<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; ebay</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/ebay/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Aug 2011 16:41:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่ากัน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2009 23:21:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[first-mover advantage]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[maslow]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=793</guid>
		<description><![CDATA[ในยุคของ User-generated content แต่ละเว็บไซต์ต่างก็สร้างเว็บให้เป็น Platform ออกมาแข่งขันกันเต็มไปหมด ทุกเว็บมีสิ่งที่เหมือนๆ กันคือการเปิดให้ผู้ใช้เว็บสามารถสร้างเนื้อหาขึ้นมาเองได้ แต่ใช่ว่าเว็บที่เปิดให้ผู้ใช้สร้างเนื้อหาได้จะต้องประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะผู้ใช้เองก็มีคำถามว่าแล้วทำไมฉันจะต้องสร้างเนื้อหาขึ้นบนเว็บนี้ด้วยล่ะ? ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือเว็บประเภท Social Network ที่ผุดขึ้นมากมายเต็มไปหมด ใครที่เล่น Windows Live Messenger (MSN) และมีเพื่อนอยู่เยอะๆ ก็จะพบว่าตัวเองมักจะได้รับอีเมลเชิญชวนให้เข้าไปสมัครสมาชิกของเว็บ Social Network อยู่เรื่อยๆ ซึ่งหลายคนที่ได้รับอีเมลแบบนี้แล้วก็มักจะเพิกเฉย เพราะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่าเหนื่อยหน่ายที่ต้องสมัครเว็บนั้นเว็บนี้อยู่เรื่อย พอสมัครแล้วก็ต้องอัปโหลดรูป เขียนแนะนำตัวเอง ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำไปทำไมในเมื่อตัวเองก็มีโพรไฟล์เหล่านี้อยู่บน Hi5 อยู่แล้ว การที่ผู้ใช้จะใช้บริการเว็บไซต์ใด เขาจะตัดสินใจจากสิ่งที่เว็บไซต์นั้นตอบสนองให้แก่เขา แล้วอะไรคือสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจากเว็บไซต์ล่ะ? การอธิบายถึงความต้องการของผู้ใช้นั้นมีอยู่หลายทฤษฎี ทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจซึ่งเป็นทฤษฎีที่ถูกพูดถึงตั้งแต่ปี 1943 ก่อนที่จะมีคอมพิวเตอร์เครื่องแรกซะอีก แต่ก็เป็นทฤษฎีที่ยังใช้งานได้ในปัจจุบัน และสามารถประยุกต์ใช้กับการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้เว็บได้ด้วย นั่นก็คือทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว (Maslow&#8217;s hierarchy of needs) ซึ่งคิดค้นโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่ชื่อ Abraham Maslow มาสโลวนำเสนอทฤษฎีของเขาผ่านรูปสามเหลี่ยมพีระมิดที่แบ่งออกเป็น 5 ชั้น ชั้นที่อยู่ใกล้ฐานพีระมิดบ่งบอกถึงความต้องการขั้นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ ถ้าไม่มีก็อยู่ไม่ได้ ส่วนชั้นที่อยู่ใกล้ยอดพีระมิดหมายถึงความต้องการที่เป็นนามธรรม เป็นเรื่องของความรู้สึกและจิตใจ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อผมทำ SEO ชนะเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง eBay</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2009 17:55:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[disability]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google analytics]]></category>
		<category><![CDATA[pagerank]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=785</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าคุณลองเข้า www.google.co.th แล้วค้นหาด้วยคำว่า &#8220;ebay&#8221; คุณจะพบเว็บไซต์ www.thaiebaybible.com ของผมติดอยู่ในอันดับแรก ขณะที่ www.ebay.com เองกลับติดอยู่ในอันดับ 4 โดยที่มีผลลัพธ์การค้นหาทั้งหมด 499,000,000 รายการ ผมไม่ได้เข้าไปปรับปรุงเนื้อหาอะไรในเว็บนี้มานานเกือบปี เพิ่งจะเข้าไปเขียนบทความเพิ่มเมื่อไม่กี่วันนี้เอง เรียกได้ว่าเป็นการปล่อยให้เว็บร้างไปเลย แต่ด้วยประสิทธิภาพของการทำ SEO ทำให้ที่ผ่านมาเว็บผมมีสัดส่วนคนเข้าเว็บผ่านทาง Search Engine สูงถึง 90% และนี่คือสถิติที่น่าสนใจจาก Google Analytics ครับ โดยเฉลี่ยแล้วมีคนเข้าเว็บผมมากกว่า 10,000 คนต่อเดือน เฉลี่ยประมาณวันละ 400 คน โดยช่วงเสาร์อาทิตย์จะลดลงหน่อย น่าดีใจที่คนเข้าเว็บนี้ไม่ได้เข้ามาแบบประเดี๋ยวประด๋าว เพราะใช้เวลาอยู่ในเว็บนานเกือบ 3 นาที และโดยส่วนใหญ่จะคลิกเข้าไปดูเนื้อหาในหน้าอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย โดยเฉลี่ย 2.4 หน้าต่อครั้ง Content is King จริงๆ ครับ คีย์เวิร์ดหลักที่ทำให้คนเข้าเว็บก็หนีไม่พ้นคำว่า ebay นอกจากนี้ก็มี ebay thailand กับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>49</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลผลิตจากค่าย INET Young Webmaster Camp 6</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Oct 2008 16:46:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[market differentiation]]></category>
		<category><![CDATA[network effect]]></category>
		<category><![CDATA[pantipmarket.com]]></category>
		<category><![CDATA[project management]]></category>
		<category><![CDATA[social]]></category>
		<category><![CDATA[thaisecondhand.com]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[webmaster]]></category>
		<category><![CDATA[ywc]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=443</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งกลับจากการเป็นวิทยากรและกรรมการตัดสินในค่าย INET Young Webmaster Camp 6 มาครับ ส่วนตัวผมภูมิใจกับเด็กรุ่นนี้มาก และชอบผลงานหลายชิ้นซึ่งมีไอเดียที่ดี มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้และรายได้ จะขอนำมาเล่าว่ามีเว็บไหนที่น่าสนใจบ้างครับ สองเว็บแรกเป็นเว็บที่มีรูปแบบเหมือนกับเว็บอื่นๆ ที่มีใช้งานกันอยู่แล้ว แต่มีการทำ Market Differentiation หรือการจับกลุ่มตลาดใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งก็คือเว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงาน และเว็บสำหรับแลกเปลี่ยนสินค้ามือสอง เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานก็ไม่ต่างอะไรกับเว็บหางานของผู้ที่จบการศึกษาแล้วครับ คือเป็นการจับคู่ระหว่างบริษัทที่ต้องการคน กับคนที่ต้องการงาน จะต่างออกมาหน่อยก็คือเว็บสำหรับนักศึกษาฝึกงานจะต้องมีพื้นที่สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยเข้าไปใช้งานด้วย หลักการทำงานของเว็บนี้เริ่มจากนักศึกษาที่ต้องการฝึกงานนำประวัติของตัวเองไปลงในเว็บ ส่วนบริษัทที่ต้องการนักศึกษาฝึกงานก็เข้ามาลงประกาศไว้ นักศึกษาสนใจงานไหนก็สมัครผ่านเว็บเข้าไปได้เลย เมื่อได้รับการคัดเลือกและทำการฝึกงานเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทก็จะกรอกแบบประเมินนักศึกษาทางเว็บเพื่อส่งให้อาจารย์มหาวิทยาลัย ส่วนนักศึกษาก็สามารถให้เรตติ้งกับบริษัทได้ว่าทำงานกับที่นี่แล้วได้ประโยชน์หรือประสบการณ์อะไรบ้าง ถ้าลองวิเคราะห์กันดีๆ จะเห็นว่าเว็บนี้มีโมเดลบางอย่างที่เหนือกว่าเว็บหางานทั่วไป ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือน PantipMarket เทียบกับ eBay กล่าวคือเว็บหางานทั่วไปคือ PantipMarket ที่เน้นไปที่การลงประกาศเพียงอย่างเดียว เมื่อลงประกาศไปแล้วก็ถือว่าจบกระบวนการของเว็บ ทางเว็บจะไม่มีข้อมูลว่าใครลงประกาศไปแล้วสามารถหาลูกค้าได้กี่คน ลูกค้าเป็นคนซื้อของอย่างสุจริตหรือเปล่า เช่นเดียวกับที่เว็บไม่รู้ว่าผู้ลงประกาศเป็นคนขายที่สุจริตหรือเปล่าด้วย ขณะที่เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานจะเป็นเหมือนกับ eBay ที่กระบวนการครอบคลุมทั้งการลงประกาศ จนเกิดการซื้อขายขึ้น มีการชำระเงิน และมีการให้ Feedback แก่กัน การที่เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานมีกระบวนการคล้ายกับ eBay จะทำให้มีข้อดีตรงที่เว็บจะมีประวัติทุกอย่างอยู่ในมือ เว็บจะรู้ว่านักศึกษาฝึกงานชอบบริษัทไหน รู้ว่านักศึกษาจากสถาบันไหนที่มีคุณภาพเพราะได้รับการประเมินที่ดีจากบริษัท [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จะทำเว็บ 2.0 น่ะ อย่าเลียนแบบคนอื่นได้มั้ย? กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างให้ว็บ 2.0 ของคุณต่างกับของคนอื่น</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/09/how-to-strategically-differentiate-your-web-2-0-idea-from-others.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/09/how-to-strategically-differentiate-your-web-2-0-idea-from-others.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Sep 2008 16:00:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[api]]></category>
		<category><![CDATA[barcampbangkok]]></category>
		<category><![CDATA[barcampbangkok2]]></category>
		<category><![CDATA[blogger]]></category>
		<category><![CDATA[blognone]]></category>
		<category><![CDATA[collaborative filtering]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[diary60]]></category>
		<category><![CDATA[differentiate strategy]]></category>
		<category><![CDATA[digg]]></category>
		<category><![CDATA[diggnation]]></category>
		<category><![CDATA[duocore]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[exteen]]></category>
		<category><![CDATA[friendflock]]></category>
		<category><![CDATA[fwdder]]></category>
		<category><![CDATA[google maps]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[mashup]]></category>
		<category><![CDATA[noknok]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[sanook.com]]></category>
		<category><![CDATA[slashdot]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[twistori]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[zickr]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=370</guid>
		<description><![CDATA[How To Strategically Differentiate Your Web 2.0 Idea From Others หรือ จะทำเว็บ 2.0 น่ะ อย่าเลียนแบบคนอื่นได้มั้ย? เป็นหัวข้อที่ผมพูดในงาน BarCamp Bangkok 2 จะขอสรุปเนื้อหาให้ท่านที่ไม่ได้ฟังในงานได้อ่านกันครับ ทุกวันนี้เว็บไทยเราเริ่มเข้าสู่ความเป็น 2.0 กันมากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราได้เห็นเว็บไซต์สัญชาติไทยแนวใหม่เพิ่มขึ้น แนวทางที่เว็บ 2.0 ของไทยส่วนใหญ่ใช้กันอยู่ก็คือการนำรูปแบบหรือแนวคิดของเว็บ 2.0 ในต่างประเทศมา Localize สำหรับคนไทย ซึ่งคำว่า Localize ในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงการแปลเป็นภาษาไทยเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงการตั้งชื่อเว็บ การสร้าง content และการใส่บรรยากาศที่เหมาะสำหรับคนไทยเข้าไปด้วย ตัวอย่างของการนำรูปแบบหรือแนวคิดจากต่างประเทศมาปรับใช้มีให้เห็นเยอะครับ ตั้งแต่ noknok.in.th ที่ดูเหมือนจะลอก twitter.com มาหมด friendflock.com เอา hi5.com มาเป็นต้นแบบ duocore.tv ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก diggnation.com ที่เป็นรายการข่าวไอทีออนไลน์ zickr.com ทำ Social Bookmark เหมือนกับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/09/how-to-strategically-differentiate-your-web-2-0-idea-from-others.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Switching Cost ต้นทุนในการชิ่ง&#8230;บนโลกธุรกิจออนไลน์</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/03/switching-cost-online-business.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/03/switching-cost-online-business.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Mar 2008 13:41:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[network effect]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[switching cost]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/03/switching-cost-online-business.html</guid>
		<description><![CDATA[Switching Cost คือต้นทุนที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้าขาประจำ ถ้าลูกค้าคนนั้นชิ่งหนีจากการใช้สินค้าหรือบริการของผู้ค้ารายเดิม แล้วเปลี่ยนไปใช้สินค้าหรือบริการของผู้ค้ารายอื่นแทน ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือหลายคนจำใจจะต้องใช้บริการโทรศัพท์มือถือกับ Mobile Operator ที่ตัวเองไม่ชอบ ทั้งที่การเปลี่ยนค่ายนั้นทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ไปซื้อซิมใหม่มาใช้ในราคาเพียงไม่กี่บาท บางค่ายถึงขนาดตั้งโต๊ะแจกซิมฟรีกันเลยทีเดียว แต่จะพบว่าผู้ใช้จำนวนมากอาจจะรับซิมฟรีมาใช้จนหมดยอดเงินที่ให้ฟรีมา จากนั้นก็เปลี่ยนกลับไปใช้เบอร์ปกติของตัวเอง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะผู้ใช้มีต้นทุนแฝงที่สูงมากจนทำให้ยากที่จะชิ่งไปใช้ของค่ายอื่นได้ นั่นก็คือเขาไม่อยากเปลี่ยนเบอร์โทรของตัวเอง เพราะอาจจะต้องเก็บไว้ใช้ติดต่อด้านธุรกิจ หากใครยังจำได้ ในช่วงปีแรกของรัฐบาลทักษิณ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เคยมาออกรายการถึงลูกถึงคนของคุณสรยุทธ์ และพูดถึงระบบ Number Portability ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนค่ายโทรศัพท์มือถือได้โดยที่ยังใช้เบอร์โทรเดิมอยู่ หมอเลี้ยบบอกว่าโครงการนี้จะสำเร็จภายในหนึ่งปี ตอนนี้ก็ผ่านมาห้าปีแล้วยังไม่เห็นวี่แววใดๆ เพราะ Number Portability ทำให้ Switching Cost ของผู้บริโภคลดลงทันที และจะส่งผลต่อการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน ซึ่งก็จะกระทบไปถึงผลการดำเนินงานของบริษัทที่อดีตนายกเคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไปด้วย ยังมีตัวอย่างอื่นๆ ของ Switching Cost อีก เช่น ถ้าเรายกเลิกบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงก่อนกำหนด จะถูกยึดเงินมัดจำ ถ้าเราเปลี่ยนยี่ห้อของเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ใช้ เราต้องเสียเวลาเรียนรู้เมนูใหม่ หรือถ้าเราจะรีไฟแนนซ์เงินกู้ซื้อบ้าน เราก็ต้องเสียเวลาไปธนาคารเพื่อดำเนินการเรื่องเอกสารต่างๆ Switching Cost มีอยู่หลายรูปแบบ เช่น ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายเพราะเราเลิกสัญญา [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/03/switching-cost-online-business.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โครงการสัมมนา ขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์ eBay</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/02/e-commerce-on-ebay-seminar.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/02/e-commerce-on-ebay-seminar.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Feb 2008 18:41:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัมมนา/กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/02/e-commerce-on-ebay-seminar.html</guid>
		<description><![CDATA[ผู้รับผิดชอบ ม.ศรีปทุม และ บ.ไทยเวนเจอร์ดอทคอม จำกัดวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00 &#8211; 16.00 น. สถานที่ อาคารอเนกประสงค์ ม.ศรีปทุม ลงทะเบียนตอบรับผ่านอีเมล์ : ebayedu@thaiventure.com หลักการและเหตุผล eBay เป็นเว็บไซต์ตลาดออนไลน์อันดับหนึ่งของโลก มีสมาชิกมากกว่า 250 ล้านคนทั่วโลกมาทำการซื้อและขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ และผู้ขายสินค้าของอีเบย์ที่มาจากประเทศไทยนั้นขายสินค้าเก่งติดอันดับโลก ปัจจุบันมีสินค้าเช่นอัญมณี, เครื่องแต่งกาย, อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ตลาดออนไลน์จึงเป็นช่องทางใหม่ให้กับผู้ประกอบการชาวไทยที่ต้องการอาศัยอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อในการขายสินค้า การสัมมนาจะเน้นให้เห็นถึงช่องทางในการขายสินค้า, ระบบชำระเงิน, กลยุทธ์ขายสินค้าในต่างประเทศผ่านอินเทอร์เน็ต, การวิเคราะห์สินค้าและประเด็นที่เกี่ยวข้อง จุดประสงค์ บริการวิชาการให้กับผู้สนใจซึ่งเนื้อหาของการบรรยายหาฟังได้ยาก เพื่อให้รู้จัก แนวคิด ของ โมเดลทางธุรกิจบนโลกอินเทอร์เน็ต เชื่อมโยงสร้างองค์ความรู้อินเทอร์เน็ตให้กับสังคมไทย กลุ่มผู้เข้าร่วมสัมมนา กลุ่มผู้สนใจที่ธุรกิจบนโลกอินเทอร์เน็ต ผู้ประกอบการที่ต้องการหาช่องทางขายสินค้าในตลาดโลก วิทยากร นักวิชาการ ม.ศรีปทุม ตัวแทนจาก eBay ทีมงาน Thaiventure.com กำหนดการ 12.00 &#8211; 13.00 ลงทะเบียน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/02/e-commerce-on-ebay-seminar.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิเคราะห์ Game Theory ของเหตุการณ์ eBay Sellers คว่ำบาตร eBay.com</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Feb 2008 16:04:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[game theory]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html</guid>
		<description><![CDATA[ใครที่เป็นแฟนประจำ eBay คงทราบแล้วว่า eBay มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายใหม่ ซึ่งมีทั้งเรื่องค่าธรรมเนียมและเรื่องฟีดแบ็ก โดยที่การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นโยบายใหม่นี้ทำให้ผู้ขายสินค้าบน eBay จำนวนมากไม่พอใจ เพราะมีการปรับค่า Final Value Fee จากเดิม 5.25% เพิ่มขึ้นเป็น 8.75% ทำให้ผู้ขายมีต้นทุนค่าขายที่ต้องจ่ายให้ eBay เพิ่มขึ้นถึง 66% ความไม่พอใจนี้ทำให้เกิดปรากฎการณ์คว่ำบาตร มีการโพสต์คลิปวิดีโอปลุกระดมให้งดกิจกรรมทุกอย่างบน eBay ระหว่างวันที่ 18 &#8211; 25 กุมภาพันธ์ เว็บไซต์ Mashable รายงานว่าจำนวนประกาศสินค้าบน eBay ลดลง 3% ในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา จริงๆ แล้วเกมนี้ใครถือไพ่เหนือกว่าใคร เราลองมาดูกันครับ ก่อนอื่นลองวิเคราะห์กันก่อนว่าทำไม John Donahoe ถึงต้องมีนโยบายแบบนี้ออกมา? ลองดูภาพนี้ครับ John Donahoe ในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีม Management เมื่อเข้ามารับตำแหน่งแล้ว เขาจะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากผู้ถือหุ้น สิ่งที่ผู้ถือหุ้น EBAY [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิเคราะห์เจาะลึก การเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมและนโยบายของ eBay ส่งผลกระทบอะไรบ้าง?</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/02/change-of-ebay-fee-and-policy.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/02/change-of-ebay-fee-and-policy.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Feb 2008 15:46:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/02/change-of-ebay-fee-and-policy.html</guid>
		<description><![CDATA[จากข่าวการเกษียณของ Meg Whitman ซึ่งดำรงตำแหน่ง CEO ของ eBay มายาวนานถึงสิบปี และการเข้ามาของ CEO คนใหม่คือ John Donahoe ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของยักษ์ใหญ่ในวงการอีคอมเมิร์ซระดับโลก นั่นก็คือการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมและนโยบายที่ส่งผลต่อทั้งผู้ขายและผู้ซื้อสินค้าบน eBay แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมส่งผลมาถึงคนไทยที่ใช้บริการ eBay ด้วย หลายคนคงจะรู้รายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงแล้วว่ามีอะไรบ้าง แต่เราคงต้องมาวิเคราะห์กันอย่างละเอียดครับว่าท้ายที่สุดแล้วใครจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง และจะต้องปรับตัวเพื่อรับมืออย่างไร ก่อนอื่นผมจะขอสรุปว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดมีอะไรบ้าง ค่าธรรมเนียมพื้นฐาน การปรับค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551 สินค้าที่ลงประกาศหลังเที่ยงคืนตามเวลาบนเว็บไซต์ eBay จะต้องใช้อัตราค่าธรรมเนียมใหม่ ค่าธรรมเนียมการลงประกาศสินค้า (Insertion Fee) แบบประมูล (Auction) มีการเปลี่ยนแปลงลดลงในทุกระดับดังรูป ค่าธรรมเนียมการลงประกาศสินค้าแบบราคาตายตัว (Fixed Price) มีการเปลี่ยนแปลงเหมือนกับแบบประมูล ต่างกันตรงที่ไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับสินค้าที่ประกาศขายที่ราคาต่ำกว่า $1.00 เพราะ eBay จะไม่ให้ตั้งราคาตายตัวต่ำกว่า $1.00 แล้ว ค่าธรรมเนียมการลงประกาศสินค้าในร้านค้า (Store) มีการเปลี่ยนแปลงลดลง โดยตั้งราคาขายต่ำกว่า $1.00 ไม่ได้เช่นกัน ส่วนค่าธรรมเนียมจากราคาปิด (Final [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/02/change-of-ebay-fee-and-policy.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>4 สุดยอด CEO ดอทคอมไทยประจำปี 2550</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/12/top-four-ceo-of-thai-dotcom.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/12/top-four-ceo-of-thai-dotcom.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 Dec 2007 16:57:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[bloggang.com]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[google maps]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[kapook.com]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[sanook.com]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[tarad.com]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/12/top-four-ceo-of-thai-dotcom.html</guid>
		<description><![CDATA[เป็นธรรมเนียมไปแล้วที่สื่อมวลชนต่างๆ มักจะจัดอันดับสุดยอดข่าวหรือสุดยอดบุคคลประจำปีในช่วงเวลาใกล้สิ้นปีแบบนี้ ผมก็เลยขอจัดอันดับบ้างโดยหัวข้อคือ &#8220;4 สุดยอด CEO ดอทคอมไทยประจำปี 2550&#8243; ทำไมต้อง 4 ด้วย? ทำไมไม่ 10 เหมือนปกติที่คนอื่นทำกัน เหตุผลก็คือผมรู้จัก CEO ของเว็บไทยไม่ถึง 10 คน และ 4 คนที่ผมจะเขียนถึงต่อไปนี้คือบุคคลที่ผมเคยพบเจอตัวจริงแล้ว บางคนเคยมาบรรยาย บางคนเคยพูดคุยด้วย และบางคนเคยร่วมงานด้วย ไม่มีการจัดอันดับว่าใครเหนือกว่าใครนะครับ เนื่องจากไม่รู้จะใช้เกณฑ์อะไรดี เอาเป็นว่าผมเขียนเรียงตามลำดับชื่อละกัน ต่อบุญ พ่วงมหา ผู้ที่พลิกชะตาชีวิตให้เอ็มเว็บเปลี่ยนจากขาดทุนเป็นกำไร ถ้าไม่มีเขาคนนี้ เอ็มเว็บอาจจะต้องขายเว็บทิ้งเพื่อตัดขาดทุนและขนเงินกลับแอฟริกาใต้ไปแล้วก็ได้ หากใครยังพอจำได้ว่าในช่วงปี 2543 ที่บริษัทจากแอฟริกาใต้เข้ามาในประเทศไทย และเริ่มต้นด้วยการเข้าซื้อกิจการเว็บไซต์ Sanook.com แล้วตามด้วยเว็บไซต์ขนาดกลางอีกหลายเว็บ เอ็มเว็บใช้กลยุทธ์แบ่งผู้ใช้เว็บออกเป็นสองกลุ่ม ใครชอบเล่นเว็บ Portal ให้มาที่ Sanook.com ใครชอบเว็บที่มี Content ให้อ่านเยอะๆ ให้ไปที่ Mweb.co.th การทุ่มเททรัพยากรจำนวนมากไปกับการพัฒนา Content เป็นกลยุทธ์ที่ผิดพลาด รายได้ที่เข้ามาไม่เพียงพอต่อรายจ่ายปริมาณมหาศาล จึงต้องมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ พร้อมกับการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/12/top-four-ceo-of-thai-dotcom.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>23</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รีวิว Sanook! eBay และพบกับสินค้าชิ้นแรกของผมบนเว็บนี้</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/12/my-first-listing-on-sanook-ebay.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/12/my-first-listing-on-sanook-ebay.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Dec 2007 18:50:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/12/my-first-listing-on-sanook-ebay.html</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่เคยวิเคราะห์เรื่อง Sanook! eBay ไปเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนนี้ Sanook! ก็ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มสำหรับซื้อขายออกมาแล้วภายใต้ชื่อเว็บ www.shopping.co.th เปิดตัวมาได้ยังไม่ถึงหนึ่งเดือน มีการไปออกบูธในงาน E-Commerce E-Business Expo 2007 ทำให้ตอนนี้มีสินค้าให้เลือกซื้อหรือประมูลได้ประมาณ 3,000 รายการ อาจจะเรียกได้ว่ายังน้อยอยู่เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Pramool.com รูปแบบของเว็บมีกลิ่นอายของ eBay แบบชัดเจน เป็นรูปแบบที่คนที่เคยซื้อขายสินค้าบน eBay คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่แพลตฟอร์มที่ใช้เป็นแพลตฟอร์มที่ Sanook! พัฒนาขึ้นมาเอง ไม่ได้ใช้แพลตฟอร์มของ eBay นั่นหมายความว่าถึงแม้คุณจะเป็นสมาชิกของ eBay อยู่แล้ว คุณก็ต้องสมัครสมาชิกอีกรอบกับ Sanook! ถึงแม้คุณจะมี feedback จากที่เคยซื้อขายสินค้าบน eBay มาก่อนแล้ว ก็นำ feedback เหล่านั้นมาใช้ไม่ได้ และถึงแม้คุณจะได้ feedback จาก Sanook! eBay เท่าไหร่ ก็นำไปใช้บน eBay อีก 28 ประเทศทั่วโลกไม่ได้ มีหมวดหมู่สินค้าทั้งหมด 21 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/12/my-first-listing-on-sanook-ebay.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

