<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/category/article/business-marketing/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Aug 2011 16:41:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>TYPLive.com สมุดหน้าเหลืองออนไลน์โฉมใหม่</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2011/08/typlive-new-design-yellow-pages.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2011/08/typlive-new-design-yellow-pages.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Aug 2011 13:35:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[yellow pages]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=936</guid>
		<description><![CDATA[สมุดหน้าเหลืองหรือ YellowPages เป็นธุรกิจที่ขึ้นชื่อว่ากำลังจะตาย สมัยก่อนรายได้หลักของธุรกิจนี้มาจากการขายโฆษณาในสมุด ไม่ว่าจะเป็นปกหน้า สันสมุด หรือแทรกกระจายอยู่ในตัวเล่ม ในยุคเฟื่องฟู พื้นที่เล็กๆ บนสันสมุดสามารถขายได้ถึงหลักล้านบาทต่อปี แต่ในยุค Google ครองโลก จะมีใครใช้มือพลิกสมุดหน้าเหลืองอีก นอกจากคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตไม่เป็นซึ่งนับวันมีแต่น้อยลงเรื่อยๆ ยอดขายโฆษณาของธุรกิจสมุดหน้าเหลืองทั่วโลกก็ลดลงอย่างน่าใจหาย และมีวี่แววว่าธุรกิจนี้จะกลายสภาพเป็นเหมือนธุรกิจฟิล์มถ่ายรูปในเร็วๆ นี้ นี่จึงเป็นที่มาของความพยายามในการเข้าสู่โลกออนไลน์ของสมุดหน้าเหลือง บริษัท เทเลอินโฟ มีเดีย จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาบริการ Thailand Yellow Pages ได้เปิดตัวเว็บไซต์สมุดหน้าเหลืองออนไลน์โฉมใหม่ภายใต้ชื่อ TYPLive.com ทางฝ่ายการตลาดออนไลน์ของบริษัทจึงติดต่อผมให้เขียนรีวิวเว็บไซต์ ถึงแม้ทางบริษัทจะมีค่าเขียนให้ แต่ก็ใจกว้างมากพอที่จะให้ผมเขียนถึงจุดด้อยของเว็บไซต์ด้วย เพื่อเป็นข้อมูลให้ทีมงานนำไปพัฒนาปรับปรุงต่อไป งานนี้ผมเลยขอจัดเต็มครับ การรีวิวในครั้งนี้ ผมจะไม่เขียนเพียงแค่เว็บไซต์มีฟีเจอร์อะไรให้ใช้งานบ้าง แต่จะลงลึกถึง User Experience ของจริงโดยตั้งโจทย์กรณีการใช้งานจริงขึ้นมา จุดไหนที่ยังมีข้อบกพร่องอยู่ ผมจะมีข้อเสนอแนะในการพัฒนาปรับปรุงให้ด้วย แอร์หนู ไม่รู้เป็นอ่าร้ายยย ช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา แอร์ที่ออฟฟิศผมย่านสะพานควายทำงานหนักมาก พอเข้าหน้าฝน มันก็เริ่มไม่เย็น คงต้องหาช่างมาช่วยดู ผมลองเข้าไปที่เว็บ TYPLive.com (หรือเข้าทาง YellowPages.co.th ก็ได้) [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2011/08/typlive-new-design-yellow-pages.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Coffee Master รายการเรียลิตี้น่าดูสำหรับคนรักกาแฟ</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2011/03/coffee-master.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2011/03/coffee-master.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Mar 2011 14:54:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=925</guid>
		<description><![CDATA[ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบดูรายการเรียลิตี้ครับ แต่เรียลิตี้ในบ้านเราส่วนใหญ่จะเป็นรายการแนวประกวดร้อง-เต้นซะเยอะ นานๆ ทีถึงจะมีแนวอื่นๆ มาให้ชมบ้าง แต่ช่วงนี้มีเรียลิตี้แนวใหม่ที่ผมว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง และหนึ่งในธุรกิจในฝันยอดฮิตก็คือการเป็นเจ้าของร้านกาแฟนั่นเอง รายการที่ว่านี้ก็คือ Coffee Master Coffee Master เป็นรายการเรียลิตี้ที่ออกอากาศสด 24 ชั่วโมง จากร้านกาแฟ TrueCoffee ที่ Crystal Design Center (เป็นสถานที่ที่ชิคมาก น่าเดินสุดๆ โดยเฉพาะตลาดนัดช่วงเย็นวันเสาร์อาทิตย์) ภายใต้การดูแลของคุณบอย อรรถพล ณ บางช้าง เจ้าพ่อเรียลิตี้ของเมืองไทย และคุณพล ตัณฑเสถียร เป็นผู้อำนวยการร้าน โดยมีผู้แข่งขัน 12 คนที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ เข้ามารับภารกิจที่ท้าทาย ต้องแก้ไขสารพัดปัญหาทางธุรกิจ เพื่อผ่านเข้ารอบจนกลายเป็นผู้ชนะ ชิงเงินรางวัล 1 ล้านบาท จุดดีของรายการนี้คือนอกจากผู้ชมจะได้รับความบันเทิงจากการเฝ้าดูผู้แข่งขันที่ตัวเองเชียร์อยู่แล้ว ยังได้รับความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจกาแฟด้วย ซึ่งผมว่ามันเป็นเรื่องจุกจิกพอสมควรนะ บางคนคิดว่าการเปิดร้านกาแฟไม่ใช่เรื่องยากอะไร แค่หาทำเลที่เหมาะสม แต่งร้านให้น่ารักน่านั่ง ซื้อเครื่องชงกาแฟ มีเน็ต Wi-fi ให้ลูกค้า อะไรแบบนี้ แต่ความจริงแล้วมันมีรายละเอียดและสถานการณ์อีกหลายๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2011/03/coffee-master.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Channel Conflict: เมื่อพ่อค้าคนกลางถูกตัดทิ้ง เมื่อ Amazon ทำลายธุรกิจของ Pay-Per-Click Associates</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/04/channel-conflict-amazon-associates-will-not-be-paid-referral-fees-for-paid-search-traffic.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/04/channel-conflict-amazon-associates-will-not-be-paid-referral-fees-for-paid-search-traffic.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Apr 2009 20:45:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[channel conflict]]></category>
		<category><![CDATA[disintermediate]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[pay per click]]></category>
		<category><![CDATA[search engine marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=820</guid>
		<description><![CDATA[Channel Conflict คือการที่เจ้าของแบรนด์ตัดตัวกลางซึ่งเป็นคู่ค้าทางธุรกิจออกไป ตัวกลางในที่นี้เป็นได้ทั้งผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ตัวแทนจำหน่าย และพนักงานขาย โดยที่เจ้าของแบรนด์จะใช้วิธีจำหน่ายตรงไปถึงลูกค้าแทน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะผ่านทางอินเทอร์เน็ต การที่เจ้าของแบรนด์ตัดตัวกลางออกก็เพื่อเพิ่มส่วนต่างระหว่างยอดขายกับต้นทุน (กำไร) ให้สูงขึ้น สมมุติว่าเจ้าของแบรนด์ขายให้ผู้ค้าส่งที่ราคา 40 บาท ผู้ค้าส่งไปขายต่อให้ผู้ค้าปลีกที่ราคา 70 บาท (30 บาทเป็นค่าขนส่งสินค้า ค่าสต็อกสินค้า และกำไร) จากนั้นผู้ค้าปลีกจึงไปขายให้ผู้บริโภคที่ราคา 100 บาท (30 บาทเป็นค่าเช่าพื้นที่วางสินค้า ค่าบริหารงานขาย เช่น ค่าจ้างพนักงานแคชเชียร์ และกำไร) ต่อมาเมื่อเจ้าของแบรนด์ตัดพ่อค้าคนกลางออก เจ้าของแบรนด์จะได้ส่วนต่าง 60 บาทกลับคืนมาทันที โดยส่วนหนึ่งจะเอาไปลงทุนกับระบบขายตรงถึงลูกค้า ส่วนหนึ่งลดราคาให้ลูกค้าซื้อได้ในราคาถูกลง และอีกส่วนหนึ่งคือกำไรที่ได้รับเพิ่มมากขึ้น แต่การตัดพ่อค้าคนกลางออกนั้นไม่ใช่เรื่องที่เจ้าของแบรนด์จะทำได้ง่ายๆ กรณีศึกษาที่คลาสสิคมากๆ ก็คือ Compaq และ Dell เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ในยุคที่ Compaq, HP, IBM กำลังรุ่งเรืองกับการขายคอมพิวเตอร์พีซีผ่านทางเครือข่ายค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่าง Best Buy บริษัทผู้ประกอบคอมพิวเตอร์น้องใหม่อย่าง Dell [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/04/channel-conflict-amazon-associates-will-not-be-paid-referral-fees-for-paid-search-traffic.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>24</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครคูณเลขได้มากกว่ากัน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2009 19:33:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[collaborative filtering]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[ning]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[posterous]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=805</guid>
		<description><![CDATA[จากบทความตอนที่แล้วเรื่อง ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่ากัน ผมได้อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้คนเลือกที่จะใช้เว็บใดๆ เพราะเว็บนั้นตอบสนองความต้องการพื้นฐานของเขาได้ อย่างไรก็ตาม การทำให้คนเข้าเว็บเยอะๆ ได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยอื่นนอกจากการตอบสนองความต้องการด้วย การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกได้นั้นต้องอาศัยการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา การทำ Search Engine Marketing การใช้ Social Media Marketing หรือการตลาดอื่นๆ แต่การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกแล้วมีการแวะเข้ามาหลังจากนั้นอีก จะต้องอาศัยเนื้อหาที่มีคุณภาพ จึงมีคำกล่าวที่ว่า Content Is King เว็บไซต์ที่มีรูปแบบ Owner-generated content หรือเจ้าของเว็บเป็นผู้สร้างเนื้อหาขึ้นมา กลไกหลักที่จะขับเคลื่อนเว็บและทำให้มีคนเข้าเว็บมากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่ตัวเจ้าของเว็บเอง ถ้าเจ้าของเว็บสร้างเนื้อหาออกมาได้ &#8220;ถูกจริต&#8221; คนเข้าเว็บ เนื้อหานั้นก็เปรียบเสมือน &#8220;ตัวคูณ&#8221; ที่มีค่ามาก เนื้อหาหนึ่งชิ้นอาจสร้างคนเข้าเว็บได้นับพันนับหมื่น ตัวอย่างของเว็บไซต์ประเภทนี้ก็คือบล็อก บล็อกที่มีเนื้อหาสาระดีก็จะดึงดูดผู้อ่านที่ต้องการแสวงหาความรู้ บล็อกที่มีเนื้อหาตลกขบขันจะดึงดูดผู้อ่านที่ต้องการคลายเครียด ส่วนบล็อกที่เจ้าของเป็นผู้หญิงสวยที่ชอบถ่ายรูปตัวเองลงบล็อก ก็จะดึงดูดผู้ชายได้จำนวนมาก ขณะที่เว็บไซต์แบบ User-generated content หรือผู้ใช้เว็บเป็นผู้สร้างเนื้อหา ปัจจัยที่ทำให้คนเข้าเว็บเยอะจะขึ้นกับตัวคูณสองตัว คือเนื้อหาที่มีในเว็บสามารถดึงดูดคนเข้าเว็บได้มากแค่ไหน และคนเข้าเว็บลงมือสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจมากแค่ไหน เว็บ UGC ที่ล้มเหลวคือเว็บที่ตัวคูณทั้งสองตัวนี้มีค่าต่ำมาก มีคนเข้าเว็บมาแต่ก็ไม่ได้ช่วยสร้างเนื้อหาอะไร เนื้อหาที่มีอยู่ก็ไม่น่าสนใจมากพอจะดึงดูดคนเข้าเว็บรายใหม่ๆ ลองนึกภาพเว็บบอร์ดที่สมัยนี้ใครๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>26</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มี Twitter Follower เพิ่มขึ้น 19,530 คน ภายใน 30 วัน!</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/get-19530-new-twitter-followers-in-30-days.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/get-19530-new-twitter-followers-in-30-days.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Feb 2009 10:13:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[network marketing]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=797</guid>
		<description><![CDATA[จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณคลิกเพียงแค่ปุ่มเดียวแล้วทำให้คุณมี Twitter Follower เพิ่มขึ้นหลายพันคนโดยอัตโนมัติอย่างถูกต้องตามกฎ? โดยที่คุณไม่ต้องไป Follow คนอื่นเป็นพันคนเพียงเพื่อให้เขา Follow คุณกลับมา วิธีการนี้เป็นวิธีบนดิน 100% ไม่มีการสแปม และไม่เสียเงินใดๆ ทั้งสิ้น! นี่คือส่วนหนึ่งของข้อความโฆษณาบนเว็บไซต์ TweeterGetter เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาและรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับเว็บโฆษณาชวนเชื่อให้จ่ายเงินเพื่อซื้อเคล็ดลับความร่ำรวยด้วยอินเทอร์เน็ต จะต่างกันตรงที่ TweeterGetter ฟรี ฟรีจริงๆ ไม่มีเงื่อนไขหมกเม็ด การมีจำนวน Twitter Follower เพิ่มขึ้นมากๆ นั้นถือเป็นความปรารถนาของนักการตลาดออนไลน์ รวมถึงผู้ใช้ Twitter หลายๆ คน ใครๆ ก็อยากให้มีคนฟังสิ่งที่ตัวเองพูด ลองนึกภาพดูว่าคุณจะได้ประโยชน์มากขนาดไหนจากการที่มีคน 20,000 คนฟังคุณพูด วิธีการที่ TweeterGetter ใช้คือ Viral Marketing โดยนำหลักการของ Network Marketing มาใช้เป็นตัวขับเคลื่อน เริ่มจากการให้คุณเสียบปลั๊กตัวเองเข้ากับระบบก่อน (ด้วยการคลิกเพียงหนึ่งคลิก) จากนั้นระบบจะบอก Follower ของคุณให้ทำแบบเดียวกัน หลังจากนี้ก็เพียงแค่รอให้มีคนมา Follow คุณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน การเสียบปลั๊กตัวเองเข้ากับระบบทำได้โดยการใส่ล็อกอิน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/get-19530-new-twitter-followers-in-30-days.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>30</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่ากัน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2009 23:21:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[first-mover advantage]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[maslow]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=793</guid>
		<description><![CDATA[ในยุคของ User-generated content แต่ละเว็บไซต์ต่างก็สร้างเว็บให้เป็น Platform ออกมาแข่งขันกันเต็มไปหมด ทุกเว็บมีสิ่งที่เหมือนๆ กันคือการเปิดให้ผู้ใช้เว็บสามารถสร้างเนื้อหาขึ้นมาเองได้ แต่ใช่ว่าเว็บที่เปิดให้ผู้ใช้สร้างเนื้อหาได้จะต้องประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะผู้ใช้เองก็มีคำถามว่าแล้วทำไมฉันจะต้องสร้างเนื้อหาขึ้นบนเว็บนี้ด้วยล่ะ? ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือเว็บประเภท Social Network ที่ผุดขึ้นมากมายเต็มไปหมด ใครที่เล่น Windows Live Messenger (MSN) และมีเพื่อนอยู่เยอะๆ ก็จะพบว่าตัวเองมักจะได้รับอีเมลเชิญชวนให้เข้าไปสมัครสมาชิกของเว็บ Social Network อยู่เรื่อยๆ ซึ่งหลายคนที่ได้รับอีเมลแบบนี้แล้วก็มักจะเพิกเฉย เพราะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่าเหนื่อยหน่ายที่ต้องสมัครเว็บนั้นเว็บนี้อยู่เรื่อย พอสมัครแล้วก็ต้องอัปโหลดรูป เขียนแนะนำตัวเอง ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำไปทำไมในเมื่อตัวเองก็มีโพรไฟล์เหล่านี้อยู่บน Hi5 อยู่แล้ว การที่ผู้ใช้จะใช้บริการเว็บไซต์ใด เขาจะตัดสินใจจากสิ่งที่เว็บไซต์นั้นตอบสนองให้แก่เขา แล้วอะไรคือสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจากเว็บไซต์ล่ะ? การอธิบายถึงความต้องการของผู้ใช้นั้นมีอยู่หลายทฤษฎี ทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจซึ่งเป็นทฤษฎีที่ถูกพูดถึงตั้งแต่ปี 1943 ก่อนที่จะมีคอมพิวเตอร์เครื่องแรกซะอีก แต่ก็เป็นทฤษฎีที่ยังใช้งานได้ในปัจจุบัน และสามารถประยุกต์ใช้กับการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้เว็บได้ด้วย นั่นก็คือทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว (Maslow&#8217;s hierarchy of needs) ซึ่งคิดค้นโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่ชื่อ Abraham Maslow มาสโลวนำเสนอทฤษฎีของเขาผ่านรูปสามเหลี่ยมพีระมิดที่แบ่งออกเป็น 5 ชั้น ชั้นที่อยู่ใกล้ฐานพีระมิดบ่งบอกถึงความต้องการขั้นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ ถ้าไม่มีก็อยู่ไม่ได้ ส่วนชั้นที่อยู่ใกล้ยอดพีระมิดหมายถึงความต้องการที่เป็นนามธรรม เป็นเรื่องของความรู้สึกและจิตใจ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อผมทำ SEO ชนะเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง eBay</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2009 17:55:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[disability]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google analytics]]></category>
		<category><![CDATA[pagerank]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=785</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าคุณลองเข้า www.google.co.th แล้วค้นหาด้วยคำว่า &#8220;ebay&#8221; คุณจะพบเว็บไซต์ www.thaiebaybible.com ของผมติดอยู่ในอันดับแรก ขณะที่ www.ebay.com เองกลับติดอยู่ในอันดับ 4 โดยที่มีผลลัพธ์การค้นหาทั้งหมด 499,000,000 รายการ ผมไม่ได้เข้าไปปรับปรุงเนื้อหาอะไรในเว็บนี้มานานเกือบปี เพิ่งจะเข้าไปเขียนบทความเพิ่มเมื่อไม่กี่วันนี้เอง เรียกได้ว่าเป็นการปล่อยให้เว็บร้างไปเลย แต่ด้วยประสิทธิภาพของการทำ SEO ทำให้ที่ผ่านมาเว็บผมมีสัดส่วนคนเข้าเว็บผ่านทาง Search Engine สูงถึง 90% และนี่คือสถิติที่น่าสนใจจาก Google Analytics ครับ โดยเฉลี่ยแล้วมีคนเข้าเว็บผมมากกว่า 10,000 คนต่อเดือน เฉลี่ยประมาณวันละ 400 คน โดยช่วงเสาร์อาทิตย์จะลดลงหน่อย น่าดีใจที่คนเข้าเว็บนี้ไม่ได้เข้ามาแบบประเดี๋ยวประด๋าว เพราะใช้เวลาอยู่ในเว็บนานเกือบ 3 นาที และโดยส่วนใหญ่จะคลิกเข้าไปดูเนื้อหาในหน้าอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย โดยเฉลี่ย 2.4 หน้าต่อครั้ง Content is King จริงๆ ครับ คีย์เวิร์ดหลักที่ทำให้คนเข้าเว็บก็หนีไม่พ้นคำว่า ebay นอกจากนี้ก็มี ebay thailand กับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>49</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Viral Marketing บน Twitter &#8211; คุณอยากได้ MacBook AIR ฟรีหรือเปล่า?</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/01/viral-marketing-on-twitter-do-you-want-to-win-macbook-air-for-free.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/01/viral-marketing-on-twitter-do-you-want-to-win-macbook-air-for-free.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2009 10:34:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=506</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบันนี้มีวัฒนธรรมอย่างหนึ่งเกิดขึ้นบน Twitter นั่นก็คือการ Re-Tweet ซึ่งเป็นวิธีการที่ชาว Tweeple นำข้อความของคนที่ตัวเองติดตามอยู่มา Tweet ซ้ำอีกครั้ง เนื่องจากข้อความนั้นมีความน่าสนใจหรืออะไรก็ตามแต่ เช่น ถ้าผมโพสต์ข้อความลงไปว่า &#8220;ขาว หมวย สวย เอ๊กซ์ ดูได้ที่ http://&#8230;&#8221; คนที่ติดตาม Twitter ของผมอยู่บางคนเห็นข้อความของผมแล้วชอบ ก็ทำการเผยแพร่ต่อด้วยการ Re-Tweet ว่า &#8220;rt @macroart ขาว หมวย สวย เอ๊กซ์ ดูได้ที่ http://&#8230;&#8221; วัฒนธรรม Re-Tweet นี้ทำให้ Twitter กลายเป็นเครื่องมือการตลาดแบบบอกต่อหรือ Viral Marketing ที่ทรงพลังมาก สมมุติว่าผมมี Follower อยู่ 500 คน แปลว่า 500 คนนี้จะเห็นข้อความของผม ถ้ามี 5 คนที่ Re-Tweet ข้อความของผมต่อ โดยที่ทั้ง 5 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/01/viral-marketing-on-twitter-do-you-want-to-win-macbook-air-for-free.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>และแล้ว Twitter Advertising ก็เกิดขึ้นจริง</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/01/twitter-advertising-became-real.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/01/twitter-advertising-became-real.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Jan 2009 15:47:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[advertising network]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=497</guid>
		<description><![CDATA[ผมเคยเขียนบทความเรื่องการโฆษณาผ่าน Twitter ไว้เมื่อปีที่แล้ว (อ่าน Twitter Advertising โฆษณาแบบเรียลลิตี้สู่สายตาแฟนคลับ) ซึ่งในวันนี้ โฆษณาในรูปแบบใหม่ผ่านทาง Twitter ก็เกิดขึ้นจริงแล้วครับ TwittAd เป็นบริการ Advertising Network ที่จับคู่ระหว่าง Tweeple (ผู้ใช้ Twitter) ที่ต้องการมีรายได้จากการใช้ Twitter และนักโฆษณาออนไลน์ที่ต้องการประชาสัมพันธ์แบรนด์หรือสินค้าของตนผ่านทาง Social Media อย่าง Twitter โดยค่าโฆษณาที่ TwittAd เรียกเก็บจากผู้ลงโฆษณา จะถูกนำมาจ่ายให้กับ Tweeple สูงถึง 95% รูปแบบหลักในการโฆษณาของ TwittAd คือการนำแบนเนอร์โฆษณาไปวางบนพื้นหลังของหน้า Twitter ของคุณ ซึ่งเดิมทีอาจจะเป็นรูปท้องฟ้าและก้อนเมฆ พื้นหลังของคุณก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็นรูปที่ผู้ลงโฆษณาต้องการ เมื่อ Follower ของคุณทั้งที่มีอยู่แล้ว และที่กำลังจะติดตามชีวิตคุณในอนาคต เข้ามาดูหน้า Twitter ของคุณ เขาก็จะมองเห็นโฆษณาทันที ทั้งนี้คุณไม่ต้องเป็นคนเปลี่ยนพื้นหลังเอง เพราะ TwittAd จะเปลี่ยนให้โดยใช้ Twitter API รูปแบบการโฆษณาบนหน้า Twitter ของคุณ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/01/twitter-advertising-became-real.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Social Media Optimization (SMO) ปรับแต่งเว็บให้ถูกใจคน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/12/social-media-optimization-smo.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/12/social-media-optimization-smo.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Dec 2008 10:44:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[mashup]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[social media optimization]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=476</guid>
		<description><![CDATA[แหล่งที่มาของคนเข้าเว็บ (Traffic Source) ของเว็บใดๆ มักจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประเภทแรกคือคนที่เข้าเว็บผ่านทาง Search Engine ประเภทที่สองคือคนที่คลิกลิงก์มาจากเว็บอื่น (Referring Site) และประเภทสุดท้ายคือคนที่เข้าเว็บโดยตรง (Direct Traffic) ซึ่งอาจจะพิมพ์ชื่อเว็บเองหรือเข้าทางบุ๊คมาร์ค ศาสตร์ในการเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ Search Engine Optimization (SEO) ที่เน้นการปรับแต่งหน้าเว็บให้ &#8220;คอมพิวเตอร์&#8221; อย่าง Google ถูกใจ จนยอมมอบตำแหน่งที่ดีในผลลัพธ์การค้นหาให้ ล่าสุดมีอีกศาสตร์ที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น ซึ่งชื่อของศาสตร์นี้พ้องกับชื่อ Search Engine Optimization นั่นก็คือศาสตร์ที่เรียกว่า Social Media Optimization (SMO) โดยศาสตร์นี้จะเน้นการปรับแต่งหน้าเว็บให้ &#8220;คน&#8221; ชอบ อยากมีส่วนร่วมกับเว็บ รวมถึงอยากบอกต่อเว็บนี้ให้คนอื่นรู้ SMO ถูกพูดถึงครั้งแรกโดย Rohit Bhargava ในบล็อกของเขา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2549 โดยเขาได้เขียนถึงกฎ 5 ข้อในการทำ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/12/social-media-optimization-smo.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

