<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; early adopter</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/early-adopter/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Aug 2011 16:41:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>สรุปผล Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อ</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/12/blog-tag-do-good-for-the-king-summary.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/12/blog-tag-do-good-for-the-king-summary.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Dec 2007 14:49:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[early adopter]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/12/blog-tag-do-good-for-the-king-summary.html</guid>
		<description><![CDATA[801 บล็อกใน 42 วัน ถือว่าเกินคาดครับ เพราะกติกาค่อนข้างยาก บางคนบอกว่าอ่านแล้วไม่เข้าใจในบางข้อ แต่ได้จำนวนมากขนาดนี้ก็นับว่าเยี่ยมมากๆ ในความเป็นจริงคงมีบล็อกที่เขียนบทความทำดีเพื่อพ่อมากกว่านี้อีก แต่ผมนับเฉพาะที่ไปแจ้งไว้ในเว็บ http://blog.macroart.net/dogood/ เนื่องจากผมเก็บข้อมูลไว้ค่อนข้างละเอียด ก็เลยเอามาสรุปผลให้เห็นถึงพฤติกรรมของ Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อได้ดังนี้ครับ จากจำนวนบล็อกที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 801 บล็อก ถ้าเราลองแบ่งตามผู้ให้บริการบล็อก จะพบว่า bloggang.com มาเป็นอันดับหนึ่งโดยมียอดสูงถึง 250 บล็อก ตามมาด้วย multiply.com จำนวน 139 บล็อก diaryclub.com จำนวน 124 บล็อก exteen.com จำนวน 108 บล็อก และ oknation.net จำนวน 71 บล็อก ขณะที่มีบล็อกที่ใช้โดเมนและพื้นที่ของตัวเองอีก 39 บล็อก ถ้าลองคิดออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่า bloggang.com มีสัดส่วนถึง 31.2% หรือเกือบ 1 ใน 3 ของทั้งหมด และถ้านับเฉพาะ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/12/blog-tag-do-good-for-the-king-summary.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Network Effect ถ้าโลกนี้มีคนใช้ YouTube, eBay, Pantip แค่คนเดียว ผมก็คงไม่ใช้เว็บเหล่านี้เหมือนกัน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/04/network-effect-youtube-ebay-pantip.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/04/network-effect-youtube-ebay-pantip.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2007 12:29:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[diffusion of innovation]]></category>
		<category><![CDATA[early adopter]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[network effect]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[youtube]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/04/network-effect-youtube-ebay-pantip.html</guid>
		<description><![CDATA[แต่จะด้วยความบังเอิญหรือไม่ก็แล้วแต่ ก็มีคนทั่วโลกนับล้านคนที่ใช้บริการเว็บเหล่านี้ Network Effect คือคุณลักษณะที่คุณค่าหลักของสินค้าหรือบริการหนึ่งๆ ไม่ได้อยู่ที่คุณสมบัติของสินค้าหรือบริการนั้นๆ แต่อยู่ที่จำนวนผู้ใช้สินค้าหรือบริการ ยิ่งมีจำนวนมาก คุณค่าก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือถ้าทั้งโลกนี้มีคนใช้โทรศัพท์แค่คนเดียว คุณคงไม่คิดอยากมีโทรศัพท์ใช้ นอกจากว่าคุณจะเป็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนของคนเดียวคนนั้นที่มีโทรศัพท์ใช้ เพื่อที่คุณจะได้ใช้ติดต่อสื่อสารกับเขาได้ หรืออาจจะเพียงเพื่อความเท่ที่ได้เป็นคนรุ่นแรกๆ ที่ได้ใช้โทรศัพท์ก็ได้ แต่พอญาติพี่น้องของคนเดียวคนนั้นเริ่มใช้โทรศัพท์ ก็จะมีญาติพี่น้องของญาติพี่น้องที่อยากใช้บ้างตามมา ท้ายที่สุดแล้วผู้ใช้โทรศัพท์ก็ขยายเป็นเครือข่ายออกไปทั่วโลก คุณค่าหลักของโทรศัพท์จึงไม่ได้อยู่ที่แผงวงจรอิเล็คทรอนิคส์ภายในเครื่อง ไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์อันสวยงามจับถนัดมือของตัวเครื่อง แต่อยู่ที่เครือข่ายโทรศัพท์ที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วทั้งโลก จนเมื่อโทรศัพท์กลายเป็นสินค้าพื้นฐานที่ใช้กันทั่วโลกแล้ว ผู้คนก็จะไม่ได้พิจารณาเรื่องคุณค่าของเครือข่ายการสื่อสารอีก แต่จะไปสนใจที่ความสามารถพิเศษของเครื่องโทรศัพท์แทน หลักการของ Network Effect ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับบริการออนไลน์หลายอย่าง ที่โด่งดังมากในช่วงยุคดอทคอมบูมก็คือโปรแกรม ICQ ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับการสื่อสารด้วยข้อความแบบทันใจ (Instant Messaging) คุณค่าของโปรแกรมนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับคุณค่าของเครือข่ายโทรศัพท์เลย ถ้าคุณไม่มีคนรู้จักที่ใช้โปรแกรมนี้ คุณก็คงไม่รู้ว่าจะใช้มันไปทำไม Network Effect ที่ใช้จับคู่คนสองคนเข้าด้วยกันอีกแบบหนึ่งก็คือ eBay ซึ่งเป็นตลาดประมูลสินค้าออนไลน์ ทำหน้าที่จับคู่ผู้ขายสินค้าเข้ากับผู้ซื้อสินค้า ด้วยความนิยมที่แพร่กระจายไปทั่วโลก ทำให้เราสามารถขายสินค้าไทยให้กับคนอเมริกันได้โดยที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็นั่งอยู่ที่บ้านในประเทศของตัวเอง นอกจากเครือข่ายของการสื่อสารและการจับคู่คนแล้ว Network Effect ยังถูกนำมาใช้อธิบายปรากฎการณ์ของเครือข่ายผู้สร้าง content ด้วย อย่างเช่น YouTube ที่มีผู้คนจากทั่วโลกเข้าไปโพสต์ไฟล์วิดีโอไว้ และให้คนทั่วไปเข้าไปโหลดดูได้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/04/network-effect-youtube-ebay-pantip.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Scarcity Marketing การตลาดแบบสินค้าขาดแคลน เมื่อของดีมีน้อยจัง</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/04/scarcity-marketing.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/04/scarcity-marketing.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Apr 2007 10:13:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[differentiate strategy]]></category>
		<category><![CDATA[early adopter]]></category>
		<category><![CDATA[gmail]]></category>
		<category><![CDATA[scarcity marketing]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/04/scarcity-marketing/</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้มีร้านอาหารอินเทรนด์เปิดใหม่ขึ้นมาอีกร้านแล้ว ชื่อร้าน MOS Burger ซึ่งเป็นร้านขายแฮมเบอร์เกอร์ชื่อดังจากญี่ปุ่น เป็นที่ร่ำลือกันว่าอร่อยกว่า Mc Donalds ซึ่งผมเองก็ยังไม่มีโอกาสได้ทดลอง เพราะเท่าที่อ่านตามกระทู้ ทำให้ทราบว่าต้องรอคิวนานมาก บางคนครึ่งชั่วโมง บางคน 45 นาที เบอร์เกอร์ไก่เทอริยากิ นึกถึงสมัยที่ Rotiboy มาเปิดใหม่ๆ นะครับ คนไปต่อคิวกันเป็นชั่วโมง ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย อุตส่าห์ไปต่อคิวตั้งแต่ร้านเปิดตอนเจ็ดโมงครึ่ง แต่มีเรียนตอนเก้าโมงเช้า กว่าจะได้ขนมปังมา 4 ก้อนก็ตอนเก้าโมงครึ่ง ทุกวันนี้คงไม่มีใครไปต่อคิวซื้อขนมปังเม็กซิกันรสกาแฟแล้ว มอสชีสเบอร์เกอร์ แต่ผมเชื่อว่า MOS Burger คงไม่ใช่อาหารแฟชั่นที่มาไวไปไวแบบ Rotiboy อย่างน้อยทุกวันนี้เราก็ยังเห็นคนเข้า Mc Donalds หรือ Burger King กันอยู่ ไรซ์เบอร์เกอร์ซีฟู้ด การที่ลูกค้าต้องยืนเข้าคิวเพื่อรอซื้อแฮมเบอร์เกอร์ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความโด่งดังของชื่อ MOS Burger ที่ถูกพูดถึงกันแบบปากต่อปาก (Viral Marketing) พอมาเปิดในเมืองไทย คนไทยก็อยากลิ้มลองรสชาติดู อีกส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะกระบวนการผลิตที่เป็นแบบ made to order [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/04/scarcity-marketing.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

