<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; เป็นข่าว</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/category/press/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 Aug 2009 21:47:46 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ผู้ก่อตั้งพันทิปปิ๊งไอเดียให้บล็อกเกอร์เปิดหมวก (ผู้จัดการออนไลน์ 26 มกราคม 2552)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/01/pantip-founder-idea-blogger-donation.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/01/pantip-founder-idea-blogger-donation.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Jan 2009 08:36:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เป็นข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[jibcafe]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[payment gateway]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[webmaster]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=512</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;วันฉัตร ผดุงรัตน์&#8221; ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จุดประเด็นสร้างโมเดลหารายได้ทางใหม่ให้นักเขียนบล็อกไทย เสนอไอเดียให้นักอ่านสามารถบริจาคเงินแก่นักเขียนบล็อกในราคาตั้งแต่ 5-10 บาท เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนบล็อกอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาเฉพาะรายได้จากโฆษณา แม้ขณะนี้ยังไม่มีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน แต่เชื่อว่าถ้าทำได้จะส่งให้วงการคอนเทนท์ไทยรุ่งเรือง
&#8220;โมเดลหารายได้ใหม่นี้ผมยังเรียกชื่อมันไม่ถูก และก็ยังไม่คิดว่าจะทำอะไรยังไงต่อ ผมคิดแค่ว่าอยากจะให้คนอ่านตอบแทนคนทำบล็อกได้ เมื่อมองไปกว้างๆ ยุคนี้คือยุคที่ผู้ใช้เป็นผู้สร้างคอนเทนท์ ไม่ใช่คอนเทนท์บทความแต่รวมถึงวีดีโอต่างๆ ตรงนี้ผมคิดว่าเขาควรจะได้รับกลับมาจากที่ลงแรงไป&#8221;

แนวคิดนี้ของวันฉัตรถูกนำเสนออย่างเป็นทางการในงานจิบกาแฟคนทำเว็บหัวข้อ &#8220;Social Media Marketing การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยผู้บริโภค&#8221; จัดโดยสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในงานมีการอภิปรายกันว่าพันทิปอาจเป็นหัวเรือใหญ่ในการประสานกับผู้ให้บริการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ต เพื่อผู้อ่านบล็อกสามารถโอนเงินมูลค่าเพียง 5-10 บาทได้โดยที่ผู้เขียนบล็อกได้ประโยชน์แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
 จุดนี้นายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ รองเลขาธิการสมาคมฯเชื่อว่า หากโมเดล&#8221;เปิดหมวก&#8221;นี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงบนสังคมบล็อกไทย เนื้อหาภาพรวมของบล็อกไทยจะมีโอกาสพัฒนาสูง
&#8220;อาจจะมี Micro payment gateway โดยการคุยกับ Paysbuy เพื่อให้บริการจ่ายเงินทางอินเทอร์เน็ตโดยที่คิดค่าธรรมเนียมไม่มาก หรืออาจคุยกับโอเปอเรเตอร์ ให้ผู้อ่านบล็อกสามารถเอสเอ็มเอสโอนเงินแค่ 5 บาท 10 บาทได้ง่ายๆ การบริจาคแบบนี้จะเป็นรายได้หนึ่งของบล็อกเกอร์นอกจากโฆษณา การมีรายได้จากโฆษณาทำให้เกิดโมเดลก็อปปี้คอนเทนท์คนอื่นแล้วไปหาโฆษณา การก็อปปี้แบบนี้ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มหรือความรู้ให้สังคม ซึ่งพวกนี้จะสร้างได้ต้องมีการเขียน ต้องมีอะไรมากพอสมควร&#8221;
 วันฉัตรอธิบายว่า การเขียนบล็อกนั้นไม่ซับซ้อนและไม่ต้องลงทุนมากก็จริง แต่การผลิตคอนเทนท์วีดีโอดีๆหากไม่มีส่วนสนับสนุนก็ถึงทางตันได้ โดยขณะนี้ยังไม่มีแผนการเจรจาใดๆ รวมถึงกรอบกำหนดเวลาดำเนินโครงการจริง
&#8220;เช่น วีดีโออัดเสียงผลงานแต่งเพลงที่ผู้ใช้แต่งเอง ร้องเอง เขียนเพลงเอง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/01/pantip-founder-idea-blogger-donation.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บาร์แคมป์ ค่ายจุดประกาย เวทีแสดงทรรศนะคนไอที (ไืทยรัฐออนไลน์ 5 กันยายน 2551)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/09/thairath-it-digest-5-september-2551.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/09/thairath-it-digest-5-september-2551.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Sep 2008 21:27:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เป็นข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[barcampbangkok]]></category>
		<category><![CDATA[barcampbangkok2]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=430</guid>
		<description><![CDATA[เวทีแสดงความคิดเห็นระหว่างผู้คนมีได้หลายรูปแบบ ทั้งแบบที่เห็นหน้าเห็นตากัน หรือแบบผ่านห้องสนทนาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่ในปัจจุบัน มีเวทีให้คนหลากหลายอาชีพมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในรูปแบบใหม่ ไม่เหมือนใครเรียกว่า “บาร์แคมป์”
เริ่มต้นทำความรู้จักกับ บาร์แคมป์ (BarCamp) กันก่อน นายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ รองเลขาธิการ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย อธิบายว่า ชื่อบาร์แคมป์ มีที่มาจากคำว่า ฟูบาร์(Foobar) เป็นการตั้งล้อชื่อ มักเห็นบ่อย ๆ เวลาอ่านคู่มือติวเขียนโปรแกรม แล้วคนเขียนตั้งชื่อตัวแปรไม่ออกก็ใส่ ฟูบาร์ทุกครั้งไป และเป็นอีเวนท์ทางการศึกษาที่ไม่อาจจัดกลุ่มได้ ในการจัดงานที่มีรูปแบบเดิมๆ โดยเริ่มจากการกำหนดก่อนว่า อะไรที่ไม่ใช่บาร์แคมป์ก็ไม่ใช่การเรียนการสอน และไม่ใช่การนำเสนอแบบมีรูปแบบ รวมถึงไม่ใช่การสัมมนา และทั้งหมดที่กล่าวมา มักถูกเรียกว่า งานสัมมนานอกกรอบ (un-conferrence) ที่สานต่อจากหลากหัวข้อ ผ่านการโหวตจากผู้เข้าร่วมกว่า 500 คน คัดเลือกอันดับที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด 20 หัวข้อ แบ่งเวลา-ห้องให้สนทนาร่วมกัน ในหัวข้อที่ตนสนใจ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นเรื่องไอที

บาร์แคมป์ เป็นการสนทนากัน โดยหัวใจสำคัญ คือ การเอาคนที่ชอบในเรื่อง เทคโนโลยีมาเจอกัน มาเสวนากันและก็ปล่อยให้บรรยากาศดำเนินไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการกำหนดกรอบหรือ กำหนดการใดๆ ให้ตายตัว ขณะเดียวกันบาร์แคมป์เป็นเรื่องของการร่วมมือร่วมใจของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงเรียกได้ว่า [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/09/thairath-it-digest-5-september-2551.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กูเกิล&#8230;คู่ชีวิตยุคเว็บโซไซตี้ (กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 27 กันยายน 2551)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/09/bangkokbiznews-27-september-2551.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/09/bangkokbiznews-27-september-2551.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Sep 2008 21:12:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เป็นข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[google apps]]></category>
		<category><![CDATA[google chrome]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=429</guid>
		<description><![CDATA[ทำไมอะไร อะไรก็ต้องพึ่งกูเกิล&#8230;
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : หนึ่งในเว็บไซต์ยอดนิยมอันดับต้นๆ และเป็นเสิร์ช เอนจิ้น อันดับ 1 ของโลกคือ กูเกิล www.google.com ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาบริการบนอินเทอร์เน็ตใหม่ๆ ด้วยทิศทางซึ่งประกาศไว้นานแล้วว่า บริการทุกอย่างจะอยู่บนอินเทอร์เน็ตในรูปแบบเว็บ แอพพลิเคชั่น ฉะนั้น แทบทุกคนต้องแวะเวียนเข้าใช้หาข้อมูลและใช้ประโยชน์
หลังจากทยอยเข้าซื้อกิจการเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บ แอพพลิเคชั่นในรูปแบบต่างๆ ก็เริ่มเปิดบริการใหม่ๆ เสริมความแข็งแกร่งต่อยอดบริการเสิร์ช เอนจิ้น ตั้งแต่การทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์ ทั้งแบบดิสเพลย์ที่แสดงบนเว็บไซต์ต่างๆ จนถึงโฆษณาผ่านการค้นหาข้อมูลบนตัวเสิร์ช เอนจิ้น

ล่าสุด มหาวิทยาลัยรังสิต จัดสัมมนา “กูเกิล! เทคโนโลยีเพื่อชีวิตยุคใหม่” เพื่อให้ความรู้และเตรียมพร้อมรับมือก่อนเข้าสู่ยุคเว็บเบสด์ โซไซตี้ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของโลก ขอเพียงเชื่อมต่อเข้าสู่โลกไซเบอร์สเปซได้ ทุกอย่างก็ฉลุย
เปิดทางผู้พัฒนา
อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และนักเขียนด้านไอที พูดถึงการเปิดตัว “กูเกิล โครม” (google chrome) เว็บเบราเซอร์ ของกูเกิล ที่ออกมารองรับการใช้งานเว็บ แอพพลิเคชั่นโดยเฉพาะ จากก่อนหน้านี้กูเกิลยืนยันว่าจะไม่ทำเว็บเบราเซอร์ออกมาแข่งกับรายอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว
“กูเกิล ยอมกลืนน้ำลายตัวเอง ออก กูเกิลโครมมา เพราะต้องการให้มีเว็บเบราเซอร์ที่รองรับการใช้งานกับเว็บ แอพพลิเคชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเว็บเบราเซอร์ที่มีอยู่ทุกวันนี้แทบไม่รองรับการทำงานเลย อีกทั้งกูเกิลยังใช้โค้ดแบบเปิด [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/09/bangkokbiznews-27-september-2551.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กูเกิลโครม..เบราเซอร์ทางเลือก? (กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 26 กันยายน 2551)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/09/bangkokbiznews-26-september-2551.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/09/bangkokbiznews-26-september-2551.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Sep 2008 09:22:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เป็นข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[google chrome]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=427</guid>
		<description><![CDATA[กูรูคาดกูเกิลโครมเบราเซอร์ทางเลือกเจาะผู้ใช้ไอที-นศ.
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และนักเขียนด้านไอที กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง “กูเกิล! เทคโนโลยีเพื่อชีวิตยุคใหม่” จัดโดยมหาวิทยาลัยรังสิต ว่า หลังจากกูเกิลเริ่มเปิดทดลองใช้เว็บเบราเซอร์ “กูเกิล โครม” (google chrome) ต้นเดือน ก.ย. เป็นต้นมา เริ่มมียอดดาวน์โหลดใช้งานแพร่หลายขึ้นในกลุ่มผู้ใช้งานและนักศึกษาด้านไอที แต่ยังระบุตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ เพราะเพิ่งเริ่มต้น

อย่างไรก็ตาม คาดว่ากลุ่มผู้ที่ใช้บริการเว็บ แอพพลิเคชั่น จะใช้งานเพิ่มขึ้น และอนาคตบริษัทเอกชนจะใช้กันมากขึ้นแน่นอน เพราะง่ายต่อการเข้าถึงบริการเว็บ แอพพลิเคชั่น โดยเฉพาะของกูเกิลเอง เช่น กูเกิล ดอคคิวเม้นท์, กูเกิล แม็พ, กูเกิล ทอล์ค ฯลฯ ซึ่งเป็นทิศทางของบริการบนอินเทอร์เน็ตในอนาคตที่ต่างประเทศเริ่มใช้งานแพร่หลายแล้ว แต่ไทยต้องใช้เวลาอีกระยะ
“ตัวเว็บเบราเซอร์ มีความเรียบง่าย ทำงานได้เร็ว เพราะทุกอย่างจะทำงานบนเว็บ แอพพลิเคชั่น และกูเกิลใช้ซอร์สโค้ดแบบเปิด เพื่อให้เว็บเบราเซอร์อื่นๆ นำไปพัฒนาต่อได้ ต่างอย่างชัดเจนกับอินเทอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์ (ไออี) ของไมโครซอฟท์ ระดับโลกถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของไออี เพราะยิ่งคนใช้เว็บ แอพพลิเคชั่นมากขึ้น ก็มีโอกาสที่จะใช้กูเกิล โครมมากขึ้น” [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/09/bangkokbiznews-26-september-2551.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Pantip.com รอวันก้าวสู่เว็บไซต์มหาชน (นิตยสาร eLife พฤษภาคม 2545)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/07/elife-magazine-may-2545.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/07/elife-magazine-may-2545.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Jul 2008 10:11:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เป็นข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=353</guid>
		<description><![CDATA[นับแต่ฟองสบู่ในธุรกิจดอทคอม (.com) แตกสลายลงเมื่อปลายปี 2543 เว็บไซต์จำนวนมากของไทยก็เริ่มทยอยปิดตัวลงทีละราย จนเหลือเว็บไซต์ที่ยังยืนหยัดต่อไปจำนวนไม่มากนัก ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าไม่ลดขนาดองค์กรลงเพื่อประคองตัวให้รอด ก็เบนเข็มเปลี่ยนทิศทางธุรกิจไป แต่เว็บไซต์ Pantip.com ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ก่อนการเกิดกระแสบูมของธุรกิจดอทคอมในปี 2541-2543 ไม่เป็นเช่นนั้น
นอกจากจะไม่ต้องลดขนาดองค์กรลง หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจแล้ว ยังสามารถเติบโตและแสดงบทบาท Web Community ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเมืองไทยได้อย่างต่อเนื่อง และยังได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย

ความสำเร็จในฐานะเว็บไซต์ที่โดดเด่นรายหนึ่งของไทยเกิดจากการที่ Pantip.com วางบทบาทตัวอย่างไว้ชัดเจนว่าเป็นเว็บชุมชนที่มีบริการเว็บบอร์ด (Webboard) เป็นจุดแข็งมาตลอดเกือบ 6 ปี โดยไม่ได้เปลี่ยนสีแปรธาตุไปตามกระแสเย้ายวนของธุรกิจดอทคอม ทั้งยืนหยัดให้บริการผู้ใช้เน็ตแบบกิจการสาธารณะด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมทำงานในฐานะผู้แจ้งเบาะแสกระทู้ที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการจัดกิจกรรมสัมพันธ์กับสมาชิกเป็นประจำทุกปี
Pantip.com จึงไม่ใช่เพียงแค่สื่อในโลกออนไลน์เท่านั้น หากแต่เป็นทั้งชุมชนเสมือน (Virtual Community) และชุมชนที่มีตัวตนแท้จริงของสังคมอินเทอร์เน็ตในเมืองไทยด้วย
บทสนทนาระหว่าง eLife กับ วรพจน์ หิรัญประดิษฐกุล Contents Manager และ อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ โปรแกรมเมอร์ผู้ดูแลระบบ ซึ่งเป็นผู้ร่วมบุกเบิกและเป็นกำลังสำคัญของเว็บไซต์ Pantip.com ที่เริ่มต้นมาจากเคยเป็นผู้ใช้มาก่อน จึงเป็นภาพสะท้อนที่ทำให้เราได้มองเห็นด้านในของชุมชนออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของไทยมากขึ้น อีกทั้งได้รับรู้ความจริงว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่

eLife : ขณะนี้ Pantip.com ยังคงคอนเซ็ปต์เป็นเว็บไซต์ที่เน้นบริการเว็บบอร์ดเหมือนเดิมหรือไม่
อภิศิลป์ : ตอนนี้ก็ยังให้ความสำคัญกับเว็บบอร์ดเป็นอันดับแรกเลย ส่วนที่รองลงมาก็เป็นบริการทั่วไป [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/07/elife-magazine-may-2545.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องเล่น ๆ ที่เป็นเงิน (นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2542)</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/07/manager-magazine-july-2542.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/07/manager-magazine-july-2542.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Jul 2008 21:02:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เป็นข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[sanook.com]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=352</guid>
		<description><![CDATA[บรรดานักโต้คลื่นชาวไทยบนอินเตอร์เน็ตหลายคนคุ้นเคยกับเว็บไซต์ pantip.com หรือ sanook.com เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันบนเว็บไปแล้ว
ในแต่ละวันจะมีคนจำนวนมากที่เปิด (log in) เข้าเว็บไซต์เหล่านี้เพื่อหาเพื่อนใหม่ในห้องสนทนา (Chatroom) หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกระทู้ต่างๆ ในห้องที่จัดแบ่งไว้ตามความสนใจ และมีอีกไม่น้อยที่เข้าไปหาซื้อชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ อาทิ โมเด็ม ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอม
แต่ละวันจะมีคนล็อกอินเข้าไปในเว็บไซต์ของ pantip. com และ sanook.com ไม่ต่ำกว่า 50,000 รายต่อวัน เป็นตัวเลขที่น่าสนใจไม่น้อยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในไทยที่มีอยู่ประมาณ 2-3 แสนราย

ยิ่งเมื่อบวกกับกระแสความสำเร็จของ yahoo.com หรือพวกบรรดา amazon.com ในสหรัฐอเมริกา เป็นแรงส่งทำให้ pantip.com และ sanook.com ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
จนทำให้เกิดคำถามว่า จะมีเว็บไซต์คนไทยที่จะสามารถเดินตามรอยบรรดา yahoo.com หรืออะเมซอนดอทคอม ที่ร่ำรวยจากการขายหุ้นหรือเข้าตลาดหลักทรัพย์ แม้ว่าเนื้อแท้ของธุรกิจจะขาดทุนก็ตาม
&#8220;ผู้จัดการ&#8221; สนทนากับ วันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้สร้างเว็บไซต์ pantip.com พร้อมกับทีมงานอีก 2 คนในบ่ายวันหนึ่งที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ หรือบอย นักศึกษาปี 4 วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/07/manager-magazine-july-2542.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
