วิวัฒนาการของการจัดการข้อมูล Data » Information » Knowledge » Innovation Management

เขียนโดย MacroArt เมื่อ November 6, 2007 – 21:33 น.

เดือนที่แล้วผมไปสัมมนา Biz IT ที่ ม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นงานสัมมนาฟรีที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนตุลาคม ในช่วงเปิดการสัมมนามีวิทยากรคือ รศ.ยืน ภู่วรวรรณ มาบรรยายในหัวข้อ Innovation Management ซึ่ง อ.ยืน ได้กล่าวว่า…

เราเริ่มจากยุค Data Management ต่อมาจึงพัฒนาเป็น Information Management จนมาถึง Knowledge Management และในปัจจุบันกำลังเข้าสู่ Innovation Management

อ.ยืน ไม่ได้ขยายความประโยคนี้มากนัก แต่มันเป็นประโยคที่ฟังแล้วรู้สึกเห็นภาพมากๆ และอยากนำมาขยายความตามที่ผมเข้าใจครับ

Data Management คือการจัดการข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่รอบตัวเต็มไปหมด ให้อยู่ในรูปแบบที่เราสามารถเปิดดูข้อมูลได้ เพิ่มข้อมูลได้ แก้ไขข้อมูลได้ และลบข้อมูลได้ วิธีการจัดเก็บข้อมูลก็มีทั้งที่เป็นไฟล์และฐานข้อมูล สื่อที่ใช้จัดเก็บข้อมูลแบบดิจิตอลมีตั้งแต่เทปแม่เหล็กในสมัยก่อน จนสมัยนี้มีทั้งฮาร์ดดิสก์ ซีดี ดีวีดี เมมโมรี่การ์ดต่างๆ เป็นต้น

Information Management เป็นการต่อยอดขึ้นมาจาก Data Management เนื่องจากในองค์กรธุรกิจมีข้อมูลอยู่เป็นจำนวนมาก ฝ่ายขายก็มีข้อมูลลูกค้า ฝ่ายผลิตมีข้อมูลสินค้า ฝ่ายบัญชีมีข้อมูลการเงิน จะทำอย่างไรให้ข้อมูลเหล่านี้สร้างประโยชน์ในทางธุรกิจให้ได้มากที่สุด กุญแจสำคัญก็คือจะทำให้ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในระบบหรือมาตรฐานเดียวกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล (รวมถึงความซ้ำซ้อนของการเพิ่มหรือแก้ไขข้อมูล) ไม่ใช่ว่าฝ่ายขายคีย์ข้อมูลเข้าไปในระบบแล้ว แต่ฝ่ายบัญชีดันใช้คนละระบบ ทำให้ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำอีก ซึ่งอาจจะเกิด human error ขึ้นได้ นอกจากนี้แล้วข้อมูลยังต้องถูกจัดระดับในการเข้าถึงด้วย ผู้บริหารกับพนักงานขายจะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลได้ไม่เท่ากัน ด้วยความต้องการเหล่านี้ จึงได้เกิดซอฟท์แวร์ประเภท ERP (Enterprise Resource Planning) ขึ้น

Knowledge Management เกิดขึ้นโดยให้ความสำคัญกับคน ถึงแม้ว่าบริษัทจะบันทึกข้อมูลทางธุรกิจจำนวนมากไว้กับระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อถือได้แล้ว แต่ก็ยังมีข้อมูลอีกเป็นจำนวนมากซึ่งอยู่กับตัวคน ถ้าเกิดว่าข้อมูลที่สำคัญอยู่กับคนเพียงคนเดียว แล้วคนนั้นลาออกไป บริษัทก็จะเกิดปัญหาขึ้นทันที ดังนั้นจึงต้องมีวิธีการนำข้อมูลที่อยู่กับคน ซึ่งเราเรียกกันว่าความรู้ มาเก็บไว้กับระบบของบริษัท เพื่อให้ทั้งองค์กรสามารถดำเนินงานต่อไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคนเพียงคนเดียว นอกจากนี้แล้ว ยังต้องมีวิธีโน้มน้าวหรือกระตุ้นให้คนสามารถแบ่งปันความรู้หรือที่เรียกว่า Knowledge Sharing ให้กับผู้อื่นได้ง่ายด้วย

อ.ยืน ได้เล่าถึงเรื่อง Knowledge Sharing เนื่องจากมีผู้ถามขึ้นในงานสัมมนา อาจารย์เคยทำการทดลองโดยนำดอกไม้ช่อหนึ่งมาให้นักศึกษาคนหนึ่งดู แล้วให้นักศึกษาคนนั้นเขียนบรรยายลักษณะของดอกไม้ลงในกระดาษ A4 หนึ่งแผ่น จากนั้นอาจารย์ก็นำกระดาษแผ่นนั้นไปให้นักศึกษาอีกคนอ่านเพื่อวาดภาพดอกไม้ออกมา ซึ่งแน่นอนว่าภาพดอกไม้ที่วาดออกมาจะไม่เหมือนกับดอกไม้ต้นฉบับเลย นี่คือความยากของการทำ Knowledge Sharing

หลังจากที่นักศึกษาวาดภาพดอกไม้เสร็จแล้ว อาจารย์ก็จะเอาดอกไม้จริงมาให้ดู แล้วให้นักศึกษาคนนั้นเขียนคำบรรยายลง A4 อีกเช่นกัน แล้วก็เอากระดาษไปให้นักศึกษาคนที่สามวาดออกมาเป็นภาพ ซึ่งจะพบว่าภาพที่วาดออกมาจะเริ่มเหมือนกับต้นฉบับมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการทำซ้ำแบบนี้ไปหลายๆ รอบ นี่ก็คือสิ่งที่เรียกว่า Learning Curve นั่นเอง

กลับมาที่ยุคปัจจุบันก็คือยุคของ Innovation Management ซึ่งเป็นคำที่ค่อนข้างใหม่ แม้แต่ใน Wikipedia ก็ยังไม่มีคำนี้อยู่ในระบบ ผู้บริโภครายย่อยอย่างพวกเรามักจะคุ้นเคยกับคำว่านวัตกรรมในแง่ของผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) อย่างเช่น iPod เป็นนวัตกรรมใหม่ของการฟังเพลง แต่ยังมีนวัตกรรมประเภทอื่นอีกที่เรามองไม่ค่อยเห็น เช่น นวัตกรรมด้านกระบวนการ (Process Innovation) ของ Dell ซึ่งเปลี่ยนวิธีการประกอบคอมพิวเตอร์ให้เป็นแบบ just-in-time จนกลายเป็นบริษัทขายคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ของโลก หรือนวัตกรรมด้านโมเดลธุรกิจ (Business Model Innovation) ของ Google ที่ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกสามารถซื้อโฆษณาออนไลน์ได้ง่ายๆ และได้ผล

หัวใจสำคัญของ Innovation Management อยู่ที่กระบวนการจัดการกับนวัตกรรมตั้งแต่จุดเริ่มต้นของความคิดไปจนถึงปลายทางที่ออกมาเป็นสินค้าให้กับลูกค้า จะทำอย่างไรให้คนในองค์กรมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา จะมีวิธีคัดกรองความคิดจำนวนมากให้เหลือเฉพาะความคิดที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรได้อย่างไร (และต้องระวังไม่ให้เผลอโยนความคิดที่ดีทิ้งไปด้วย) จากความคิดที่คัดกรองแล้ว ก็ต้องถูกวิจัยและพัฒนาให้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ และออกสู่ท้องตลาดในที่สุด ความคิดริเริ่มจำนวนนับหมื่นในตอนแรก อาจจะกลายเป็นสินค้าเพียงชิ้นเดียวในบั้นปลาย

หัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจมากในเชิงของ Innovation Management ซึ่งเท่าที่ผมทราบมา ตอนนี้ยังไม่มีวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาเอกของที่ไหนที่ทำเรื่องนี้ นั่นก็คือ “จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ที่คนจะยอมรับนวัตกรรมที่เราสร้างขึ้นมา” บางทีเราคิดอะไรแปลกใหม่ขึ้นมาได้ แต่พอเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง กลับกลายเป็นว่าคนทั่วไปไม่ยอมรับ แต่ถ้าหลังจากนั้นสัก 5 ปี สิ่งที่เราสร้างขึ้นมาถึงจะเริ่มเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

ลองดูกรณีของโมโตโรล่าที่มีความคิดจะทำโทรศัพท์เคลื่อนที่มาตั้งแต่ปี 1985 เพื่อช่วยให้คนทั้งโลกสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้สะดวก โมโตโรล่าจึงตั้งบริษัทขึ้นมาดำเนินการในปี 1991 และมีสินค้าออกมาให้บริการครั้งแรกในปี 1998 ภายใต้ชื่อ Iridium ซึ่งเป็นโทรศัพท์ผ่านดาวเทียม แต่กลับมีผู้ใช้แค่หมื่นราย และค่าโทรศัพท์ก็แพงมาก สุดท้ายในปี 1999 บริษัทก็ล้มละลาย จะเห็นได้ว่าถึงแม้โมโตโรล่าจะมีวิสัยทัศน์ที่ดีเยี่ยมที่อยากให้คนทั้งโลกใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่บริษัทขาดการจัดการนวัตกรรมที่ดี ไปเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีข้อจำกัดหลายอย่าง และตลาดก็ไม่ยอมรับอีกด้วย

เรื่อง Innovation Management สามารถนำมาเชื่อมโยงสู่เรื่องของเว็บได้เหมือนกัน เชื่อได้เลยว่าถ้าใครทำ E-commerce เปิดร้านขายของบนอินเทอร์เน็ตสำหรับลูกค้าคนไทยตั้งแต่เมื่อ 5-10 ปีที่แล้ว ถ้าสายป่านไม่ยาวพอ อาจจะอยู่ไม่ถึงทุกวันนี้ เพราะในอดีตคนไทยยังไม่ยอมรับนวัตกรรมด้านการค้าในโลกยุคใหม่ แต่ในปัจจุบันนี้ก็เริ่มยอมรับกันมากขึ้น

ผมเชื่อว่ามีนักพัฒนาเว็บหลายคนที่ชอบดูโมเดลใหม่ๆ ของเว็บต่างประเทศ ถ้าโมเดลไหนได้รับความนิยม ก็จะทำการ clone และ localize มาให้คนไทยใช้กัน แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือถึงแม้ว่าโมเดลดังกล่าวจะได้รับความนิยมในต่างประเทศ ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะได้รับความนิยมในไทยด้วย บางอย่างอาจจะต้องใช้เวลา 2-3 ปี หรือบางอย่างอาจจะไม่ได้รับความนิยมเลยก็ได้

Tags: , , , , , , ,

  1. 5 Responses to “วิวัฒนาการของการจัดการข้อมูล Data » Information » Knowledge » Innovation Management”

  2. เข้ามาเช็คดูทุกวันเลยได้ความรู้จริงๆเลยค่ะ

    By แอม on Nov 7, 2007

  3. เจ๋ง ! XD

    By snoopy141 on Nov 8, 2007

  4. เยี่ยมครับ

    By macky on Nov 21, 2007

  5. อยากทราบว่า knowledge management กับ knowledge sharing มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
    ช่วยตอบหน่อยนะค่ะ

    ทำวิจัยเกี่ยวกับ knowledge sharing platform in thailand อยู่ค่ะ

    By knowledge sharing on May 3, 2008

  6. พอดีเพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาอ่าน วันนั้นก็ได้อยู่ในห้องสัมมนาด้วยเช่นกัน คุณเก็บรายละเอียดได้ดีจังคะ

    By cee on Jun 15, 2008

แสดงความคิดเห็น