Twitter และ Yammer กับบทพิสูจน์โมเดลธุรกิจดอทคอม

เผยแพร่เมื่อ 28 October 2008 โดย MacroArt

ซานฟรานซิสโก – หลังจากยุคฟองสบู่ดอทคอมแตก นักลงทุนร่วมเสี่ยง (venture capitalist) ต่างก็เข็ดหลาบและจะไม่ลงทุนในไอเดียเพ้อฝันที่ไม่มีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนอีกต่อไป บริษัทเกิดใหม่หลายแห่งอย่าง Pets.com และ Webvan ล้มหายตายจากไป ธุรกิจอินเทอร์เน็ตเกิดใหม่จำเป็นต้องมีเส้นทางทำกำไรที่ชัดเจน

ความสำเร็จของเว็บไซต์วิดีโอออนไลน์อย่าง YouTube ที่ถูกขายให้ Google ในราคา 1.65 พันล้านเหรียญในปี 2006 ได้โน้มน้าวให้นักลงทุนร่วมเสี่ยงบางรายสร้างเว็บไซต์ให้มีจำนวนผู้ใช้มหาศาลมากกว่าที่จะทำเงินจากการเก็บค่าใช้บริการกับผู้ใช้

ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคถดถอย แนวทางทั้งสองรูปแบบได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิสูจน์อีกครั้ง

สองขั้วที่แตกต่างปรากฎขึ้นในโลกของไมโครบล็อก สถานที่ซึ่งผู้คนใช้เว็บหรือโทรศัพท์มือถือของเขาเพื่อกระจายข้อความสั้นๆ ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ไปยังกลุ่มผู้ติดตามบนโลกออนไลน์ของเขา

บริษัทก่อตั้งใหม่ในซานฟรานซิสโกอย่าง Twitter ได้กลายเป็นผู้นำด้านไมโครบล็อก จากข้อมูลของ TwitDir มีผู้คนอย่างน้อยสามล้านคนที่ใช้บริการฟรีนี้อยู่ แต่ Twitter ก็ไม่ได้มีรายได้อะไรเลย ไม่มีแม้กระทั่งโฆษณา

ขณะที่ Yammer ซึ่งเป็นบริการคล้ายกับ Twitter แต่เจาะกลุ่มผู้ใช้ในองค์กร มีจำนวนผู้ใช้เพียง 60,000 คน สิ่งที่แตกต่างไปจาก Twitter ก็คือผู้ก่อตั้งมีความตั้งใจแต่แรกว่าจะเก็บค่าใช้บริการ เพียงหกสัปดาห์หลังจากเปิดตัวสู่สาธารณชน Yammer ก็เริ่มมีเงินไหลเข้ามาแล้ว

Twitter ได้จุดกระแสในโลกไอทีตั้งแต่การเปิดบริการในปี 2006 เมื่อผู้ใช้ล็อกอินผ่านเว็บหรือโทรศัพท์มือถือ มันจะถามคำถามง่ายๆ ว่า “คุณกำลังทำอะไรอยู่?” ผู้ใช้จะตอบคำถามนี้ด้วยความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ซึ่งข้อความ “tweet” เหล่านี้มักจะเป็นเรื่องราวของผู้คน เช่น “คืนนี้เจอกันแน่นอน” หรือ “คันตาฟ่ะ น่ารำคาญชมัด”

ส่วน Yammer ปรับคำถามเล็กน้อยด้วยการถามว่า “คุณกำลังทำงานอะไรอยู่?” David Sacks ผู้บริหารกล่าวว่าเป้าหมายของมันมีไว้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ผู้คนใน Yammer จะอัพเดทให้เพื่อนร่วมงานของเขารู้ถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบริษัท หรือถามคำถามที่เกี่ยวกับงาน โดยที่ไม่ต้องถล่มด้วยอีเมลจำนวนมาก

Sacks กล่าวว่าการหาทางทำเงินถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของ Yammer นั่นเป็นบทเรียนที่เขาได้เรียนรู้ในขณะที่เป็นผู้บริหารด้านการปฏิบัติการที่ PayPal หลังจากฟองสบู่ดอทคอมแตก ซึ่งบริษัทจะต้องสร้างรายได้ให้เร็วที่สุด เขามุ่งเน้นไปที่การสร้างกำไรให้กับ Yammer ซึ่งเป็นบริษัทในเวสต์ฮอลลีวู้ด แคลิฟอร์เนีย และเพิ่งได้รับรางวัลเว็บไซต์ใหม่ยอดเยี่ยมจาก TechCrunch50 เมื่อเดือนกันยายน TechCrunch คือผู้นำด้านบล็อกข่าวเทคโนโลยีที่เป็นผู้สนับสนุนรางวัลนี้เรียก Yammer ว่าเป็น “Twitter ที่มีโมเดลธุรกิจ”

David Sacks, Yammer's CEO
David Sacks ผู้บริหาร Yammer เว็บที่เลียนแบบมาจาก Twitter แต่เจาะกลุ่มผู้ใช้องค์กร

Sacks กล่าวว่าโมเดลธุรกิจของ Yammer มีความน่าสนใจตรงที่มันถูกบอกเล่าแบบปากต่อปากเหมือนกับบริการฟรีทั่วไป แต่มันสามารถทำเงินได้เหมือนกับบริการสำหรับธุรกิจ ใครก็ตามที่มีอีเมลของบริษัทก็สามารถใช้ Yammer ได้ฟรี เมื่อบริษัทนั้นต้องการเข้ามาใช้งานอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะได้รับสิทธิ์ในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและกำหนดวิธีที่พนักงานจะใช้บริการนี้ได้ บริษัทจะจ่ายเงินเดือนละ 1 เหรียญต่อผู้ใช้หนึ่งคน ในช่วงหกสัปดาห์แรกของ Yammer มี 10,000 บริษัทและผู้ใช้ 60,000 คนที่ใช้บริการ แม้ว่าจะมีเพียง 200 บริษัทและผู้ใช้ 4,000 คนที่จ่ายเงิน

ขณะที่ผู้ก่อตั้งและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง Twitter ซึ่งเพิ่งจะประกาศเพิ่มทุน 20 ล้านเหรียญจากนักลงทุนร่วมเสี่ยง ยืนยันว่าพวกเขายังตัดสินใจที่จะเติบโตก่อน ส่วนเรื่องการทำเงินมาเป็นที่สอง

มูลค่าของ Twitter จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ใช้ เฉกเช่นเดียวกับมูลค่าของเครือข่ายโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ต การเติบโตจึงมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง Evan Williams กล่าวว่า “ถ้าเราทุ่มเทกับการทำเงินตั้งแต่แรก นั่นหมายความว่าเราอาจไม่มีเวลาทำให้บริการของเราดีขึ้นเรื่อยๆ สำหรับผู้ใช้” ยอดผู้ใช้ Twitter เพิ่มขึ้น 600 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนร่วมเสี่ยงเริ่มพูดกับบริษัทเกิดใหม่หลายแห่งให้ปลดพนักงานออกและหาทางสร้างกำไรเพื่ออยู่รอดให้ได้ในช่วงเศรษฐกิจขาลง คำถามเรื่องรายได้ถูกตั้งขึ้นอย่างเร่งด่วนสำหรับ Twitter เมื่อวันพฤหัสบดี คณะกรรมการของ Twitter ได้ปลด Jack Dorsey วิศวกรผู้สร้าง Twitter ออกจากการบริหาร และแต่งตั้งให้ Williams ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการบริหารมากกว่าให้เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน

Evan Williams, Twitter's CEO
ผู้บริหาร Twitter ซึ่งยังไม่มีรายได้

“เราคิดว่า Evan เหมาะสมที่จะขึ้นนำบริษัททั้งมุมมองทางด้านผลิตภัณฑ์ มุมมองทางด้านการปฏิบัติงาน และจุดยืนทางด้านธุรกิจ” Fred Wilson หุ้นส่วนของ Union Square Ventures และกรรมการของ Twitter กล่าว

ในปีหน้าที่กำลังจะมาถึง Twitter วางแผนที่จะเปิดตัววิธีสร้างรายได้หลายวิธี ไอเดียหนึ่งคือการเรียกเก็บเงินจากบริษัทที่ต้องการใช้ Twitter เป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้าของพวกเขาและดูว่าลูกค้ากำลังพูดอะไรกันอยู่

แม้ว่า Twitter จะมุ่งเน้นที่การสร้างรายได้ในปีหน้า แต่ Williams ก็ยืนยันว่าแนวคิดแบบโตก่อนของ Twitter ถือเป็นความสำเร็จที่ถูกพิสูจน์แล้ว

Williams เคยช่วยก่อตั้ง Pyra Labs ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการบล็อกรายแรกๆ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็ประสบปัญหาสุขภาพทางธุรกิจจนต้องขายให้ Google ในราคาที่ไม่เปิดเผยเมื่อปี 2003 เขากล่าวว่าแม้แต่ Google เองในตอนแรกก็เป็น search engine ที่ไม่มีรายได้ ก่อนจะค้นพบโมเดลโฆษณาที่ช่วยให้มันกลายเป็นธุรกิจยักษ์ใหญ่ได้

“นี่คือเรื่องราวที่คลาสสิค อย่าเพิ่งไปกังวลเรื่องหาเงิน ขอแค่ทำให้มันเป็นบริการที่ใช่ไว้ก่อน” Williams กล่าว

แต่ Joseph A. Grundfest อดีตกรรมการของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันสอนด้านการลงทุนร่วมเสี่ยงอยู่ที่สแตนฟอร์ดกล่าวว่า บริษัทส่วนใหญ่ไม่ได้ประสบความสำเร็จแบบ Google “ในมุมมองของผม อย่างน้อยคุณจะต้องมีทฤษฎีว่าคุณจะทำให้กระแสเงินสดเป็นบวกได้อย่างไร” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม วิกฤตเศรษฐกิจอาจทำให้บริษัทที่มุ่งเน้นที่การเติบโตของจำนวนผู้ใช้อย่าง Twitter เหลือทางเลือกไม่มากนัก นั่นคือต้องมุ่งเน้นที่ผลกำไร

“ในตอนนี้มันไม่สำคัญแล้วว่าคุณอยากจะโตก่อน เพราะคุณไม่มีทางเลือกแล้ว” Paul Kedrosky อาจารย์อาวุโสที่ Kauffman Foundation กล่าว “คุณอาจจะเคยมีทางเลือกระหว่างเล็กและมุ่งเน้นที่รายได้ หรือเติบโตขยายใหญ่ด้วยเงินลงทุน แต่ตอนนี้ไม่มีใครมีเงิน คุณก็คงไม่มีทางเลือก”

เครดิตรูปภาพและเนื้อหาแปลจาก The New York Times

คุณชอบบทความนี้หรือเปล่า

8 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

  1. 9TANA แสดงความคิดเห็นว่า:

    เก็บเงินผู้ใช้ืุทุกคนปีละ $1 :P
    หรือไม่ก็ tweet 1000 ครั้งต่อ $1 LOL

  2. hideoaki แสดงความคิดเห็นว่า:

    ดีมากเลยครับ ใช้ twitter มานาน พึ่งจะรู้ละเอียดตอนนี้ ส่วน yammer พึ่งใช้ได้ 2-3 สัปดาห์เอง
    ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

  3. boydchan แสดงความคิดเห็นว่า:

    เลียนแบบ แล้วสร้างความแตกต่าง ยังคงเป็นโมเดลที่ดีของผู้ตามเสมอ… จะคอยดูว่าปีหน้า twitter จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม ในแง่ของการทำธุรกิจ อยากให้มีการพัฒนาต่อเนื่อง แม้ว่าอาจจะมีการเริ่มคิดค่าใช้จ่าย แต่หากว่าทำให้ twitter มีการพัฒนาขึ้นก็น่าสนใจนะฮะ

  4. KennyHass แสดงความคิดเห็นว่า:

    แสดงว่าผู้บริหารtwitterคงต้องมีงานอื่นเข้ามาเสริมด้วยสินะ แล้วลูกน้องจะอยู่กินยังไงเนี่ย

  5. DominixZ แสดงความคิดเห็นว่า:

    twitter ซื้อ summarize มาแล้วด้วยผมว่า ธุรกิจโมเดลที่น่าจะเกิดขึ้น คงมีมากกว่าเก็บบริการรายเดือน / ปี หรือ ต่อ 1000 tweets model ที่่น่าสนใจจะยัดเหยียดลงไปก็คือ “Text Link ads” มากกว่า แล้วลูกค้าก็มาลงได้ว่าผมขอซื้อ/เช่า keyword เช่น iphone แล้วเวลาใคร tweet ก็จะมี link ไปที่เว็บไซค์ของคนที่ขอซื้อ / เช่า

    หรืออีกบริการหนึ่งที่ twitter น่าจะทำได้ก็คือ
    Sponsor Tweet คือมีสิทธิให้ Sponsor Tweet ไปยังกลุ่มคนบางกลุ่มหรือทุกคนได้ โดยคิดค่า Tweet ละเท่าไรก็ว่าไป

    แต่เจ้าคุณ Evan เนี้ยคงมีแผนอยู่แล้ว แต่ต้องการเติบโตให้มากเพื่อจะได้โกยได้มาก !! อันนี้แค่เดาๆ

  6. peet แสดงความคิดเห็นว่า:

    ไม่ค่อยเข้าใจการใช้บริการของ twitter ผ่านมือถืออะคะ
    เคยลองทำตามคำแนะนำในเว็ป แต่ไม่เหนได้ ไม่รุ้เปนเพราะอะไร
    รบกวนอธิบายให้หน่อยได้มั้ยคะ
    ขอบคุนล่วงหน้าคะ

  7. iMenn แสดงความคิดเห็นว่า:

    เนื่องจากเจ๊งกับธุรกิจดอทคอมมาตั้งแต่สมัยปี 2000 จึงไม่เหลือความคิด “สร้างธุรกิจที่ไม่มีโมเดลการทำกำไร” เลยครับ ยิ่งดอทคอมเจ๊งกันเยอะๆ ยิ่งทำให้รู้สึกว่าธุรกิจควรต้องชัดเจนว่าจะทำอะไร ขายอะไร ให้ใคร ไม่ใช่เอาคนมาดูเยอะๆ หรือเป็นสมาชิกทิ้งๆ (มันฉาบฉวยทั้งนั้น)

    แต่เรื่อง Google กระผมกลับเห็นว่าสองหนุ่มนั่น “คิดโมเดล” ไว้ตั้งแต่ทำวิทยานิพนธ์ PageRank อันเลื่องชื่อนั่นแล้วนะครับ แต่ยังไม่เปิดขายโฆษณาแต่แรก เท่านั้นเอง

    ซึ่ง Twitter ก็คงมีคิดไว้บ้าง คงต้องดูกันต่อไปว่าจะงัดมาโชว์ตอนไหน

  8. ekkmanz แสดงความคิดเห็นว่า:

    ได้ยินว่า Twitter พยายามหา business model แต่ว่าไม่สำเร็จครับ

    ตอนนี้ซื้อ summize แล้ว จะเห็นว่ามี election กับ trend เหมือนเคยได้ยินว่าจะพยายามจับ Model กับการ search ครับ

    ไม่รู้ว่าจะออกมาเป็น Text-link ads หรือว่า Mining เมหือนกันนะครับ

2 เว็บที่ทำลิงก์มาถึงบทความนี้

  1. การใช้ Microblogging ในที่ทำงาน จะช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นได้จริงหรือ? « MacroArt Online Business Story by Api เขียนว่า

    [...] เมื่อวันอังคาร นิตยสาร Times ได้ตีพิมพ

  2. Yammer | iNueng เขียนว่า

    [...] http://blog.macroart.net/2008/10/twitter-and-yammer-test-dot-com-business-models.html [...]

แสดงความคิดเห็น