<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MacroArt Online Business Story by Apisilp Trunganont &#187; สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด</title>
	<atom:link href="http://blog.macroart.net/category/article/business-marketing/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.macroart.net</link>
	<description>รู้มากกว่าที่นึก ลึกมากกว่าที่คิด กับเรื่องราวในโลกธุรกิจดอทคอม ไม่ว่าจะเป็น eBay, Google AdSense, Google AdWords, Affiliate Marketing, Search Engine Optimization, Web 2.0 และอื่นๆ อีกมากมาย นำเสนอในรูปแบบวิชาการอ่านง่าย ช่วยให้คุณเสพย์ความรู้ได้โดยไม่ต้องใช้สมองในการย่อยมากนัก</description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 Aug 2009 21:47:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>Channel Conflict: เมื่อพ่อค้าคนกลางถูกตัดทิ้ง เมื่อ Amazon ทำลายธุรกิจของ Pay-Per-Click Associates</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/04/channel-conflict-amazon-associates-will-not-be-paid-referral-fees-for-paid-search-traffic.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/04/channel-conflict-amazon-associates-will-not-be-paid-referral-fees-for-paid-search-traffic.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Apr 2009 20:45:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[channel conflict]]></category>
		<category><![CDATA[disintermediate]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[pay per click]]></category>
		<category><![CDATA[search engine marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=820</guid>
		<description><![CDATA[Channel Conflict คือการที่เจ้าของแบรนด์ตัดตัวกลางซึ่งเป็นคู่ค้าทางธุรกิจออกไป ตัวกลางในที่นี้เป็นได้ทั้งผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ตัวแทนจำหน่าย และพนักงานขาย โดยที่เจ้าของแบรนด์จะใช้วิธีจำหน่ายตรงไปถึงลูกค้าแทน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะผ่านทางอินเทอร์เน็ต การที่เจ้าของแบรนด์ตัดตัวกลางออกก็เพื่อเพิ่มส่วนต่างระหว่างยอดขายกับต้นทุน (กำไร) ให้สูงขึ้น สมมุติว่าเจ้าของแบรนด์ขายให้ผู้ค้าส่งที่ราคา 40 บาท ผู้ค้าส่งไปขายต่อให้ผู้ค้าปลีกที่ราคา 70 บาท (30 บาทเป็นค่าขนส่งสินค้า ค่าสต็อกสินค้า และกำไร) จากนั้นผู้ค้าปลีกจึงไปขายให้ผู้บริโภคที่ราคา 100 บาท (30 บาทเป็นค่าเช่าพื้นที่วางสินค้า ค่าบริหารงานขาย เช่น ค่าจ้างพนักงานแคชเชียร์ และกำไร) ต่อมาเมื่อเจ้าของแบรนด์ตัดพ่อค้าคนกลางออก เจ้าของแบรนด์จะได้ส่วนต่าง 60 บาทกลับคืนมาทันที โดยส่วนหนึ่งจะเอาไปลงทุนกับระบบขายตรงถึงลูกค้า ส่วนหนึ่งลดราคาให้ลูกค้าซื้อได้ในราคาถูกลง และอีกส่วนหนึ่งคือกำไรที่ได้รับเพิ่มมากขึ้น แต่การตัดพ่อค้าคนกลางออกนั้นไม่ใช่เรื่องที่เจ้าของแบรนด์จะทำได้ง่ายๆ กรณีศึกษาที่คลาสสิคมากๆ ก็คือ Compaq และ Dell เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ในยุคที่ Compaq, HP, IBM กำลังรุ่งเรืองกับการขายคอมพิวเตอร์พีซีผ่านทางเครือข่ายค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่าง Best Buy บริษัทผู้ประกอบคอมพิวเตอร์น้องใหม่อย่าง Dell [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/04/channel-conflict-amazon-associates-will-not-be-paid-referral-fees-for-paid-search-traffic.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครคูณเลขได้มากกว่ากัน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2009 19:33:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[collaborative filtering]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[ning]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<category><![CDATA[posterous]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=805</guid>
		<description><![CDATA[จากบทความตอนที่แล้วเรื่อง ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่ากัน ผมได้อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้คนเลือกที่จะใช้เว็บใดๆ เพราะเว็บนั้นตอบสนองความต้องการพื้นฐานของเขาได้ อย่างไรก็ตาม การทำให้คนเข้าเว็บเยอะๆ ได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยอื่นนอกจากการตอบสนองความต้องการด้วย การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกได้นั้นต้องอาศัยการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา การทำ Search Engine Marketing การใช้ Social Media Marketing หรือการตลาดอื่นๆ แต่การจะทำให้คนเข้าเว็บครั้งแรกแล้วมีการแวะเข้ามาหลังจากนั้นอีก จะต้องอาศัยเนื้อหาที่มีคุณภาพ จึงมีคำกล่าวที่ว่า Content Is King เว็บไซต์ที่มีรูปแบบ Owner-generated content หรือเจ้าของเว็บเป็นผู้สร้างเนื้อหาขึ้นมา กลไกหลักที่จะขับเคลื่อนเว็บและทำให้มีคนเข้าเว็บมากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่ตัวเจ้าของเว็บเอง ถ้าเจ้าของเว็บสร้างเนื้อหาออกมาได้ &#8220;ถูกจริต&#8221; คนเข้าเว็บ เนื้อหานั้นก็เปรียบเสมือน &#8220;ตัวคูณ&#8221; ที่มีค่ามาก เนื้อหาหนึ่งชิ้นอาจสร้างคนเข้าเว็บได้นับพันนับหมื่น ตัวอย่างของเว็บไซต์ประเภทนี้ก็คือบล็อก บล็อกที่มีเนื้อหาสาระดีก็จะดึงดูดผู้อ่านที่ต้องการแสวงหาความรู้ บล็อกที่มีเนื้อหาตลกขบขันจะดึงดูดผู้อ่านที่ต้องการคลายเครียด ส่วนบล็อกที่เจ้าของเป็นผู้หญิงสวยที่ชอบถ่ายรูปตัวเองลงบล็อก ก็จะดึงดูดผู้ชายได้จำนวนมาก ขณะที่เว็บไซต์แบบ User-generated content หรือผู้ใช้เว็บเป็นผู้สร้างเนื้อหา ปัจจัยที่ทำให้คนเข้าเว็บเยอะจะขึ้นกับตัวคูณสองตัว คือเนื้อหาที่มีในเว็บสามารถดึงดูดคนเข้าเว็บได้มากแค่ไหน และคนเข้าเว็บลงมือสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจมากแค่ไหน เว็บ UGC ที่ล้มเหลวคือเว็บที่ตัวคูณทั้งสองตัวนี้มีค่าต่ำมาก มีคนเข้าเว็บมาแต่ก็ไม่ได้ช่วยสร้างเนื้อหาอะไร เนื้อหาที่มีอยู่ก็ไม่น่าสนใจมากพอจะดึงดูดคนเข้าเว็บรายใหม่ๆ ลองนึกภาพเว็บบอร์ดที่สมัยนี้ใครๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/web-traffic-multiplier-competition.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>19</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มี Twitter Follower เพิ่มขึ้น 19,530 คน ภายใน 30 วัน!</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/get-19530-new-twitter-followers-in-30-days.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/get-19530-new-twitter-followers-in-30-days.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Feb 2009 10:13:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[network marketing]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=797</guid>
		<description><![CDATA[จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณคลิกเพียงแค่ปุ่มเดียวแล้วทำให้คุณมี Twitter Follower เพิ่มขึ้นหลายพันคนโดยอัตโนมัติอย่างถูกต้องตามกฎ? โดยที่คุณไม่ต้องไป Follow คนอื่นเป็นพันคนเพียงเพื่อให้เขา Follow คุณกลับมา วิธีการนี้เป็นวิธีบนดิน 100% ไม่มีการสแปม และไม่เสียเงินใดๆ ทั้งสิ้น! นี่คือส่วนหนึ่งของข้อความโฆษณาบนเว็บไซต์ TweeterGetter เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาและรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับเว็บโฆษณาชวนเชื่อให้จ่ายเงินเพื่อซื้อเคล็ดลับความร่ำรวยด้วยอินเทอร์เน็ต จะต่างกันตรงที่ TweeterGetter ฟรี ฟรีจริงๆ ไม่มีเงื่อนไขหมกเม็ด การมีจำนวน Twitter Follower เพิ่มขึ้นมากๆ นั้นถือเป็นความปรารถนาของนักการตลาดออนไลน์ รวมถึงผู้ใช้ Twitter หลายๆ คน ใครๆ ก็อยากให้มีคนฟังสิ่งที่ตัวเองพูด ลองนึกภาพดูว่าคุณจะได้ประโยชน์มากขนาดไหนจากการที่มีคน 20,000 คนฟังคุณพูด วิธีการที่ TweeterGetter ใช้คือ Viral Marketing โดยนำหลักการของ Network Marketing มาใช้เป็นตัวขับเคลื่อน เริ่มจากการให้คุณเสียบปลั๊กตัวเองเข้ากับระบบก่อน (ด้วยการคลิกเพียงหนึ่งคลิก) จากนั้นระบบจะบอก Follower ของคุณให้ทำแบบเดียวกัน หลังจากนี้ก็เพียงแค่รอให้มีคนมา Follow คุณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน การเสียบปลั๊กตัวเองเข้ากับระบบทำได้โดยการใส่ล็อกอิน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/get-19530-new-twitter-followers-in-30-days.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>17</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำเว็บสมัยนี้ แข่งกันที่ใครตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่ากัน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2009 23:21:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[first-mover advantage]]></category>
		<category><![CDATA[hi5]]></category>
		<category><![CDATA[maslow]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[user-generated content]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=793</guid>
		<description><![CDATA[ในยุคของ User-generated content แต่ละเว็บไซต์ต่างก็สร้างเว็บให้เป็น Platform ออกมาแข่งขันกันเต็มไปหมด ทุกเว็บมีสิ่งที่เหมือนๆ กันคือการเปิดให้ผู้ใช้เว็บสามารถสร้างเนื้อหาขึ้นมาเองได้ แต่ใช่ว่าเว็บที่เปิดให้ผู้ใช้สร้างเนื้อหาได้จะต้องประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะผู้ใช้เองก็มีคำถามว่าแล้วทำไมฉันจะต้องสร้างเนื้อหาขึ้นบนเว็บนี้ด้วยล่ะ? ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือเว็บประเภท Social Network ที่ผุดขึ้นมากมายเต็มไปหมด ใครที่เล่น Windows Live Messenger (MSN) และมีเพื่อนอยู่เยอะๆ ก็จะพบว่าตัวเองมักจะได้รับอีเมลเชิญชวนให้เข้าไปสมัครสมาชิกของเว็บ Social Network อยู่เรื่อยๆ ซึ่งหลายคนที่ได้รับอีเมลแบบนี้แล้วก็มักจะเพิกเฉย เพราะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่าเหนื่อยหน่ายที่ต้องสมัครเว็บนั้นเว็บนี้อยู่เรื่อย พอสมัครแล้วก็ต้องอัปโหลดรูป เขียนแนะนำตัวเอง ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำไปทำไมในเมื่อตัวเองก็มีโพรไฟล์เหล่านี้อยู่บน Hi5 อยู่แล้ว การที่ผู้ใช้จะใช้บริการเว็บไซต์ใด เขาจะตัดสินใจจากสิ่งที่เว็บไซต์นั้นตอบสนองให้แก่เขา แล้วอะไรคือสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจากเว็บไซต์ล่ะ? การอธิบายถึงความต้องการของผู้ใช้นั้นมีอยู่หลายทฤษฎี ทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจซึ่งเป็นทฤษฎีที่ถูกพูดถึงตั้งแต่ปี 1943 ก่อนที่จะมีคอมพิวเตอร์เครื่องแรกซะอีก แต่ก็เป็นทฤษฎีที่ยังใช้งานได้ในปัจจุบัน และสามารถประยุกต์ใช้กับการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้เว็บได้ด้วย นั่นก็คือทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว (Maslow&#8217;s hierarchy of needs) ซึ่งคิดค้นโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่ชื่อ Abraham Maslow มาสโลวนำเสนอทฤษฎีของเขาผ่านรูปสามเหลี่ยมพีระมิดที่แบ่งออกเป็น 5 ชั้น ชั้นที่อยู่ใกล้ฐานพีระมิดบ่งบอกถึงความต้องการขั้นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ ถ้าไม่มีก็อยู่ไม่ได้ ส่วนชั้นที่อยู่ใกล้ยอดพีระมิดหมายถึงความต้องการที่เป็นนามธรรม เป็นเรื่องของความรู้สึกและจิตใจ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/web-fulfil-human-needs-competition.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อผมทำ SEO ชนะเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง eBay</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2009 17:55:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[disability]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[google adsense]]></category>
		<category><![CDATA[google analytics]]></category>
		<category><![CDATA[pagerank]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=785</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าคุณลองเข้า www.google.co.th แล้วค้นหาด้วยคำว่า &#8220;ebay&#8221; คุณจะพบเว็บไซต์ www.thaiebaybible.com ของผมติดอยู่ในอันดับแรก ขณะที่ www.ebay.com เองกลับติดอยู่ในอันดับ 4 โดยที่มีผลลัพธ์การค้นหาทั้งหมด 499,000,000 รายการ ผมไม่ได้เข้าไปปรับปรุงเนื้อหาอะไรในเว็บนี้มานานเกือบปี เพิ่งจะเข้าไปเขียนบทความเพิ่มเมื่อไม่กี่วันนี้เอง เรียกได้ว่าเป็นการปล่อยให้เว็บร้างไปเลย แต่ด้วยประสิทธิภาพของการทำ SEO ทำให้ที่ผ่านมาเว็บผมมีสัดส่วนคนเข้าเว็บผ่านทาง Search Engine สูงถึง 90% และนี่คือสถิติที่น่าสนใจจาก Google Analytics ครับ โดยเฉลี่ยแล้วมีคนเข้าเว็บผมมากกว่า 10,000 คนต่อเดือน เฉลี่ยประมาณวันละ 400 คน โดยช่วงเสาร์อาทิตย์จะลดลงหน่อย น่าดีใจที่คนเข้าเว็บนี้ไม่ได้เข้ามาแบบประเดี๋ยวประด๋าว เพราะใช้เวลาอยู่ในเว็บนานเกือบ 3 นาที และโดยส่วนใหญ่จะคลิกเข้าไปดูเนื้อหาในหน้าอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย โดยเฉลี่ย 2.4 หน้าต่อครั้ง Content is King จริงๆ ครับ คีย์เวิร์ดหลักที่ทำให้คนเข้าเว็บก็หนีไม่พ้นคำว่า ebay นอกจากนี้ก็มี ebay thailand กับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/02/i-beat-ebay-in-seo.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>27</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Viral Marketing บน Twitter &#8211; คุณอยากได้ MacBook AIR ฟรีหรือเปล่า?</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/01/viral-marketing-on-twitter-do-you-want-to-win-macbook-air-for-free.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/01/viral-marketing-on-twitter-do-you-want-to-win-macbook-air-for-free.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2009 10:34:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[social network]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[viral marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=506</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบันนี้มีวัฒนธรรมอย่างหนึ่งเกิดขึ้นบน Twitter นั่นก็คือการ Re-Tweet ซึ่งเป็นวิธีการที่ชาว Tweeple นำข้อความของคนที่ตัวเองติดตามอยู่มา Tweet ซ้ำอีกครั้ง เนื่องจากข้อความนั้นมีความน่าสนใจหรืออะไรก็ตามแต่ เช่น ถ้าผมโพสต์ข้อความลงไปว่า &#8220;ขาว หมวย สวย เอ๊กซ์ ดูได้ที่ http://&#8230;&#8221; คนที่ติดตาม Twitter ของผมอยู่บางคนเห็นข้อความของผมแล้วชอบ ก็ทำการเผยแพร่ต่อด้วยการ Re-Tweet ว่า &#8220;rt @macroart ขาว หมวย สวย เอ๊กซ์ ดูได้ที่ http://&#8230;&#8221; วัฒนธรรม Re-Tweet นี้ทำให้ Twitter กลายเป็นเครื่องมือการตลาดแบบบอกต่อหรือ Viral Marketing ที่ทรงพลังมาก สมมุติว่าผมมี Follower อยู่ 500 คน แปลว่า 500 คนนี้จะเห็นข้อความของผม ถ้ามี 5 คนที่ Re-Tweet ข้อความของผมต่อ โดยที่ทั้ง 5 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/01/viral-marketing-on-twitter-do-you-want-to-win-macbook-air-for-free.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>และแล้ว Twitter Advertising ก็เกิดขึ้นจริง</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2009/01/twitter-advertising-became-real.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2009/01/twitter-advertising-became-real.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Jan 2009 15:47:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[advertising network]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=497</guid>
		<description><![CDATA[ผมเคยเขียนบทความเรื่องการโฆษณาผ่าน Twitter ไว้เมื่อปีที่แล้ว (อ่าน Twitter Advertising โฆษณาแบบเรียลลิตี้สู่สายตาแฟนคลับ) ซึ่งในวันนี้ โฆษณาในรูปแบบใหม่ผ่านทาง Twitter ก็เกิดขึ้นจริงแล้วครับ TwittAd เป็นบริการ Advertising Network ที่จับคู่ระหว่าง Tweeple (ผู้ใช้ Twitter) ที่ต้องการมีรายได้จากการใช้ Twitter และนักโฆษณาออนไลน์ที่ต้องการประชาสัมพันธ์แบรนด์หรือสินค้าของตนผ่านทาง Social Media อย่าง Twitter โดยค่าโฆษณาที่ TwittAd เรียกเก็บจากผู้ลงโฆษณา จะถูกนำมาจ่ายให้กับ Tweeple สูงถึง 95% รูปแบบหลักในการโฆษณาของ TwittAd คือการนำแบนเนอร์โฆษณาไปวางบนพื้นหลังของหน้า Twitter ของคุณ ซึ่งเดิมทีอาจจะเป็นรูปท้องฟ้าและก้อนเมฆ พื้นหลังของคุณก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็นรูปที่ผู้ลงโฆษณาต้องการ เมื่อ Follower ของคุณทั้งที่มีอยู่แล้ว และที่กำลังจะติดตามชีวิตคุณในอนาคต เข้ามาดูหน้า Twitter ของคุณ เขาก็จะมองเห็นโฆษณาทันที ทั้งนี้คุณไม่ต้องเป็นคนเปลี่ยนพื้นหลังเอง เพราะ TwittAd จะเปลี่ยนให้โดยใช้ Twitter API รูปแบบการโฆษณาบนหน้า Twitter ของคุณ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2009/01/twitter-advertising-became-real.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Social Media Optimization (SMO) ปรับแต่งเว็บให้ถูกใจคน</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/12/social-media-optimization-smo.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/12/social-media-optimization-smo.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Dec 2008 10:44:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[mashup]]></category>
		<category><![CDATA[search engine optimization]]></category>
		<category><![CDATA[social bookmark]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[social media optimization]]></category>
		<category><![CDATA[traffic management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=476</guid>
		<description><![CDATA[แหล่งที่มาของคนเข้าเว็บ (Traffic Source) ของเว็บใดๆ มักจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประเภทแรกคือคนที่เข้าเว็บผ่านทาง Search Engine ประเภทที่สองคือคนที่คลิกลิงก์มาจากเว็บอื่น (Referring Site) และประเภทสุดท้ายคือคนที่เข้าเว็บโดยตรง (Direct Traffic) ซึ่งอาจจะพิมพ์ชื่อเว็บเองหรือเข้าทางบุ๊คมาร์ค ศาสตร์ในการเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ Search Engine Optimization (SEO) ที่เน้นการปรับแต่งหน้าเว็บให้ &#8220;คอมพิวเตอร์&#8221; อย่าง Google ถูกใจ จนยอมมอบตำแหน่งที่ดีในผลลัพธ์การค้นหาให้ ล่าสุดมีอีกศาสตร์ที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น ซึ่งชื่อของศาสตร์นี้พ้องกับชื่อ Search Engine Optimization นั่นก็คือศาสตร์ที่เรียกว่า Social Media Optimization (SMO) โดยศาสตร์นี้จะเน้นการปรับแต่งหน้าเว็บให้ &#8220;คน&#8221; ชอบ อยากมีส่วนร่วมกับเว็บ รวมถึงอยากบอกต่อเว็บนี้ให้คนอื่นรู้ SMO ถูกพูดถึงครั้งแรกโดย Rohit Bhargava ในบล็อกของเขา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2549 โดยเขาได้เขียนถึงกฎ 5 ข้อในการทำ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/12/social-media-optimization-smo.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Software-as-a-Service ทางรอดของธุรกิจดอทคอมในปี 2552</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2008 10:11:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate marketing]]></category>
		<category><![CDATA[crm]]></category>
		<category><![CDATA[micro-blogging]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[salesforce]]></category>
		<category><![CDATA[software as a service]]></category>
		<category><![CDATA[yammer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=469</guid>
		<description><![CDATA[จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่กำลังถดถอย ธุรกิจหลายแห่งจะต้องปรับตัว เราเริ่มเห็นสัญญาณกันบ้างแล้วที่บริษัทหลายแห่งเริ่มชะลอการจ้างพนักงานเพิ่ม บางแห่งไม่มีการจ้างเพิ่มเลย และบางแห่งก็ใช้วิธีย้ายพนักงานไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้พนักงานตัดสินใจลาออกด้วยตัวเอง โดยบริษัทไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้ ในช่วงวิกฤตแบบนี้ ผู้บริหารส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจรักษากระแสเงินสดในปัจจุบันไว้ให้ได้มากที่สุด อย่างที่รู้กันว่าบริษัทจะขาดทุนมากแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ขอให้มีเงินสดมากพอที่จะจ่ายหนี้ได้ก็พอ แต่ถ้าวันไหนที่เจ้าหนี้เรียกเก็บเงินแล้วบริษัทไม่มี (ไม่หนี ไม่จ่าย) นั่นก็แปลว่าบริษัทเข้าสู่ภาวะล้มละลายหรือเจ๊งนั่นเอง จะเห็นได้ว่าตอนนี้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในอเมริกากำลังรอลุ้นเงินจากรัฐบาลที่จะช่วยประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดต่อไปได้ วิธีการตัดสินใจรักษากระแสเงินสดในปัจจุบันจะถูกนำไปประยุกต์ใช้กับทุกหน่วยงานภายในองค์กร แผนกไหนที่ใช้เงินอย่างเดียวโดยสร้างมูลค่าอะไรกลับคืนมาให้บริษัทไม่ได้ พนักงานในแผนกนั้นก็มีสิทธิ์จะถูกเลย์ออฟก่อน การลงทุนที่ต้องจ่ายเงินออกไปมากๆ แต่ต้องรอนานกว่าจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมา อย่างเช่นการโฆษณาเพื่อสร้างแบรนด์ที่ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ทันที ก็มักจะถูกระงับไว้ก่อน ค่าใช้จ่ายอะไรที่เป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของบริษัท ผู้บริหารก็จะเริ่มพิจารณาว่าจะมีทางใดที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายนั้นลงได้บ้าง วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจออนไลน์เช่นเดียวกัน แต่เป็นผลกระทบที่มีทั้งด้านลบและด้านบวก ในด้านลบ ผู้ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่มีรายได้จากการโฆษณาแบบ CPM (Cost Per Mille, Cost Per Thousand Impression) จะเริ่มพบว่ามีลูกค้าน้อยลง ตำแหน่งโฆษณาบนเว็บไซต์ว่างมากขึ้น ทั้งนี้เพราะลูกค้าจะเริ่มลดงบสำหรับการสร้างแบรนด์ที่ไม่ก่อให้เกิดยอดขายในระยะสั้นลง ขณะที่รูปแบบ CPA (Cost Per Action) จะได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะ Action ที่เป็นยอดขายหรือที่เรียกว่า CPS (Cost Per Sales) ที่เปิดโอกาสให้ใครก็ได้เข้ามาช่วยบริษัทขายของ โดยที่บริษัทไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้กับผู้ขาย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/12/software-as-a-service-business-opportunity-2009.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สารพัดเว็บเด็ดจากงาน MashCamp Bangkok</title>
		<link>http://blog.macroart.net/2008/11/many-cool-web-sites-from-mashcamp-bangkok.html</link>
		<comments>http://blog.macroart.net/2008/11/many-cool-web-sites-from-mashcamp-bangkok.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 Nov 2008 18:48:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MacroArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[สำหรับ Geek/Developer]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับนักธุรกิจ/นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้อ่านทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[api]]></category>
		<category><![CDATA[computer act]]></category>
		<category><![CDATA[google maps]]></category>
		<category><![CDATA[mashcampbangkok]]></category>
		<category><![CDATA[mashup]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.macroart.net/?p=456</guid>
		<description><![CDATA[จบไปแล้วอย่างสนุกสนานและมีสาระกับงาน MashCamp Bangkok งานสำหรับผู้ที่สนใจ Mashup และ API งานนี้ได้รู้จักกับเว็บไซต์ไอเดียดีหลายเว็บเลยครับ ในช่วงเช้าของงาน ผมเริ่มนำเสนอหัวข้อ 12 Cool Google Maps Mashups โดยพูดถึง 12 เว็บไซต์ที่นำ Google Maps มาใช้ได้อย่างน่าสนใจ 12 Cool Google Maps Mashups  View SlideShare presentation or Upload your own. (tags: mashcampbangkok api) www.jcastle.info เป็นเว็บไซต์ที่นำ Google Maps มาใช้แสดงตำแหน่งของปราสาทราชวังในญี่ปุ่น โดยมีรูปภาพและข้อมูลของปราสาทแต่ละแห่งเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย ประเทศไทยเราก็มีแผนที่ท่องเที่ยวในลักษณะนี้เหมือนกัน ซึ่งพัฒนาโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย www.kartametro.info เว็บไซต์สถานีและเส้นทางรถไฟฟ้าในกรุงมอสโก ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งที่มีระบบขนส่งด้วยรางที่ครอบคลุมเป็นใยแมงมุมทั่วเมือง ถ้ากรุงเทพเราจะทำบ้าง ผมว่าคงต้องทำทั้งรถไฟฟ้าและเส้นทางรถเมล์ www.cleancruising.com.au เว็บไซต์ขายแพ็กเกจล่องเรือสำราญที่นำ Google Maps มาใช้แสดงเส้นทางเดินเรือ โดยมีภาพของสถานที่ที่เรือจอดแวะตามเส้นทางด้วย บริษัทขายแพ็กเกจทัวร์ของไทยน่าทำแบบนี้บ้าง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.macroart.net/2008/11/many-cool-web-sites-from-mashcamp-bangkok.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
