4 สุดยอด CEO ดอทคอมไทยประจำปี 2550

เผยแพร่เมื่อ 26 December 2007 โดย MacroArt

เป็นธรรมเนียมไปแล้วที่สื่อมวลชนต่างๆ มักจะจัดอันดับสุดยอดข่าวหรือสุดยอดบุคคลประจำปีในช่วงเวลาใกล้สิ้นปีแบบนี้ ผมก็เลยขอจัดอันดับบ้างโดยหัวข้อคือ “4 สุดยอด CEO ดอทคอมไทยประจำปี 2550″

ทำไมต้อง 4 ด้วย? ทำไมไม่ 10 เหมือนปกติที่คนอื่นทำกัน เหตุผลก็คือผมรู้จัก CEO ของเว็บไทยไม่ถึง 10 คน และ 4 คนที่ผมจะเขียนถึงต่อไปนี้คือบุคคลที่ผมเคยพบเจอตัวจริงแล้ว บางคนเคยมาบรรยาย บางคนเคยพูดคุยด้วย และบางคนเคยร่วมงานด้วย

ไม่มีการจัดอันดับว่าใครเหนือกว่าใครนะครับ เนื่องจากไม่รู้จะใช้เกณฑ์อะไรดี เอาเป็นว่าผมเขียนเรียงตามลำดับชื่อละกัน

ต่อบุญ พ่วงมหา Sanook.comต่อบุญ พ่วงมหา ผู้ที่พลิกชะตาชีวิตให้เอ็มเว็บเปลี่ยนจากขาดทุนเป็นกำไร

ถ้าไม่มีเขาคนนี้ เอ็มเว็บอาจจะต้องขายเว็บทิ้งเพื่อตัดขาดทุนและขนเงินกลับแอฟริกาใต้ไปแล้วก็ได้

หากใครยังพอจำได้ว่าในช่วงปี 2543 ที่บริษัทจากแอฟริกาใต้เข้ามาในประเทศไทย และเริ่มต้นด้วยการเข้าซื้อกิจการเว็บไซต์ Sanook.com แล้วตามด้วยเว็บไซต์ขนาดกลางอีกหลายเว็บ เอ็มเว็บใช้กลยุทธ์แบ่งผู้ใช้เว็บออกเป็นสองกลุ่ม ใครชอบเล่นเว็บ Portal ให้มาที่ Sanook.com ใครชอบเว็บที่มี Content ให้อ่านเยอะๆ ให้ไปที่ Mweb.co.th

การทุ่มเททรัพยากรจำนวนมากไปกับการพัฒนา Content เป็นกลยุทธ์ที่ผิดพลาด รายได้ที่เข้ามาไม่เพียงพอต่อรายจ่ายปริมาณมหาศาล จึงต้องมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ พร้อมกับการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง CEO ของคุณต่อบุญ พ่วงมหา โดยมิสเตอร์เครก ไวท์ที่บริษัทแม่ของเอ็มเว็บส่งมาได้แต่ถอยไปดูอยู่ห่างๆ อย่างไม่ต้องห่วง

คุณต่อบุญจัดการรวมเนื้อหาและบริการทุกอย่างที่บริษัทมีให้อยู่ภายใต้แบรนด์เดียวกันคือ Sanook.com ส่วน Mweb.co.th ถูกปรับให้เป็นเว็บไซต์ขององค์กรไป

ในช่วงปี 2550 ที่ผ่านมา ดูเหมือนจะเป็นปีที่ Sanook เนื้อหอมมากเป็นพิเศษ เมื่อมีเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ต่างประเทศถึงสองเว็บไซต์ที่สนใจเข้ามาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจด้วย นั่นก็คือ eBay และ Hi5

eBay ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการอีคอมเมิร์ซของโลก เข้ามาในลักษณะ Co-branding หรือการให้ Sanook ยืมใช้แบรนด์ของ eBay เพื่อทำธุรกิจประมูลออนไลน์ในประเทศไทย โดยที่ Sanook เป็นผู้ลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มการประมูลขึ้นมาเอง บริหารจัดการแพลตฟอร์มเอง เมื่อมีรายได้ก็แบ่งให้กับ eBay

ส่วน Hi5 ซึ่งเป็นเว็บไซต์ประเภท Social Network ที่คนไทยหลายแสนคนเป็นสมาชิกอยู่ และยังเป็นเว็บไซต์ที่มีคนไทยเข้าใช้บริการสูงสุดเป็นอันดับสองรองจาก Google เท่านั้น เข้ามามีความร่วมมือโดยแต่งตั้งให้ Topspace ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Sanook ในการบริหารงานโฆษณาให้กับ Hi5

จากความยอดนิยมของ Hi5 เชื่อได้ว่าจะช่วยให้ Sanook มีรายได้จากการขายโฆษณาเพิ่มขึ้นได้อีกมากในปีหน้า แต่สำหรับ Sanook eBay แล้ว คงต้องลุ้นกันอีกยาวว่าจะไปรอดหรือเปล่า เพราะแม้แต่ eBay ในต่างประเทศเองก็ดูเหมือนอัตราการเพิ่มของผู้ขายชาวไทยจะถดถอยลง

ความท้าทายของคุณต่อบุญในปีหน้าคงจะอยู่ที่การหาทางเพิ่มปริมาณ traffic ให้กับเว็บไซต์ให้มากขึ้น และมีความเป็นไปได้ว่าจะไม่พึ่งพาการเติบโตของ traffic จากบริการที่มีอยู่แล้วในเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว แต่จะอาศัยการร่วมมือกับเว็บไซต์อื่นเพื่อเพิ่มปริมาณ traffic ให้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปรเมศวร์ มินศิริ Kapook.comปรเมศวร์ มินศิริ นักปั้นเว็บมือทองที่สร้างสองเว็บไซต์ให้เติบใหญ่

ผู้ให้กำเนิด Sanook.com จนสร้างตำนานการขายเว็บได้ และยังปั้น Kapook.com มาแข่งกับ Sanook.com ที่ตัวเองสร้างขึ้นได้อีก

จะมีใครเจ๋งได้เท่านี้อีกเมื่อเว็บทั้งสองติดอยู่ในสองอันดับแรกของเว็บไทยที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดซึ่งจัดอันดับโดยทรูฮิตส์ และเคยมีช่วงเวลาหนึ่งที่ Kapook สามารถแซงหน้ายักษ์ใหญ่เงินหนาอย่าง Sanook ได้ด้วย

ช่วงปีที่ผ่านมาของคุณปรเมศวร์และ Kapook วนเวียนอยู่กับคำว่า Web 2.0 บริการอย่าง Kapook Planet ที่เป็น Social Network เจาะกลุ่มวัยรุ่นวัยใส หรือกระปุกเจี๊ยวจ๊าวซึ่งเป็นบริการแบบ Micro-blogging ที่ผนวกความสามารถของ Google Maps เข้าไปเพื่อเพิ่มประสบการณ์ของผู้ใช้ให้รู้สึกถึงความแปลกใหม่มากยิ่งขึ้น

นอกจากงานด้านการวางกลยุทธ์ให้กับเว็บไซต์ Kapook แล้ว คุณปรเมศวร์ยังมีตำแหน่งเป็นนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยเป็นสมัยที่สอง ผลงานที่โดดเด่นในช่วงปีที่ผ่านมาคือการเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการชี้แจงกับผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเพื่อปรับปรุง พรบ.คอมพิวเตอร์ ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของการดำเนินธุรกิจ ไม่เช่นนั้นแล้วธุรกิจเว็บของไทยอาจถูกบอนไซด้วยกฎหมายที่ออกโดยผู้ที่ขาดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง

ผลงานที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือโครงการคลังปัญญาไทย โครงการสารานุกรมออนไลน์สไตล์วิกิพีเดียที่มีเนื้อหากว่า 80,000 คำ จัดทำขึ้นเพื่อทูลเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมายุ 80 พรรษา เพื่อเป็นคลังความรู้แก่นักเรียนและประชาชนชาวไทย

ความท้าทายในปีหน้าสำหรับคุณปรเมศวร์คือการวิ่งไล่ Sanook ต่อไป และวิ่งหนี MThai ที่กำลังเขยิบใกล้เข้ามา กลยุทธ์ที่ถูกงัดออกมาใช้คงหนีไม่พ้นการใช้แนวคิดของ Web 2.0 มาสร้างบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้เว็บ

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ Tarad.comภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เจ้าพ่อตลาดออนไลน์ที่คิดในกรอบไม่เป็น

ขนาดจะขอสาวแต่งงานยังต้องไม่ธรรมดา มีการถ่ายทอดสดเพื่อให้คนทั้งโลกร่วมเป็นสักขีพยานความรัก

วันที่ 16 สิงหาคม วันดีเดย์ของคุณภาวุธที่จะขอแฟนแต่งงาน ซึ่งเป็นการขอแต่งงานออนไลน์ครั้งแรกของไทย มีการถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ที่เปิดให้ใครที่สนใจเข้าไปดูได้ งานนี้มีคนนับพันรู้ล่วงหน้า มีเพียงคนที่กำลังจะถูกขอแต่งงานที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายงานนี้ก็จบลงด้วยน้ำตาแห่งความสุขของว่าที่เจ้าสาว (ซึ่งตอนนี้แต่งงานกันไปเรียบร้อยแล้ว)

วิธีคิดนอกกรอบของคุณภาวุธถูกสื่อออกมาในงานหลายๆ อย่าง เช่น จะทำธุรกิจพิมพ์หนังสือขายทั้งที ก็ต้องตั้งชื่อหนังสือให้โดดเด่นเข้าไว้ ไม่ว่าจะเป็น Google AdWords โปรโมทเว็บให้ดังศาสตร์ หรือเปิดกะโหลก สร้างเงินออนไลน์ด้วย Contextual Ads + Affiliate Marketing

ในด้านของเว็บไซต์ ปีนี้ต้องถือว่าเป็นปีที่โหดร้ายสำหรับคุณภาวุธ เมื่อเกิดกรณีลูกค้าที่ใช้บริการเปิดร้านค้าออนไลน์กับเว็บไซต์ Tarad.com ได้นำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มาประกาศขาย จนเจ้าของลิขสิทธิ์เข้าแจ้งความและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมายกเซิร์ฟเวอร์ไป หลังจากนั้นก็มีข่าวออกทางสื่อมวลชนซึ่งส่งผลให้ลูกค้ารายอื่นๆ ของ Tarad เกิดความไม่แน่ใจว่าเว็บไซต์จะให้บริการต่อได้หรือไม่ เหตุการณ์นี้ได้ก่อให้เกิดประเด็นคำถามว่า ผู้ให้บริการพื้นที่เปิดร้านไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือที่เซิร์ฟเวอร์จะถูกยกไป ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทั้งแก่เว็บไซต์และผู้ใช้เว็บไซต์รายอื่นๆ

นอกจากประเด็นเรื่องลิขสิทธิ์แล้ว คุณภาวุธยังต้องเผชิญกับการแข่งขันทางธุรกิจที่ดูเหมือนจะเข้มข้นมากขึ้น เมื่อคู่แข่งคนสำคัญอย่าง MarketAtHome.com ถูกกลุ่มทรูซื้อกิจการไป และเปลี่ยนแบรนด์เป็น WeLoveShopping.com พร้อมกับการผนวกเข้ากับธุรกิจอื่นๆ ของทรู ทำให้เกิดการคอนเวอร์เจนซ์ แถมยังมีการตัดราคาแข่งอีก

ปีหน้าคงจะเป็นปีที่เหนื่อยหนักสำหรับคุณภาวุธ เพราะการเติบโตของอีคอมเมิร์ซในเมืองไทยมันเย้ายวนให้ยักษ์ใหญ่ทั้งหลายแห่ลงมากินส่วนแบ่งการตลาดกัน งานนี้ต้องรอลุ้นว่าคุณภาวุธจะนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาต่อที่ศศินทร์มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตัวเองอย่างไร

วันฉัตร ผดุงรัตน์ Pantip.comวันฉัตร ผดุงรัตน์ นักปกครองบนโลกออนไลน์ที่เอาตัวรอดได้ในยุคทหาร

กับแผนฟื้นฟูคุณภาพการแสดงความคิดเห็นของโต๊ะราชดำเนินในยุคก่อตั้งเว็บให้กลับคืนมา

Pantip.com ดูเหมือนจะเป็นเว็บที่โชคร้ายในด้านการเมืองอยู่สักหน่อย เพราะไม่ว่าพรรคการเมืองไหนจะมาเป็นรัฐบาล ก็ดูเหมือนว่าพันทิปจะถูกเหมาว่าเป็นพวกรัฐบาลนั้นไปเสียหมด ตั้งแต่ยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ที่พันทิปถูกหาว่าลำเอียงเข้าข้าง ต่อมาในยุคของไทยรักไทย พันทิปก็ถูกกล่าวหาว่าถูกซื้อไปแล้ว จนถึงยุครัฐบาลทหารที่พันทิปถูกเพ่งเล็งว่าจะถูกอำนาจทหารสั่งปิดหรือมีการตกอยู่ใต้อำนาจของทหารหรือไม่

เอาแค่ว่าฮาร์ดแวร์ของเซิร์ฟเวอร์มีปัญหาทำให้เปิดให้บริการไม่ได้เพียงวันเดียว ก็ถูกลือสะพัดว่า Pantip ปิดตัวเองตามคำสั่งทหารซะแล้ว

ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์รัฐประหารขึ้น งานส่วนใหญ่ของคุณวันฉัตรคือการมุ่งเน้นปรับปรุงคุณภาพการแสดงความคิดเห็นภายในโต๊ะราชดำเนิน มีการออกกฎกติกาเพิ่มมากขึ้นเพื่อลดปริมาณความคิดเห็นที่ออกแนวส่อเสียดและไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม มีการปรับรูปแบบการแสดงความคิดเห็นโดยนำกล่องความคิดเห็นมาไว้ด้านบนต่อจากเนื้อหากระทู้ เพื่อให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็น “แรกเริ่ม” ที่ตนเองมีต่อเนื้อหาในกระทู้ โดยที่ยังไม่ถูกความคิดเห็นของคนอื่นชักจูงไป

ในช่วงเวลาที่ประเทศอยู่ในสภาวะวิกฤต คุณวันฉัตรต้องประกาศปิดโต๊ะราชดำเนินเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์นัดกันออกไปประท้วงจนเกิดเหตุการณ์เศร้าสลด

ปีนี้อาจจะเป็นปีที่วุ่นวายสำหรับ Pantip แต่สำหรับ BlogGang.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ในเครือ กลับได้โหนกระแสความนิยมในการเขียนบล็อก จนทำให้ BlogGang ติดอยู่ในสิบอันดับแรกของเว็บไทยที่มีผู้ใช้บริการสูงสุดจากการจัดอันดับของทรูฮิตส์

ปีหน้าจะเป็นปีที่ Pantip มีอายุครบ 12 ปี และน่าจะเป็นเว็บเชิงพาณิชย์ของไทยที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด จากสไตล์การบริหารของคุณวันฉัตรที่เน้นการแข่งกับตัวเองมากกว่าการแข่งกับคนอื่น ความท้าทายของคุณวันฉัตรในปีหน้าก็คือจะทำอย่างไรให้สถานการณ์ต่างๆ ในเว็บไซต์ดีขึ้นกว่าปีนี้ จะทำอย่างไรให้โต๊ะราชดำเนินเป็นพื้นที่ที่เป็นกลาง ไม่ถูกครอบงำจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ช่วยกันบอกต่อ
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Google
  • LinkedIn
  • Print this article!
  • StumbleUpon
  • Tumblr
  • TwitThis
  • Digg
บทความที่เกี่ยวข้องกัน

19 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

  1. ฟิวส์ แสดงความคิดเห็นว่า:

    ดูๆไปแล้ว แต่ละท่าน ปีหน้าต้องเหนื่อยกันหมดเลยแฮะ

  2. adamy แสดงความคิดเห็นว่า:

    การเป็น CEO ในโลก .com นั้นไม่ง่ายเลยครับ นอกจากจะต้องตามกระแสเทคโนโลยี, สร้างความแตกต่าง, สร้าง Branding ที่แข็งแกร่ง แล้วยังต้องมี Community ที่มีความชราภาพเ็ป็น Factor สำคัญในการทำให้ลาจากพื้นที่ .com ในแต่ละแห่งไป (ทำให้ต้องหาลูกค้ามาใช้บริการแทนลูกค้าที่ออกจาก Target Group อีก) …

    การตลาดของ .com เมืองไทยนั้นยากยิ่งที่ว่าคนไทยยังมอง Internet เป็นเพียง Luxury Item มากกว่าที่จะเป็นสิ่งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ดังนั้นเว็บเหล่านี้จึงไม่ใ่ช่เว็บที่จะใช้งานได้เป็นจริงเป็นจัง (ดังเช่นที่ Google ประสบความสำเร็จในการทำตรงนี้) ยิ่งด้วยยุคของ Web Portal นั้นหมดไปกับยุคของการเบ่งบานของ Search Engine แนวใหม่ ( Google, Yahoo, Live Search )

    ทิศทางของการตลาดของพวก Web Portal จึงต้องหันไปจับ Community Based Project ต่างๆอาธิการโหวตรูป, Social Network, Online Market ซึ่งเนื้อหามันน้อยมากๆ แต่ยอด Hit ของคนดูสูงและทำเงินกับโฆษณาได้มากกว่า

    นั่นหมายความว่าเว็บที่มีเนื้อหา Content เยอะและ Concept ของ Web2.0 น้อยกว่า (เช่นเว็บของผมที่หันมาจับทางด้าน Internet TV) จะต้องเคี่ยวเข็ญด้าน Marketing และ Branding หนักมากๆ (นั่นหมายถึงเม็ดเงินลงทุนต้องมหาศาล) กว่าที่จะทำให้ผู้บริโภคเข้ามาใช้บริการได้เท่ากับเว็บที่เป็น Social Hub (ขอเรียกแบบนี้แล้วกันนะครับ …. เพราะเว็บเหล่านี้เหมือนศูนย์รวมสิ่งต่างๆของสังคมออนไลน์)

    แต่เว็บที่ทำ Content หนักและได้ดีก็ยังเห็นอยู่ครับ ….อาธิ Manager Online ที่ Break ขึ้นมาได้ด้วยเนื้อหาข่าว (ที่ฟรี) … เนื่องจากเม็ดเงินจากตัวธุรกิจนอกจอคอมมาช่วยหนุนตรงจุดนี้จึงสามารถมาถึงได้ขนาดนี้

    CEO ทั้งสี่ท่านนี้ถือว่ามีฝีมือในการจับตลาดได้เป็นอย่างดีครับ … แต่ละคนก็มี Style ในการทำตลาดได้ต่างแบบกัน คุณวันฉัตรเป็นเทพแห่งการ Moderate ประชาคมชาวเน็ต … การต้องดูแลคุณภาพของการสื่อสารในที่สาธารณะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากระดับพระกาฬเลยทีเดียว ระหว่างคุณปรเมศวร์เองเชี่ยวชาญเรื่องการจับเอาเว็บ 2.0 มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในคนหมู่มาก ส่วนคุณต่อบุญนั้นเก่งเรื่องการทำ Partnership ที่ดี ทำให้เว็บสามารถ Generate ยอดได้อย่างต่อเนื่องจากทาง Direct Link และจากที่อื่น

    แต่สุดท้ายแล้วตัวผมเองคิดว่าทิศทางของเน็ตในช่วง 2-5 ปีที่ถึงนี้กำลังจะเปลี่ยนไปครับ …. เว็บ Community ที่อยู่ในปัจจุบันนั้นจะยังคงสถานะของตัวเอง … แต่ผู้คนกำลังจะเรียกหา Content ดีๆอีกครั้ง เว็บที่สะอาดตา เน้น Content เฉพาะทางที่มีคุณภาพ การใช้งานที่ง่ายมากขึ้น มีส่วนประสมของ Rich Internet Application และการได้มีส่วน Interactive แต่พองาม (ไม่ใช่การเข้าไปสร้าง Content เองอย่างหนักหน่วงแบบ Concept Web2.0 ซึ่งเข้ากับพื้นฐานของมนุษย์คือความเห็นแก่ตัว …ดังนั้นการ Contribute Content ต่างๆจะเกิดได้เพียงช่วงสั้นๆเท่านั้น) ผมคิดว่าเว็บที่วุ่นวายยุ่งยากกำลังจะหมดไปแล้วแทนที่ด้วยเว็บที่เรียบง่ายแต่สวยงาม Web 2.0 ที่ไม่เป็น 2.0 จนเกินไป (ใช้เป็นส่วนประกอบของเว็บแต่ไม่ใช่ตัวชูโรงหลัก) Content ที่หนาแน่นและสม่ำเสมอ การใช้เทคโนโลยีที่ทำให้การใช้งานง่ายขึ้น คงความสวยงามและพัฒนาความเร็วในการโหลด (Ajax, Flash, MySQL, CSS ฯลฯ)

    แต่รายได้หลักคงเป็นการโปรโมตโฆษณามากกว่าการทำธุรกิจรูปแบบต่างๆเช่นการขายของหรืออะไรพวกนี้มากกว่าครับ : )

    เป็นเพียงความคิดเห็นของผมนะครับ ….

    ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

  3. khajochi แสดงความคิดเห็นว่า:

    เขียนได้ดีมากเลยครับ

  4. kom_pt แสดงความคิดเห็นว่า:

    สงสัยว่า พวกธุรกิจ .com พวกนี้ ได้ตังมาจากไหน หลักๆ เลยมาจากโฆษณา? ลองเข้าไปดูใน tarad.com สินค้าหลักๆ ของเค้าก็คือ ให้คนมาเปิด web ขายของได้ ดู uip จาก truehit ก็สามหมื่นกว่าๆ ยอมรับตรงๆ ว่าตามไม่ทันการตลาดสมัยใหม่กับเค้าเลย

    ถ้าพูดถึงโอกาสที่จะรุ่งในธุรกิจ .com เราใช้ case พวกนี้เป็นตัวอย่างได้เปล่า ตั้งเป้ากลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน วางแผนให้มี uip ระดับสามหมื่น up ถึงตอนนั้นรายได้จะมาจากโฆษณามากกว่ารายได้หลักจริงๆ หรอ สงสัยจริงๆ

  5. ธวัช แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมเข้ามาบอกว่า
    ขออนุญาตนำ Link Blog นี้ไปไว้ที่หน้า web ครับ

  6. Thailand Hotels แสดงความคิดเห็นว่า:

    ได้ความรู้ดีครับ :)

  7. loft แสดงความคิดเห็นว่า:

    เคยได้คุยด้วยสองคน เก่งทั้งคู่

  8. Nice แสดงความคิดเห็นว่า:

    แต่ละท่าน สุดยอดกันทั้งนั้น

  9. CybErPunK แสดงความคิดเห็นว่า:

    เจ๋งโคตร ความรู้ล้วน ๆ เลยครับ

  10. Michael Marks แสดงความคิดเห็นว่า:

    เยี่ยมมากครับ ยกนิ้วให้เลย

  11. yyswim แสดงความคิดเห็นว่า:

    จขบ.เขียนได้ดี ละเอียดทุกบล๊อกครับ บล๊อกเรื่องนี้ก็เขียนได้ดี ขอยกนิ้วให้ ผมไม่รู้เรื่องคอมพ์เลยครับ เพราะไม่เคยเรียน อาศัยอ่านเอา

    จะขออนุญาตนำหน้าโฮมเพจของบล๊อกของคุณ ไปลิ๊งก์ไว้ที่บล๊อกของผมนะครับ คือหวังจะให้ผู้อื่นแวะมาอ่านเรื่องดีๆที่บล๊อกนี้ครับ

  12. กาแฟสด แสดงความคิดเห็นว่า:

    คุณต่อบุญ สุดยอดจริง , คุณปรเมศว์ ก็ระดับเทพ , คุณวันฉัตรก็เป็นตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่

    แต่คุณภาวุธ นี่ระดับยังไม่ถึงนะครับ ไม่งั้นผมว่าคุณอภิศิลป์ อ่ะเจ๋งกว่าอีก

  13. Thailand hotels แสดงความคิดเห็นว่า:

    เขียนได้ดีมากเลยครับ

  14. saipin แสดงความคิดเห็นว่า:

    น่าสนใจมากค่ะ ขอบคุณที่จัดหามาให้อ่าน ได้ความรู้ดี

  15. การ์ตูน แสดงความคิดเห็นว่า:

    สุดยอดเนื้อหาอีกหนึ่งตอน ที่ต้องติดตามาอ่าน

    ได้ความรู้มากมายเช่นเดิมครับผม

    ขอบคุณมากน่ะครับ

  16. Nong_offna แสดงความคิดเห็นว่า:

    ได้ความรู้มากๆเลยอะคะ ส่วนใหญ่เข้าแต่เวบแต่ไม่เคยได้รู้เลยว่าใครเป็นที่มาของความสำเร็จทั้งหลายนั้นอ่ะ

  17. koh samui แสดงความคิดเห็นว่า:

    แต่ละคนสุดยอดทั้งนั้น พยายามนึกถึงคนอื่นๆว่า มีใครพอจะขึ้นมาอยู่ในกลุ่มนี้บ้าง ยังนึกไม่ออกเลยอ่ะ

  18. อาหารกล่อง แสดงความคิดเห็นว่า:

    บทความดีมากเลยครับ

  19. สถานที่ท่องเที่ยว แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอบคุณครับ

2 เว็บที่ทำลิงก์มาถึงบทความนี้

  1. Blog.Pawoot.com » หายไปนาน… เขียนว่า

    [...] ขอบคุณ คุณ Macro Art มากครับ ทีให้ผมเป็น 4 สุดยอด CEO ดอทคอมไทยประจำปี 2550  สำหรับคุณ Macro Art [...]

  2. CLOMODESIGN » Blog Archive » สุดยอด CEO เว็บ เขียนว่า

    [...] http://blog.macroart.net/2007/12/top-four-ceo-of-thai-dotcom.html [...]

แสดงความคิดเห็น