<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; affiliate marketing</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/tag/affiliate-marketing/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Thu, 12 Aug 2010 13:22:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>Channel Conflict: เมื่อพ่อค้าคนกลางถูกตัดทิ้ง เมื่อ Amazon ทำลายธุรกิจของ Pay-Per-Click Associates</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/04/channel-conflict-amazon-associates-will-not-be-paid-referral-fees-for-paid-search-traffic.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/04/channel-conflict-amazon-associates-will-not-be-paid-referral-fees-for-paid-search-traffic.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Apr 2009 20:45:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[channel conflict]]></category>
		<category><![CDATA[disintermediate]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[pay per click]]></category>
		<category><![CDATA[search engine marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=820</guid>
		<description><![CDATA[Channel Conflict คือการที่เจ้าของแบรนด์ตัดตัวกลางซึ่งเป็นคู่ค้าทางธุรกิจออกไป ตัวกลางในที่นี้เป็นได้ทั้งผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ตัวแทนจำหน่าย และพนักงานขาย โดยที่เจ้าของแบรนด์จะใช้วิธีจำหน่ายตรงไปถึงลูกค้าแทน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะผ่านทางอินเทอร์เน็ต การที่เจ้าของแบรนด์ตัดตัวกลางออกก็เพื่อเพิ่มส่วนต่างระหว่างยอดขายกับต้นทุน (กำไร) ให้สูงขึ้น สมมุติว่าเจ้าของแบรนด์ขายให้ผู้ค้าส่งที่ราคา 40 บาท ผู้ค้าส่งไปขายต่อให้ผู้ค้าปลีกที่ราคา 70 บาท (30 บาทเป็นค่าขนส่งสินค้า ค่าสต็อกสินค้า และกำไร) จากนั้นผู้ค้าปลีกจึงไปขายให้ผู้บริโภคที่ราคา 100 บาท (30 บาทเป็นค่าเช่าพื้นที่วางสินค้า ค่าบริหารงานขาย เช่น ค่าจ้างพนักงานแคชเชียร์ และกำไร) ต่อมาเมื่อเจ้าของแบรนด์ตัดพ่อค้าคนกลางออก เจ้าของแบรนด์จะได้ส่วนต่าง 60 บาทกลับคืนมาทันที โดยส่วนหนึ่งจะเอาไปลงทุนกับระบบขายตรงถึงลูกค้า ส่วนหนึ่งลดราคาให้ลูกค้าซื้อได้ในราคาถูกลง และอีกส่วนหนึ่งคือกำไรที่ได้รับเพิ่มมากขึ้น แต่การตัดพ่อค้าคนกลางออกนั้นไม่ใช่เรื่องที่เจ้าของแบรนด์จะทำได้ง่ายๆ กรณีศึกษาที่คลาสสิคมากๆ ก็คือ Compaq และ Dell เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ในยุคที่ Compaq, HP, IBM กำลังรุ่งเรืองกับการขายคอมพิวเตอร์พีซีผ่านทางเครือข่ายค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่าง Best Buy บริษัทผู้ประกอบคอมพิวเตอร์น้องใหม่อย่าง Dell [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/04/channel-conflict-amazon-associates-will-not-be-paid-referral-fees-for-paid-search-traffic.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>21</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อผมทำ SEO ชนะเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง eBay</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2009 17:55:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[disability]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google analytics]]></category>
		<category><![CDATA[pagerank]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=785</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าคุณลองเข้า www.google.co.th แล้วค้นหาด้วยคำว่า &#8220;ebay&#8221; คุณจะพบเว็บไซต์ www.thaiebaybible.com ของผมติดอยู่ในอันดับแรก ขณะที่ www.ebay.com เองกลับติดอยู่ในอันดับ 4 โดยที่มีผลลัพธ์การค้นหาทั้งหมด 499,000,000 รายการ ผมไม่ได้เข้าไปปรับปรุงเนื้อหาอะไรในเว็บนี้มานานเกือบปี เพิ่งจะเข้าไปเขียนบทความเพิ่มเมื่อไม่กี่วันนี้เอง เรียกได้ว่าเป็นการปล่อยให้เว็บร้างไปเลย แต่ด้วยประสิทธิภาพของการทำ SEO ทำให้ที่ผ่านมาเว็บผมมีสัดส่วนคนเข้าเว็บผ่านทาง Search Engine สูงถึง 90% และนี่คือสถิติที่น่าสนใจจาก Google Analytics ครับ โดยเฉลี่ยแล้วมีคนเข้าเว็บผมมากกว่า 10,000 คนต่อเดือน เฉลี่ยประมาณวันละ 400 คน โดยช่วงเสาร์อาทิตย์จะลดลงหน่อย น่าดีใจที่คนเข้าเว็บนี้ไม่ได้เข้ามาแบบประเดี๋ยวประด๋าว เพราะใช้เวลาอยู่ในเว็บนานเกือบ 3 นาที และโดยส่วนใหญ่จะคลิกเข้าไปดูเนื้อหาในหน้าอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย โดยเฉลี่ย 2.4 หน้าต่อครั้ง Content is King จริงๆ ครับ คีย์เวิร์ดหลักที่ทำให้คนเข้าเว็บก็หนีไม่พ้นคำว่า ebay นอกจากนี้ก็มี ebay thailand กับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>44</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Software-as-a-Service ทางรอดของธุรกิจดอทคอมในปี 2552</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2008 10:11:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[crm]]></category>
		<category><![CDATA[micro-blogging]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[salesforce]]></category>
		<category><![CDATA[software as a service]]></category>
		<category><![CDATA[yammer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=469</guid>
		<description><![CDATA[จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่กำลังถดถอย ธุรกิจหลายแห่งจะต้องปรับตัว เราเริ่มเห็นสัญญาณกันบ้างแล้วที่บริษัทหลายแห่งเริ่มชะลอการจ้างพนักงานเพิ่ม บางแห่งไม่มีการจ้างเพิ่มเลย และบางแห่งก็ใช้วิธีย้ายพนักงานไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้พนักงานตัดสินใจลาออกด้วยตัวเอง โดยบริษัทไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้ ในช่วงวิกฤตแบบนี้ ผู้บริหารส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจรักษากระแสเงินสดในปัจจุบันไว้ให้ได้มากที่สุด อย่างที่รู้กันว่าบริษัทจะขาดทุนมากแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ขอให้มีเงินสดมากพอที่จะจ่ายหนี้ได้ก็พอ แต่ถ้าวันไหนที่เจ้าหนี้เรียกเก็บเงินแล้วบริษัทไม่มี (ไม่หนี ไม่จ่าย) นั่นก็แปลว่าบริษัทเข้าสู่ภาวะล้มละลายหรือเจ๊งนั่นเอง จะเห็นได้ว่าตอนนี้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในอเมริกากำลังรอลุ้นเงินจากรัฐบาลที่จะช่วยประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดต่อไปได้ วิธีการตัดสินใจรักษากระแสเงินสดในปัจจุบันจะถูกนำไปประยุกต์ใช้กับทุกหน่วยงานภายในองค์กร แผนกไหนที่ใช้เงินอย่างเดียวโดยสร้างมูลค่าอะไรกลับคืนมาให้บริษัทไม่ได้ พนักงานในแผนกนั้นก็มีสิทธิ์จะถูกเลย์ออฟก่อน การลงทุนที่ต้องจ่ายเงินออกไปมากๆ แต่ต้องรอนานกว่าจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมา อย่างเช่นการโฆษณาเพื่อสร้างแบรนด์ที่ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ทันที ก็มักจะถูกระงับไว้ก่อน ค่าใช้จ่ายอะไรที่เป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของบริษัท ผู้บริหารก็จะเริ่มพิจารณาว่าจะมีทางใดที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายนั้นลงได้บ้าง วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจออนไลน์เช่นเดียวกัน แต่เป็นผลกระทบที่มีทั้งด้านลบและด้านบวก ในด้านลบ ผู้ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่มีรายได้จากการโฆษณาแบบ CPM (Cost Per Mille, Cost Per Thousand Impression) จะเริ่มพบว่ามีลูกค้าน้อยลง ตำแหน่งโฆษณาบนเว็บไซต์ว่างมากขึ้น ทั้งนี้เพราะลูกค้าจะเริ่มลดงบสำหรับการสร้างแบรนด์ที่ไม่ก่อให้เกิดยอดขายในระยะสั้นลง ขณะที่รูปแบบ CPA (Cost Per Action) จะได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะ Action ที่เป็นยอดขายหรือที่เรียกว่า CPS (Cost Per Sales) ที่เปิดโอกาสให้ใครก็ได้เข้ามาช่วยบริษัทขายของ โดยที่บริษัทไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้กับผู้ขาย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิเคราะห์ Game Theory ของเหตุการณ์ eBay Sellers คว่ำบาตร eBay.com</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Feb 2008 16:04:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[game theory]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html</guid>
		<description><![CDATA[ใครที่เป็นแฟนประจำ eBay คงทราบแล้วว่า eBay มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายใหม่ ซึ่งมีทั้งเรื่องค่าธรรมเนียมและเรื่องฟีดแบ็ก โดยที่การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นโยบายใหม่นี้ทำให้ผู้ขายสินค้าบน eBay จำนวนมากไม่พอใจ เพราะมีการปรับค่า Final Value Fee จากเดิม 5.25% เพิ่มขึ้นเป็น 8.75% ทำให้ผู้ขายมีต้นทุนค่าขายที่ต้องจ่ายให้ eBay เพิ่มขึ้นถึง 66% ความไม่พอใจนี้ทำให้เกิดปรากฎการณ์คว่ำบาตร มีการโพสต์คลิปวิดีโอปลุกระดมให้งดกิจกรรมทุกอย่างบน eBay ระหว่างวันที่ 18 &#8211; 25 กุมภาพันธ์ เว็บไซต์ Mashable รายงานว่าจำนวนประกาศสินค้าบน eBay ลดลง 3% ในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา จริงๆ แล้วเกมนี้ใครถือไพ่เหนือกว่าใคร เราลองมาดูกันครับ ก่อนอื่นลองวิเคราะห์กันก่อนว่าทำไม John Donahoe ถึงต้องมีนโยบายแบบนี้ออกมา? ลองดูภาพนี้ครับ John Donahoe ในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีม Management เมื่อเข้ามารับตำแหน่งแล้ว เขาจะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากผู้ถือหุ้น สิ่งที่ผู้ถือหุ้น EBAY [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/02/game-theory-analysis-of-ebay-sellers-boycott-ebay.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รีวิว Sanook! eBay และพบกับสินค้าชิ้นแรกของผมบนเว็บนี้</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/12/my-first-listing-on-sanook-ebay.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/12/my-first-listing-on-sanook-ebay.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Dec 2007 18:50:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/12/my-first-listing-on-sanook-ebay.html</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่เคยวิเคราะห์เรื่อง Sanook! eBay ไปเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนนี้ Sanook! ก็ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มสำหรับซื้อขายออกมาแล้วภายใต้ชื่อเว็บ www.shopping.co.th เปิดตัวมาได้ยังไม่ถึงหนึ่งเดือน มีการไปออกบูธในงาน E-Commerce E-Business Expo 2007 ทำให้ตอนนี้มีสินค้าให้เลือกซื้อหรือประมูลได้ประมาณ 3,000 รายการ อาจจะเรียกได้ว่ายังน้อยอยู่เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Pramool.com รูปแบบของเว็บมีกลิ่นอายของ eBay แบบชัดเจน เป็นรูปแบบที่คนที่เคยซื้อขายสินค้าบน eBay คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่แพลตฟอร์มที่ใช้เป็นแพลตฟอร์มที่ Sanook! พัฒนาขึ้นมาเอง ไม่ได้ใช้แพลตฟอร์มของ eBay นั่นหมายความว่าถึงแม้คุณจะเป็นสมาชิกของ eBay อยู่แล้ว คุณก็ต้องสมัครสมาชิกอีกรอบกับ Sanook! ถึงแม้คุณจะมี feedback จากที่เคยซื้อขายสินค้าบน eBay มาก่อนแล้ว ก็นำ feedback เหล่านั้นมาใช้ไม่ได้ และถึงแม้คุณจะได้ feedback จาก Sanook! eBay เท่าไหร่ ก็นำไปใช้บน eBay อีก 28 ประเทศทั่วโลกไม่ได้ มีหมวดหมู่สินค้าทั้งหมด 21 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/12/my-first-listing-on-sanook-ebay.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Pay Per Digg รับเงินเมื่อคลิกโหวต ขบวนการซื้อเสียงบน Social Bookmark</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/10/pay-per-digg-click-for-money-on-social-bookmark.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/10/pay-per-digg-click-for-money-on-social-bookmark.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Oct 2007 12:44:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2007/10/pay-per-digg-click-for-money-on-social-bookmark.html</guid>
		<description><![CDATA[บล็อกเกอร์ชาวไทยคงรู้กันดีว่าโมเดลหาเงินที่ได้รับความนิยมก็คือการนำโฆษณามาติดในบล็อก ไม่ว่าจะเป็น Google AdSense, Text Link Ads หรือล่าสุดคือ Widget Bucks โดยที่บล็อกเกอร์จะได้รับเงินก็ต่อเมื่อมีผู้คลิกที่โฆษณา (หรือบางคนอาจจะได้จากการแนะนำให้คนอื่นสมัคร) ซึ่งบล็อกเกอร์บางคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ใช้วิธีคลิกที่โฆษณาของตัวเองซะเลย และต้องพบกับความซวยในภายหลังได้เมื่อถูกผู้ให้บริการโฆษณาระงับ account แต่จะดีมั้ยถ้ามีคนจ่ายเงินเพื่อให้คุณคลิก? ผมกำลังพูดถึงโมเดลแบบ Pay Per Digg ครับ ผมไปเจอเว็บไซต์ Subvert and Profit เข้า ซึ่งเว็บไซต์นี้เป็นตัวกลางระหว่างผู้ที่อยากให้คนเข้าเว็บตัวเองผ่านทาง Digg เยอะๆ กับผู้ที่เล่น Digg อยู่แล้วและอยากหารายได้เสริม (น้องฮันท์ไดอารี่อีสแซวว่าผมชอบวิเคราะห์เว็บที่ทำตัวเป็นตัวกลางจับคู่อยู่เรื่อย) Digg คือเว็บไซต์ประเภท Social Bookmark ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถแนะนำเว็บไซต์ดีๆ ให้คนอื่นคลิกเข้าไปชมได้ เว็บไซต์ประเภทนี้จึงได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้ที่ต้องการ traffic เข้าเว็บของตัวเอง แต่ด้วยความที่ใครก็ได้ที่สามารถเพิ่มเว็บไซต์ลงไปได้ ทำให้มีทั้งเว็บไซต์ที่น่าอ่านและมีประโยชน์ และเว็บไซต์ที่มีเจตนาต้องการให้คนหลงเข้าไปเพื่อคลิกโฆษณาเพียงอย่างเดียว Digg จึงมีระบบ digg it ที่ให้ชุมชนคนเล่น Digg เป็นผู้ตัดสินว่าเว็บใดเป็นเว็บที่มีคุณภาพด้วยการคลิกโหวตให้แก่เว็บนั้น ในหน้าแรกของ Digg [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/10/pay-per-digg-click-for-money-on-social-bookmark.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>36</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธุรกิจ Affiliate Marketing + CPC Advertising ดี(สำหรับคนทำธุรกิจนี้)จริงหรือ?</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/06/affiliate-marketing-cpc-advertising_05.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/06/affiliate-marketing-cpc-advertising_05.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jun 2007 16:06:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[five forces]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/06/affiliate-marketing-cpc-advertising_05.html</guid>
		<description><![CDATA[จากบทความ ธุรกิจ Affiliate Marketing + CPC Advertising ดี(สำหรับเจ้าของสินค้าและผู้ซื้อสินค้า)จริงหรือ? ที่ผมได้วิเคราะห์แล้วว่าธุรกิจ Affiliate Marketing + CPC Advertising นั้นเป็นธุรกิจที่ดีต่อทั้งเจ้าของสินค้าเอง และยังดีต่อผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าอย่างเราๆ อีกด้วย ในบทความนี้ผมจะวิเคราะห์ต่อไปอีกครับว่าแล้วธุรกิจนี้จะดีต่อคนที่เป็น Affiliate Marketer ด้วยหรือเปล่า? ก่อนอื่นเราจะต้องลองวิเคราะห์ภาพรวมของธุรกิจนี้ก่อนครับว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจหรือไม่ โดยโมเดลที่ผมจะใช้ในการวิเคราะห์ก็คือ Michael Porter&#8217;s Five Forces ซึ่งเป็นโมเดลที่ใช้วิเคราะห์ 5 ปัจจัยที่ส่งผลต่อผู้ที่อยู่ในธุรกิจนั้นๆ ได้แก่ อำนาจของลูกค้า อำนาจของ Supplier การคุกคามจากผู้เล่นหน้าใหม่ การคุกคามจากสินค้าทดแทน และสภาวะการแข่งขันภายใน (ภาพจากเว็บไซต์ www.mindtools.com) ก่อนที่เราจะวิเคราะห์ Five Forces เราต้องกำหนดก่อนว่าธุรกิจที่เราจะวิเคราะห์นั้นค้าขายสินค้าอะไร? ใครคือลูกค้า? ใครคือ Supplier? ใครที่เป็น Affiliate Marketer อยู่ ลองถามตัวเองดูครับว่าคุณได้รับเงินจากใคร? คำตอบก็คือบริษัทผู้ที่เป็นเจ้าของสินค้าหรือบริการที่คุณไปช่วยขายของให้ ดังนั้นเจ้าของสินค้าจึงเปรียบเสมือนลูกค้าของคุณ แล้วใครที่คุณต้องจ่ายเงินให้? คำตอบก็คือ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/06/affiliate-marketing-cpc-advertising_05.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธุรกิจ Affiliate Marketing + CPC Advertising ดี(สำหรับเจ้าของสินค้าและผู้ซื้อสินค้า)จริงหรือ?</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/06/affiliate-marketing-cpc-advertising.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/06/affiliate-marketing-cpc-advertising.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jun 2007 16:05:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/06/affiliate-marketing-cpc-advertising.html</guid>
		<description><![CDATA[ธุรกิจ Affiliate Marketing + CPC Advertising ฮอตฮิตอย่างมากในบ้านเราในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งกระแสนี้เกิดจากหนังสือ Google Make Me Rich ของคุณตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ หนึ่งในคนไทยที่ประสบความสำเร็จในการกอบโกยเงินจากการทำ Affiliate Marketing เผื่อบางท่านยังไม่เคยรู้จักธุรกิจนี้มาก่อน ผมจะขออธิบายแบบสั้นๆ ครับ การทำ Affiliate Marketing คือการที่เราไปสมัครเป็นนายหน้าขายสินค้าและบริการให้กับเว็บไซต์ต่างๆ แล้วนำเว็บไซต์เหล่านั้นไปแนะนำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักเพื่อที่กลุ่มเป้าหมายจะได้เข้าไปสั่งซื้อสินค้า โดยที่เราในฐานะผู้แนะนำก็จะได้รับ commission ตามที่เว็บไซต์กำหนด แต่เนื่องจากมีเว็บไซต์ที่เปิดให้คนสมัครเข้าไปทำ Affiliate Marketing ได้เป็นจำนวนมาก จึงมีผู้รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์เหล่านั้นเอาไว้ด้วยกันเพื่อให้เกิดความสะดวก เช่น Commission Junction และมีผู้รวบรวมรายการสินค้าที่คุณสามารถนำไปโฆษณาขายต่อได้ เช่น ClickBank และ Amazon เมื่อผู้ที่ทำธุรกิจ Affiliate Marketing เลือกเว็บไซต์หรือสินค้าที่ตัวเองสนใจได้แล้ว ก็จะนำไปโฆษณาผ่าน Cost Per Click (CPC) Advertising เช่น Google AdWords และ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/06/affiliate-marketing-cpc-advertising.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานสัมมนา Next E-Business Model 2.0</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/05/next-e-business-model-20.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/05/next-e-business-model-20.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 May 2007 06:55:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัมมนา/กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/05/next-e-business-model-20.html</guid>
		<description><![CDATA[โครงการสัมมนา ม.รังสิต และ บริษัท ไทยเวนเจอร์ดอท คอม จำกัด เรื่อง Next E-Business Model 2.0 วัน/เวลา เสาร์ 9 มิถุนายน 2550 13.00 -16.30 น. สถานที่ ณ ศูนย์ศึกษาสาธรธานี ม.รังสิต อาคารสาธรธานี ชั้น 7 ห้อง 701 จัดโดย มหาวิทยาลัยรังสิต และ บริษัทไทยเวนเจอร์ ดอท คอม จำกัด หลักการและเหตุผล มหาวิทยาลัยรังสิต และ บริษัทไทยเวนเจอร์ ดอทคอมจำกัด มีความประสงค์ให้บริการความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต โดยหัวข้อนี้เน้นไปที่เรื่องของ โมเดลธุรกิจของอินเทอร์เน็ต ความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจบนโลกอินเทอร์เน็ตได้เปลี่ยนไปเริ่มมีศัพท์ใหม่ว่า Web 2.0 ทำให้โมเดลธุรกิจเปลี่ยนไป คนยุคเก่าบนโลกอินเทอร์เน็ต 1.0 ปรับเปลี่ยนตัวเองไม่ทัน และปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่ที่สร้างธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตด้วยความรู้ทางเทคโนโลยี ด้วยการสร้างโมเดลธุรกิจจาก Web 2.0 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/05/next-e-business-model-20.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อ Google จดทะเบียนสมรสกับ DoubleClick แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกนี้บ้าง?</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/04/google-doubleclick.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/04/google-doubleclick.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2007 15:15:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[brand awareness]]></category>
		<category><![CDATA[doubleclick]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[search engine marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/04/google-doubleclick.html</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่ได้เขียนเรื่อง &#60;Google ซื้อ DoubleClick ด้วยเงินสดมูลค่า 3.1 พันล้านเหรียญ นี่คือราคาที่สมเหตุสมผล หรือเป็นราคาที่ต้องการเอาชนะ Microsoft กันแน่?&#62; ซึ่งจะช่วยให้ทุกท่านเห็นภาพของการเคาะราคาอย่างมีที่มาที่ไป ได้เข้าใจว่าทำไม Microsoft ถึงแพ้ ทั้งที่ตัวเองก็มีเงินสดอยู่ในมือสูงถึง 30 พันล้านเหรียญ บทความนี้จะเล่าต่อว่าเมื่อ Google ได้ DoubleClick มาแล้ว จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นกับโลกออนไลน์ใบใหญ่แต่แบนราบนี้บ้าง? DoubleClick มีดีอะไร?DoubleClick เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีการตลาดออนไลน์ทั้งแก่ผู้ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่ต้องการขายพื้นที่โฆษณาบนเว็บของตัวเอง (ผู้ขาย) และเอเจนซี่โฆษณาซึ่งเป็นผู้ที่ต้องการซื้อพื้นที่โฆษณาเพื่อใช้ประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการต่างๆ (ผู้ซื้อ)สิ่งที่ DoubleClick ทำก็คือการเป็นตัวกลางที่เชื่อมผู้ขายกับผู้ซื้อเข้าด้วยกัน DoubleClick ได้สร้างเครือข่ายของเจ้าของเว็บไซต์ซึ่งมีพื้นที่โฆษณาจำนวนมากเอาไว้ และได้นำพื้นที่นี้ไปขายต่อให้กับเอเจนซี่ ซึ่ง DoubleClick มีหน้าที่บริหารพื้นที่โฆษณาให้ดีที่สุดทั้งในแง่ของปริมาณและคุณภาพ   ในด้านปริมาณก็คือจะต้องลดจำนวนพื้นที่ว่างให้เหลือน้อยที่สุด ให้ลองนึกภาพว่าคุณเป็นเจ้าของหอพักที่มีจำนวนห้องให้บริการได้ 100 ห้อง ถ้ามีคนใช้บริการเพียง 50 ห้อง คุณก็อาจจะขาดทุน แต่ถ้ามีคนใช้บริการสัก 95 ห้อง แบบนี้เยี่ยมครับ ถึงแม้ว่า DoubleClick จะไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่โฆษณาเอง ไม่ได้ลงทุนสร้างและบริหารเว็บไซต์เอง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/04/google-doubleclick.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
