<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; e-commerce</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/e-commerce/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Aug 2011 16:41:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>Channel Conflict: เมื่อพ่อค้าคนกลางถูกตัดทิ้ง เมื่อ Amazon ทำลายธุรกิจของ Pay-Per-Click Associates</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/04/channel-conflict-amazon-associates-will-not-be-paid-referral-fees-for-paid-search-traffic.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/04/channel-conflict-amazon-associates-will-not-be-paid-referral-fees-for-paid-search-traffic.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Apr 2009 20:45:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[channel conflict]]></category>
		<category><![CDATA[disintermediate]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[pay per click]]></category>
		<category><![CDATA[search engine marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=820</guid>
		<description><![CDATA[Channel Conflict คือการที่เจ้าของแบรนด์ตัดตัวกลางซึ่งเป็นคู่ค้าทางธุรกิจออกไป ตัวกลางในที่นี้เป็นได้ทั้งผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ตัวแทนจำหน่าย และพนักงานขาย โดยที่เจ้าของแบรนด์จะใช้วิธีจำหน่ายตรงไปถึงลูกค้าแทน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะผ่านทางอินเทอร์เน็ต การที่เจ้าของแบรนด์ตัดตัวกลางออกก็เพื่อเพิ่มส่วนต่างระหว่างยอดขายกับต้นทุน (กำไร) ให้สูงขึ้น สมมุติว่าเจ้าของแบรนด์ขายให้ผู้ค้าส่งที่ราคา 40 บาท ผู้ค้าส่งไปขายต่อให้ผู้ค้าปลีกที่ราคา 70 บาท (30 บาทเป็นค่าขนส่งสินค้า ค่าสต็อกสินค้า และกำไร) จากนั้นผู้ค้าปลีกจึงไปขายให้ผู้บริโภคที่ราคา 100 บาท (30 บาทเป็นค่าเช่าพื้นที่วางสินค้า ค่าบริหารงานขาย เช่น ค่าจ้างพนักงานแคชเชียร์ และกำไร) ต่อมาเมื่อเจ้าของแบรนด์ตัดพ่อค้าคนกลางออก เจ้าของแบรนด์จะได้ส่วนต่าง 60 บาทกลับคืนมาทันที โดยส่วนหนึ่งจะเอาไปลงทุนกับระบบขายตรงถึงลูกค้า ส่วนหนึ่งลดราคาให้ลูกค้าซื้อได้ในราคาถูกลง และอีกส่วนหนึ่งคือกำไรที่ได้รับเพิ่มมากขึ้น แต่การตัดพ่อค้าคนกลางออกนั้นไม่ใช่เรื่องที่เจ้าของแบรนด์จะทำได้ง่ายๆ กรณีศึกษาที่คลาสสิคมากๆ ก็คือ Compaq และ Dell เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ในยุคที่ Compaq, HP, IBM กำลังรุ่งเรืองกับการขายคอมพิวเตอร์พีซีผ่านทางเครือข่ายค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่าง Best Buy บริษัทผู้ประกอบคอมพิวเตอร์น้องใหม่อย่าง Dell [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/04/channel-conflict-amazon-associates-will-not-be-paid-referral-fees-for-paid-search-traffic.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>24</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จิบกาแฟคนทำเว็บ หัวข้อ &#8220;Software-as-a-Service แนวคิดใหม่ใช้เว็บทำเงิน&#8221;</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/jibcafe-software-as-a-service.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/jibcafe-software-as-a-service.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Oct 2008 19:10:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัมมนา/กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[jibcafe]]></category>
		<category><![CDATA[software as a service]]></category>
		<category><![CDATA[webmaster]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=453</guid>
		<description><![CDATA[สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และมหาวิทยาลัยศรีปทุม ขอเชิญชวนสมาชิกเข้าร่วมงานจิบกาแฟคนทำเว็บหัวข้อ &#8220;Software-as-a-Service แนวคิดใหม่ใช้เว็บทำเงิน&#8221; ร่วมเสวนาเพื่อหาไอเดียใหม่ๆ ในการสร้างเว็บไซต์ให้มีรายได้จากการเก็บค่าใช้บริการจากสมาชิก แนวคิดของ Software-as-a-Service เป็นการมองว่าแทนที่ผู้ใช้จะจ่ายเงินซื้อซอฟต์แวร์ในราคาแพงๆ เพื่อมาติดตั้งใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเอง โดยที่ต้องคอยอัพเกรดซอฟต์แวร์รวมถึงดูแลรักษาข้อมูลด้วยตัวเอง ก็เปลี่ยนเป็นการจ่ายเงินค่าใช้บริการรายเดือนหรือรายปีในราคาถูก เพื่อเข้าไปใช้ซอฟต์แวร์บนเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ โดยที่ผู้ให้บริการเป็นผู้อัพเกรดซอฟต์แวร์และดูแลรักษาข้อมูลให้ การทำเว็บไซต์โดยใช้แนวคิด Software-as-a-Service เพื่อสร้างรายได้จากการเก็บค่าใช้บริการ เป็นแนวคิดที่เว็บไซต์ชื่อดังระดับโลกหลายแห่งต่างก็ใช้กันอยู่ เช่น - Salesforce ให้บริการซอฟต์แวร์ CRM ทางเว็บไซต์ เก็บค่าบริการเริ่มต้นที่ปีละ $99 - Flickr ให้บริการแชร์ไฟล์รูปภาพฟรี แต่ถ้าสมาชิกต้องการอัพโหลดไฟล์ได้ไม่จำกัด ก็สามารถจ่ายค่าใช้บริการเพียงปีละ $24.95 - Remember The Milk ให้บริการ To-Do List ที่เปิดให้ใช้ฟรีบนคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าต้องการใช้งานผ่านอุปกรณ์มือถืออย่าง iPhone หรือ Pocket PC ก็จะมีค่าบริการปีละ $25 - Yammer ให้บริการ Microblog ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร สมาชิกสามารถใช้งานได้ฟรี แต่ถ้าต้องการระบบ Admin ด้วย ก็จ่ายเงินเพียงเดือนละ $1 ต่อจำนวนผู้ใช้ในองค์กร ส่วนเว็บไซต์ไทยหลายแห่งก็มีโมเดลการหารายได้จากการเก็บค่าสมาชิกเช่นกัน - Tarad ให้บริการหน้าร้านค้าออนไลน์ที่ให้ผู้ประกอบการทดลองลงสินค้าได้ฟรี [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/jibcafe-software-as-a-service.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลผลิตจากค่าย INET Young Webmaster Camp 6</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Oct 2008 16:46:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[market differentiation]]></category>
		<category><![CDATA[network effect]]></category>
		<category><![CDATA[pantipmarket.com]]></category>
		<category><![CDATA[project management]]></category>
		<category><![CDATA[social]]></category>
		<category><![CDATA[thaisecondhand.com]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[webmaster]]></category>
		<category><![CDATA[ywc]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=443</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งกลับจากการเป็นวิทยากรและกรรมการตัดสินในค่าย INET Young Webmaster Camp 6 มาครับ ส่วนตัวผมภูมิใจกับเด็กรุ่นนี้มาก และชอบผลงานหลายชิ้นซึ่งมีไอเดียที่ดี มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้และรายได้ จะขอนำมาเล่าว่ามีเว็บไหนที่น่าสนใจบ้างครับ สองเว็บแรกเป็นเว็บที่มีรูปแบบเหมือนกับเว็บอื่นๆ ที่มีใช้งานกันอยู่แล้ว แต่มีการทำ Market Differentiation หรือการจับกลุ่มตลาดใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งก็คือเว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงาน และเว็บสำหรับแลกเปลี่ยนสินค้ามือสอง เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานก็ไม่ต่างอะไรกับเว็บหางานของผู้ที่จบการศึกษาแล้วครับ คือเป็นการจับคู่ระหว่างบริษัทที่ต้องการคน กับคนที่ต้องการงาน จะต่างออกมาหน่อยก็คือเว็บสำหรับนักศึกษาฝึกงานจะต้องมีพื้นที่สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยเข้าไปใช้งานด้วย หลักการทำงานของเว็บนี้เริ่มจากนักศึกษาที่ต้องการฝึกงานนำประวัติของตัวเองไปลงในเว็บ ส่วนบริษัทที่ต้องการนักศึกษาฝึกงานก็เข้ามาลงประกาศไว้ นักศึกษาสนใจงานไหนก็สมัครผ่านเว็บเข้าไปได้เลย เมื่อได้รับการคัดเลือกและทำการฝึกงานเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทก็จะกรอกแบบประเมินนักศึกษาทางเว็บเพื่อส่งให้อาจารย์มหาวิทยาลัย ส่วนนักศึกษาก็สามารถให้เรตติ้งกับบริษัทได้ว่าทำงานกับที่นี่แล้วได้ประโยชน์หรือประสบการณ์อะไรบ้าง ถ้าลองวิเคราะห์กันดีๆ จะเห็นว่าเว็บนี้มีโมเดลบางอย่างที่เหนือกว่าเว็บหางานทั่วไป ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือน PantipMarket เทียบกับ eBay กล่าวคือเว็บหางานทั่วไปคือ PantipMarket ที่เน้นไปที่การลงประกาศเพียงอย่างเดียว เมื่อลงประกาศไปแล้วก็ถือว่าจบกระบวนการของเว็บ ทางเว็บจะไม่มีข้อมูลว่าใครลงประกาศไปแล้วสามารถหาลูกค้าได้กี่คน ลูกค้าเป็นคนซื้อของอย่างสุจริตหรือเปล่า เช่นเดียวกับที่เว็บไม่รู้ว่าผู้ลงประกาศเป็นคนขายที่สุจริตหรือเปล่าด้วย ขณะที่เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานจะเป็นเหมือนกับ eBay ที่กระบวนการครอบคลุมทั้งการลงประกาศ จนเกิดการซื้อขายขึ้น มีการชำระเงิน และมีการให้ Feedback แก่กัน การที่เว็บหางานสำหรับนักศึกษาฝึกงานมีกระบวนการคล้ายกับ eBay จะทำให้มีข้อดีตรงที่เว็บจะมีประวัติทุกอย่างอยู่ในมือ เว็บจะรู้ว่านักศึกษาฝึกงานชอบบริษัทไหน รู้ว่านักศึกษาจากสถาบันไหนที่มีคุณภาพเพราะได้รับการประเมินที่ดีจากบริษัท [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/10/output-from-inet-young-webmaster-camp-6.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สไลด์เรื่อง Social Network Marketing for e-Commerce</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/07/social-network-marketing-for-e-commerce.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/07/social-network-marketing-for-e-commerce.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Jul 2008 12:05:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[social shopping]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=351</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้มีโอกาสได้ไปเสวนาในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ในหัวข้อเรื่อง Social Network Marketing for e-Commerce โดยผมเตรียมเนื้อหาหลักๆ ไปสามส่วนคือ Social Network คืออะไร? กรณีศึกษาการใช้ Social Network ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ และไอเดียเรื่อง Social Shopping ของต่างประเทศ สามารถดูไฟล์สไลด์ได้ที่นี่ครับ &#124; View &#124; Upload your own]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/07/social-network-marketing-for-e-commerce.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิเคราะห์ Game Theory ของเหตุการณ์ eBay Sellers คว่ำบาตร eBay.com</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Feb 2008 16:04:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[game theory]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html</guid>
		<description><![CDATA[ใครที่เป็นแฟนประจำ eBay คงทราบแล้วว่า eBay มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายใหม่ ซึ่งมีทั้งเรื่องค่าธรรมเนียมและเรื่องฟีดแบ็ก โดยที่การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นโยบายใหม่นี้ทำให้ผู้ขายสินค้าบน eBay จำนวนมากไม่พอใจ เพราะมีการปรับค่า Final Value Fee จากเดิม 5.25% เพิ่มขึ้นเป็น 8.75% ทำให้ผู้ขายมีต้นทุนค่าขายที่ต้องจ่ายให้ eBay เพิ่มขึ้นถึง 66% ความไม่พอใจนี้ทำให้เกิดปรากฎการณ์คว่ำบาตร มีการโพสต์คลิปวิดีโอปลุกระดมให้งดกิจกรรมทุกอย่างบน eBay ระหว่างวันที่ 18 &#8211; 25 กุมภาพันธ์ เว็บไซต์ Mashable รายงานว่าจำนวนประกาศสินค้าบน eBay ลดลง 3% ในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา จริงๆ แล้วเกมนี้ใครถือไพ่เหนือกว่าใคร เราลองมาดูกันครับ ก่อนอื่นลองวิเคราะห์กันก่อนว่าทำไม John Donahoe ถึงต้องมีนโยบายแบบนี้ออกมา? ลองดูภาพนี้ครับ John Donahoe ในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีม Management เมื่อเข้ามารับตำแหน่งแล้ว เขาจะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากผู้ถือหุ้น สิ่งที่ผู้ถือหุ้น EBAY [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รีวิว Sanook! eBay และพบกับสินค้าชิ้นแรกของผมบนเว็บนี้</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/12/my-first-listing-on-sanook-ebay.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/12/my-first-listing-on-sanook-ebay.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Dec 2007 18:50:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/12/my-first-listing-on-sanook-ebay.html</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่เคยวิเคราะห์เรื่อง Sanook! eBay ไปเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนนี้ Sanook! ก็ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มสำหรับซื้อขายออกมาแล้วภายใต้ชื่อเว็บ www.shopping.co.th เปิดตัวมาได้ยังไม่ถึงหนึ่งเดือน มีการไปออกบูธในงาน E-Commerce E-Business Expo 2007 ทำให้ตอนนี้มีสินค้าให้เลือกซื้อหรือประมูลได้ประมาณ 3,000 รายการ อาจจะเรียกได้ว่ายังน้อยอยู่เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Pramool.com รูปแบบของเว็บมีกลิ่นอายของ eBay แบบชัดเจน เป็นรูปแบบที่คนที่เคยซื้อขายสินค้าบน eBay คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่แพลตฟอร์มที่ใช้เป็นแพลตฟอร์มที่ Sanook! พัฒนาขึ้นมาเอง ไม่ได้ใช้แพลตฟอร์มของ eBay นั่นหมายความว่าถึงแม้คุณจะเป็นสมาชิกของ eBay อยู่แล้ว คุณก็ต้องสมัครสมาชิกอีกรอบกับ Sanook! ถึงแม้คุณจะมี feedback จากที่เคยซื้อขายสินค้าบน eBay มาก่อนแล้ว ก็นำ feedback เหล่านั้นมาใช้ไม่ได้ และถึงแม้คุณจะได้ feedback จาก Sanook! eBay เท่าไหร่ ก็นำไปใช้บน eBay อีก 28 ประเทศทั่วโลกไม่ได้ มีหมวดหมู่สินค้าทั้งหมด 21 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/12/my-first-listing-on-sanook-ebay.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำเว็บขายหนังสือด้วย Ajax</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/11/develop-online-bookstore-using-ajax.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/11/develop-online-bookstore-using-ajax.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Nov 2007 16:18:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[ajax]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[web development]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/11/develop-online-bookstore-using-ajax.html</guid>
		<description><![CDATA[นอกจากจะขายผ่านซีเอ็ดแล้ว ผมอยากจะลองขายหนังสือ Google Maps มหัศจรรย์แผนที่ออนไลน์ ผ่านบล็อกตัวเองดูด้วย และด้วยความที่อยากจะลองเล่น Ajax ดู ก็เลยตั้งโจทย์ขึ้นมาว่าจะพัฒนาเว็บอีคอมเมิร์ซแบบง่ายๆ ที่กระบวนการทุกอย่างเสร็จได้ภายในเว็บเพียงหน้าเดียว โดยส่วนใหญ่แล้ว อีคอมเมิร์ซของคนไทยจะเป็นแนวลูกทุ่งๆ หน่อย คือลูกค้าเข้ามาเลือกดูสินค้าในเว็บที่ทำตัวเป็นเพียง catalog สินค้า สนใจสินค้าชิ้นไหนก็ดูราคา ดูค่าส่ง ดูว่าจะต้องโอนเงินเข้าธนาคารไหน จากนั้นก็ไปที่ ATM เพื่อโอนเงิน พอโอนเสร็จก็ส่ง e-mail แจ้งเจ้าของร้านว่าจะสั่งซื้อสินค้าอะไรบ้าง ได้โอนเงินเข้าธนาคารอะไรเมื่อวันที่เท่าไหร่ จากนั้นก็รอรับสินค้าทางไปรษณีย์ แต่ถ้าเป็นอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจร กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การดูรายละเอียดสินค้า หยิบสินค้าใส่ตะกร้า checkout ใส่ชื่อที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า และชำระเงินผ่านบัตรเครดิต จะถูกเชื่อมต่อกันเป็น process flow เดียว อีคอมเมิร์ซที่ผมตั้งโจทย์ขึ้นมา ผมอยากให้มันเป็นลูกกรุงหน่อย คือมีระบบสั่งสินค้า ใส่ชื่อที่อยู่ และแจ้งการชำระเงินผ่านทางเว็บไซต์ (จากเดิมที่ลูกทุ่งทำผ่าน e-mail) แต่ผมคงไม่ทำแบบเต็มระบบถึงขนาดรับบัตรเครดิต เพราะไม่ได้ทำใหญ่โตอะไรครับ เรียกว่าทำอีคอมเมิร์ซแบบโฮมเมดละกัน (ฟังดูน่ากินยังไงชอบกล) ดังนั้นระบบอีคอมเมิร์ซของผมก็จะถูกแบ่งออกเป็นสอง process flow คือส่วนสั่งซื้อหนังสือ โดยที่ผมมีลูกเล่นเพิ่มขึ้นมาหน่อย คือลูกค้าจะขอให้เซ็นชื่อลงในหนังสือหรือไม่ก็ได้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/11/develop-online-bookstore-using-ajax.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิวัฒนาการของการจัดการข้อมูล Data » Information » Knowledge » Innovation Management</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/11/evolution-of-data-information-knowledge-innovation-management.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/11/evolution-of-data-information-knowledge-innovation-management.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Nov 2007 14:33:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[data management]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[erp]]></category>
		<category><![CDATA[information management]]></category>
		<category><![CDATA[innovation management]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge management]]></category>
		<category><![CDATA[knowledge sharing]]></category>
		<category><![CDATA[learning curve]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/11/evolution-of-data-information-knowledge-innovation-management.html</guid>
		<description><![CDATA[เดือนที่แล้วผมไปสัมมนา Biz IT ที่ ม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นงานสัมมนาฟรีที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนตุลาคม ในช่วงเปิดการสัมมนามีวิทยากรคือ รศ.ยืน ภู่วรวรรณ มาบรรยายในหัวข้อ Innovation Management ซึ่ง อ.ยืน ได้กล่าวว่า&#8230; เราเริ่มจากยุค Data Management ต่อมาจึงพัฒนาเป็น Information Management จนมาถึง Knowledge Management และในปัจจุบันกำลังเข้าสู่ Innovation Management อ.ยืน ไม่ได้ขยายความประโยคนี้มากนัก แต่มันเป็นประโยคที่ฟังแล้วรู้สึกเห็นภาพมากๆ และอยากนำมาขยายความตามที่ผมเข้าใจครับ Data Management คือการจัดการข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่รอบตัวเต็มไปหมด ให้อยู่ในรูปแบบที่เราสามารถเปิดดูข้อมูลได้ เพิ่มข้อมูลได้ แก้ไขข้อมูลได้ และลบข้อมูลได้ วิธีการจัดเก็บข้อมูลก็มีทั้งที่เป็นไฟล์และฐานข้อมูล สื่อที่ใช้จัดเก็บข้อมูลแบบดิจิตอลมีตั้งแต่เทปแม่เหล็กในสมัยก่อน จนสมัยนี้มีทั้งฮาร์ดดิสก์ ซีดี ดีวีดี เมมโมรี่การ์ดต่างๆ เป็นต้น Information Management เป็นการต่อยอดขึ้นมาจาก Data Management เนื่องจากในองค์กรธุรกิจมีข้อมูลอยู่เป็นจำนวนมาก ฝ่ายขายก็มีข้อมูลลูกค้า ฝ่ายผลิตมีข้อมูลสินค้า ฝ่ายบัญชีมีข้อมูลการเงิน จะทำอย่างไรให้ข้อมูลเหล่านี้สร้างประโยชน์ในทางธุรกิจให้ได้มากที่สุด [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/11/evolution-of-data-information-knowledge-innovation-management.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Game Theory ของ eBay และ Google</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/06/game-theory-ebay-google.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/06/game-theory-ebay-google.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 16 Jun 2007 14:09:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[convergence]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>
		<category><![CDATA[google checkout]]></category>
		<category><![CDATA[guerilla marketing]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[paypal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/06/game-theory-ebay-google.html</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน บล็อก Google Checkout ได้เผยแพร่ข่าวงาน Google Checkout Freedom Party ซึ่งจะจัดขึ้นในเย็นวันที่ 14 มิถุนายน ที่ Old South Meeting House ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Boston Convention &#38; Exhibition Center มากนัก Google โฆษณาว่างานนี้มีทั้งอาหารฟรี เครื่องดื่มฟรี ไลฟ์มิวสิคฟรี แม้กระทั่งนวดฟรี แต่มันจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่า เพราะ eBay มีงานใหญ่ยักษ์ประจำปี ก็คืองาน eBay Live! 2007 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 &#8211; 16 มิถุนายน ที่ Boston Convention &#38; Exhibition Center งานนี้ Google หวังว่าคนเข้าสัมมนา eBay Live! [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/06/game-theory-ebay-google.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อ eBay Go Thailand ใครได้ ใครเสีย?</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/05/ebay-go-thailand.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/05/ebay-go-thailand.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 May 2007 07:32:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[online classifieds]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[pantipmarket.com]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/05/ebay-go-thailand.html</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่มีการแถลงข่าวระหว่างเว็บไซต์ Sanook.com และ eBay.com เพื่อมีการร่วมมือในการพัฒนาตลาดประมูลออนไลน์ในประเทศไทย มีคำถามเกิดขึ้นว่า แล้วมันจะไปรอดเหรอ? เราลองมาวิเคราะห์กันดูครับ ก่อนอื่นต้องขอเท้าความไปเมื่อสิบปีที่แล้ว ในยุคเริ่มแรกของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทย ธุรกิจนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากหลักการของ Classifieds ที่ปกติจะลงประกาศซื้อขายสินค้ากันในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร เว็บแรกที่พัฒนา Online Classifieds ขึ้นมาก็คือ Pantip.com โดยเป็นบริการหนึ่งภายใต้เว็บไซต์นี้ (ภายหลังถึงได้แยกเว็บออกมาเป็น PantipMarket.com) บริการ Classifieds นี้เกิดก่อนที่ Pantip.com จะมีเว็บบอร์ดอีกนะครับ หลักการของ Online Classifieds นั้นก็เรียบง่ายครับ คนมีสินค้ามาลงประกาศขายไว้ คนซื้อสินค้าเข้าไปดู ถ้าสนใจก็ติดต่อถึงกันเอง เว็บไซต์ไม่รับรู้อะไรด้วย ทำหน้าที่เป็นเพียง &#8220;พื้นที่&#8221; ให้คนเข้ามาใช้บริการ เมื่อ Pantip.com เริ่มต้นด้วยโมเดลแบบนี้ เว็บที่มาทีหลังก็ต้องทำตาม ThaiSecondHand.com ตามเข้ามาด้วยรูปแบบ Online Classifieds เช่นกัน Online Classifieds ของทั้ง Pantip.com และ ThaiSecondHand.com นั้นไม่เก็บเงินทั้งจากผู้ซื้อและผู้ขาย ใครใคร่ขายขาย ใครใคร่ซื้อซื้อ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/05/ebay-go-thailand.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

