสกับ DoubleClick แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกนี้บ้าง?</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/04/google-doubleclick.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/04/google-doubleclick.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2007 15:15:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[brand awareness]]></category>
		<category><![CDATA[doubleclick]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[search engine marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/04/google-doubleclick.html</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่ได้เขียนเรื่อง &#60;Google ซื้อ DoubleClick ด้วยเงินสดมูลค่า 3.1 พันล้านเหรียญ นี่คือราคาที่สมเหตุสมผล หรือเป็นราคาที่ต้องการเอาชนะ Microsoft กันแน่?&#62; ซึ่งจะช่วยให้ทุกท่านเห็นภาพของการเคาะราคาอย่างมีที่มาที่ไป ได้เข้าใจว่าทำไม Microsoft ถึงแพ้ ทั้งที่ตัวเองก็มีเงินสดอยู่ในมือสูงถึง 30 พันล้านเหรียญ บทความนี้จะเล่าต่อว่าเมื่อ Google ได้ DoubleClick มาแล้ว จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นกับโลกออนไลน์ใบใหญ่แต่แบนราบนี้บ้าง? DoubleClick มีดีอะไร?DoubleClick เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีการตลาดออนไลน์ทั้งแก่ผู้ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่ต้องการขายพื้นที่โฆษณาบนเว็บของตัวเอง (ผู้ขาย) และเอเจนซี่โฆษณาซึ่งเป็นผู้ที่ต้องการซื้อพื้นที่โฆษณาเพื่อใช้ประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการต่างๆ (ผู้ซื้อ)สิ่งที่ DoubleClick ทำก็คือการเป็นตัวกลางที่เชื่อมผู้ขายกับผู้ซื้อเข้าด้วยกัน DoubleClick ได้สร้างเครือข่ายของเจ้าของเว็บไซต์ซึ่งมีพื้นที่โฆษณาจำนวนมากเอาไว้ และได้นำพื้นที่นี้ไปขายต่อให้กับเอเจนซี่ ซึ่ง DoubleClick มีหน้าที่บริหารพื้นที่โฆษณาให้ดีที่สุดทั้งในแง่ของปริมาณและคุณภาพ   ในด้านปริมาณก็คือจะต้องลดจำนวนพื้นที่ว่างให้เหลือน้อยที่สุด ให้ลองนึกภาพว่าคุณเป็นเจ้าของหอพักที่มีจำนวนห้องให้บริการได้ 100 ห้อง ถ้ามีคนใช้บริการเพียง 50 ห้อง คุณก็อาจจะขาดทุน แต่ถ้ามีคนใช้บริการสัก 95 ห้อง แบบนี้เยี่ยมครับ ถึงแม้ว่า DoubleClick จะไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่โฆษณาเอง ไม่ได้ลงทุนสร้างและบริหารเว็บไซต์เอง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/04/google-doubleclick.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

