<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; นิตยสาร</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/category/publication/magazine/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Aug 2011 16:41:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>Software-as-a-Service ทางรอดของธุรกิจดอทคอมในปี 2552</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2008 10:11:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[crm]]></category>
		<category><![CDATA[micro-blogging]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[salesforce]]></category>
		<category><![CDATA[software as a service]]></category>
		<category><![CDATA[yammer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=469</guid>
		<description><![CDATA[จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่กำลังถดถอย ธุรกิจหลายแห่งจะต้องปรับตัว เราเริ่มเห็นสัญญาณกันบ้างแล้วที่บริษัทหลายแห่งเริ่มชะลอการจ้างพนักงานเพิ่ม บางแห่งไม่มีการจ้างเพิ่มเลย และบางแห่งก็ใช้วิธีย้ายพนักงานไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้พนักงานตัดสินใจลาออกด้วยตัวเอง โดยบริษัทไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้ ในช่วงวิกฤตแบบนี้ ผู้บริหารส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจรักษากระแสเงินสดในปัจจุบันไว้ให้ได้มากที่สุด อย่างที่รู้กันว่าบริษัทจะขาดทุนมากแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ขอให้มีเงินสดมากพอที่จะจ่ายหนี้ได้ก็พอ แต่ถ้าวันไหนที่เจ้าหนี้เรียกเก็บเงินแล้วบริษัทไม่มี (ไม่หนี ไม่จ่าย) นั่นก็แปลว่าบริษัทเข้าสู่ภาวะล้มละลายหรือเจ๊งนั่นเอง จะเห็นได้ว่าตอนนี้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในอเมริกากำลังรอลุ้นเงินจากรัฐบาลที่จะช่วยประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดต่อไปได้ วิธีการตัดสินใจรักษากระแสเงินสดในปัจจุบันจะถูกนำไปประยุกต์ใช้กับทุกหน่วยงานภายในองค์กร แผนกไหนที่ใช้เงินอย่างเดียวโดยสร้างมูลค่าอะไรกลับคืนมาให้บริษัทไม่ได้ พนักงานในแผนกนั้นก็มีสิทธิ์จะถูกเลย์ออฟก่อน การลงทุนที่ต้องจ่ายเงินออกไปมากๆ แต่ต้องรอนานกว่าจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมา อย่างเช่นการโฆษณาเพื่อสร้างแบรนด์ที่ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ทันที ก็มักจะถูกระงับไว้ก่อน ค่าใช้จ่ายอะไรที่เป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของบริษัท ผู้บริหารก็จะเริ่มพิจารณาว่าจะมีทางใดที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายนั้นลงได้บ้าง วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจออนไลน์เช่นเดียวกัน แต่เป็นผลกระทบที่มีทั้งด้านลบและด้านบวก ในด้านลบ ผู้ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่มีรายได้จากการโฆษณาแบบ CPM (Cost Per Mille, Cost Per Thousand Impression) จะเริ่มพบว่ามีลูกค้าน้อยลง ตำแหน่งโฆษณาบนเว็บไซต์ว่างมากขึ้น ทั้งนี้เพราะลูกค้าจะเริ่มลดงบสำหรับการสร้างแบรนด์ที่ไม่ก่อให้เกิดยอดขายในระยะสั้นลง ขณะที่รูปแบบ CPA (Cost Per Action) จะได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะ Action ที่เป็นยอดขายหรือที่เรียกว่า CPS (Cost Per Sales) ที่เปิดโอกาสให้ใครก็ได้เข้ามาช่วยบริษัทขายของ โดยที่บริษัทไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้กับผู้ขาย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google Treasure Hunt ปริศนาข้อสุดท้ายกับผลรวมของจำนวนเฉพาะ</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/06/google-treasure-hunt-puzzle-4-sum-of-prime-numbers.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/06/google-treasure-hunt-puzzle-4-sum-of-prime-numbers.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Jun 2008 05:01:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[google treasure hunt]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=341</guid>
		<description><![CDATA[แล้วก็มาถึงปริศนาข้อสุดท้ายซึ่งเป็นโจทย์วัดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ คราวนี้เป็นเรื่องของ Prime Number หรือจำนวนเฉพาะ ซึ่งเป็นตัวเลขที่นักคณิตศาสตร์ศึกษากันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ก่อนยุคคริสตกาลเสียอีก จำนวนเฉพาะคือตัวเลขจำนวนเต็มบวกที่มากกว่า 1 โดยสามารถหารด้วยเฉพาะเลข 1 หรือตัวมันเองได้ลงตัวเท่านั้น ตัวอย่างเช่น เลข 5 ถือเป็นจำนวนเฉพาะ เพราะสามารถหารด้วย 1 และ 5 ลงตัว แต่เลข 6 ไม่ใช่จำนวนเฉพาะ เพราะนอกจาก 1 และ 6 แล้ว มันยังถูกหารด้วย 2 หรือ 3 ได้ลงตัวอีกด้วย ตัวอย่างของจำนวนเฉพาะ 30 ตัวแรกได้แก่ 2, 3, 5, 7, 11, 13, 17, 19, 23, 29, 31, 37, 41, 43, 47, 53, 59, 61, 67, 71, [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/06/google-treasure-hunt-puzzle-4-sum-of-prime-numbers.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google Treasure Hunt ปริศนาข้อสามกับการเดินทางของ Packet ในระบบเครือข่าย</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/05/google-treasure-hunt-puzzle-3-network-route.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/05/google-treasure-hunt-puzzle-3-network-route.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 May 2008 17:03:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[google treasure hunt]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=331</guid>
		<description><![CDATA[ปริศนาข้อสามของ Google Treasure Hunt เป็นการวัดความรู้ในเรื่องระบบเครือข่าย ครั้งนี้ก็เป็นโจทย์ที่ไม่ยากสำหรับคนที่มีความรู้ด้าน Network อยู่แล้ว อาจจะใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีในการหาคำตอบ แต่ถ้าใครไม่รู้เรื่อง Network เลยก็คงต้องเสียเวลาศึกษาสักเล็กน้อย (รวมถึงผมด้วยที่ต้องนั่งทำความเข้าใจกับตารางที่มาพร้อมกับปริศนาข้อนี้อยู่นาน) เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า&#8230; ในระบบเครือข่ายมีองค์ประกอบอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือโหนด ซึ่งอาจจะเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ทุกโหนดจะมีเลข IP ในรูปแบบ xxx.xxx.xxx.xxx กำกับไว้ เป็นเสมือนชื่อที่คอมพิวเตอร์ใช้สำหรับเรียกโหนดนั้นๆ องค์ประกอบอีกอย่างก็คือลิงก์ ทำหน้าที่เชื่อมต่อโหนดสองโหนดเข้าด้วยกัน คอยส่งต่อข้อมูลหรือ Packet จากโหนดหนึ่งไปอีกโหนดหนึ่ง ด้วยองค์ประกอบทั้งสองอย่างนี้ เมื่อมีโหนดเยอะมากๆ และมีลิงก์เชื่อมต่อระหว่างโหนดเยอะมากๆ ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็เกิดขึ้นมาได้ ในทางปฏิบัติ เมื่อโหนดหนึ่งต้องการส่งข้อมูลไปหาอีกโหนดหนึ่ง โหนดทั้งสองมักจะไม่ได้อยู่ติดกันแบบมีลิงก์เชื่อมถึงกันได้เลย แต่ต้องอาศัยการส่งต่อข้อมูลจากโหนดหนึ่งไปยังอีกโหนดหนึ่งไปเรื่อยๆ จนถึงโหนดปลายทาง ตัวอย่างเช่น ถ้าโหนด A คือเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ โดยที่คุณต้องการเรียกเว็บ Google ซึ่งอยู่ที่โหนด G เซิร์ฟเวอร์ของ Google จะต้องส่งข้อมูลจาก G มาที่ A โดยผ่านตามโหนดต่างๆ คำถามก็คือแล้วข้อมูลจะวิ่งผ่านโหนดอะไรบ้างเพื่อไปให้ถึง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/05/google-treasure-hunt-puzzle-3-network-route.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google Treasure Hunt ปริศนาข้อสองกับเรื่องของ File System</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/05/google-treasure-hunt-puzzle-2-file-system.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/05/google-treasure-hunt-puzzle-2-file-system.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 May 2008 23:02:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[google treasure hunt]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=327</guid>
		<description><![CDATA[ตอนนี้ปริศนา Google Treasure Hunt ข้อสองถูกเปิดเผยมาแล้ว แต่ก่อนจะเข้าเรื่องปริศนานี้ ขอเฉลยวิธีถอดรหัสคำใบ้ของวันเวลาที่ปริศนาข้อนี้จะถูกเปิดออกมาที่ผมได้ทิ้งท้ายไว้ในบทความที่แล้วก่อน จากคำใบ้ที่ว่า 936266827 seconds before Y2K38 จุดสำคัญอยู่ที่ Y2K38 ครับ รหัสตัวนี้ไม่ได้หมายถึงเวลาเที่ยงคืนเป๊ะของวันที่ 1 มกราคม 2038 แต่อย่างใด แต่มันหมายถึง 19 มกราคม 2038 เวลา 03:14:07 UTC (ตัวเลขเวลาเกือบจะเป็นค่า pi เชียว) วันและเวลานี้มีความสำคัญอย่างไร? มันคือวันและเวลาที่ระบบคอมพิวเตอร์จะเกิดปัญหาขึ้นอีกครั้งคล้ายๆ กับที่เคยเกิด Y2K มาแล้ว ซึ่งปัญหานี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Unix Millennium Bug เนื่องจากซอฟต์แวร์จำนวนมากที่เขียนขึ้นด้วยภาษา C บนระบบ 32 บิต จะใช้ชนิดข้อมูลแบบ time_t ในการเก็บข้อมูลเวลา ซึ่ง time_t นี้คือเลขจำนวนเต็มขนาด 32 บิตที่เป็นได้ทั้งบวกและลบ (signed 32-bit integer) [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/05/google-treasure-hunt-puzzle-2-file-system.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตามล่าหาขุมทรัพย์สุดขอบฟ้ากับ Google Treasure Hunt</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/05/google-treasure-hunt.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/05/google-treasure-hunt.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 May 2008 20:42:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[google treasure hunt]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft excel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=321</guid>
		<description><![CDATA[ภาพยนตร์เรื่อง Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull กำลังจะเข้าฉาย Google ก็มีเกมสนุกๆ เกี่ยวกับการตามล่าหาสมบัติมาให้เล่นกัน ไม่จำเป็นต้องใส่หมวกถือแส้ แค่มีคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และสมองที่จะใช้ไขปัญหาที่ Google คอยหยอดทิ้งไว้ให้ก็พอ วันที่ 8 พฤษภาคม 2551 Google Australia Blog ได้เปิดเผยถึงการแข่งขันตามล่าหาขุมทรัพย์ที่จะท้าทายความสามารถในการแก้ไขปัญหา (problem-solving) ของคุณ โดย Google มีปริศนา 4 ชุดที่จะทยอยเปิดเผยออกมาทุกสัปดาห์ ปริศนาเหล่านี้จะต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และความรู้ด้าน UNIX ในระดับลึก ใครที่สามารถไขปริศนาแต่ละข้อได้เป็นคนแรก คนนั้นจะได้รับรางวัล (อะไรไม่รู้) ใน Google Australia Blog ไม่ได้บอกว่าจะพบกับปริศนาชุดแรกได้ที่ไหนและเมื่อไร แต่ได้ทิ้งคำใบ้ไว้ว่า แผนที่ของปริศนาแรกคือ aHR0cDovL3RyZWFzdXJlaHVudC5hcHBzcG90LmNvbS8= และเวลาที่ปริศนานี้จะเปิดเผยออกมาคือ 1210550400 วิธีการไขคำใบ้ทั้งสองมีดังนี้ เมื่อเห็นเครื่องหมาย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/05/google-treasure-hunt.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลกระทบของเพลงดิจิตอลต่ออุตสาหกรรมเพลงในปี 2001 ตอนที่ 2</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry2.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry2.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Jan 2008 17:20:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[drm]]></category>
		<category><![CDATA[early majority]]></category>
		<category><![CDATA[ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[mp3]]></category>
		<category><![CDATA[p2p]]></category>
		<category><![CDATA[value chain]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry2.html</guid>
		<description><![CDATA[จากเนื้อหาในตอนที่แล้วที่ได้รู้จักกับอุตสาหกรรมเพลงและวิกฤตการณ์ MP3 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมนี้อย่างรุนแรง ในตอนนี้จะวิเคราะห์ต่อว่าค่ายเพลงต่างๆ จะต้องรับมือกับวิกฤตนี้อย่างไร กลยุทธ์การรับมือจากอุตสาหกรรมเพลง สิ่งที่ทั้ง 5 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ทำก็คือการฟ้องร้อง Napster และบริษัทอื่นๆ ที่ให้บริการดาวน์โหลดเพลงแบบละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากต้องการให้มีบรรทัดฐานทางกฎหมายเกิดขึ้นเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ของสื่อดิจิตอล นอกจากนี้ก็เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างไม่ให้มีบริษัทอื่นๆ ทำตาม ถึงแม้ว่าสื่อดิจิตอลจะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายแล้ว แต่การละเมิดลิขสิทธิ์ก็ยังเกิดขึ้นต่อไป เพราะต้นเหตุที่แท้จริงของการละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ที่ตัวผู้บริโภคที่ต้องการฟังเพลงโดยไม่ต้องการเสียเงินซื้อซีดี ค่ายเพลงจึงได้ตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจขายเพลงออนไลน์ในเวลาต่อมา ในระหว่างการดำเนินคดีของ Napster เกือบทุกค่ายเพลงมองว่า Napster เป็นศัตรูของธุรกิจ แต่ก็มีสถานการณ์ Game Theory เกิดขึ้น โดยที่ Bertelsmann eCommerce Group (BeCG) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านอีคอมเมิร์ซของ BMG Entertainment ที่เป็นหนึ่งในโจทก์ร่วมกับค่ายเพลงอื่นๆ ในการฟ้อง Napster ได้เข้าเป็นหุ้นส่วนกับ Napster และเปลี่ยนวิสัยทัศน์รวมถึงกลยุทธ์ให้ Napster เป็นเว็บไซต์ที่ขายเพลงแบบสมาชิกจ่ายรายเดือน ทำให้ BMG Entertainment ก้าวนำคู่แข่งในธุรกิจขายเพลงออนไลน์ทันที โดยที่คู่แข่งไม่สามารถตามได้ทัน เนื่องจากค่ายเพลงอื่นๆ ไม่มีความรู้ด้านธุรกิจออนไลน์ รวมถึงไม่สามารถสร้างฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ได้เทียบเท่ากับ Napster นอกจากนี้ การร่วมมือกับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลกระทบของเพลงดิจิตอลต่ออุตสาหกรรมเพลงในปี 2001 ตอนที่ 1</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry1.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry1.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jan 2008 15:53:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[five forces]]></category>
		<category><![CDATA[mp3]]></category>
		<category><![CDATA[p2p]]></category>
		<category><![CDATA[value chain]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry1.html</guid>
		<description><![CDATA[อุตสาหกรรมเพลงในระดับโลกมีฐานะมั่นคงมาอย่างยาวนาน มีค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่แข่งขันกันในอุตสาหกรรมเพียง 5 ราย ได้แก่ Warner Music Group, BMG Entertainment, Sony Music Entertainment, Universal Music Group และ EMI ในปี 2003 ยอดขายเพลงทั่วโลกมีมูลค่า 37,000 ล้านเหรียญ โดย 5 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่มียอดขายรวมกันสูงถึง 80% ของยอดขายเพลงทั่วโลก ทั้ง 5 ค่ายเพลงสามารถควบคุม Value Chain ของอุตสาหกรรมได้อย่างเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่การสร้างสรรค์งานเพลง การผลิตแผ่นซีดี ไปจนถึงการจัดจำหน่ายในขั้นสุดท้ายก่อนถึงมือผู้บริโภค ค่ายเพลงทุกรายต่างทุ่มทุนในการพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่ายผ่านหน้าร้านเพื่อให้สินค้าสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนกระทั่งในปี 1999 สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อบริษัทเล็กๆ อย่าง Napster ได้ออกซอฟท์แวร์ฟรีที่ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกสามารถร่วมแบ่งปันไฟล์เพลง MP3 กันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เหตุการณ์นี้ได้สั่นคลอนยอดขายเทปและซีดีของค่ายเพลงอย่างรุนแรง และนำมาซึ่งการฟ้องร้อง Napster จนต้องหยุดให้บริการในที่สุด แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากยังมีซอฟท์แวร์ตัวอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมากที่ให้บริการที่คล้ายคลึงกับ Napster [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/01/digital-distribution-and-music-industry1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Next E-Business Model 2.0 คุณจะเป็นเศรษฐีออนไลน์ได้อย่างไรในยุคนี้</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/06/next-e-business-model-20-2.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/06/next-e-business-model-20-2.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Jun 2007 06:44:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google adwords]]></category>
		<category><![CDATA[online classifieds]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[pantipmarket.com]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[transaction cost]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/06/next-e-business-model-20-2.html</guid>
		<description><![CDATA[E-Business Model 1.0 &#8211; Digitize the offline world ผมเข้าสู่แวดวงดอทคอมครั้งแรกในปี 2538 ซึ่งเป็นปีที่ผมหัดเขียนโฮมเพจโดยใช้ Notepad และเปิดดูโดยใช้ Netscape พอในปี 2539 ผมได้พัฒนาเว็บไซต์สำหรับส่งเพจได้ทุกค่าย ไม่จำกัดจำนวนหมายเลข ไม่จำกัดความยาวของข้อความที่ใช้ส่ง และยังพัฒนาเว็บไซต์ส่งอีการ์ดที่เป็นเว็บของคนไทยเว็บแรกๆ แต่ถ้าถามว่าแล้วผมเข้าสู่แวดวง &#8220;ธุรกิจ&#8221; ดอทคอมครั้งแรกเมื่อไร ก็คงจะต้องตอบว่าในปี 2540 ที่ได้เข้าไปเป็นทีมงานรุ่นแรกของ Pantip.com เว็บไซต์ที่ถึงแม้จะไม่ได้มีภาพความเป็นธุรกิจจ๋า แต่ก็มีโมเดลธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ได้อย่างยั่งยืน และคงจะเป็นเว็บไทยเพียงไม่กี่แห่ง ที่มีอายุยืนยาวกว่า 10 ปี โดยใช้เงินลงทุนเพียง 200,000 บาท ไม่มีการเพิ่มทุน ไม่มีการขายหุ้นเพื่อหาเงินเพิ่ม แต่เติบโตจนถึงทุกวันนี้ได้ก็ด้วยกำไรสะสมเพียงอย่างเดียว ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับคุณวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ที่มีวิสัยทัศน์และมุมมองต่อธุรกิจดอทคอมที่เฉียบขาด ในยุคเกือบ 10 ปีที่แล้ว ที่เราอาจจะเรียกว่ายุค 1.0 ซึ่งผมเรียกชื่อยุคนี้ว่า Digitize the offline world วิธีการคิดหาโมเดลธุรกิจดอทคอมในยุคนี้นั้นง่ายมาก เพียงแค่นึกถึงสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราในโลกที่จับต้องได้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/06/next-e-business-model-20-2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google Convergence ยิ่งรวมกัน ชีวิตยิ่งดีขึ้น โดยไม่ต้องมีปาติหาน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2007/04/google-convergence.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2007/04/google-convergence.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2007 18:30:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[convergence]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google analytics]]></category>
		<category><![CDATA[synergy]]></category>
		<category><![CDATA[youtube]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.macroart.net/blog/2007/04/google-convergence.html</guid>
		<description><![CDATA[ผมสมัครสมาชิกของ Blogger ไว้ตั้งแต่ปี 2004 ด้วยความที่ตอนนั้นอยากรู้ว่าบล็อกมันต่างจากไดอารี่ยังไง และบล็อกต่างประเทศสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่ก็ได้แค่ลองเล่นเฉยๆ ไม่ได้ลงมือเขียนบล็อกจริงจัง เพราะผมเขียนไดอารี่อยู่ที่ DiaryIS อยู่แล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ผมอยากเขียนบล็อกด้านธุรกิจออนไลน์โดยเฉพาะ ก็เลยเปิดบล็อกใหม่แยกออกมาจาก DiaryIS โดยไปสร้างบล็อกไว้กับ Exteen ซึ่งมีโปรแกรมสำหรับเขียนบล็อกที่ใช้งานได้ง่ายมาก เว็บไซต์ก็โหลดได้รวดเร็ว แต่ก็มีข้อเสียตรงที่เว็บไซต์ไม่อนุญาตให้โฆษณาขายของ และไม่สามารถนำโปรแกรมวิเคราะห์คนเข้าบล็อกมาติดได้ ผมลองกลับมาเล่น Blogger ดูอีกครั้ง เนื่องจากเห็นหลายๆ บล็อกที่ใช้บริการ Blogger อยู่ สามารถติดโฆษณาของ Google AdSense ได้ และพอได้ลองเล่นมากขึ้นก็พบว่ามันยอดเยี่ยมมากครับ เลยตัดสินใจย้ายข้อมูลจาก Exteen มาอยู่ที่ Blogger และเริ่มเขียนบทความนี้เป็นบทความแรก ผมเชื่อว่าทุกคนคงเคยเห็นโฆษณาของ True Convergence ที่เด็กชายมีเงิน 80 บาท ขอซื้อปาติหานเพื่อช่วยให้น้องสาวของตัวเองหายจากโรคที่เป็นอยู่ คำว่า Convergence ในที่นี้เป็นคำศัพท์ทางธุรกิจและถูกใช้อย่างมากในโลกยุคดิจิตอล ซึ่งคำนี้มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า Synergy อย่างมาก โดยคำว่า Synergy หมายถึงการที่สองธุรกิจซึ่งอาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้ มาผนึกกำลังกันเพื่อสร้างผลประโยชน์บางอย่าง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2007/04/google-convergence.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

