ผมพิจารณาอยู่นานว่าจะเขียนบทความนี้ดีหรือเปล่า เพราะมีความเป็นไปได้ว่าอาจถูกเครือข่ายผู้ทำธุรกิจ GDI หรือ Global Domains International รังเกียจเอาได้ แต่คิดว่าจะขอวิเคราะห์อย่างเป็นกลางตามข้อมูลจริงที่ได้เห็น
ช่วงที่ผ่านมา ผมได้รับ e-mail เชิญชวนให้เข้าร่วมธุรกิจ GDI บ่อยมาก ครั้งแรกที่ได้เข้าไปอ่านข้อมูลของธุรกิจนี้รวมถึงดูวิดีโอคลิป ก็รู้สึกตื่นเต้นและอยากเข้าร่วมธุรกิจในทันที ผมตัดสินใจกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อจะดูข้อมูลของธุรกิจให้ลึกมากขึ้น แต่ยังไม่ตัดสินใจสมัครใช้บริการในทันที
ธุรกิจ GDI ขายโดเมนเนม .ws พร้อมกับบริการทำเว็บไซต์อย่างง่ายๆ ที่คุณทำเองได้เหมือนใช้ Microsoft Word โดยคิดค่าบริการเดือนละ $10 หรือปีละ $120
ค่าบริการ $10 ทาง GDI จะดึงไว้ $5 เป็นค่าสินค้า ส่วนอีก $5 เป็นค่าการตลาดที่จ่ายให้กับผู้ที่ทำการตลาดให้กับ GDI คุณจะได้รับค่าการตลาดนี้ก็ต่อเมื่อคุณสามารถเชิญชวนคนอื่นเข้ามาใช้บริการ GDI โดยคุณจะได้ค่าแนะนำ $1 ต่อหนึ่งคนที่หาเข้ามา นี่เป็นรายได้ในทางกว้าง ส่วนรายได้อีกทางคือทางลึก ถ้าคนที่คุณแนะนำเข้ามาสามารถไปชวนคนเพิ่มเข้ามาได้ เขาจะได้ $1 และคุณก็จะได้ $1 เช่นกัน ลงทางลึกได้ 5 ระดับ ถ้าเป็นชั้นที่ 6 คุณก็จะไม่ได้แล้ว
สรุปง่ายๆ ว่าถ้าคุณสมัครใช้บริการและจ่าย $10 ต่อเดือน ค่าการตลาด $5 จะถูกจ่ายให้กับอัพไลน์ที่ใกล้ตัวคุณ 5 ระดับชั้น รับไปคนละ $1 นั่นเอง
key success factor ของธุรกิจนี้ก็คือคุณจะต้องหาดาวน์ไลน์ให้ได้อย่างน้อย 10 คนภายในหนึ่งเดือน เพื่อที่คุณจะมีรายได้เข้ามาเท่ากับรายจ่าย $10 ที่ต้องจ่ายให้ GDI ถ้าเกิดคุณหาได้เพียงหนึ่งหรือสองคน มีโอกาสสูงครับที่คุณจะเลิกทำในเดือนที่สองหรือสาม
ในขณะเดียวกัน การมีดาวน์ไลน์ 10 คนนั้นยังไม่พอ คุณจะต้องช่วยให้ดาวน์ไลน์แต่ละคนสามารถหา 10 คนต่อไปได้ด้วย เพราะถ้าเขาหาไม่ได้ ผลมันก็จะสะท้อนกลับมาที่ตัวคุณได้เหมือนกัน
หลักการของธุรกิจ GDI ก็เหมือนกับธุรกิจเครือข่ายหรือ MLM ทั่วไป ซึ่งคนที่อยู่ในธุรกิจเครือข่ายก็จะบอกว่าแนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่ดี เพราะคุณจะต้องช่วยเหลือคนอื่นให้ประสบความสำเร็จ คุณถึงจะสำเร็จไปด้วย ขณะที่คนที่ไม่เคยเข้ามาในธุรกิจนี้ แต่เคยฟังๆ มา หรือเคยถูกเพื่อนตื๊อมาก่อน ก็อาจจะมีทัศนคติเชิงลบที่มองว่าเป็นธุรกิจกินแรงคนอื่น หรืออะไรก็ตาม
ผมจะไม่คอมเมนต์เรื่องแนวคิดการตลาดแบบนี้นะครับ รู้แต่ว่ายอดธุรกิจที่เกิดจากการตลาดเครือข่ายมีการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งที่ผมอยากเขียนถึงก็คือสินค้าของ GDI มีราคาแพงเมื่อเทียบกับสินค้าอื่นที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกัน แถมยังมีความสามารถที่ด้อยกว่าอีกด้วย
อย่างที่เกริ่นไปในตอนแรกก็คือสินค้าของ GDI ประกอบด้วยโดเมนเนม .ws และบริการเว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูปที่คุณทำได้เอง
ถ้าเราลองเทียบกับโดเมนเนม .com ซึ่งเป็นที่รู้จักและยอมรับกันทั่วโลก มีค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนอยู่ที่ปีละประมาณ $10
ส่วนบริการเว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูป ทุกวันนี้มีให้ใช้ฟรีแล้ว นั่นก็คือ Google Page Creator ซึ่งถ้าคุณใช้ Google Apps ก็สามารถสร้างเว็บแบบง่ายๆ ขึ้นมาภายใต้ชื่อโดเมนเนมของคุณได้ฟรีๆ
แปลว่า .com + Google Apps จะมีค่าใช้จ่ายปีละ $10 เทียบกับบริการของ GDI ที่มีค่าใช้จ่ายปีละ $120 ต่างกันถึง 12 เท่า!
เท่าที่ผมทราบมาจากการดูวิดีโอของ GDI บริการของ GDI ไม่สามารถทำเว็บไซต์แบบที่มีการติดต่อกับฐานข้อมูลได้ และให้พื้นที่ในการทำเว็บเพียง 10 หน้าเท่านั้น
ถ้าหากคุณไปเช่า web hosting ของต่างประเทศ เอาแบบที่ราคาถูกหน่อย ราคาเดือนละ $3.59 หรือปีละ $43 ก็สามารถติดต่อกับฐานข้อมูลได้ แถมยังให้พื้นที่มากถึง 5 GB
.com + web hosting ในราคาปีละ $53 ก็ยังถูกกว่า GDI มากกว่าเท่าตัว แถมยังมีความสามารถที่สูงกว่าอีกด้วย
นอกจากนี้ สินค้าของ GDI ยังเป็นสินค้าที่ไม่สามารถทำให้ผู้ใช้เกิด loyalty และต้องการซื้อซ้ำได้ ลองนึกดูว่าถ้าคุณไม่สามารถหาดาวน์ไลน์ได้ คุณก็คงไม่จำเป็นต้องใช้บริการของ GDI เลย เพราะคุณมีทางเลือกอื่นในราคาที่ถูกกว่า
บางคนแย้งว่า GDI มีลูกค้าอย่าง Google ด้วยนะ และยังเป็นลูกค้าที่ยั่งยืนของ GDI ด้วย คำตอบก็คือใช่ครับ เพราะเจ้าของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกก็ต้องจดโดเมนให้ครอบคลุมทุกนามสกุลเข้าไว้ นอกจากจะมี google.ws แล้ว ยังมี google.tv, google.info, google.to, google.am และอื่นๆ อีกมากมาย ในอนาคตอาจจะมี google.xxx ด้วยซ้ำ
คนธรรมดาอย่างเราคงไม่มีทางหาดาวน์ไลน์แบบ Google ได้หรอกครับ
ใครที่กำลังจะเข้าสู่ธุรกิจ GDI ก็ลองคิดดูดีๆ นะครับ เพราะมูลค่าของบริการที่คุณได้รับกลับมามันเทียบกับจำนวนเงินที่คุณจ่ายไปไม่ได้ ซึ่งอาจจะทำให้ธุรกิจนี้กลายเป็นการกินหัวคิวไป


October 23rd, 2007 at 1:07 น.
อ่านหมดทุกตัวอักษรเลยครับ
ขอบอกว่าสุดยอดจริง ๆ ให้ความรู้ได้ดีมาก ๆ ครับ
October 23rd, 2007 at 1:59 น.
ถ้างั้นผมเข้าใจว่ามันคือ MLM แห่งโลกอินเตอร์เน็ทก็คงจะถูกแล้วมั้ยครับ
เพราะโดยเนื้อแท้มันก็คือการหาดาวน์ไลน์ เพียงแต่เปลี่ยนโปรดัคท์เป็น
เว็บไซท์เท่านั้นเอง
October 23rd, 2007 at 13:03 น.
ใช่แล้วครับ เป็นธุรกิจที่ใช้การตลาดแบบ Multi Level Marketing หรืออีกชื่อคือ Network Marketing ครับ
October 24th, 2007 at 10:09 น.
-*-
ดีดีไม่ดี ไม่รู้ แต่เป็นธุรกิจที่ผมไม่ชอบเอาเสียเลย
October 26th, 2007 at 15:48 น.
สงสัยจะได้ดู vdo เจ้าเดียวกัน
แต่ฉันดูแล้วปิดเลย
แนวคิดมันโอนะ…แต่โปรดักส์มันนี่สิ
October 28th, 2007 at 11:38 น.
อืม.. คนที่เข้ามาทำธุรกิจ GDI อะนะ จริงๆเขาก็ไม่ต้องการให้คนอื่นมาจด โดนเมน .ws แล้วได้ แต่เขาต้องการเงิน จากการชวนคนอื่นๆ โดยมีคนส่วนหนึ่งไม่สนใจว่า คนๆนั้นจะใช้ .ws หรือไม่ ด้วยซ้ำ
แล้วคุณยังพูดไม่หมดนะครับ
โบนัสของ GDI คือ “ถ้าเราสามารถหาลูกได้5คนใน1อาทิตย์ จะได้โบนัส 100$”
แล้วต้องใช้ DVD จำนวน 10 แผ่น ราคาสูงถึง [ประมาณ]5,000 บาท
ซึ่งในจุดนี้หลายๆคนไม่ทราบเพราะผู้เผยแพร่มักไม่บอก
แต่เมื่อสั่งซื้อ DVD นี้มาแล้วก็ไม่ต้องซื้ออีก
ในส่วนผมผมรับรองว่าคุ้มแน่ครับ ถ้าคุณตั้งใจทำ
คนที่คุณชวนควรเป็น เพื่อน คนสนิท
จะมีโอกาสชวนแล้วเขามาทำได้มากกว่า
ผม”ไม่”ใช่คนของ GDI นะครับ
ผมเห็นแล้วเข้ามาแสดงความคิดเห็น
ถ้าใครว่าไม่คุ้มต้องเสียเงินอีก 5,000
ก็อย่าทำเลยครับ
ใครมีเพื่อนน้อย
ก็อย่าทำเลยครับ
ผมมาพูดอย่างนี้เพื่อเตือน และแย้งข้อความของเจ้าของกระทู้
และ”ถ้า”คุณสามารถหาลูกได้เกิน 10 คน ในเดือนนั้นและเดือนต่อๆไป
คุณจะเหมือนไม่ต้องจ่ายเงินเดือนละ 10$
เพราะว่า คุณได้เงินจากลูกเดือนละ 1$ ต่อคน
10 คน ก็ 10$ ก็เหมือนไม่ต้องจ่ายของเดือนนั้น ถูกมั้ยครับ?
นอกจากโบนัสแล้ว[100$/สัปดาห์]
ถ้าคุณมีลูกถึง20-30คนแล้ว
สบายแล้วครับ
ถ้าคุณมีลูก20คน บวกลบกับค่าใช้จ่ายใน 1 เดือนที่ผมกล่าวไปข้างต้น
จะเหมือนกับคุณมีลูก10คน ไม่ต้องจ่าย
ถ้าเดือนนั้นคุณไม่ได้ทำโบนัสเลย
จะได้ 350 บาท
ผมขอ “ย้ำ” ว่า ถ้าคุณมีลูก20คน คุณจะได้เงินของลูก20คนไปเรื่อยๆ
(และต้องจ่ายเงินต่อเดือนด้วย)
คือ 10$(จ่าย) ได้ 20$(รับ)
จะได้ว่า
10$ (รับ)
คือ 350 บาท
แต่ถ้า 1 อาทิตย์ในเดือนนั้น คุณทำลูกได้ 5 คน จะได้รายได้ทั้งหมดคือ
3850 บาท ของเดือนนั้นครับ
สรุป
เงินที่ได้จากลูกคนละ 1$ จะได้ไปเรื่อยๆ
โบนัส จะได้เฉพาะอาทิตย์ที่คุณทำได้
ขอบคุณครับ
October 28th, 2007 at 13:35 น.
> อืม.. คนที่เข้ามาทำธุรกิจ GDI อะนะ จริงๆเขาก็ไม่ต้องการให้คนอื่นมาจด โดนเมน .ws แล้วได้ แต่เขาต้องการเงิน จากการชวนคนอื่นๆ โดยมีคนส่วนหนึ่งไม่สนใจว่า คนๆนั้นจะใช้ .ws หรือไม่ ด้วยซ้ำ
ขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นประโยคนี้มาครับ ผมเองก็คิดเช่นนี้ แต่ในตอนแรกผมพยายามคิดว่าธุรกิจนี้มีสินค้าคือโดเมนเนม .ws เพื่อจะวิเคราะห์ให้ดูว่าสินค้านี้ไม่คุ้มค่าขนาดไหน
แต่ถ้าคนทำธุรกิจนี้ไม่ได้สนใจกับสินค้าเลยตามที่คุณวิเคราะห์มา แปลว่าธุรกิจนี้คือ “แชร์ลูกโซ่” ซึ่งเป็นธุรกิจผิดกฎหมายของประเทศไทยครับ ผมไม่แน่ใจว่าในทางกฎหมาย ผู้ที่โฆษณาชักชวนคนอื่นมาทำแชร์ลูกโซ่จะต้องได้รับโทษด้วยหรือเปล่า
แชร์ลูกโซ่คือการชักชวนคนอื่นมา บอกว่าถ้าคุณจ่ายเงินสมัครเข้ามาเท่านี้นะ (อาจจะสมัครครั้งเดียวก้อนใหญ่ หรือแบ่งจ่ายก้อนเล็กในทุกเดือน) แล้วคุณก็ไปชวนคนอื่นมาต่ออีกที คุณก็จะได้เปอร์เซ็นต์จากการชักชวน
แชร์ลูกโซ่ที่ผิดกฎหมายอาจจะมีสินค้าหรือไม่มีสินค้าก็ได้ ถ้าไม่มีสินค้าก็คือ money game แบบเพียวๆ แต่ถ้ามีสินค้าด้วย ก็มักจะมาในรูปแบบสินค้าคุณภาพต่ำแต่ราคาสูง หรือไม่ก็ชักชวนให้ซื้อสินค้าด้วยจำนวนเงินมากๆ ครั้งเดียวไปเลย
ส่วนสินค้าของ GDI ที่ผมได้วิเคราะห์ไปแล้วว่ามูลค่าของมันไม่ถึง $10 ต่อ “เดือน” แน่นอน เพราะคู่แข่งอย่าง .com ขายแค่ $10 ต่อ “ปี” โดยที่คุณภาพของสินค้าไม่ได้แตกต่างกันเลย แถมจะว่าไปแล้ว .com ยังเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกมากกว่าด้วย
ทีนี้ลองดูว่าธุรกิจเครือข่ายที่ถูกกฎหมายของไทยจะต้องเป็นอย่างไร?
ที่ถูกกฎหมายก็คือลูกค้า (หรือดาวน์ไลน์) ซื้อสินค้าไปใช้แล้วรู้สึกว่าสินค้ามีคุณภาพ มีการซื้อซ้ำ (ถึงแม้จะไม่ทำธุรกิจก็ตาม แต่ก็ยังซื้อใช้อย่างต่อเนื่อง) คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป ใครที่เคยเห็นราคาของสินค้าแอมเวย์หรือกิฟฟารีนก็จะรู้ว่าเป็นสินค้าที่มีราคาสูงเมื่อเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกันที่ขายตามห้าง แต่ก็เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เพราะผู้ทำธุรกิจสามารถพิสูจน์ได้ว่าตัวสินค้ามีคุณภาพเหนือกว่า (และเขาก็ควรได้รับค่าแรงในการอธิบายคุณภาพสินค้าเป็นส่วนต่างราคาขายปลีกกับราคาสมาชิก และ commission จากการสร้างองค์กร)
ใครที่ทำธุรกิจ GDI อยู่ ลองถามตัวเองดูสิครับว่าถ้าหาดาวน์ไลน์ไม่ได้เลยสักคน คุณจะยอมจ่ายเงินเดือนละ $10 ไปเรื่อยๆ มั้ย?
> ถ้าคุณมีลูกถึง20-30คนแล้ว สบายแล้วครับ
> ผมขอ “ย้ำ” ว่า ถ้าคุณมีลูก20คน คุณจะได้เงินของลูก20คนไปเรื่อยๆ
ไม่สบายครับ เพราะถ้าลูก 20-30 คน หาลูกของตัวเองต่อไปไม่ได้ สุดท้ายเขาจะเลิกจ่ายเงินเดือนละ $10 และคุณจะไม่ได้เงินของลูก 20 คนไปเรื่อยๆ แน่นอน อย่างที่บอกครับ ถึงแม้คุณหรือลูกของคุณจะไม่ทำธุรกิจแล้ว มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะรักษายอดเดือนละ $10 ต่อไป เพราะเขาไม่ได้คิดจะใช้สินค้าให้ตรงตามวัตถุประสงค์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เขาจ่ายเงินออกไปเพียงเพราะเคลิบเคลิ้มจากการดู DVD และวาดฝันว่าอนาคตของตัวเองจะมีเงินใช้โดยไม่ต้องทำงาน
มีคนที่มีอิสรภาพทางการเงินจากการทำ GDI มั้ย? คำตอบก็คือมี ถ้าถามต่อไปว่ากี่เปอร์เซ็นต์ล่ะ? ผมคาดว่าไม่ถึง 5% ครับ แล้วคนอีก 95% ได้รับประโยชน์อะไรจากการจ่ายเดือนละ $10 เพื่อแลกกับโดเมน .ws?
October 28th, 2007 at 15:48 น.
ลองอ่านกระทู้นี้ดูหน่อยนะคะว่าจริงรึเปล่า อ่านแล้วมันก็เป็นไปได้นะ
October 30th, 2007 at 0:13 น.
ผมก็มีอีเมล์ชวนให้มาสมัคร GDI ได้อ่านบทความของคุณทำให้ตาสว่างครับ เกือบหลวมตัวครับ ขอบคุณครับที่ได้อ่านบทความดี ๆ
October 30th, 2007 at 9:53 น.
ผมไม่รู้นะครับว่าใครจะเป็นอย่างไร แต่สำหรับตัวผมผมว่าโอเคและลูกทีมผมก็โอเคเช่นกัน และก็ยังมีคนที่ประสบความสำเร็จกับธุรกิจตัวนี้อีกหลายคนแล้ว เค้าก็ทำกันหลายประเทศ มันเป็นธุรกิจระยะยาวครับ ไม่มีงานไหนหรอกครับที่ไม่เจอปัญหาที่ไม่มีอุปสรรค ถ้าคุณคิดว่าปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ในจีดีไอเป็นปัญหาจนถึงกับว่ารับไม่ได้ คุณก็ไม่ต้องไปทำอะไรแล้วล่ะครับ อย่าลืมสิครับว่าในความเป็นจริงการทำงานทุกๆ อย่างย่อมมีปัญหาในการทำงานเสมอ งานอื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับจีดีไอ ผมว่าปัญหามันมากกว่าหลายเท่าครับ ลองคิดดูก็แล้วกันครับไปล่ะ
อยากให้คิดในอีกมุมนึงครับ ผมเป็นคนนึงที่ชอบธุรกิจนี้มาก
เออยังมีอีกอย่างนึงคือที่บอกว่าโดเมนอื่นถูกว่าและดีกว่า ขอถามนะครับว่าถ้าคุณต้องการทำธุรกิจแบบนี้แล้วไปจดโดเมอื่น เค้าจะให้เงินคุณป่าวครับ อย่าลืมครับว่าโดเมนอื่นทำธุรกิจแบบนี้ไม่ได้
ส่วนใครไม่ได้ต้องการทำธุรกิจก็ไม่ต้องสนเลยก็ได้ครับจีดีไออ่ะ
ส่วนเรื่องเมลล์ที่ใครต่อใครสแปมไปหาคุณ ขอบอกครับว่าไม่ใช่องค์กรที่ผมทำอยู่อย่างแน่นอน เพราะการสแปมทำให้ภาพพจของธุรกิจเสียหาย
October 30th, 2007 at 14:40 น.
ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำ ในธุรกิจGDI แต่ข้อดีของธุรกิจเค้ามันก็มีอยู่
ลองทำความเข้าใจกันดูอีกหน่อยครับ
สิ่งที่คุณจะได้เมื่อจดโดเมน.ws คือ
1. ชื่อโดเมนเนม.ws จำนวนหนึ่งชื่อ ที่คุณเป็นเจ้าของมันตราบเท่าที่ยังจ่ายเงินค่าโดเมนเนม
ซึ่งคุณจะใช้มันทำประโยชน์อะไรก็แล้วแต่ ให้มันเกิดผลตอบแทนกลับมาซึ่งมันก็ไม่ต่างจาก โดเมนเนมอื่นๆที่มีขายอยู่ พอจดทะเบียนแล้วก็มานั่งหัวฟูทำเว็บอยู่คนเดียว มีความรู้หน่อยก็ทำเว็บออกมาสวยแต่ให้ผลตอบแทนได้หรือเปล่าก็ยังไม่แน่ ถ้าไม่ค่อยรู้อะไรก็ต้องหาความรู้มาทำเว็บ ถ้ารู้จักคนที่เก่ง เขาก็สอนให้คุณนิดหน่อย แต่จะให้วิชาทั้งหมดก็อย่าหวัง เพราะเขาไม่มีส่วนได้เสียกับคุณ แล้วจะมัวมาเสียเวลากับคุณอยู่ทำไม แล้วพอคุณเก่งขึ้นก็จะกลายมาเป็นคู่แข่งอีก แต่สิ่งที่ทำให้GDIแตกต่างคือการมี Upline ครับ ซึ่งเขาจะสอนคุณทุกอย่างที่คุณอยากรู้ในการทำงานและการทำการตลาด ซึ่งทุกๆธุรกิจก็จำเป็นต้องใช้ความรู้และเทคนิคเหล่านี้ แต่ไม่มีใครให้กันฟรีหลอกครับ เช่น
- ใครๆก็รู้ว่าอยากให้เว็บดังต้องทำ SEO ก็มีหนังสือบอกวิธีทำ ทำตามหนังสือบอกไว้แล้วเห็นผลมั๊ย มันมีเทคนิคอย่างอื่นอีกครับ ลองใช้ google ค้นหาคำว่า รายได้พิเศษ, รายได้เสริม จะเห็นผมอยู่ 1 ใน 5 (www.—.ws)
- เว็บนี้ทำ google adsense แล้วโฆษณาไม่ขึ้น หรือขึ้นแต่ไม่ตรงความต้องการจะแก้อย่างไร
ถ้าคุณใช้โดเมนเนม.ws เป็นทีมงานเดียวกัน ผมก็จะบอกเทคนิคเหล่านี้ให้คุณ คำแนะนำแบบนี้โดเมนเนมอื่นให้คุณได้มั๊ย คุณค่าของโดเมนเนม.ws คือการจดทะเบียนโดเมนเนม.ws ที่มาพร้อมกับบริการให้คำปรึกษาการทำธุรกิจออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยค่าใช้จ่าย 10$ ต่อเดือน ราคานี้มีที่ใหนจะทำให้คุณได้อีก
2. สิทธิการได้เป็นตัวแทนรับจดทะเบียนโดเมนเนม.ws
มันมีประโยชน์มากๆในทุกวันนี้มีคนใช้เน็ตกันเยอะ และก็อยากใช้เน็ตในการหารายได้ พอคิดได้อย่างนี้ก็ต้องจดโดเมนเนม แล้วก็มานั่งหัวฟูทำเว็บ แล้วก็มาติดปัญหาการทำงานและการทำตลาด ปัญหาเดิมๆที่เกิดกับคนมาใหม่ ก็ตรงนี้ไงครับที่GDI ตอบสนองความต้องการให้คนเหล่านี้ได้คือ การจดทะเบียนโดเมนเนม.ws ที่มาพร้อมกับบริการให้ปรึกษาการทำธุรกิจออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยค่าใช้จ่าย 10$ ต่อเดือน จะเห็นได้ว่าคนเป็น Upline ก็ได้ประโยชน์ คนมาใหม่ก็ได้ในสิ่งเขาต้องการ หากเห็นว่าบริการดี เขาจะชวนเพื่อนให้มาเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ในเรื่องที่เพื่อนสนใจ โดยที่เขาและเพื่อนก็ยังมี Upline บริการให้คำปรึกษาการทำธุรกิจออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ นี่คือจุดแข็งของGDI
การหาเงิน จากเน็ตไม่จำเป็นต้องใช้โฮสติ้งคุณภาพสูงเสมอไป ลองดูที่ http://www.—.ws จากที่นี่ที่เดียวก็ทำรายได้เสริมให้ผมเดือนละ 200$-300$ ต่อเดือนแล้ว ก็อย่างที่ผมบอกครับ ทำเว็บคนเดียวก็หัวฟู ถ้าทำแบบมีครูก็ไม่ต้องเสียรู้ให้ใคร
จะทำธุรกิจGDI ก็ต้องเลือก Upline หน่อยครับ ว่าคนใหนมีความรู้พอจะให้คำปรึกษาการทำธุรกิจกับคุณได้ แก้ปัญหาข้อข้องใจให้คุณได้แค่ใหน คนที่มีความรู้น้อยก็ต้องหาความรู้เพิ่มเติม
October 30th, 2007 at 15:28 น.
ตอบคุณโจ้
ผมขออนุญาตตัดข้อความของคุณโจ้บางส่วนออก เนื่องจากเป็นการพาดพิงถึงผมในจุดที่ไม่ใช่สาระของบทความนี้นะครับ เหลือไว้เฉพาะประเด็นสำคัญที่คุณโจ้ต้องการสื่อสาร
ผมขอตอบคุณโจ้ในประเด็นเรื่องโดเมนอื่นถูกกว่า แต่เค้าไม่ให้เงินเรา (คำพูดแบบนี้ก็นำมาจากธุรกิจเครือข่ายในโลก offline อย่างแอมเวย์หรือกิฟฟารีนอีกที) ในความเป็นจริงแล้ว เว็บไซต์รับจดโดเมนจำนวนมากในโลกนี้พร้อมที่จะให้เงินคุณโดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินเดือนละ $10 ด้วยครับ เพียงแค่คุณทำ Affiliate Marketing หรือช่วยหาลูกค้าให้เขา
ผมขอยกตัวอย่าง GoDaddy ซึ่งเป็นผู้รับจดโดเมนยักษ์ใหญ่ของโลก และยังเป็น partner กับ Google จริงๆ (Google หาลูกค้าให้กับ GoDaddy ด้วยการรับจดโดเมนผ่านบริการ Google Apps) GoDaddy มีการจ่าย commission ให้กับผู้ทำการตลาด 20% ของยอดขาย ซึ่งอาจจะดูไม่มากนักถ้าเทียบกับราคาโดเมนเนมที่ไม่ถึง $10 ต่อปี คุณอาจจะได้รับ commission แค่เหรียญกว่าๆ แต่ถ้าลูกค้าที่คุณหามาเกิดตัดสินใจใช้ web hosting ที่ราคาสูงที่สุดของ GoDaddy คุณก็จะได้รับ commission สูงถึง $105 ต่อหนึ่งรายการเลยครับ
ที่สำคัญคือเงิน commission ที่ได้รับ มาจากการขายของให้กับผู้ที่ต้องการใช้สินค้าจริงๆ ต้องการโดเมน ต้องการพื้นที่ทำเว็บที่มีคุณภาพสูงในราคาประหยัด ไม่ได้มาจากการชักชวนให้คนอื่นจ่ายเดือนละ $10 แล้ววาดฝันว่าเขาจะมีธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ ได้เงินคืนกลับมาเป็นกอบเป็นกำ
ส่วนเรื่องที่คุณโจ้และองค์กรไม่เคยส่ง spam mail ไปหาใคร นั่นก็เป็นเรื่องที่น่าชมเชยที่ไม่ใช้วิธีรบกวนคนอื่นครับ ต้องบอกไว้เลยครับว่าการส่ง spam mail เป็นเรื่องผิดกฎหมาย พรบ.คอมพิวเตอร์
October 30th, 2007 at 16:00 น.
ตอบคุณ pick
ผมขออนุญาตตัดเนื้อหาส่วนที่คุณ pick โฆษณาเว็บตัวเองออกนะครับ
ผมชอบข้อความนี้ของคุณ pick
“คุณค่าของโดเมนเนม.ws คือการจดทะเบียนโดเมนเนม.ws ที่มาพร้อมกับบริการให้คำปรึกษาการทำธุรกิจออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยค่าใช้จ่าย 10$ ต่อเดือน ราคานี้มีที่ใหนจะทำให้คุณได้อีก”
นี่เป็นประเด็นที่ผมมองข้ามไป ดังนั้นถ้าใครอยากเรียนรู้เรื่อง SEO อยากรู้เรื่อง Google AdSense สามารถลงทะเบียนเรียนกับคุณ pick ได้ในราคาเพียงเดือนละ $10 (แต่คุณ pick ได้รับจริงๆ เพียง $1) คุณ pick ก็จะถ่ายทอดวิชาให้หมด โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องไปหาดาวน์ไลน์ต่อก็ได้ครับ ขอความรู้จากคุณ pick สักเดือนเดียว ผมว่าได้อะไรเยอะแน่ๆ
ส่วนเว็บไซต์เกี่ยวกับดนตรีที่คุณ pick โพสต์ในข้อ 2 ผมลองเข้าไปดูแล้วครับ และผมเกิดคำถามขึ้นว่า เว็บนี้สร้างคุณค่าอะไรให้กับสังคมออนไลน์?
สิ่งที่เว็บนี้ทำก็คือรวบรวมคีย์เวิร์ดสำคัญๆ ที่เกี่ยวกับดนตรี เพลง mp3 เอาไว้ และมีคอนเทนต์ที่มีคีย์เวิร์ดเหล่านี้อยู่บ้าง (ไม่แน่ใจว่าไป copy คอนเทนต์จากเว็บอื่นอีกทีหรือเปล่า) ซึ่งเป็นการทำ SEO และมีโฆษณา Google AdSense ติดอยู่ เมื่อมีคน search หาข้อมูลเกี่ยวกับเพลง ก็จะพบกับเว็บของคุณ pick แต่เมื่อเข้ามาแล้วจะไม่พบสิ่งที่เขาต้องการ เขาก็จะคลิกโฆษณาเพื่อไปเว็บอื่นต่อไป จึงไม่น่าแปลกเลยครับที่คุณ pick จะได้รับรายได้เดือนละ $200 – $300
แต่ทำไมคนที่ search หาเพลงจะต้องเสียเวลาคลิกเข้ามาที่เว็บของคุณ pick ด้วยล่ะครับ? เขาได้รับประโยชน์อะไรจากเว็บบ้าง? ถ้าไม่มีเว็บนี้อยู่ บางทีเว็บที่มีสิ่งที่ผู้ search ต้องการจริงๆ อาจจะถูกเลื่อนอันดับขึ้นมาอยู่ด้านบนก็ได้ และเขาก็ไม่ต้องเสียเวลาคลิกไปพบกับเว็บที่เขาไม่ต้องการครับ
October 30th, 2007 at 16:39 น.
ผมเป็นคนนึงที่พึ่งเริ่มทำธุรกิจ GDI ได้ไม่นาน แต่พอผมได้เข้ามาทำแล้วผมไม่เคยรู้สึกเลยว่า upline มาเอาเปรียบเรา ทุกวันนี้ upline ผมนำเงินที่ได้จาก GDI เกือบทั้งหมดมาลงโฆษณาให้กับลูกทีมซึ่งผมรู้สึกว่าผมโชคดีจริงๆที่ได้มาอยู่ทีมนี้ upline ช่วยให้ผมเติบโตในธุรกิจ และคอยให้คำแนะนำต่างๆ เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่านี่คือการกินหัวคิวกัน คำๆนี้ผมไม่เคยรู้สึกหรือมีอยู่ในหัวเลย
ส่วนประเด็นที่เจ้าของกระทู้พยายามพูดถึงตัวสินค้าซึ่งคือ .ws ให้เหมือนจะเป็นกลางนั้น คุณอย่าลืมสิว่าเราคือกลุ่มที่นำ .ws มาสร้างธุรกิจ ซึ่งบางคนอาจจะไม่ได้ใช้ .ws จริงๆ (เพราะหัวใจหลักธุรกิจของ .ws คือการสร้างธุรกิจ)ดังนั้นคุณควรจะมาพูดเกี่ยวกับแผนการตลาดของเราซะมากกว่า ว่าเด่นด้อยกว่าธุรกิจตัวอื่นๆอย่างไร ในโลกธุรกิจ
สุดท้าย – Upline ผมอดหลับอดนอน ต้องทำงานประจำ และเสียสระเงินที่ได้จาก GDI มาลงให้คนในทีม คุณจะมาว่าเราว่าเป็นธุรกิจกินหัวคิวกันนั้น ผมขอค้าน !!
October 30th, 2007 at 17:22 น.
ตอบคุณ Pun
ด้วยธรรมชาติของธุรกิจ Network Marketing คนเป็นอัพไลน์ไม่สามารถเอาเปรียบคนเป็นดาวน์ไลน์ได้หรอกครับ เพราะถ้าอัพไลน์ไม่ช่วยดาวน์ไลน์ ดาวน์ไลน์ก็จะย้ายสายงานครับ
คนที่ทำธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่อื่นๆ ก็ไม่มีใครคิดว่าตัวเองถูกกินหัวคิวหรอกครับ เพราะอัพไลน์จะพยายามสร้างสายสัมพันธ์อันดี และโมติเวทให้เห็นถึงความฝันที่จะได้เงินจำนวนมากในอนาคต คอยให้กำลังใจเพื่อจะได้มุ่งมั่นทำธุรกิจต่อไป (และจ่ายเดือนละ $10 ต่อไป รวมถึงออกแรงหาดาวน์ไลน์ต่อไปด้วย)
ที่คุณ Pun แนะนำให้ผมเขียนถึงจุดเด่นจุดด้อยของแผนการตลาดแบบนี้ งั้นผมเขียนตรงนี้เลยนะครับ
จุดเด่น
- ธุรกิจที่ใช้การตลาดแบบนี้จะมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะเกิดมาจากพลังทวีคูณ และแน่นอนว่าเงิน $5 ต่อหนึ่งคนจะไหลสู่บริษัท GDI อย่างรวดเร็วด้วย (GDI ได้มากถึงปีละ $60 ต่อหนึ่งโดเมน เมื่อเทียบกับ GoDaddy ที่ได้เพียงปีละ $10 ทั้งที่ตัวสินค้าไม่แตกต่างกันเลย)
- ลูกค้าของธุรกิจนี้มีความจงรักภักดีต่อบริษัทสูงมาก จะคอยออกมาปกป้องแก้ต่างให้กับบริษัทตลอด (ดังที่เห็นได้ที่เว็บนี้เลย)
- ธุรกิจนี้ช่วยให้หลายคนร่ำรวยขึ้นมาได้จริง
จุดด้อย
- แผนการตลาดแบบนี้จะถูกโจมตีอยู่ตลอดเวลา ถ้าหากตัวสินค้าไม่คุ้มค่าจริง (ถึงแม้ว่าสินค้าจะคุ้มค่า แต่แผนการตลาดแบบนี้ก็ยังถูกโจมตีอยู่เรื่อยๆ เช่นกัน ดูอย่างแอมเวย์หรือกิฟฟารีน ก็จะมีคนที่ไม่ชอบและคอยโจมตีตลอด)
- คนที่ไม่เข้าใจวิธีทำธุรกิจ จะสร้างความเสียหายให้กับส่วนรวมได้ง่ายมาก อย่างเช่นคนที่ส่ง spam mail นอกจากจะสร้างความรำคาญให้แก่ผู้รับแล้ว ยังส่งผลให้ภาพพจน์ของธุรกิจเสียหาย ส่งผลกระทบต่อผู้ทำธุรกิจคนอื่นๆ ที่ใช้วิธีการที่ถูกต้อง
- ถึงแม้ธุรกิจนี้จะช่วยให้คนร่ำรวยได้จริง แต่ก็มีคนเป็นจำนวนมากที่เสียเงินฟรีแล้วไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ เพียงแต่ว่าเงินจำนวนเล็กน้อยเพียง $10 ทำให้คนที่ไม่สำเร็จไม่อยากเสียเวลาออกมาป่าวประกาศอะไร ลองถ้าต้องจ่ายเงินเกือบแสนแบบที่ธุรกิจเครือข่ายบางรายทำสิครับ รับรองว่าโดนด่าเละแน่
- ทัศนคติของดาวน์ไลน์คือจุดอ่อนที่สุดของการตลาดแบบนี้ วันใดที่ดาวน์ไลน์เริ่มรู้สึกอยู่ในใจลึกๆ ว่ามันไม่คุ้มค่าที่เขาจะอยู่ในธุรกิจนี้ต่อไป เขาก็จะเลิกทำ และถ้าคนเลิกทำมีจำนวนมากขึ้นในระดับหนึ่ง มันจะกลายเป็นโรคติดต่อ ถ้าหากอัพไลน์ไม่ฉีดวัคซีนดาวน์ไลน์ให้ดี องค์กรของอัพไลน์ก็จะล่มครับ
October 31st, 2007 at 8:36 น.
ถ้าใครที่เคยทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อนคุณจะเข้าใจว่าการลงทุนเพื่อให้ตนเองดำเนินธุรกิจได้และช่วยเหลือคนในองค์กรของคุณต้องทุ่มเทเป็นอย่างมาก ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่ดีมันจะเป็นเครื่องผ่อนแรงคุณในอนาคต แต่มันก็ขึ้นอยู่กับความขยันของคุณด้วย มันจะไม่เห็นผลเร็วนักแต่จะค่อยเป็นค่อยไป ตัวเราเองก็เคยทำมาก่อน เป็นของบริษัทชั้นนำระดับโลกแห่งหนึ่งที่สินค้าและแผนการตลาดดีมากๆ ข้อมูลสนับสนุนเพียบ ลงทุนมากกว่า GDI หลายเท่า เรายังไม่ใช่คนที่ทำ GDI แต่กำลังหาข้อมูลอยู่และเข้าใจระบบธุรกิจเครือข่ายเป็นอย่างดี แผนของ GDI ไม่ซับซ้อนถ้าคุณคิดว่ามันเป็นธุรกิจคุณก็จะทำมันได้ แต่ถ้าคุณคิดว่าจะใช้เวปไปทำยังอื่นมันไม่คุ้มแน่นอน การทำธุรกิจเครือข่ายถูกโจมตีเสมอไม่ว่าที่ใด ใหญ่แค่ไหนก็โดนหมดเพราะถ้าคุณไม่เข้าใจมันจริงๆ คุณจะไม่ชอบมันและบางทีพาลจะทำให้เกลียดด้วยซ้ำเพราะถ้าคุณบริหารเครื่อข่ายหรือธุรกิจของคุณไม่ดีคุณก็มีสิทธิเสียหายได้มากเช่นกัน แต่ถ้าคุณเข้าใจแผนและวิธีการเป็นอย่างดี พยายามศึกษาข้อมูลให้มากที่สุด และวางแผนอย่างค่อยเป็นค่อยไป คุณจะเป็นอิสระได้ในเวลาไม่นานมาก ไม่ต้องทนทำงานประจำไปจนเกษียรด้วย
November 1st, 2007 at 20:47 น.
เกิดคำถามขึ้นมาค่ะ
ดิฉันเคยสนใจธุรกิจ MLM เชื่อว่าถ้าฝืนใจเชื่อตามไป ก็จะสร้างรายได้ที่ดีกว่างานประจำ
แต่เมื่อเข้าประชุม และพบระบบการชักชวนให้เชื่อในสิ่งเดียวกัน
โดยมีคำว่า “รวย” และ “สำเร็จ” อยู่แทบทุกประโยค
ดิฉันมองไปรอบข้าง รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในวันสำคัญทางศาสนาแห่งการ “รวย” และ “สำเร็จ”
ดิฉันจึงตัดสินใจก้าวถอยหลัีงออกมา เพราะไม่สามารถเชื่อตามนั้นได้
ไม่ใช่ไม่เชื่อว่าจะรวยได้นะคะ แต่เพราะคิดว่าคนเราน่าจะมีความหมายในการเกิดมา ที่มากกว่า รวย และ สำเร็จ (ยกตัวอย่างคนที่รวยและสำเร็จท่านหนึ่งซึ่งไม่สามารถกลับบ้านเกิดตัวเองได้)
ดังนั้นดิฉันจึงค้นหาความหมายนั้นด้วยการใช้ชีวิตปกติธรรมดาต่อไป
เรื่องของระบบ MLM ยี่ห้อใหม่เข้ามาในชีวิตเป็นระยะๆ ซึ่งดิฉันดูตามความเหมาะสม .. อันไหนที่ดีก็ซื้อมาใช้ มารับประทาน
จนกระทั้งได้พบกับ GDI
จริงๆ ลบสแปมเมลแบบนี้ทิ้งไปโดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 10-20 ฉบับได้มั้ง
ไหนๆ ก็ไหนๆ เข้าไปสักหน่อยค่อยลบ แต่วันนี้เห็นประโยค “ทีมงานใช้เวลา 3 วัน 3 คืน แปลและรวบรวมข้อมูลลงมาเหลือ 2 หน้า ให้กระชับ และรวบรัดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่ื่อไม่เป็นการรบกวนเวลามากเกินไป” ดังนั้นดิฉันจึงเข้าไปอ่าน
พบกับตัวอย่างแนะนำว่าจะมีผลตอบแทนอย่างไร ตัวอย่างบัญชีของผู้ที่ได้รับเงินผ่านเพพาล และตัวอย่างสเตทเมนเพพาล
รู้สึกว่าน่าสนใจมากค่ะ .. อยากรู้เหลือเกินว่าตกลงมันขายอะไรกันแน่
สาธยายเรื่องรายได้มาหลายต่อหลายหน้า สินค้าคืออะไรกัน
ซึ่ง.. ดิฉันมาเข้าใจตอนที่เข้ามาค้นหาคำว่า GDI จากคนที่ไม่ได้ชักชวน ว่ามันคือโดเมนที่ไปใช้ทำอะไรได้
ดิฉันคงเบาปัญญาเกินกว่าที่จะเข้าใจจากคุณๆ ที่ชักชวนว่าสินค้าคืออะไรกันแน่
และ .. ถ้าหากเป็นโดเมน ดิฉันเข้าใจว่า น่าจะเหมือนๆ กับโดเมนที่มีนามสกุลอื่นๆ
เมื่อเป็นโดเมนสกุลใหม่ .. ก็น่าสนใจอยู่ แล้วข้อดีจากโดเมนตระกูลนี้ เมื่อเทียบกับตระกูลอื่นๆ ล่ะ ..
..
ถ้าหากว่าสินค้าหลักไม่ใช่โดเมนที่มีคุณภาพ เพียงพอจะไปใช้ในเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาจริงๆ
ไม่ใช่เว็บไซท์ขยะ ที่ไม่มีความหมายอะไรทั้งสิ้น ดิฉันสนใจแน่ค่ะ
แต่ถ้าเป็นการสร้างโดเมน ที่ไม่ไ้ดมีเนื้อหาจริงๆ (หมายถึงเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ได้สักเรื่อง หรือถ้าเป็นของธุรกิจ ก็น่าจะมีสินค้าจริงๆ หรือบอกว่าเขาทำอะไร ไม่ใช่บอกให้เข้ามาสมัครจดโดเมนและชักชวนต่อๆกันไป)
ถ้าในฐานะของระบบเครือข่าย สิ่งที่ดิฉันสงสัยตลอดมาคือ
1. ธุรกิจเครือข่ายมักใช้คำว่า “อิสระ” เข้ามาดึงดูดใจ แน่นอนว่าเราไม่ได้ต้องทำงานในองค์กรต่างๆ จนเกษียณ แต่การที่ต้องคอยดูแลและ่ช่วยเหลือดาวไลน์ นั่นไม่ใช่งานหรือคะ
เราจำกัดความของคำว่า “งานประจำ” แค่่ว่าเข้าเช้าออกเย็น รับเงินเดือน
มองอีกแง่ งาน “อิสระ” แบบนี้ มันก็คืองานทีึ่ไม่มีอิสระได้เหมือนกัน
2. มันจะมีการถึงจุดอิ่มตัวหรือไม่ .. ถึงเวลานั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป
คนสมัครแอมเวย์เมื่อสิบกว่าปีก่อน กับทุกวันนี้ มีโอกาสเท่ากันหรือไม่
ถ้าในเมื่อใครๆก็เป็นสมาชิก พอมันขยายจนไม่รู้จะขยายยังไงแล้ว
จะเป็นอย่างไรต่อคะ
3. การดึงดูดใจถึงการทำงานที่ไม่ใช่งาน “งาน” ของแต่ละคนควรสะท้อนตัวตนของคนๆนั้น หรือเป็นสิ่งที่ชำนาญ จะอะไรก็ตาม แต่เมื่อเราเชื่อว่า ทำธุรกิจ “อิสระ” ดีกว่า จะได้มีรายได้งามๆ โดยไม่ต้องเหนื่อย เมื่อนั้น คำว่า “งาน” จะมีความหมายอะไรอีกนะ
4. งานแบบนี้นอกจากคนที่รักการชักชวน (ดิฉันขอเลี่ยงคำว่าขาย เพราะเขาบอกว่าไม่ใช่งานขาย) เป็นชีวิตจิตใจ ยังอาจเหมาะกับคนที่เบื่อหน่ายงานประจำเต็มที .. ดูเหมือนทุกวันนี้มีคนที่ไม่มีความสุขและไม่พอใจกับ “การงาน” ของตัวเองมากมายเต็มไปหมด
สรุปค่ะ .. ยุคนี้ระบบเครือข่ายถึงกับขาย “สิ่งที่ไม่มีอะไรเลย” ให้เป็นสินค้าขึ้นมาได้ สุดยอดเหลือเกินค่ะ
ขอให้ไม่สร้างขยะให้กับโลกออนไลน์มากจนเกินไปนะคะ
ยกตัวอย่างแค่ในเมลของดิฉัน เมลประเภทนี้ มากกว่าเมลที่ถูกฟอร์เวิร์ดสองเท่าได้
เมลที่ถูกฟอเวิร์ด หลังจากคัดกรองข้อมูลที่ควรส่งต่อให้คนอื่นได้ประโยชน์ ก็เหลือแค่ประมาณ 10%
ส่วนเมลที่มีเนื้อหาจริงๆนั้น มีอยู่สัปดาห์ละไม่กี่ฉบับ ส่วนใหญ่เป็นการส่งข้อมูลในเรื่องงาน
และเมลที่คนเราเขียนหากัน .. แทบไม่มีเลยค่ะ
จะมีวันที่ขยะล้นโลกออนไลน์ จนทุกอย่างเกิดอาการหยุดชะงักขึ้นมาบ้างมั้ย
November 1st, 2007 at 21:29 น.
เห็นด้วยกับคุณอริสหมดเลยครับ และอยากจะเสริมในข้อ 2 เพิ่มหน่อย
อย่างที่เรารู้กันว่าตลาดของแอมเวย์ในไทยผ่านมา 20 ปี ปัจจุบันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว การขยายเครือข่ายทำได้ยากมาก จะชวนใครก็มีแต่คนปฏิเสธ เรียกได้ว่า success rate ของการชวนคนอยู่ในระดับต่ำมาก
แต่ที่น่าสนใจก็คือยอดขายของแอมเวย์กลับเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนเฉียดๆ ปีละหมื่นล้านบาทได้ นั่นเป็นเพราะว่าผู้ที่เข้าไปทำธุรกิจในช่วงหลังจะต้องเน้นงานขายเป็นหลัก ส่วนใครที่ถอดใจไปจากธุรกิจ แต่เขาก็ยังบริโภคสินค้าแอมเวย์อยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับการปลูกฝังให้มีความรักในตัวสินค้า และปลูกฝังเรื่องคุณภาพของสินค้าที่เหนือกว่าสินค้ายี่ห้ออื่นๆ ตามท้องตลาด
คำถามก็คือว่า ถ้าวันหนึ่งตลาดของ GDI เต็ม (ซึ่งมันต้องเร็วกว่า 20 ปีของแอมเวย์แน่นอน เพราะใช้การขยายทางอินเทอร์เน็ต) คนที่เข้าสู่ธุรกิจในช่วงอิ่มตัวจะทำอย่างไร? จะปลูกฝังให้เขาใช้โดเมน .ws ไปเรื่อยๆ ได้อย่างไร?
มันก็เลยวนกลับมาที่ตัวสินค้านี่แหละครับ คนที่ทำธุรกิจ GDI อยู่ก็อาจจะบอกว่าให้ดูแผนการตลาดของบริษัทสิว่าดีขนาดไหน แต่อย่าลืมนะครับว่าส่วนผสมการตลาด 4P ตัว P ตัวแรกก็คือ Product นั่นเอง
November 2nd, 2007 at 1:32 น.
ผมเห็นด้วยกับคุณ MacroArt ครับ สำหรับบทความเรื่องนี้ ธุรกิจแบบนี้เป็นธุรกิจกินหัวคิวอย่างแน่นอนครับ มองภาพให้ชัดก็คือ เมื่อเราคิดจะสมัคร เราจะไม่มองให้เห็นถึงประโยชน์โดยตรงของ product ตัวนั้น ว่าจะไปใช้ทำอะไรได้บ้าง แต่เราจะคิดทันทีว่า เราจะไปหาใครมาสมัครต่อจากเราดีนะ ทำต่อไปเรื่อยๆเป็นลูกโซ่ โดยบางทีไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าไอ้ที่เราสมัครไปเนี่ย product ที่จะขายคืออะไรกันแน่ ในโลก offline business มีธุรกิจแบบนี้เยอะมาก เคยมีคนรู้จักมาคุยแผนการตลาดของบริษัทหนึ่งให้ผมฟัง เขาพูดถึงตัว product น้อยมาก ส่วนใหญ่จะบอกว่าให้ไปหาคนมาสมัครต่อ หาได้กี่คนจะได้เงินเท่าไหร่ ลึกลงไปอีกจะได้เงินเท่าไหร่ พูดจนจบยังไม่รู้เลยว่า product ของบริษ้ทนี้คืออะไร เฮ้อ แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าเป็นธุรกิจที่แท้จริงและยั่งยืนได้อย่างไร
November 3rd, 2007 at 3:33 น.
IP Address ซ้ำมั่งรึเปล่าเนี่ย
November 11th, 2007 at 15:55 น.
ใครที่ได้รับ spam mail ชวนทำธุรกิจ GDI ขอให้ช่วยกัน reply all กลับไปยังคนที่ส่ง mail มาหาคุณ รวมถึงคนอื่นที่ได้รับ spam mail นอกจากคุณด้วยนะครับ โดยให้ส่ง URL ของบทความนี้กลับไปคือ http://blog.macroart.net/2007/10/is-gdi-good-business.html และใส่ subject ว่า “อ่านบทความนี้ก่อนที่จะตัดสินใจทำธุรกิจ GDI (ธุรกิจจดโดเมน .ws เดือนละ $10)” เพื่อจะได้ให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ข้อมูลอีกด้านของธุรกิจนี้ นอกจากคำว่า “เงิน” หรือ “รวย” เพียงอย่างเดียว
November 12th, 2007 at 13:46 น.
วันนี้มีน้องที่ออฟฟิศมาปรึกษาเรื่องนี้
เลยส่งหน้านี้ให้น้องมันไปอ่านดูละ
November 13th, 2007 at 19:42 น.
กำลังเข้าไปสมัครพอดีเลยดีน่ะเนี่ที่เห็นกระทู้นี้ก่อนไม่งั้นต้องมานั่งเสียดายตังค์แน่ๆเลย เนี่ยไปทำบัตรเว็บการด์ตามี่เขาบอกแล้วด้วย เหลือแต่จะเข้าไปสมัครพอดีเข้ามาเจอกระทู้นี่ก่อนต้องขอขอบคุณมากน่ะค่ะที่ทำให้ตาสว่าง
November 14th, 2007 at 15:18 น.
นั่งอ่านจนตาแฉะเลยครับ ผมคนนึงละที่กำลังมองหาอะไรซักอย่าง เพราะเบื่อกับการเป็นมนุษย์เงินเดือนเต็มที(คงเบื่อกันทุกคน)ก็เล็งๆไว้อยู่ครับ แต่พอมาอ่านบทความของคุณ(เหมือนฟ้าประทานครับเพราะผมก็จบวิศวะเกษตรฯ แต่เครื่องกลครับE54)ก็เริ่มกลับมาคิดอีกทีครับว่าจะเอาไงต่อ
November 14th, 2007 at 19:57 น.
อย่าลืมนะครับว่า มนุษย์ เรามีระบบป้องกันตัวเองเวลาที่จะตาย ก็เหมือนธุรกิจ GDI นี่ละครับเมื่อซักวันหนึ่งมถึงจุดอิ่มตัวการขยายตลาดก็จะทำได้ยากจริง จึงวนมาดูที่การบริโภคสินค้าที่จะทำให้บริษัทยั่งยืนอยุ่ได้ อย่างที่คุณคิดว่าบริษัท GDI มีสินค้าที่มีคุณภาพไม่คุ้มค่ากับราคา แต่เมื่อมาถึงเวลาที่ธุรกิจมาถึงจุดอิ่มตัว ถ้าหากในเวลานั้น สินค้ายังมีคุณภาพเหมือนปัจจุบันอยู่ก็จิงที่อาจจะทำให้บริษัทไม่สามารถยืนอยุ่ได้ในตลาด แต่กลับกันผู้บริหารคงไม่ปล่อยให้บริษัท ล้มลงไปต่อหน้าต่อตาเพราะมีสินค้าที่ด้อยคุณภาพ หากถึงเวลานั้นจริง ผู้บริหารคงปรัปปลี่ยนคุณภาพของสินค้ให้ตรงกับควานต้องการของตลาดอย่างแน่นอนครับ ก็ลองคิดดูนะครับว่าบริษัท GDI จะยังคงยั่งยืนต่อไปได้อีกหรือไม่
November 14th, 2007 at 20:48 น.
ทำไมผู้บริหารไม่ปรับคุณภาพของสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดตั้งแต่ตอนนี้ครับ?
November 14th, 2007 at 20:53 น.
โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบลักษณะการตอบคำถามของคุณ MacroArt มากๆครับ ดูเป็นผู้มีความรู้มีภูมิปัญญาดี และตอบได้ตรงประเด็น มากกว่า 80% ผมรู้สึกว่าความรู้ขนาดนี้ คิดว่าคุณ จขกท น่าจะเคยทำหรือคลุกคลีอยู่ในวงการ ขายตรง, MLM หรือ Network Marketing อะไรก้อตามแต่จะเรียกกัน …มาพอสมควร
แผนการตลาดแบบเครือข่ายนี้ เป็นแค่เครื่องมือหนึ่งในการหาเงินเท่านั้น คงไม่ถึงขนาดที่ทุกคนในโลกจะทำได้สำเร็จ เพราะไม่ว่างานใดๆ ในโลกจำเป็นต้องใช้ความขยัน ความมุ่งมั่นและตั้งใจด้วยกันทั้งนั้น คนที่ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ฝังอยู่ในตัว จะทำงานอะไรก้อสำเร็จได้ยาก …เพราะถ้าทุกคนทั้งเก่งและขยันกันหมดทุกคน คงวุ่นวายน่าดู(เพราะคงไม่มีใครยอมใคร)ความแตกต่างของคนแต่ละคน ทำให้เกิดเรื่องที่น่ามหัศจรรยขึ้นหลายเรื่องครับ ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ดี..
จากสถิติที่คุณ จขกท บอกมา ผมเห็นด้วยครับ และก้อมียืนยันอยู่ในหนังสือดังหลายเล่มว่า.. ทุกๆ100คน จะมีคนที่ขยัน และอยากทำอะไรที่แตกต่างกว่าคนส่วนใหญ่อยู่แค่ประมาณ 5%เท่านั้น
ความสวยงามของธุรกิจเครือข่ายนี้มีหลายด้านหลายมิติด้วยกัน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว ซึ่งคุณจะได้รับมันครบทุกด้านหรือไม่นั้น จุดสำคัญขึ้นอยู่กับ up-line ในองค์กรของคุณด้วย ว่ามีทัศนคติในการสร้างธุรกิจอย่างไร มีคุณธรรมมากแค่ไหน เพราะคนที่มีอะไรคล้ายๆกันจะดึงดูดกัน กฎจรรยาบรรณของแต่ละที่มีเอาไว้ให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ไม่มีใครมาตรวจสอบได้ทั้งหมด ขนาดกฎหมายบ้านเมืองยังมีคนทำผิดทุกวัน แล้วมันจะแปลกอะไรล่ะ ถ้าจะมีคนนำข้อดีของธุรกิจนี้ไปใช้แบบผิดๆ เพราะธุรกิจเหล่านี้อยู่ได้ด้วยความเชื่อและศรัทธาที่หยั่งรากลึกของคนทำธุรกิจและตัวสินค้าที่มีคุณภาพ ..
คงต้องคุยกันด้วยข้อมูลความจริงและสถิติ
ไม่ใช่มีแต่ความคิดเห็นของผู้ที่รู้บ้างไม่รู้บ้าง ..สุดท้ายแล้วก้ออยู่ที่ตนเองตัดสินใจว่าจะเลือกทำธุรกิจแบบนี้เพราะ
1.เหมาะกับเราจัง ชอบคุยกับผู้คน เป็นไปได้นะ น่าลองดูสักตั้ง
2.ก้อดีนะ..แต่เราไม่ชอบอ่ะไม่ใช่เรา ดูเหมือนจะเอาเปรียบคนอืน
3.ดูๆไปก้อไม่ค่อยชอบนักหรอก แต่ถ้าทำแล้วได้แบบนี้ จะลองฝืนทำดูสักครั้ง ก้อเพื่อนๆกันทั้งนั้น
..แต่ไม่ว่าคุณจะเข้ามาทำธุรกิจนี้ ด้วยเหตุผลใดก้อตาม..จำต้องอาศัยความทุ่มเทและDNAความขยันที่มีอยู่ในตัวเป็นแรงพลักดันให้ไปสู่ความสำเร็จด้วยอย่างแน่นอนครับ
อีกประเด็นนึงคือ ที่คุณ MacroArt พูดไว้ว่า
“อย่างที่เรารู้กันว่าตลาดของแอมเวย์ในไทยผ่านมา 20 ปี ปัจจุบันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว การขยายเครือข่ายทำได้ยากมาก จะชวนใครก็มีแต่คนปฏิเสธ เรียกได้ว่า success rate ของการชวนคนอยู่ในระดับต่ำมาก”
คำพูดนี้ขอข้อมูลหน่อยได้มั้ยครับ..ว่าคุณเอามาจากไหน success rate เป็นยังไง วัดมาจากอะไร ใครเป็นคนวัด น่าเชื่อถือมั้ย หรือว่าเป็นเพียงข้อคิดเห็นส่วนตัว ขอให้ช่วยแยกข้อเท็จจริง กับข้อคิดเห็นหรือความรู้สึกออกจากกันด้วยครับ เพราะข้อมูลที่ผมมีนั้น ยอดขายของแอมเวย์ก้อยังคงสูงขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง คนที่ปฏิเสธก้อยังมีอยู่เยอะมาก และคนที่เข้ามาทำและสำเร็จก้อมีมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน …ธุรกิจย่อมต้องวัดกันที่ยอดขายหรือว่าตัวเงิน มากกว่าจำนวนคนที่ทำธุรกิจ
ผมในฐานะคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายอยู่ด้วยนั้น …จากข้อมูลที่ได้มา ไม่กล้าฟันธงเลยครับว่าธุรกิจนี้จะถึงจุดอิ่มตัว เพราะตราบใดที่คนยังต้องตื่นขึ้นมาล้างน้ำ แปรงฟัน ยังไงก้อยังคิดว่าธุรกิจนี้ยังเติบโตไปได้อีกนานครับ
ยังไงก้อขอขอบคุณมากๆกับข้อคิดเห็นและข้อมูลที่คุณ MacroArt ถ่ายทอดมาให้เราได้เข้าใจธุรกิจ GDI นี้มากขึ้นนะครับ
November 14th, 2007 at 21:19 น.
“ทำไมผู้บริหารไม่ปรับคุณภาพของสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดตั้งแต่ตอนนี้ครับ?”
นั่นสินะครับ..ทำไมไม่ทำซะตั้งแต่ตอนนี้เลยล่ะ หรือว่าติดเรื่องเงินทุน ก้อไม่น่าใช่ เพราะมีทุนจดทะเบียนตั้งพันล้านดอลล่าร์นี่เนอะ หรือว่าไม่ใช่จุดประสงค์ในตอนนี้กันแน่? หรือเพราะมาทีหลังเลยแข่งกันตรงๆยาก ต้องใช้ระบบ MLM เข้าช่วย..แต่ก้อถือว่าไอเดียดีครับ น่าสนับสนุนสำหรับคนที่ตั้งใจ
November 14th, 2007 at 23:34 น.
คำว่า “จุดอิ่มตัว” ในความหมายของผมไม่ใช่เรื่องยอดขายนะครับ ผมเชื่อว่ายอดขายของแอมเวย์จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากจำนวนสินค้าที่มีอยู่มากมาย และยังมีสินค้าใหม่ๆ เข้ามาอีก อย่างที่คุณ Nasa บอก ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องใช้สินค้าอุปโภคบริโภค แอมเวย์ก็ยังขายได้เรื่อยๆ อยู่ดี
จุดอิ่มตัวในที่นี้หมายถึงอัตราการชักชวนคนใหม่เข้ามาร่วมธุรกิจครับ ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะมีแต่คนเก่าๆ ไม่มีคนใหม่เข้ามาเลยนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าปัจจุบันแอมเวย์มีผู้ทำธุรกิจกี่แสนคน สมมุติว่าห้าแสนคนละกัน ถ้าเรามองภาพในระดับ Macro ให้คนห้าแสนคนไปชวนคนมาเพิ่มอีกคนละหนึ่งคน ทั้งระบบก็จะมีคนถึงหนึ่งล้านคนได้ไม่ยากเลย แต่ถ้าเรามองในระดับ Micro ก็จะพบว่าพอไปชวนเพื่อน เพื่อนก็จะบอกว่ามีเพื่อนอีกคนมาชวนแล้วเหมือนกันแต่ปฏิเสธไป ส่วนตัวผมเองก็ถูกชวนมาหลายคน นี่จึงเป็น “สัญญาณ” ว่าธุรกิจเริ่มถึงจุดอิ่มตัวในแง่ของการเพิ่มจำนวน distributor แต่ในแง่ของยอดขายก็ยังเพิ่มได้โดยอาศัยฐานเครือข่ายเดิมที่มี brand loyalty สูงมาก
ทีนี้ภาพที่คนที่อยู่ในธุรกิจแอมเวย์มองเห็นจะเป็นภาพ Macro ครับ มองเห็นกราฟยอดขายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มองเห็นคนหน้าใหม่เข้าสู่ธุรกิจเรื่อยๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับที่จะเห็นคนหน้าใหม่ตลอดเวลา เพราะอย่างที่บอก มีฐานอยู่ห้าแสนคน ชวนกันคนละนิดคนละหน่อย ก็ทำให้มองเห็นคนใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ได้อยู่แล้ว
ข้อความของผมมาจากทั้งประสบการณ์ส่วนตัว และฟังมาจากปากของเพื่อนที่ปัจจุบันยังทำธุรกิจแอมเวย์อยู่ครับ ส่วนตัวแล้วผมอยากได้ข้อมูลที่เป็นตัวเลขจริงๆ ของแอมเวย์อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็น raw data ที่ยังไม่ได้ถูกปั้นแต่งโดยอัพไลน์ระดับสูงที่ต้องการโมติเวทเพื่อ maintain ให้คนอยู่ในระบบต่อไป น่าเสียดายครับที่ผมไม่ใช่ผู้บริหารของแอมเวย์ที่จะเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้
November 16th, 2007 at 1:45 น.
ไปเจอบทความที่วิเคราะห์ GDI ในแง่ของแผนการจ่ายผลตอบแทนครับ น่าสนใจดี
http://www.oknation.net/blog/chanwit/2007/04/25/entry-1
http://www.oknation.net/blog/chanwit/2007/04/26/entry-1
November 17th, 2007 at 21:07 น.
เสียเวลาครับ ผมเองไม่ได้เกี่ยวอะไร แค่อ่านมาเรื่อยๆ
ในเมื่อเจ้าของ blog เค้า negative แล้วก็อย่ามาพูดว่าเป็นกลางดีกว่า ทำไมถึงต้องลบข้อความของคนที่เค้ามาตอบด้วยหล่ะ ทุกคนก็เป็นปัญญาชน เค้าอ่านก็มีหัวคิด GDI ดีจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ถ้าอยากให้เป็นกลางก็ให้เค้าแสดงอีกมุมนึงบ้าง สมองมีกันทุกคน คิดเองได้ว่าดีหรือไม่ ไม่ต้องรอให้จูงจมูก ถ้าจะให้ฟังความข้างเดียวแล้วจะมา้ขียน blog นี้หาอะไรหรอ
เป็นกลางหน่อยสิครับ เพราะผมต้องการทราบข้อมูลที่แท้จริง ไม่ใช่บิดเบือน
November 18th, 2007 at 0:50 น.
ผมปล่อยผ่านทุกความคิดเห็นนะครับ ไม่มีลบเลย จะมีที่เซ็นเซอร์บางความคิดเห็นที่ใช้ข้อความไม่สุภาพครับ แต่ก็เซ็นเซอร์เฉพาะส่วนที่ไม่สุภาพจริงๆ ส่วนเนื้อหาใจความหลักยังมีอยู่ครบถ้วนครับ
ผมเปิดให้ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นอีกมุมได้ ดังที่จะเห็นได้จากหลายความคิดเห็นด้านบนครับ ถ้าผมปิด แปลว่าต้องไม่มีความคิดเห็นจากฝั่งของ GDI เลย แต่ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ และความคิดเห็นเหล่านั้นก็ถูกโต้แย้งกลับไปด้วยเหตุผลครับ
ข้อมูลที่แท้จริงที่คุณ reader เรียกร้อง ล้วนอยู่ในบล็อกนี้ทั้งนั้นครับ
GDI คิดค่าบริการเดือนละ $10 – จริง
$5 เข้ากระเป๋า GDI อีก $5 เข้ากระเป๋าผู้ทำธุรกิจ (ที่เป็นอัพไลน์) – จริง
โดเมน .com จดได้ในราคาไม่ถึงปีละ $10 – จริง
Google Page Creator ใช้งานได้ฟรี – จริง
มี web hosting ที่ให้บริการ PHP + Mysql ในราคาเดือนละ $3.59 – จริง
มีอะไรไม่จริงเหรอครับ?
คุณ reader ควรจะกลับไปดูเว็บที่ชักชวนให้ทำธุรกิจ GDI นะครับว่าเว็บเหล่านั้นให้ข้อมูลด้านเดียว จริงหรือเปล่า? มีแต่เรื่องรวยบ้างล่ะ หาเงินทางเน็ตบ้างล่ะ จริงหรือเปล่า? มีแต่เอาคนที่ได้เงินเยอะๆ มาโชว์ แต่ไม่พูดถึงคนที่เสียเงินฟรีเลย จริงหรือเปล่า?
November 18th, 2007 at 18:07 น.
ผมอ่านและศึกษาข้อมูลดูผมเข้าใจดังนี้นะครับ
GDI คือการจดโดเมน .ws ในราคา 10$ ต่อเดือน
รายได้ของเราคือการหา Downline จะได้ Downline 1$ ต่อ 1 คนในเริ่มต้นเราหาได้ 5 คน (ถ้าหาได้ใน 1 สัปดาห์ก็จะได้ 100$) ต่อเดือนเราต้องหาให้ได้ 10 คน เพราะว่าเราจะได้ไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าตัวเองจ่ายค่าเช่าโดเมนต่อไป ขั้นที่สอง Downline ของเราทั้ง 5 คน หา Downline เพิ่มอีกคนละ 5 เราก็จะได้ 25$ ของ Downline ลูกของเราถูกมั๊ยครับ ผมอยากถามตรงนี้ครับว่า ถ้าหาก Downline ที่เราหามาไม่สามารถหา Downline ต่อไปได้ รายได้ของเราจะหยุด ถูกต้องไหมครับ
November 18th, 2007 at 19:26 น.
รายได้ของเราจะหยุดเมื่อดาวน์ไลน์ของเราไม่จ่ายเงินเดือนละ $10 อีกต่อไปครับ
November 19th, 2007 at 15:32 น.
อ่านมาทุกตัวหนังสือ ทั้งของคุณ MacroArt และผู้ตอบกระทู้ทุกท่าน
**ประทับใจค่ะ ขอชื่นชม เจ้าของกระทู้ ที่ทำให้อาการนอนก่ายหน้าผากของดิฉันจะหมดลงไปในวันนี้ **
ดิฉันเอง กะลังเบื่องานปัจจุบันมาก เนื่องจากเพิ่งทราบว่า ตัวเองและเพื่อนๆ จะไม่ได้โบนัส ในปีนี้ เนื่องจากผลประกอบการที่ไม่ดีนัก
อยากเปลี่ยนงานใหม่ แล้วไปเจอธุรกิจนี้ จากเวบหางาน
ดิฉันเอง อ่านมาแล้วก็รู้สึกสนใจ แล้วก็คิดว่าไม่น่าจะเสียหายอะไร เพราะเค้าให้ทดลองทำได้ 7 วันแรก ก็เลยสมัครดูอย่างง่ายดาย
และพอคลายความเศร้าจากเรื่องไม่ได้โบนัสแล้ว ก็รู้สึกว่า ไม่สนใจธุรกิจนี้ซักเท่าไหร่นัก เพราะไม่ใช่เป้าหมายของเรา การรักษา downline นี้ยากมาก กว่าจะได้ 1 คน ได้รับ 1$ น้อยสุดๆ ไม่คุ้มค่าเหนื่อยนะ
** จนวันนี้ ลองค้นหาคำว่า GDI ใน google ก็พบกระทู้นี้
*** ซึ่งตัดสินใจแล้วค่ะ ว่าจะยกเลิกทันที (เพราะเพิ่งสมัครได้ไม่ถึง 7 วัน)
ขอบคุณ คุณ MacroArt มากนะคะ ที่ช่วยวิเคราะห์ให้เห็นอย่างละเอียด
November 19th, 2007 at 18:31 น.
ระบบหาสมาชิกมากินเงินกันเอง แต่จ่ายตังให้ฝรั่งชัวร์ๆ 5$ ต่อคนต่อเดือน
สินค้า domain + hosting 10$ ต่อเดือน คนที่จะจ่ายเงินเพื่อตัวสินค้าจริงๆ เค้าจะใช้สินค้าแบบนี้ไปนานแค่ไหนกัน
ส่วนคนที่จ่ายเงิน 10$ ต่อเดือน เพื่อต้องการชวนคนมาเป็น downline
นั้น ถ้าหาสมาชิกได้เรื่อยๆ และ downline ยังหาสมาชิกต่อไปได้ๆเรื่อยมันก็ดีอยู่สำหรับคนที่มาก่อนอ่ะนะ
แต่่ถ้าถามถึงความยั่งยืนล่ะ มันคือการที่คนอยากรวย ง่ายๆ สบายๆ มา
รวมกัน จ่ายตังให้้ GDI แล้วก็ชวนคนที่คิดแบบเดียวกันมาเพิ่มเข้าไปอีก
กินกันไปกินกันมา สุดท้าย GDI รวยชัวร์ๆอยู่คนเดียว
โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆฟรีๆ ไม่ต้องเหนื่อยหรอกครับ
November 21st, 2007 at 0:09 น.
เป็นกระทู้ที่น่าสนใจจริงๆครับ เกี่ยวกับเรื่องของ GDI
โดยส่วนตัวแล้วก็มีความคิดเช่นเดียวกับเจ้าของกระทู้ว่า โดเมนอะไรกันแพงมากๆ แถมจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้ บวกกับได้มีโอกาสคุยกับบุคคลหนึ่ง(อยากรู้เลยลงทะเบียนไว้) โทรมาคุย ยิ่งคุยก็ยิ่งเหมือนแชร์ลูกโซ่ เพราะเขาไม่ได้สนใจในตัวสินค้าเลย เวปทุกเวปที่มีก็ไว้นำเสนอให้คนอื่นๆ จดเวป.wsต่อเท่านั้น ส่วนตัวแล้วไม่เคยรู้สึกแย่กับธุรกิจ MLM เลย และก็เห็นด้วยด้วยกับแนวคิดของธุรกิจนี้ มันก็เป็นอีกเพียงลักษณะการขยายตลาดแบบหนึ่งเท่านั้น ที่ให้ผู้บริโภคเป็นผู้ขยายตลาดให้ แต่ก่อนธุรกิจแฟรนไชน์ก็เคยถูกต่อต้าน แต่หลังๆมามี MLM มารับบาปไปแทนแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเหรียญก็มีอยู่สองด้าน มีทั้งคนที่น่านับถือในธุรกิจนี้ และมีคนที่ทำให้ธุรกิจนี้แปดเปื้อน ซึ่งถ้าดูให้ดีๆแล้ว มันก็เกิดขึ้นในทุกธุรกิจนั่นแหละ เพียงแต่พลังทวีคูณของธุรกิจลักษณะนี้ มันอาจจะมากเท่านั้นเอง อย่างที่เจ้าของกระทู้ได้กล่าวไว้ถึง 4P ซึ่งน่าจะพื้นฐานของวิชาการตลาด ซึ่งถ้าวันนี้สินค้าหรือบริการนั้นดีจริง และควรค่าแก่การบริโภค ซึ่งผู้บริโภค(end user)พึงพอใจ คนขายก็ดีใจ วันนี้ส่วนตัวแล้ว ถ้าสินค้าดีพอและสามารถแข่งขันในตลาดได้ ก็เห็นว่ามันก็มีความเป็นไปได้ในธุรกิจมากขึ้น
พอดีเห็นข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของ”อิสระ” เรามักได้ยินคำกล่าวดังต่อไปนี้อยู่บ่อยๆของปรัชญาเล่าจื้อ “จับปลาให้คน คนก็อิ่มไป 1 วัน สอนให้คนจับปลา คนคนนั้นก็อิ่มไปจนตาย” แต่อยากเสริมหัวใจของธุรกิจนี้(เดาเอานะ)น่าจะเป็น “จับปลาให้คน คนก็อิ่มไป 1 วัน สอนให้คนจับปลา คนคนนั้นก็อิ่มไปจนตาย แต่ถ้าสอนให้คนๆนั้นสอนคนอื่นให้จับปลาเป็น ก็จะไม่มีคนหิวอีกในโลกนี้”
อิสระมาได้จากการสอนให้คนๆนั้นที่เราเรียกกัยว่าดาวน์ไลน์สอนการจับปลาต่อไปได้
เรื่องการอิ่มตัวของตลาด ยังไงมันก็คงต้องมีเกิดขึ้นบ้างในบางบริษัท แต่เชื่อว่าสำหรับหลายๆบริษัทต้องมีกลยุทธเพื่อไม่ให้ตยเองอยู่ในจุดนั้น ตัวอย่างเช่น Microsoft ถือว่าตลาดเริ่มอิ่มตัวหรือยัง? มันคงมีคำตอบอยู่ทั้ง 2 คำตอบ เพราะวันนี้ก็ยังคงมีคนซื้อหุ้น Microsoft เพราะคิดว่ามันยังโตได้อีก และก็มีคนขายเพราะคิดว่าราคาที่ซื้อมันมีค่ามากกว่าที่เขาคิด แต่คิดว่าบิล เกตต์คิดอย่างไร? อันนี้ต้องถามบิล เกต…
ไม่ว่าวันนี้คุณจะทำงานประจำ เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นนักลงทุน หรือจะเป็นอาชีพใดก็แล้วแต่ ทุกอาชีพมีบทบาทและสำคัญทั้งสิ้น ไม่ใช่ทุกคนต้องมาทำธุรกิจเครือข่าย เพียงแต่ธุรกิจนี้เปิดโอกาสให้กับเราง่ายเท่านั้นเอง สำหรับคนที่เลือกธุรกิจเครือข่ายใดๆอยู่ก็ตาม ก็แนะนำให้ศึกษาข้อมูลต่างๆให้ดี พิจารณาจากหลักเหตุและผล มองความเป็นไปได้ในภาพของธุรกิจ และใช้ความคิดในฐานะผู้บริโภคคนหนึ่งว่า สินค้าหรือบริการนั้นมันมีคุณค่าจริงหรือไม่ และมันมีคุณค่าพอที่เราจะมอบให้คนที่เรารักใช้ได้หรือไม่ สุดท้ายธุรกิจอะไรก็แล้วแต่จะไม่มีทางล้ม ถ้าคุณจริงใจต่อทั้งผู้ร่วมธุรกิจและลูกค้าของคุณ
จากนักลงทุนและนักการตลาดเครือข่ายคนหนึ่ง
November 22nd, 2007 at 17:09 น.
“สำหรับ MLM จริงอยู่ว่าตัวสินค้ามีความสำคัญ แต่ความแตกต่างมันอยู่ตรงนี้ครับ คือ WS เป็น Internet บังเอิญว่าสำหรับ Internet สินค้าที่ดีที่สุดคือ “สินค้าที่ไม่มีตัวตน” เพราะอะไร เพราะ Internet มันไม่มีขอบเขตครับ ทำเสรีทั่วโลก ไม่สนใจชาติ ภาษา เพราะฉะนั้นสินค้าที่ตอบสนองการทำตลาดบน Internet ได้ดีที่สุดคือ software หรือ services อะไรก็ตามครับ ที่ download หรือ ทำ online ครับ คุณต้องการอะไร หาอุดมคติ หรือว่าหาเงิน
November 22nd, 2007 at 20:59 น.
ต้องการหาเงินครับ แต่ทำไมต้องจ่ายเดือนละ $10 เพื่อแลกกับสินค้าไม่มีตัวตนที่มูลค่าแท้จริงของมันต่ำกว่า $10 ด้วยล่ะครับ?
มีธุรกิจออนไลน์เยอะแยะครับที่คุณทำแล้วได้เงินโดยที่ไม่ต้องจ่ายเดือนละ $10
November 22nd, 2007 at 23:58 น.
จากที่ผมอ่านดู แล้วลองศึกษาดูทั้งหมดก็ถูกอย่างที่เจ้าของ blog กล่าวไว้ครับ แล้วก็เรื่องแผนการตลาด ที่ทุกอย่างยังไม่คุ้มราคาสินค้า คือ
จำนวนคนใช้ การโฆษณาของ .ws ยังมีน้อยในช่วงต้น (ถึงจะรู้สึกว่าเยอะ แต่ลองเทียบกับ .com หรืออื่น) ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ราคา ก็จึงแพงตามไปด้วย ง่ายๆ เหมือนสมัยแรกที่ผมใช้ PDA หรือ สินค้าอะไรก็ได้ในโลกครับพอแบรนเริ่มดัง การแข่งขันเริ่มสูง ราคาก็จะถูกลง ผกผันกันเองครับ
ในความคิดผมอีกนิดนึง ตามที่มีคนบอกว่าพอจะถึงจุดอื่น ผมว่าอีกไม่นานพอคนเริ่มใช้ในวงกว้างขึ้น ก็จะเกิดการเปรียบเทียบและการแข่งขันทางการตลาดอย่างชัดเจน GDI ก็ต้องเดินตามแผนการตลาดขั้นต่อไปก็คือ ปรับปรุงคุณภาพสินค้า (ถ้าจะบอกว่าทำไมไม่ปรับปรุงเลย ก็น่าจากหลายปัจจัยครับ ทั้งผู้บริโภคน้อยอยู่ พอน้อยกำไรก็น้อยเงินหมุนเวียนก็น้อยครับ ถามว่าโทรศัพท์ยุคแรกๆ เครื่องละเท่าไหร่ ทำไมไม่ทำให้สมราคาบ้าง แล้วพอคนใช้เยอะ แบรนเริ่มติดอันดับ ถามว่าราคาถูกลงมั๊ยครับ? ราคาเครื่องคอมสมัยแรกๆกับสมัยนี้ พอเกิดการแข่งขันเยอะ คุณภาพของก็ มากขึ้น ราคาก็น้อยลง ตามกลไกตลาดเองแหละครับ)
เพราะฉะนั้นผมว่า(ผมคิดเองน่ะครับ พูดเป็นกลาง) GDI ก็จะมีการปรับปรุง อาจจะเป็นราคาหรือสินค้า ก็แล้วแต่แผนการตลาดของเค้าครับ
(ถามว่าทำไม .com ราคาถูกกว่า 12 เท่า ลองมองที่ผู้บริโภคครับ
.com มีลูกค้ามากกว่า .ws กี่พันกี่หมื่นเท่าครับ เหมือนขายของส่งกับของปลีกเลยครับ ก็เป็นไปตามกลไกตลาด ถามว่า.com ยุคแรก ราคาถูกแบบนี้หรือ?) แต่ถ้า GDI ไม่ปรับปรุง ก็ถึงการสิ้นสุดครับ แต่ถ้าปรับปรุง ผมว่า .com ก็คงสั่นสะเทือนเช่นกันครับ******
November 23rd, 2007 at 0:15 น.
ใช้เรื่อง economies of scale มาคิดกับโดเมนเนมไม่ได้ครับ ฮาร์ดดิสก์หนึ่งลูก จะมีโดเมนเนมหนึ่งโดเมน หรือหนึ่งล้านโดเมน ก็ต้องเสียค่าฮาร์ดดิสก์เท่ากัน แต่ราคาฮาร์ดดิสก์ก็ต่ำมากจนแทบไม่ต้องให้ความสนใจเลยครับ ซึ่งต่างกับการตั้งโรงงานผลิตโทรศัพท์ ซึ่งมี fixed cost สูงมาก ต้องใช้เครื่องจักรหลากหลายรูปแบบในการผลิตชิ้นส่วนเล็กๆ หลายชิ้น ในยุคแรกๆ ราคาขายโทรศัพท์จึงแพง แต่พอมีลูกค้าใช้มากๆ ก็สามารถลดราคาให้ถูกลงได้เนื่องจากมี economies of scale
ลองดูโดเมน .info สิครับ เป็นโดเมนที่เปิดตัวเมื่อปี 2001 (ขณะที่ .ws เปิดตัวปี 1995) ปัจจุบันคุณสามารถจด .info ได้ในราคาเพียงปีละ $2.99 เท่านั้น คนใช้งานก็น้อย แต่ราคากลับถูกกว่า .com ถึงสามเท่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ?
November 23rd, 2007 at 0:46 น.
นานาจิตตัง
คุณ MacroArt ก็ไม่ใช่ดาวน์ไลน์ในระบบธุรกิจ GDI ก็เท่านั้นล่ะครับ
คุณ MacroArt ก็ไม่ใช่นักธุรกิจเครือข่าย ก็เท่านั้นล่ะครับ
ทำ Thai webmaster ต่อไปเถอะครับ
November 23rd, 2007 at 1:29 น.
คุณ seng ped ต้องการสื่อสารอะไรเหรอครับ?
ทราบหรือเปล่าครับว่ายิ่งมีคนโพสต์ความคิดเห็นมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้บทความนี้ติดอันดับที่ดีขึ้นใน Google ไปด้วยครับ ช่วงแรกๆ ที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมา ถ้าค้นหาด้วยคำว่า gdi จะต้องคลิกไปที่ผลลัพธ์การค้นหาหน้า 4 ถึงจะเจอลิงก์ แต่ตอนนี้ติดในหน้าแรกแล้วล่ะครับ
ยิ่งอันดับดีขึ้น ก็ยิ่งทำให้คนที่ไม่ใช่ดาวน์ไลน์ในระบบธุรกิจ GDI ได้เข้ามาอ่านมากขึ้น และยิ่งช่วยให้ได้รับข้อมูลอีกด้านก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงิน $10 เพื่อเป็นดาวน์ไลน์ด้วยครับ
November 23rd, 2007 at 1:55 น.
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
November 23rd, 2007 at 2:06 น.
ลำบากหน่อยนะครับ ทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตแบบนี้ ธุรกิจขยายได้เร็วเพราะพลังของอินเทอร์เน็ตก็จริง แต่ข้อมูลก็กระจายได้เร็วตามไปด้วย
ลองเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นดูมั้ยครับ? อย่างอันนี้ได้คลิกละ $0.50 คลิกเองได้เองนะครับ ไม่ต้องรอให้คนอื่นมาคลิก
http://blog.macroart.net/2007/10/pay-per-digg-click-for-money-on-social-bookmark.html
November 23rd, 2007 at 2:16 น.
เป็นกระทู้ที่ดีมากครับ
หูตาจะได้สว่างขึ้นมากันมั่ง (จริงหรือป่าวหว่า)
วิเคราะห์แบบมีเหตุมีผลดีครับ…เป็นกลางจริงๆ
ไม่ใช่ตอบแบบอารมณ์ส่วนตัว ซึ่งเดียวนี้เป็นกันเยอะครับ
อยากจะเขียนบอกมั่ง เพราะยังมีอีกหลายคนดูเหมือนจะมองการตลาด และธุรกิจไม่ออกจริงๆ แต่แค่คุณ MacroArt คนเดียวก็พอแหล่ะ หุหุ
ขอชื่นชมครับ
November 23rd, 2007 at 10:17 น.
ผมก็ทำธุรกิจนี้นะครับ
ตอนแรกทำ ไม่รู้อะไรมาก ทำไปแล้วจึงรู้ว่าทำไม่ง่าย
ผมจึงมีแนวคิดแตกต่าง นิดหน่อย เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ผมชวนมา
November 23rd, 2007 at 14:32 น.
ผมคิดว่าถ้าคุณเรียนทางด้านการตลาดมาและธุรกิจมา คุณคงไม่พูดอย่างนี้ครับ บทความของคุณถ้าใครหัวอ่อน ก็คงเชื่อ คนฉลาดเขาอ่านเขาก็จะดูถูกคุณ เพราะคุณศึกษารายละเอียดไม่หมด และเขียนก็ไม่ครอบคลุม มีช่องโหว่
การวิเคราะห์ของคุณเนี่ย ถ้าคุณเป็ฯนักธุรกิจผมก็ต้องบอกว่าเจ้งตั้งแต่อยู่ในมุ้ง ผมดูแล้วคุณยังไม่มีประสบการณ์การทำธุรกิจเท่าไรนะ เด็กอ่อนหัดจริง ๆ แล้วริจะเขียนบทความ
ศึกษาให้ละเอียดให้ลึกก่อนนะ คุณจะเขียนบทความนี้ได้ คุณต้องรู้แผนการตลาดของ MLM อย่างน้อย 5 บริษัท และต้องรู้ว่าทำไมจึงเกิดธุรกิจนี้ ผมไม่บอกหรอก ให้คิดเอง
และถ้าคุณเรียนจบทางด้านนี้ผมเชื่อว่าคุณคงไม่พูดแบบนี้ แต่ถ้าคุณจบทางด้านนี้มาแต่ยังพูดแบบนี้ก็ไม่สมควรเรียกได้ว่าตัวเองจบมาทางด้านนี้นะ เพราะอายเขา ผมเห็นคุณเขียนผมยังอายแทนเลย ขายขี้หน้า เห็นหน้าเห็นตาหมดแล้ว อนาถใจ
November 23rd, 2007 at 15:29 น.
คุณต้น (ไม่ได้จบการตลาดมา)
ข้อความของคุณมีแต่เสียดสีผม แต่ไม่ได้ให้แก่นสารสาระอันใดแก่ผู้อ่านเลยครับ ไม่ได้พูดถึงสินค้า ไม่ได้พูดถึงแผนการจ่ายผลตอบแทน ไม่ได้พูดว่า GDI มีดีอะไรเลย น่าเสียดายเวลาที่อุตส่าห์พิมพ์ข้อความมาหลายบรรทัดนะครับ
แผนการจ่ายผลตอบแทนของ MLM มีหลายแบบครับ ตั้งแต่แบบ Stairstep/Breakaway ที่แอมเวย์ใช้ แบบ Binary ที่เคยถูกใช้ในธุรกิจกินหัวคิว แบบ Unilevel ที่ GDI ใช้ หรือในยุคนี้บริษัท MLM หลายแห่งใช้แบบ Matching ที่นำแผน Binary มาแก้ไขจุดอ่อน
แต่ละแผนมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน ขอพูดถึง Unilevel ที่ GDI ใช้ละกัน จุดอ่อนของแผนนี้ก็คือรายได้จากชั้นลึกวิ่งขึ้นมาไม่ถึง อย่าง GDI ที่ตัด 5 ชั้น ชั้นที่ 6 เป็นต้นไปก็ไม่ได้รายได้แล้วครับ ดังนั้น ถ้าใครฉลาด จะต้องวาง dummy เป็นเส้นตรงใต้ตัวเอง 4 ชั้นครับ แล้วค่อยไปสร้างเครือข่ายที่ชั้น 5 แบบนี้จะทำให้เก็บรายได้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนคนที่เป็นอัพไลน์ก็ซวยหน่อยครับ เพราะได้จากองค์กรนี้แค่ $5 เท่านั้น (ถ้าอัพไลน์วาง dummy เหมือนกัน ก็ได้เยอะขึ้นหน่อย)
ส่วนแผนแบบอื่นๆ ผมไม่วิเคราะห์นะครับ คุณต้นคงรู้แผนการตลาดของ MLM มาอย่างน้อย 5 บริษัทแล้ว คงวิเคราะห์ได้เอง
November 23rd, 2007 at 20:44 น.
คัยรู้บ้างว่าจะยกเลิก gdi ต้องทำยังงัย
ต้องเข้าไปที่ไหน
รบกวนช่วยบอกหน่อยนะคะ เพราะว่าเข้าไปสมัครแล้วแต่พอดียังไม่ถึง 7 วัน ค่ะ
*ขอบคุนเจ้าของบล็อคมากนะคะ ที่ทำให้เราตาสว่าง*
November 23rd, 2007 at 20:51 น.
อยากจะยกเลิกอ่ะค่ะ
แต่ทำไมเปน
รบกวนผู้ที่มีความรู้ช่วยบอกหน่อยนะคะ
พอดีพึ่งจะสมัครไปเมื่อวานค่ะ
*ขอบคุนสำหรับข้อความดีดีนะคะ*
November 23rd, 2007 at 21:57 น.
สวัสดีทุกคน ขอบคุณที่ให้ความกระจ่างเรื่อง GDI ให้กับสังคมออนไลน์ อยากมากก็คุณ MacroArt ที่ตั้งกระทู้นี้ขี้นมาก เมื่อผมได้ยิน GDI ครั้งแรกก็สนใจนะครับ (บอกก่อนนะว่าสนใจ) และใช้เวลาศึกษามาทั้งหมด 2 เดือนถึง ตัวสินค้า แผนการตลาด ช่องทางการจำหน่าย ข้อได้เปรียบ เสียเปรียบ และโอกาสของการทำธุรกิจนี้ และอนาคตการเติบโต ของธุรกิจ GDI
1. GDI เป็นสินค้าที่จับต้องไม่ได้ แต่เรารู้ว่าเราได้มาอย่างไร ได้ความพอใจ (พอใจแล้วคุณจึงสมัครใช้บริการ .ws) และรับประโยชน์ในด้าน MLM ด้วยซึ่งเป็นโอกาสการทำธุรกิจ
2. GDI มีแผนการตลาดที่ง่ายไม่ยุ่งยาก มีระบบที่ใช้ได้ทีเดียว ไม่เห็นแก่ตัวแน่นอนที่เดียวเหมือนคนไทย ที่เอาประโยชน์ส่วนตัว เหมือนอย่างคุณ MacroArt ที่เริ่มทำเพื่อประโยชน์ตัวเองแล้วนะ คุณคงรู้ว่าผมกำลังพูดถึงอะไร
3. ช่องทางการจัดจำหน่าย อาจจะเป็นอุปสรรคหน่อยในประเทศไทยแต่ต้องใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไป ในทุกธุรกิจ ซึ่งอาจจะไปไม่รอดก็ใด้ในสังคมออนไลน์แบบคนไทยที่คอยดูแต่รูปโป๊ พวกเว็ปมาสเตอร์ก็ได้อย่างเดียว
4. โอกาสการเติบโตก็ขึ้นอยู่กับคนไทยละครับว่าจะสนใจอย่างไรบริโภคมากขนาดใหน บอกในที่นี้ว่าจากที่ผมศึกษามา โอกาส 50 ครับ สำหรับคนที่จะประสบความสำเร็จใน MLM นะครับต้องใช้เวลากันทุกคน สำหรับคุณ MacroArt ก็ควรที่จะเป็นกลางนะครับ อย่าวิเคราะห์ด้านเดียว หรือให้ข้อมูลอะไรก็กระจ่างหน่อย ไม่เอาผลประโยชน์ คลิ้กละ 0.5 มาเกี่ยวข้องก็จะดีมาก ไม่นึกเลยว่าคุณจะทำได้ น่าอายนัก
November 23rd, 2007 at 22:48 น.
คุณสืบ
เรื่องคลิกละ $0.5 ลองไปศึกษาดูให้กระจ่างหน่อยนะครับ ผมเขียนไว้ในบทความละเอียดแล้ว คุณจะได้เงินจากการคลิก “โหวต” ให้บทความใน Digg ครับ ซึ่งคนที่จ่ายเงินให้คุณ เขายินดีจะจ่ายเพื่อแลกกับการได้รับ traffic ไม่ใช่จ่ายเพราะถูกกล่อมว่าอนาคตจะรวย และต้องแลกกับการได้ของที่ไม่คุ้มค่ามาครับ
เรื่องที่คุณสืบบอกว่า GDI เป็นสินค้าที่จับต้องไม่ได้ แต่พอใจแล้วจึงสมัครใช้บริการ ผมแปลกใจมากครับว่าพอใจกับการจ่ายเดือนละ $10 เพื่อแลกกับโดเมน .ws และบริการทำเว็บแบบง่ายๆ ได้อย่างไร? ทุกวันนี้ผมยังเห็นคนทำธุรกิจ GDI จำนวนมากที่สร้างเว็บเพื่อรับสมัครสมาชิกโดยที่เว็บเป็น .com อยู่เลยครับ ทั้งนี้เพราะ GDI ไม่ให้ทำเว็บแบบที่เขียนโปรแกรมติดต่อกับฐานข้อมูลได้ .ws เลยถูกใช้เพียงเพื่อการโฆษณากับเอารูป statement ใน PayPal มาโชว์ แต่ถ้าจะสมัครก็ต้องไปใช้ .com กับ web hosting ที่ให้เขียนโปรแกรมได้
แต่ไม่เป็นไรครับ เรื่องความพอใจหรือไม่พอใจเป็นเรื่องส่วนบุคคล ผมไม่ convince ให้คุณสืบต้องรู้สึกไม่พอใจกับ GDI หรอกครับ ที่ผมเขียนบล็อกนี้ขึ้นมาก็เพื่อบอกว่าผมไม่ยอมจ่ายเงินเดือนละ $10 เพื่อแลกกับโดเมน .ws และบริการทำเว็บแบบง่ายแน่ๆ ครับ ถือซะว่าเป็นความไม่พอใจส่วนตัวของผมละกัน
November 24th, 2007 at 12:17 น.
สินค้ามีไว้ทำเงิน สินค้าที่คิดว่านำไปทำเงินต่อได้ นั้นละสินค้า
ผู้ซื้อ ผู้ซื้อมีความคิดพอที่จะเลือกซื้อ หรือจะไม่เลือกซื้อ ผู้ขายไม่สมารถบังคับได้
คนวิจารย์ เปรียบเทียบ ติ หาข้อเสีย ข้อดี และไม่คิดที่จะทำ เพราะถ้าคิดว่าดีคงไม่วิจารย์
คนที่รับฟังคำวิจารย์ = ยังไม่มั่นใจในการตัดสินใจของตนเอง ต้องการคำแนะนำจากผู้อื่น คนหนึ่งบอกดี ก็ดี คนหนึ่งบอกไม่ดี ก็ไม่ดี
ทำไมGDI ถึงไม่บูม ในไทย แต่เมืองนอกกลับบูม เพราะฝรั่งมีความคิดเป็นของตัวเอง อะไรที่คิดว่าดีก็ทำ อะไรที่คิดว่าไม่ดี ไม่ทำ
มนุษย์ เกิดมาไร้เขียวเล็บ มีสติปัญญา เป็นอาวุท
ผมมีคำถาม สินค้าที่มีราคาแพง แต่สามารถนำไปต่อยอดทำกำไรได้ คุณต้องการมันรึเปล่า นี้ละธุระกิจ
จุดหมาย อยู่ที่ คุณจะไปให้ถึง หรือคุณ ไม่คิดจะไป
November 24th, 2007 at 12:54 น.
ตอบคำถามคุณ Devilsayo
สินค้าไม่ว่าจะแพงหรือถูก ก็สามารถต่อยอดทำกำไรได้เหมือนกันครับ ถึงแม้ว่าสินค้าจะแพง ถ้ามูลค่าที่แท้จริงของมันสูงกว่าราคาที่กลุ่มเป้าหมายปรารถนาที่จะจ่าย สินค้านั้นก็อยู่ได้ยาวครับ แต่ถ้าสินค้าราคาสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงของมัน ในระยะยาวแล้วธุรกิจจะไปไม่รอดครับ
สมมุติว่าผมอยากเป็นเจ้ามือแชร์ลูกโซ่ ผมบอกว่าคุณลงทุนเดือนละ 1,000 บาท สิ่งที่คุณได้รับคืออากาศ (ความว่างเปล่า) แปลว่าคุณซื้ออากาศในราคาแพงมาก
แต่เดี๋ยวก่อนนะ ผมมีโอกาสทางธุรกิจให้คุณด้วย แค่คุณไปชวนคนมาสมัครต่อ โน้มน้าวให้เขายอมจ่ายเงินเดือนละ 1,000 บาท ผมจะให้ค่าแนะนำกับคุณ 100 บาทต่อหนึ่งคนที่คุณชวนมา และถ้าคนที่คุณชวนมาไปชวนคนอื่นต่อได้อีก คุณก็จะได้จากคนนั้นอีก 100 บาทด้วย
เป็นไงครับ? อากาศราคาแพงแต่สามารถนำไปต่อยอดทำกำไรได้ คุณต้องการมันหรือเปล่า? นี่คือธุรกิจหรือเปล่า? คุณจะไปให้ถึงจุดหมายหรือเปล่า?
November 24th, 2007 at 15:31 น.
ขอบคุณมากครับคุณ MacroArt วันนี้ผมก็ได้รู้ความจริงว่าที่คุณเขียนขึ้นมานี้ก็เพราะคุณไม่ยอมจ่าย $10 เพราะคุณเก่งครับและคุณมีช่องทางการหาเงินนอกเวลาที่ไม่ใช่ GDI สำหรับผมวันนี้ไปก็จะตัดสินใจทำแล้วครับเพราะเท่าที่ศึกษามาสองเดือนก็โอเคนะครับ เดียวผมสมัครแล้วก็ทำดูแล้วจะมาบอกนะว่าเป็นอย่างไร ยอมเสียซักหน่อยดูซิ
“มีคนเคยบอกว่าโลกแบน แต่งหลังจากโคลัมบัสเดินทางรอบโลกแล้ว ทุกคนก็บอกว่าโลกกลม” ผมจะทำแล้วจะบอกคุณนะ
November 25th, 2007 at 0:11 น.
ที่ผมไม่ยอมจ่าย $10 ไม่ใช่เพราะเก่งหรือเพราะมีช่องทางหาเงินทางอื่นนะครับ แต่ที่ไม่ยอมจ่ายก็เพราะคุณค่าของสิ่งที่ได้รับกลับมามันไม่เท่ากับเงินที่จ่ายออกไปครับ เงินที่ต้องจ่ายปีละ $120 เพื่อ .ws เพียงหนึ่งโดเมน สามารถใช้ซื้อโดเมน .com ได้ถึง 12 โดเมนเลย (หรือมากกว่านั้นถ้าได้ส่วนลดจากการใช้ Affiliate)
โคลัมบัสบอกว่าโลกกลม แต่ฟรีดแมนบอกว่าตอนนี้โลกกำลังแบนลงครับ
November 25th, 2007 at 15:27 น.
ผมมีความคิดเห็นว่าเป็นธุรกิจที่สร้างขยะขึ้นมาบนระบบอินเตอร์เน็ตและสร้างความรำคาญแก่ผู้อื่นเป็นอย่างมาก ถ้าใครทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตโดยไม่เคยส่ง Mail มา Spam เลยผมขอนับถือครับ
และมีบางคนบอกว่าเค้าเก่ง เค้าสามารถส่งเมลล์ Spam ได้ จะบอกว่าเค้าทำขายกันมานมนานแล้วคับไอ่โปรแกรมดูดอีเมลล์และ Spam เนี่ย ใครอยากได้ก็เมลล์มาขอผมละกัน ไม่หวง
แต่ตรงนี้ผมอยากจะบอกว่า ยังมีธุรกิจเครือข่าย (MLM) อีกหลายตัวที่น่าสนใจ และ Product ก็จำเป็นต่อชีวิตจริงๆ และก็น่าสนใจกว่าและใช้ประโยชน์ได้จริง
ผมต้องนับถือคนทำระบบ MLM คนแรกๆว่าเค้าเก่งมากๆ และหลายบริษัทก็นำมาใช้ ซึ่งผมคิดว่าถ้าบริษัทไหนนำไปใช้เพื่อขายสินค้าที่ใช้ได้จริงก็เป็นประโยชน์กันทุกฝ่าย และยังประหยัดค่าโฆษณาของบริษัทได้มากมาย
อีกอย่างหนึ่งก็คือ สินค้าที่มีขายอยู่เกลื่อนแล้ว ถ้ามีบริษัทไหนมาทำ MLM ขายอีก คงเปิดตัวและชักจูงคนในเรื่อง Product ค่อนข้างยาก หลายคนเข้ามาทำเพราะได้เงินส่วนแบ่งก็มีไม่ใช่น้อย และเมื่อคนรู้กันเยอะๆมันก็คงต้องมีจุดอิ่มตัวสักวันก็เป็นเรื่องธรรมดา
คิดว่าคงไม่ทำให้เบี่ยงเบนประเด็นเกินไปจากธุรกิจ GDI นะครับ ถ้าข้อความใดไม่เหมาะสมตัดทิ้งได้เลยครับ
November 25th, 2007 at 16:33 น.
ขอบคุณคุณ Nokza ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่อง spam ครับ ผมเองก็รู้สึกรำคาญกับการส่ง mail แบบหว่านแหเหมือนกัน
ผมขออนุญาตตัดข้อความในส่วนที่ลงเบอร์โทรและเว็บไซต์ออกนะครับ (คนทำ GDI ที่มาโฆษณาชักชวนคนในนี้ ผมก็ตัดออกเหมือนกันครับ)
November 26th, 2007 at 9:56 น.
แล้วคิดว่าGDI ถ้าปรับปรุงในแง่คุณภาพของสินค้า ที่ว่าโดเมนนั้น
แล้วก้อ ปรับปรุงข้อเสียของGDI มันจะมีอะไรที่ต้องถกเถียงกันอีกรึป่าว
ถ้าเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบแล้ว คุณจะเห็นด้วยกับGDIรึป่าว
November 26th, 2007 at 13:34 น.
ถ้าสินค้าคุ้มค่าเดือนละ $10 ก็ไม่มีอะไรต้อง complain ครับ
November 26th, 2007 at 14:54 น.
ถามหน่อย มี ธุรกิจ ใน ในโลกออนไลน์ ที่ ไม่ใช้การส่งเมลล์ ให้คนอื่นที่ตัวเองไม่รู้จัก และคุณรู้ไหม ว่า hotmail.com ทำไม ให้บริการฟรี
November 26th, 2007 at 17:00 น.
มีธุรกิจในโลกออนไลน์เยอะแยะครับที่ไม่ต้องส่ง mail ให้คนอื่นที่ตัวเองไม่รู้จัก คนทำ eBay ก็ไม่เห็นต้องส่ง spam คนทำ Affiliate ก็ไม่เห็นต้องส่ง spam คนทำ AdSense ก็ไม่เห็นต้องส่ง spam
ที่ hotmail.com ให้บริการฟรีเพราะมีรายได้จากการขายโฆษณาครับ แต่เมื่อหลายปีก่อน hotmail.com มีรายได้จากการขายบริการ e-mail ที่ให้พื้นที่เยอะขึ้น
November 26th, 2007 at 23:55 น.
เล่นหวยหมดมากกว่านี้อีก เคยเลี้ยงข้าวใครไหมท่านเหนียวจริงๆ เถียงกันอยู่ได้
November 27th, 2007 at 0:24 น.
เคยทำโรงทานเลี้ยงคนที่ไปร่วมงานกฐินในวัดป่าครับ คนหลายร้อยเลย แต่ไม่เคยและไม่คิดจะเล่นหวยครับ
November 27th, 2007 at 11:45 น.
ผมว่าทุกธุรกิจ ก็มีข้อดีและข้อเสียเสมอ ข้อเสียของ GDI มีอย่างเดียว คือราคาสินค้าแพง
ถ้าคุณจะมองข้อเสีย แล้วเหมารวมว่ามันแย่ไปหมด ผมก็คิดว่า คงไม่ต้องไปทำธุรกิจไหนอีกแล้ว เพราะมันก็มีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะ adwords, adsense, …. ครับ
ถ้าจะให้พูดไป คนทำ adsense ก็สร้างเวปไซต์ที่ดูเป็นขยะออกมาให้เกลื่อน คนหนึ่งคน ทำเวป 1 พันเวป คน1 พันคน…เวปกี่เวป?? และแต่ละเวป ไม่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้เลย…มีแค่ไม่กี่เวป ในล้านๆเวปนั้นที่จะมีประโยชน์..
แต่ผมก็ไม่เคยว่า อะไร ธุรกิจไหน ไม่เข้าใจว่า ทำไม GDI ถึงห่วยขนาดนั้น ในสายตาคุณ ผมคิดว่า ถ้าเปรียบเทียบกับธุรกิจระบบเดียวกัน คือ mlm ผมคิดว่า ระบบของ GDI ดีที่สุด และเอาเปรียบน้อยที่สุดแล้วครับ เค้าจ่ายผลตอบแทนให้สูง ด้วยเงินลงทุนที่ต่ำ เมื่อเทียบกับ mlm ด้วยกัน และเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นๆ ก็ถือว่า ลงทุนต่ำมากเหมือนกัน คุณว่า คุณทำ Adsense ด้วยเงินลงทุนเพียง 350 ต่อเดือนได้ไหมล่ะครับ?
ผมไม่ได้ว่า Adsense ไม่สู้ GDI แต่ผมแค่บอกว่า อย่ามองธุรกิจในแง่ลบมากเกินไปครับ มันมีทั้งข้อดี ข้อเสีย กันทั้งนั้น อยู่ที่ว่า ใครชอบ หรือไม่ชอบเท่านั้นเอง
แค่ถูกกฎหมาย ผมก็ทำหมดแหละครับ
November 27th, 2007 at 21:43 น.
มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องมองบวกมองลบอะไรนะครับ แต่เป็นการมองที่ “ความจริง” ความจริงในที่นี้ก็คือสินค้าของ GDI นำมาใช้ประโยชน์ได้น้อยมาก และราคาก็ยังแพงเกินคุณค่าของมัน ขณะที่คู่แข่งของ GDI อย่างพวกเว็บรับจดโดเมนและเช่าพื้นที่ทำเว็บทั่วๆ ไป สามารถนำเสนอบริการได้ด้วยความสามารถที่เหนือกว่าในราคาที่ต่ำกว่า และคนทั่วไปก็สามารถทำธุรกิจร่วมกับบริษัทเหล่านี้ได้ด้วย โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเดือนละ 350 บาทด้วยครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าของบริษัทเลยด้วยซ้ำ ก็สามารถแนะนำให้คนอื่นมาใช้บริการและรับ commission ได้เช่นกัน
เดือนละ 350 บาท สำหรับคนมีปัญญาเล่นเน็ต สำหรับคุณ สำหรับผม ถือว่าเล็กน้อยมากครับ แต่เงินจำนวนนี้สามารถเป็นค่าอาหารกลางวันให้เด็กในชนบทได้ถึง 20 วัน นี่คือคำว่า “คุณค่า” ครับ
หลายคนชอบพูดว่า 350 บาทคือราคาถูก แต่ถ้า 35,000 บาทคือราคาแพง ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่เลย เพราะมันเป็นการเปรียบเทียบโดยใช้หน่วยวัดคนละหน่วย ที่ถูกต้องก็คือถ้าผมบอกว่าคุณจ่าย 35,000 บาทเพื่อซื้อโน้ตบุ๊กยี่ห้อ A ที่มีสเป็กดีมาก ขณะที่ยี่ห้อ B ในสเป็กเดียวกันขายราคา 38,000 บาท แบบนี้ต้องบอกว่า A ถูก ขณะที่ถ้าคุณจ่าย 350 บาทเพื่อซื้อโดเมน .ws กับจ่าย 35 บาทเพื่อซื้อโดเมน .com อันไหนน่าใช้กว่ากันละครับ? และ .com ก็เปิดโอกาสให้คุณสามารถแนะนำคนอื่นมาใช้บริการและจ่าย commission ให้คุณด้วย โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องใช้ .com ไม่ต้องจ่ายเดือนละ 35 บาทหรือ 350 บาทเลยด้วยซ้ำ
ที่คุณแจ็คบอกว่า GDI เอาเปรียบน้อยที่สุดแล้ว ผมไม่รู้ว่าคุณแจ็คเอาปัจจัยไหนมาใช้เปรียบเทียบ แต่ในมุมมองผม GDI เอาเปรียบผู้บริโภคมากครับ คลิปวิดีโอของ GDI พูดถึงตัวสินค้าน้อยมาก บอกแค่ว่าอนาคตทุกคนจะมีเว็บ บอกแค่ว่าให้ลูกหลานหัดทำเว็บโดยใช้ GDI แต่กลับไม่พูดถึงฟีเจอร์ของเว็บเลยว่าทำอะไรได้บ้าง เวลาส่วนใหญ่ในคลิปถูกใช้เพื่อจุดความฝันให้คนดูรู้สึกว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุด นี่คือธุรกิจที่ดีที่สุด จะมีอิสรภาพทางการเงิน ฯลฯ เรียกได้ว่าเน้นการโน้มน้าวให้คนตัดสินใจด้วยอารมณ์ (คนทำ MLM คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ตัดสินใจทำด้วยอารมณ์ ตัดสินใจเลิกด้วยเหตุผล”) แต่เมื่อมองที่เหตุผลแล้วก็จะพบว่าสินค้าของ GDI ไม่คุ้มค่าที่จะจ่ายเงินจริงๆ
November 28th, 2007 at 5:28 น.
หากใครที่คิดจะทำ GDI แล้วคงมีเหตุผลหลักๆ คือ มันสร้างรายได้ให้คุณได้ โดยไม่ได้คิดถึงเหตุผลอื่นๆ
และผมจะถามคุณทุกคนว่าถ้าคุณจะทำ GDI จริงๆคุณจะสามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นจริงๆได้ใช่หรือไม่
ถ้าใครตอบว่า มันสร้างรายได้ให้คุณได้จริง ผมว่าคนเหล่านี้คงไม่ต้องการเหตุผลอื่นๆแล้ว
แต่ถ้าใครตอบว่า ผมไม่สามารถสร้างรายได้จากธุรกิจนี้ได้ อาจเป็นเพราะคุณมีทัศนคติบางอย่างเกี่ยวกับธุรกิจในทางที่ติดลบ หรือ เหตุผลอื่นๆต่างๆนาๆ
ฉะนั้นผมขอสรุปเหมือนหลายๆคน คือ
ต่างคนต่างความคิด ถ้าใครคิดว่ามันคือโอกาส และสร้างรายได้ได้ คุณก็ทำแล้วคุณก็จะได้ ส่วนถ้าใครคิดว่าผมไม่ทำหลอก ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คุณก็จะไม่ได้อะไรจากธุรกิจนี้
ใครบริหารทีมด้วยอุดมการณ์แบบใหน ไปในทางหน้านับถือ หรือไปในทางน่ารังเกียจ
ไม่มีใครผิดเลย ทุกคนพูดถูก ในกระทู้นี้ร้วนแล้วแต่พูดกันด้วยเหตุผล
คนที่มาพูดว่าเค้าทำแล้วได้ เค้าก็ได้ไปจริงๆ
คนที่บอกว่า เสีย $10 ให้กับสินค้าที่ไม่คุ้มเสีย ก็พูดถูกต้อง และก็ไม่ได้อะไรไป
ใครมีทัศนคติอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น
(นี่ผมพูดเป็นกลางรึป่าวนะ เหอๆ)
สรุปอีกทีคับบทความผม คิดอย่างไหน ทำอย่างไหน ก็จะได้อย่างนั้นคับ
November 28th, 2007 at 9:37 น.
1 เดือนจ่ายให้ GDI 10$ เท่ากับ 350 บาท
1 ปีจ่ายให้ GDI 350×12 เท่ากับ 4200 บาท
และถ้าสมมุติทำต่อไป อีก 5 ปี ต้องจ่ายให้ GDI 4200×5 ก็เท่ากับ 21000 บาท
นี่แค่เงินลงทุน ใน 5 ปี 21000 บาท
ถ้าผม อายุตอนนี้สมมุติ 25ปี เริ่มทำ GDI และอยู่จนถึง อายุ 70 ปี ปัจจุบันแค่ 70 กว่าก็ไม่ใหวแล้วคนเรา
ระหว่าง 25-70 ก็ 45 ปี
จ่ายปีล่ะ 4200 บาท ถ้า 45ปี ก็ 4200×45 เท่ากับ 189,000 บาท
นี่คือเงินที่เราลงทุน ตลอดชีวิตของเรา
ยังไม่ได้พูดถึง กำไลที่จะได้รับมานะครับ ผมคิดว่าถ้าทำได้ น่าจะได้กำไลมาเยอะกว่า ที่ลงทุนไปมากอยู่เหมือนกัน
ผมก็กำลังศึกษาอยู่ครับ กะว่าจะทำซัก 5 ปีดู แค่ 21000 บาท 5 ปี ไม่ตายหาใหม่ได้ครับ ถ้าได้ล่ะก็ ก็เกินคุ้มครับ
อันนี้ผมคิดแบบเด็กๆ ครับ ยังไงก็ขอคำชี้แนะด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ
November 28th, 2007 at 16:46 น.
กระทู้นี้เป็นประโยชน์จริงๆ ครับ ผมขอ เสนอ ความคิดนิดนึง นะครับ คือ ผมอยาก จะถาม ทุกคนว่า ถ้า GDI เกิด บูม มากๆ ในประเทศไทยขึ้นมาจะเป็น ยังไง? คำถามนี้ผมอยากให้ทุกคน ย้อนนึกดูครับ ว่า GDI เอาเงินจากไหนมาจ่ายให้กับเรา คำตอบก็คือ เงิน ของคน ไทยกันเองใช่มั้ยครับ
(ยกเว้นกรณีขยายธรุกิจไปเมืองนอกซึ่งโอกาสทำได้น้อยมาก) ถ้าเราคิดเปรียบว่า คนไทยทุกคนที่ทำ GDI เป็นคนๆเดียว อย่างนั้นแล้ว มันก็จะเหมือนกับว่า คนๆนั้นได้เอาเงินจำนวนครึ่งหนึ่งของเงินที่เค้ามีอยู่ ไปให้กับ
บริษัท GDI ฟรีๆ โดยที่ไม่ได้อะไรตอบแทนเลย (เพราะไม่ได้มีสินค้าที่มีประโยชน์ย้อนกลับมาเหมือนการนำเข้าสินค้าต่างๆ)ผมอยากให้ทุกคนอย่าคิดถึงแต่เรื่องเงินอย่างเดียวครับ เพราะจะทำให้เราเป็นคนเห็นแก่ตัวได้ อยากให้ทุกคนคิดให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจทำสิ่งใดหรือไม่ทำสิ่งใด
ต้องขออภัยนะครับที่ข้อความของผมอาจจะไม่เป็นกลางซักเท่าไร่ แต่ผมไม่ได้มี อัคติแต่อย่างใดต่อธุรกิจนี้ หรือ MLM อื่นๆ แต่อย่างใด อย่างแน่นอน เพียงเป็นการเสนอความคิดเห็นเท่านั้นครับ
November 28th, 2007 at 17:15 น.
“เงินลงทุน” กับ “ค่าใช้จ่าย” ดูเผินๆ แล้วเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วแตกต่างกันครับ
เงินลงทุนเอาไว้ใช้ซื้อหาทรัพย์สิน (ที่ดิน เครื่องจักร วัตถุดิบ เป็นต้น) ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้ซื้อมาแล้วช่วยสร้างรายได้กลับเข้ามาสู่ธุรกิจได้
ค่าใช้จ่ายคือเงินที่จ่ายออกไปเพื่อให้ธุรกิจดำเนินงานได้ เช่น ซื้อของใช้ในสำนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ
ค่าใช้จ่ายบางอย่างอาจจะเป็นเงินลงทุนก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตีความ เช่น งบโฆษณาซึ่งเป็นได้ทั้งค่าใช้จ่าย หรืออาจจะเป็นการลงทุนเพื่อให้คนรู้จักและซื้อสินค้าของบริษัท
ถ้ามองในธุรกิจ MLM แบบออฟไลน์ เช่นธุรกิจแอมเวย์ ผู้ที่ทำธุรกิจหลายคนมักจะซื้อสินค้าตุนไว้ก่อนวันปิดยอด เพื่อให้ได้ส่วนลดเพิ่มขึ้น และคิดว่าจะนำสินค้าไปขายต่ออีกทีในอนาคต แบบนี้เงินที่ใช้ซื้อสินค้าก็ถือเป็นเงินทุนหมุนเวียน ใช้เพื่อซื้อมาขายไปให้ได้กำไร แต่ถ้าเกิดว่าขายสินค้าไม่ออก เพื่อนไม่ยอมซื้อ ตัวเองก็ต้องใช้เอง อย่างนี้เรียกว่าค่าใช้จ่ายครับ
GDI ก็เหมือนกันครับ ถ้าคุณจ่ายเดือนละ $10 แล้วคุณสามารถนำพื้นที่เว็บมาแบ่งให้คนอื่นเช่า อาจจะแบ่งให้ 4 คน คิดเงินคนละ $3 แบบนี้ถือว่าเป็นเงินทุนหมุนเวียน และคุณได้กำไรกลับมา $2 แต่ถ้าคุณจ่าย $10 เพื่อเอาเว็บมาใช้เอง คงถือเป็นค่าใช้จ่ายครับ
การทำธุรกิจทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ได้มีค่าใช้จ่าย (หรือเงินลงทุน) เรื่องสินค้าอย่างเดียวหรอกครับ อย่างคนทำแอมเวย์ก็ต้องเข้าประชุมสม่ำเสมอเพื่อให้ตัวเองอยู่ในบรรยากาศที่ตื่นเต้นตลอดเวลา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทาง จะไปชวนเพื่อนหรือไปขายสินค้าให้เพื่อน ก็ต้องมีค่าเดินทาง ถ้าอัพไลน์จัดสัมมนาต่างจังหวัด ต้องมีค่าที่พัก ค่าอาหารอีก
ธุรกิจออนไลน์ก็มีค่าใช้จ่ายเช่นกันครับ มันคือค่าใช้จ่ายที่ต้องทำให้มีคนมาสมัครกับคุณ จะส่ง spam mail ก็ต้องจ่ายเงินซื้อรายชื่อ e-mail ซึ่งรายชื่อมักจะใช้งานไม่ค่อยได้แล้ว เพราะแต่ละคนก็ได้รับ spam เรื่อง GDI มาหลายสิบฉบับ บางคนก็ต้องใช้เงินไปซื้อโฆษณา AdWords หรือจากเว็บต่างๆ อย่างถ้าค้นคำว่า gdi ใน Google ก็จะเห็นคนลงโฆษณากันยาวเหยียดเลย หรือจะไปนั่งโพสต์ฟรีตามเว็บบอร์ดในที่ต่างๆ บางเว็บก็ลบกระทู้คุณออก บางเว็บปล่อยไว้ แต่ก็จะมีโฆษณา gdi ของคนอื่นเข้ามาแย่งพื้นที่ด้วย จะเห็นได้ว่าพวกนี้มีค่าใช้จ่ายทั้งนั้นครับ ทั้งค่าใช้จ่ายที่เป็นตัวเงิน และค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าเสียโอกาส
เกิดคำถามขึ้นว่าคุณจะต้องจ่ายเท่าไหร่เพื่อให้ได้ดาวน์ไลน์หนึ่งคน? และจะต้องจ่ายอีกเท่าไหร่เพื่อให้ดาวน์ไลน์คนนั้นขยายธุรกิจออกไปได้ด้วยตัวเอง? บางคนโชคดีมาก เจอคนแรกก็ใช่เลย บางคนหาไปร้อยคนก็ยังไม่เจอ ผมไม่รู้ว่าโดยเฉลี่ยแล้วต้องหากี่คนถึงจะเจอคนที่ใช่ แต่โดยธรรมชาติของธุรกิจ อัตราความสำเร็จของคนที่เริ่มทำในยุคเริ่มแรกจะสูงกว่าคนที่มาทีหลัง ผมไม่รู้ว่าเวลานี้ถือเป็นช่วงเริ่มต้นของ GDI หรือเปล่า แต่ถ้าคุณได้ spam หลายครั้งแล้ว ไปเว็บไหนก็เจอแต่คำว่า GDI แบบนี้แสดงว่าคุณจะชวนคนได้ยากขึ้น และดาวน์ไลน์ที่คุณหามาก็จะชวนคนได้ยากขึ้นไปอีก
November 28th, 2007 at 17:26 น.
ผมชอบประโยคของคุณ nook ที่ว่า “ผมอยากให้ทุกคนอย่าคิดถึงแต่เรื่องเงินอย่างเดียวครับ” จริงๆ ครับ
เราอยู่ในประเทศที่กำลังเริ่มนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ซึ่งหลายคนยังเข้าใจปรัชญานี้ผิดอยู่เลย คิดว่าเศรษฐกิจพอเพียงคือการเขียม การงก การไม่ใช้จ่ายเงิน ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เลย เศรษฐกิจพอเพียงคือหลักที่บอกให้ทุกคนใช้เงินอย่างมีเหตุมีผล มองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ได้รับกลับมา และใช้จ่ายในสิ่งที่พอเพียงกับชีวิตของเราเอง
November 28th, 2007 at 18:15 น.
ผมเป็นคนนึงที่ทำ GDI ครับ และผมก็ภูมืใจที่ได้ทำด้วยแม้ผมจะเพิ่งเริ่มทำก็ตาม 555 ผมมีความคิดเป็นของตัวเองไม่มีใครจูงจมูก
ที่ผมตัดสินใจทำเพราะ สามร้อยห้าสิบบาทต่อเดือน เอ.. กินเหล้าเราหมดเยอะกว่านั้นนี่ ก็ลองมองอีกมุมนึง จากที่มองว่า 350 บาท เอาไปเลี้ยงเด็กได้หลายคน มาเป็น 350 บาท ช่วยให้เราประหยัดค่าเหล้าไปได้เพราะเอาเงินค่าเหล้ามาลงทุนแทน เออ ก็เข้าท่าดีนะ เพราะถ้าได้กำไรมา เราก็ได้ทั้งประหยัดค่าเหล้า และได้ตังค์ไปเลี้ยงเด็กกำพร้าได้ด้วย
มองเรื่องเสียสามร้อยห้าสิบบาทต่อเดือน ปีหนึ่งหลายตัง ผมคิดว่า เออ เราก็ไม่ได้เสียตังค์ฟรีๆนี่ เราไปซื้อโอกาสสร้างอนาคต ไว้พอถ้าเกิดเรามองว่ามันไม่คุ้มจริงก็หยุดทำก็ได้นี่หว่า?
เรื่องความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับสินค้าอื่น เอ..เราเคยเห็นเขาประมูลทะเบียนรถ รึซื้อจตุคามกันนี่ ทะเบียน เลขสวย ประมูลกันเป็นแสน ทะเบียนธรรมดา มัยไม่กี่พัน ทั้งๆที่มันก็ทะเบียนเหมือนกันนี่หว่า? ก็เลยคิดว่า ออ มันอยู่กับความพอใจของคนเรา นี่เอง
ผมเห็นนักลงทุนทุนที่เขาเสียกันเป็นร้อยล้าน พันล้าน ยังมาขายแซนวิชได้ เราแค่สามร้อยห้าสอบบาท คงไม่เป็นไร เรายังมีไฟ มีแรงอยู่นี่ มองเป้าหมายเข้าไว้ มองโลกแง่ดี แล้วไม่เครียสกับมัน
ผมไม่รู้ศัพท์เทคนิคการตลาดนะครับ แล้วที่โพสเนี่ยเป็นความคิดเห็นกับตัวเอง เป็นส่วนตัวน่ะครับ ไม่ได้ว่าให้ใคร ไม่ได้ชวนใครทั้งนั้น แค่เล่าให้ฟัง
ความรู้ไม่เยอะ ความคิดเห็นไม่ดี มีแต่ความพยายาม กับความฝัน และทัศนคติที่ดีครับ
ขอทุกท่านโชคดี
รัชนัย
November 28th, 2007 at 22:35 น.
เหล้าเป็นสินค้าอีกประเภทหนึ่งที่ผมมองว่ามันไม่มีคุณค่าน่าซื้อมาดื่มเลยครับ แต่ก็น่าแปลกที่คนที่รวยที่สุดในประเทศเป็นเศรษฐีได้เพราะทำธุรกิจเหล้า จะเห็นได้ว่าธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ อาจจะไม่ใช่ธุรกิจที่นำเสนอสินค้าที่มีประโยชน์ต่อสังคมเลยก็ได้
ใครที่ดื่มเหล้าเป็นประจำอยู่ ผมว่าเลิกดื่มเถอะครับ เลิกแล้วจะเอาเงินไปทำ GDI หรือไปทำอย่างอื่นก็แล้วแต่ ดื่มเหล้าไปมีแต่จนกับจน
เรื่องประมูลทะเบียนรถ ผมมองว่าคนมีเงินบางคนเค้าต้องการทะเบียนเลขสวยไว้ใช้เพื่อเหตุผลทางธุรกิจหรือความมีหน้ามีตาทางสังคมครับ เช่น ขับรถไปพบลูกค้า ลูกค้าเห็นทะเบียนรถแล้วก็รู้สึกเชื่อถือมากขึ้น มันอาจจะเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับคนที่ยอมจ่ายเงินเป็นหมื่นเป็นแสนก็ได้ครับ
ส่วนนักลงทุนที่ไปขายแซนด์วิช เจ้าตัวเขาก็บอกเองครับว่าความผิดพลาดในอดีตของเขาเกิดจากความโลภ เขาให้มูลค่า “ความว่างเปล่า” ในราคาที่สูงเกินไป วาดฝันกับความมั่งคั่งร่ำรวยในอนาคตมากเกินไป พอล้มแล้วก็เลยมาทำแซนด์วิชที่มันจับต้องได้แน่นอน เป็นสินค้าที่ยังไงก็มีคนซื้อกินแน่นอน และใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ใช้จ่ายเงินอย่างมีเหตุผล
November 29th, 2007 at 16:18 น.
เห็นข้อความ macroart ที่เคยบอกว่าต้องการข้อมูล amway นะปัจจุบันน่ะครับ พอดี ผมได้มีโอกาสไป สัมณา ที่ upline ผม จัดและ เชญมา
เลยตอบให้
ข้อมูล fact จาก ประธาน aboc (amway business owner council)
สมาชิค amway : 721433 คน
abo (คนทําธุรกิจ): 321234 คน
member: 400199 คน
abo ที่ ยัง active มีการเติบโตของ ยอดธุรกิจ ภายใจ 3เดือนของการเปลี่ยนแปลง: 63917 คน
จําแนกเป็น ระดับ ได้ที่:
0%: 2311
3%: 12233
6%: 2021
9%: 11544
12%: 15233
15%: 11291
18%: 3729
21%: 5555
ก็ยังไม่ถึงล้าน นะคับ..
คุณสุเทพ (ประธาน aboc) กล่าวไว้ว่า ดัชนีการเติบโต networking นะปัจจุบันนั้น ไม่มีอะไรนํามาวัดได้ที่แน่นอนครับ มีแต่ ผลลัพ ให้เห็น เท่านั้นเอง
มีเพียง ค่าเฉลี่ย ของ amway ที่ทําแบบสอบถาม
เฉลี่ย แล้วคนๆนึงจะเจอ คนมาชวน amway 4 ครั้ง ก่อน 30 และ อีก 4 ครั้ง จน 60
อยากได้ fact อีก mail มาคุยได้คัรบอิอิ
ผมทํา amway นะ ไม่ได้ชวน (ถงจะอยากก็เอถะอิอิ) แต่อยากแบ่งปันข้อมูล ให้กับคนสนใจนนะครับ
November 29th, 2007 at 20:46 น.
uVme นี่เหมือน GDI หรือเปล่าค่ะ หมายถึง ระบบการทำงาน แผนการตลาด หรือ อะไรก็ตาม ที่คิดขึ้นมาเพื่อ ให้คนมาสมัครเยอะๆ โดยไม่ได้เน้นที่ สินค้าเป็นหลักใช่มั๊ยค่ะ คือเห็นว่า มีสแปมเมล์ เข้ามาเยอะมาก อยากให้คุณ MacroArt ช่วยสรุป เป็นวิทยาทาน ความรู้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ (ขอโทษนะค่ะ ที่ข้อมูลยาวไปนิดส์ นะค่ะ จะตัดออกก็ได้ค่ะ)
uvme-thai-gh.blogspot.com
November 29th, 2007 at 23:19 น.
“ต่างคนก็ต่างความคิด” แต่คิดไม่เป็นก็เหมือนไม่ได้คิด
ดูจากการนำเสนอความคิดของแต่ละคน ผมเข้าใจเลยว่า…
ตอนที่เรียน ป.6 ประเทศต่างๆที่อยู่บนโลกใบนี้ ถูกแบ่งออกเป็น 3กลุ่ม
1.ประเทศพัฒนาแล้ว
2.ประเทศกำลังพัฒนา
3.ประเทศด้อยพัฒนา
ตอนนั้นประเทศไทยเป็นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
ผ่านไปเกือบ 30ปี..ปัจจุบันก็ยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา
ก็ดูแต่ละคนคิดซิ ไม่พ้นตัวเองเลย…มีเหตุมีผลกันหน่อย จะดีมั๊ยครับ
อย่าใช้คำว่า”ต่างคนต่างความคิดเลย”
เค้าบอกว่าโลกกลม คุณยังจะไปเถียงเค้ามั๊ยละว่าโลกแบน
แน่นอนไม่เถียง เพราะเหตุผลมันชัดเจน ว่ามันกลม
เช่นเดียวกับที่คุณ MacroArt พยายามนำเสนอให้เข้าใจว่าธุรกิจ GDI เป็นอย่างไร แบบสมเหตุสมผล
หลายคนก็ยังพยายามคัดค้าน โดยให้เหตุผล “ต่างคนต่างความคิด”
ถ้าผมถามต่อว่า”คุณคิดอย่างไรล่ะ ทำไมถึงต่างจากเค้า”
ตรงนี้ขอดูวิธีคิดดีกว่ามั๊ย ซึ่งเจ้าของกระทู้ก็ใช้วิธีคิดมากกว่า
อ่อ…แล้วที่บางคนบอกว่าเมืองนอกเค้ายังทำได้เนี่ย
เค้าทำเป็นเวปส่วนตัว หรือใช้พื้นที่ที่เช่ามาอย่างคุ้มค่า และโปรโมทไปในตัวหรือป่าว (อันนี้ผมไม่รู้นะ แค่คิดว่า)
แต่เท่าที่ดู ในเมืองไทยเอามาทำกันแบบไร้ประโยชน์จริงๆ มีส่วนน้อยที่จะเช่ามาทำบล็อค หรือเขียนเวป
ถ้างั้น “เมืองนอกเป็นประเทศพัฒนาได้ ประเทศไทยก็เป็นประเทศพัฒนาได้เช่นกันซิ”….เมื่อไหร่หว่า?
November 29th, 2007 at 23:39 น.
ขอเสริมอีกหน่อยนะ…ขอยกตัวอย่างแนวคิดแบบมีเหตุมีผลละกัน เช่น
เนื่องจากบนโลกอินเตอร์เน็ต มีผู้ใช้มากมาย ทั้งแบบมีประโยชน์และแบบไม่มีประโยชน์ อย่างพวกแฮคเกอร์ หรือเวปหลอกหลวง
จึงอาจมีกฏหมายออกมาว่า ประชากรไทย 60 กว่าล้านคน ทุกคนต้องมีเวปบล็อคส่วนตัวเพื่อแสดงตัวตนบนโลกอินเตอร์เน็ต ผมมองว่าประชากรไทยจะมีการเช่าโดเมนกันทุกคน และเห็นว่า สินค้า(โดเมน)นี้มีความสำคัญในอนาคต จึงเริ่มทำธุรกิจ GDI เป็นต้น
ดูมีเหตุมีผลดีนะครับ…อันนี้ตัวอย่างวิธีคิดนะครับ
November 29th, 2007 at 23:44 น.
ขอบคุณคุณ boy สำหรับข้อมูลครับ ผมอายุยังไม่ถึง 30 โดนคนชวนทำแอมเวย์แล้วไม่ต่ำกว่า 2 คน (อาจจะมากกว่านี้แต่จำไม่ได้แล้ว) ซึ่งผมปฏิเสธที่จะร่วมธุรกิจด้วยครับ ผมมองว่าแอมเวย์เป็นธุรกิจที่ดี สินค้าแอมเวย์ก็มีคุณภาพดี แต่ที่ไม่ทำก็ด้วยเหตุผลเปรียบเทียบกับหุ้น Microsoft ที่ผมจะไม่ซื้อลงทุนในตอนนี้ เพราะผมจะมองหุ้น Google มากกว่าครับ
ขออนุญาตตัดข้อความของคุณพิมพ์ให้สั้นลงนะครับ ใครอยากรู้รายละเอียดของธุรกิจก็ลองเข้าไปดูที่บล็อกละกัน
สำหรับการวิเคราะห์ uVme เนื่องจากรายละเอียดที่มีอยู่ยังไม่ค่อยมากครับ เลยไม่กล้าฟันธง เท่าที่ดู ผมว่าสินค้าของเขาคงเหมาะกับคนที่ชอบเล่นเกมบนเว็บ ซึ่งผมยังหาไม่เจอว่าจะเข้าไปเล่นเกมได้ที่ไหน คุณภาพของเกมเป็นยังไงก็ไม่รู้
ต้องลองตั้งคำถามดูครับว่าถ้าคนที่สนใจจะเป็นลูกค้าเล่นเกมเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจจะทำธุรกิจ เขาจะยินยอมจ่ายเงินหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือยอมจ่าย ผมว่าธุรกิจน่าจะไปได้ครับ เพราะมันเป็นความพึงพอใจในตัวสินค้าจริงๆ ไม่ใช่การยอมจ่ายเพื่อจะเอาเงินคืนภายหลัง
อยากให้ดูข่าวกรณีแชร์ข้าวสารที่กำลังมีเรื่องมีราวกันอยู่ในตอนนี้ครับ ทุกคนยอมจ่ายเงินให้บริษัทก็เพราะหวังรวยภายหลังกันทั้งนั้น แต่ไม่มีใครเลยที่ยอมจ่ายเพราะพึงพอใจกับสินค้าของบริษัท
November 30th, 2007 at 17:11 น.
คนเรามันต่างความคิด แล้วแต่ใครจะคิดมากคิดน้อย คิดสั้น คิดยาว
คุณ ๆ ที่ต่อต้านธุรกิจเครือข่ายจงตั้งใจอ่านให้ดี
ถ้ามีบริษัทหนึ่งบริษัททำเหมือนกับ GDI แต่ให้ผลตอบแทนดังนี้
สร้างเครือข่ายลูกทีม 1 คน ได้ 100 $ โดยได้ไปตลอดจนคุณตาย
มีเครือข่าย 100 ได้ 100000 $ คุณจะทำหรือเปล่า
แต่ GDI ม้นค่อยเป็นค่อยไป ต้องคิดยาว ๆ คิดว่าอนาคตเราจะมีโอกาสได้ลุกขึ้นไปทำงานรายเดือนทุกวันหรือเปล่า ทำธุรกิจมีหน้าร้านมีความเสี่ยงหรือเปล่า ถ้าเราทำงานดังกล่าวมา แต่ในระยะเวลาหนึ่งเราไม่สามารถทำต่อได้คนที่อยู่ข้างหลังเราจะเป็นยังไง อนาคตมันเป็นของไม่แน่นอน (ชี้ให้เห็นภาพตอนสุขภาพไม่แข็งแรงหรือเศรษฐกิจแย่)หรืออาจคิดว่าเงินเก็บของคุณมีมากพอหรือเปล่าถ้ามากก็ไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าคิดแล้วอีก 10 ปี เงิน 10 ล้าน หมดแน่ ก็ควรทำมัน เครือข่ายนี้แหละสุดยอด ลงทุนน้อย
คุณที่เขียนกระทู้ขึ้นมาอาจจะทำธุรกิจที่ได้มากกว่า 1 $ต่อลูกข่าย ก็ได้ (เดานะครับ)
ผมไม่ได้บอกว่า GDI ดีที่สุดแต่โอกาสมีไม่บ่อย ไม่ใช่ว่า GDI ไม่มีความเสี่ยง ถ้าทำไม่ถูกวิธี ก็ไปไม่รอดเหมือนกัน อย่างเช่น spam mail เป็นต้น และที่สำคัญ GDI ไม่ใช่แช่ลูกโซ่
November 30th, 2007 at 21:21 น.
ผมไม่ได้ทำธุรกิจที่จ่ายผลตอบแทนแบบ Multi-Level เพียวๆ ครับ ผมทำพวก Affiliate ที่จ่ายผลตอบแทนแบบ Single-Level หรืออาจจะมี Multi-Level ผสมบ้างเล็กน้อย ซึ่งคนที่ทำธุรกิจพวกนี้จะได้รับผลตอบแทนเมื่อเทียบเป็น % ของยอดขายสูงกว่า (รับเต็มๆ คนเดียว ไม่ต้องแบ่งให้ดาวน์ไลน์) และสินค้าที่ขายก็เป็นสินค้าที่มีความต้องการในการใช้งานจริงๆ ไม่ใช่สินค้าที่มาจากการเชิญชวนให้จ่ายเงินเพื่อหวังรวยในอนาคตครับ
November 30th, 2007 at 21:53 น.
รู้แล้วครับว่า ต่างความคิด
แต่ที่พูดที่บอกอยู่เนี่ยให้คิดจนเจอคำตอบด้วย
โจทย์เหมือนกัน แต่คิดคนละอย่าง แสดงว่ามีหลายคำตอบ
แต่ในหลายคำตอบต้องมีคำตอบที่ถูกคำตอบที่ผิด
ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่คิดทำงานประจำ และทุกวันนี้ก็ไม่ได้ทำงานประจำ
ผมเลี้ยงชีวิตด้วยธุรกิจเครือข่ายล้วนๆ แต่เป็นเครือข่ายแบบออฟไลน์
ส่วน GDI ผมก็ทำด้วย ทำเพราะอะไรล่ะ?
ทำเล่นๆครับ…เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว
แค่เดือนแรกมีคนสมัครต่อผม 10คน ก็ไม่ต้องจ่ายแล้ว…สบาย
ถ้า 10คนนี้หาคนต่อได้ก็เป็นกำไรแล้วครับ
อีกอย่าง..ยังมี”เหยื่อ”อีกมากที่มาตกหลุมพรางตรงนี้
ซึ่งคุณ MacroArt พยายามอธิบายให้เข้าใจธุรกิจก่อนตกเป็นเหยื่อ
แต่หลายคนก็ยังพยายามเอาหัวชนฝาอยู่ร่ำไป
ธุรกิจเนี้ย…ถ้าคุณมีเครื่องมือดี เช่น
- กรุ๊ปเมล ที่มีสมาชิกเป็น 100จนถึง 1000 คน
- เวปส่วนตัวที่มีคนเข้าดูวันละหลายหมื่นคน
คุณก็สามารถโปรโมทเวป GDIได้สบาย ยังไงก็ต้องเจอคนที่สนใจ
แต่ถ้าคิดจะโพสตามเวปบอร์ดเนี่ย ลองคิดดู
คนเข้าไปดูในเวปบอร์ดหนึ่งคน แต่มีคนโพสไว้ซัก 10คน
คุณคิดว่าคุณจะเป็นผู้โชคดีมั๊ยล่ะ…ที่เค้าจะสมัครต่อจากคุณ
ธุรกิจ GDI ไม่ใช่ไม่ดี…..
แต่คุณมีเครื่องมือที่ดีหรือเปล่า ถ้าคิดจะทำ
December 2nd, 2007 at 2:54 น.
อยู่เมืองไทย
รักเมืองไทย
ทำงานให้คนไทย
เงินทองไม่รั่วไหล
สบายใจเป็นที่สุด
===============================================
ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่นึกถึงแต่ “มูลค่า” แล้ว “คุณค่า” เราเอาไปไว้ไหน??
===============================================
December 2nd, 2007 at 6:36 น.
กับเงิน แค่ 10$ ครับ ประมาณ 350 / เดือน
กินเหล้า เลี้ยงหนังสาว หมดเยอะกว่านี้อีก
ทำอยู่ครับ ไม่ซีเรียส เผื่อฟลุ๊ค
December 2nd, 2007 at 11:27 น.
ผมไม่ได้ว่าอะไรใครน่ะครับ แต่ผมมีทีมที่ดี
เราทำงานกันเป็นทีมครับ ไม่ใช่หัวเดียงกระเทียมลีบ
แต่ขอบอกไว้ก่อนน่ะครับ ว่าถ้าแค่เช่าโดเมนต์ สินค้านี้มันก็แพงจริงครับ
แต่คุณอย่าลืมครับ ว่ามัน ไม่ใช่แค่ให้เช่าโดเมนต์ มันมีอย่างอื่นครับ
โลกนี้มีแค่นายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้นแหละครับ มีอย่างเดียวไม่ใช่ก็คือโจรคับ
ปล. ทีมที่ผมทำมีการแชร์ downline มีระบบการทำงานที่ช่วยเหลือกัน
ผมกล้าพูดได้เลยครับ ว่ามีความมั่นคงในการสร้างเครือข่าย
December 2nd, 2007 at 21:25 น.
เห็นคุณ Gokiros บอกว่า GDI ไม่ใช่แค่ให้เช่าโดเมน แต่มีอย่างอื่นด้วย แล้วอย่างอื่นที่ว่ามันคืออะไรเหรอครับ?
December 2nd, 2007 at 23:07 น.
แล้ว”โลกนี้มีแค่นายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้นแหละครับ มีอย่างเดียวไม่ใช่ก็คือโจรคับ”
หมายความว่าไงอ่ะ?…งงครับ
ช่วยแปลไทยเป็นไทยด้วยก็ดีครับ…ผมโง่ครับ
December 2nd, 2007 at 23:26 น.
ผมงงเหมือนคุณ Tinny เลย อ่านอยู่หลายรอบ สงสัยว่าเช่าโดเมนมันเกี่ยวยังไงกับนายจ้างลูกจ้าง แล้วนายจ้างลูกจ้างเกี่ยวยังไงกับโจร
December 3rd, 2007 at 17:26 น.
“สิ่งที่ผมอยากเขียนถึงก็คือสินค้าของ GDI มีราคาแพงเมื่อเทียบกับสินค้าอื่นที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกัน แถมยังมีความสามารถที่ด้อยกว่าอีกด้วย”ถ้าคุณจุดประเด็นตรงนี้ขึ้นมามันก็คงกลายเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันยาว อย่างงีุ้ถ้ามีคนเถียงว่ารถยุโรปแพงกว่ารถญี่ปุ่น ทั้ง ๆ ที่รถญี่ปุ่นหลายยี่ห้อมี(option)ซึ่งก็เปรียบเทียบกับความสามารถในที่นี้ของสินค้ามากกว่า รถยุโรปหลาย ๆยี่ห้อแล้วทำไม่ยังมีคนใช้รถยุโรปหล่ะ ก็เพราะทุกคนมีเหตุผล ของตนเอง บ้างก็ว่าเพราะความชอบส่วนตัว บ้างก็ว่าเพราะดูโก้ บ้างก็ว่าเพราะเหมาะกับจะเป็นรถประจำตำแหน่ง อะไรหลาย ๆ อย่าง เพราะฉนั้นดิฉันคิดว่าคนที่ทำ GDI เค้าก็มีเหตุผลของเค้า ซึ่งเหตุผลส่วนใหญ่ก็คือ เพื่อเป็นการลงทุนทางธุรกิจ ซึ่งถ้าถามว่าคุ้มมั๊ย ตอบเลยว่าคุ้มมากกับเงิน 350บาท/เดือน การทำงานทุกอย่างต้องมีการลงทุนไม่ว่าคุณจะขายข้าวแกง ขายก๋วยเตี๋ยวก็ต้องลงทุนเป็นพัน เป็นหมื่น คุณทำร้านอาหารอาจจะลงทุนเป็นล้านๆ ซึ่งก็มีโอกาสเสี่ยงเหมือนกันที่จะขาดทุนแล้วก็ขาดทุนเยอะด้วย หรือแม้กระทั่งคุณทำงานบริษัทคุณก็ต้องลงทุนค่ารถ ค่าเสื้อผ้า หักลบแล้วอาจจะเหลือไม่เท่าไหร่ ส่วนตัวดิฉันก็เพิ่งเริ่มทำGDIไม่นานแต่ก็ไม่ขาดทุน เพราะอะไรรู้มั๊ยเพราะว่าแค่อาทิตย์แรกดิฉันก็หาสมาชิกได้แล้ว10กว่าคนซึ่งทำให้ดิฉันสามารถทำโบนัสได้ถึง200เหรียญโดยที่ดิฉันลงทุนแค่10เหรียญ คุณคิดว่าคุ้มมั๊ยหล่ะ??(ดีกว่าเล่นหุ้นอีก)ซึ่งถ้าถามว่าหาลูกทีมยากมั๊ย ไม่ยากเลย ง่ายกว่างานประจำที่เจ้านายมอบหมายให้แถมยังถูกเจ้านายกดขี่ โขกสับ ตั้งเยอะ งานทุกอย่างไม่ง่ายแล้วก้อไม่ยากหรอกถ้าเราตั้งใจจะทำจริง ๆ ดิฉันมองในแง่ที่ว่าการลงทุน350บาทแล้วได้คืนมาขนาดนี้คุ้มจะตาย แล้วที่คุณพูดว่า “key success factor ของธุรกิจนี้ก็คือคุณจะต้องหาดาวน์ไลน์ให้ได้อย่างน้อย 10 คนภายในหนึ่งเดือน เพื่อที่คุณจะมีรายได้เข้ามาเท่ากับรายจ่าย $10 ที่ต้องจ่ายให้ GDI ถ้าเกิดคุณหาได้เพียงหนึ่งหรือสองคน มีโอกาสสูงครับที่คุณจะเลิกทำในเดือนที่สองหรือสาม”ไมูุ่ถูกต้องซะทีเดียวค่ะ ทีุ่คุณพูดนั้นในกรณีถ้าคุณไม่อยากขาดทุนเดือนแรกคุณต้องหาให้ได้10คน แต่เดือนที่2 หรือที่ 3 คุณต้องนึกต่อด้วยว่าลูกคุณก็มีลูกต่อไป คุณก็ได้เกิน10เหรียญอยู่แล้วแล้วผ่านไปซัก 20เดือนเป็นเงินเท่าไหร่ ก็เยอะนะ คืออย่างแรกคนที่มาทำตรงนี้ก้อต้องเข้าใจว่ามันคืองาน ๆ หนึ่งของเรา ๆ ก็ต้องทำให้เต็มที่เหมือนงานทั่วไปที่เราไ้ด้รับมอบหมาย ซึ่งถ้าเราทำเต็มที่จริง ๆ ไม่มีใครหาลูกทีมไม่ไ้ด้หรอก จริง ๆ แล้วถ้ามองในแง่การทำตลาดของGDIดิฉันว่าดีนะ เข้าใจง่ายดี เงินดี ถ้าคุณจะcommentเกี่ยวกับ GDI ดิฉันว่าคุณน่าจะcomment ในลักษณะข้อดี และข้อเสียของธุรกิจ GDI จะดีกว่าคนเค้าจะได้รู้ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไรเพราะดิฉันก็ไม่ได้รู้หมดทุกอย่างของ GDI ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ดีก็จะได้ระวังแล้วให้คนอื่น ๆระวังจะดีกว่า อย่าcomment ในแง่ที่ว่าสินค้าไม่ดีแล้วทำให้คนที่เค้าไม่ได้มาอยู่ตรงนี้สับสนเพราะบางคนเข้ามาอ่่านในกระทู้ของคุณ แล้วคุณชี้นำไปแล้วว่าไม่ดี เค้าอาจไม่ได้อ่านลงมาถึงข้อความของดิฉันหรือของเพื่อนคนอื่น ๆ ที่เค้าไม่เห็นด้วยกับคุณ เค้าก็อาจจะเชื่อคุณแล้วเพราะฉะนั้นการวิเคราะห์อะไรควรวิเคราะห์ทั้งข้อดี ข้อเสียไม่ควรเอาความเห็นของตัวเองมาตั้งกระทู้อย่างงี้ถ้าดิฉันเป็นคนตั้งกระทู้ก็มีสิทธิ์ชี้นำคนได้ เพียงแต่ในที่นี้คุณเป็นคนตั้งก็เลยเป็นลักษณะที่ชี้นำ คุณไม่ต้องห่วงว่าอนาคตข้างหน้าจะถึงจุดอิ่มตัวหรอกเพราะอาจจะเป็นจริง หรือไม่จริงอย่างที่คุณคิดก็ได้ พยายามวิเคราห์แค่ใกล้ ๆ นี้อาจจะซัก 5ปีนี้เองว่าคนทำเสียอะำไร และได้อะไร ดิฉันว่าน่าจะดีกว่านะ และ spam ดิฉันว่าไม่ใช่เพราะDGIอย่่างเีดียวหรอกธุรกิจonline หลาย ๆอย่าง รวมทั้งอย่างอื่นอีกมากมาย ก็ spam ทั้งงั้นอย่างงี้คุณต้องโทษทุก ๆอย่างเลยนะ จริง ๆจะมองในแง่ธุรกิจนี้ก้อดีนะช่วยชาติได้ตั้งเยอะ เราไม่จำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้านถ้า่ทำกันเยอะ ๆ ช่วยชาติประหยัดน้ำมันตั้งเท่าไหร่แถมนั่งทำที่บ้านได้อยู่กับครอบครัว มีเงินใช้ก็ไม่เครียด เด็กที่จบแล้วไม่มีงานทำก็ไม่ต้องเครียดไม่ต้องฆ่าตัวตาย ไม่ต้องไปปล้น อีกเยอะแยะ ถ้าจะมองในแง่ดีมันก้อดี ถ้าคุณจะมองในแง่ลบมันก้อลบหน่ะนะ เหมือนเหรียญที่มี 2ด้าน แล้วแต่ว่าคุณจะมองมุมไหนเนอะ โอเค แค่นี้หล่ะค่ะ ขี้เกียจพิมพ์ละ ไปลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวดีกว่า(เชื่อซิว่าคุณต้องหาอะไรมาเถียงเราจนไ้ด้ เฮ้อ เบื่อ เจง ๆ คนชอบเถียงเนี่ย เป็นลูกหล่ะตีตายเล้ย)
December 3rd, 2007 at 21:52 น.
แหม คุณแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเล่นดักคอผม จะไม่ให้ผมเถียงเลยนะ แต่ผมก็ยังเถียงอยู่ดีแหละครับ
ที่คุณเปรียบเทียบกับรถยุโรป ผมมองว่ารถยุโรปมีเรื่องของแบรนด์อยู่ครับ นักการตลาดเขาแบ่งเหตุผลที่คนซื้อออกมา 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือซื้อเพราะประหยัด กลุ่มที่สองคือซื้อเพราะฟังก์ชั่นการใช้งาน กลุ่มที่สามคือซื้อด้วยเหตุผลด้านอารมณ์
(อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่ http://blog.macroart.net/2007/05/triangle-of-brand-benefit.html)
อย่างรถยุโรปที่คุณบอกว่าราคาแพงกว่ารถญี่ปุ่น โดยที่ option เท่ากัน ก็ต้องเจาะลงไปว่ามันเท่ากันจริงเหรอ? ถ้ารถยุโรปเหล็กหนากว่ารถญี่ปุ่น แบบนี้ผมถือว่าไม่เท่ากันนะ นอกจากนี้ยังมีเรื่องอารมณ์อีก คนใช้รถยุโรปก็เพราะต้องการใช้เป็นเครื่องแสดงฐานะ
หันมามองที่ GDI ซึ่งผมเชื่อว่าคนทำ GDI ทุกคนที่อ่านบทความนี้ ต่างก็ต้องจำยอมรับว่า GDI แพงจริงๆ และทำอะไรได้น้อยมากจริงๆ โดยที่ผมยังมองไม่เห็นเลยว่าใครมีเว็บไซต์ .ws แล้วมันทำให้ดูดีมีฐานะขึ้นเหรอ? ภาพที่ผมมองเว็บ .ws ในตอนนี้ก็คือเป็นเว็บที่มีแต่การเชิญชวนคนมาจ่ายเงินเดือนละ $10 โดยที่จ่ายแล้วก็ไม่ได้ดูดีขึ้นด้วย
งั้นถ้าผมชวนคุณมาซื้อแชร์ข้าวสาร ลงทุนน้อยนะ ได้ปันผลด้วย (เฉพาะงวดแรก) ลงแป๊บเดียวคืนทุน แต่คุณจ่ายเงินโดยที่ไม่ได้รับของอะไรเลย แบบนี้คุณเอามั้ยครับ?
ผมเชื่อนะว่าคุณแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวสามารถทำ GDI ได้กำไรได้จริง แต่คนอื่นๆ ทำได้แบบคุณหรือเปล่าครับ? ธุรกิจชวนคนและสอนให้คนชวนคนแบบนี้ มีบางคนที่ทำได้และบางคนที่ทำไม่ได้ครับ ผมยกตัวอย่างแอมเวย์อีกรอบละกัน ผมมีเพื่อนที่ประสบความสำเร็จในแอมเวย์ ทำแอมเวย์เป็นอาชีพหลัก และผมก็มีเพื่อนที่ล้มเหลวเช่นกัน แต่ถึงจะล้มเหลว เขาก็ยังจ่ายเงินซื้อสินค้าใช้อย่างต่อเนื่อง สาเหตุที่เขายังใช้สินค้าอยู่เพราะเขาไม่ได้คิดว่าการซื้อสินค้าแอมเวย์เป็นการลงทุนในธุรกิจไงครับ แต่เป็นการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคในชีวิตประจำวัน
ถามว่าคนที่ทำ GDI ไม่ประสบความสำเร็จ ชวนคนไม่ได้ เขาจะยอมจ่ายเดือนละ $10 ไปเรื่อยๆ หรือเปล่าครับ? เขาจ่ายแล้วทำให้ฐานะเขาดูดีเหมือนซื้อรถยุโรปหรือเปล่า?
เรื่องที่คุณแนะนำผมว่าไม่ควรเอาความเห็นตัวเองมาเขียน ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงเอาความเห็นตัวเองมาเขียนไม่ได้ เพราะประเด็นที่ผมเขียนก็เป็นข้อเท็จจริงทั้งนั้น
เรื่อง spam ผมโทษทุกธุรกิจที่ทำ spam ครับ เป็นวิธีการที่แย่มากๆ แย่ขนาดที่ในต่างประเทศถือว่า spam เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายนะครับ spam ทำให้ผู้คนทั่วโลกเดือดร้อน เพื่อนผมในวงการเว็บหลายคนได้รับ spam mail มากกว่า mail เรื่องงานเสียอีก คิดดูว่าเขาต้องเสียเวลามานั่งลบ spam พวกนี้ขนาดไหน
มีธุรกิจอีกมากมายครับที่เด็กจบแล้วไม่มีงานทำ ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องฆ่าตัวตาย ไม่ต้องไปปล้น และไม่ต้องควักกระเป๋าเดือนละ $10 เพื่อแลกกับสิ่งที่ไม่คุ้มค่าครับ
ขายข้าวแกง ขายก๋วยเตี๋ยว ลงทุนเป็นพันเป็นหมื่น เพื่อจะซื้อหม้อซื้อกระทะ ซื้อจานชามช้อนส้อม ซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเพื่อขายให้ลูกค้าในราคาที่สมเหตุสมผล แล้วธุรกิจ GDI ลงทุนเดือนละ $10 ได้เว็บ .ws มาทำอะไรให้ลูกค้าเหรอครับ?
December 3rd, 2007 at 22:51 น.
ส่วนมากจะได้อ่านความเห็นจากผู้ที่ทำธุรกิจ GDI แล้วไม่ขาดทุน
อันนี้ดีครับ…แต่รู้สึกจะเป็นความเห็นโดยส่วนตัวมากไปหน่อย
แต่ที่เจ้าของกระทู้พยายามอธิบายเนี่ย จะเน้นที่ตัวสินค้าเป็นหลัก
เพราะ
“ธุรกิจ หมายถึง องค์กรที่ผลิต สินค้า หรือ บริการตามความต้องการของผู้บริโภค”
ฉะนั้นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จส่วนมาก สิ่งแรกที่เค้ามองจะมองที่สินค้าเป็นหลัก เค้าจะต้องมองว่าจับธุรกิจที่เกี่ยวกับสินค้าที่ยังไงก็ต้องมีคนซื้อหรือยังไงคนก็ต้องใช้ตลอด ยังไงก็คุ้ม
และที่คุณ MacroArt อธิบายก็ส่วนมากจะเน้นที่ตัวสินค้าครับ
อย่างที่บอกผมก็เป็นคนนึงที่ทำธุรกิจ GDI และไม่ขาดทุน ถึงผมจะมีเครื่องมือที่ดีก็ตาม และมีการ Placement ให้แก่ Downline แล้วก็ตาม ถ้ามองแบบเห็นแก่ตัว แน่นอนผมสบายครับ กำไรตลอด คนข้างล่างจะหาคนได้หรือไม่ผมไม่แคร์
แต่การทำธุรกิจ ผมจะคิดเช่นนั้นไม่ได้ เพราะมันจะไม่มั่นคงแน่นอน
ปัญหาที่พบคือ ผมไม่สามารถ Placement หรือจัดองค์กรลงไปในชั้นที่ 3ได้ บอกตรงๆคนเริ่มสนใจน้อยลง เพราะตลาดเยอะมาก
ทำให้ผมสงสารและสมเพช Downline หลายคนเสียเงินมา 3-4เดือน ก็ประมาณ 1000กว่าบาท (พอๆกับค่าเหล้า แต่ไม่ได้ทานซักหยด หรือ พอๆกับเลี้ยงหญิง แต่ไม่ได้ควงซักคน) แต่ยังไม่สามารถหา Downlineได้ซักคน และหลายคนก็ทนไม่ไหวกับการจ่ายสิ่งที่ไม่ได้ประโยชน์กลับมาซักอย่าง จึงต้องเลิกล้มไป…ทำให้ธุรกิจของผมสั่นคลอนไปด้วย
ผมต้องแก้ไขโดยหาคนใหม่อยู่ตลอดเวลา หาแข่งกับสายงานอื่นไม่ว่า ผมต้องหาแข่งกับทีมงานตัวเอง แล้วเมื่อไหร่ผมจึงจะหยุดได้อย่างมั่นใจล่ะ
เหร๊ยญมี 2ด้านก็จริง แต่มันจะออกก้อยหรือหัวล่ะ เมื่อโยนมันขึ้นไปแล้วมันคงไม่ตกลงมาตั้งตรงโดยไม่ออกหัวออกก้อยหรอก…มันต้องออกซักด้าน
และอีกอย่าง ทำธุรกิจนะครับ ไม่ใช่การเสี่ยงดวง
ถ้าใช้…คุณต้องรู้ก่อนโยนเลยว่า มันจะออกหัวหรือก้อย
December 4th, 2007 at 15:47 น.
เป็นกระทู้ที่มีสาระมากเลยฮับ อิอิ
ชอบๆ อ่านแล้วได้ความรู้ดี สงใส blog หน้านี้จะ hot อีกนาน
macroart คับ
ผมทํา amway เพราะไม่ได้หวังรวย ไม่ได้อยากได้เงิน
แต่ต้องการอิสระภาพ และ บังเอิญโลกใบนี้มันอยู่ได้ด้วยเงิน amway เลยให้เงินเป็นส่วนใหญ่ ฮ่าๆ
ตรงอยาก ฟังความเห็นคุณ macroart หน่อยอ่ะ:
แต่เหตุผลหลักที่ทํา amway เพราะ ผม(คิดว่า) มันจะมั่นคงตลอดไปเพราะ amway มีพื้นฐานที่มั่นคงทําธุรกิจกว่า 90 ประเทศทั่วโลก เป็นบริษัทที่มีปณิธานที่ดีและ research team ที่นําโลกตลอดเวลา ด้วยเหตุผลเหล่านี้ผมจึง คิดว่ามันเพียงพอที่จะยอู่ตลอดไป ทําแล้วเส็รจ ผมจึงทํา amway
คุณmacroart เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยตรงไหนบ้างอ่ะคับ อยาก ฟัง
December 4th, 2007 at 16:36 น.
คุณ boy ต้องลองถามตัวเองดูครับว่าสามารถใช้ประโยชน์จากความมั่นคงของแอมเวย์ได้หรือเปล่า?
ถึงแม้แอมเวย์จะมีปณิธานที่ดี มีทีมวิจัยที่ดี มีความมั่นคงสูง แต่ถ้าคุณ boy ไม่สามารถสร้างเครือข่ายได้เลย แบบนี้คุณ boy ก็จะได้ประโยชน์เพียงแค่มีสินค้าคุณภาพดีใช้ไปอีกนาน แต่อาจจะไม่ได้มีรายได้หรือมีอิสรภาพก็ได้ครับ
ส่วนตัวผมเองเคยพบกับคนที่ทำแอมเวย์มาหลายปีจนได้ตำแหน่งไพลิน รายได้อยู่ที่หลักหมื่น แต่พอเขาตัดสินใจเลิกทำแอมเวย์แล้วเปลี่ยนไปทำบริษัทอื่น เขาสามารถมีรายได้เดือนละล้านได้ ผมจึงมองว่า timing เป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆ ในธุรกิจเครือข่าย ถ้าคุณทำแอมเวย์ตั้งแต่ปี 253x ทุกวันนี้คุณอาจจะมีอิสรภาพเหมือนกับผู้นำระดับสูงหลายคนในแอมเวย์แล้วก็ได้
แต่ timing มันมักจะสวนทางกับ company ครับ คือถ้า timing ดี ก็มีคำถามว่าแล้ว company จะดีจริงหรือเปล่า จะมั่นคงจริงหรือเปล่า ส่วนถ้า company ดีแน่ นั่นก็หมายความว่าคนก็คงแห่เข้าไปทำกันเยอะแล้ว ทำให้ timing ไม่ดีเหมือนแต่ก่อน
จะว่าไปก็คล้ายๆ การเล่นหุ้นครับ ในเวลาที่บริษัทไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักลงทุน ราคาหุ้นก็จะต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง เป็นจังหวะที่ดีในการซื้อหุ้น แต่ก็ต้องลุ้นกันว่ามันเป็นธุรกิจที่ดีจริงหรือเปล่า จะมีกำไรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนดึงดูดนักลงทุนในอนาคตได้จริงหรือเปล่า แต่ถ้าวันไหนที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นสูงแล้ว แสดงว่านักลงทุนมองเห็นแล้วว่าบริษัทไปได้สวยแน่ การเข้าไปลงทุนในช่วงนี้ก็มีความเสี่ยงสูงครับ
December 5th, 2007 at 14:59 น.
ผมเคยทำธุรกิจอื่นมา MLM แต่ลงทุนเป็นแสนอะแถมยังตอนที่ไปฟังพูดดีมากเลย พอทำไปกลับเป็นคนละเรื่อง ทั่งๆ ที่สินค้าดี แผนดี (Herbalife) แต่ทำไปกลับยิ่งเสียความรู้สึก เครียดมาก โดนด่า เสียเงิน เจ๊ง ถ้าคุณ MacroArt ทำบล็อก ตัวนี้ด้วยจะดีมากเลยจะได้มีคนหาข้อมูลก่อนจะเป็นแบบผม ผมอาจจะทำไม่สำเร็จเองก็ได้ จิงๆแล้วบริษัทเค้าอาจจะดี ไม่รู้นะ
แต่ GDI ลงทุน 350 ดีหรือป่าวไม่รู้ลองทำอยู่หาข้อมูลไปด้วย ได้เงินง่ายกว่าตอนนี้ดูๆ อยู่ แต่ฝากคุณ MacroArt เข้าไปดูhttp://www.webgetrich.net/เลียนแบบ GDI แต่ไม่มีแม้สินค้าขายโดเมนก็ไม่ใช่ มันแชร์เลยรึป่าว
ใครอยากทำอะไรก็ลองเอาเองครับตัวคุณที่บอกได้ว่าดีหรือเปล่า แต่มีบล็อกแบบนี้ก็ดีนะ ให้คนมาแสดงความคิดเห็นก่อนจะเสียเงินเป็นแสนๆแบบผม GDI 350 ลองทำดูครับขำๆ ไม่ชอบก็เลิกไปทำงานประจำ เจ้านายก็รวยเราได้ค่าจ้างเดือนชนเดือน เสียไปเยอะและ ชีวิตนี้มีใครไม่เคยเสียเงินแบบไม่คุ่มค่ากับสิ่งที่เราได้มามั่งครับ
December 5th, 2007 at 21:03 น.
ขอบคุณสำหรับบทความครับ เขียนเถอะครับคนไทยอย่างเราๆจะได้รู้ทันต่างชาติ
December 5th, 2007 at 21:14 น.
เข้าไปดูในเว็บที่คุณ Rich บอกมาแล้วครับ แต่ไม่เห็นมีข้อมูลว่าเป็นสินค้าอะไร คิดว่าน่าจะขาย web hosting นะครับ แต่ไม่รู้ว่า spec เป็นยังไง ทำอะไรได้บ้าง หรือว่าจะมาแนวสินค้าทำอะไรไม่ได้ เน้นให้ไปชวนคนอย่างเดียวก็ไม่รู้
December 7th, 2007 at 1:03 น.
ผมมาอ่านที่พวกคุณๆผู้ใหญ่ เถียงกันในบล็อกนี้แล้วสนุกดีครับเอาความรู้มาฟาดฟันกัน ผมกำลังจะจบ ม.6 อีกไม่กี่เดือนนี้แล้วอ่ะครับ…แต่(ตรงๆเลยนะครับ)ไม่มีเงินเรียนอ่ะครับ กำลังมองหาอะไรซักอย่างที่จะทำให้ผมมีเงินมาใช้เรียนต่อได้(กู้ยืมเค้าก็ไม่อนุมัติครับ เค้าบอกว่าไม่ผ่านอะไรก็ไม่รู้อ่ะครับ ผมเรียนได้ 3.89 นะ) ก็เลยอยากจะรู้อ่ะครับว่ามันมีธุรกิจ(บนเน็ท)อะไรบ้างอะครับที่ทำได้จริง ได้เงินจริงๆอ่ะครับ(ยากลำบากก็ทำครับ) คือผมอยากเรียนต่อจริงๆอ่ะครับ ผมไม่อยากต้องทำนาหรือไปรับจ้างได้ค่าแรงวันละ 60-80 แบบที่ทางบ้านผมเค้าทำกันอ่ะครับ ผมอยากอยู่สูงกว่านี้ครับ อยากให้ครอบครัวของเราสบายขึ้นครับ ผมมีทุนเรียนดีที่เคยได้จากโรงเรียนมา 1500 บาทครับผมยังเก็บมันไว้อยู่เลยครับ คุณๆช่วยแนะนำผมทีนะครับ(ผมได้รับความกรุณาให้ใช้เน็ทที่โรงเรียนได้ทั้งคืนครับ คือรับจ้างเฝ้าโรงเรียนอ่ะครับ อิอิ)*ขอความกรุณากับผมด้วยนะครับ หวังไว้เป็นอย่างยิ่งครับ
ปล.ผมคนโคราชครับ
December 7th, 2007 at 14:09 น.
มหาวิทยาลัย(น่าจะ)แทบทุกแห่งมีทุนให้สำหรับนักศึกษาเรียนดีแต่ยากจนครับ น้องลองติดต่อไปที่คณะและมหาวิทยาลัยที่อยากเรียนต่อดูนะครับ
December 10th, 2007 at 14:42 น.
ผมเห็นด้วยว่าการทำธุรกิจ GDI มีความเสี่ยงซึ่งถ้าหากไม่ศึกษาให้ดีก็อาจต้องเลิกกลางคัน มันเป็นธุรกิจที่เราต้องดูความสามารถของตัวเองว่าถึงหรือเปล่า
December 10th, 2007 at 23:09 น.
ใครทำไม่ทำไม่รู้ แต่ผมทำและได้ตังอะ
December 11th, 2007 at 10:51 น.
ไม่ลอง จะรู้ได้ยังไง
December 11th, 2007 at 12:02 น.
สรุป ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็โง่กว่าคุณน่ะสิครับ =_=
December 11th, 2007 at 22:18 น.
ประธานาธิบดีสหรัฐเกี่ยวอะไรเหรอครับ?
ผมว่าความฉลาดหรือโง่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตำแหน่งหรอกครับ และคนเราก็มีเรื่องที่ฉลาดหรือโง่แตกต่างกันไป ผมเชื่อว่าบางเรื่องผมฉลาดกว่าประธานาธิบดีสหรัฐ และบางเรื่องผมก็โง่กว่าครับ
December 12th, 2007 at 12:42 น.
อยากถามทุกคนว่า คุณคิดจะทำธุรกิจเพื่ออะไรถ้าทำเพื่อความสบายใจหรือทำเพื่อรู้สึกว่าสร้างสรรจรรโลงใจเป็นประโยชกับโลกมนุษย์และไม่โดนเอาเปรียบทางความรู้สึก ผมขออุญาติบอกว่าธุรกิจ เครือข่ายแทบทุกตัวไม่เหมาะกับคุณ ทำไมถึงเป็นแบบนั้นเพราะจริงอยู่อาจมีธุรกิจที่แผนการตลาดหรือตัวสินค้ามีดีกว่าด้อยกว่านั่นคื่อข้อเปรียบเทียบให้เราเลือกที่จะร่วมธุรกิจ แต่ถ้าคุณยังมีความรู้สึกว่าถ้าทำแล้วคุณอาจโดนเอาเปรียบนั่นก็แสดงว่างานประจำเหมาะกับคุณมากกว่า สำหรับความรู้สึกส่วนตัวผมผมขอพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ณ ตอนนี้ธุรกิจไหนก็ได้ที่ไม่ผิดกฎหมาย (แต่อาจจะผิดกฎทางความคิดของใครๆก็แล้วแต่)ทำแล้วได้เงิน ขอย้ำว่าได้เงินผมทำครับและผมก็ทำแบบนี้มาหลายต่อหลายตัวแล้วที่มีอยู่บนเน็ต อยากให้คุณมองเรื่องของโครงสร้างหรือรูปแบบการทำงานของตัวคุณเองมากกว่าว่า ถ้าสิ่งที่คุณจะทำมันเอื้อต่อการทำงานของคุณทั้งด้านเวลาและสภาพแวดล้อมของคุณเช่น คุณใช้ชีวิตอยู่กับอินเตอร์เน็ตหรือคุณรักที่จะทำงานทางอินเตอร์เน็ต หรือคุณมีสังคมของคุณทางอินเตอร์เน็ต หรือ คุณมีเว็บไซต์ที่เอื้อต่อการทำงานของคุณนี่แค่ยกตัวอย่างนะครับ หรือที่สำคัญคุณมีความตั้งใจที่จะหาเงินจริงๆ หาเงินนะครับไม่ใช่สร้างโลกอันสวยงาม แต่ขอให้มันไม่ผิดศิลธรรมก็ไม่ได้เลวร้ายมาก ก็ขอให้คุณทำมันเถอะครับ ถ้าคนอื่นเค้าทำได้เค้ามีรายได้ ทำไมเราจะต้องกลัวว่าจะโดนเอาเปรียบ แล้วอยากให้ลองมองย้อนดูคนที่เค้าค่อนข้างที่จะกลัวการเอาเปรียบ กับคนที่เค้าพร้อมที่จะทำงานเพื่อเงิน คุณว่าอัตราระหว่างสองคนนี้ใครจะมีรายได้กว่ากัน ธุรกิจทุกตัวจะมีจุดดีจุดเด่น หรือข้อด้อยของมันอยู่ สำคัญที่ว่าคุณคิดนานไปมั้ย คุณได้ทำอะไรซักอย่างมั้ยในระยะเวลาที่คนอื่นๆเค้าทำกัน เราต้องถามตัวเราเองดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเห็นว่ามันดี มันโอเค มันน่าเป็นไปได้หมดแล้วหาข้อมูลมาเป็นเดือนๆแล้ว แต่พอมาจอคำวิจารณ์ ก็ถอดใจ ผมอยากบอกว่ามันไม่แย่ขนาดนั้นหรอกครับไม่งั้นเค้าก็ไม่ทำกันหรอก
ผมกำลังพูดถึงการหารายได้นะครับไม่ได้เป็นนักการตลาดอะไรทั้งสิ้น เพราะผมทำทุกอย่างครับที่คิดว่ามันจะสร้างรายได้ ไม่ได้เป็นนักอนุรักษ์มวลมนุษยชาติ เพราะผมอยากรวยก็แค่นั้นเอง แล้วใครจะให้ผมได้ล่ะเงินเนี่ยถ้าผมไม่ทำเอง.
December 12th, 2007 at 13:44 น.
ขอพูดเรื่อง timming ที่คุณ MacroArt ฝากไว้หน่อยครับ
timming ก็คือจังหวะเวลา หรือโอกาส ที่เหมาะสมในการลงทุนอะไรสักอย่าง..ซึ่งการหา timming ที่ดีได้ต้องมีข้อมูลที่มากพอ และอีกส่วนนึงคือปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น ภัยธรรมชาติ พายุ ซึนามิ เป็นต้น
เพราะฉะนั้นคนที่เป็นนักธุรกิจย่อมรู้ดี ว่าธุรกิจที่เค้าทำอยู่มีความเสี่ยงจากปัจจัยอะไรบ้าง..และสมมติว่ามันเกิดขึ้น เค้าจะวางแผนรับมือมันอย่างไร เมื่อเวลานั้นมาถึง เมื่อtimmingมันไม่เป็นใจ นี่คือคนที่มีวิสัยทัศน์ครับ
..ผมว่า คนเราคิดจะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างในชีวิต เพิ่มขึ้น นั้นมาจาก2วิ ด้วยกันคือ
1.วิกฤติ (ตกงาน, เป็นหนี้, บ้านถูกยึด, เสียคนในครอบครัว ฯลฯ)
2.วิสัยทัศน์ (เตรียมรับมือก่อนที่วิกฤติจะมาถึง,การมองเห็นโอกาส ถ้าทุกคนมองเห็นมันจะไม่เรียกว่าโอกาส )
ในข้อที่2 จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้นักธุรกิจใหญ่หลายคนสนใจเข้ามาทำธุรกิจ MLM เพื่อเป็นอะไหล่สำรองให้ชีวิต ในวันที่ธุรกิจมันไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้ เพราะหัวใจสำคัญคือเมื่อถึงระดับหนึ่งมันจะหยุดได้ และยังมีรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ้งอาจไม่ได้มากไปกว่าธุรกิจหลักที่เค้าทำอยู่ แต่เค้าลองทำดูเพราะมันเป็นโอกาส สามารถโอนเป็นมรดกให้ลูกให้หลานได้ แต่ถ้าเป็นธุรกิจอย่างอื่น ถ้าความสามารถไม่ถึงคุณก้ออยู่ได้ไม่นานแม้จะได้รับมรดกมามากแค่ไหน อย่างที่คุณMacroArt พูดถึงเพื่อนของคุณว่า มีทั้งสำเร็จแระไม่สำเร็จในธุรกิจAmway และมีคนที่เลิกไปทำงานอย่างอื่นแล้วมีรายได้เป็นล้าน ..ถูกต้องครับยินดีด้วย แต่ที่ผมเห็นต่างไปก็คือเงินเหล่านั้นจะยังคงได้ไปถึงเมื่อไหร่ ถ้ามันเป็นรายได้แบบ Active income มันก็จะหายไปในวันที่ตัวคุณไม่อยู่ แต่ถ้ามันเป็นรายได้แบบ Passive income ที่มาจากทรัพย์สิน เช่น ค่าเช่า ค่าลิขสิทธิ์ เงินปันผลจากหุ้น แบบนั้นมันก็จะยังอยู่ไปจนชั่วลูกชั่วหลานครับ
..สรุปว่าคนที่เค้ามาทำ MLM แบบ Amway Giffarin Zurien Sportron Herbalife ถ้าเค้ามีงานดีๆทำอยู่แล้วไม่ได้ลำบากอะไร ก้อเพราะเค้าสนใจในเรื่องที่มาของรายได้ครับ ไม่ใช่จำนวนของรายได้(ถ้ามันมากด้วยก็ยิ่งดี) ส่วนคนที่เค้ามาทำเพราะวิกฤติจะต้องอาศัยการลงแรงลงเวลาที่มากขึ้นเพราะว่าต้นทุนชีวิตเราน้อยกว่า พื้นฐานครอบครัวน้อยกว่า
ถ้าคุณเป็นคนที่ขยันจริง มุ่งมั่นกะชีวิตจริงๆ รักสบายในบั้นปลาย แต่พร้อมที่จะทำงานหนัก เพื่อแลกกับความสบายในอนาคตอันใกล้ …ก้อต้องแลกมาครับ ถ้าคุณที่กำลังหางานสบายๆได้ผลตอบแทนเยอะๆ เลิกคิดซะเถอะครับขอร้อง อย่าเข้ามาในธุรกิจนี้เลย เสียเวลาเปล่า
รู้มั้ยครับ ว่าทำไมเพื่อนคุณอีกคนถึงไม่สำเร็จในAmway แต่เพื่อนอีกคนกลับทำสำเร็จ ก็เพราะเค้าตั้งใจลงแรง ไม่เท่ากันครับ แต่เค้าเอาไปลงกับงานอื่นมากกว่าก็เลยไปสำเร็จกับงานนั้น
ต้องเลือกเอาสักอย่างครับ ธุรกิจทั่วไป ต้องมีเงิน+วิธีการ แต่MLMนั้นขึ้นอยู๋กับ ความคิด ทัศนคติบวก แรงจูงใจ 90%+วิธีการอีก10%เท่านั้น
ให้คุณๆตัดสินใจเองครับถ้ายอมรับเงื่อนไขของผมด้านบนได้แล้วถึงค่อยเขามาศึกษาครับ จะทำอะไรยี่ห้อไหนก้อได้ครับ เพราะยากพอๆกัน ถ้าแนวคิดและกำลังใจคุณไม่มีไม่ว่าทำอะไรก็ไม่สำเร็จครับ
ความคิดคนเราเปลี่ยนได้เสมอครับ วันนี้คุณไม่ทำ วันหน้าคุณอาจจะกลับมาสนใจก็ได้ ถ้ามันเข้ามาอีกในจังหวะ timmimg ที่ดีของคุณ
จะทำอะไร ไม่ต้องขอความคิดเห็นจากคนทั้งโลกหรอกครับ..ขอให้คุณมั่นใจก้อพอ ไม่งั้นก้อคงไม่มีบิล เกตต์ ในวันนี้ เพราะวันนั้นก้อไม่รู้จะไปถามใครกับสิ่งที่เค้าคิดขึ้นมา..
“คนบางคนก็แค่คิดได้…แต่ทำไม่ได้!!
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ ^^
December 12th, 2007 at 14:21 น.
ลบทำไมล่ะท่าน พิมพ์ตั้งนาน แหมพอพูดตรงประเด็นแทงลิ้นปี่เข้าให้ก็ลบเลยนะท่าน เป็นกลางหน่อยสิ ลบไปไม่รู้เท่าไรแล้วมั้งเนี่ยไอ้ข้อความที่ไม่ใช่ฝ่ายตัวเองนะ
ขี้ขลาดนี่
ถ้างั้นก็ไม่ลบให้หมดซะเลยล่ะท่าน
ใจแคบนี่
กล้าสู้ความจริงหน่อยสิ ผมไม่ได้พูดคำหยาบด้วยซ้ำ ไม่ได้ทำผิดกฎแต่ท่านสิ หน้าไม่อาย ลบทำไม แน่จริงลบอีกนะจะอาคาตไปตลอด แล้วคุณจะรู้สึกว่ามีคนตามจองเวรอยู่
โกรธนะเนี่ย ถึงพูดแบบนี้
December 12th, 2007 at 14:44 น.
ต่อไปจะพูดถึงเรื่อง Motivation ครับ
ที่มีความจำเป็นและสำคัญกับธุรกิจ MLM จุดประสงค์เพื่อเป็นการดึงดูดหรือจูงใจให้Downlineยังคงยืนหยัดและมีกำลังที่จะทำธุรกิจต่อไปครับ เพราะเมื่อออกไปทำงานเยอะอุปสรรคก้อจะเยอะตามไปด้วยครับ ต้องทนรับแรงเสียดสี คำดูถูกจากคนที่ปฎิเสธและเข้าใจธุรกิจนี้แบบผิดๆอยู่ครับ นี่แหละครับเสมือนว่าเค้าจ่ายค่าจ้างเราในฐานะ ที่หัวใจคุณเข็มแข็ง และทักษะในการอธิบายที่ดีของคุณ(ค่าที่คุณสอนให้คนอื่นจับปลาเป็น) ..ซึ่งตรงนี้จากงานประจำก้อมีครับ เพียงแต่ว่ามันอยู่ในรูปของเงินเดือนค่าจ้าง และคำตำหนิติเตียนจากหัวหน้างาน มันถึงรั้งคนที่ทำงานประจำ/ลูกจ้าง อยู่ได้
แต่ของAmway รวมทั้งที่อื่น ไม่ได้มีเงินจ้างเพื่อรั้งคุณให้อยู่ต่อ(ในช่วงแรก) จะเลิกไปเมื่อไหร่ก้อได้ทันที เพราะมันเป็น Your own business แต่ทำงานเป็นทีม การให้กำลังใจกันนั้นเป็นเรื่องธรรดา ….เพราะทหารก่อนจะออกรบ จากที่ดูหนังหลายๆเรื่อง แม่ทัพก้อจะต้องออกมาปลุกระดม สร้างกำลังใจ เน้นย้ำเรื่องเป้าหมายให้ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนที่จะออกไปเผชิญอุปสรรคข้างนอกนั่น ..ช่วยพัฒนาให้เรามีภาวะผู้นำ นี่แหละครับเป็นความสวยงามอีกมิติหนึ่งของธุรกิจMLMที่คนภายนอกไม่สามารถรับรู้และสัมผัสได้…เคยได้ยินมั้ยครับ คำพูดที่ว่า “คนในไม่อยากออก คนนอกไม่อยากเข้า” ฟังดูแล้วมันเหมือนลัทธิมั้ยครับ..ใช่ครับถูกต้อง ยอมรับว่ามันก้อคือลัทธิๆนึงนั่นแหละ อยู่ที่ว่าจะมองในด้านลบหรือบวก ..ถ้ามันเป็นลัทธิที่ทำให้คนขี้เกียจไม่คิดอะไรกับชีวิตไปวันๆ กลายเป็นคนขยันและประสบความสำเร็จได้ แบบนี้จะยอมให้เค้าล้างสมองดีมั้ยครับ ..โตๆกันแล้ว คิดเองได้หมดแหละ ใครจะมาหลอกคุณได้เก่งๆกันทั้งนั้น
(ขอพูดถึงGDIหน่อยเด๋วจะน้อยใจ)
ผมว่าธุรกิจ GDI ก้อเหมือนกันจะต้องมี Upline(UL)ช่วยสอนช่วยให้กำลังใจเวลาชวนคนไม่ได้ ..ถ้าอยู่ในทีมงานที่ดีคุณก้อจะได้เรียนรู้ในจุดนี้ แต่โชคไม่ดีที่คุณจะไม่มีทางรู้ว่า UL คนนั้นดีหรือไม่ดีเพียงแค่ได้ฟังเค้าพูดเพียงครั้งเดียว…
สุดท้ายแล้วคนที่จะอยู่ในธุรกิจนี้จริงๆ ก้อจะมีเพียงแค่คนที่ตั้งใจจริงมีแรงขับดันจากภายในเท่านั้น อย่างที่ผมเคยบอกก้อคือ เราต้องการคนที่มีคุณสมบัติเหล่านั้น ซึ่งมีเพียงแค่5%บนโลก ดูได้จากจำนวนสมาชิกและผู้จัดจำหน่ายของคุณ Boy ที่ลงเอาไว้
ส่วนคนที่ไม่สนใจรึเลิกไปก้อจะกลายเป็นเพียงลูกค้า ที่อยากใช้ของดีๆ ด้วยเพราะคุณภาพของสินค้า แต่ถ้าเป็นสินค้าของGDIซึ่งก้อคือโดเมน.ws
ถ้ามันเป็นproduct ที่คนที่เลิกไปยังสามารถใช้งานได้อยู่มันก้อดีครับ ..แต่เพราะมันไม่ใช่แบบนั้น โอกาสทางธุรกิจ ที่จะมีรายได้อย่างต่อเนื่องจึงน้อยกว่า
December 12th, 2007 at 17:21 น.
เรียนคุณอ๋อย (คนเดียวกับลบทำไมล่ะท่าน)
ข้อความของคุณไม่ได้ถูกลบครับ แต่ซอฟท์แวร์ WordPress (ตัวที่ผมใช้เขียนบล็อกนี้) จะนำความคิดเห็นไปกองไว้ในถังก่อน แล้วผมถึงจะมา approve อีกทีครับ ที่เป็นแบบนี้ก็เพื่อป้องกัน bot ที่เที่ยวสแปมคอมเมนต์ตามบล็อกต่างๆ ครับ
ดังนั้น ทุกความคิดเห็นที่เข้ามา ผมจะ approve ออกมาหมดครับ ยกเว้นก็แต่พวกสแปมและพวกที่จงใจมาโปรโมทเว็บธุรกิจของตัวเอง
ความโกรธและความอาฆาตของคุณ ผมไม่ขอรับไว้นะครับ เพราะมันเกิดจากการที่คุณคิดเอาเองทั้งนั้นครับ
December 12th, 2007 at 17:28 น.
เรียนคุณ Nasa
คนที่ผมบอกว่าเลิกทำแอมเวย์ไปทำอย่างอื่นแล้วได้เงินล้าน ผมหมายถึงเขาไปทำ MLM ค่ายอื่นน่ะครับ ซึ่งก็เป็น Passive Income เช่นกันครับ ซึ่งเขาทำงานหนักไม่ต่างกับตอนทำแอมเวย์เลย แต่ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันครับ
December 13th, 2007 at 9:30 น.
ขอโทษครับที่ผมเข้าใจคุณผิด สำนึกผิดครับ ขอโทษจากใจครับคุณ MacroArt
December 14th, 2007 at 12:51 น.
อ่าน blog ของคุณ MacroArt ตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้เห็นภาพของธุรกิจ GDI เพิ่มมากขึ้นครับ
ยอมรับว่าตอนอ่านแผนธุรกิจจาก website ต่างๆ นั้น มองว่าเป็นธุรกิจที่น่าจะทำเงินให้เรา แต่พอได้มาอ่าน blog นี้ ก็ทำให้รู้ว่าเราควรมองอะไรที่เป็น 2 ด้าน (เหมือนเหรียญนั้นแหล่ะครับ) จากนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนคนนั้นเอง ผมจะไม่บอกว่าผมจะทำอย่างไรต่อไป แต่อยากให้ผู้อ่านใช้วิจารณญานของตัวเองดีกว่าครับ
ขอบคุณ คุณ MacroArtที่มี Blog ดีๆ แบบนี้นะครับ
December 14th, 2007 at 17:31 น.
เท่าที่อ่านมาท้งหมด ทุกความคิดเห็น มัน มีประโยชน์คะ งั้นลองมาดูความคิดเห็นของดิฉันบ้าง นะคะ
ตอนนี้ดิฉันทำงานนี้ หมายถึง GDI นะคะ มา 2 เดือน ยังไม่ได้เงินคืนมาซักบาท …มีคน ถามมาว่าจะทำต่อไปไหม จะไหวหรอ ขาดทุนนี่ … ดิฉันมีสองคำตอบคะ คือ ไม่ และ ทำ
ทำไม ละ …มีสองคำตอบเลย 555 ตลกแล้วคุณ
คุณอาจจะมองว่าตลก
แต่สำหรับดิฉัน มันเป็นการชั่งใจตัวเองมากกว่า เพราะมันเป็นเพียงคำถาม นี่คะ ไม่ใช่การตัดสินใจเลย…
สำหรับ คำตอบ ที่ว่า ไม่
อาจเป็นเพราะ เริ่มลังเล ว่า…เอ ไหนลองเริ่มงานแรก up line บอกว่าได้เงินตั้งแต่เริ่มทำหว่า นี่มัน 2 เดือนแล้วยังไม่ได้ซักบาทเลย
ใจที่คิดจะทำต่อมันเลยทรยศ กลายเป็นถอยดีกว่ามั้ง ยิ่งมาอ่านบทความของหลายคนที่ มอง GDI ในทางลบ ก็ย่งสนับสนุนความคำตอบ ไม่ทำ
คุณละคะ คิดแบบนี้หรือป่าว
ต่อไป คือ คำตอบที่บอกว่า ทำ
คุณอาจจะคิดว่า เอ เมื่อกี้ยัง ไม่ อยู่นี่
คะ เมื่อกี้ไม่ แต่ตอนนี้ คือ ความคิดอีกต้านที่จะทำต่อ
มาฟังเหผลกันดีกว่า
10$ หรือประมาณ 350 บาท (กันเผื่อขาดเผื่อเหลือ)
กับการลงทุนที่บางคนอาจมองว่ามันแพงเกินไป
ลองเทียบกับค่าโทรศัพท์ ในแต่ละเดือน คุณว่า มันเป็นไง
จริงอยู่ว่า 2 เดือนที่ทำมา ไม่ได้อะไรคืนมาเลย แต่มันก็มีข้อดีอยู่ในตัวของมันคะ เราไม่ต้อง ลางาน ต้อนที่อยากหยุดงานเอามาก ๆ เหนื่อยกับแล้ว เราไม่ต้องเร่ขายสินค้า ไม่ต้องรักษายอด ไม่ต้องซื้อสินค้าแข่งกับผลตอบแทน นึกจะทำเมื่อไรก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ
ปัญหาของหลายคน คือ เสีย ไป 350 ต้องได้กลับมา ภายในหนึ่งอาทิตย์ 3500 ถ้าคุณขยัน ก็ได้แน่นอนคะ แต่ ถ้าไม่ขยัน จะได้ยังไงละคะ ตอนสมัครแรก ๆ ดิฉันเป็นคนนึงละที่คิดว่าทำได้แน่ 3500 เพราะยังไม่รู้ถึงวิธีการทำงานแบบจิงของธุรกิจนี้ มั้งคะ พอได้ทำจริง ๆ ตอนแรกท้อนะ จะทำได้หรอ ไม่เห็นเหมือนที่ up line โม้ไว้เลย … ตอนนี้ 2 เดือน แล้ว เริ่มชินกับมัน GDI สอนให้ดฺฉันรู้ว่า ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน บวก กับ หัวใจ ระบบของธุรกิจนี้ สอนอะไรหลายอย่างคะ…
ตอนนี้ดิฉันยืนยันที่จะทำต่อ เพราะ เหตุผลเดิม ที่ดิฉันเข้ามาทำธุรกิจนี้คะ
“พิสูจน์ให้รู้ ดูให้เห็น ทำให้จริง” วันนี้เรายังไม่ได้เงินคืนมาซักบาท แต่พรุ่งนี้ยังมีคะ ไม่แน่ว่าอาจจะได้มากกว่าที่เสียไป
นักธุรกิจ ไม่มีใคร ไม่เคย พบกับ กำไร ขาดทุน เสมอตัว หรอกคะ
ทุกคน ได้พบแน่ อาจ ครบหมด โชคดีหน่อย พบแต่กำไร โชคร้ายหน่อย ก็ ขาดทุน ดีกว่าขาดทุนคือเสมอตัว ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็เดินต่อไปคะ อย่าถอย คนเราเกิมาทั้งทีนี่คะ ลองให้หมดทุกแบบ ชีวิตถึงจะมีรสชาติ…
ดิฉันเป็นนักศึกษา ปี 3 คณะบริหารธุรกิจ ของมหาลัยแห่งหนึ่ง เลยคิดไปว่า เอาน่า ถือซะว่า หาประสบการณ์ ระหว่างเรียน 350 แม้ว่ามันอาจซื้อข้าวได้หลายมื้อ แต่ก็ยังดีกว่า นั่งอยู่เฉย ๆ ไม่คิดจะทำอะไรเลย นอกจากแบมือขอเงินจาก พ่อ แม่ ….
มันเป็นเพียง…ความคิดเองเห็นของดิฉันเองนะ ถ้าไงช่วยวิจารย์ด้วยนะคะยินดีรับฟังทุกความคิดเห็น …จ้า…
December 15th, 2007 at 12:55 น.
ดีครับ มีจิตใจแน่วแน่และมั่นคงดีครับ
แต่ที่จริงเนื้อหาที่คุณ MacroArt นำเสนอในเวปนี้มิได้เจตนาห้ามผู้ใดทำธุรกิจนี้ทั้งสิ้น และมิได้มองธุรกิจนี้ในทางลบเลย แต่มองในสิ่งที่เป็นความจริงล้วนๆ และให้หลายๆคนลองมาพิจารณาดู ก่อนที่จะลงมือทำหรือทำไปแล้วก็ตาม
การทำธุรกิจใดๆก็ตามต้องมี ต้นทุน กำไร ขาดทุน ถูกต้องครับ
ผมไม่ขอเอ่ยถึงเท่าทุนนะครับ เพราะถ้าทำแล้วมันเท่าทุนจะทำไปทำไม?
ลงทุนแค่ 350บาทต่อเดือน หลายคนบอกว่าจิ๊บจ๊อยครับ
แสดงว่าคุณยังไม่มีหัวใจของนักธุรกิจเลย
สมมุติว่าลงทุนเปิดร้านอาหารด้วยเงิน 350บาท ในแต่ละเดือน
ในเดือนแรกคุณไม่สามารถขายอาหารได้ซักจาน แต่คุณยังคิดว่าเดี๋ยวก็ต้องมีคนกิน ทนเปิดร้านต่อไปโดยลงทุนทุกเดือนเดือนละ 350บาท
เข้าสู่เดือนที่ 3คุณเริ่มขายอาหารได้ เริ่มมีเงินกลับคืน
ผ่านไป 5เดือน เริ่มคืนทุน ผ่านไป 7เดือนคุณได้กำไร
สิ่งที่ผมสมมุติเป็นจริงได้…เพราะอะไร?
ก็จะกลับมาที่เรื่อง “สินค้า” อีกนั่นแหล่ะ
อาหารเป็นสิ่งที่ “มนุษย์ต้องการ” อยู่แล้ว…ยังไงคุณก็ขายได้
แม้ใน2-3เดือนแรกจะขายไม่ได้เลยก็ตาม
ก็ลองคิดเปรียบเทียบกันเอาเองนะครับ เพราะมันก็จะวนกลับไปยังบทความต้นๆอยู่ดี
และอีกอย่าง
350 บาท/เดือน ถ้า 10คน เป็นเงิน 3,500 บาท/เดือน
ถ้า 100คน เป็นเงิน 35,000 บาท/เดือน
ถ้า 1000คน เป็นเงิน 350,000 บาท/เดือน
แสดงว่า เงินไทยไหลออกนอก 175,000 บาท/เดือน
อีกครึ่งนึงก็จะเป็นค่าโบนัส อยู่ในประเทศไทย
คิดแบบรวมๆหน่อยก็จะดีครับ สังคมจะได้ดีขึ้น
December 15th, 2007 at 13:25 น.
เห้อเห็นแล้วเหนือยแทนนะ คนเรามีสมอง มีความคิดเป้นของตัวเองครับ อย่าให้คนอื่นมาจูงจมูกครับ เชื่อตัวเองดีที่สุดครับ เชื่อว่าทำแล้วได้เงินก็ทำครับ เชื่อว่าโดนหลอกก็ไม่ต้องทำครับ
คนเรานะครับ ถ้าเชื่อคนง่ายมักจะโดนหลอก แต่ถ้าไม่เชื่อใครเลยก็มักเสียโอกาสครับ คิดให้ดี อนาคตอยู่ที่ตัวคุณครับ ขอให้เชื่อตัวเองครับ ถ้าคิดว่าลงทุนแล้วมันไม่คุ้มคุณก้ไม่ต้องทำมาหากินครับ อยู่บ้านเฉยๆ นอนรอให้คนหาข้าวหาน้ำมาให้ทานแล้วกันครับ โอเค ผมพูดแค่นี้คงเข้าใจนะครับ
ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ และฟรี นอกจากอีเมลล์ฟรีของhotmail ; yahoo ครับ
December 15th, 2007 at 14:17 น.
ถ้าคิดว่าลงทุนแล้วไม่คุ้ม ก็ไม่ต้องถึงกับอยู่บ้านเฉยๆ รอคนป้อนข้าวป้อนน้ำก็ได้นะครับ เพราะความเป็นจริงแล้วมีการลงทุนอีกเยอะแยะมากมายในโลกนี้ที่ make sense กว่า GDI
เป็นความจริงที่ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ทุกอย่างล้วนมีต้นทุน อาจจะเป็นต้นทุนเรื่องเงิน เรื่องเวลา เรื่องค่าเสียโอกาส แต่ถามว่าเมื่อคุณจ่ายออกไปแล้ว สิ่งที่คุณได้รับกลับมามันคุ้มค่าหรือเปล่า?
ผมใช้คำว่า ‘คุ้มค่า’ นะครับ ไม่ใช่ ‘คุ้มทุน’
แต่บางคนที่ทำ GDI แล้วพบว่าทั้งไม่คุ้มค่าและไม่คุ้มทุน แต่ก็ยังทำต่อไป ผมคงไปห้ามไม่ให้ทำหรือไปจูงจมูกไม่ได้หรอกครับ แต่ที่แน่ๆ ถ้าผมทำ GDI และมีดาวน์ไลน์ที่ดันทุรังทำต่อทั้งที่ไม่คุ้มแบบนี้ ผมรักตายเลย และผมจะจูงจมูกดาวน์ไลน์ผมให้จ่ายเดือนละ $10 ต่อไปเรื่อยๆ ด้วย
December 16th, 2007 at 4:55 น.
ผมขอขอบคุณทุกความคิด ที่เขียนไว้ให้ผมมีโอกาสได้อ่านครับ ได้เห็นทั้งสองด้าน
ของธุรกิจนี้ GDI ซึ่งผมกับเพื่อนๆหลายคน รอ e-web card อย ู่เตรียมจะสมัคร
แต่เมื่ออ่านแล้ว ก็ได้ข้อมูลให้ไต่รตรองมากขึ้น เกิดสนึก ความเป็นคนไทยใต้ร่มพระบารมีอย่างปัจจุบัน มีสติขึ้น เพื่อนที่เป็นคนต้นคิดก็บอกว่า เพื่อนท่านใหนจะเป็นเครื่องมือขนเงินในบ้านไทยให้ต่างชาติบ้าง พวกเราเงียบ แล้วก็ส่ายหน้า เราอยากจะ บอกว่า คุณ MacroArt เป็นผู้กล้าในทางที่ถูกจะได้หรือเปล่า
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับแนวทางทำงานอื่นๆที่คุณ MacroArt ได้ตอบไว้ในกระทู้ จากคนรุ่นใหม่
December 17th, 2007 at 0:09 น.
ขอขอบคุณนะคะ สำหรับบทความดีๆแบบนี้ เข้าใจดีมากเลยคะ
December 17th, 2007 at 4:31 น.
http://torakhong.org/kratoo.php?t=12426
แจ้งเตือน การหลอกลวง สารพัน แชร์ลูกโซ่
2. หากได้รับสินค้าจากการลงทุนทำธุรกิจแชร์ แต่สินค้าที่ได้มาในการลงทุนไม่คุ้มกับจำนวนเงินที่ต้องเสียไป เช่น การฉ้อโกงธุรกิจแชร์น้ำมันเครื่อง หรือธุรกิจแชร์อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ จะถูกหลอกให้ร่วมลงทุน แล้วต้องหาลูกค้ารายอื่นๆ เข้ามาร่วมลงทุนต่อๆกันไป โดยแต่ละรายต้องลงทุนไปจำนวนเงิน 20,000 บาท แต่ได้สินค้าตอบแทนมาเพียง อุปกรณ์ล้างรถ และกระป๋องน้ำยาขัดรถ ราคารวมประมาณ 1,500 บาทเมื่อพิจารณาจะเห็นได้ทันทีว่า ไม่คุ้มกับจำนวนเงินที่ชำระไป ซึ่งการกระทำโดยการให้สิ่งตอบแทนที่ไม่คุ้มกับราคานี้ เป็นเพียงการหลีกเลี่ยงกฎหมาย ให้มีลักษณะดูเสมือนว่าเป็นการซื้อขายกันจริงเท่านั้น
3. ในกรณีการชักชวนทำธุรกิจที่ไม่มีสินค้า แต่แอบแฝงมาในรูปแบบของบริการหรือมีลักษณะ ที่ไม่เป็นรูปธรรม จับต้องไม่ได้ เช่น ชักชวนลงทุนทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่ในจัดทำเว็บไซต์ โดยจะมีการชักชวนประชาชนว่าเป็นการเข้าไปสมัครเช่า Hosting และทำธุรกิจโดยการให้เช่าพื้นที่ในการจัดทำเว็บไซต์ในลักษณะเช่าต่อๆกันไปหลายราย ดูเสมือนว่า มีการซื้อขายของกันจริง แต่ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในด้านคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป จะทราบดีว่าการเปิดเว็บไซต์ในแต่ละเว็บไซต์จะมีค่าใช้จ่ายน้อยมาก ฟรีเว็บไซต์เลยก็มี และเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ที่ทำการเปิดแทบที่จะมีค่าน้อยหรือไม่มีค่าใดๆเลย และที่สำคัญคนที่ต้องการจะจัดทำเว็บไซต์ จริงๆแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องมาขอเช่าพื้นที่จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวแต่อย่างใด
ด้วยความปรารถดี
พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน
ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI กระทรวงยุติธรรม
***
หลายคนบอกว่าถ้าเป็นธุรกิจถูกกฎหมายก็จะทำต่อไป แต่ตอนนี้มีตำรวจจาก DSI ออกมาแจ้งเตือนแล้วนะครับ ใครที่ยังโฆษณาชักชวนคนอื่นให้ทำ GDI อยู่ ผมว่ารีบหยุดดีกว่า ถ้าตำรวจเข้ามาสืบจับผู้ที่โฆษณาจริงๆ แล้วจะซวยเอาครับ
December 17th, 2007 at 11:21 น.
เปิดกระทู้ Herbalife มั่งจิเวลาจะหาข้อมูลมันไม่มีบล็อกแบบนี้แถมมีคนโดนเดือดร้อนหนักกว่าไม่รู้กี่เท่าเพราะมันไม่รู้จะไปหาข้อมูลที่ไหนมีแต่กระทู้ที่ข้อมูลกระจัดกระจาย GDI 350 Herbalife 30000+ มะเกี่ยวกันแต่ก็ขอความกรุณาด้วย (เพื่อเป็นข้อมูลของๆคนที่กำลังจะเสียเงินก้อน)
December 17th, 2007 at 11:29 น.
หรือ WGR ก็ดีนะครับ 450 บาทต่อเดือนแล้วมันก็ชวนคนเหมือนกันของ .com ซะด้วย ปกติเช่าปีละ 300-400เองไม่ใช่หรอมีคนชวนอยากได้ข้อมูลมากเลย ขอบคุณครับ
December 17th, 2007 at 13:03 น.
Herbalife ถูกเขียนถึงในพันทิปมานานหลายปีแล้วเหมือนกันครับ ส่วนตัวผมไม่เคยไปฟังรายละเอียด ก็เลยไม่มีข้อมูลมาเขียนครับ
เรื่องที่ต้องจ่าย 30,000 บาท (แต่ผมเคยได้ยินบางคนบอกว่า 80,000 บาท) ถ้าผู้จ่ายได้รับสินค้าที่คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป แบบนี้ก็คงไม่ผิดอะไรครับ (ผมไม่รู้ว่าจ่าย 30,000 บาทแล้วได้รับอะไรบ้าง?) แต่ต้องย้ำว่าถ้าใครคิดว่าจ่าย 30,000 บาทแล้วเอาของไปปล่อยขายอีกที ผมว่าคงยากครับ ต้องคิดซะว่าจ่ายเพื่อซื้อใช้เองบริโภคเอง
จะมีก็แต่เรื่องที่น่ารำคาญของวิธีการทำธุรกิจที่ชอบส่ง spam mail ซึ่งหลังๆ มานี้ผมว่าลดลงกว่าแต่ก่อนเยอะเหมือนกันครับ
เรื่อง WGR ผมก็ไม่รู้รายละเอียดว่า hosting ของเขาเป็นยังไง ให้พื้นที่แค่ไหน bandwidth เท่าไหร่ ใช้ PHP/MySQL ได้มั้ย ฯลฯ คือถ้า WGR มีฟีเจอร์เทียบเท่ากับ web hosting รายอื่นๆ ผมว่าราคา 450 บาทต่อเดือนก็ถือว่าสมเหตุสมผลครับ แต่ถ้าเขาขายแค่โดเมนกับบริการทำเว็บแบบง่ายๆ เหมือน GDI แบบนี้ก็ถือว่าไม่คุ้มครับ
December 17th, 2007 at 13:23 น.
เข้ามาอ่าน เอาความรู้ แห่ะๆ เจ้าของบล๊อกน่ารักที่ซู๊ดดด
December 17th, 2007 at 14:41 น.
ใช่ครับ…ธุรกิจมันอยู่รอบๆ ตัวเราเสมอ ทุกคนมีความคิดเป็นของตนเอง…แต่ผมอยากจะเตือนว่า หากคุณคิดจะทำธุรกิจอะไร ขอให้ศึกษาหรือไตร่ตรองไว้ก่อน อย่าด่วนตัดสินใจลงเงินไป หากทุกอย่างมีหลักฐาน ถูกต้องตามกฏหมาย ทำแล้วเงินไม่ไหลออกนอกประเทศหรือขายบ้านขายเมือง จนทำให้บ้านเมืองล้มจม ก็ทำไปเถอะครับ ไม่มีใครเค้าว่าอะไรคุณ ทุกวันนี้สังคมมันเปลี่ยนไป คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น เห็นผิดเป็นถูก…ถูกเป็นผิด เห็นว่าคนที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่มีเงินมาก คนที่ไม่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินน้อย ช่วยๆ กันเตือนครับ คนไทยด้วยกัน คนไทยชอบหลอกพวกเดียวกันก็มีเยอะ ดูอย่างทาง DSI กำลังเตือน…พวกเราก็ฟังกันไว้บ้าง และขอขอบคุณท่านผู้มีความรู้ทุกท่าน ที่มอบสิ่งดีๆ ไว้ให้ศึกษาครับ ตอนนี้ไม่มีอะไรดีเท่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงของเราหรอกครับ อยากมีต้องเก็บออมครับ ผมเบื่อหน่ายกับการโดนหลอกเต็มที…ครับพี่น้อง ยังไงก็ช่วยทาง DSI ประชาสัมพันธ์กันด้วยครับ จะได้เป็นหูเป็นตา…ให้กับทางเจ้าหน้าที่บ้าง สังคมบ้านเราจะได้สูงขึ้นกว่านี้
December 17th, 2007 at 17:19 น.
ขอบคุณ สำหรับทุกความคิดเห็น ที่ช่วยวิจารย์ จ้า ดีจัง
ดิฉัน เริ่มมองเห็นความสำเร็จที่วางไว้ก่อนเริ่มทำงาน ของ GDI แล้วละ
คือ เข้ามา พิสูจน์ ให้รู้ แจ้งเห็นจริง ว่า GDI กับ WBS ทำงาน ยังไง
และเพื่ออะไร มีข้อมูลทำรายงานชีวิตเยอะเลยคะ
ต้องขอชมเจ้าของเว็บนะ เยี่ยมจริง ๆๆ
**ป.ล. ดิฉันไม่เคยส่งเมลล์ชวนใครทำธุรกิจ GDI เลย ซักที แล้วดิฉันจะได้เงินคืนมาได้อย่างไรละคะ …55**
ก็เข้ามาพิสูจน์และเรียนรู้เท่านั้น ถึงเป็นแค่นักศึกษา ไม่ฉลาดจน ได้ เกรดเฉลี่ย 4 ตลอด ก็ไม่ขายชาติหรอกคะ เค้าเอาเปรียบเรา ตั้งเยอะ
350 บาท เก็บจากเรา ให้เรากลับมาแค่ 35 บาท มันน่า….ไหมละ
เราจะเอาเงินตั้งมากมายนั้นมาทำอะไรละคะ มีเงินเยอะ…ขนาดนั้นมันทำให้ คุณ มีความสุขนักหรือ ไงคะ…
ความสุขมันอยู่ที่ใจ ไม่ใช่เงิน พอใจในสิ่งที่มี พอเพียงในสิ่งที่ได้ ความสุขใจจะไปไหนเสียละคะ….
December 17th, 2007 at 22:58 น.
แล้วธุรกิจมาใหม่อีกตัวหละคับ ที่เค้าบอกว่าคร้ายกับ GDi แต่ว่าทำง่ายกว่ามาก ผมเห็นเค้าวิเคราะห์ ข้อแตกต่างระหว่าง ธุรกิจ GDI กับธุรกิจ webgetrich ซึ่งเป็นธุรกิจมาใหม่ อยากจะทราบว่าที่เค้า วิเคราะห์เอาไว้มันถูกจริงหลอคับ มันแย่เหมือนๆ gdi รึป่าว ตอนนี้คนที่ทำ gdi กำลังทยอย ไปทำ webgetrich ผมรู้สึกนะคับ
webgetrichs.blogspot.com (เพื่อนๆคนใหนพอมีความรู้ก็ช่วยกันเข้าไปแถลงใขนะคับ เพื่อ หู ตา ของทุกคนจะได้สว่างขึ้น) หรือ webgetrich อาจจะดีจริง ?
December 18th, 2007 at 0:40 น.
ผมว่าเลิกโต้เถียงกันเถอะนะครับ สุดท้ายมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา สังเกตดูสิครับ สุดท้าย คนเสนอประเด็น ก็เป็นแค่คนไร้สาระคนนึง ที่ไม่มีอะไรทำ นานาจิตตัง สรุปแล้ว ทุกธุรกิจมีดีและมีเสียหมด อยู่ที่ว่าคุณจะเลือกทำ หรือมองผ่านโอกาสนี้ไป แล้วรอกลับมาทำโอกาสหน้า ตอนที่คนอื่นทำทำกันไปไกล ข้ามโลก แล้วก็เท่านั้น มีคน 3 ประเภทครับ ที่ไม่ควรชวนมาลงทุนทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ คือ 1. คนขี้เกียจ 2. คนรู้มาก 3. คนคิดมาก ไปหล่ะครับ ไปทำธุรกิจต่อดีกว่า สนุกดี อยากบอกธุรกิจนี้มีความสวยงาม โอกาสยังมีอีกมาก สำหรับผู้แสวงหา อย่าอ้างอิงจากคน แค่คนเดียวพูดกับคุณเลยครับ เรียนหนังสือยังต้องอ้างหลายตำรา ทำธุรกิจก็ยิ่งต้องมากกว่านั้น คุณเชื่อหรือครับ ว่าคนที่เสนอประเด็นนี้ เข้าใจทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้หมด มันเป็นแค่ในทฤษฏีครับ ถ้าคุณไม่เชื่อ รออ่านดูต่อนะครับ เดี๋ยวเขาก็มาโต้แย้งบ้า ๆ บอ ๆ อีกครับ ปล่อยเขาไปตามยถากรรมเถอะครับ คนอยากอวดรู้น่ะครับ
December 18th, 2007 at 2:43 น.
แค่ประโยคที่คุณ Art ขึ้นต้นมาก็ผิดแล้วล่ะครับ ผมมองว่าการโต้เถียงอย่างมีเหตุมีผลนำมาซึ่งการพัฒนา ถ้าไปอ่านประวัติของ Google ก็จะรู้ว่าสองผู้ก่อตั้ง Google มีเรื่องถกเถียงกันตลอด ซึ่งทำให้ Google ได้รับการพัฒนามาจนถึงทุกวันนี้
ส่วนการโต้เถียงในบล็อกนี้ช่วยพัฒนาความรู้และเปิดมุมมองอีกด้านของธุรกิจ GDI ให้กับคนที่เคยรับแต่มุมมองด้านเดียวจากเว็บไซต์และคลิปวิดีโอเชิญชวนให้ร่วมทำธุรกิจ แต่ไม่เคยได้ฉุกคิดถึงเหตุผลของการจ่ายเงินมาก่อน
ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมาทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคนทำธุรกิจ GDI จะต้องไม่ชอบ และจะต้องโดนคนทำ GDI เข้ามาโพสต์เพื่อ de-edify อย่างที่คุณ Art ทำแน่นอน ที่ผมรู้อยู่แล้วก็เพราะว่าเคยเห็นมาก่อนแล้วที่คนทำ MLM จะต้อง de-edify คนนอกองค์กร ทั้งนี้เพื่อปกป้องทัศนคติของดาวน์ไลน์ในองค์กร ไม่ให้ดาวน์ไลน์ออกจากธุรกิจไป
แต่ที่ผมยอมถูก de-edify แบบนี้ก็เพราะว่าผมมองภาพในระดับ macro ภาพที่ผมเห็นคือเงินบาทที่ไหลออกไปเป็นจำนวนมากเพื่อแลกกับสิ่งที่ไม่คุ้มค่าเอาเลย ถ้าคุณจะชวนฝรั่งทำ GDI ก็ชวนไปเถอะครับ ฝรั่งมันจะโง่จ่ายเดือนละ $10 ก็ช่างมัน (ฝรั่งอ่านบล็อกผมไม่รู้เรื่องด้วย) แต่อย่ามาหลอกเอาเงินกับคนไทยด้วยกันเลย
ใครที่เป็นดาวน์ไลน์คุณ Art ผมแนะนำว่าให้เชื่อคำพูดคุณ Art ที่บอกว่า “อย่าอ้างอิงจากคนแค่คนเดียว” นั่นก็คืออย่าอ่านเฉพาะบล็อกนี้ และอย่าฟังเฉพาะคุณ Art เพียงคนเดียว แต่ลองออกจากโลกของ GDI และค้นหาให้มากขึ้น แล้วคุณจะพบว่าโลกนี้มีอะไรน่าสนใจกว่า GDI เยอะครับ
ผมไม่ใช่คนที่เข้าใจทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้หมด (คนที่เข้าใจได้หมดคงมีแค่พระพุทธเจ้า) แต่อย่างน้อยผมก็เข้าใจและอธิบายได้ว่า GDI ไม่ใช่ธุรกิจที่สวยงามอย่างที่หลายคนพยายามท่องว่ามันเป็น
December 18th, 2007 at 4:17 น.
โอ้ สวัสดีทุกท่านนะครับพอดีผมผ่านมาเนื่องจากเข้ามาห้าข้อมู่ลทางด้าน Affiliate แล้วเผอิญเหลือบไปเห็นพอดี หลังจากอ่านจนหมดจึงขอเข้ามาแสดงความคิดเห็นนะครับ
ทั้งนี้ผมสนับสนุนในทาง network maketing เป็นอย่างมากนะครับ ซึ่งธุรกิจประเภทนี้สามารถทำเงินได้มากมายให้แก “เจ้าของธุรกิจ” เป็นอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าสินค้าไม่จำเป็นต้องมีคุณภาพ เพียงแต่ “สินค้าต้องตีตลาดได้ หรือมีตลาดรองรับ” ยกตัวอย่างในหนังสือ rich dad serie ของ นาย R.K. นะครับเค้าอ้างถึง Mc D. ที่สามารถทำรายได้มากมาย ทั้งๆที่ คนอเมริกาส่วนใหญ่ทำแฮมเบอเกอร์ อร่อยกว่า Mc D. ทั้งนั้น(ซึ่งจริงเจ้าของแกเค้าบอกเค้าไม่ได้ขายแฮมเบอเกอร์ แต่เค้าลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์) ทางด้าน amway ก็เช่นกันครับ สินค้าของเค้าบางชนิดต้องบอกว่ามีคุณภาพในระดับโลกและมีความต้องการจากลูกค้าในระดับที่ดี รวมทั้งมี brand loyalty ในระดับที่สูง นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ amway ประสบความสำเร็จ เนื่องจากยังคงมีผู้บริโภคสินค้าอยู่
ทีนี้ในธุรกิจ GDI แน่นอนความคุ้มค่าของสินค้านั้นน้อยมากจริงๆ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่นๆ
และถ้าไม่นับทางด้านความแตกต่างระหว่างชื่อ .com หรือ .ws ก็เหมือนซื้อสินค้ายี่ห้อเดียวกัน ประเภทเดียวกัน แต่ดันเสียตังแพงกว่า
และถ้านับทางด้านความแตกต่างระหว่างชื่อ .com และ .ws ผมคิดว่ามีคนน้อยพอสมควรที่รู้จัก .ws (ผมเพิ่งมารู้วันนี้เนี่ยแหละ – -) ฉะนั้นผมคิดว่าผู้ใช้ internet ทั่วๆ ไป น่าจะรู้จักและนิยมกับ .com มากกว่า ซึ่งผมก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่จำนามสกุลไม่ได้ใส่ .com ไปก่อนละกัน หรือถ้าจะให้เปรียบง่ายๆถ้าผมใช้ .com ก็เหมือนผมซื้อรถยนต์แบรนด์ที่ได้ยินบ่อยๆ ford,bmw,honda,toyota,poche และอื่นๆ ถ้าผมใช้ .ws ผมก็ได้รถยนต์ยี่ห้อแปลกๆ ที่ไม่ค่อยมีคนรุ้จัก และคุณภาพกระจอกกว่า รถยนต์แบรนด์ที่ได้ยินบ่อยๆ
“เท่ แต่ไม่ค่อยฉลาด” ฉะนั้นผมจึงคิดว่าเป็นการยากในการหากลุ่มผู้บริโภคสินค้าจริงๆ จาก GDI ยกเว้นในกรณีที่สินค้านั้นเท่าเทียมหรือดีกว่าจากผู้ให้บริการปรกติ
ทีนี้เรามาลองด้านการลงทุนดูบ้าง โดยเฉพาะคุณ cyber ซึ่งผมขอแนะนำข้อความดีๆ ข้อความหนึ่งโดยคุณ davinci จากเว็บ
http://www.oknation.net/blog/davinci/2007/11/07/entry-1
“คุณคิดว่าถ้าคุณเก็บเงินวันละ 1 บาท ทุกวัน ครบ 1 ปี คุณเอาไปลงทุนที่ให้ผลตอบแทน 10% (มีอยู่ดาดดื่นมากมาย) ทำอย่างนี้เรื่อยๆ คุณคิดว่าเงินของคุณจะเพิ่มขึ้นไปเท่าไหร่ในอีก 20 ปี ข้างหน้า
คำตอบ 22,996 บาท (เงินเก็บจริง 7,300 บาท)
คุณจะเห็นว่ามันเพิ่มขึ้นมหาศาลจากเงินที่คุณเก็บไว้จริง ซึ่งนั่นเป็นจากอัตราดอกเบี้ยทบต้นนั่นเอง
จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณลดน้ำอัดลมลงวันละ 1 กระป๋อง (14บาท) แล้วนำไปลงทุนผลตอบแทน 10%
321,943 บาท ใน 20 ปี และ 2,487,813 บาท ใน 40 ปี
นั่นคือผลลัพธ์จากการไม่ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น และนำเงินก้อนเดียวกันนั้นไปสร้างผลตอบแทน”
ฉะนั้นเข้าเรื่องของเราบ้างนะครับถ้าเราใช้ 350 ต่อเดือนไปลงทุนที่ให้ค่าตอบแทน 10% ต่อปี
ใน 20 ปีคุณจะได้เงินเท่ากับ 264,610 บาทโดยมีเงินต้นที่ 84,000 บาท
ใน 40 ปีคุณจะได้เงินเท่ากับ 2,044,778 บาทโดยเป็นเงินต้น 168,000 บาทครับ
(ในที่นี้ถ้าปีถัดไปคุณไม่เพิ่มเงินในการลงทุน คุณก็จะได้ผลตอบแทนเท่าเดิมเช่นในปีที่ 41 คุณไม่ขอเพิ่มเงินลงทุน คุณก็จะได้รับค่าตอบแทน2,044,778 ในปีที่ 41 42 43 เรื่อยๆ)
เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ โดยที่คุณไม่ต้องลงแรงในการหา downline หรือพยายามโฆษณาเลย เพียงแค่คุณมีความรู้ทางด้านการลงทุนดีพอ(และการลงทุนโดยปราศจากความรู้ มีความเสี่ยงนะครับ)
แต่ยังไงก็ตามนะครับการลงทุนทางด้าน network maketing นั้นดีมากครับ แต่เฉพาะกับเจ้าของเท่านั้นนะครับ เพราะเค้าแค่รอรับเงินจากการที่คุณไปขายของและยังขยับขยายได้ง่ายจากการให้คุณไปชักชวนสมาชิกมาให้ใช้หรือมาเป็น downline เท่านั้นเองครับ
ในกรณี .ws ผมอยากรู้ว่าจะมีซักกี่คนมาใช้สินค้าเค้าจริงๆ โดยไม่คิดจะต่อไลน์ลงไป ก็คงประมาณต้องรายใหญ่ประมาณ google หละมั้ง – -” ขอทุกนามสกุล
ฉะนั้นผมว่าไม่ควรจะเสียเวลากับ GDI จนกว่าสินค้าที่ให้บริการจะมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจและพอเหมาะกับราคาสำหรับบุคคลทั่วไป
December 18th, 2007 at 4:22 น.
โอ๊ะ มีผิดนิดนึง
“คุณก็จะได้รับค่าตอบแทน2,044,778 ในปีที่ 41 42 43 เรื่อยๆ)”
ตรงนี้ผมหมายถึง 10% จาก 2,044,778 นะครับ พิมตกครับ = =”
December 18th, 2007 at 10:27 น.
ไม่น่าเชื่อนะครับ
รายละเอียดและข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจนี้ มียาวเหยียดจนถึงขนาดนี้
ยังมีบุคคลขึ้นมาอ้าง และเถียงแบบข้างๆคูๆ
ทั้งที่เหตุผลทุกอย่างก็ชัดเจนและเป็นจริง
ถ้าคิดจะทำธุรกิจโดยใช้ “สัญชาตญาณของลูกจ้าง” ผมว่าอย่าทำดีกว่า
เป็นอย่างไรน่ะเหรอ ก็เวลาสมัครงานจะดูเงินเดือนเป็นหลัก
ที่ไหนให้เงินเดือนดีก็สมัคร แต่ไม่เคยสนใจหรอกว่าเอาเงินที่ไหนมาจ่ายเรา
หรือบริษัทหาเงินมาอย่างไร
ถ้าจะทำธุรกิจคุณจะมองแค่นั้นไม่ได้เลย คุณต้องมองรายละเอียดต่างๆ
ให้ชัดเจน สิ่งสำคัญของธุรกิจมีหลายปัจจัย แต่ผมก็ยังยก “สินค้า”
เป็นสิ่งที่จะต้องพิจารณา ในอันดับต้นๆครับ
จะเป็นนักธุรกิจต้องมีคำว่า “วิสัยทัศน์”ครับ ไม่ใช่ “ทัศนวิสัย”
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่เข้าใจทุกอย่างบนโลกนี้
แต่ก็พยายามเรียนรู้เพื่อเข้าใจ
“ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน” ยังเข้าใจยากกว่าธุรกิจนี้ด้วยซ้ำ
December 18th, 2007 at 16:22 น.
MLM ที่ดี สินค้าจะต้องคุ้มค่ากับราคาครับ
December 18th, 2007 at 17:17 น.
เรียนคุณ tinny นะครับ
ถ้าพิจารณาจาก Bible แล้วเนี่ย ผมขอตอบว่าไก่เกิดก่อนครับ เพราะพระเจ้าสร้างสิ่งที่มีชีวิตขึ้นมาก่อน แล้วค่อยให้เกิดลูกเกิดหลานต่อไป ^_^
ทีนี้ ขอพูดกับคุณ MacroArt บ้างนะครับ
ผมขอถาม
1.มีคนเขียนข้างบนว่า “เมื่อถึงจุดอิ่มตัว ทางบริษัท GDI ก็อาจจะปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้องค์กรคงอยู่ได้” แล้วคุณถามกลับไปว่า “แล้วทำไมทาง GDI ถึงไม่ปรับเปลี่ยนตั้งแต่ตอนนี้” แล้วทำไม GDI ต้องปรับเปลี่ยนต้งแต่ตอนนี้ด้วยล่ะครับ? บางทีแผนการตลาดของเขาอาจจะมีช่วงเวลาในการเปลี่ยนก็ได้ บางทีการที่แผนการตลาดเป็นแบบนี้ในปัจจุบันก็อาจจะส่งผลดีในปัจจุบัน ถ้ารีบเปลี่ยนตอนนี้ก็อาจจะทำให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างไม่ดีที่สุดก็เป็นได้
2.โดเมน .com จ่ายถูกกว่าจริง แต่มันใช้ทำธุรกิจแบบนี้ได้ไหมครับ? การที่ .ws เก็บเงินที่ 10$ ต่อเดือน รายได้เกินครึ่งก็เอาให้กับผู้บริโภคไม่ใช่หรือครับ
3.ที่คุณกล่าวว่า “GDI เก็บเงินไม่สมกับคุณค่าของสินค้า” ถ้า GDI เก็บเงินน้อยกว่านี้ เช่นเดือนละ 10 บาท แล้วคนที่ทำธุรกิจนี้จะได้เงินมากขนาดไหนกัน ถ้าสมมติว่าเดือนนี้ผมมีดาวน์ไลน์ 10 คน เงินที่ผมจะได้ก็คือ 100 บาท แล้วมันจะคุ้มค่ากับเวลาที่ทุ่มเทไปกับการทำงานไหมครับ ในทางกลับกัน ถ้า GDI เก็บเงินมากกว่านี้ ผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจก็อาจจะไม่มีเงินจ่ายก็ได้ บางทีการที่ GDI เก็บ 10$ ก็อาจจะเป็นค่าที่ GDI คำนวนทางสถิติไว้แล้วก็ได้ว่ามันจะคุ้มค่ากับการทำธุรกิจ ตกลงว่า GDI เก็บแพงเกินไปไหมครับ?
4.GDI ผิดกฎหมายไหมครับ?
5.คุณเข้าใจคำว่า “ธุรกิจเครือข่าย” เป็นอย่างดีแล้วใช่มั้ยครับ? คุณถึงได้กล้าตัดสินใจเขียนกระทู้นี้ขึ้นมา
6.ที่คุณบอกว่า “ธุรกิจ GDI ทำให้เงินออกนอกประเทศ” คุณคิดรวมไปถึง Lotus,Carrefour,Amway,Giffarine,Lacoste,Camel,Louis Victon,Dior,ฯลฯ ที่เป็นของต่างประเทศแล้วใช่มั้ยครับ?
7.คุณศึกษาและมองธุรกิจ GDI อย่างถี่ถ้วนและทุกด้านแล้วใช้มั้ยครับ ขอย้ำว่า คุณมองทุกด้านแล้วใช่มั้ยครับ? คุณถึงได้กล้าเขียนออกมาให้คนอื่นมองธุรกิจ GDI แบบนี้ คุณมองถึงวิสัยทัศน์ อนาคต และสิ่งอื่น ๆ แล้วใช่มั้ยครับ? ถ้าตุณตอบว่าทั้งหมด ผมจะได้เขียนข้อโต้แย้งไว้ในบทความต่อไป
8.ที่คุณบอกว่า “ที่ google จด .ws ไว้ด้วยเพราะ google เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก จึงต้องจดไว้ทุก ๆ โดเมน” แสดงว่า google ที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกก็ยอมรับโดเมน .ws ใช่มั้ยครับ?
9.ที่คุณตอบกลับคุณ reader ว่า “คุณ reader ควรจะกลับไปดูเว็บที่ชักชวนให้ทำธุรกิจ GDI นะครับว่าเว็บเหล่านั้นให้ข้อมูลด้านเดียว จริงหรือเปล่า? มีแต่เรื่องรวยบ้างล่ะ หาเงินทางเน็ตบ้างล่ะ จริงหรือเปล่า? มีแต่เอาคนที่ได้เงินเยอะๆ มาโชว์ แต่ไม่พูดถึงคนที่เสียเงินฟรีเลย จริงหรือเปล่า?” แล้วมีธุรกิจไหนที่ไม่มีคนล้มเหลวบ้างครับ? ช่วยบอกให้หน่อยสิครับ บอกให้กระจ่าง Amway ไม่มีคนที่ล้มเหลวเลยเลยครับ คุณได้คิดอย่างรอบคอบแล้วใช่มั้ยครับ? ว่าคนที่เขาเสียเงินไปฟรี ๆ เพราะเขาไม่ได้อดทนทำงานและรอเวลาที่จะประสบความสำเร็จ
10.คุณบอกว่า “ทราบหรือเปล่าครับว่ายิ่งมีคนโพสต์ความคิดเห็นมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้บทความนี้ติดอันดับที่ดีขึ้นใน Google ไปด้วยครับ ช่วงแรกๆ ที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมา ถ้าค้นหาด้วยคำว่า gdi จะต้องคลิกไปที่ผลลัพธ์การค้นหาหน้า 4 ถึงจะเจอลิงก์ แต่ตอนนี้ติดในหน้าแรกแล้วล่ะครับ” แล้วคุณเขียนเว็บบอร์ดนี้ขึ้นมาเพื่ออะไรครับ? คุณบอกว่าคุณเขียน “เพื่อให้คนมอง GDI ในอีกด้านและให้ตัดสินใจดูว่าจะทำธุรกิจนี้ดีหรือไม่” แล้วคุณคิดแล้วใช่มั้ยครับว่าคุณคิดอย่างดีแล้ว คุณคิดทุกด้านแล้วใช่มั้ยครับ? คุณเขียนมาเพื่อให้คนทำงานนี้น้อยลงทำไมครับ คุณได้สอบถามข้อเท็จจริงจากบริษัท GDI แล้วใช่มั้ยครับ ถ้าทางบริษัท GDI มาเห็นกระทู้นี้ คุณทราบดีแล้วใช่มั้ยครับถ้าคุณมีสิทธิ์ถูกฟ้องร้องได้ แล้วที่คุณนำกระทู้นี้ขึ้นมาเพื่อให้คนเข้าใจในอย่างที่คุณคิด คุณทำไปทำไมครับ? ช่วยตอบข้อนี้ด้วย ผมจะได้โต้แย้งอย่างละเอียด
ช่วยตอบคำถามและอย่าลบแม้แต่ตัวอักษรเดียวนะครับ ผมอยากให้คนอื่นมองธุรกิจ GDI ในอีกมุมมองหนึ่งที่ไม่เหมือนกับคุณด้วยนะครับ
December 18th, 2007 at 19:22 น.
ในมุมมองของคนที่เขียน แสดวงว่าไม่ได้เข้าใจจุดประสงค์ของการทำธุรกิจนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เปรียบเทียบอะไรที่ไม่ได้เหมือนกันและยังสรุปข้อมูลในมุมมองเดียวซึ่งไม่แปลกที่มักจะเกิดขึ้นกับคนที่ไม่เคยสัมผัสระบบ network มาก่อน ถึงเคยสมัผัสก็ไม่ได้เข้าใจว่าระบบนี้มันคืออะไร และมันทำงานอย่างไร ภาพลบๆบนหัวเขาก็คงยังแต่จะคิดในมุมมองเดียวคือมันผิดกฎหมาย มันไม่มีจริง มันไม่เกิดขึ้นจริง ทั้งที่มีกลุ่มคนที่สำเร็จที่ได้ตำแหน่งสูงสุดในการทำธุรกิจGDIนี้ รายได้เขาไม่ต่ำกว่า 350,000 บาท คุณคิดว่าเขาฟลุ๊กงั้นหรือ เขาต้องมีอ๊อฟชั่นในมุมมองที่คนเขียนๆหรือเปล่า ค่าของคนมันอยู่ที่ผลของงาน และ GDI ก็มีกลุ่มคนที่ได้พิสูจน์มาแล้วว่ามันมีจริงและเกิดขึ้นจริง ฉะนั้นในมุมมองผม ผมว่าคนที่ตั้งหัวข้อนี้น่าจะกลับไปคิดใหม่ดีกว่าครับ ถ้ามุมมอง network marketing มันไม่ดีจริง ทำไมระบบนี้จึงไม่ตั้งให้ทุกประเทศทั่วโลกห้ามใช้ละ แล้วกลุ่มคนที่เขาสำเร็จในธุรกิจประเภทนี้ เขาสำเร็จบนความเดือนร้อนของคนงั้นหรือ ความคิดคุณถึงได้เป็นแบบนั้น ในทางตรงกันข้ามกลุ่มคนเหล่านั้นไม่เฉพราะคนไทย เขากลับได้รับการยกย่องและควรค่าที่จะได้อิสระภาพทางด้านเวลาและเงินกลับมา
December 18th, 2007 at 19:35 น.
อ้ออีกอย่างครับ สิ่งที่คนตั้งหัวข้อนี้เปรียบเทียบกับที่.com คือ สสิ่งที่เปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะ โดเมนที่เขาพูดไม่ได้มีองประกอบเหมือนกับ GDI ทั้งหมดงัยครับ โดเมนที่ได้ขนาดเนื้อที่ไม่มากก็จริง จุดประสงค์ไม่ใช่เอาไปสร้างเวปแข่งกับ .com จุดเด่นของธุรกิจนี้ ไม่ใช่สร้างเวปเป็นเวปมาสเตอร์คนละเรื่อง จุดเด่นของธุรกิจนี้คือระบบการตลาดที่ให้ผลตอบแทนเราเป็นชั้นๆ มันเปรียบเทียบกันไมได้
December 18th, 2007 at 19:45 น.
อ้อบทความด้านการลงทุนที่ผมยกตัวอย่างมา ไม่ได้หมายถึงการลงทุนในธุรกิจ GDI นะครับ เผื่อมีคนเข้าใจผิด
คุณ Tinny กลับกันกับผมแฮะ ผมไม่เคยมองว่าสินค้าสำคัญที่สุด แต่ผมคิดว่าตลาดสำคัญที่สุดครับ
ซึ่งผมก็เคยไปซื้อ กระเป๋าสตางค์ แสนแพง ของ elle มาใช้ไป 2 เดือน ขาดซะและ – -” แน่นอนครับกระเป๋าสตางค์อันนั้นเค้าไม่ได้ขายสินค้าหรอกครับเค้าขาย brand ซะมากกว่า ซึ่งจริงๆเราสามารถไปซื้อกระเป๋าสตางค์รูปร่างคล้ายๆกันราคาถูกได้ตามสวนจตุจักรเยอะแยะเผลอๆใช้ได้ทนกว่าอีกแหนะ
ซึ่งผมอยากจะเพิ่มข้อความของคุณ ผ่านมาเห็น ซักนิดคือ
“MLM ที่ดี สินค้าจะต้องคุ้มค่ากับราคา หรือมีสิ่งอื่นที่ทดแทนที่เพิ่มความพอใจให้กับผู้บริโภค(เช่นทางด้านการเข้าสังคม,ความสะดวกสบาย,ความมั่นใจหรือความปลอดภัย เป็นต้น)”
December 18th, 2007 at 23:44 น.
ถูกครับคุณEuDeeOomDech แต่ elle เค้าก็มีมานานแล้วนะครับ
ลองมองย้อนไปก่อนที่ Brand เค้าจะดังซิ
เค้าก็ต้องผลิตกระเป๋าคุณภาพดีๆ ออกมาจนสร้างชื่อให้ติดหูลูกค้าก่อนมิใช่หรือครับก่อน ซึ่งกระเป๋าก็คือสินค้า
เป็นไปไม่ได้ที่เค้าวางขายครั้งแรกแล้วจะโด่งดังได้ในทันที ถ้ามีการค้าขายแล้วไม่ดูที่สินค้า ลูกค้าจะจ่ายเงินเพื่ออะไรละครับ
อย่างที่บอกว่า
การเข้าสังคม ก็ต้องซื้อเสื้อผ้า เครื่องประดับ รถยนต์ ฯลฯ
ความสะดวกสบาย ก็ต้องซื้อเครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ ฯลฯ
ความมั่นใจ อันนี้น่าจะเกี่ยวกับพวกเครื่องสำอางค์ หรือจัดแต่งทรงผม ฯลฯ
ความปลอดภัย ก็พวกเซฟทีคัท เป็นต้น
มันก็เกี่ยวกับสินค้าอยู่ดี ว่าคุณจะเลือกซื้อยี่ห้อไหน ที่มีคุณภาพดีที่สุด
และเราก็สามารถเปรียบเทียบข้อมูลสินค้าก่อนซื้อได้
ซึ่งสิ่งต่างๆที่บอกมา เป็นสิ่งที่มนุษย์ want ครับ ไม่ใช่ need
December 19th, 2007 at 0:22 น.
เถยงกันเอามันส์ดี ใช่ไหมครับ คุณ MacroArt คุณไม่ควรจะไปกล่าวหาว่าโจมตีธุรกิจเขาอย่างนั้นนะครับ บริษัทของเขาถูกกฏหมาย ดีไม่ดีเดี๋ยวเขาฟ้องคุณกลับฐานเอา ข้อความสุ่มสี่สุ่มห้า จาก DSI ออกมาเล่นอย่างเนี่ย อย่าลืมนะครับ ผู้ที่กล่าวหาคนอื่นในอินเทอร์เน็ตก็มีความผิดเช่นเดียวกัน ระวังไว้นะครับ ทำเป็นรู้ดีอย่างเนี่ย รู้ไปหมด ใครพูดอะไรรู้หมด
December 19th, 2007 at 0:30 น.
และอีกอย่างนึง
มุมมองของคุณ EuDeeOomDech เป็นมุมมองของ”ลูกค้า”ครับ
แต่ที่ผมบอกให้มองที่ตัวสินค้า หมายถึงผู้ที่จะเริ่มทำธุรกิจครับ
คุณจะขายอะไรล่ะ สินค้า หรือ บริการ หรือ ทั้งสินค้าและบริการ
และคุณคิดว่าสินค้านั้น ลูกค้าต้องซื้อแน่นอน ธุรกิจคุณก็จะเติบโตแน่นอน
ลองคิดดูว่า…..
ขายกระเป๋ายี่ห้อ elle กับ ขายโดเมน .ws
อะไรจะขายดีกว่ากัน?
December 19th, 2007 at 1:29 น.
ตอบคุณ taipanw ครับ
1. ที่ GDI ต้องปรับเปลี่ยนก็เพื่อให้หลุดพ้นข้อครหาว่าเอาบริการคุณภาพต่ำมาขายในราคาสูงเพื่อทำให้เกิดแชร์ลูกโซ่ครับ
2. .com สามารถทำธุรกิจได้ครับ ผมยกตัวอย่างไปแล้ว
3. ถ้า GDI คิดราคาอย่างสมเหตุสมผลแล้วไม่มีใครเข้าไปทำธุรกิจ นั่นแสดงว่า GDI เป็นธุรกิจที่ไม่มีความสามารถในการแข่งขันครับ หรืออาจจะกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าที่ GDI คิดราคาแพงเกินจริง ก็เพราะต้องการสร้างแชร์ลูกโซ่ขึ้นมาเพื่อดึงดูดให้คนจำนวนมากหลงเข้าไป
4. อยากรู้ว่าผิดกฎหมายหรือเปล่า ให้ลองเข้าไปอ่านกระทู้ที่ตำรวจจาก DSI เข้ามาโพสต์ไว้ที่ http://torakhong.org/kratoo.php?t=12426 ถ้าสงสัยอะไรก็สอบถามไปที่ DSI ครับ คนที่บอกว่าผิดกฎหมายหรือเปล่าคือตำรวจ อัยการ และศาล ไม่ใช่ผมครับ
5. ผมแยกได้ครับว่าธุรกิจเครือข่ายที่ดีเป็นอย่างไร และธุรกิจแชร์ลูกโซ่เป็นอย่างไร
6. ผมไม่ได้ต่อต้านการนำเงินออกนอกประเทศที่มีเหตุมีผลครับ สิ่งที่ผมต่อต้านคือการหลอกให้คนไทยจ่ายเงินซื้อสิ่งที่ไม่คุ้มค่าโดยการใช้คำว่า “อนาคตจะรวย”
7. ผมมองธุรกิจ GDI ในแง่ของตัวสินค้าเป็นหลัก แผนการตลาดเป็นตัวเสริม ส่วนวิสัยทัศน์หรืออนาคตมันเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ผมเคยพบเจ้าของธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ที่ดีมาก แต่เขาทำให้มันเป็นจริงไม่ได้ครับ นั่นแปลว่าวิสัยทัศน์ของเขาเป็นแค่ลมปาก
8. google มี google.ws ด้วยเหตุผลเดียวกับที่มี google.co.th เพราะเป็นกลยุทธ์การ localize ของ google ครับ และ google ไม่ได้จด .ws ผ่าน GDI แต่จดตรงกับ SamoaNIC
9. ทุกธุรกิจมีคนล้มเหลวทั้งนั้นครับ Amway มีเยอะมากด้วย แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้จ่ายเงินฟรี เพราะเขาจ่ายเพื่อซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ ต่างกับ GDI ที่จ่ายเงินแล้วไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันกลับมา
10. ผมไม่ได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อให้คนทำ GDI น้อยลง แต่ผมเขียนเพื่อให้คนมองเห็นมุมมองของตัวสินค้าด้วย ซึ่งแทบไม่มีเว็บไหนที่เขียนถึงตัวสินค้าเลย หรือมีก็น้อยมากๆ เพราะทุกเว็บมุ่งเน้นแต่เรื่องแผนการจ่ายผลตอบแทนอย่างเดียว การที่คนจะทำธุรกิจ GDI น้อยลงจากการอ่านบทความนี้ นั่นเป็นเพราะพวกเขาได้รับข้อมูลอีกด้านหนึ่งและนำไปประกอบการตัดสินใจ ซึ่งเป็นการตัดสินใจด้วยตัวเองทั้งสิ้น ผมไม่ได้ไปบีบบังคับให้ไม่ทำ GDI เลย
December 19th, 2007 at 1:46 น.
ตอบคุณ Rocky
ผมเคยมอง network marketing ในเชิงลบครับ ต่อมาเมื่อมีเพื่อนผมมาชวนทำธุรกิจประเภทนี้ ทำให้ผมปรับทัศนคติตัวเองเป็นทางบวก แต่ผมก็ยังมองลบกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่ที่แฝงมาในคราบของ network marketing
ผมไม่ได้มองว่าการแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งมาเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อกระจายให้กับคนหลายๆ คนเป็นเรื่องผิดอะไรเลยครับ ประเด็นอยู่ที่ที่มาของรายได้นั้นต่างหาก ถ้าที่มาของรายได้เกิดจากการซื้อขายสินค้าที่สมเหตุสมผล มันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้ารายได้ไม่ได้มาจากความพอใจในการซื้อสินค้า แต่มาจากการถูกโน้มน้าวชักจูงเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือผลตอบแทนในอนาคต แบบนี้มันเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ครับ
ที่คุณบอกว่าคนที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุดของธุรกิจนี้ได้ 350,000 บาท คุณจำได้มั้ยครับว่าแม่ชม้อยมีรายได้เท่าไหร่?
รายได้อาจเป็นดัชนีบ่งชี้ความทุ่มเทและความฉลาดในการทำงาน แต่มันไม่ใช่ดัชนีที่ชี้ว่าคุณไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นครับ
แล้วรู้มั้ยครับว่าจุดเด่นของธุรกิจแชร์ลูกโซ่คืออะไร?
ก็คือการจ่ายผลตอบแทนเป็นชั้นๆ โดยที่ไม่ต้องสนใจตัวสินค้าเลยไงครับ
December 19th, 2007 at 1:51 น.
ตอบคุณ werapon
ที่คุณบอกว่าผมกล่าวหาโจมตีบริษัทนี้ ผมว่าคุณต้องลองย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นครับ สิ่งที่ผมเขียนคือการวิเคราะห์เปรียบเทียบตัวสินค้าของ GDI เมื่อเทียบกับบริการอื่นๆ ซึ่งผมมองว่าผมไม่ได้กล่าวหาอะไรเลยครับ เพราะข้อมูลทั้งหมดที่ผมนำเสนอมันคือ “ความจริง”
ยุคนี้เป็นยุคที่ผู้บริโภคเริ่มมีปากมีเสียงมากขึ้น ใครที่ไม่พอใจกับสินค้าหรือบริการอะไรก็มีสิทธิ์เรียกร้องได้ครับ
December 19th, 2007 at 2:10 น.
ขอร่วมแจมกับคุณ EuDeeOomDech และคุณ Tinny
ส่วนตัวผมมองว่าแบรนด์ถือเป็น attribute หนึ่งของตัวสินค้าครับ ซึ่งแบรนด์อาจจะถูกสร้างขึ้นด้วยการสะสมชื่อเสียงของคุณภาพสินค้ามาอย่างยาวนาน หรืออาจจะสร้างด้วยการตลาดก็ได้
ยกตัวอย่างกระเป๋า Louis Vuitton ในยุคเริ่มแรกซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆ มีความทนทาน คุณภาพสูง จึงมีราคาแพง ซึ่งนี่คือแง่ของสินค้า ส่วนในด้านการตลาด LV จับกลุ่มลูกค้าที่เป็นชนชั้นสูง เจ้าขุนมูลนาย แบรนด์ของ LV จึงดูดีมากทั้งในแง่คุณภาพและภาพลักษณ์ของสินค้า
มาจนถึงปัจจุบัน LV เน้นในด้านการตลาดอย่างมาก จะเปิดตัวกระเป๋ารุ่นใหม่ที ก็ต้องปิดถนน จ้างนางแบบชื่อดังมาเดินแบบกันเลย แต่ LV ก็ไม่ได้ทิ้งเรื่องคุณภาพของสินค้า มีการ QC ที่ดีมาก มีการทดสอบโดยเอารถวิ่งทับกระเป๋า มีหุ่นยนต์สำหรับรูดซิปเปิดปิดกระเป๋าใบละหนึ่งพันรอบก่อนจะปล่อยสินค้าออกไป ไม่ธรรมดาครับ
December 19th, 2007 at 3:23 น.
no comment
December 19th, 2007 at 4:04 น.
ก็อย่างที่คุณ MacroArt หละครับถูกต้องแล้ว LV เป็นตัวอย่างอย่างดีสำหรับการเจาะจงเป้าหมายของลูกค้า
เพราะถ้าเกิดไปเจาะตลาดกลุ่มคนชั้นกลางหรือชั้นล่างใช้การตลาดแบบไม่เน้นทางด้านความหรูหราของแบรนด์ ต่อให้สินค้าแข็งแรงมีความคุ้มค่าด้านราคาอย่างมากในความทนทาน
แต่ก็เป็นการยากที่จะขายให้แก่ชนชั้นกลางและคนชั้นล่าง ที่บางทีอาจมีโอกาศเดินทางน้อยหรือพอใจกับของที่มีราคาต่ำกว่ามากกว่า
เพราะฉะนั้นผมถึงคิดว่าการรองรับจากตลาดผู้บริโภคมีความสำคัญกว่าตัวสินค้า
เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการธุรกิจใดๆ ผมคิดว่าจำเป็นต้องมีความรู้และมุมมองทั้งทางด้าน ผู้ลงทุนและผู้บริโภค
เพราะต่อให้ผมผลิตของสิ่่งหนึ่งมาได้คุ้มค่ากับราคามากถึงมากที่สุด แต่ดันไม่มีตลาดมารองรับหรือทำเรื่องด้านการตลาดไม่ดีพอ ผมคิดว่าคงขายออกยากพอสมควรแหละครับ ต้องรอวันดีคืนดีตลาดทางด้านนั้นเดินผ่านมาพบเราพอดีแล้วถึงจะรุ่ง ฉะนั้นถ้าการตลาดคุณดีก็เหมือนกับคุณเอาสินค้าไปพอตลาดทันที โดยไม่ต้องหวังว่าซักวันหนึ่งตลาดจะเดินมาหาเรา
December 19th, 2007 at 4:20 น.
อ้ากพิมตอบคุณ Tony ไปเน็ตเน่า หายหมด
ตอบใหม่ๆ = =” ตอบคุณ Tony นะครับ
คุณเข้าใจความหมายผิดไปนะครับที่ผมบอกไว้ไม่ได้หมายถึงประเภทสินค้า แต่ผมหมายถึงสิ่งที่ลูกค้าได้รับจากตัวสินค้าหนะครับ
การเข้าสังคม เช่น แบรนด์ที่เน้นทางด้านความหรูหราครับ ฯลฯ
ความสะดวกสบาย เช่นผมไปซื้อข้าวกินที่ food centre ในตัวห้าง ทั้งๆที่มีร้านข้าวแกง ตั้งติดอยู่กับห้างแต่อยู่ด้านนอก แต่มีราคาถูกกว่าเยอะกว่าและอร่อยกว่า ฯลฯ
ความมั่นใจ เช่น แบรนด์ที่มีคนใช้อยู่เป็นจำนวนพอสมควร เป็นจำนวนมาก หรือเห็นอยู่บ่อยๆ จนลูกค้ามั่นใจในบริโภคสินค้าและไม่คิดว่ามันจะเจ๊งภายในสองเดือน(แบบกระเป๋าตังผม T^T)ฯลฯ
ความปลอดภัย เช่นความปลอดภัยในการใช้งานสินค้า ทั้งต่อตนเอง หรืออาจจะต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ถ้ายกตัวอย่างง่ายๆก็ ยาหรืออาหารสำเร็จรูป ที่มี อย. กะ ไม่มี อย. เป็นต้น (ถ้าสิ่งแวดล้อมยกตัวอย่างจากต่างประเทศก็พวกที่สัญลักษณ์ trustต่างๆ เช่น Carbon Trust)
แค่อยากสื่อความหมายให้ถูกต้องครับ
(จริงตอนแรกพิมละเอียดกว่านี้แต่เน็ตดันแห้วไปพักนึงจึงส่งผิดพลาดจ้าขออภัย)
December 19th, 2007 at 4:25 น.
ทีนี้มาเข้าเรื่องธุรกิจ GDI ของ .ws กัน ขอสั้นๆละกัน
ถ้า .ws ไม่มีผู้บริโภคซึ่งต้องการเข้ามาใช้สินค้าจริงๆ (โดยอาจจะสนใจธุรกิจ GDI ด้วยหรือไม่สนใจก็ได้)
หรือพูดง่ายๆคือไม่ปรับตลาด จากลุ่มคนที่เน้นทางด้านหา downline ไปเป็นผู้ที่เน้นทางด้านการบริโภคสินค้า
นานไปเจ๊งครับพี่น้อง รวมถึงคุกด้วยครับ (สั้นไปเปล่าหว่า – -”)
เพราะสินค้าไม่มีตลาดผู้บริโภค(จริงๆ)รองรับ(แล้วมันจะขายได้มั้ยเนี่ย)
December 19th, 2007 at 4:27 น.
อ้าวเฮ้ยพิมชื่อผิด = =Q
Tinny ครับมะใช่ Tony
December 19th, 2007 at 4:30 น.
เพิ่มเติมตอบคุณ Tinny ครับ (พิมถูกแล้วหึๆ)
ผมมองว่าทั้งตัวสินค้า ทั้งบริการ ไม่ว่าเป็น สินค้าอย่างเดียว บริการอย่างเดียว หรือทั้งบริการทั้งสินค้า
ผมถือเป็นตัวสินค้าแค่ตัวเดียวครับมะมีแยก – -”
(มีกฎห้ามส่งความคิดเห็นติดกันมั้ยครับ เพราะผมอย่างแยกตอบไม่งั้นมันจะรวมเป็นก้อนใหญ่ๆ แบบอันแรกที่ผมตอบหนะ = =”)
December 19th, 2007 at 4:35 น.
ส่งติดกันหลายความคิดเห็นเพื่อแยกความคิดเห็นให้อ่านได้ง่ายและชัดเจนได้ครับ
แต่ห้ามส่งข้อความโปรโมทธุรกิจเข้ามาเยอะๆ แบบที่พบเห็นได้ในเว็บบอร์ดหลายๆ ที่ (อันนี้ดักคอพวกที่ตั้งใจมาโปรโมทธุรกิจด้วยวิธีสแปมครับ)
December 19th, 2007 at 11:13 น.
จริงๆแล้ว ผมก็เข้าใจแบบเดียวกับคุณ EuDeeOomDech ทั้งหมดนั่นแหล่ะครับ
แต่ผมไม่อยากกระจายมุมมองให้เยอะจนเกินไป เพราะมีหลายคนที่เข้ามาอ่านแล้วอาจจะงง และสับสน มากมาย
ผมจึงเจาะจงเฉพาะที่เรื่อง “สินค้า” ตามที่เจ้าของกระทู้กล่าวไว้ครับ
เพราะที่จริงแล้วก็ต้องดูองค์ประกอบหลายอย่างตามที่คุณ EuDeeOomDech กล่าวมาด้วย
December 19th, 2007 at 11:26 น.
ขอตอบคุณ taipanw นอกเรื่องนิดนึงนะครับ
ถ้าพิจารณาจาก Bible แล้วเนี่ย ผมขอตอบว่าไก่เกิดก่อนครับ เพราะพระเจ้าสร้างสิ่งที่มีชีวิตขึ้นมาก่อน แล้วค่อยให้เกิดลูกเกิดหลานต่อไป ^_^
ผมจะบอกว่าคุณตอบผิดครับ มันเป็นเรื่องที่วิเคราะห์มาอย่างมีเหตุมีผลแล้วครับ
หนังสือพิมพ์รายวันอังกฤษพากันประโคมข่าวว่า นักปรัชญากับเจ้าของฟาร์มไก่ คนหนึ่งได้ชี้ขาดปัญหาโลกแตกที่ว่า “ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่” ว่าไข่เกิดก่อนแน่นอน
ศาสตราจารย์จอห์น บรูคฟิลด์ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม ได้กล่าวแสดงความเห็นว่า ปัญหาเรื่องนี้ ดูเหมือนอยู่ตรงข้อเท็จจริงที่ว่า เนื่องจากวัสดุพันธุกรรมจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงตลอดชั่วชีวิตสัตว์ตัวหนึ่ง ดังนั้น นกตัวแรกที่วิวัฒนาการมาเป็นลูกไก่ ก็จะต้องเกิดขึ้นเป็นตัวอ่อนภายในไข่มาก่อน และสรุปเอาว่าสิ่งที่มีชีวิตภายในไข่ก็จะต้องมีดีเอ็นดีอย่างเดียวกับลูกไก่ที่เกิดขึ้นมาด้วย
ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญวิชาพันธุกรรมวิวัฒนาการศาสตร์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์หลายฉบับว่า “ดังนั้น สิ่งที่มีชีวิตอันแรก ของสิ่งที่มีชีวิตชนิดหนึ่งนั้น เราบอกฟันธงลงไปได้ว่าจะเป็นไข่ ไข่ต้องเกิดก่อน”
คำตัดสินของเขายังได้รับการสนับสนุนจาก ศาสตราจารย์เดวิด ปาปินอ แห่งคิงส์ คอลเลจ และนายชาร์ลส์ เบิร์นส์ ประธานองค์การค้าไข่ อังกฤษด้วย
แค่นี้คุณยังตอบผิดเลย คงไม่ต้องดูคำตอบข้ออื่นเลยครับ
***ปล.ขออภัยที่นอกเรื่องครับ แค่อยากให้ทันโลก
December 19th, 2007 at 13:39 น.
ตอบคุณ tinny ครับ
นักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อทฤษฎีวิวัฒนาการเพราะไม่มีหลักฐานมายืนยันทฤษฎีนี้ได้แม้แต่หลักฐานเดียว อีกทั้งทฤษฎีวิวัฒนาการก็ยังไปขัดแย้งกับกฎเทอร์โมไดนามิก และขัดแย้งกับอีกหลายสาขาวิชา เช่น ความน่าจะเป็นในคณิตศาสตร์ ธรณีวิทยา เอนไซม์ในเรืองเคมี สรีระวิทยา ฯลฯ ดังนั้น ในปัจจุบันนี้เราไม่สามารถที่จะอ้างทฤษฎีวิวัฒนาการมาใช้อธิบายได้ครับ
อีกอย่าง ที่ผมกล่าวไปว่าไก่เกิดก่อนไข่ เป็นสิ่งที่ไบเบิ้ลระบุไว้เฉย ๆ ผมไม่ได้บอกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดเองนะครับ เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นที่ว่าถ้าแค่นี้ผมตอบผิด แล้วก็อื่นจะผิดตามนะครับ บางทีคุณอาจจะผิดก็ได้ (ไม่ได้หาเรื่องนะครับ แค่กัดให้เจ็บเล็ก ๆ เฉย ๆ ^_^)
ป.ล. คุณ MacroArtตอบได้อย่างชาญฉลาดมากครับ ผมเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว ของคุณมากสำหรับคำตอบครับ
December 19th, 2007 at 13:41 น.
ตอบคุณ tinny ครับ
นักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อทฤษฎีวิวัฒนาการเพราะไม่มีหลักฐานมายืนยันทฤษฎีนี้ได้แม้แต่หลักฐานเดียว อีกทั้งทฤษฎีวิวัฒนาการก็ยังไปขัดแย้งกับกฎเทอร์โมไดนามิก และขัดแย้งกับอีกหลายสาขาวิชา เช่น ความน่าจะเป็นในคณิตศาสตร์ ธรณีวิทยา เอนไซม์ในเรืองเคมี สรีระวิทยา ฯลฯ ดังนั้น ในปัจจุบันนี้เราไม่สามารถที่จะอ้างทฤษฎีวิวัฒนาการมาใช้อธิบายได้ครับ และอีกอย่าง ทฤษฎีวิวัฒนาการยังไม่กลายเป็นกฎ ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้มาเป็นตัวยืนยันได้อย่างสมบูรณ์
อีกอย่าง ที่ผมกล่าวไปว่าไก่เกิดก่อนไข่ เป็นสิ่งที่ไบเบิ้ลระบุไว้เฉย ๆ ผมไม่ได้บอกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดเองนะครับ เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นที่ว่าถ้าแค่นี้ผมตอบผิด แล้วก็อื่นจะผิดตามนะครับ บางทีคุณอาจจะผิดก็ได้ (ไม่ได้หาเรื่องนะครับ แค่กัดให้เจ็บเล็ก ๆ เฉย ๆ ^_^)
ป.ล. คุณ MacroArtตอบได้อย่างชาญฉลาดมากครับ ประทับใจในคำตอบคุณ ผมเข้าใจอย่างถ่องแท้ ขอบคุณมากสำหรับคำตอบครับ
December 19th, 2007 at 14:52 น.
จริงเหรอครับ ที่ในไบเบิ้ล ระบุอย่างชัดเจนว่า “ไก่เกิดก่อนไข่”
ผมคงไม่เถียงกับคุณหรอกครับ เพราะจากข้อมูลที่ผมอ้างอิงมา
มีคนที่น่าเชื่อถือ แสดงความเห็นและยอมรับไว้แล้ว ซึ่งมิใช่ข้อมูลที่ผมคิดเอาเองคนเดียว และเป็นข้อมูลที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ฉบับนึง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะปีที่แล้ว ยิ่งกว่านั้นยังมีข้อมูลต่ออีกว่า
ศาสตราจารย์ปาปินอผู้เชี่ยวชาญในปรัชญาของวิทยาศาสตร์ มีความเห็นว่า “ลูกไก่ตัวแรกจะต้องออกมาจากไข่ ถึงแม้จะเป็นไข่ของนกชนิดใดก็ตาม แต่มันก็ต้องถือว่าเป็นไข่ไก่ เพราะมีลูกไก่อยู่ข้างใน ดังนั้น สรุปได้ว่า ไข่เกิดก่อนไก่” (เห็นคำว่าวิทยาศาสตร์มั๊ยครับ)
และผมไม่ได้พาดพิงว่าคนอื่นจะผิดครับ แต่ให้ดูความคิดเห็นของผู้ที่ตอบคำถามนั้นๆเท่านั้น ว่ามีเหตุมีผลในการวิเคราะห์เพียงใด
หมายความว่า ถ้าวิเคราะห์ผิด ประเด็นอื่นก็มีโอกาสวิเคราะห์ผิดสูงไปด้วย
ที่สำคัญผมเป็นคนครับ ไม่จำเป็นต้องกัดตอบ
**ขออภัย ที่นอกเรื่องอีกครั้ง
December 19th, 2007 at 21:42 น.
ศาสตราจารย์ปาปินอผู้เชี่ยวชาญในปรัชญาของวิทยาศาสตร์ มีความเห็นว่า “ลูกไก่ตัวแรกจะต้องออกมาจากไข่ ถึงแม้จะเป็นไข่ของนกชนิดใดก็ตาม แต่มันก็ต้องถือว่าเป็นไข่ไก่ เพราะมีลูกไก่อยู่ข้างใน ดังนั้น สรุปได้ว่า ไข่เกิดก่อนไก่” (เห็นคำว่าวิทยาศาสตร์มั๊ยครับ)
ขออนุญาตตัดมานะครับ ตามหลักสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลกเกิดมาจากการรวมตัวของเซลล์แล้วแตกสายพันธุ์ออกมา อยากทราบว่านกตัวแรกของโลกที่มันออกใข่ไก่มันออกมาจากใข่สิ่งมีชีวิตชนิดไหนครับ หรือเซลล์ของนกตัวแรกรวมตัวกันเป็นใข่เลยครับ
**ขอโทษที่นอกเรื่องครับ**
December 19th, 2007 at 22:21 น.
ถึงคุณ Tinny
อยากรู้จังเลยว่าคุณเป็นใคร เขียนได้เจ็บแสบมาก ที่เขียนน่ะ ดูเจตนาของผมแล้วรึเปล่าครับว่าผมเพียงแค่อยากจะเขียนให้มันสนุก ตั้งแตที่คุณพูดว่า “แค่นี้คุณยังตอบผิดเลย คงไม่ต้องดูคำตอบข้ออื่นเลยครับ” แต่ช่างเถอะครับ ผมให้อภัย (อยากให้นายรู้เฉย ๆ ว่าเราแค่อยากเขียนให้เว็บบอร์ดรู้สึกคลายเคียด ไม่ใช่เขียนเอาจริงเอาจัง)(คุณ MacroArt อย่าลบออกนะครับ ได้โปรด)
December 19th, 2007 at 22:25 น.
ขอร้องคนที่ไม่เห็นด้วยกับเว็บบอร์ดนี้ กรุณาอย่างโพสต์เพิ่มต่อจากนี้อีกเลยครับ เพราะจะทำให้คนที่ค้นหาเว็บใน Google จะเจอเว็บนี้ขึ้นต้นเป็นอันดับแรก ถ้าไม่เห็นด้วย อย่าโพสต์เพิ่มนะครับ
December 20th, 2007 at 0:14 น.
ถึงคุณ อยากรู้
ตามข้อมูล เกิดจากการวิวัฒนาการของนกโบราณที่เรียกว่า อาร์เคออปเทริกซ์ ครับ อยากรู้รายละเอียดไปหาเพิ่มเติมเองครับ
เพราะออกนอกประเด็นของกระทู้ไปเยอะแล้วครับ
December 20th, 2007 at 0:20 น.
เรียนคุณ taipanw
ผมต้องกราบขออภัย ที่เนื้อหาบทความอาจทำให้เป็นที่รำคาญใจ และไม่เข้าใจในเจตนาของคุณว่าต้องการคลายเครียด
แต่ที่ผมนำเสนอ เพื่อให้คนไทยได้บริโภคข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้เท่านั้นครับ เป็นเพียงแค่ความหวังดีเล็กๆ เพราะทุกวันนี้ก็เข้าใจผิดกันเยอะแล้ว
ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
December 20th, 2007 at 2:59 น.
สรุป GdI กะ ไข่ อะไรเกิดก่อนนะ เอ๊ย ไม่ใช่และ
เข้ามานึกว่าเข้าผิด blog – -”
December 20th, 2007 at 12:22 น.
น่าจะ มองให้มันเป็น ธุรกิจ นะ ไม่ใช่ประเด็นโต้เถียง
1.ธุรกิจ มีได้-มีเสีย
2.มีคน ฉลาดและคนไม่ฉลาด
3.มีปลาใหญ่ที่คอยหาโอกาสขเมือบปลาเล็ก
4.มีคนได้ประโยชน์และมีคนเสียประโยชน์
5.ต้องตัดสินใจให้ถูกเท่านั้น ถ้าคุณผิดคุณก็เสียเท่านั้น
มันคือ ธุรกิจ ไม่มีคนผิดหรือคนถูก มันคือ ช่องทางหากำไร มันคือธุรกิจ
ขอบคุณครับ
December 20th, 2007 at 13:35 น.
ประเด็นคืออยากรู้ว่ามันผิดกฎหมายหรือป่าว แล้วถ้าผิดทำไมถึงเปิดทำการมาแล้ว 6 ปีสาขามีอยู่เกือบทั่วโลกสหรัฐก็เป็นประเทศที่มีการฟ้องร้องมากที่สุดกฎหมายรุนแรงแล้วแชร์ลูกโซ่ผิดกฎหมายในหลายประเทศรวมทั้งสหรัฐ ตกลงแล้วมันผิดไหมเนี่ย ใครตอบที แล้วเราจะสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจากนี้ได้ที่ไหนเพื่อยืนยันว่าผิดหรือไม่ผิด เช่น ผ่านการรับรองจากสหรัฐ หรือ ผิดกฎหมายจริงๆ
December 20th, 2007 at 16:08 น.
แต่ในความคิดผมนะ ถ้าผู้ร่วมทำธุรกิจประเภทนี้ ไม่มีส่วนหนึ่งที่ใช้ประโยชน์ได้จากสินค้าที่ธุรกิจนี้จำหน่ายจริงๆ ก็ไม่เห็นจะต้องมีสินค้าเพราะไม่มีผู้บริโภคจริงๆ
แบบนี้คงไม่ต่างกับผมบอกมาสมัครเป็นสมาชิกผมสิเดือนละ 350 แล้วไปหาสมาชิกเพิ่มมานะโดยถ้าสมาชิกที่เพิ่มมาจ่ายให้ผมเดือนละ 350 บาท ผมจะจ่ายให้คุณผู้เป็น upline 35 บาทเลยนะจ้าา แต่ downline ต้องไม่ต่ำเกินกว่า 5 สายนะ
ผ่านไปซักพักคงเจอผมอยู่ในคุกนะครับ – -” ถ้าผมดำเนินกิจการนี้
หรือถ้ามีผู้บริโภคจริงๆของสินค้าธุรกิจ GDI นี้ก็ต้องรบกวนท่านที่เคยเห็นเคยผ่านตา มาบอกกล่าว link ของเว็บนั้นเพื่อผมจะได้ไปพิสูจน์ว่ามีคนใช้จริงๆ (แบบเห็นประโยชน์ของเว็บนะครับ ไม่เอาเว็บแบบไร้สาระนะ)
December 20th, 2007 at 19:15 น.
เท่าที่เคยเห็น .ws นำมาใช้งานจริงๆ
ตัวผมเองเคยเห็นอยู่ 3เวปครับ
เป็นเวปบอร์ด 2เวป เจ้าของรู้สึกจะทำกรุ๊ปเมลนะครับ
ถ้าจำไม่ผิดอีกเวปจะเป็นบล็อกครับ
ไม่ขอบอกชื่อลิ้งค์นะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นไปช่วยโปรโมท
เท่าที่ผ่านตาผมมีแค่นี้ครับ
นอกนั้น ไม่ว่าจะชื่ออะไร.ws ในเมืองไทยหน้าตาเวปเหมือนกันหมดครับ
December 20th, 2007 at 20:21 น.
พอผมคิดอีกทางนึง คือแล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่า เว็บนั้นจดผ่านธุรกิจ GDI ไม่ใช่ผ่านทาง SamoaNIC โดยตรง?
มีใครพอจะให้คำตอบได้รึเปล่าครับ อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ แฮะ
December 20th, 2007 at 23:03 น.
ผมว่า เวปที่จดผ่าน SamoaNIC น่าจะเป็นเวปที่นำมาใช้ประโยชน์จริงๆนะครับ เช่น google
เพราะราคาเช่าจาก SamoaNIC ช่างถูกแสนถูก
อ้างอิงจาก http://samoanic.ws/faq/pricing.dhtml
ส่วนถ้าผ่านทาง GDI น่าจะเป็นเวปชวนทำธุรกิจอย่างที่เห็นกันมั๊งครับ
**อันนี้ความคิดตัวเองนะครับ…ถ้าไม่ถูกต้องก็ตักเตือนได้ครับ
December 21st, 2007 at 1:38 น.
ขอร้องคนที่ไม่เห็นด้วยกับเว็บบอร์ดนี้ กรุณาอย่างโพสต์เพิ่มต่อจากนี้อีกเลยครับ เพราะจะทำให้คนที่ค้นหาเว็บใน Google จะเจอเว็บนี้ขึ้นต้นเป็นอันดับแรก ถ้าไม่เห็นด้วย อย่าโพสต์เพิ่มเลยนะครับ
December 21st, 2007 at 1:49 น.
คือว่าตอนนี้ดิฉันกำลังอยู่ในขั้นตอนที่จะสมัครgdiอยู่คุณคิดว่าดิฉันควรจะสมัครต่อหรือไม่
December 21st, 2007 at 3:39 น.
ธุรกิจ GDI ไม่ใช่ธุรกิจที่เราโฆษณาชวนเชื่อกันนะครับว่าทำงานสบาย ไม่ต้องออกไปไหน เราก็บอกข้อมูลไว้ให้หมดแล้วว่าต้องใช้ความอุตสาหะและความตั้งใจ เพราะฉะนั้นหลายคนที่เขียนว่าธุรกิจ GDI เห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบ เอาแต่ความสบาย คุณครับ ธุรกิจ GDI ก็เหมือนธุรกิจอื่น ๆ ที่ต้องใช้ความทุ่มเท เพียงแต่ว่าเราย้ายจากการไปทำงานข้างนอกมาทำงานที่บ้านเท่านั้น เราก็ต้องตั้งใจทำงานเหมือนกัน ถ้าพวกคุณยังไม่เคยทำหรือทำไม่จริงจังก็อย่าสรุปเอาเองสิครับว่ามันเป็นธุรกิจที่เอาแต่ความสบายเข้าว่า เราก็ต้องทุ่มเทเหมือนกันกว่าจะได้ดาวน์ไลน์มาคนหนึ่ง กล่าวแบบนี้องค์กรของเราเสียหาย
แล้วที่บอกกันว่าธุรกิจ GDI มีสินค้าไม่คุ้มราคา ไม่เหมือนแอมเวย์ กิฟฟารีน ก็เราบอกไว้ในเว็บไซต์แล้วว่าธุรกิจเราเป็นธุรกิจออนไลน์ เจาะกลุ่มคนที่เล่นอินเตอร์เน็ต ไม่ได้ไปเดินตระเวนขายตรงเหมือนสินค้าเหล่านั้น ในเมื่อเรามีโดเมนเป็นสินค้าแล้วคุณจะให้เราเอามาทำอะไร เอามากินหรือไงครับ หรือเอามาอาบน้ำ เราบอกไว้แล้วว่าเราทำงานออนไลน์ ไม่ใช่เอาสินค้าที่เป็นสบู่ เครื่องใช้ต่าง ๆ มาเป็นจุดขาย อย่าเอามาเปรียบเทียบกันสิครับ ตัวแปรมันไม่เหมือนกันทั้งหมดนะครับ ประเภทงานก็คนละประเภท มันก็เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย
แล้วที่ว่าเมื่อถึงจุดอิ่มตัวมันก็ขายไม่ได้แล้ว ก็ตอนนี้ GDI มันยังไม่ถึงจุดอิ่มตัวเลย ถ้ามันถึงเวลานั้นจริง ๆ ตอนนั้นเราก็คงมีงานอื่น ๆ ทำ อีกตั้งเยอะไม่ใช่เหรอครับ ตอนที่มันยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว เราทำไมไม่รีบใช้มันให้เป็นประโยชน์ล่ะครับ มัวคิดเล็กคิดน้อยว่า พอถึงจุดอิ่มตัวมันจะไม่มั่นคง บริษัท PayPal เคยใช้รูปแบบการโปรโมตตนเองเหลือนกับที่ GDI ทำตอนนี้เลย แต่พอตอนนี้เมื่อ PayPal เป็นที่รู้จักกันทั่งโลกแล้ว เค้าก็เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเริ่มเข้าสู่การเป็นธนาคารออนไลน์เต็มตัว ในอนาคตเมื่อ GDI เป็นที่รู้จักทั่วโลก มันก็จะปรับเปลี่ยนรูปแบบของตัวเองใหม่ ถึงเวลานั้นเราก็หางานอื่นทำใหม่สิครับ ไม่ต้องมาคิดอะไรอย่างซับซ้อนเลย ทีมงานเราเข้ามาพูดให้เข้าใจเท่านี้แหละครับ
December 21st, 2007 at 3:55 น.
และอีกอย่างนะครับ เราเกริ่นไว้ในเว็บไซต์แล้วว่า จุดประสงค์ของธุรกิจนี้คือเพื่อให้คนรู้จักโดเมน .ws เราไม่ได้มีจุดประสงค์เหมือนแอมเวย์ที่ว่าสินค้านั้นเอามาใช้เป็นเครื่องอุปโภค แล้วเราจะบอกได้อย่างไรครับว่า .ws มันใช้ได้จริงมั้ย มันใช้ประโยชน์อะไรได้ หรืออะไรในทำนองนี้ คุณเปรียบเทียบจากอะไรกันเหรอครับว่ามันคุ้มหรือไม่คุ้ม ทางเราก็ได้บอกในเว็บไซต์แล้วนี่ครับว่าจุดประสงค์คือให้ .ws เป็นที่รู้จัก เพราะฉะนั้นประโยชน์ที่คุณได้ก็คือได้รู้จัก .ws และได้ทำให้คนอื่นรู้จัก .ws ไงครับ ไม่ได้ให้เอามาเป็นเครื่องใช้อุปโภค และที่มาในในรูปแบบขของระบบเครือข่ายก็เพื่อให้โอกาสคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในองค์กร ช่วยคนให้มีโอกาสมาทำธุรกิจ ความจริงบริษัทเค้าจะออกมาโฆษณาเอาก็ได้ เค้าไม่ต้องมาทำแบบนี้เพื่อที่จะให้เป็นที่เข้าใจผิดจองคนอื่น แต่ที่เค้าอุตส่าห์ทำเป็นเป็นระบบเครือข่ายแบบนี้ก็ถือว่าบูญโขงขนาดไหนแล้ว ที่เค้าอุตส่าห์ให้เรามีโอกาสหารายได้ 50%เป็นค่าคอมมิชชั่นจริง แต่ที่เหลือก็ไม่ได้เข้าบริษัททั้งหมด ประมาณกว่า 40%ก็เอามาให้เป็นโบนัส เข้าบริษัทไม่ถึง10% เค้าไปโฆษณาเองยังจะได้กำไรเข้าบริษัทมากกว่ามานั่งทำระบบเครือข่ายอย่างนี้ตั้งมากมาย แล้วอย่างนี้ยังจะหาว่า GDI เห็นแก่ตัวอีกเหรอครับ เค้าอุตส่าห์ให้โอกาสเราทำ
เรียนให้ทุกคนทราบเท่านี้แหละครับ
December 21st, 2007 at 7:13 น.
ผมว่าเค้าก็วิเคราะห์อย่างเป็นกลางดีออก – -”
โดยเฉพาะข้อความด้านล่าง
————————–
http://torakhong.org/kratoo.php?t=12426
แจ้งเตือน การหลอกลวง สารพัน แชร์ลูกโซ่
3. ในกรณีการชักชวนทำธุรกิจที่ไม่มีสินค้า แต่แอบแฝงมาในรูปแบบของบริการหรือมีลักษณะ ที่ไม่เป็นรูปธรรม จับต้องไม่ได้ เช่น ชักชวนลงทุนทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่ในจัดทำเว็บไซต์ โดยจะมีการชักชวนประชาชนว่าเป็นการเข้าไปสมัครเช่า Hosting และทำธุรกิจโดยการให้เช่าพื้นที่ในการจัดทำเว็บไซต์ในลักษณะเช่าต่อๆกันไปหลายราย ดูเสมือนว่า มีการซื้อขายของกันจริง แต่ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในด้านคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป จะทราบดีว่าการเปิดเว็บไซต์ในแต่ละเว็บไซต์จะมีค่าใช้จ่ายน้อยมาก ฟรีเว็บไซต์เลยก็มี และเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ที่ทำการเปิดแทบที่จะมีค่าน้อยหรือไม่มีค่าใดๆเลย และที่สำคัญคนที่ต้องการจะจัดทำเว็บไซต์ จริงๆแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องมาขอเช่าพื้นที่จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวแต่อย่างใด
ด้วยความปรารถดี
พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน
ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI กระทรวงยุติธรรม
———————
ซึ่งถ้าดูจากวิเคราะห์ ก็
$53 กับ $120 ต่อปี
ต่างกันเยอะทั้งๆที่ $53 ได้ประสิทธิภาพของสินค้ามากกว่าเป็นเท่าตัว แต่ดันจ่ายถูกกว่าเท่าตัวซะงั้น
ถ้าจะบอกอย่าไปสนใจตัวสินค้าซิ ลองดูที่การลงทุน
ก็ตามข้อความด้านบนครับ “คุก”
แล้วถ้าลงทุนแบบนี้ถูกกฎหมายลองคิดดูว่าเงินที่ได้กลับมาได้จากใคร
…ก็ได้จากดาวน์ไลน์ไง…
อ้าวกรรมสรุปกลายเป็นกินหัวคิวแล้วเหรอ
ก็ตามข้อความด้านบนครับ “คุก”
———————————-
ซึ่งจริงๆ ตามบทความที่คุณ MacroArt ทำขึ้นมาผมรู้สึกเหมือนเป็นการเปรียบเทียบให้ดูเชิงวิเคราะห์มากกว่าเป็นการให้ร้ายนะครับ
แต่อยากให้ทุกคนที่กำลังทำธุรกิจนี้หรือคิดจะทำให้คิดวิเคราะห์กันซักหน่อย หรือตอบคำถามง่ายๆจากผมก็ได้ครับ
“จริงๆคุณกำลังทำให้ใครรวย”
“จริงๆแล้วคุณกำลังโกยเงินจากใคร”
“จริงๆสินค้าคืออะไร โอกาศ หรือ อากาศ”
ขอจบการติดตามกระทู้ของผมไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ
“หลอกฝรั่งหลอกไป แต่อย่าหลอกคนไทยด้วยกันครับ”
———————————-
December 21st, 2007 at 14:40 น.
ตอบคุณ GDI
ที่ผมยกตัวอย่างสินค้าของแอมเวย์หรือกิฟฟารีนขึ้นมา ก็เพื่อให้เห็นภาพว่าความคุ้มค่าของสินค้าเป็นอย่างไรครับ ผมไม่ได้เอาอาหารเสริมหรือครีมอาบน้ำมาเปรียบเทียบกับโดเมน .ws ครับ
ผมเปรียบเทียบ .ws กับ .com ตามที่อยู่ในตัวบทความครับ ทั้งสองอย่างเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้เหมือนกัน เป็นโดเมนเนมเหมือนกัน สามารถซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตได้เหมือนกัน แต่ .com ทำอะไรได้มากกว่าในราคาที่ถูกกว่า .ws
ผมเห็นคนทำ GDI หลายคนภาคภูมิใจกับการแบ่งรายได้ 50% มาให้ผู้ทำธุรกิจ ผมอยากจะบอกว่าถ้าผมเป็นผู้บริหาร GDI แล้วตั้งราคาที่เดือนละ $20 แปลว่าผมสามารถแบ่งรายได้ให้คนทำธุรกิจได้ถึง 75% เลยครับ! แบบนี้ผมคงได้รับการสรรเสริญจากผู้ทำธุรกิจมากกว่านี้เป็นแน่
คือถ้าจะเอาเรื่อง % มาคุย ผมว่า GDI ควรตั้งราคาขายให้เทียบเคียงกับ .com ให้ได้ก่อนครับ แล้วถ้าแบ่งให้ 50% ได้ แบบนั้นถึงน่านับถือจริงๆ ไม่ใช่ว่าตั้งราคาสูงกว่าเยอะก็เลยแบ่ง % ได้เยอะแล้วเอามาคุย
แล้วที่บอกว่าวัตถุประสงค์ของ GDI คือการทำให้คนรู้จัก .ws ผมสงสัยว่าคนรู้จัก .ws แล้วมันเกิดประโยชน์อะไรขึ้นกับชีวิตเค้าล่ะครับ? มันมีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องรู้จัก .ws ด้วยล่ะ ในเมื่อทั้งโลกนี้ยอมรับนับถือ .com ว่าเป็นโดเมนมาตรฐานไปแล้ว
ถ้าเกิดว่า .ws สามารถตั้งราคาได้ถูกว่า .com แบบนี้สิครับถึงจะน่าทำความรู้จักหน่อย
December 21st, 2007 at 17:32 น.
ก็ได้อ่านทั้งหมดก็ใช้เวลานานอยู่นะ ผมก็เริ่มทำ GDI เหมือนกันนะ ชอบตรงที่สินค้าเป็นเว็ปไซต์ที่ไม่ต้องเก็บไว้ที่บ้าน สามารถเป็นแนวทางในการทำธุรกิจได้ด้วย ตามความเข้าใจคือว่าธุรกิจเครือข่ายอย่างไรแล้วก็ต้องใช้เวลาในการสร้างทีมสร้างความสำเร็จ ให้เราดูอย่าง Amway หรือว่า MLM ต่างๆ กริฟฟาริน อย่างมีโฆษณาในโทรทัศน์เลยนะ คิดดูละกันนะ สินค้านี้ก็มีประโยชน์อยู่หรอกนะ อย่างผมนี้ไม่มีความรู้เรื่องของคอมพิวเตอร์อะไรเลย จะเอาเว็ปที่ดีๆ option เยอะ ไปก็ทำอะไรไม่เป็น จะเป็นเว็ปมาสเตอร์ได้อย่างไร ไม่เก่งพอที่จะหารูปโป๊มา upload ให้คนอื่นดู ก็เลยไม่ได้ตังค์จากตรงนี้เท่าใหร่ แต่ตอนนี้ก็คิดว่า GDI ก็ ok นะ ก็เข้าไปดูเว็ปผมซิ http://www.grow2gether.ws ก็เป็นเว็ปส่วนตัวแบบง่ายๆ ไม่หนักหัวใคร ทำไปเพราะความรู้เราเท่านี้ อย่างไรผมจะไม่ขออวดเรื่องความรู้การตลาดของผมไว้ที่นี้ แต่ขออวดความไม่เก่งเรื่องการทำเว็ปไว้ที่นี้ละกันนะ
December 21st, 2007 at 20:37 น.
คุณ MacroArt ยังไม่ตอบบางคำถามเลยคับเช่นว่า GDI มีมา 6 ปีแล้ว ถ้ามันผิดกฏหมายจริงมันอยู่มาได้อย่างไร ขอหลักฐาน ด้วยนะคับไม่เอาลมปากของตัวคุณเอง และไม่เอาลมปากของคืนอื่นมาอ้างอิงด้วยเช่นกันนะคับ
และขอทิ้งท้ายอีกคำถามนะคับ ว่าธุรกิจ GDI สามารถ เป็นโอกาสให้หลายๆคนสร้างรายได้ ได้ใหม ขอให้ตอบแค่ว่า ได้ หรือไม่ได้ นะคับ
เพราะถ้าทั้งหมดที่คุณตอบ หากว่า GDI ไม่ผิด กฏหมายจริง และ เป็นโอกาสให้สร้างรายได้ ได้จริงๆ เท่านี้หละคับ ที่คนทำธุรกิจอย่างเราๆต้องการ ไม่มีเหตุผลอื่น
” ถูกกฏหมาย จ่ายจริง มันคือโอกาส “
December 21st, 2007 at 21:32 น.
ตอบคุณ pun
เรื่องกฎหมายเป็นเรื่องของตำรวจ อัยการ และศาลที่จะตัดสินครับ อีกอย่างก็คือกฎหมายในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน แม้แต่ในอเมริกา แต่ละรัฐก็มีกฎหมายที่แตกต่างกันไป บางรัฐอนุญาตให้พกปืนได้ บางรัฐก็ถือว่าผิดกฎหมายครับ อย่างในประเทศจีน ธุรกิจ MLM ทุกรูปแบบถือว่าผิดกฎหมาย (ไม่รู้ตอนนี้เปลี่ยนไปหรือยัง) ธุรกิจที่ทำได้คือ SLM หรือขายตรงชั้นเดียวเท่านั้น
ในเรื่องที่เป็นสีเทาอย่างธุรกิจเครือข่ายและธุรกิจแชร์ลูกโซ่ บางครั้งเป็นการยากที่จะฟันธงว่านี่ถูกหรือผิดกฎหมาย จะมีการฟันธงเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจ ตำรวจส่งเรื่องถึงอัยการ อัยการส่งต่อให้ศาล แล้วศาลมีคำพิพากษาออกมา ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดกินเวลานานครับ
ดังนั้น ถ้าคุณ pun อยากรู้ว่าผิดกฎหมายหรือเปล่า ให้ลองเป็นเจ้าทุกข์เข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อฟ้องร้อง GDI ดูนะครับ
แต่ผมเชื่อว่าคนที่ทำ GDI อยู่แล้ว ไม่มีใครไปแจ้งความหรอกครับ (เหมือนกับที่คนที่ลงทุนในแชร์ข้าวสารไม่มีใครไปเป็นเจ้าทุกข์แจ้งความเจ้าของบริษัท แล้วคนที่อยู่ในธุรกิจก็เอามาถือเป็นความชอบธรรมซะงั้น) เพราะถ้าคุณทำธุรกิจมีรายได้ดีอยู่แล้ว เรื่องอะไรจะต้องทำลายธุรกิจตัวเอง หรือถ้าคุณไม่มีรายได้จากธุรกิจเลยแม้จะทำมาสักพักนึงแล้ว คุณก็ไม่อยากเสียเวล่ำเวลาไปฟ้องร้องไปขึ้นศาลหรอกครับ
ส่วนที่ถามว่าธุรกิจ GDI เป็นโอกาสสร้างรายได้มั้ย? ก็ต้องตอบว่าใช่ และถ้าถามว่าเป็นโอกาสสร้างแต่รายจ่ายมั้ย? ก็ต้องตอบว่าใช่อีกเช่นกันครับ
December 21st, 2007 at 21:46 น.
คุณวิระลองดู Google Apps นะครับ (http://www.google.com/a/) ทำเว็บง่ายๆ แบบที่คุณทำได้สบายมากเลย มีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ค่าจดโดเมน .com เพียง $10 ต่อ “ปี” เท่านั้นครับ หรือถ้าคุณมีโดเมนอยู่แล้วก็สามารถใช้งานได้ฟรีๆ เลย
นอกจากจะทำเว็บได้แล้ว ยังให้ e-mail ฟรีที่เป็นชื่อโดเมนของคุณเอง มี collaboration software ที่คล้ายๆ Microsoft Office ให้ใช้ผ่านเว็บได้ฟรีๆ ด้วย
ผมเคยแนะนำอาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่ ม.รามคำแหง ให้ใช้ Google Apps เพื่อเผยแพร่หลักสูตรให้กับนักศึกษา ซึ่งอาจารย์ท่านนี้ก็ไม่ได้เก่งเรื่องทำเว็บอะไรเลยครับ แต่ก็สามารถใช้งานได้ และเว็บนี้ยังช่วยให้นักศึกษาตาบอดสามารถเข้ามาอ่าน (โดยใช้โปรแกรมช่วย) และเรียนรู้ได้ไม่ต่างกับคนตาดีเลยครับ ลองเข้าไปอ่านกรณีศึกษาดูได้ที่
http://blog.macroart.net/2007/06/google-apps-creative-writing.html
December 21st, 2007 at 21:55 น.
นั่นนะซิ!
บางประเทศ สามารถประกอบอาขีพหญิงขายบริการได้
แต่บางประเทศกลับผิดกฎหมาย
เห็นได้ชัดว่ากฎหมายต่างกัน
ถ้ากล้าฟันธงว่าถูกกฎหมายประเทศไทย งั้นขอดูข้อมูลอ้างอิงมั่งครับ
เช่น จดทะเบียนอยู่ใน สคบ.แล้ว หรือสมาคมขายตรงรับรองแล้ว เป็นต้น
หรือมีข้อมูลอื่นๆก็ได้ ที่สามารถยอมรับได้
ขนาดธุรกิจ MLM ยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศ ยังต้องจดทะเบียนเข้าสมาคมขายตรงไทย เพื่อความโปร่งใสเลย
เป็นคนไทย ก็ต้องเคารพกฎหมายไทยซิครับ
December 22nd, 2007 at 3:41 น.
รบกวนคุณ MacroARt ช่วยดูธุรกิจ YCC ที่ http://www.yourcashcow.com ด้วยครับว่าเป็นยังไง เห็นเพื่อนส่งเมลล์มาหา มันต่างจากทั่วไปยังไงครับ และระบบ egold เป็นไง
December 22nd, 2007 at 14:36 น.
สวัสดีครับคุณ MacroArt ขอบคุณมากครับที่แน่นำต่อไป ผมได้เข้าไปดูแล้วละครับ แต่ยังไม่สมัครเพราะกลัวมากเลยครับเรื่องที่ได้เว็ปมาแล้วมีโฆษณาของ google ติดมาให้เต็มเว็ป เพราะต้องการอะไรทีเป็นส่วนตัว และก็เป็นประโยชน์ด้วย หรือว่าอาจจจะมีทางที่จะพอหารายได้เข้ามาทดแทนกันได้ อย่างเช่นถ้าผมจ่าย 400 บาทต่อปี แล้วทำงัยให้ผมได้ 400 บาทคืนมาจากทางอื่นโดยใช้เว็ปนั้น คุณ MacroArt การทีจะเป็นเว็ปมาสเตอร์นั้นยากหรือเปล่า หรือว่าการที่จะเขียนเว็ปนั้นต้องทำอะไรบ้าง การเป็นเว็ปมาสเตอร์นั้นเงินดีใหม เพราะจะได้แน่นำน้องชายได้ถูกครับ รบกวนหน่อยนะ แต่อย่างลืมไปเลือกตั้งด้วยละกัน อย่าเถียงกันเพลิน
December 23rd, 2007 at 13:47 น.
สำหรับความคิเห็นส่วนตัวผมขอมองเป็นกลางๆ แบบนี้ครับ
ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวก่อนว่าผมเป็นคนที่ชอบหาเงินออนไลน์มากที่สุดเพราะผมหาเงินทางนี้มาแทบจะทุกตัว ตั้งแต่ยุคแรก คลิ๊กผวา คือไม่รู้ว่าจะได้เงินหรือเปล่า แล้วก็พวก วางโฆษณาทั้งหลายแทบทุกค่ายตั้งแต่ yahoo bid มาถึง adsense จนล่าสุดเพิ่มมาอีกคือ นิภา แล้วก็มี เล่นหุ้น อื่นๆ อีกมากมาย รายได้ต้องขอบอกว่าได้แบบมึนๆ ช่วงแรก ท้อแท้มาก ต้องโปรโมทเว็บจนตาลาย อดหลับอดนอน มาไม่รู้เท่าไรเพื่อแลกกับความต้องการที่จะหาเงินให้ต่างจากรุ่นพ่อรุ่นแม่เรา เพราะผมก็ไม่ได้มีความรู้อะไรมากที่จะไปทำธุรกิจอื่น ก็เลยคิดจะเอาดีทางนี้ไปเลย พื้นฐานสุดๆที่ทุกคนต้องมีผมอยากจะบอกว่า ควรรู้หลักการของ การทำเว็บไซต์ไว้ด้วย แล้วก็อื่นๆ ผมใช้เวลาศึกษาเรื่องพวกนี้ถึง สามปี กว่าจะเป็นรูปเป็นร่าง
สำหรับ gdi ก็เช่นกันผมมองว่า หมูสำหรับผม เสียอย่างเดียวที่ต้องมาเสียเงินทุกเดือนตั้ง $10 แต่ที่ผมตัดสินใจทำก็เพราะว่าผมไม่เคยทำและอยากหาประสบการให้ตัวเอง จะว่าผมโง่ก็ได้นะที่ทำโดยยังไม่คำนึงถึงรายได้ที่คิดว่าจะได้หรือเปล่าแต่ที่มองเห็นโอกาสคือ $10 สำหรับผมแล้วมันไม่เยอะ ผมก็เลยทำเพื่อเอาประสบการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจตัวนี้มาผสมผสานและสรุปไอเดีย ในแบบของผม อย่าเอาผมเป็นเยี่ยงอย่างนะครับ ธุรกิจต่างๆ บางอย่างไม่ต้องลงทุนมีเยอะเต็มไปหมดแต่เมื่อทำจริงๆจะรู้ว่าถึงยังไงก็ต้องลงทุนอยู่ดีอันนี้อธิบายยากเหมือนกันและผมก็เรียบเรียงคำพูดไม่เก่ง เพราะวันนี้เท่าที่อ่านดูทุกคนไม่ได้มาวิเคราะห์กันหรอกในบอร์ดนี้ มาเถียงกันมากกว่าว่าใครดีกว่ากัน ใครถูกกว่ากัน แต่ที่ได้เต็มๆก็คือความมหาศาลของบอร์ดแห่งนี้ที่ยันเข้าไปอันดับแรกของคีย์เวิร์ดนี้แล้ว เยี่ยมครับ นับถือ วันนี้ผมก็ขอพูดในมุมของผมเช่นกันครับ
อยากเสริมนิดถึง ข้อความนี้หน่อยนะครับ
****
“
3. ในกรณีการชักชวนทำธุรกิจที่ไม่มีสินค้า แต่แอบแฝงมาในรูปแบบของบริการหรือมีลักษณะ ที่ไม่เป็นรูปธรรม จับต้องไม่ได้ เช่น ชักชวนลงทุนทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่ในจัดทำเว็บไซต์ โดยจะมีการชักชวนประชาชนว่าเป็นการเข้าไปสมัครเช่า Hosting และทำธุรกิจโดยการให้เช่าพื้นที่ในการจัดทำเว็บไซต์ในลักษณะเช่าต่อๆกันไปหลายราย ดูเสมือนว่า มีการซื้อขายของกันจริง แต่ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในด้านคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป จะทราบดีว่าการเปิดเว็บไซต์ในแต่ละเว็บไซต์จะมีค่าใช้จ่ายน้อยมาก ฟรีเว็บไซต์เลยก็มี และเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ที่ทำการเปิดแทบที่จะมีค่าน้อยหรือไม่มีค่าใดๆเลย และที่สำคัญคนที่ต้องการจะจัดทำเว็บไซต์ จริงๆแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องมาขอเช่าพื้นที่จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวแต่อย่างใด
ด้วยความปรารถดี
พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน
ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI กระทรวงยุติธรรม”
****
เห็นชื่อท่าน ผมก็เกรงแล้ว แต่อยากขอค้านนิดนึงสำหรับเรื่องที่บอกว่าการทำเว็บไซต์ค่าใช้จ่ายน้อยมาก และไม่จำเป็นต้องมาขอเช่าพื้นที่กับธุรกิจด้งกล่าวแต่อย่างใด ส่วนตัวผมคิดว่ามันมีค่าใช้จ่ายนะ เพราะผมก็เป็นหนึ่งในคนทำเว็บและรับจ้างทำเว็บเหมือนกัน การที่จะทำให้ง่ายสเปะสะปะแน่นอนหาพื้นที่ฟรีที่ไหนก็ได้เยอะแยะไปหมด แต่ถ้าจะทำให้ดีก็ต้องหาโฮสดีๆ ผมไม่ได้หมายความว่า GDI ดีอะไรมากมายนะครับในเรื่องนี้ แต่ GDI ทำโดเมนครับแพงด้วยซ้ำแต่ที่เราได้จากราคาที่แพงก็คือธุรกิจผมว่ามันคุ้มนะ แล้วอีกอย่าง โดเมน GDI ที่เราลงทุน $10 มันราคาแพงก็จริงแต่อย่าลืมว่าเราได้พื้นที่ทำเว็บด้วยนะถึงแม้บางคนจะบอกว่าพื้นที่ที่ได้มันทำระบบเว็บเราไม่ค่อยจะได้เรื่องก็ถูกแต่เค้าแถมให้เรานะอย่าลืม host เนี่ย เพราะตัวธุรกิจที่เราทำน่ะ มันคือโดเมนข้อนี้นอกจากจะคิดว่าโดเมนมันแพงก็อย่าว่าเค้าเลยเรื่อง Host น่ะ เพราะเค้าแถมให้ที่สำคัญพื้นที่ๆใช้ทำเว็บเนี่ยไม่มีโฆษณามากวนใจนะครับ และที่ท่านบอกว่าคนที่จะทำเว็บไซต์ไม่จำเป็นต้องมาขอเช่าจากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวเนี่ยผมก็อดที่จะค้านไม่ได้ แน่นอนก็ GDI ทำโดเมนถ้ามาขอเช่าพื้นที่กับ GDI ผมว่าคนนั้นก็ท่าจะเพี้ยนแล้ว..พื้นที่เค้าแถมให้ครับท่าน แต่ยังไงผมก็คิดเหมือนกันแหละว่าโดเมนมันแพงจริงๆ และมันก็จับต้องไม่ได้จริงๆซะด้วยซี ? แต่ถ้าทำแล้วคิดว่าจะได้เงินจากงานนี้จะไปคิดทำไมว่ามันจะแพง เราทำธุรกิจนะ ไม่ใช่นักวิชาการ ต้องถามตัวเองว่าถ้ามันแพงน่ะจะทำมั้ยถ้าไม่ทำก็จบ เค้าไม่ได้บังคับก็เห็นเค้าระบุมาหมดนะโปร่งใสแฟร์ๆ แถมถ้าคิดว่าลงทุนแล้วไม่ได้ตังก็ถอนตัวสิจะไปยากอะไรแต่ถ้ามันได้เงินได้ประสบการณ์ ได้ไอเดียร์หรือเอาไปผนวกกับงานที่คุณทำอยู่ได้มันก็โอเคนะ
สำหรับส่วนตัวผมว่าระบบ GDI เป็นประโยชน์มากสำหรับคนที่คิดจะเริ่มหัดทำเว็บไซต์ผสมกับหลักการทำธุรกิจออนไลน์ เพราะเราจ่ายไป 3ร้อยกว่าบาทแลกกับชื่อโดเมน+โฮส+การเรียนรู้ธุรกิจแนวทางต่างๆ และถ้าทำมันจริงๆ ผมคิดว่าเกิดได้ไม่ยาก นี่ส่วนตัวนะครับมุมมองสำหรับผมอาจไม่ถูกต้องก็ขออภัย
December 23rd, 2007 at 22:28 น.
ตอบคุณวิระ
บริการของ Google ไม่มีการบังคับติดโฆษณามาครับ คุณจะติดก็ได้หรือไม่ติดก็ได้ ถ้าอยากติดก็ทำได้ง่ายๆ และคุณในฐานะเจ้าของเว็บก็จะได้รายได้จากการโฆษณาด้วยครับ
การเป็นเว็บมาสเตอร์สมัยนี้ไม่ยากครับ มีเครื่องมือสำเร็จรูปเยอะแยะมากมาย ขอแค่มีเวลานั่งทดลองเล่นดูไม่นานก็ได้แล้ว และถ้ามีไอเดียดีๆ ในการทำเว็บ ก็มีโอกาสดังและสามารถทำเงินได้ไม่ยากครับ
December 24th, 2007 at 0:29 น.
คุณนักหาเงินทางเนท
ถ้าอยากคุณอยากเรียนรู้ธุรกิจ มันมีที่ไม่ต้องเสียเงิน$10แล้วได้ความรู้เรื่อง online และ MLM ด้วยก้อมีครับ ไม่เห็น make sence เลย ถ้าบอกว่าอยากรู้เพราะ GDI เป็น MLM แบบขายโดเมนก้อว่าไปอย่าง – -’
ตอบคุณ Pun&MacroArt
ในประเทศจีน ธุรกิจ MLM ทุกรูปแบบถือว่าผิดกฎหมาย (ไม่รู้ตอนนี้เปลี่ยนไปหรือยัง)
ขอบตอบว่าตอนนี้ไม่ผิดแล้วครับ Amway เค้าไปเปิดมาแล้วครับ
ส่วนในUSA มีรัฐหนึ่งที่เค้าเปิดเสรีเรื่อง ธุรกิจ MLM และเป็นรัฐที่มีบริษัทแบบนี้ไปจนทะเบียนกันเยอะมากครับ
ตอบคุณ GDI
“ธุรกิจเราเป็นธุรกิจออนไลน์ เจาะกลุ่มคนที่เล่นอินเตอร์เน็ต ไม่ได้ไปเดินตระเวนขายตรงเหมือนสินค้าเหล่านั้น ในเมื่อเรามีโดเมนเป็นสินค้าแล้วคุณจะให้เราเอามาทำอะไร เอามากินหรือไงครับ หรือเอามาอาบน้ำ เราบอกไว้แล้วว่าเราทำงานออนไลน์ ”
ทราบหรือไม่ว่าตอนนี้ Amway และ ล็อคเล่ ก้อมีเวปขายสินค้าออนไลน์ โดยไม่ต้องวิ่งออกไปตระเวนขาย ได้เหมือนกันครับ ถือว่าเป็นธุรกิจออนไลน์เช่นกันนะครับ การออกไปแนะนำสินค้ามันช่วยให้ลูกค้าเข้าใจคุณภาพของสินค้าได้ดีขึ้นครับ..และเงินที่ซื้อสินค้าก้อไม่มีวันสูญเปล่าเพราะเป็นของที่มันใช้ได้กับทุกคนครับ ไม่เหมือนกับโดเมน website คนจะใช้ประโยชน์ได้ต้องมีความรู้เฉพาะกลุ่ม …และAmway กับ ล็อคเล่ ก้อสามารถชวนคนมาทำธุรกิจได้โดยนั่งอยู่กับบ้าน ได้เช่นเดียวกันทุกประการครับ
ผมว่าถูกแล้วนะครับ สินค้าย่อมต้องเทียบกับสินค้า แผนธุรกิจก้อต้องเทียบกับแผนธุรกิจ ..แม้ว่าสินค้ามันจะคนละประเภทและมีประโยชน์คนละแบบ แต่ความคุ้มค่าและความพอใจในสินค้ามันวัดกันได้ครับ
December 24th, 2007 at 3:38 น.
มีคนแนะนำให้ไปดูตัวใหม่ เห็นว่าเป็น hosting ชื่อ YCC ใครรู้ว่าเป็นไงบ้างช่วยตอบหน่อยนะครับ รบกวนคุณ MacroArt ด้วยครับ
December 24th, 2007 at 16:50 น.
ตกลง MLM อะไรดีและชัวร์ที่สุดในตอนนี้คะ..เห็นวิพากษ์ติชมกันตั้งยาวเหยียด ตอนนี้ก็ศึกษาหลายๆอันอยู่ อยากรู้จากผู้รู้จริงค่ะขอบคุณนะคะ
December 25th, 2007 at 3:30 น.
ถือว่าเป็นการให้ความรู้ที่ดีเลยครับ ผมเองก็ได้รับเมล์พวกนี้เยอะมาก แต่มีความเห็นเหมือนกันเลยว่า…เป็นการขายอะไรที่มันว่างเปล่ามากเลย หาความยั่งยืนไม่ได้…เดี๋ยวก็มีตัวใหม่เข้ามาเรื่อยๆอีก…มาจากต่างประเทศทั้งนั้น…เราไม่ค่อยรู้ภาษาและเรื่องการตลาดก็ตามเขาไม่ทันหรอกครับ ฉะนั้นจะลงทุนทำอะไรต้องระวังคำโฆษณาที่ว่า…สบายๆง่ายๆอยู่กับบ้านแล้วจะรวยๆ ขนาดแบบไทยๆด้วยกันเองยังโดนกันเข้าไปแล้ว เป็นต้นว่าเรื่องอย่างอีซี่นี่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีครับ…ผมได้ไปอ่านกระทู้ของเวปชื่อดัง…มีผู้รู้จริงเขาช่วยกันคำนวณวิเคราะห์ดู…ปรากฎว่าต่อให้การเติบโตของยอดขายเท่ากันทุกเดือนๆในอนาคตซึ่งก็รักษาไว้ไม่ได้ง่ายๆเลย…ไอ้เงินปันผลที่บอกว่าจะได้ภายใน 3-6 เดือนอย่างที่โฆษณาไว้นี่…มันกลับจะยือเวลาจ่ายออกไปเป็นปีๆได้เลยครับ ก็อย่าโลภมากกันนะครับ…ผมเองยังโดนไปหลายแล้วยังไม่ได้คืนซักบาทเลย
December 26th, 2007 at 7:00 น.
จริงๆ ธุรกิจ GDI ผมเปิดให้เลยก็ได้นะสำหรับคนไทยเลย ให้ลงลึกถึง 6 สายเลยก็ได้ ^_^” ๕๕๕ เงินทองจะได้ไม่ไหลออกไปนอกประเทศ แบบนี้ดีเปล่าหว่าอิอิ
หลักการณ์การเปิดธุรกิจ GDI นั้นง่ายมากถึงง่ายที่สุดลงทุนต่อเดือนขั้นต่ำก็ $25 ต่อเดือนเองครับ มีความรู้โปรแกรมมิ่งพอสมควร + อ่านหนังสือประเภท rich dad series นิดหน่อย ทำ e-book คอยจูงใจลูกค้า ก็เปิดได้แล้วนอกจากแถม domain name แล้วแถม MySQL + script compatible. ให้ด้วยอ่ะ web space 10mb พอแมะ รับได้ประมาณ 25,000 คนอ่ะ แถม web generate อย่างดีสุดๆ ให้ด้วย หรือจริงๆ ถ้าผมเอากำไรแค่คนละ $1 ถ้าคนไทย 60ล้านคน สมมติน้อยๆมี 1% ที่เล่นคอม และ 1% ของคนเล่นคอมทำธุรกิจ GDI และ 50% ของคนที่ทำธุรกิจ GDI มาทำกับผมก็เท่ากับผมจะมีลูกค้า เท่ากับ
60m*1% = 600k, 600k*10% = 6k, 6k*50%= 3k
ฉะนั้นผมมีรายได้ $3000 เหนาะๆ เลยครับต่อเดือน ฮี่ๆๆ หักลบหนี้ก็คงได้ประมาณ 90k บาท ต่อเดือนครับ แต่นี่ผมต่อให้ 6 ชั้นเลยอ่ะ แสดงว่าผมได้กำไรมากกว่านี้อย่างต่ำสุด 4 เท่าครับก็คือ 4*90k=360k บาทต่อเดือน ^^@
แต่ผมไม่เปิดครับ กลัวคุก (หรือใครอยากให้เปิด ก็ได้นะอิอิ :p)
ผมจะไม่พูดแนวทางปฎิบัตินะครับ(เพราะมันจะชี้โพลงให้กระรอกซึ่ง web developer ทั่วไปก็รู้กันอยู่แล้วแหละ)
เหมือนเดิมครับอยากให้คนที่ทำธุรกิจ GDI คนไทยทุกคนช่วยกันคิดหน่อยว่า
- เราทำให้ใครรวย (ตัวเราเองได้ $1ต่อ1คน, หรือเจ้าของ ได้$5-$10 ต่อ 1คน)
- แล้วเงินที่เราได้เนี่ย จริงๆเราเอาจากใคร (จากเจ้าของ หรือ จากdownline เรา)
ขอบคุณจ้าแวะมาเยี่ยม
December 26th, 2007 at 7:08 น.
ผมอยากให้คุณ MacraArt ทำบทความเกี่ยวกับเรื่อง การจดลิขสิทธิ์ต่างๆ บท internet จังครับ อิอิ
(แอบขอเผื่อฟลุค ^-^@”)
December 26th, 2007 at 11:50 น.
อะโห่..www..มันหัศจรรย์มีจริงๆ เพียงคุณ..อภิศิลป์..ชงเรื่องGDI ขึ้นมาแว๊บเดียวมากันเป็นแถวเลย..(เสร็จผม)
December 26th, 2007 at 15:25 น.
ผมมีความรู้เรื่องลิขสิทธิ์และสิทธิบัตรน้อยมากเลยครับ แต่ถ้าสนใจเรื่องลิขสิทธิ์บนอินเทอร์เน็ต ขอแนะนำเว็บนี้ครับ
http://cc.in.th/
December 26th, 2007 at 16:38 น.
ขอบคุณคร้าบบ
ขอให้ traffic เยอะๆ
แฮ่!
December 26th, 2007 at 21:27 น.
“สำหรับ MLM จริงอยู่ว่าตัวสินค้ามีความสำคัญ แต่ความแตกต่างมันอยู่ตรงนี้ค่ะ คือ WS เป็น Internet บังเอิญว่าสำหรับ Internet สินค้าที่ดีที่สุดคือ “สินค้าที่ไม่มีตัวตน” เพราะอะไร เพราะ Internet มันไม่มีขอบเขต ทำเสรีทั่วโลก ไม่สนใจชาติ ภาษา เพราะฉะนั้นสินค้าที่ตอบสนองการทำตลาดบน Internet ได้ดีที่สุดคือ software หรือ services อะไรก็ตาม ที่ Download หรือ ทำ online ได้ 100% ฉะนั้น WS เอง จึงตอบโจทย์นี้ได้อย่างเต็มที่”
(ทัศนะของเพื่อนGDI ด้วยกัน ขอบคุณ ณ.ที่นี้ด้วยค่ะ)
1. คนที่ตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจ GDI ก่อนอันดับแรก ต้องถามวัตถุประสงค์ให้แน่ชัดก่อนที่จะร่วมทำงานกัน ไม่งั้นปัญหาก็มีให้เห็นอย่างที่คุณเจอเว็บบอร์ดนี้ค่ะ
ถามวัตถุประสงค์ 1.1 ถ้าต้องการรายได้ ต้องการทำธุรกิจ คุณสมัครคุณได้รับธุรกิจเป็นหลัก การคืนกำไรในจุดคุ้มทุนไวกว่า เพราะเป็นธุรกิจที่ลงทุนต่ำ มองในแง่ของการทำธุรกิจ สมาชิกที่เข้าใน Concept GDI และตอบคำถามตัวผู้สมัครเองว่าต้องการอะไรกันแน่ ถ้าคำตอบต้องการสร้างรายได้และธุรกิจแสดงว่า เค้ามาถูกทางแล้วค่ะที่จะทำ GDI คนเหล่านี้จะเข้าใจตัวเองว่ากำลังทำอะไร และต้องการอะไรในธุรกิจ GDI
1.2 ผู้สมัครเข้ามาต้องการเน้นเรื่องของบริการสินค้า คนกลุ่มนี้จะมองสินค้า GDI แพง เพราะเค้าต้องการตัวสินค้ามากกว่าธุรกิจ ต้องแนะนำที่อื่นให้ใช้บริการแทน เพราะถูกกว่า GDI แต่เค้าจะไม่ได้รับในเรื่องของรายได้คืนกลับมาและตัวธุรกิจเครือข่ายค่ะ ถ้าต้องการจดโดเมนและพื้นที่ Hosting ต้องบอกกับลูกค้าว่าของเรา เป็นระบบ Affilate Marketing เป็นระบบหาสมาชิก เป็นหลัก สินค้าพื้นที่ Hosting ของ GDI เป็นขนาด Premium ถ้าต้องการ Hosting คุณภาพสูง ตัวสมาชิก GDI ต้องแนะนำให้เค้าใช้บริการของ Hosting ที่อื่นแทน ในขณะเดียวกันโดเมนที่เค้าต้องการนามสกุลอื่นมีคนจดแล้ว แต่ .ws ยังไม่มีคนใช้ก็สามารถจดได้ โดยอาจจะใช้ Hosting ของที่อื่นแทนโดยใช้บริการของ GDI ในเรื่องของ – Advanced Users nameser : ต้องการใช้ Hosting ที่อื่นสามารถตั้งโอน Hosting โดยใช้บริการอันนี้
คนหลายคนเข้ามาทำ GDI ยังไม่รู้อะไรเลยว่า ตัวเค้าต้องการอะไรกันแน่และ GDI คืออะไร ถ้าต้องการข้อ 1.1 มาถูกทาง ถ้าต้องการ 1.2 ต้องแนะนำให้เค้ารู้และชี้แจ้งก่อนสมัคร เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น
ทุกอย่างในโลกล้วนมี 2ด้าน ดี/เลว ,ขาว/ดำ ,หัว/ก้อย คุณคิดเห็นอย่างไร?คะ
December 26th, 2007 at 22:38 น.
ตอบคุณ bobo ครับ (ทำเหมือนตัวเองเปงเจ้าของblogเลย ขอตอบแทนคุณMacroArtนะครับ)
ถ้าถามว่า MLM อะไรดีและชัวร์ที่สุดในตอนนี้
ก้อดูที่มันถูกกฎหมายจดทะเบียนกับ TDSA อย่างถูกต้อง
ก้อคือ Top 4 ของเมืองไทยนั่นแหละครับ ทั้งมั่นคงและถูกพิสูจน์แล้วว่าดีจริง…คล้ายๆกับการเลือกทำประกันภัยนั่นแหละครับ..ทำดีกว่าไม่ทำแน่นอนครับ..แต่ละที่ก้อมีoption ดีกันคนละอย่าง ผมจะไม่บอกว่าผมทำอะไรอยู่เพราะมันผิดจรรยาบรรณ ในการชักชวนคนทางอินเตอร์เนทครับ
(ถ้าสนใจเอาไว้หลังไมค์นะครับ)
..จะให้ตอบคือ ดีหมดแหละครับถ้าตั้งใจจริง “จนกระทั่งสำเร็จ”
งานนี้มันเหมือนเราค่อยๆ แกะสลักหิน ให้เป็นรูปปันที่สวยงามครับ
ช่วงแรกๆต้องลงแรงมากๆ พอขึ้นเปงรูปเปงร่างแล้ว ก้อต้องใช้ความประณีตมากขึ้นกว่าการใช้แรงครับ..ผมยกตัวอย่างง่ายๆแค่นี้หวังว่าคงพอเข้าใจนะครับ..ถ้าจะทำผมอยากให้ถามตัวเองก่อนว่าพร้อมรึยัง ที่จะเปลี่ยนสมดุลชีวิต ต้องจัดเวลาดีๆครับ ..มันไม่ได้ง่ายและไม่ได้ยากจนเกินกำลังคนธรรมดาหรอกครับ
December 27th, 2007 at 11:22 น.
คุณเองก็ไม่ได้เข้าใจระบบ Network Marketing เลยและก็ไม่รู้และเข้าใจมันด้วย
ทั้งตัวคุณและคนที่คุณรักและเคารพก็ทำงานอยู๋ในระบบเหล่านี้ด้วย คุณคงคิดว่า”ฉันไม่มีหรอกคนที่ทำอยู๋นะ”
นั่นเพราะว่าคุณไม่รู้ตัวเลยงัยว่าเกี่ยวข้องอยู่ มีบริษัทไหนบ้างที่เปิดบริษัทแล้วทำงานคนเดียวจนร่ำรวยบ้าง
ในบริษัทคุณทำงานกันกี่คน บริษัทที่คุณทำงานอยู่มีการแบ่งต่ำแหน่ง หน้าที่ไหม มีหัวหน้า มีลูกน้องไหม มีการจ่ายค่าแรงค่าตอบแทนให้คุณเป็นเดือนๆไหม
และนั่นไม่ใช่ระบบ Network Marketing งั้นหรือ
ที่คุณไม่เชื่อเพราะคุณสับสนและแยกไม่ออกระหว่าง Network Marketing กับ ลูกโซ่ ที่เห็นกันบ่อยๆงัย
ลูกโซ่แตกต่างจากเน็ตเวอร์มาเก็ตติ้ง ตรงที่จะไม่มีสินค้าหรือบริการ หรือมีสินค้าหรือบริการก็จริงแต่คนในองกรนั้น ไม่ใช้สินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง เมื่อไม่ใช้สินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง บวกกับแผนการตลาดที่มีช่องโหว่มาก บริษัทไม่มีรายรับจากผลิตภัณฑ์หรือบริการ ก็ไม่มีเงินมาจากผลตอบแทนก็ปิดบริษัทหนีงัย และก็เหมารวมหมดว่าธุรกิจแบบนี้มันหลอกลวงประชาชน
ให้เดานะทุกครั้งที่คุณได้ยินคำว่า Network Marketing ในสมองที่คับแคบของคุณคงจะคิดว่าเป็นคำที่น่าขยะแขยง มันไม่มีจริงหรอก ธุรกิจนี้หลอกลวง ใช่ไหม
งั้นลองกลับไปตั้งคำถามให้ตัวเองนะ ถ้าธุรกิจ Network Marketing ที่น่าขยะแขยงของคุณมันผิดกฎหมาย มันหลอกลวงจริง
ทำไมทุกประเทศทั่วโลกใบนี้จึงไม่ประกาศห้ามทุกคนทำ ( เหมือนประกาศห้ามแบบยาเสพติดละ )
แล้วคนที่ทำ Network Marketing ไม่ต้องใคร เพื่อนคุณหรือพ่อแม่พี่น้องคุณ ที่เขาร่ำรวย(คงจะมีมั้งในตระกุลคุณนะ)
จากธุรกิจนี้เขาได้มาแบบฟลุ๊กๆงั้นหรือ ภาพการสัมพาท์ยประธานาธิปดี อเมริกา
เขาใช้กันมากี่ปีแล้วรู้ไหม ถ้ามันลวงโลกจริงคนใน .ws ทั่วโลกเขาคงไม่เอามาล้อเล่นกันหลอก ค่าเสียหายมันไม่ใช่บาทสองบาท
และถ้าอยากรู้ว่ามันจริงหรือไม่จริงอย่างไร รู้จัก google ใช่
ไหม มีสมองและปัญญาที่จะค้นหาความจริงก็เข้าไปหาได้เลย
ถ้ามันหลอกลวงคำถามคือ Global Domain International หลอกลวงคนบนโลกได้นานถึง 6 ปี เลยงั้นหรือ
โดยมีบริษัท intel เป็นหุ้นส่วนและเข้าไปร่วมวงด้วย เพื่อหลอกลวงประชาชนตามความคิดคุณ นะหรือ กลับไปทบทวนมุมมองในของคุณใหม่จะดีกว่านะครับ
December 27th, 2007 at 14:44 น.
คุณคนผ่านมา
ผมได้บอกเล่าถึงทัศนคติที่ผมมีต่อ Network Marketing ไว้ในความคิดเห็นบนๆ แล้วนะครับ ไม่ใช่อย่างที่คุณเข้าใจอยู่แน่นอน ลองกลับขึ้นไปอ่านดูอีกที
เรื่องคลิปประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ถามจริงๆ เถอะครับ คุณเชื่อเหรอว่านั่นคือประธานาธิบดี George Bush ตัวจริง? ตอนแรกที่ผมเห็นคลิปนั้นนะ ผมคิดในใจว่าหมอนี่ไม่ใช่บุชแน่นอน เป็นแค่คนหน้าตาคล้ายกันเฉยๆ (จะว่าไปแล้วก็ไม่คล้ายสักเท่าไหร่)
แต่ผมก็ยังไม่ฟันธง จริงๆ เขาอาจจะเป็นบุชตัวจริงก็ได้ ผมเลยลองค้นใน Google ด้วยคำว่า george bush gdi ดู เพราะถ้าเป็นประธานาธิบดีตัวจริง และพูดจากในทำเนียบขาวจริง (เห็นจากคลิปว่ามีโพเดียมและธงชาติสหรัฐอเมริกา) จะต้องมีการบันทึกถ้อยแถลงไว้ และจะต้องมีหลักฐานที่พบได้ตามเว็บไซต์ราชการหรือสื่อมวลชนต่างๆ
ผลปรากฎว่า Google ให้ผลลัพธ์เพียงแค่หมื่นกว่าๆ เท่านั้นครับ ซึ่งน้อยผิดปกติ และที่สำคัญก็คือผลลัพธ์ที่ได้ก็เห็นมีแต่เว็บคนไทยที่ทำธุรกิจ GDI และอ้างถึงคลิป George Bush นี่แหละครับ อาจจะมีเว็บต่างประเทศอยู่บ้าง แต่ GDI ย่อมาจาก Gross Domestic Income ไม่ใช่ Global Domains International แต่อย่างใด
ดังนั้นถ้าคุณคนผ่านมามีหลักฐานว่านั่นคือ George Bush ตัวจริง ช่วยนำมาให้ดูหน่อยเถอะครับ แต่ผมอยากบอกว่าคนเป็นผู้นำประเทศไม่ควรมาพูดโฆษณาให้บริษัทเอกชนแบบเจาะจงขนาดนี้ครับ ลองนึกภาพดูว่าถ้าทักษิณพูดเชียร์ AIS อย่างออกหน้าออกตา ภาพพจน์ของ(อดีต)ผู้นำประเทศจะเป็นอย่างไร?
เช่นเดียวกับที่บอกว่า Intel เป็นหุ้นส่วน ผมขอดูหลักฐานที่ยืนยันว่าเป็นหุ้นส่วนจริงหน่อยครับ เพราะผมลองเข้าเว็บไซต์ intel.ws ปรากฎว่ามันไม่ใช่เว็บที่มีข้อมูลของบริษัท Intel เลย
ก่อนที่จะตัดสินใจทำ GDI คุณได้เคยลองถามคำถามเหล่านี้กับตัวเองบ้างหรือเปล่า? คนที่อยู่ในคลิปใช่ George Bush ตัวจริงหรือเปล่า? ข้อมูลในเว็บที่บอกว่า Intel เป็นหุ้นส่วน มีหลักฐานยืนยันจริงหรือเปล่า? หรือว่าคุณอ่านเว็บโปรโมทธุรกิจจบแล้วก็เชื่อทันทีเลย? ถ้าคนทั้งโลก 6,000 ล้านคน มีเพียง 1% คือ 60 ล้านคนที่ดูเว็บแล้วเชื่อทันที แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ GDI ทำธุรกิจมาได้ยาวนานถึง 6 ปีแล้วครับ
December 27th, 2007 at 16:07 น.
“สำหรับ MLM จริงอยู่ว่าตัวสินค้ามีความสำคัญ แต่ความแตกต่างมันอยู่ตรงนี้ค่ะ คือ WS เป็น Internet บังเอิญว่าสำหรับ Internet สินค้าที่ดีที่สุดคือ “สินค้าที่ไม่มีตัวตน” เพราะอะไร เพราะ Internet มันไม่มีขอบเขต ทำเสรีทั่วโลก ไม่สนใจชาติ ภาษา เพราะฉะนั้นสินค้าที่ตอบสนองการทำตลาดบน Internet ได้ดีที่สุดคือ software หรือ services อะไรก็ตาม ที่ Download หรือ ทำ online ได้ 100% ฉะนั้น WS เอง จึงตอบโจทย์นี้ได้อย่างเต็มที่”
(ทัศนะของเพื่อนGDI ด้วยกัน ขอบคุณ ณ.ที่นี้ด้วยค่ะ)
1. คนที่ตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจ GDI ก่อนอันดับแรก ต้องถามวัตถุประสงค์ให้แน่ชัดก่อนที่จะร่วมทำงานกัน ไม่งั้นปัญหาก็มีให้เห็นอย่างที่คุณเจอเว็บบอร์ดนี้ค่ะ
ถามวัตถุประสงค์ 1.1 ถ้าต้องการรายได้ ต้องการทำธุรกิจ คุณสมัครคุณได้รับธุรกิจเป็นหลัก การคืนกำไรในจุดคุ้มทุนไวกว่า เพราะเป็นธุรกิจที่ลงทุนต่ำ มองในแง่ของการทำธุรกิจ สมาชิกที่เข้าใน Concept GDI และตอบคำถามตัวผู้สมัครเองว่าต้องการอะไรกันแน่ ถ้าคำตอบต้องการสร้างรายได้และธุรกิจแสดงว่า เค้ามาถูกทางแล้วค่ะที่จะทำ GDI คนเหล่านี้จะเข้าใจตัวเองว่ากำลังทำอะไร และต้องการอะไรในธุรกิจ GDI
1.2 ผู้สมัครเข้ามาต้องการเน้นเรื่องของบริการสินค้า คนกลุ่มนี้จะมองสินค้า GDI แพง เพราะเค้าต้องการตัวสินค้ามากกว่าธุรกิจ ต้องแนะนำที่อื่นให้ใช้บริการแทน เพราะถูกกว่า GDI แต่เค้าจะไม่ได้รับในเรื่องของรายได้คืนกลับมาและตัวธุรกิจเครือข่ายค่ะ ถ้าต้องการจดโดเมนและพื้นที่ Hosting ต้องบอกกับลูกค้าว่าของเรา เป็นระบบ Affilate Marketing เป็นระบบหาสมาชิก เป็นหลัก สินค้าพื้นที่ Hosting ของ GDI เป็นขนาด Premium ถ้าต้องการ Hosting คุณภาพสูง ตัวสมาชิก GDI ต้องแนะนำให้เค้าใช้บริการของ Hosting ที่อื่นแทน ในขณะเดียวกันโดเมนที่เค้าต้องการนามสกุลอื่นมีคนจดแล้ว แต่ .ws ยังไม่มีคนใช้ก็สามารถจดได้ โดยอาจจะใช้ Hosting ของที่อื่นแทนโดยใช้บริการของ GDI ในเรื่องของ – Advanced Users nameser : ต้องการใช้ Hosting ที่อื่นสามารถตั้งโอน Hosting โดยใช้บริการอันนี้
คนหลายคนเข้ามาทำ GDI ยังไม่รู้อะไรเลยว่า ตัวเค้าต้องการอะไรกันแน่และ GDI คืออะไร ถ้าต้องการข้อ 1.1 มาถูกทาง ถ้าต้องการ 1.2 ต้องแนะนำให้เค้ารู้และชี้แจ้งก่อนสมัคร เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น
ทุกอย่างในโลกล้วนมี 2ด้าน ดี/เลว ,ขาว/ดำ ,หัว/ก้อย คุณคิดเห็นอย่างไร?คะ
By มนุษย์มีชีวิตอยู่ด้วยความหวัง(ฝัน) on Dec 26, 2007
คุณ MacroArt ยังไม่ตอบกระทู้ดิฉันเลย น้อยใจจัง!!!
December 27th, 2007 at 20:05 น.
ตอบคุณมนุษย์มีชีวิตอยู่ด้วยความหวัง(ฝัน)
ผมเห็นว่าข้อความของคุณเป็นการพูดกับคนที่ทำ GDI ด้วยกัน ไม่ได้เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบ ผมก็เลยไม่ได้ตอบครับ
แต่ถ้าจะให้ตอบก็ขอตอบดังนี้ครับ
เพื่อนที่เคยชวนผมทำแอมเวย์ เขาไม่เคยถามผมว่า “นายสนใจธุรกิจหรือสินค้าของแอมเวย์? ถ้านายสนใจธุรกิจ นายมาสมัครกับเรา แต่ถ้านายสนใจสินค้า เราขอแนะนำให้นายไปใช้สินค้ายี่ห้ออื่นเถอะ”
มันดูเป็นเรื่องแปลกนะครับถ้าคนที่ทำธุรกิจจะผลักว่าที่ลูกค้าให้ไปใช้สินค้ายี่ห้ออื่น แทนที่จะเชียร์สินค้าของตัวเอง
นี่คือบทสนทนาที่มันควรจะเป็นครับ
ผม: “ตอนนี้เรายังไม่สนใจธุรกิจของนายนะ”
เพื่อน: “ไม่เป็นไร งั้นนายลองซื้อยาสีฟันเราไปใช้ดูมั้ย”
ผม: “ไม่ไหวนะ มันแพงไปหน่อย”
เพื่อน: “ใช่เลย! ตอนแรกเราก็รู้สึกว่ามันแพงมาก ยาสีฟันอะไรกันหลอดละเป็นร้อย คอลเกตหลอดละไม่กี่สิบบาทเอง แต่พอเราลองซื้อหลอดแรกไปใช้ดูนะ เราพบว่ามันไม่แพงอย่างที่คิดแฮะ เพราะแต่ละครั้งที่เราใช้ เราบีบมาใช้แค่นิดเดียวเอง (แสดงท่าทางโดยเอานิ้วโป้งไปจิ้มที่ปลายนิ้วก้อยเพื่อให้เห็นภาพว่าน้อยเท่าเม็ดถั่วเขียว) ทำให้เราใช้นานหลายเดือนกว่าจะหมดหลอด และที่สำคัญคือยาสีฟันของเราไม่ผสมแป้ง และผลิตจากสารธรรมชาติ ดีต่อสุขภาพฟันของนายในระยะยาวแน่นอน นายลองซื้อไปใช้สักหลอดสิแล้วจะติดใจ”
เห็นมั้ยครับ สิ่งที่เพื่อนผมทำคือการสาธยายสรรพคุณของสินค้าที่เขาทำธุรกิจอยู่ เพื่อทำให้ผมรู้สึกว่าสินค้าของเขามีมูลค่ามากกว่าที่ผมคิดไว้และคุ้มค่าที่ผมจะจ่ายในราคาที่สูงขึ้น โดยที่เพื่อนผมจะไม่มีทางพูดว่า “ถ้านายซื้อยาสีฟันยี่ห้ออื่น นายทำธุรกิจไม่ได้ แต่ถ้าซื้อยี่ห้อนี้ นายจะมีรายได้ด้วยนะ” เพราะในความเป็นจริงแล้วการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้มีรายได้ได้ครับ รายได้มันเกิดจากการลงมือทำการตลาดต่างหาก
และผมขอย้ำอีกรอบกับสิ่งที่คนทำ GDI หลายคนยังเข้าใจผิด คิดว่ามี .ws เพียงอย่างเดียวที่สามารถนำมาทำธุรกิจได้ ในความเป็นจริงแล้ว .com ก็สามารถทำธุรกิจได้ ผู้รับจดทะเบียน .com ยินดีจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้กับคุณในกรณีที่คุณหาลูกค้ามาได้ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าของเขา ไม่ต้องจ่ายเงินให้เขาเลยครับ ขณะที่ GDI นั้น คุณจะต้องจ่ายเงินเดือนละ $10 และยังต้องหาลูกค้ามาให้ได้อีกด้วย บริษัทถึงจะจ่ายเงินให้ครับ
December 28th, 2007 at 0:00 น.
ขอบคุณทุกคน
ขอบคุณความ “ซน” ของตัวผมเอง
ที่ทำให้พบ “อะไร” มากมายบนโลกใบนี้
…..
และขออนุญาตเป็นกัลยาณมิตรกับ MacroArt ครับ
December 28th, 2007 at 9:59 น.
แล้ว.com ตัวไหนหล่ะครับ ที่อเมาทำตลาดแบบนี้ได้ ช่วยบอกผมหน่อยสิครับ คุณ MacroART
December 28th, 2007 at 12:33 น.
Go Daddy เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ตั้งราคาขายโดเมนได้ต่ำมาก และมีการแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้กับผู้ที่แนะนำลูกค้าให้ด้วยครับ
December 28th, 2007 at 15:59 น.
เดี๋ยวกลับเมืองไทยแล้วลองตั้งธุรกิจแบบนี้แบบ .com ดูดีมั้ยเนี่ยเน้น affiliate แบบ gdi เห็น want กันจัง – -”
December 28th, 2007 at 19:58 น.
ขอบคุณค่ะ สำหรับความเห็นที่แตกต่าง……. ความแตกต่างคือความสวยงาม
บนโลกใบนี้……สิ่งที่พบเห็นในปัจจุบัน..คือสิ่งที่มนุษย์คิดฝันในอดีด.
คนหลายคนเข้ามาทำ GDI ยังไม่รู้อะไรเลยว่า ตัวเค้าต้องการอะไรกันแน่และ GDI คืออะไร ถ้าต้องการข้อ 1.1 มาถูกทาง ถ้าต้องการ 1.2 ต้องแนะนำให้เค้ารู้และชี้แจ้งก่อนสมัคร เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น
ทุกอย่างในโลกล้วนมี 2ด้าน ดี/เลว ,ขาว/ดำ ,หัว/ก้อย คุณคิดเห็นอย่างไร?คะ
ตอนนี้อีก 6 เดือนข้างหน้า ถ้าดิฉันทำGDI.แล้ว ไม่สามารถปลดปล่อยตัวเองจากการ
เป็นลูกจ้าง เช้าต้องตอกบัตร/ เย็นต้องตอกบัตร ลมหายใจเป็นของเจ้านาย อุทิศเวลาให้
ผลที่ได้รับคือเศษเงิน….ดิฉันต้องทำให้ได้ เพราะนี่คือโอกาส…ครั้งสำคัญ!!
December 29th, 2007 at 8:24 น.
เข้าใจผิด หรือไม่ เป็นเรื่องการตัดสินใจอของแต่ละบุคคลครับ ผมคิดว่าพวกเขามองในสิ่งที่คุณไม่มีวันเห็นและเข้าใจหรอกครับ แน่จริงผมว่าคุณควรส่งกระทู้นี้ไปที่อเมริกาสิ แล้วฟ้องบริษัทเขาว่าไม่ดี ไม่มี intel เป็นหุ้นส่วนหรอก ลองดูว่าเขาจะทำยังไง
December 29th, 2007 at 10:38 น.
ไร้สาระ พวกเด็ก ๆ เถียงกัน
December 29th, 2007 at 21:58 น.
เถียงกันอยู่นั่นแหละ จะสรุปให้ฟัง
ผู้ที่มองว่าไม่คุ้มกับการทำ gdi คือผู้ที่ไม่จริงจังในการทำงาน ถ้าคุณจริงจังในการทำงาน รายได้คุณ เกิน เดือนละ 350.- บาท แน่นอน อยู่แล้วชัวร์ แต่ถ้าคูณบอกว่าทำไม่ได้ ๆๆๆๆๆ คุณทั้งทำไม่ได้ และไม่ได้ทำ 555
ก็อยู่อย่างนั้นแหละ เป็นลูกจ้างเค้าตลอดชีวิต อยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียงไปไม่ต้องอย่างได้อะไร อยากได้อะไรสักชิ้น ก็เก็บเงินจนเกษียณอายุถึงได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากได้ ปานฉะนั้น แก่แล้วอยู่เฉย ๆ ดีกว่า รอเกิดใหม่อีกรอบแล้วค่อยคิดทำแบบคนรุ่นใหม่ไฟแรง 55555
แต่มองอีกทางที่คุ้ม เค้าทำงานอย่างทุ่มเท ทั้งแรงใจ แรงกาย ทำธุรกิจด้วยใจรัก ศึกษาอย่างจริงจัง ทุ่มเทให้ทีมงานอย่างไม่เห็นแก่ตัว เพราะฉะนั้นรายได้เกิน คุ้มอยู่แล้ว ข้อสำคัญ ต้องศึกษาแล้วลงมือทำทันที ไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้า เราทำงานประจำอยู่ ทำรายได้เสริมหลายตัว แต่ละตัวประสบผลสำเร็จทุกตัว อย่างตัวที่ชาวบ้านร้องจ๊าก ๆๆ มาแล้วว่ายากสุดๆ เรายังประสบผลสำเร็จ ทำงานไม่เคยท้อ ทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า-5 โมงเย็น (งานประจำ ) ทำรายได้เสริมทางเน็ต 1 ทุ่ม- 4 ทุ่ม ทุกวัน ละครไม่เคยดู สามารถสร้งรายได้จากการทำงานทางเน็ต ไม่ต้องหาลูกค้าทางท้องถนนทั่วไป ทำ 2 ปี ซื้อบ้าน ได้ 3 หลัง รถเก๋ง 1 คัน ครอบครัวอยู่อย่างมีความสุขไม่เดือนร้อน มีทุกอย่างที่ครอบครัวต้องการ ทุกวันนี้อยู่กับครอบครัวมีความสุข สร้างห้องทำงานได้ 1ห้อง มีคอมพิวดตอร์ 3 เครื่อง มีโน้ตบุต ไว้สำหรับไปต่างจังหวัดเหมือนห้องทำงานเคลื่อนที นาน ๆ ก็ออกไปทานข้าวเปลี่ยนบรรยากาศ บ้าง เพราะเราทุ่มเทกับการทำงานมาก จึงประสบผลสำเร็จ เราอยากให้ทุกคน คิดนะว่าถ้าคุณอย่างทำอะไรสักอย่าง คุณต้องมุ่งมั่นให้ประสบผลสำเร็จ แล้วคุณจึงรู้ว่า ฮือม สวรรค์มีจริง แต่ถ้า คุณ ขี้เกียจ ปากก็ค่อนแคะชาวบ้านไปทั้ฃ่ว นั่นแหละ เค้าว่า นรกมีจริงค่ะ
December 29th, 2007 at 23:44 น.
คุณMacroArtยินดีด้วยครับที่กระทู้ของคุณมาได้ไกลขนาดนี้จากความร่วมมือของทุกๆท่านที่เข้าใจและไม่เข้าใจ ในธุรกิจ Network Marketing
แต่ยังไงก็แล้วแต่ ผมก็ยังเห็นด้วยกับแนวทางที่คุณMacroArt บอกไว้ว่าธุรกิจแบบนี้จะต้องสนใจเรื่องสินค้าก่อนแผนธุรกิจ เพราะมันคือจุดเด่นที่แตกต่างกับสินค้าทั่วไป..แต่เท่าที่ฟังๆดู สมาชิก GDI ที่เข้ามาตอบพยายามจะปัดเรื่องการอธิบายประโยชน์และความคุ้มค่าของตัวสินค้า โดยให้มาเน้นเรื่องธุรกิจแทน ว่าเพราะแผนแบบนี้ เพราะมันเป็นInternet จึงว่างเปล่าไร้ตัวตน จะไปสนใจเรื่อง .WS จะดีหรือไม่ ทำไม..ซึ่งฟังดูแล้วมันก้อทะแม่งๆ ชอบกล – -’
ถ้าสินค้าไม่ดีจริง หรือในอนาคตไม่ดีขึ้นไปกว่านี้ คงยืนระยะยาวได้ไม่นาน แต่อาจนานพอสำหรับคนที่ต้องการทำธุรกิจ โดยเน้นเรื่องเงินมากกว่า เรื่องสินค้า เพื่อน สิ่งแวดล้อม เพราะคำว่าเงินหรือธุรกิจ เพียงอย่างเดียวมัน
ยังเปราะบางเกินไป ที่จะพาธุรกิจNetworking ไปได้ไกลๆ เพราะเคล็ดลับของธุรกิจที่ดีคือ การเอาใจคนให้อยู่ครับ ทั้งผู้ที่ทำธุรกิจและลูกค้า
เพราะถ้าวันนึงเกิดมีคนทำสินค้าที่มันคุ้มค่ากับเงิน $10 โดยใช้แผนการตลาดแบบเดียวกันกับGDI ทำแบบ on-line และ off-line ได้เหมือนๆกัน แบบนั้นจะเป็นยังไงต่อไปลองคิดดูเล่นๆนะครับ
อย่างฝากอีกอย่างนึงครับคุณMacroArt ช่วยความคุมประเด็นการตอบข้อโย้แต้งของทุกๆคน ให้อยู่ในขอบเขตด้วยนะครับ ไม่อยากเห็นใครมาทะเลาะกันในนี้ …เพราะใครก้อตามที่ทำธุรกิจแบบNetworking แต่ชอบชวนทะเลาะกับคนอื่นไปทั่ว มันเป็นคุณสมบัติ ที่ไม่เหมาะกับการทำธุรกิจประเภทนี้ ที่ต้องอาศัย connection เป็นสำคัญครับ
December 30th, 2007 at 2:09 น.
ได้ข้อคิดจากที่นีเยอะเลยค่ะ ขอบคุณเจ้าของบล้อคที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา
ไม่เสียแรงที่ติดตามมาแต่ต้นค่ะ…ขอบคุณอีกครั้ง
December 31st, 2007 at 14:12 น.
สวัสดีครับทุกท่าน โดยความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ไอ้เจ้าธุรกิจเครือข่ายที่ดีนั้น มันจะประกอบไปด้วย 1> สินค้าที่ดี มีความต้องการ 2> แผนรายได้ที่ยุติธรรม 3> บริษัทฯ และ ระบบงานที่เยี่ยมยอด ผมว่าในข้อ 2 และ 3 แต่ละที่ก็พยายามแข่งขันกันอยู่แล้วครับ แต่เจ้าข้อ 1 มันหลากหลายเหลือเกิน เท่าทีพบมา สินค้าที่ดีและมีความต้องการใช้จริงๆ เช่น ผงซักฟอกของ Amway ซักสะอาด แพงก็ซื้อเพราะดีจริง, อาหารเสริมลดความอ้วนของ Herbalife นี่ก็แพง แต่ดี คนก็ยังซื้อ สมาชิกหลายคนออกไป ก็ยังซื้อใช้อยู่ นี่ตัวอย่างนะครับ ทีนี้จะมีสินค้าอีกกลุ่มนึงที่ คุณภาพกลางๆ ไม่เด่นอะไร แต่ที่มีคนมาอุดหนุนกัน ก็เพราะไปสนใจในเรื่องแผนรายได้ซะมากกว่า พูดง่ายๆ ถ้าได้เงิน เราเอาด้วย ซึ่งมันดูแล้วผิด concept ของธุรกิจเครือข่ายที่ดีนะครับ มันตีความได้ไปถึงธุรกิจ Money game พูดง่ายๆ ใช้เงินคนใหม่ จ่ายให้คนเก่า ธุรกิจแบบนี้ถ้ามีการเปลี่ยนแผนรายได้ในอนาคต เช่นปรับลดค่าตอบแทน เปลี่ยนแผนรายได้ตามภาวะเศรษฐกิจ สมาชิกจะยกเลิกกันเป็นกองทัพเลยครับ เพราะ ตัวสินค้าไม่มีอะไรเด่นพอที่จะยึดเหนี่ยวใจสมาชิกเอาไว้ได้ ผมบอกได้เลยครับ ว่าธุรกิจที่เข้าข่ายแบบที่ผมว่า มันเสี่ยงมากในระยะยาว แรกๆ ได้ตังค์นี่มันก็สุดยอดกันทุกคนครับ ใครพูดพาดพิงเข้านี่ ถึงขั้นวางมวยครับ แต่พอธุรกิจเข้าสู่ช่วงขาลง ก็ตัวใครตัวมันครับ ส่วนประเด็นของ GDI ก็ลองพิารณาดูครับ ว่ามันเป็นแบบไหน พิจารณาแบบกว้างๆนะครับ อย่ามองที่ “เงิน” เพียงอย่างเดียว อืม…แต่เงินมันก็เป็นเรื่องใหญ่มากๆสำหรับอีกหลายๆคนนะครับ ใครไม่เคยเดือดร้อนเรืองเงินนี่ก็คงไม่รู้หรอกครับ… โอ้ เงิน คือ พระเจ้า เราทำได้ทุกอย่าง
January 4th, 2008 at 0:32 น.
ผมว่า ประเด็นคืออยู่ที่ ตัวสินค้านะครับ
ถ้าลองเปลี่ยนเป็นข้าวสาร(สมมตินะครับ)โดยราคาถูกกว่าท้องตลาดหน่อยนึง ถึงแม้จะหาดาวไลน์ไม่ได้ หรือไม่คิดจะหาต่อ
คนทำก็ยังยินดีที่จะซื้อสินค้าต่อ เพราะเป็นของที่จับต้องได้ ใช้ได้จริงในชิวิตของเรา
January 5th, 2008 at 23:27 น.
ใครอยากรู้ว่า GDI ผิดกฏหมายจริงหรือเปล่าโทรไปสิที่ (760) 602-3000 ที่บริษัท GDI อเมริกา และถ้าอยากรู้มากกว่านี้ลองโทรไปตรวจสอบรูปแบบตัวธุรกิจแล้ว ซึ่งทาง DSI สิครับ ผมโทรไปแล้ว DSI บอกมา แล้วว่าบริษัทจดทะเบียนในต่างประเทศอย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นคนไทยทำได้ โดยไม่ผิดกฏหมายใด ๆ
เพราะเราทำธุรกิจ กับบริษัทต่างชาติโดยตรงครับ
ด้านสินค้าใครไม่พอใจ ก็ไม่เป็นไรครับ ผู้บริโภคมีสิทธิ์เลือกได้อยู่แล้ว แต่ยังไงบริษัทก็พยายามปรับปรุงอยู่เรื่อย ๆ เป็นสินค้า dynamic ตลอดเวลา อยากรู้เรื่องสินค้ามากกว่าไปดูเขาคุยกันที่ http://www.talk.ws ขอเตือนคนที่คิดว่าแน่ ระวัง GDI ดำเนินคดีด้วยนะครับ ฝรั่งเขาฟ้องร้องกันบ่อย อย่าหาว่าไม่เตือน
January 6th, 2008 at 19:53 น.
ในมุมมองของคนที่เขียน แสดวงว่าไม่ได้เข้าใจจุดประสงค์ของการทำธุรกิจนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เปรียบเทียบอะไรที่ไม่ได้เหมือนกันและยังสรุปข้อมูลในมุมมองเดียวซึ่งไม่แปลกที่มักจะเกิดขึ้นกับคนที่ไม่เคยสัมผัสระบบ network มาก่อน ถึงเคยสมัผัสก็ไม่ได้เข้าใจว่าระบบนี้มันคืออะไร และมันทำงานอย่างไร ภาพลบๆบนหัวเขาก็คงยังแต่จะคิดในมุมมองเดียวคือมันผิดกฎหมาย มันไม่มีจริง มันไม่เกิดขึ้นจริง ทั้งที่มีกลุ่มคนที่สำเร็จที่ได้ตำแหน่งสูงสุดในการทำธุรกิจGDIนี้ รายได้เขาไม่ต่ำกว่า 350,000 บาท
คุณคิดว่าเขาฟลุ๊กงั้นหรือ เขาต้องมีอ๊อฟชั่นในมุมมองที่คนเขียนๆหรือเปล่า ค่าของคนมันอยู่ที่ผลของงาน และ GDI ก็มีกลุ่มคนที่ได้พิสูจน์มาแล้วว่ามันมีจริงและเกิดขึ้นจริง ฉะนั้นในมุมมองผม ผมว่าคนที่ตั้งหัวข้อนี้น่าจะกลับไปคิดใหม่ดีกว่าครับ ถ้ามุมมอง network marketing มันไม่ดีจริง ทำไมระบบนี้จึงไม่ตั้งให้ทุกประเทศทั่วโลกห้ามใช้ละ แล้วกลุ่มคนที่เขาสำเร็จในธุรกิจประเภทนี้ เขาสำเร็จบนความเดือนร้อนของคนงั้นหรือ ความคิดคุณถึงได้เป็นแบบนั้น ในทางตรงกันข้ามกลุ่มคนเหล่านั้นไม่เฉพราะคนไทย เขากลับได้รับการยกย่อง และควรค่าที่จะได้อิสระภาพทางด้านเวลาและเงินกลับมา
January 7th, 2008 at 1:38 น.
สรุปก็คือที่ทำผ่านๆๆๆมานะดีหรือไม่ดีล่ะคร้าบ
January 7th, 2008 at 11:04 น.
คุณ nine ช่วยบอกหน่อยสิครับว่าโทรไปหา DSI ที่เบอร์ไหน และเจ้าหน้าที่ชื่ออะไรเป็นคนตอบคำถามนี้ ส่วนตัวผมมองว่าเรื่องการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกับเรื่องวิธีการทำธุรกิจอย่างถูกต้องเป็นคนละเรื่องกันครับ การจดทะเบียนอย่างถูกต้องมันเป็นแค่การดำเนินเรื่องทางเอกสารให้เป็นไปตามข้อบัญญัติทางกฎหมายเท่านั้นครับ ซึ่งผมไม่ได้ติดใจเรื่องนี้เลย GDI เป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องแน่นอน ไม่ต่างอะไรกับบริษัทแชร์ข้าวสารที่จดทะเบียนถูกต้องเช่นกันครับ แต่เรื่องวิธีการทำธุรกิจมันเป็นอีกประเด็นหนึ่งนะครับ
คุณ กขค ผมเคยสัมผัสระบบ network marketing มาแล้ว เรื่องภาพบวกภาพลบในหัว ผมได้เขียนอธิบายไปแล้ว เรื่องรายได้เรื่องฟลุคก็ได้อธิบายไปแล้ว ลองย้อนกลับขึ้นไปอ่านความคิดเห็นบนๆ นะครับ
January 7th, 2008 at 11:10 น.
งานผ่านเน็ตมันก็คืองานงอมืองอตีน วันๆอยู่แต่กะแป้นคีย์บอดคอยโพสไปตามบอร์ดต่างๆหรือไล่ส่งเมลล์ไปทั่ว
เป็นงานที่คนรักสบายชื่นชอบครับ เพราะมันไม่ต้องออกแรงกาย ออกแค่แรงสมองพอ
หวังจะหาคนอื่นมาฟันว่างั้นเหอะ ผมเคยทำนะไอ้งานคล้ายๆ ws อ่ะ แต่เป็นของคนไทยชื่อ เวปเก็ทริช
งานนี้นั้นเหมาะกับพวกที่ไม่กล้าออกไปสู้กับโลกของความเป็นจริง ไม่กล้าทำงานหนักๆหรืองานที่ต้องทำเป็นเวลา พูดง่ายๆเลยก็คือ ขี้เกียจอ่ะ อยากตื่นกี่โมงทำกี่โมงก็ได้ จริงมะ?
แล้วสั้นๆสำหรับงานนี้นะ สมมมุติว่าบนโลกนี้มีคนอยู่ 1000 คน แล้วถามว่าถ้างานนี้มาลามมากินคนที่ 1000 แล้วถามว่าไอ้คนที่ 1000 มันจะไปหาใครมาต่อมัน??? แค่นี้แหล่ะสั้นๆง่ายๆ
January 7th, 2008 at 12:46 น.
อีกนิดหนึ่ง ไหนๆไอ้ .ws มันก็แพงกว่า .com แล้วอ่านะ
คนที่ทำ GDI ที่ออกมาเลียแข้งเลียขา ws ทั้งหลาย(ไม่เลียไม่ได้ เด๋วไม่ได้เงินที่ทำไว้) จงบอกชื่อเวปไซด์ที่ลงท้ายด้วย .ws แบบดังๆสิครับ
เอาแบบชัดๆเลยนะ แบบบอกชื่อเวปมาแล้วร้องอ๋อเลย ห้ามมาข้างๆคูๆว่า google.ws นะ อันนี้ไม่ได้
สุดท้ายก็อึ้ง ตอบไม่ได้กันเป็นแถวสิท่า 55555+
January 7th, 2008 at 14:31 น.
เริ่มลังเลแล้วอ่ะคับ…
ตอนแรกก็ตัดสินใจว่าจะลองทำดูอ่ะแต่พอได้มาอ่านแบบนี้
เอาไงดีล่ะเนี่ย?
January 8th, 2008 at 1:54 น.
ก็ดีมากถ้าหาสมาชิกได้
ก็เหมือนกับขาย กีฟฟารีน ที่ต้องสร้างเครือข่ายนะ
January 8th, 2008 at 4:42 น.
ตอบคุณ MacroArt
ผมคงจะไม่ตอบคำถามของคุณ เพราะจากที่คุณถามและเขียนมา ดูคุณจะไม่ค่อยสนใจเรื่องรายละเอียดการจดทะเบียนตามกฏหมายมากนัก คุณสนใจแต่วิธีการทำธุรกิจก็เท่านั้นเอง (ที่ผมสงสัยคือ คุณคงเอาสมองส่วน celebrelum มาคิดแน่นอน ตามประสาคนร้อนวิชา จบแค่ป โท วิทยาการจัดการแล้วอยากอวดวิชา) เอ้อ มันก็คงแล้วแต่จะคิดครับ แม้ธุรกิจบางอย่างจะดีให้ตาย คนบางคนก็ยังสามารถเอาไปทำเป็นธุรโกงได้ หลาย ๆ ธุรกิจเจ้าของเปิดมาไม่ได้อยากให้เป็นแบบธุรโกงหรอกครับ แต่พวกขี้โกงยังไงก็ทำได้ พวกไม่เคยทำ รู้แค่ทฤษฏี ก็มีมาก ยิ่งเรียนมาก ยิ่งกลัวมาก เคยได้ยินไหมครับ (ตรงนี้เองนักธุรกิจส่วนใหญ่ที่สำเร็จ จบกันน้อยมาก ทำไมเขาสำเร็จ เพราะเขาไม่ ขี้เกียจ ไม่มัวคิด ๆ ๆ มาก ไม่มัวรู้มาก ๆ ๆ ) คนอย่างคุณเป็นแค่นำเต็มแก้ว อ่อนประสบการณ์ยังคิดจะเอาตัวเองไปเทียบบริษัทที่เขาคิดการใหญ่ เอาไว้ตอนบริษัทเขาเข้าไทยแล้วตอนนั้น สินค้าเนี่ยปรับปรุงเต็มรูปแบบ ระบบรองรับภาษาไทย แล้วคุณค่อยคิดมาทำก็แล้วกันครับ
January 8th, 2008 at 4:48 น.
ตอบคุณหนุ่ม
ผมประหลาดใจในถ้อยคำที่คุณใช้มาก มันส่อถึงความไม่รู้ออกมาได้อย่างชัดเจน ผมว่าวัน ๆ คุณคงนั่ง search อ่านแต่กระทู้งี่เง่า ๆ ไม่เคยหาความรู้มาประดับสมอง ผมจะตอบคุณให้เพื่อการกุศล นี่เลยครับลองไป search ดูนะครับ
1.Intel Corporation
2. Cisco Systems, Inc.
3. Yahoo!
4. Charles Schwab & Co., Inc.
5. Sempra Energy
6. Olsten Corporation
7. AT&T
8. Hormel Foods Corporation
9. Hershey’s Food Corporation
10. UPS
11. Conair Corporation
12. eBay, Inc.
13. John Deere
14. NCAA
15. Entrust, Inc.
16. Kmart
17. The Sherwin-Williams Company
18. Wells Fargo
19. Eastman Kodak Company
20. Bank of America
21. Chef America
January 8th, 2008 at 12:13 น.
การทำงานอะไรก็ได้ให้ซื่อสัตย์สุจริตเป็นใช้ได้แล้วครับ
เช่นตัวผมทำเครื่อข่ายกับบริษัทFFIผลิตภัณท์MPG-CAPsแคปซูลประหยัดน้ำมันใช้เองประหยัดเองบอกต่อคนๆอื่นก็ขอบคุณที่ทำให้ประหยัดเขาประหยัดเงินและมีรายได้เพิ่มอีกครับ
January 8th, 2008 at 19:33 น.
คุณ nine
ไม่ตอบคำถามผมก็ได้ครับ ไม่ว่ากัน นอกจากผมจะไม่สนใจเรื่องรายละเอียดการจดทะเบียนแล้ว (เพราะมันไม่ได้บ่งบอกว่าประกอบธุรกิจถูกกฎหมายในประเทศไทย) ผมยังไม่เชื่อด้วยครับว่าคุณโทรสอบถามจาก DSI จริง
คุณ nine เป็นนักศึกษา หรืออาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ ของ ม.สยาม เหรอครับ? ผมเคยมีโอกาสได้เข้าพบพูดคุยกับท่านอาจารย์พรชัยเรื่องความร่วมมือบางอย่างกับ ม.สยาม เมื่อหลายปีมาแล้วครับ (ท่านเป็นรุ่นพี่ผมที่วิศวะเกษตรด้วย)
January 8th, 2008 at 20:40 น.
ผมลองเข้าเว็บรายชื่อบริษัทดังๆ ที่คุณ nine ลิสต์ให้ดังนี้
intel.ws, yahoo.ws, schwab.ws, sempra.ws, olsten.ws, att.ws, hormelfoods.ws, hersheys.ws, ebay.ws, ncaa.ws, entrust.ws, kmart.ws, wellsfargo.ws, kodak.ws, bankofamerica.ws, hotpockets.ws
พบว่าเว็บเหล่านี้บางเว็บเข้าไม่ได้ เว็บที่เข้าได้ก็ไม่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนั้นๆ เลย หลายเว็บเป็นเว็บที่คงมีคนทำธุรกิจ GDI ไปจดจองเอาไว้ แล้วเอาเนื้อหาเชิญชวนคนให้เข้าร่วมธุรกิจมาลงไว้ในเว็บ
ส่วนเว็บที่เหลือคือ cisco.ws, ups.ws, conair.ws, deere.ws, sherwin-williams.ws สามารถเข้าได้และมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทอยู่จริง แต่ดูเหมือนว่าบริษัทเหล่านี้มี International Policy เหมือนกับ Google คือมีเว็บไซต์ในหลายๆ ประเทศ และเว็บไซต์ .ws เหล่านี้ไม่มีใครใช้บริการทำเว็บเดือนละ $10 ของ GDI เลยครับ ใช้แค่บริการจดโดเมนปีละ $35
January 8th, 2008 at 21:12 น.
สวัสดีครับ ผมได้สังเกตการณ์ blog ความคิดเห็นนี้อยู่นาน รู้สึกไม่สบายใจ ที่หลายท่านๆยังไม่เข้าใจในหลักการวิเคราะห์ธุรกิจขายตรงในด้านจริยธรรมที่ถูกต้อง เพราะมีหลายท่านที่ตอบคำถามด้วยความคิดเห็นส่วนตัวบ้าง ตอบด้วยอารมณ์บ้าง โดยขาดความรู้ที่เป็นหลักที่แท้จริงในการวิเคราะห์ธุรกิจนี้ จริงๆแล้วเจ้าของความคิดเห็นก็มีเหตุมีผลในการวิเคราะห์เกี่ยวกับสินค้าโดยอาศัยประสบการณ์จริงที่ดี และมุ่งประเด็นไปที่ความคุ้มค่าของสินค้า แต่ดูจากประเด็นส่วนใหญ่ที่เข้ามาถกเถียงกันจะกลายเป็นเรื่องว่าธุรกิจนี้ดี หรือไม่ หลอกลวง หรือ ถูกกฏหมายกันแน่ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ทำงานในวงการนี้อยู่ ขอตอบดังนี้ครับ
หลักการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทขายตรง ด้านจรรยาบรรณ และความรับผิดชอบต่อสังคม ต้องดูที่องค์กรกลางระดับโลก
ที่ทำหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานด้านจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันคือ สมาพันธ์การขายตรงโลก
สมาพันธ์การขายตรงโลก
WORLD FEDERATION OF DIRECT SELLING ASSOCIATIONS (WFDSA)
สมาพันธ์การขายตรงโลกเป็นองค์กรเอกชนที่จัดตั้งขึ้นโดยมิได้มุ่งหวังการหากำไรในเชิงธุรกิจ แต่ต้องการเผยแพร่ธุรกิจขายตรงให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ
สมาพันธ์การขายตรงโลกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2521 ประกอบด้วยสมาชิกสมาคมการขายตรงจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกมากกว่า 50 ประเทศ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่
กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา หน้าที่หลักของสมาพันธ์คือ ให้การสนับสนุนสมาคมการขายตรงในแต่ละประเทศทั่วโลก โดยจัดให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งในภาครัฐ
ภาคเอกชน ภาคการศึกษา การสื่อสาร การคุ้มครองและรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการมุ่งยกระดับของอุตสาหกรรมการขายตรงให้มีมาตรฐานและมีจรรยาบรรณ
ในการดำเนินธุรกิจขายตรง
จรรยาบรรณธุรกิจขายตรงโลกบัญญัติขึ้น โดยสมาพันธ์การขายโดยตรงแห่งโลก (World Federation of Direct Selling Associations) ร่วมกับสมาคมการขายโดยตรงในประเทศต่างๆ
ที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์ โดยถือเป็นข้อปฏิบัติข้อหนึ่งของการสมัครเป็นสมาชิกและการดำรงสมาชิกภาพในสมาพันธ์ ซึ่งบริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมการขายโดยตรง
ต้องยอมรับและให้สัญญาว่าจะปฏิบัติตามข้อบังคับของจรรยาบรรณทุกประการ
จรรยาบรรณนี้ไม่ใช่กฎหมายแต่ถือเป็นมาตรการดูแลควบคุมตนเองที่วงการธุรกิจขายตรงบัญญัติขึ้นมา ซึ่งสมาชิกต้องปฏิบัติตนอย่างมีมาตรฐานทางจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ
บริษัทใดก็ตามที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกสามัญ กับ WFDA จะถือได้ว่าเป็นบริษัทที่มีเจตนารมณ์ที่จะสร้างสรรค์ความมีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจให้เกิดขึ้น
ภายใต้ข้อกำหนดด้านจรรยาบรรณที่ดีในการดำเนินธุรกิจ WFDA จึงถือเป็นมาตรฐานสูงสุดในโลกของอุตสาหกรรมขายตรง และเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั่วโลก
บริษัทขายตรง ที่มีชื่อเสียง และมีเกียรติประวัติที่ดีเลิศ ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ผ่านการตรวจสอบ จากองค์กรแห่งนี้
ยกตัวอย่างที่รู้จักกันดี ได้แก่ Amway , Herbalife , Nuskin , Nu Skin , Giffarine, Nu Life , Unicity , Kangzen-Kenko , Zhulian , Tahitian Noni ฯลฯ
ฉะนั้นคุณจะมั่นใจได้ 100% ว่าบริษัทใดที่เป็นสมาชิก WFDA นั้น จะไม่ใช่ธุรกิจที่ผิดกฎหมาย หรือ มีการประกอบธุรกิจในลักษณะแชร์ลูกโซ่ หรือ ปิรามิด แน่นอน
เพราะในประวัติศาสตร์นั้น ไม่เคยมีบริษัทใดที่เป็นสมาชิก WFDA ที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในเรื่องการดำเนินธุรกิจที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ จนถึงขั้นต้องปิดบริษัทแม้แต่บริษัทเดียว
ส่วนบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ปิรามิดนั้น จะพยายามหลบเลี่ยงระบบตรวจสอบขององค์กรเหล่านี้ แต่จะดำเนินการในส่วนของการขึ้นทะเบียนเท่านั้น
และไม่มีนโยบายที่มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจในระยะยาว หรือมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าและบริการเป็นหลัก แต่จะมุ่งเน้นให้เกิดการระดมทุนจากสมาชิก และจูงใจในเรื่องรายได้เป็นหลัก
เมื่อถึงจุดหนึ่งที่บริษัทไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนที่กล่าวอ้างได้ ก็จะปิดตัวเองไป ตัวอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น Green Planet, แชร์ข้าวสาร, อีซี่เน็ตเวริ์ค , ก๊วยเต๋ยวบางกอก
และอีกหลายบริษัท ที่ถูก DSI ดำเนินคดีจับกุม นั้นล้วนแล้วแต่ไม่ได้เป็นสมาชิกกับสมาคมขายตรงใดๆทั้งสิ้น และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนไทยด้วยกันเองหรืออาจเป็นประเทศเพื่อนบ้านบ้าง
ส่วน GDI ไม่ได้เป็นสมาชิกของ WFDSA แต่เป็นสมาชิกของ DSA ซึ่งเป็นสมาคมขายตรงของอเมริกาโดย DSA เป็นสมาชิกของ WFDA ซึ่งดำเนินการตามโยบายและมาตรฐาน
ต่างที่ WFDSA กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
Global Domain International เป็นสมาชิกของ DSA จริง ( ตรวจสอบโดยเข้าไปที่ http://www.dsa.org เข้า menu member directory Search ด้วย Global Domain )
คุณจะเห็น profile ของบริษัทชัดเจนว่า ตั้งอยู่ที่ 701 Palomar Airport Road #300 Carlsbad, CA 92011-1028 Phone: 760-602-3000 Fax: 760-602-3099
Website: http://www.website.ws , http://www.freedom.ws Product & Service: Internet Services
เราจึงมั่นใจได้ว่า บริษัท GDI มีนโยบายที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงด้านจริยธรรมความถูกต้องต่อสังคม และมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าและบริการในระยะยาวเป็นหลัก ครับ
แนะนำให้คุณเข้าไปศึกษาเกี่ยวหลักเกณฑ์ในการเป็นสมาชิกของ WFDSA และ DSA อย่างละเอียด ที่ http://www.fdsa.org และ http://www.dsa.org
จะทราบว่า การเป็นสมาชิกสมาคมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มีหลักปฏิบัติที่เคร่งครัดมากมาย บริษัทใดที่ไม่ได้มาตรฐานจริงๆอยู่ไม่ได้แน่นอนครับ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องทุกท่านนะครับ
และอยากให้ทุกท่านเข้าใจตรงกันตามนี้ และอย่าทะเลาะกันอีกเลยนะครับ
ไม่มีใครอยากทำธุรกิจที่ผิด ก.ม. หรอกครับ ฉะนั้นเราต้องช่วยกันให้ความรู้ถึงหลักการวิเคราะห์ที่ถูกต้องนี้ให้กับทุกคนที่กำลังจะเข้ามาประกอบธุรกิจนี้ เพื่อพี่น้องที่มีความตั้งใจจริงจะได้มีอนาคตที่สดใสในธุรกิจนี้ครับ
หมายเหตุ: ข้อความนี้เป็นคำตอบจากข้อเท็จจริงที่ทุกท่านสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวท่านเอง ฉะนั้นผมจะมีไม่การโต้เถียงใดๆ กับทุกๆท่านในที่นี้หากมีใครคนใดที่พยายามโต้แย้งเกี่ยวกับประเด็นนี้อีก รบกวนให้ท่านเข้าไปตรวจสอบตามข้อมูลที่ได้แจ้งข้างต้นครับ
ขอบคุณ
ด้วยความปรารถนาดีต่อทุกท่านครับ
January 8th, 2008 at 23:08 น.
บริษัทอ่ะมั่นคง เค้าไม่ล้มง่ายๆหรอก
แต่เราล่ะ…เข้าไปทำแล้วมั่นคงรึป่าว?
มันก็ไม่ต่างจากงานประจำหรอก
บริษัทได้กำไรมหาศาล…แต่เราเงินเดือนเท่าเดิม
ไม่ต้องไปห่วงบริษัทเค้าหรอก
ห่วงตัวเองดีกว่า…เข้าไปทำแล้วจะคุ้มมั๊ย
คณิตศาสตร์ก็น่าจะเรียนกันมานี่ น่าจะคำนวณได้นะ
จ่ายไปเท่าไหร่? ได้กลับมาเท่าไหร่? กี่เดือนกี่ปีถึงจะคุ้มทุน?
ไม่ต้องเรียนสูงหรอก จบ ป.4 ก็น่าจะคิดออก
ไม่เชื่อ…ลองไปถามแม่ค้าตลาดสดแถวบ้านซิ
January 9th, 2008 at 0:51 น.
ตอบคุณ Tinny
ธูรกิจนะครับไม่ใช่งานประจำจะได้เงินเดือนเท่าเดิม ทำธุรกิจมีแบบตัวตายว่าต้องคุ้มทุนทุกอย่างด้วยหรอคับ?
สมมุติว่าผมไปทำ Amway แล้วไม่ทำงานนอนอยุ่เฉยๆ ผมก็ไม่ได้เงิน ถ้าผมทำงานยังไงก็ได้เงินแต่จะสำเร็จอันนี้ไม่มีใครตอบได้แต่ถ้าสำเร็จแน่นอนว่ารายได้ไม่ใช่ได้เท่าเดิมเหมือนเงินเดือนแน่นอนครับ หรือไปลงทุนธุรกิจอื่นๆ สมารถคำนวนแน่นอนว่าขาดทุนชัว แปะๆ เลยหรอขาดทุนแน่ภายใน 1 ปีหลังจาก 1 ปีได้กำไรสบายไปตลอดคือไม่ทำแล้วใช้ไหมครับเพราะว่าคงไม่คุ้มสำหรับคุณ แล้วทำงานประจำต้องลงทุนใหม ได้คุ้มกับที่ลงแรงกายแรงใจไปหรือป่าว ทำอีก 10 ปีชีวิตเหมือนเดิมจบ แบบนี้ซินะ คุ้ม?
แค่คำนวนเลขอย่างเดียวมันไม่ใช่หรอกคับ แล้วบริษัทใหญ่ๆ อย่าง AIS คิดว่าเค้าคำนวนแล้วว่าไม่ได้กำไรภายใน 3 เดือนเค้าจะยุบบริษัทหรือ หรือเค้าคิดว่าต้องไปกู้เงินเป็นร้อยๆ ล้านมาลงทุนเพื่อจะได้กำไรระยะยาวภายหลังแบบนั้นหรือป่าว คิดเอาครับ ผลกำไรย่อมดีกว่าเงินเดือนอยู่แล้ว (ไม่ได้เชียร์ GDI นะครับ)
แต่ไม่เข้าใจคำพูดจริงๆ (ขออนุญาตตัดมานะครับ)
บริษัทอ่ะมั่นคง เค้าไม่ล้มง่ายๆหรอก
แต่เราล่ะ…เข้าไปทำแล้วมั่นคงรึป่าว?
มันก็ไม่ต่างจากงานประจำหรอก
บริษัทได้กำไรมหาศาล…แต่เราเงินเดือนเท่าเดิม
ไม่ต้องไปห่วงบริษัทเค้าหรอก
ห่วงตัวเองดีกว่า…เข้าไปทำแล้วจะคุ้มมั๊ย
คณิตศาสตร์ก็น่าจะเรียนกันมานี่ น่าจะคำนวณได้นะ
จ่ายไปเท่าไหร่? ได้กลับมาเท่าไหร่? กี่เดือนกี่ปีถึงจะคุ้มทุน?
ไม่ต้องเรียนสูงหรอก จบ ป.4 ก็น่าจะคิดออก
ไม่เชื่อ…ลองไปถามแม่ค้าตลาดสดแถวบ้านซิ
January 9th, 2008 at 1:34 น.
ขอบคุณคุณตัวแทนสมาพันธ์ขายตรงโลกที่มาให้ความกระจ่างในแง่มุมของกฎหมายครับ
January 9th, 2008 at 10:47 น.
ขอขอบคุณ คุณตัวแทนสมาพันธ์ขายตรงโลก ที่มาให้ความกระจ่างจะได้มั่นใจมากขึ้นว่าเรามาถูกทางแล้วค่ะ!!!! ไม่หวังรวย แค่ขอไม่ลำบากตอนแก่และเป็นมรดกให้ลูกหลาน ลูกหลานจะได้ระลึกถึงว่า นี่คือสมบัติสิ้นสุดท้ายที่เราทิ้งไว้ให้…..???
January 9th, 2008 at 13:08 น.
เห้ยไอ้ nine เราเซิจแล้วหว่ะ งงเต็กเลยว่า ไอ้ที่ดังๆของนายอ่ะนะ
intel.ws มันใช้การไม่ได้หว่ะ 55555+
แล้วอันอื่นก็ไม่มีตามที่นายบอกด้วยแหะ โกหกตอแหลนี่หว่า 55555+
ถ้าอย่างเราวันๆไร้สาระนะ ก็อยากจะถามนายหน่อยว่า ไอ้การที่นายไปหลอกฟันคนอื่นนี่มันมีสาระมากเลยหรือ?
โคตรห่วยอ่ะ .ws เข้าก็ช้า ขนาดเวปแม่มันเองบางทียังล่มจม
แล้วที่สำคัญเราคงไม่คิดว่า Intel จะใช้โปรดักตัวนี้ที่มีอยู่แค่ไม่เกิน 20หน้าเวปเพจ เขียนข้อมูลของเค้าลงไปหรอกนะ
nine เอ้ย คิดดีๆสิแกด่าชั้นแบบนี้นี่ แต่พอเอาเข้าจริง แกสิต้องเป็นฝ่ายเงิยบมากกว่า เอ้าไหนลองตอบแบบผู้มีภูมิรู้หน่อยสิว่า
ธุรกิจตัวนี้ สมมุติว่าบนโลกมีคน 10000 คน แล้วถ้ามันทำมาจนถึงคนที่ 9999 แล้วไอ้คนที่ 9999 มันจะรวยแบบ พวกแกได้ไง?
อีกข้อหนุ่ง แล้วถ้ามันทำมาถึงคนที่ 10000 แล้วไอ้คนที่ 10000 มันจะหาใครมาต่อ? ตอบแบบผู้มีถูมิรู้นะครับ ห้ามแถ แล้วจะรออ่านคำตอบ
January 9th, 2008 at 13:13 น.
ง่ายๆเลยนะนาย
yahoo
kmart
intel
และอะไรอีกมากมาย มันใช้ไม่ได้ 555555+
January 9th, 2008 at 13:29 น.
เห้นนาย nineจอมอวดภูมิรู้โง่ๆ+ชอบแถ
ที่เรารู้จักนะก็มี intel – yahoo – ebay เท่านั้นหล่ะที่บอกชื่อมาแล้วร้องอ๋อเลย
แล้วถ้าลองพิมพ์ลงใน IE ลงท้ายแทนที่จะเป็น .com แต่เปลี่ยนเป็น .ws มันบอกว่า ไม่มีเวปดังกล่าวหว่ะ 55555+ แสดงว่านายแหลนะนี่นาย nine ขนาดในเวปนี้นายยังกล้าแหลอีกเหรอ?
แหมๆ แล้วเที่ยวมายกตนข่มท่าน ทุเรศหว่ะ คิดว่าตัวเองเหนือแล้วไง? ขากกกกกก ถรุยส์
นาย nine เราขอพูดอะไรหน่อยนะ ไม่รู้ว่าจะโดนใจนายหรือเปล่า? เราว่านะจริงๆแล้ว นายก็เพิ่งมาทำเองแหล่ะ แล้วเห็น “ฝัน” ที่คนอื่นเค้าวาดไว้ แล้วนายก็มองเห็นแผนตลาดว่ามันทำได้จริง ถ้าหลอกคนมาฟันได้เยอะๆซึ่งมันได้แน่ๆ
แต่ที่จริงแล้ว นายเองก็ยังไม่รวยเลยใช่ไหม? แล้วโดดมาปกป้อง เหอๆ
เอาดิเราว่านะ พอนายคิดว่ามันไม่ประสบความสำเร็จจริงๆ สักวันนายก็ต้องมาเกรียนแตกด่าหัวงานนี้แบบเราแน่หล่ะ 55555+ ถ้าไม่จริง เอาขี้มาปาหน้าได้เลย
สรุป นาย nine ผู้มีความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
1. นายก็เพิ่งเข้ามาทำธุรกิจตัวนี้
2. นายยังไม่ประสบความสำเร็จ เพียงแต่เห็นภาพเท่านั้น
3. สักวันพอนายรู้แล้วว่างานตัวนี้ถ้าคารมไม่จัดจริง หลอกคนอื่นไม่ได้หรอก แล้วนายก็จะมาจ้องดิสเครดิตงานนี้แทน
January 9th, 2008 at 16:49 น.
เออนี่นาย nine ก่อนนายจะออกมาฉะกับชาวบ้านนะ ขอให้นายตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนที่จะออกมาประชันกึ๋นกับชาวบ้านเค้าน่ะ
ตอนนี้นายพลาดไปหลายจุด และจุดล่าสุดที่นายพลาดเลยก็คือ
นายเอาแค่ตัวหนังสือจากเวป http://www.website.ws ที่มันโฆษณาว่ามีพวก
1.Intel Corporation
2. Cisco Systems, Inc.
3. Yahoo!
4. Charles Schwab & Co., Inc.
5. Sempra Energy
6. Olsten Corporation
7. AT&T
8. Hormel Foods Corporation
9. Hershey’s Food Corporation
10. UPS
11. Conair Corporation
12. eBay, Inc.
13. John Deere
14. NCAA
15. Entrust, Inc.
16. Kmart
17. The Sherwin-Williams Company
18. Wells Fargo
19. Eastman Kodak Company
20. Bank of America
21. Chef America
ทั้งหมดนี้มาลงกับมัน ซึ่งนายเองต่างหากที่ไม่ลองพิมพ์ดูก่อนว่า พวกเขาเหล่านี้ได้ลงโดเมน .ws ไว้จริงหรือไม่? ไม่ยอมพิมพ์หาดูก่อนเลย แล้ววมาเที่ยวด่าชาวบ้านเค้าว่าไม่รู้บ้างหล่ะ ไร้สาระไปวันๆบ้างหล่ะ 55555+ ขำหว่ะ ทั้งๆที่ตัวเองก็โคตรมั่วนิ่ม สักแต่ว่าเอาตัวหนังสือที่เขาพิมพ์ลงในเวปก็เชื่อเขาซะแล้ว คนอย่างนาย nine อ่ะนะน่าอนาจที่โดนเค้าหลอกง่าย 55555+
ผมจะบอกเอาบุญเลยนะครับว่า วันหลังจะทำอะไรก็หาข้อมูลให้มันแน่นอนซะก่อน จึงจะเอามาฉะกับคนอื่นได้ ไม่งั้นนายจะอายและขายขี้หน้าคนอื่นเค้าเปล่าๆ ที่แสดงทำเป็นมีภูมิรู้แข็งกล้า แต่ที่ไหนได้ ก็พวกหัวอ่อนแต่ปากดีปากเก่งนี่เอง
สุดท้ายก็ขอให้หลอกคนให้ได้ไวๆนะ เด๋วจะกลายพันธ์มาโจมตี .ws แทน แบบผมหล่ะ 55555+
January 9th, 2008 at 21:21 น.
ตอบคุณผ่านมาดู
ผมเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นรายได้ที่คุณจะได้ จากสิ่งที่ใกล้เคียงกันครับ
คุณบอกว่าคุณทำเพราะ “ธุรกิจ”
ก็จะมีผู้มาสนใจเช่าโดเมนอยู่ 2กลุ่ม
1.ลูกค้า คือผู้ใช้โดเมนเพียงอย่างเดียว
2.ผู้ทำธุรกิจ คือผู้มาเช่า และโปรโมทโดเมนในเวลาเดียวกัน
แต่สินค้าตัวนี้ไม่สามารถขับเคลื่อนตัวมันเองได้ เพราะ Option ต่างๆไม่รองรับ ผมเคยแนะนำผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการใช้โดเมนบนโลกอินเตอร์เน็ต แต่คำตอบที่ได้จากเค้า คือ “มีโดเมนให้เช่าถูกกว่านี้ และยังมี Optionมากกว่าด้วย” กลุ่มลูกค้าที่เราตั้งเป้าว่าจะมาใช้สินค้าของเราน่าจะตัดทิ้งได้เลย
เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่ทำธุรกิจ GDIมานานพอสมควร และคิดจะใช้ประโยชน์จากโดเมนที่เช่ามาทำเวปบอร์ด แต่น่าเศร้าใจครับ Hosting ไม่รองรับ ผมต้องไปเช่าเพิ่มครับ
ก็จะเหลือแค่กลุ่มคนที่จะมาโปรโมทสินค้าเท่านั้น แต่ถ้ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่สามารถหาผู้บริโภคสินค้าได้ เค้าจะทำอย่างไรครับ
AISไม่ต้องคำนวณก็ได้แน่ๆ เพราะสินค้าเค้าคืออะไร?
ยังไงก็ต้องมีคนใช้แน่นอนใช่มั๊ยครับ
ถ้าผมลงทุนซัก 6เดือนแล้วไม่ได้กำไร…ผมควรเลิกมั๊ยครับ?
ถ้าให้ผมทำต่อเป็นปี ผมโทรไปขอเลขบัญชีจากอัพไลน์ทั้ง 5คน
แล้วโอนเงินให้คนละ 1$
ส่วนอีก 5$ผมฝากธนาคารไว้
คิดว่าผมทำแบบไหนจะคุ้มกว่ากันครับ?
January 9th, 2008 at 22:33 น.
.ws นี่มันเป็นของพวกซามัวร์ป่ะครับ
เพระผมลองพิมพ์ google.ws มันขึ้นเป็น ซามัวซะงั้น
January 10th, 2008 at 2:51 น.
ตอบ หนุ่ม
ข้อมูลเกี่ยวกับ website บางบริษัทไม่จำเป็นหรอกครับที่เขาต้องออกมาบอกคุณว่าผมจดชื่อเวปตามชื่อบริษัทเป๊ะ
ต้องขอบคุณที่ MacroArt ได้ลอง search หาดู บางบริษัทไม่ได้ใช้ชื่อตรง ๆ ครับ ไว้หาได้ผมจะรีบแจ้งให้ทราบทันที
ส่วนที่คุณหนุ่มถามว่าพอคนที่ 10000แล้ว จะทำไง คุณคิดไหมครับว่าในอนาคตจะมีคนใช้คอมพิวเตอร์เป็นกี่คน ทำไม MAC ยังผลิต computer อยู่ตลอดเวลา ทำไมไม่เลิกล่ะครับ คุณครับ ประชากรโลกเพิ่มขึ้นทุกวันครับ ปัจจุบัน GDI ร่วมมือกับ intel และพันธมิตรครับ ในการเปิดโดเมน 500 ล้านโดเมนเนมทั่วโลก ทำไมครับ
ตอบคุณ Tinny ครับ ใช่ครับปัจจุบัน hosting ยังไม่รองรับทั้งหมด ยังต้องรอระบบต่อไปที่ทาง GDI จะดำเนินการ ผมคงตอบได้เท่านี้ครับ
ขอบคุณข้อมูลที่ประโยชน์ในบอร์ดนี้ครับ จะเป็นประโยชน์มาก ถ้าคุณนำเรื่องนี้ไป post ที่ GDI forum ตรง ๆ ครับ ที่ http://www.talk.ws เขายินดีรับฟังความคิดเห็นครับ ขอร้องอย่าเอาบริษัทใครมาโจมตี ว่าเป็นลูกโซ่ ถ้าคุณไม่มีข้อมูลเพียงพอ เพราะคนไทยจำนวนมากยังขาดความรู้เรื่องเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์มาก ถ้าบอร์ดนี้เพียงเสนอแนะเท่านั้น ขอให้ทุกคนเป็นคนที่มีปัญญาชนนะครับ สวัสดีปีใหม่ 2008 ครับ ขอให้คนทำ GDI AMWAY Herbalife และทุก ๆ ธุรกิจเดินทางไปตามที่ฝันได้สำเร็จครับ
ฝันเถอะครับ เชื่อแล้วจะสำเร็จ อย่าปล่อยให้คนอย่างคุณหนุ่มที่โง่เขลา มาขโมยฝันของพวกคุณ สู้ครับ เราจะก้าวไปด้วยกัน
January 11th, 2008 at 13:34 น.
ผมเป็นเด็กม.6ก็ไม่รู้เรื่องอะไรมากมายเกี่ยวกับพวกธุรกิจอะไรแบบนี้หรอกนะคับ… แต่ผมว่าสงครามเริ่มเกิดขึ้นในเว็บบอร์ดนี้แล้วนะคับ -*- พอดีผมไปเจอธุรกิจแบบนี้แหละคับแต่เป็นของคนไทยอ่ะคับชื่อว่า webgetrich อ่ะคับน่าสนใจดีแล้วก็เป็นของคนไทยด้วยแต่จ่ายแพงกว่าGDI อยู่ 100 บาท แต่ผมสอบถามพี่ที่เค้าเคยทำแล้วพี่เค้าก็บอกว่า เค้าก็เคยทำ GDI นะแต่ที่เปลี่ยนใจมาทำตัวนี้เนี่ยเพราะว่าGDIเค้าหักเงินเยอะ แล้วเค้าก็บอกว่าเดือนหนึ่งที่บอกว่าเสีย10$หรือ350บาทเนี่ย ไม่จริงเราต้องจ่ายมากกว่านั้น ผมก็เลยอยากถามคนที่ทำGDIอ่ะคับว่ามันเป็นเรื่องจริงเหรอคับ? แล้วที่ว่าถ้าหาสมาชิกได้ 5 คนในหนึ่งสัปดาห์จะได้ 100$ แต่คนที่มีสิทธ์ทำโบนัสตัวนี้จะต้องซื้อสินค้าที่เป็น DVD ของบริษัทผมมาคำนวนดูแล้วก็หลายตังค์นะคับ คุณคิดเหมือนผมมั๊ยล่ะคับ…
January 11th, 2008 at 13:48 น.
ขอบคุณ คุณ “ตัวแทนสมาพันธ์ขายตรงโลก” ที่ให้ข้อมูล เป็นประโยชน์อย่างมากเลยค่ะ
January 11th, 2008 at 17:24 น.
ตอบคุณ minobu
1)เรื่องการทำโบนัส 100$ ต้องซื้อ DVD 10 pcs.
บวกค่าส่ง (ups)140$ รวมประมาณ 4800 ฿ จะสั่งซื้อก็ได้ไม่ได้บังคับค่ะ
แต่จะอด Bonus 100$ ในอนาคตมีเงินพอค่อยสั่งซื้อก็ได้ ตอนนี้เรียนรู้มากๆ
ทุกอย่างต้องมีการลงทุน ธุระกิจไม่มีคำว่าฟลุ๊ค จับเสือมือเปล่า ดีมากค่ะอายุยังน้อย
แล้วยังสนใจทำธุระกิจ แต่ต้องหาบริษัทที่มีความมั่นคง จะได้ไม่เสียเวลา ขอยืนยันว่า
ในขณะนี้ GDI.มั่นคงที่สุด
2)การหักเงินเยอะมีวิธีแก้ไขค่ะ ให้โอนเงินที่ได้จาก GDI>Paypal>ธนาคารกรุงเทพ สาขา Newyork USA. เท่านี้ก็จ่ายน้อยลมากเลยค่ะ แค่เราต้องมีบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาไหนก็ได้ รายละเอียดเยอะเหมือนกัน ใว้คราวหน้ามีเวลาจะบอกอีกทีนะจ๊ะ
January 11th, 2008 at 17:36 น.
เรียนคุณ nine
งั้นแสดงว่าผมต้องเสียเงินเช่าโดเมน จนกว่าจะปรับปรุงใช่มั๊ยครับ?
แล้วเมื่อไหร่ ผมจะทำกำไรได้ละครับ?
เพราะหลังจากที่ทำมาหลายเดือน กำไรเริ่มโดนดูดกลับแล้วครับ
คุณnine พอจะแนะนำวิธีที่ผมจะไม่ต้องเสียเงินได้มั๊ยครับ
ก่อนกำไรที่เก็บไว้จะโดนดูดกลับจนหมด
กลายเป็นว่าหลายเดือนที่ผมทำมา ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เสียเวลาไปเล่นๆ (แต่ดีนะที่ผมตั้งใจทำเล่นๆ…แต่คนอื่นล่ะ)
สินค้าก็ใช้ได้ไม่เต็มที่ แถมจะต้องมาขาดทุนเร็วๆนี้แล้วด้วย
ที่จริงผมไม่เดือดร้อนเรื่องเงินหรอก แต่ผมคำนึงถึงกระเป๋าตังค์ คนที่ผมชวนมามากกว่าครับ ถ้าทีมงานผมไม่มีรายได้ แต่ผมได้คนเดียว มันรู้สึกว่าเห็นแก่ตัวอ่ะครับ
ที่จริงผมคิดโปรเจคในการแก้ปัญหานี้ได้แล้ว และอยากจะแนะนำลูกทีมทุกคน….แต่ก็อย่างที่บอกครับ
“สินค้าไม่รองรับการทำโปรเจคนี้ครับ” น่าเส้า!
January 12th, 2008 at 10:16 น.
คุณ nine กรุณาตอบให้ตรงประเด็นก่อนเรื่องที่คุณบอกว่า มีบริษัทมากหน้าหลายตาเลยที่ไปลงโดเมนกะ .ws นี่อ่ะ ผมไม่เห็นมันจะมีเลยนะ 55555+ ตอบๆมาก่อน อย่ามาแถและเบี่ยงประเด็น คุณพิมพ์มาว่า yahoo ก็มี ผมไม่เห็นจะมีเลย 55555+ เงียบดิ…ไม่กล้าตอบ แล้วก็อย่ามาแถนะว่าบางบริษัทเค้าไม่ใช้ชื่อเค้าตรงๆอ่ะ ตลก 55555+ ผมยกตัวอย่างนะ
1. คุณเปิดร้านซ่อมคอมชื่อว่า nine ซ่อมเจ๊งคอมพิวเตอร์ แล้วโทษทีเหอะว่า เวลาคุณจะประชาสัมพันร้านของคุณเองอ่ะ คุณจะใช้คำอื่นที่ไม่ใช่ชื่อร้านคุณเหรอ แล้วแบบนี้ใครจะไปรู้จักร้านคุณ???? แล้วทำไม Yahoo ถึงมีไปลง .com ได้หล่ะ แล้วเค้ามีเหตุผลอะไรที่ .ws จะไม่ใช้คำว่า Yahoo???? แล้วถ้างั้นเค้าไปใช้คำว่าอะไร คุณตอบผมทีดิ อย่าแถนะ
2. วิธีคิดของคุณอ่ะมันเป็นพวกเพ้อเจ้อ โอเคจริงอยู่ที่เค้าผลิตคอมออกมาทุกวี่ทุกวัน คนใช้คอมเยอะขึ้นนะผมไม่เถียงเลยสักแอะ แต่ทว่า ถ้าคุณคิดแบบนี้ก็เท่ากับว่า คนบนโลกนั้นมีจำนวนไม่จำกัดเหรอ!!! มันมีจำนวนคนที่ไปเรื่อยๆงั้นนะเหรอ!!! บ้าป่าว อย่าคิดแต่จะแดกอย่างเดียวดิ คิดได้แค่นี้
ที่ผมถามคุณไปว่า สมมุติคนบนโลกมี 10000 คน แล้วผมถามว่า คนที่ 10000 มันจะเอาอะไรแดก???? ตอบผมมาดิอย่าแถ!!! มันจะไปหามนุษย์ต่างดาว หรือ หมูหมากาไก่ มาเป็นสมาชิกต่อมันนะเหรอคนที่ 10000 อ่ะ???
ผมคิดในแนวของความเป็นจริง การทำได้จริง ไม่ใช่สิ่งเพ้อฝัน หรือคุณอย่าหลอนตอบว่า คนบนโลกมีจำนวนไม่จำกัด! 55555+ ถ้าตอบแบบนี้ก็สมควรหล่ะที่โดนเค้าหลอก
อ่อผมบอกไรนิดนึง บนโลกมีคนอย่างผมเยอะๆสิดี จะได้มาทัดค้านพวกมือหงิกมือง่อยอย่างพวกคุณอ่านะ ที่ทำมาหาแดกแบบทำนาบนหลังคนไปเรื่อยๆอ่ะ เพราะไงๆผมก็คิดว่า พวกทำงานแบบนี้ก็เหมือนพวกไม่สู้โลกของความเป็นจริง ไม่อยากทำงานที่มันเป็นเวลา หรือถ้าไม่อยากเป็นลูกจ้างเค้าก็ไปเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆก็ได้นี่หว่า 55555+ สบายดีออก ไม่ต้องมานั่งเครียดโพสตามเวปบอร์ดหาคนมาสมัครต่อคุณไง
ทุกวันนี้ผมจบ ม.6 มีเป็นเจ้าของกิจการขายโลงศพ ร้านเน็ต ร้านเกม มีเงินสบายๆเดือนละ 30000+แดกทุกเดือน(โดยที่ไม่ต้องไปหลอกใครมาสมัครต่อ 55555+) แล้วคุณหล่ะ??? ไม่ใช่ว่าเพิ่งหาคนได้แค่ 4 คนแล้วมาปากเก่งนะ 55555+ ชั้นเชิงธุรกิจระดับ ป.ตรีอย่างคุณ บางทียังแพ้เด็ก ม.6แบบผมด้วยซ้ำไปมั้ง
ฉะนั้นอย่ามาโชว์เกรียนแถวนี้
ปล. แล้วตอบคำถามผม 2 ข้อแบบอย่าแถ+ตอแหลประเด็น ok?
January 13th, 2008 at 11:13 น.
ปล. nine ครับ ผมยอมโง่เขลานะ ที่ยอมโง่ก็เพราะว่าผมไม่อยากฉลาดแล้วไปทำนาบนหลังคนอื่นแบบคุณไง
คำว่าธุรกิจของผมคือ สินค้าที่มีตัวตน จับต้องได้ ไม่ต้องมีสมาชิก สินค้าต้องได้ใช้แบบจริงจัง มิใช่ต้องการเพียงแค่หาคนมาเพื่อฟันค่าหัวคิว
January 13th, 2008 at 14:31 น.
คุณ nine และคุณหนุ่ม ผมขออนุญาตแก้ไขข้อความของทั้งสองคนนะครับ โดยผมตัดข้อความที่หยาบคายออกไป และขอให้ช่วยแสดงความคิดเห็นกันแบบสุภาพหน่อยนะครับ อยากให้เน้นการแสดงความคิดเห็นด้วยเหตุด้วยผลมากกว่าการใช้คำพูดที่ไม่สุภาพครับ
ส่วนคนที่แสดงความคิดเห็นโดยใช้คอมพิวเตอร์จาก ม.สยาม โดยมีการเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆ ผมไม่ approve ข้อความของคุณออกมานะครับ ดังนั้นไม่ต้องเสียเวลาส่งข้อความเข้ามาหรอกครับ ถ้าคุณต้องการให้ข้อความผ่านเข้ามาได้ คุณจะต้องแสดงความคิดเห็นเฉพาะส่วนที่เป็นธุรกิจ GDI เท่านั้น หรืออาจจะมีการอ้างอิงเปรียบเทียบกับธุรกิจอื่นๆ ได้ แต่ต้องไม่เป็นการโฆษณาและต้องไม่ใช้ข้อความหยาบคายครับ
ถ้าไม่รู้ว่าการแสดงความคิดเห็นที่ดีเป็นอย่างไร ขอให้ดูตัวอย่างของคุณมนุษย์มีชีวิตอยู่ด้วยความหวัง(ฝัน) ถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่เห็นด้วยกับธุรกิจ GDI แต่ผมก็ปล่อยให้ข้อความเข้ามาหมด เพราะว่าใช้ข้อความแบบที่สุภาพชนพึงกระทำครับ ดังนั้นใครที่บอกว่าผมนำเสนอข้างเดียวและบล็อกข้อความที่เชียร์ GDI ผมขอให้คุณลองย้อนกลับไปดูข้อความของตัวเองก่อนนะครับว่ามันสมควรที่จะปรากฎออกมาหรือเปล่า
January 13th, 2008 at 22:37 น.
ไม่เป็นไรครับคุณ ไมโครอาท ผมเชื่อฟังคุณครับ อะไรหยาบๆก็ตัดไปได้เลยจ้า เพราะปกติผมไม่ใช่คนสุภาพกับพวกเดรฉานอาชีพสักเท่าไรครับ
แต่ที่แน่ๆผมลูกผู้ชายพอที่กล้าสู้กับความเลวร้าย
January 15th, 2008 at 0:19 น.
คุณ หนุ่ม (ตอบแทน)
ประชากรโลกในอดีตถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยหยุดนะครับ
จะบอกว่าคนบนโลกมีแต่ 10000 คนมันก็แค่สมมุติได้เท่านั้นไม่ใช่โลกจริงๆครับ หรือถ้าเป็นแบบนั้นจริงไม่ต้อง GDI หรอกครับยังมีธุรกิจอื่นที่อาจจะล่มตามไปอีกสมมุติว่าคุณขายบ้าน มีคน 100 คน บ้าน 100 หลังแล้วคุณจะไปขายใครละครับ มองโลกความจริงหน่อยครับ แล้วคนไม่ได้เป็นอมตะหรือไม่เกิดมาใหม่เลยนะครับจะได้มีจำกัด มี 10000 คนก็หยุดที่ 10000 คน แล้วยังมีธุรกิจ MLM หลายตัวที่รายได้หลักมาจากการขยายสาขาถ้าคิดแบบนี้แล้วจะมีธุรกิจเครือข่ายขึ้นมาหรือคับ
ประเด็นนี้เอามาเถียงมะได้มั้งครับ
January 15th, 2008 at 12:32 น.
เดี๋ยวนี่มันโจมตีมากกว่าครับ ไม่ว่าทำธุรกิจไหนก็มีอุปสรรคทะงนั้นครับ
January 15th, 2008 at 13:30 น.
ผมเห็นด้วยกับ คุณMacroArt ครับ + น้องหนุ่ม นายตอบได้ใจมาก
ในความเห็นของผม
GDI เน้นไปที่การหาคนมาสร้างเครือข่าย
มากกว่าการขายสินค้า แน่นอนครับ.
ไม่ว่าจะอธิบายให้สวยหรูหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ point ของมันก็คือการหาคนมาสร้างเครือข่ายอยู่ดี ซึ่งเหมือนกับแชร์ลูกโซ่ อะครับ
ท่านๆทั้งหลายที่ทำธุรกิจนี้อยู่ ท่านก็รู้อยู่แก่ใจดีอย่าหลอกตัวเอง ลึกๆในใจ ว่าเวลาท่านไปประกาศขายสินค้า ท่านอยากให้เขาแค่มาซื้อหรือให้เขารวมก้วนเข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายด้วย
ในทางเป็นจริงแม้ธุรกิจนี้มันจะมีผลประกอบการให้ท่านอย่างดี แต่หากมันยังคงเป็นธุรกิจในลักษณะแชร์ลูกโซ่ สักวันมันจะตันนะครับ เพราะรายได้จากการขายสินค้ามันไม่มีอยู่จริง เงินได้จะพึ่งกับเงินที่สมาชิกเสียจ่ายให้ส่วนใหญ่ ฉนั้นหากให้ทำก่อนทำมาตั่งแต่มันเริ่มใหม่ๆ ก็อาจโชคดีได้เงินได้กำไรเยอะ แต่หากใครเข้ามาทีหลังก็ต้องทำใจเลยครับว่าท่านมีทางน้อยมากที่จะฟันกำไรมากๆอย่างท่านแรกๆ และเมื่อผลสุดท้ายเมื่อถึงเวลาที่มัน ตัน เช่น อัตราการขยายตัวของลูกข่ายน้อยลงจนไม่สามารถขยายฐานรายได้ได้ สมาชิกบางรายเลิกจ่ายเงิน(เลิกทำ)เท่ากับว่าบริษัทมีรายได้น้อยลงๆๆ แต่ยังต้องจ่ายเงินปันผลให้กับสมาชิกที่อยู่เดิมเรื่อยเท่าเดิม
รายได้น้อย + จ่ายเท่าเดิม ความเป็นไปได้น้อนะครับทีบริษัทจะมีเงินพอจ่ายสมาชิกทุกรายเท่าเดิม เมื่อไม่มีหากบริษัทไม่มีสินค้าใหม่ๆ หรือสินค้าที่มีคุณภาพดีพอมันก็อยู่ไม่ได้แล้วครับ สุดท้ายก็ตัวใครตัวมันครับ
ขอให้ทุกท่านโชคดี
ปล. ที่เขียนพล่ามมาเป็นความคิดของผม จะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยหรือไม่สนใจอะไรยังไงก็ตามสบายครับ ^ ^
ปล2 ธุรกิจลักษณะหาคนสร้างเครือข่ายมันผิดกฎหมายไทยนะฮับ หลายรายโดยจับทั้งเป็นข่าวและไม่เป็นข่าว แต่ก็มีหลายรายที่ยังรอดอยู่อะครับ
January 16th, 2008 at 12:44 น.
ผมว่ามันแพงไปนะ และการสื่อสารกับทาง อเมริกายากด้วย
เคยทำแต่ปัญหาเยอะมาก ไม่เหมาะกับคนไทยเท่าไรครับ
January 16th, 2008 at 15:38 น.
เป็นอีกคนหนึ่งที่หลวมตัวเข้ามาทำGDI ค่ะ แต่ก็เพิ่งทำได้ไม่กี่วัน นั่งโปรโมทเว็บแทบตาย ไม่มีใครสนใจเลย อัพไลน์ก็ไม่ได้มีส่วนช่วยอะไร นอกจากส่งข้อมูลเทคนิคการทำงานมาให้ แต่เราทำไปก็เท่านั้นรู้สึกไม่คุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสียไปทุกเดือนๆ เพราะต้องหาคนสมัครต่อตั้ง 11 คนกว่าจะได้กำไร แต่นี่เท่าที่ลองทำ หาคนเดียวก็ยากแสนยาก แต่จากการโปรโมทเว็บก็ไปเจอธุรกิจ ycc ที่มีระบบช่วยเหลือต่างจาก GDI แน่นอนว่า ได้อ่านบทความโจมตี YCC เช่นกันแต่ในความคิดแล้วระบบช่วยเหลือลูกทีมมันดีกว่า GDI นะคะ อยากให้คุณMacroArt ช่วยวิเคราะห์ YCC ด้วยค่ะ เพราะชอบการวิเคราะห์ของคุณมาก รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
January 16th, 2008 at 21:54 น.
เห็นด้วยกับคุณ ผ่านมาดูครับ ..โลกที่ทั้ง2คนพูดถึงมันเป็นโลกสมมุติครับ
คน10000คนนั้น เมื่อสมัครแล้ววันนี้พรุ่งก้อตายได้ แล้วก้อมีคนเกิดใหม่มาแทนที่อยู่เรื่อยๆแน่นอนครับ ..และก้อเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะทำธุรกิจนี้กันหมดครับ…แต่มันก้อยังคงอยู่ต่อไปได้เพราะคนที่ไม่ทำยินดีที่จะใช้สิ้นค้าต่อ …การสมมติของคุณหนุ่ม ยังไม่ค่อย make sence ครับ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆคือ ถ้ายังมีคนแปรงฟันอยู่ ผู้ผลิตยาสีฟันก้อยังขายได้ แต่ธุรกิจที่ไม่เน้นสินค้า มีโอกาสที่จะตกลงเพราะมีแต่ผู้ผลิต โดยผู้ใช้มีสัดส่วนที่น้อยกว่ามากๆครับ
สุดท้ายอยากบอกว่า…การเถียงกันไปมาแบบนี้ ไม่ได้สร้างValue Added อะไรขึ้นมาเลยครับนอกจากความสะใจของคนที่ชนะ และความเจ็บใจของคนที่แพ้
..คนที่มีลักษณะนิสัยแบบนี้ ถ้ายังไม่รีบปรับปรุงไม่มีทางเป็นผู้นำหรือประสบความสำเร็จมากไปกว่านี้ได้ครับ..ฝากด้วยนะครับ ใจเย็นๆกันหน่อย ขอบคุณครับ
January 17th, 2008 at 10:36 น.
โดยส่วนตัวก็อยากรู้ว่ามันเป็นธุรกิจอะไร เลยลอง search google อ่านหลายความเห็นแล้วก็รู้สึกว่าถ้าคนที่เข้าไปทำแล้วหวังแค่ชวนใครมาแล้วเอาเปอร์เซ็นต์การตลาดไปโดยที่ไม่ได้ใช้โดเมนทำอะไร มันก็เหมือนแชร์ลูกโซ่นะ และลองคิดว่าถ้าทำแบบนี้แค่ในประเทศมันก็มีโอกาสอิ่มตัวและผู้ก่อตั้งไม่มีเงินรายได้มาจ่ายเพราะเหมือนกับว่าสินค้าไม่ได้ใช้ประโยชน์มีคุณค่าเพียงพอที่จะสร้างรายได้จริง (รึป่าว)จึงขยายออกมาเป็นทั่วโลก และเราก็เห็นแก่เงินดอลล่าร์ และถ้าเป็นแบบนี้เรื่อยๆและมีคนเห็นด้วยก็คงไม่ผิด แต่อยากให้คิดซักนิด ถ้าคนส่วนใหญ่เห็นแบบนี้แล้วเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร มีน้อยใช้น้อย ถ้ามีมากก็ใช้มากได้ และเมื่อรู้แล้วเราก็เป็นคนนึงที่ไม่คิดจะสมัครหรอก สงสารประเทศไทย ถูกฝรั่งหลอกอีกแล้ว
January 18th, 2008 at 14:50 น.
ทีแรกที่ตั้งใจเข้ามาอ่านกระทู้นี้เพราะอยากทราบ่ว่า gdi คือไรกันแน่เพราะ กะลังจะตัดสินใจทำ คือ แต่ไร้ประโยชน์ค่ะ นานา จิต ตัง นะคะ มันแค่ทำให้ทราบของความคิด ของคนแค่นั้นเอง
January 21st, 2008 at 6:31 น.
โอ้ว จอร์จ….คนคอมเม้นอะไรจะเยอะอย่างนี้…. ผมก็เคยทำ GDI นะ แต่ก็เลิกละ ไม่จ่ายเงินมัน ฮ่าๆๆ ไม่รู้ตอนนี้ตัดหรือยัง…แต่ตอนนี้ผมทำอีกตัวนึงอยู่ แต่ทำไปเรื่อยๆๆ ไม่คิดมากตัวนี้ เพราะอย่างน้อย ก็ทำอะไรได้เยอะกว่า GDI เยอะมากจากอันนี้ มีพื้นที่ 4GB รองรับทุกอย่างเหมือน hosting ทั่วไปเลย มี limit ก็แต่ space นี่หละ ที่มันน้อย เมื่อเทียบกับพวก web hosting ของนอก เจ้าอื่นๆ ที่ผมว่าคือ YCC ตัวนี้ มาหลัง GDI แต่มาก่อน WGR ครับ ที่ผมชอบเกี่ยวกับ YCC มากกว่า WGR ก็คือ มัน worldwide WGR ทำได้แค่ในไทย แต่ YCC ทำทั่วโลก ผมก็ทำไปเรื่อยๆๆ ไม่คิดมาก ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ทำเว็บของตัวเองไปเรื่อยๆๆ ผมมองไปไกลๆๆมากกว่า ซักวันนึง มันก็จะดีขึ้น และก็ดีขึ้นเรื่อยๆเอง เพราะผมคิดว่า 350 บาท ไม่ได้ทำให้ผมจนลงหรอกครับ ผมกิน Akiyoshi มื้อเดียวยังแพงกว่าเลย -_-” เดี๋ยวนี้คิดอะไร เป็นเงินเป็นทองหมดเลย แหะๆๆ
January 21st, 2008 at 13:02 น.
คุณ Nasa ครับผมเองก็ไม่ได้อะไรกับธุรกิจตัวนี้หรอกครับ แต่แค่รู้สึกว่าถ้ามันเป็นพวก สบู่ ยาสีฟัน ของกิน ผมจะไม่ว่าอะไรเลย เพราะว่ามันจับต้องได้ ใช้ได้จริง แต่นี่อะไรอ่ะ เหมือนมันเป็นมันนี่เกมโดยที่เอาโฮสมาบังหน้ากันเฉยๆซะงั้นอ่ะ โดยที่จะมีถึง 10% ไหมที่จะเอาโฮสมาใช้งานจริง และใน 10% นั้นผมเชื่อเลยว่าเค้าจะเอาโฮสของเค้ามาเขียนเวปพาคนมาสมัครต่อจากเค้าอีกทอด แทนที่จะเอาไปเขียนอะไรที่มันเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ
January 21st, 2008 at 17:16 น.
ผมเป็นคนหนี่งครับ ปัจจุบัน ทำงานเป็นพนักงาน Bank เอกชนแห่งหนึ่ง ก็เบื่อที่จะทำงานประจำอยากจะมีธุรกิจเป็นของตนเอง ก็มาเห็นธุรกิจ GDI จากการส่ง mail มาตอนแรกก็ไตร่ตรองในใจว่า อะไรมันจะได้ง่ายขนาดนั้นแต่พอมาอ่านกระทู้ของ MacroArt ทำให้ผมได้ตาสว่างขึ้นมากเลย กำลังจะสมัคร E-Web Shopping card ของ Bank กษิกรอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องขอขอบคุณ MacroArt มากนะครับ ถ้าไม่ออกความคิดเห็นเลยก็กระไรอยู่อย่างน้อยเราก็เคยตกเป็นผู้ ขอใช้คำว่า เคราะห์ร้าย ละกันเพราะใช้ความฝันร่ำรวยของผู้คนมาเป็นแรงบันดาลใจ ให้ทำงาน ยังไงก็ขอสนับสนุน คุณ MacroArt มากนะครับที่แบ่งปันความรู้ดี ๆ และผู้ที่กำลังจะทำธุรกิจนี้ ให้เลิกล้มซะเถอะ หาทำงานที่ซื่อสัตต์ไม่เบียดเบียนใครดีกว่าครับ
January 23rd, 2008 at 10:06 น.
อิสระที่จะเสนอความคิดเห็น ผมเป็นคนคนนึงที่ไม่เคยที่จะสนใจกับอะไรๆ
ให้ปวดหัวมากมาย เห็นหลายคนแสดงความคิดเห็น ก็สนุกดีนะครับ
มารับรู้มาสัมผัสความคิดของแต่ละคน ความคิดเห็นก็จะถูกเพาะบ่มจากประสบการณ์ การรับรู้ และจากการปลูกฝัง
เอาง่ายๆ ลองให้ทุกคนคิดความหมายของคำว่า ดี แน่นอนว่า มันต้องตีความ
ออกมาได้เยอะมากมายก่ายกอง ส่วนผมนะ ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่างก็แล้วแต่ว่า
คนไหนจะคิดแบบไหน อย่างไร มันไม่มีอะไรมาเป็นตัวชี้วัดได้เลย ว่าถูกต้องรึไม่ เพราะแม้แต่คำว่าถูกต้อง ก็ยังเป็นคำที่มนุษย์ตั้งขึ้นมาไว้ใช้
ทุกสิ่งทุกอย่าง มนุษย์กำหนดขึ้น หากย้อนกลับไป ถ้าเกิดมีคนเรียกสุนัข ว่าแมว ตอนนี้คุณก็อาจจะต้องเรียกสุนัขว่าแมว
ขออภัย หากคุณคิดว่าความคิดผมมันไร้สาระ 555 แต่คำว่าไร้สาระ
ก็มนุษย์กำหนดขึ้นอยู่ดีอะเนอะ
January 25th, 2008 at 0:10 น.
ธุรกิจคือการแก้ไขปัญหาบางอย่าง โดยมีผลตอบแทนเป็นตัวเงิน
แต่ธุรกิจ GDI ไม่มีข้อนี้จึงไม่เรียกว่าธุรกิจ
มันเป็นแชร์ลูกโซ่ครับ
ใครที่สนใจจะทำต้องพยายามอย่าให้ความโลภครอบงำครับ
ขอให้กำลังใจเจ้าของ Blog ที่ออกมาวิจารณ์กันตรงๆ เพราะผมรู้ว่ามีพวกโลภและหลงผิดคิดว่าการหลอกลวงของพวกเค้าไม่ผิด เงินคือสิ่งเดียวที่เค้าศรัทธา แต่หารู้ไม่ว่าตายไปก็เอาไปไม่ได้
January 27th, 2008 at 15:56 น.
ต้องขออภัยที่ approve ความคิดเห็นใหม่ๆ เข้ามาช้านะครับ พอดีช่วงนี้ผมมีงานเข้ามาหลายอย่าง เลยไม่ได้แวะเข้าบล็อกตัวเองเลย
January 28th, 2008 at 13:50 น.
ลูกศิษย์ผมถามเรื่อง GDI มา เลยขออนุญาตินำความเห็นของคุณอภิศิลป์ไปลงในเว็บไซต์ผมด้วยนะครับ ขอบพระคุณล่วงหน้า
January 28th, 2008 at 15:40 น.
คุณmacroartช่วยวิเคราะห์yccด่วนด้ยครับ
January 30th, 2008 at 13:53 น.
ผมเพิ่งอ่านไปได้ครึ่งเดียวเอง เพราะกำลังหางานพิเศษทำอยู่
เท่าที่อ่านดูแล้วเป็นการยากนะครับที่จะแบ่งแยกระหว่าง MLM กับแชร์ลูกโซ่ในบ้านเรา อย่างของ GDI ถ้าลูกข่ายส่วนใหญ่เข้าไปเพื่อรวย คืเอาเวปที่ได้ไปเพื่อหาลูกข่ายต่อไปเพื่อให้รายได้เข้ากระเป๋าตัวเองมากขึ้น แบบนี้ก็เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่แล้วครับ เพราะไม่ได้นำสินค้าไปใช้ประโยชน์อะไรในชีวิตประจำวันเลย ใช้เพื่อหาสมาชิกใหม่เท่านั้น
บรรดาคุณๆสมาชิก GDI ทั้งหลายคงต้องถามตัวเองแล้วละครับ ว่าคุณเป็นสมาชิก GDI เพื่อให้ตัวเองรวยขึ้น มีเงินมากขึ้น หรือต้องการสินค้าของ GDI มาใชงานจริงๆ
อย่าลืมว่า ทุกๆ 10$ ของคุณจะถูกส่งไปให้ GDI 5$ เท่ากับว่าเงินตราไหนออกไปต่างประเทศง่ายๆโดยที่คนไทยทั้งประเทศ (ยกเว้นพวกคุณ5ระดับ) ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
ถึง amway ก็เหมือนกัลลครับ ดูเหมือนคนไทยจะได้ประโยชน์ แต่อย่าลืมว่า ประเทศชาติจะแย่ครับ เพราะรายได้ส่วนนึงจะไหลออกต่างประเทศหมด ดูเหมือนประเทศเราจะแย่มากๆขนาดสบู่ ยาสีฟัน ยังทำใช้เองไม่ได้เลย
GDI ตอนนี้เป็นธุรกิจที่ดีสำหรับคนทำ แต่ไม่ดีกับประเทศชาติครับ นี่เป็นสิ่งที่ จขทก พยายามจะสื่อ ช่วยๆกันคิดหน่อยครับว่า วันนี้คุณทำอะไรเพื่อชาติหรือยัง
February 1st, 2008 at 0:50 น.
ผมอ่านแล้วครับ พยายามจะอ่านทุก ตัวครับ แต่มันเยอะมากครับ
คืองี้ครับ ผมคิดว่าผมทำได้นะครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นจะทำได้มั้ยนะครับ ที่ผมอยากลองทำเพราะว่า ถ้าหาได้ 5 คน ใน 1 อาทิตย์ ก็ได้ 100 เหรียญ คงไม่ยากเกินไป ถ้าได้ 100 ผมก็มีทุนที่จะลองทำไปอีก 10 เดือน หลังจากนั้นก็คือกำไร ได้ไม่ได้ไม่ว่ากัน ทุกวันนี้ก็เสียค่าเนทแทบจะฟรีๆอยู่แล้ว ได้นิดได้หน่อยมาช่วยค่าเนทก็ยังดีครับ ไม่ได้เลยก็ต้องเสียค่าเนทอยู่ดีครับ และผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะยึดอาชีพนี้จนตาย ถ้ามันถึงจุดอิ่มตัวก็เลิกครับ
ถูกครับที่ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆครับ มันต้องพยายาม ก็จะลองพยายามดูครับ ไม่ได้หวังว่าจะได้เดือนละเป็นแสนบาทครับ ถ้าเป็นคนไทยก็ไม่เล่นแล้วครับหวย มาเล่นเนทดีกว่า
ลองดู 10 เดือนรู้ผล
February 1st, 2008 at 19:35 น.
เพราะว่าประเทศไทย ไม่มีใครคิดระบบธุรกิจอะไรดีๆ แข่งกับประเทศอื่นๆเค้าได้…มันก้อย่อมเสียเปรียบคนที่คิดได้ก่อนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ
เราคิดไม่ได้เอง ได้แต่copyระบบคนอื่นเค้ามาทำ
ถ้าเราทำได้ หรือเราเป็นคนคิดMLMขึ้นมาเป็นเจ้าแรก..พอเราขยายเครือข่ายไปทั่วโลก แล้ววันนึงเกิดนึกสงสารประเทศเล็กๆอย่างประเทศไทยว่าจะล่มจม เพราะมีแต่คนทำMLMหรือป่าว??
ผมมองในอีกแง่มุมนึงนะครับ ที่คนหันไปทำMLMกันเพราะเหตุผลที่ว่าสินค้ามันดีจริง ปลอดภัยต่อมนุษย์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แบบนี้ถือเป็นการทำลายชาติหรือป่าวครับ?? คุณeakrin
ก็คนไทยเองนี่แหละที่ทำของดีๆสู้เค้าไม่ได้ กะอีแค่ สบู่ ยาสีฟัน
(ส่วนใหญที่ใช้ก็ของต่างประเทศ ***/***/***)
ของธรรมดาแบบนี้ ยังคิดเอาเปรียบเอากำไร ผสมสารเติมเต็มอย่างอื่นลงไป เห็นแก่ตัว กับคนไทยด้วยกันเอง แบบนี้ยังน่าสนับสนุนอยู่มั้ยคับ
ผมมองในมุมที่ว่า ของธรรมดาแบบนี้ ยังมีคนไปซื้อของนอกมาใช้
แสดงว่าต้องมีอะไรบ้างอย่างแล้วล่ะคับที่เราสู้เค้าไม่ได้ มันจึงเป็นมาตราฐานที่ทำให้เกิดการแข่งขันกันผลิตแต่ของดีๆ ไม่ใช่เอาราคาถูกอย่างเดียวเข้าว่า ผลดีก้อจะตกแก่ผู้บริโภค จะได้ใช้แต่ของดีๆ คุ้มค่าคุ้มราคา
…แบบนี้ผมไม่เห็นว่ามันจะเป็นการทำลายชาติตรงไหน
ประเทศไหนเค้าดีในเรื่องอะไรก้อได้รับการยอมรับในเรื่องนั้นๆ
เช่น ญี่ปุ่นเก่งเรื่องผลิตรถยนต์ คนไทยเก่งซ่อมรถ
หรือ เก่งเรื่องสินค้าทางการเกษตร ก้อเอามาแลกกันเป็น
win-win marketing ให้มันสมดุล
..ถ้ากลัวเงินไหลออกนอกประเทศมากนัก คุณก้อต้องไปนั่ง3ล้อถีบ ไม่ต้องซื้อรถญี่ปุ่นขับ..ดีกว่ามั้ยคับ เพราะเด๋วไทยจะล่มจม…มูลค่าทางเศรษฐกิจตรงนี้มหาศาลขนาดไหน ทำไมไม่antiกันล่ะคับ …ฝากไว้คิดต่อแค่นี้นะคับ
February 1st, 2008 at 19:51 น.
เรียนคุณ MacroArt ช่วยลบคำว่า “***/***/***” ออกให้ด้วยนะครับ …เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเด๋วโดนฟ้อง!!
ขอบคุณครับ
February 5th, 2008 at 3:45 น.
สวัสดีครับ คุณ MacroArt นี่เป็นบางส่วนนะครับที่ผมเอามายกตัวอย่าง ว่าก็มีคนที่เค้าเอาโดเมน .ws มาใช้ประโยชน์กันในกิจการของเค้าเอง เพียงแต่มัยังน้อยอยู่ เลยไม่ค่อยมีใครได้เห็น
http://www.asics.ws/
http://www.bigoo.ws/
http://www.iasp.ws/
http://www.iranian.ws/
http://www.ism.ws/
http://www.koreaweb.ws/
http://www.motos.ws/
http://www.offf.ws/
http://www.persian.ws/
http://www.vietnam-travel.ws/
ถ้าคนเห็นประโยชน์ก็เอามาใช้ ถ้าคนไม่เห็นประโยชน์ ก็จะคิดว่าไม่มีประโยชน์
คุณ MacroArt อาจจะมองเฉพาะในมุมมองของ เว็บมาสเตอร์ในยุคเดิมๆ ของ .com ที่เอาโดเมนเนมมาทำเว็บไซต์ในธุรกิจทั่วๆ ไป ในขณะที่ ถ้าดูกันให้ดีๆ โดเมน .ws สามารถเอามาทำธุรกิจ ที่คุณทำอยู่ ในแบบปกติ และในขณะเดียวกัน ก็สามารถเอามาทำการตลาดใน แบบ Multi-Level Marketing ได้ด้วย ความพิเศษของมันที่เพิ่มขึ้นมาในแบบที่ .com ไม่เคยมี กับราคาที่มันสูงกว่า .com ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา ผมถือว่า เหนือกว่า .com ทั่วไปด้วยซ้ำ เพราะคุณสามารถสร้างธุรกิจ ได้ถึง 2 มิติ ในโดเมนเนมเดียวกัน
ผมไม่อยากให้คุณเอาจุดด้อย จุดเด่นของธุรกิจมาวิจารณ์หรอกนะ เพราะทุกอย่างมีจุดดี และจุดด้อย ด้วยกันทั้งนั้น
และบริษัท ที่มีสินค้า คุณภาพแย่ๆ อย่าง GDI ที่คุณกล่าวมา ทำไมถึงมีชื่ออยู่ใน สมาคมขายตรงในระดับสากล ที่มีอยู่เพียง สองร้อยกว่าบริษัท ทั่วโลก ยืนตระหง่่านเคียงคู่ กับ Amway, Avon, Herballife, NuSkin และอื่นๆ….
ข้อมูลพวกนี้ ทำไมคุณไม่หามาด้วยล่ะครับ
คุณอาจมองคุณภาพสินค้าในแง่มุมที่คุณมองเห็น ด้วยอายุของคุณเองก็ไม่มาก ในขณะที่ผู้มีความรู้ และมีประสบการณ์ มากกว่าคุณ พิสูจน์มาแล้ว และได้ให้มาตรฐาน DSA (สมาคมขายตรง) กับบริษัท GDI คุณยังจะมาพิสูจน์อะไรอีกล่ะครับ คุณ MacroArt
ที่สำคัญเลย ก่อนคุณจะวิจารณ์สินค้าของใคร คุณเองก็น่าจะศึกษามันอย่างละเอียดจริงๆ ซะก่อนว่ามันเป็นยังไง ผมจะขอให้ความกระจ่างเองนะครับ
GDI เล็งเห็นถึง ความสำคัญของการมีเว็บไซต์… ถ้ามีโดเมนแต่ไม่มีเว็บไซต์ จะทำธุรกิจยังไง?
ดังนั้น GDI จึงได้คิดวิธีการที่จะทำให้ผู้ที่จดโดเมน มีเว็บไซต์อย่างเร็วที่สุด ง่ายที่สุดที่แม้แต่เด็กๆ ยังทำได้ จนถึงระดับ เว็บดีไซน์ฝีมือชั้นเซียน ดังนั้น GDI ถึงได้แบ่งออกเป็น 5 Option ให้เลือก
1. Site Builder Template – สำหรับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการทำเว็บ ใช้ MSword เป็น ก็ทำได้ Option นี้ สามารถทำได้แค่ 10 หน้า อย่างที่คุณบอกมา (คุณเห็นแค่นี้ แล้วคุณเอามาเขียนบทความ)
2. Domain and Email Forwarding – แบบนี้ สำหรับการ forward ไปยังโดเมนอื่น
3. Basic Hosting – แบบนี้ สำหรับผู้ที่สามารถทำเว็บไซต์เองได้ในแบบพื้นฐาน ให้พื้นที่ 100 MB มันอาจจะดูไม่มาก แต่ก็สามารถทำเว็บได้มากกว่า 10 หน้า แน่นอน แบบนี้ไม่รองรับฐานข้อมูลครับ ใช้ได้แต่ JavaScripts เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถเอาเว็บไซต์ กิจการของตัวเอง อะไรก็ได้ ขึ้นไปโชว์ให้ชาวโลกเห็น ได้แล้ว
4. Parking Service – อันนี้สำหรับ Domain parking
5. Advanced Users NameServers – แบบนี้ สำหรับพวกมือฉมังทั้งหลาย ที่ต้องการใช้ DNS อื่นที่เตรียมมาเอง แต่แบบนี้ก็ต้องเสียเงินเช่าโฮสติ้งที่อื่นเพิ่มครับ ตรงนี้ ถ้าใครมองว่าเป็นจุดด้อย ก็ไม่แปลก เพราะ GDI ไม่ได้ทำธุรกิจเช่าโฮสติ้ง
แต่อย่างที่ผมบอกไปแล้ว เมื่อคุณจดโดเมน .ws คุณสามารถทำธุรกิจได้ถึง 2 มิติ ผมถือว่าเป็นการลงทุนเพิ่มอีกนิดเดียวแต่ให้ผลกำไรกลับมาอีกมหาศาล ถ้ามองในเชิงธุรกิจ
บทความของคุณ ให้ข้อมูลสินค้าไม่ครบถ้วน ทำให้คนเข้าใจสินค้าแบบผิดๆ และมีผลกับการตัดสินใจของคนที่จะมาเข้าร่วมธุรกิจ GDI ถ้าเป็นไปได้ ช่วยแก้ไขให้ถูกต้องด้วยครับ
สาธยายซะยาว สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อก็คือ ถ้าคุณไม่เห็นด้วย กับธุรกิจประเภทนี้ ก็อย่าขัดขวางการทำงานของคนอื่นครับ บทความของคุณ มีผลกระทบมาก เพราะคุณก็เป็น Web Master สิ่งที่คุณเขียน ไม่ว่ามันจะจริง หรือไม่ก็ตาม ใครอ่านบทความของคุณ เค้าก็เชื่อไปแล้ว 80% ดังนั้น กรุณาเขียนสิ่งที่ถูกต้องครับ
Web Designer & Web Master
February 6th, 2008 at 2:20 น.
ตอบคุณ Geng
ขอบคุณครับที่ยกตัวอย่างเว็บไซต์ .ws ที่มีการใช้ประโยชน์ในกิจการจริง ทีนี้ผมลองใช้ SamoaNIC เพื่อเช็คว่าใครเป็น Registrar ของเว็บเหล่านี้ นี่คือผลลัพธ์ครับ
asics.ws – ไม่ทราบ Registrar
bigoo.ws – GoDaddy.com
iasp.ws – Network Solutions, LLC
iranian.ws – DomainDiscover
ism.ws – ไม่ทราบ Registrar
koreaweb.ws – Network Solutions, LLC
motos.ws – ไม่ทราบ Registrar
offf.ws – Register.com
persian.ws – DomainDiscover
vietnam-travel.ws – GoDaddy.com
ผมเกิดคำถามขึ้นว่าแล้วเว็บไซต์เหล่านี้ต้องจ่ายเดือนละ $10 ให้ GDI หรือเปล่า? และ GDI แบ่งเงิน $5 ให้กับอัพไลน์ 5 คนหรือเปล่า?
ซึ่งผมว่าคงไม่ครับ เว็บไซต์เหล่านี้จ่ายเงินเพียงปีละ $35 เท่านั้น และจ่ายให้กับ Registrar ของตัวเอง ไม่ได้จ่ายให้ GDI แปลว่าคนที่ทำธุรกิจ GDI อยู่ไม่มีใครได้เงินจากการแนะนำให้เว็บไซต์เหล่านี้จดโดเมน .ws เลยครับ
ที่คุณ Geng คอมเมนต์ผมว่าก่อนที่จะวิจารณ์สินค้าของใคร ควรจะศึกษามันอย่างละเอียด ผมไม่รู้ว่าแบบไหนถึงจะเรียกว่าละเอียด อย่างการที่ผมไปไล่ตรวจสอบ Registrar ของเว็บที่คุณยกตัวอย่างมา แบบนี้เรียกว่าละเอียดหรือเปล่าครับ? แล้วก่อนที่คุณเก่งจะยกตัวอย่าง ได้ลองศึกษาเว็บไซต์เหล่านี้โดยละเอียดหรือเปล่าครับ?
อย่างไรก็ตาม ผมบอกได้ว่าผมศึกษาในสิ่งที่คนที่จะจ่ายเงินเดือนละ $10 ควรรู้ครับ ผมตั้งคำถามง่ายๆ ว่า “ถ้าผมจ่ายเดือนละ $10 ผมจะได้อะไรกลับคืนมาบ้าง?” แล้วก็เข้าไปดูเว็บไซต์ที่ได้จาก spam mail ทั้งหลาย สิ่งที่ผมพบก็คือข้อความทำนองว่า “เปิดเผยวิธีสร้างเครื่องจักรทำเงิน” หรือ “วิธีทำเงิน $100 อย่างรวดเร็วใน 1 สัปดาห์”
แต่ผมกลับไม่พบ 5 Option ที่คุณ Geng ยกมาเลยครับ แม้แต่ในเว็บไซต์ของคุณ Geng เอง ผมก็หาไม่พบ ผมต้องจ่ายเงิน $10 ก่อนเหรอครับถึงจะได้รู้ว่ามันมี 5 Option? ทั้งที่นี่คือสิ่งที่ผู้บริโภคควรจะรู้ก่อนที่เขาจะตัดสินใจจ่ายเงิน
ผมพบหลายคนที่ชอบพูดว่า “ลงทุนเพิ่มอีกนิดเดียวแต่ให้ผลกำไรกลับมาอีกมหาศาล” แบบที่คุณ Geng บอก ซึ่งเป็นประโยคเดียวกับที่คนตกเป็นเหยื่อของแชร์แม่ชม้อยในสมัยก่อน หรือแชร์ข้าวสารในยุคปัจจุบัน เคยพูดกันมาก่อนครับ ประโยคนี้เป็นประโยคชวนเชื่อชวนฝัน แต่ประโยคที่เป็นความจริงก็คือ “มีคนนิดเดียวที่ลงทุนนิดเดียวแล้วได้ผลกำไรกลับมามหาศาล”
ส่วนที่บอกว่าบทความผมให้ข้อมูลสินค้าไม่ครบถ้วน ก็ต้องย้อนถามกลับไปว่าแล้วเว็บไซต์ของคุณ Geng ได้ให้ข้อมูลสินค้าครบถ้วนหรือยังครับ? มันทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าเจอทางลัดที่จะรวยเร็วหรือเปล่าครับ?
ผมว่าเว็บไซต์ที่ทำธุรกิจ GDI ควรจะแก้ไขข้อมูลให้ชัดเจนเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคครับ เพราะถ้าเว็บเหล่านี้ให้ข้อมูลที่ชัดเจน บทความของผมก็จะไร้ค่าทันทีครับ แต่เว็บที่มีอยู่ตอนนี้ก็คือการทำให้ทุกอย่างมันดูลี้ลับ การชวนเชื่อว่าจะรวยเร็วเพียงแค่ยอมจ่ายเดือนละ $10 แต่กลับไม่บอกว่าจ่ายแล้วจะได้รับอะไรบ้าง ประมาณว่าทำเป็นเนียนๆ ไป สิ่งเหล่านี้ทำให้บทความนี้มีคุณค่าขึ้นมาครับ คนที่เขาอยากรู้ว่าจ่าย $10 แล้วจะได้อะไร แต่เขาหาข้อมูลในเว็บไซต์ไม่ได้ พอมาเจอบทความนี้ถึงได้รู้
ส่วนที่บอกว่าบทความของผมมีผลกระทบมาก แสดงว่าธุรกิจนี้ไม่ดีสิครับ เพราะเพียงแค่บทความเดียวก็ส่งผลต่อธุรกิจแล้ว ธุรกิจที่ดีจริงจะต้องทนทานต่อปัจจัยภายนอกสิครับ
แล้วผมก็ไม่ได้ขัดขวางการทำงานของคนที่ทำธุรกิจ GDI เลยนะครับ ใครจะทำก็ทำไป ผมไปขัดขวางอะไรไม่ได้หรอกครับ สิ่งที่ผมทำก็คือการเขียนบทความในเว็บบล็อกของผม ซึ่งเป็น “พื้นที่ของผม” ใครที่เข้ามาอ่านบทความนี้แล้วเชื่อ เขาก็ไม่ทำ ถ้าใครไม่เชื่อ เขาก็ทำ มันเท่านี้เองครับ
ขณะที่คนทำธุรกิจ GDI หลายคนที่มีพฤติกรรมขัดขวางคนอื่นครับ ด้วยการส่ง spam mail ไป ซึ่งเป็นการขัดขวางเวลาที่เขาควรจะเอาไปทำอย่างอื่นแทนที่จะมานั่งลบ spam หรือการไป spam ตามเว็บบอร์ดซึ่งเป็นการขัดขวางทั้งคนเล่นเว็บที่ควรจะได้อ่านกระทู้ดีๆ และเจ้าของเว็บที่ต้องมานั่งลบกระทู้พวกนี้ออก
คนที่ทำ GDI หลายคนชอบบอกว่าบทความของผมให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งทำให้ผมต้องย้อนกลับขึ้นไปอ่านทุกครั้ง แต่ผมกลับพบว่าข้อมูลมันถูกต้องทั้งหมดครับ GDI จ่ายเดือนละ $10 แต่ .com จ่ายปีละ $10 ข้อมูลมันผิดตรงไหนเนี่ย?
February 6th, 2008 at 14:15 น.
นั่นนะซิ…???
ควักกระเป๋าจ่ายเงิน $10 แล้วผมได้เวปฯไปทำอะไรล่ะ?
เอาเวปไปส่งต่อ เพื่อให้คนอื่นมาจ่าย $10 และผมจะได้ $1 เนี่ยนะ
คุ้มจริงๆ….เง้อ
February 7th, 2008 at 3:37 น.
อย่ามาพูดเลยดีกว่า ว่า .ws ไม่ให้อะไรคุณ ..
อ่านดูจากหลายๆ ความคิดเห็นแล้ว
เรานึกแย้งอยู่ในใจ ทุกข้อเลยทีเดียว
1. SPAM MAIL ตอนนี้ทีมงานก็ช่วยรณรงค์กันอยู่ แต่คนมันทำเยอะ จะให้บังคับกันยังไง ? บริษัทก็ไม่ได้อยากให้เป็นหรอกค่ะ
2. 10 $ ตอนแรกเราดู ก็คิดว่าแพง แต่พอได้เห็นว่า มันเอาไปทำอะไรบ้างก็ อ๋อ i see …
3. จากข้อด้อยที่คุณ MacroArt กล่าวมา เปรียบกับข้อดี ฉันคิดว่า ข้อดีจะทดแทนได้หมดนะคะ ข้อเสียก็ไม่ได้มีอะไรมาก
4. AMWAY ตอนนี้ก็กำลังเติบโต แต่เป็นเพราะเมื่อก่อนใช้ระบบที่ผิด เลยได้ภาพลบๆไป ถ้าใครเคยได้สัมผัสงานของ AMWAY กับทีมงานดีๆ จะรู้ว่ามันให้ มากกว่า เงิน มันให้คุณ ได้มีความคิดในด้านบวก ไม่ใช่มาจับผิดธุรกิจกัน .. ที่บอกว่า ” รวย ” ” สำเร็จ ” นี่ไม่ใช่หรือ ที่เป็นความฝัน ความหวังของแต่ละคน หากไม่มีความหวัง จะไปทำอะไรได้ ???
5. การสร้างเครือข่ายผู้บริโภค ไม่ว่าจะของ GDI , AMWAY ได้เงินจีริงๆ มีผู้ประสบความสำเร็จแล้วทั้งนั้นค่ะ ..
6. ที่บอกว่า GDI สร้างเพจได้ 10 หน้าไม่เป็นความจริงนะคะ
เราทำอยู่ และก็สร้างเวบ แบบอื่นไปด้วย 20กว่าหน้าด้วยซ้ำ
จะบอกว่า .ws ไม่มีประโยชน์ก็ใช่ที่
มันอยู่ที่คนใช้ค่ะ
คนซื้อ .com ไปแล้วทำเวบไม่เป็นก็ไร้ค่าเหมือนกันนั่นแหละค่ะ
ธุรกิจนี้ เปิดโอกาส ให้สำหรับคนที่ไม่มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์
7. และ ภาพ ลบๆที่เกิดขึ้น .. ก็เกิดจากการ โจมตี GDI แบบนี้นั้นแล..
ทั้งที่ GDI ก็ทำธุรกิจ จ่ายจริง มีคนประสบความสำเร็จแล้วมากมายทั่วโลก
ยังจะหาว่าเป็น ขยะอีก ..
8. ธุรกิจเครือข่าย เป็น “ทางเลือก” ในการสร้างรายได้ลิขสิทธิ์
9. ใครแอนตี้ ไม่เปิดใจ คอยจับผิด หมดฝัน ก็เชิญไปทำงานประจำงกๆๆๆ ต่อไปเถอะค่ะ
10. คนรู้จักของฉันทำ AMWAY อยู่ ตั้งแต่เขาเริ่มเข้าไป ฉันเห็นได้ชัดเลยว่ามีทัศนคติแบบ Rich Dad จริงๆ ธุรกิจเครือข่ายสอนให้คิดบวกจริงๆ ชีวิตมันดีขึ้นมากจริงๆ.. เพราะเห็นจากคนใกล้ตัวไง ฉันก็เลยไม่ anti GDI …
11. แค่มันไม่หลอกคุณก็โอเคแล้วล่ะ …
12. จะว่า .ws เป็นเวบไซต์ขยะ .. จะว่างั้นไม่ได้( ขออีกที) ย้ำว่ามันอยู่ที่คนทำ ว่าจะพลิกแพลงการใช้เวบไซต์แบบไหนค่ะ
February 7th, 2008 at 3:42 น.
คุณแจ๊ค ที่มาโพส รู้ไหมว่า เขาทำเงินจาก GDI ได้เป็นแสน ในขณะที่เข้ามาทำเพียง 5 เดือน
… มันอยู่ความคิดคุณนั่นแหละค่ะ …
++++++++++++++++
ย้ำอีกครั้งว่า
จุดมุ่งหมายของ .WS ทำขึ้นเพื่อสร้างธุรกิจอยู่แล้ว
+++
February 7th, 2008 at 3:48 น.
เวบไซต์ .WS สามารถสร้างประโยชน์ได้เหมือนกันนะคะ ..
อย่ามองว่ามันเป็น สินค้า ที่เปราะบางแบบนั้นนน
ก็จุดหมายของ บริษัท ก็ เพื่อให้ .Ws บูมขึ้นมา
วิธีที่เร็ว และ สามรถจ่ายผลตอบแทน ก็ เอา MLM มาผนวกไง
แล้วมันก็อยู่ที่ คนสมัครแล้ว ว่าคุณจะเอาเวบมาทำธุรกิจอย่างเดียว
หรือจะเอามาทำอย่างอื่นด้วย
February 7th, 2008 at 19:54 น.
แชร์ลูกโซ่ ใครเข้าก่อนรวยก่อนเข้าหลังจนก่อน
เทคโนโลยี มีเพื่อรอเทคโนโลยีใหม่มาฆ่ามัน
อินเตอร์เนต ก็มีเพื่อรอสิ่งที่ดีกว่าเช่นกัน
.com เคยมีคนจองคนตื่นเยอะ
.ws มีคนจ่ายเงิน เพื่อเงิน
.อื่นๆอีกมากมาย..
February 7th, 2008 at 23:40 น.
มันยกเลิกยังไงล่ะครับเนี่ย หลวมตัวไปสมัครแล้ว
ช่วยด้วยครับ
February 10th, 2008 at 4:42 น.
ตอบคุณ MacroArt
คุณกำลังหลงประเด็นที่ผมให้ดูเว็บไซต์ ไม่ได้ให้ไปขุดหาต้นตอ ว่าใครเป็นคน Register
แต่ผมแค่ต้องการให้คุณเห็นว่า โดเมน .ws มันก็เอามาใช้งานได้ ส่วนมันมาจากไหนนั้นก็เรื่องของเจ้าของเค้า
คุณรู้อะไรมั้ย ผมอ่านบทความนี้ของคุณมานานมาก ตั้งแต่คุณลงใหม่ๆ เลยก็ว่าได้ ผมสังเกตได้อย่างนึงคือ ไม่ว่าใครจะติอะไรคุณ หรือ แย้งในความคิดของคุณ คุณก็จะหาเหตุผลต่างๆ นานา ยกมาได้เสมอ ซึ่งมันก็ไม่ต่างอะไรกับ คนที่ไม่ฟังความคิดเห็นของใคร แล้วจะมีกระทู้แสดงความคิดเห็นทำไม??
“คุณทำทีเหมือนว่า รับฟัง”
แต่คุณจะมีเหตุผลของคุณเองเสมอๆ ซึ่งผมคงไม่ต่อความกับคุณหรอก คุณไม่เห็นในสิ่งที่ผมกำลังแนะนำ แต่คุณพยายามเอาชนะ เพื่ออะไรบางอย่าง ผมก็ไม่ทราบ
ผมก็จะบอกอะไรให้ ว่า ผมรู้เรื่อง 5 Option ก่อนที่ผมจะตัดสินใจทำ GDI ด้วยซ้ำ ทำไมผมถึงรู้ล่ะ?? ผมหาเจอไง แต่คุณหาไม่เจอก็เท่านั้น เพราะมันไม่ได้อยู่ในเว็บที่คุณอ่าน และอีกเหตุผลที่ผมตัดสินใจทำ เพราะมั่นใจในบริษัท ที่ผ่านมาตรฐานในระดับสากล เพราะงั้นมันไม่ใช่ประเด็น ที่คุณจะเอาสินค้าที่ผ่านการพิสูจน์แล้วมาบอกว่า มันไม่ดี เพียงเพราะแค่ว่าคุณมี อคติ กับมัน
ที่ผมติ ก็คือ คุณไม่พยายามรับฟังความคิดเห็น และแก้ไขในจุดของตัวเองบ้างเลย แต่คุณจะพยายามอธิบายจนคุณเป็นฝ่ายถูกจนได้แหละ เพราะงั้นผมก็คงไม่มีอะไรจะเสนอคุณแล้วล่ะ คุณก็จงเป็น Web Master ผู้ปราชญ์เปรื่อง ของคุณต่อไปเถอะ คุณคงจะเก่ง จนไม่มีใครสามารถแย้งคุณได้อีกแล้วในโลกนี้
ผลล่ะยอมแพ้ ในเรื่องการหาเหตุผล มาลบล้างของคุณจริงๆ … ทำได้เรื่อยๆ… แต่มันดูเหมือนเด็กทะเลาะกันเลย พยายามเอาชนะ เพื่อให้ตัวเองเป็นฝ่ายถูกให้ได้ ตามสบายเลย คุณว่าความคิดคุณถูก ก็ถูกไป
ขอบคุณครับที่ยังอุตส่าห์ ตอบความคิดเห็นของผมนะ
เฮ้อ…
February 10th, 2008 at 5:21 น.
อ่อ ถ้าผมมีเวลา ผมจะปรับปรุงเว็บใหม่ละกัน จะได้ให้ข้อมูลที่มันถูกต้อง เพราะเว็บที่ใช้อยู่ตอนนี้ ผมก็ไม่ได้ทำเอง เพราะมันเป็นเว็บสำเร็จรูปของทีมงานที่เราใช้ร่วมกัน
ซึ่งเค้าก็พยายามปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา และรับฟัง ความคิดเห็นเสมอ เวลาที่มีใครติว่าต้องแก้ไขตรงไหน
ขอบคุณที่บอกครับ ผมจะได้เอาไปเสนอทีมงานให้ปรับปรุงเว็บใหม่ ในเรื่องข้อมูลสินค้าให้ละเอียดขึ้น เป็นธรรมกับผู้บริโภคมากขึ้น เพราะจริงๆ มันมีคำตอบของมันอยู่แล้ว เพียงแค่ว่า คนอ่านหามันไม่เจอเท่านั้น
February 10th, 2008 at 17:59 น.
แล้วทำไมไม่ทำหั้ยมันอ่านง่ายๆหว่า
เอาไปซ่อนไว้ตรงไหน…สงสัยเราคงจะโง่เอง
ผมเป็นคนนึงที่มุ่งมั่นในการทำ GDI เลยนะ
แต่ผลมันออกมาชัดเจนเลยล่ะ
ทีมงานพยายามยกเลิกออกไปเรื่อยๆ
ผมควรทนต่อใช้มั๊ย….
ถามตรงๆเลยล่ะกัน คนที่ทำ GDI ในเมืองไทย
แล้วได้รับรายได้ต่อเดือน…เน้นว่าต่อเดือนนะ ไม่ใช่โบนัส
มีรายได้ 10,000 บาท ขึ้นไปมีกี่คนแล้ว?…เกิน5รึป่าว
และอย่าใช้คำว่าหวังผลระยะยาวนะ เบื่อมาก!…
ทำมาครึ่งปีและ ก็ยังขาดทุน
สงสัยต้องทำถึง 2 ปี…ถึงจะเห็นผล กินแกลบถาวรแน่ๆ
ยังจะพูดกันอยู่ได้ ว่าดีอย่างนู้นดีอย่างนี้…เวงกำ
February 10th, 2008 at 22:05 น.
ตอบคุณ Tinny
ขอบคุณมากเลยครับที่แนะนำ เรื่องทำให้เว็บมันอ่านง่ายๆ เนี่ย เพราะว่า GDI เค้าไม่ได้ทำเว็บภาษาไทยมาให้ แต่คนที่ทำ GDI ในประเทศไทย ทำกันเอง เพราะฉะนั้น อาจจะมีตกหล่นไปบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาครับ แต่ข้อมูล มันมีอยู่ในเว็บภาษาอังกฤษ ผมเริ่มต้น ก็อ่านจากเว็บภาษาอังกฤษไงครับ ผมถึงเห็นอีกหลายจุด ที่เว็บภาษาไทยไม่มีบอกไว้ …. แน่นอน ต้องปรับปรุงอีกเยอะครับ
GDI เพิ่งจะเข้ามาประเทศไทยไม่นาน ยังต้องมี Timing ในการทำงานสิครับ ถึงจะมีคนที่มีรายได้มากขึ้น ไม่ใช่ว่าเข้ามาวันนี้ แล้วเดือนหน้ามีคนที่มีรายได้ 10,000 บาทขึ้นไป เต็มบ้านเต็มเมือง ตามหลักความเป็นจริง
ต้องดูกันต่อไปครับ อย่าเพิ่งสรุป แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ก็มีเกิน 5 คนล่ะครับ แต่คนนั้นเป็นใครบ้างผมไม่กล่าวถึงละกัน… คนที่ทำ GDI จริงๆ จะรู้ครับ
ผมดีใจนะครับที่คุณเป็นคนที่มุ่งมั่นในการทำ GDI
แต่การทำธุรกิจ ต้องใจเย็นๆ สิครับ ทำแค่ครึ่งปี แล้วยังไม่สำเร็จ ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ ผมเอง เดือนแรกๆ ก็ขาดทุน แต่มันไม่ถึงขนาดล้มละลายหรอก ถ้าผมเลิกไปตั้งแต่เดือนแรกๆ ผมก็จะไม่มีทางได้กำไรแน่ แต่พบว่า พอได้ลองศึกษาข้อมุลมากขึ้น พัฒนาตัวเองมากขึ้น ปรับวิธีการทำงานให้ดีขึ้นอยู่เสมอ (ไม่สนับสนุนการ Spam Mail) ธุรกิจมันก็โตขึ้นตามศักยภาพของเราที่เพิ่มขึ้นครับ
สู้ๆ ต่อไปนะครับ ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร ก็หลักการเดียวกัน ต้องพัฒนาศักยภาพอยู่เสมอครับจึงจะประสบความสำเร็จ
February 10th, 2008 at 22:51 น.
ขอบคุณคุณ Geng ครับ ที่ให้กำลังใจ
อย่างที่บอกอยู่บ่อยๆครับ ผมทำเครือข่ายเป็นอาชีพอยู่แล้ว ก็หลายปีอยู่
เลี้ยงชีวิตด้วยธุรกิจเครือข่ายมาตลอด
ไม่ได้ทำงานประจำใดๆเลย เห็น GDI เข้ามาก็เลยอยากลองครับว่ามันจะเกษียณได้จริงมั๊ย
อย่างที่คิดไว้ก่อนสมัครครับ ลูกค้าหรือคนทำธุรกิจมีโอกาสเลิกได้ง่ายกว่าทำเครือข่ายแบบออฟไลน์ ธุรกิจตัวนี้แตกต่างจากแบบออฟไลน์อย่างเห็นได้ชัดเลยว่า แซงกันยากมาก
ฉะนั้น คนที่มาก่อนสบายครับ แต่ที่มาช่วงกลางๆหรือหลังๆนี่ลำบากแน่นอน
งั้นผมรอให้ปรับปรุงดีกว่านี้ แล้วผมค่อยสมัครใหม่ดีมั๊ยครับ
จะได้ทำงานง่ายขึ้นด้วย ไม่ใช่สมัครเสร็จยังงงๆ
สรุปว่าผมก็ยังไม่เห็นความสำคัญของสินค้าครับ
February 11th, 2008 at 13:46 น.
เงินที่คุณจ่าย 10$ เป็นค่าเช่าเว็ปไซต์ บริษัทก็จะ เอา 1 $ ไปจ่าย upline level 1 ของคุณ (คือผู้แนะนำคุณ)
เงินอีก 1$ จ่ายให้ upline level 2 ของคุณ
เงินอีก 1$ จ่ายให้ upline level 3 ของคุณ
เงินอีก 1$ จ่ายให้ upline level 4 ของคุณ
เงินอีก 1$ จ่ายให้ upline level 5 ของคุณ
รวมเป็นเงิน 5$ จาก 10$
สรุปเราเอาเงินของเราจ่ายกันเองบริษัทนอนกินไป
เงินไหลออกไปเท่าไหร่แล้วหว่า วันแรกที่ทำ GDI สงสัยอย่างแรงว่าเอาเว็บไปทำไรได้มั่ง ยิ่งทำยิ่งไม่เข้าใจว่าเอาไปทำอะไร นอกจากชวนคนไปเรื่อยๆ ถึงจะมี WGR LBH YCC มันก็เข้ากรอบเดิมเพราะที่เช่าโฮสหรือโดเมนมันก็เอาไปชวนคนอยู่ดี จุดประสงค์หลักคือชวนคนเท่านั่นไม่ได้ต้องการขายพื้นที่ที่เป็นจุดเด่นเช่น ให้พื้นที่ถึง 2G ลองรับระบบต่างๆ แถมราคาแสนถูกแล้วมีนายหน้าแนะนำสินค้าหรือบริษัทเลยหรือเอาไปใช้อย่างอื่นเลย พอมันตันก็คงจบคิดจะทำเล่นๆก็พอได้แต่คิดจะทำแบบเลี้ยงชีพละก็ คิดดีๆดีกว่านะ เพราะคนที่เลิก
February 11th, 2008 at 13:54 น.
กดผิดดันไปกด Enter ก่อน
เพราะคนที่เลิกมันก็เลิกจ่ายๆมันก็ตายตามกันไปเรื่อยๆ ถึงจะบอกเอาไปทำประโยชน์อื่นอีกยังมีตัวอื่นที่ถูกกว่าอยู่ดี
สรุปว่าสินค้าที่เราได้ก็ไม่คุ้มกับที่จ่ายอยู่ดีอะ อยากได้เว็บฟรีเข้าไปที่ http://www.igetweb.com ออฟชั่นครบฟรีอีกต่างหากหลายคนใช้เว็บนี้ทำธุรกิจโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มเลยหรืออยากอัพเกรดก็ยังได้สินค้าที่เหมาะสมกับราคา
ถ้า GDI ทำเว็บแบบนี้ยังจะน่าสนใจกว่า เพราะมันก็ทำมาเพื่อดูดเงินเราออกไปโดยเอาสินค้าซั่วๆมาขายเรานั่นและ
February 12th, 2008 at 9:26 น.
เข้ามาอ่าน เพิ่งทราบเรื่องนี้ก็วันนี้แหละ ขอบคุณเจ้าของ topic นะ
February 17th, 2008 at 0:35 น.
สินค้าชั่วๆของGDIมันชั่วตรงไหนอะครับอยากรู้จิงๆ
เราจดทะเบียนกับ.comก็จิงปีละ10$
แต่ผมถามนิดนึงนะครับ จดทะเบียนกับ.com เอามาหาเงินแบบGDIได้ปะครับ อย่าเปรียบเทียบอะไรที่ไม่เหมือนกันสิ หุหุ
ถ้าใครบอกว่าจดทะเบียนกับ.comหาเงินได้ นั่นก็ใช่ครับ แต่ก็ต้องยุ่งยาก วุ่นวาย เป็นเว็บมาสเตอร์ ประกาศ+โฆษณาให้คนมาดูเว็บ ยากกว่าทำGDIเยอะ แถมเงินจะได้เท่าไรยังไม่รู้เลย แล้วใครที่บอกว่าเงินไหลออกนอกประเทศถามสั้นๆนะครับ ตอบในใจก้ได้ ทุกวันนี้ของใช้ในบ้าน Made in Thailandทุกชิ้นเลยปะครับ น้ำมันที่เติมก็เสียให้ต่างชาตินะคร้าบ อย่าคิดอะไรสั้น ๆ สิครับ
เราก็กำลังจะทำนะศึกษามา3-4เดือน กำลังจะสมัครวันนี้แหละ
รู้อะไรเยอะกว่าพวกที่คิดสั้นๆซะอีก หุหุ
February 17th, 2008 at 21:49 น.
That is great. Thanks a lot for sharing every comments.
February 22nd, 2008 at 15:57 น.
ตอบคุณ Geng
คุณกำลังหลงประเด็นครับ ผมบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าบริการของ GDI คือจดโดเมน .ws + web hosting นั้นทำประโยชน์อะไรได้น้อยมาก แต่ตั้งราคาไว้สูงถึงเดือนละ $10 และผมได้เปรียบเทียบกับการจดโดเมน .com + Google Apps ที่มีความสามารถทัดเทียมกัน แต่ราคาปีละ $10 หรือเดือนละไม่ถึง $1 ด้วยซ้ำ
ต่อมาก็มีคนบอกว่าบริษัทใหญ่ๆ ก็ใช้ .ws ซึ่งผมก็ไม่แย้งประเด็นนี้ Google ก็มี .ws เพราะเป็นนโยบาย localization แต่สิ่งที่ผมชี้ให้เห็นก็คือบริษัทเหล่านี้ไม่ได้ใช้บริการของ GDI เพราะจะใช้ไปทำไมล่ะ ในเมื่อทำเว็บได้แบบธรรมดาๆ ไม่กี่หน้า สู้ไปจดโดเมนกับ Registrar รายอื่นแล้วให้ point มาที่เว็บเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ
แต่คนทำ GDI หลายคนชอบทำเป็นเนียนครับ ป่าวประกาศว่าเห็นมั้ย บริษัทนั้นบริษัทนี้ก็มีโดเมน .ws แสดงว่า GDI ดีจริง ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย GDI เป็นเพียงแค่ subset ของ .ws แล้วบริษัทใหญ่ๆ เหล่านั้นก็ไม่ได้ใช้ GDI เรียกว่าไปขี้ตู่แอบอ้างชื่อบริษัทดังๆ เพื่อใช้โน้มน้าวให้คนเข้ามาสมัครต่อ
อาจจะฟันธงไปเลยก็ได้ว่า 99% ของคนที่ใช้บริการ GDI เอามาทำเว็บเชิญชวนคนมาสมัครต่อเพียงเท่านั้น ถ้าใครไม่สนใจธุรกิจ GDI ก็ไม่รู้จะจ่ายเดือนละ $10 ไปทำไม ซึ่งจุดนี้แหละครับที่ GDI ต่างกับ Amway, Giffarine เพราะถึงจะไม่สนใจธุรกิจ แต่ก็ยินดีที่จะจ่ายเงินซื้อสินค้ามาใช้
ส่วนเรื่อง 5 Option เนี่ย ต้องถามว่าคน 100 คนที่เห็นเว็บธุรกิจ GDI มีกี่คนที่มองเห็น 5 Option ที่ว่านี้? คือถ้าทุกคนมองเห็นหมด มีผมไม่เห็นคนเดียว แสดงว่าผมผิดปกติ แต่ถ้าใน 100 คน มีเพียงคนเดียวที่เห็น แสดงว่ามันไม่โปร่งใสแล้วครับ เหมือนกับพวกโฆษณาโปรโมชั่นพิเศษที่ชอบมีเงื่อนไขหมกเม็ดตัวเล็กๆ อยู่ด้านล่าง แต่โฆษณาพวกนี้ยังดีที่แสดงเงื่อนไขให้เห็นถึงจะตัวเล็กหน่อย ขณะที่เว็บธุรกิจ GDI จำนวนมากไม่มีข้อมูล 5 Option นี้เลยนะครับ
คุณกำลังจะเอาเงินจากคนอื่นเดือนละ $10 แต่กลับไม่บอกว่าเขาจะได้อะไรที่เป็น “ของจริง” จากเงินที่จ่ายไปบ้าง สิ่งที่คุณบอกมีแต่ “ความฝัน” ว่าจ่ายเดือนละ $10 แล้วเขาจะร่ำรวยในอนาคต
แล้วไม่ต้องไปโทษผู้มุ่งหวังว่าหาไม่เจอเอง มันจะไปหาเจอได้ยังไงล่ะครับในเมื่อไม่มีข้อมูลพวกนี้ในเว็บเลย ผมจะซื้อปลากระป๋อง ผมก็อ่านฉลากกับวันหมดอายุที่มันติดอยู่บนกระป๋อง ถ้าผมจะซื้อ GDI ผมต้องไปอ่านว่าผมจะได้อะไรจากตรงไหนล่ะครับ?
ส่วนประเด็นที่คุณติผมมา ผมไม่คอมเมนต์มากนะครับ เอาสั้นๆ แค่ว่าฝั่งคนที่ไม่ชอบ GDI เขาก็มองว่าคนทำ GDI ก็คิดว่าตัวเองถูกเสมอ
February 24th, 2008 at 22:57 น.
จะเถียงกันยังไงนั้น สรุปผู้ที่รวยก็ืคือคนต้นคิดนั่นล่ะครับ ยกย่องจริงๆ ที่เค้าสามารถคิดได้ ที่เค้าทำโอกาสให้เป็นของตัวเค้าเองได้ คนส่วนใหญ่มักยอมที่จะเป็นหาง แต่คนที่ฉลาดเท่านั้นครับที่จะได้เป็นหัว …^^…
February 25th, 2008 at 0:48 น.
เจ้าของtopicนี้ก็ยังคงคิดลบๆกับGDIเหมือนเดิมครับ ไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับGDIแต่พูดอย่างกับไปทำมาแล้วอย่างนั้น ผมถามหน่อยครับ ลองทำแล้วเหรอ?? ผมลองมาแล้วหลังจากวันที่ผมมาโพสความคิดนี้ครั้งนึงในวันที่ผมสมัครทำวันแรก ตอนนี้ผมก้มีรายได้ทุกอาทิต ต่ำๆก็อาทิตละ3พันอะครับ เจ้าของtopicลองไปทำดูนะครับ ถ้าทำแล้วเมื่อไรก็ค่อยมาโพสตอบผมนะครับ ว่าเป็นไงบ้าง
อย่างที่สุภาษิตโบราณเค้าว่าไว้แหละครับ 10ปากว่าไม่เท่าตาเห็น
ถ้าวันนั้นผมหัวอ่อนแล้วเชื่อคุณไป วันนี้ผมคงไม่มีรายได้อย่างนี้แน่นอน และเจ้าของtopicครับผมจะบอกคุณอีกอย่างนึง คุณคือคนที่-ปิดโอกาสให้กับคนที่เค้าอยากทำธุรกิจนี้ครับ เพียงเพราะแค่ว่าเค้าหัวอ่อน และ คุณรู้น้อย
February 25th, 2008 at 14:04 น.
ไม่ต้องชวนผมทำหรอกครับ ถ้าผมทำก็มีรายได้ได้ไม่ยากเลย แต่ผมไม่ได้มองว่าเงินเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของชีวิตไงครับ ผมไม่มีความสุขหรอกครับที่ต้องไปใช้ข้อความหลอกลวงเพื่อโน้มน้าวให้คนอื่นจ่ายเดือนละ $10 เพื่อให้ผมมั่งคั่งขึ้น โดยที่ผมหาคำตอบให้เขาไม่ได้ว่าเขาได้อะไรจากการเสียเงิน $10 บ้าง
บางคนพยายามยัดเยียดว่าผมเป็นคนคิดลบกับ MLM ซึ่งผมก็ยืนยันหลายครั้งแล้วว่าไม่ได้คิดลบ ถ้า MLM นั้นดีจริง คือมีเหตุผลสมควรที่คนจ่ายเงินแล้วได้อะไรกลับไปจริงๆ แบบนี้ผมก็เห็นด้วย แต่ถ้าจ่ายเงินแล้วไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ได้แต่ความฝันว่าวันหนึ่งจะรวย มันก็เหมือนหลอกคนอื่นเค้าน่ะครับ
แล้วก็ต้องมีคนบอกว่าผมหัวแข็งบ้างล่ะ ตัวเองถูกฝ่ายเดียวบ้างล่ะ แต่ผมก็ไม่เห็นมีใครบอกได้เลยว่าจ่าย $10 แล้วได้อะไรกลับคืนมาคุ้มค่าอย่างไร มีแต่คนบอกว่าจ่ายแล้วมีรายได้กลับมาเยอะ (ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่ได้) หรือไม่ก็บอกว่าแค่เดือนละ $10 กินข้าวบางมื้อยังแพงกว่านี้เลย (เกี่ยวอะไร? กินข้าวยังอิ่ม จ่ายเดือนละ $10 ได้อะไร?) หรือบางคนก็ตอบดีหน่อยว่าได้โดเมน .ws มาใช้ ได้ระบบทำเว็บแบบง่ายๆ มาใช้ ซึ่งผมก็ถามกลับไปว่าถ้าคุณอยากได้แค่นี้ ไปใช้ .com + Google Apps ก็ได้ ซึ่งก็โดนแย้งกลับมาว่า .com มันทำรายได้ไม่ได้ ผมก็ตอบกลับไปว่ามันทำได้ ยุ่งยากน้อยกว่า GDI เสียอีก ไม่ต้องจ่ายเดือนละ $10 ก็ทำได้ สุดท้ายผมก็โดนตำหนิว่าหัวแข็ง แต่คนที่ตำหนิผมกลับไม่ได้ส่องกระจกเห็นตัวเองว่าเป็นอย่างไรเลย
ส่วนที่บอกว่าผมปิดโอกาสคนที่เค้าอยากทำธุรกิจ อันนี้เป็นข้อความกล่าวหาที่โทษฟ้าโทษดิน โทษปี่โทษกลองมากครับ คนที่เค้าอยากทำธุรกิจจริงๆ เค้าตัดสินใจจากความคิดของตัวเอง เค้าเปิดโอกาสให้ตัวเองครับ และไม่มีใครมาปิดโอกาสเค้านอกจากตัวเค้าจะตัดสินใจปิดด้วยตัวเอง ส่วนปัจจัยภายนอกเป็นเพียงสิ่งที่นำไปประกอบการตัดสินใจเท่านั้น จริงๆ แล้วต้องบอกว่าบทความนี้ไปลดโอกาสที่คนอื่นจะถูกหลอกให้จ่ายเงินเดือนละ $10 ไปฟรีๆ ถึงจะถูกครับ
ถ้าใครจะบอกว่าผมคิดลบกับ GDI ก็ช่วยบอกผมด้วยครับว่าแล้ว GDI ให้อะไรกับคนที่จ่ายเดือนละ $10 ถ้าคนที่จ่ายไม่สนใจจะทำธุรกิจแล้วเขาจะได้อะไร มันคุ้มค่ากับเงินที่เขาจ่ายหรือเปล่า
February 25th, 2008 at 15:31 น.
เห็นด้วยกับคุณ MacroArt ฮะ
ว่าได้อะไรจากการจ่าย $10 นอกจากค่าโดเมนกับโฮสต์
กำลังอยู่ในช่วงว่าจะตัดสินใจทำธุรกิจนี้ดีหรือไม่ ได้มาอ่านบล็อคนี้ ได้ความคิดในอีกแบบหนึ่งฮะ
February 26th, 2008 at 3:07 น.
ตอบคุณ tinny ผมว่าก็ดีครับ รอสินค้าปรับปรุงเสร็จก่อน คุณค่อยมาทำก็ได้ รอเขาพัฒนาไปไกล ๆ ก่อน คุณค่อยตามหลังเขามา ดีดี คุณคิดอะไรก็จะได้อย่างนั้นแหละ ไปตาม ๆ คุณ MacroArt น่ะแหละครับ
February 28th, 2008 at 22:44 น.
มีคนอยู่สองประเภทนะ
1 คนที่มองโอกาส กลายเป็นปัญหา กับ
2 คนที่มองปัญหาให้เป็นโอกาส
คนสองคนที่ ใครจะประสพความสำเร็จในชีวิตมากกว่ากัน
อ่าน บทความ กระทู้ แล้วน่าจะย้อนกลับมาดู ตัวเองนะ ว่าได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาบ้าง การวิจารณ์อะไร ก็ตาม ควรที่จะพิจารณาให้ดี
คุณอภิศิลป์ คุณเป็นคนเก่งคนหนึ่ง ลองมองปัญหาที่คุณตั้งขึ้นมาให้เป็นโอกาสขึ้นมาได้ไม๊ จะได้ไม่เสียแรงที่อุตสาห์ไปเรียน จบโท ด้านกลยุทธ์มา ลองพลิกมุมออกมาดู หากไม่รู้ลองอีเมลมาคุยกันได้นะ เสียดายความสามารถจังเลย ลองใช้มุมมองที่เป็นการสร้างสรรอะไรออกมา
ขอบอกอย่างหนึ่งว่า บทความนี้เป็นประโยชน์กับผมได้มาก ผมพลิกมุมมองเป็นตรงข้ามหมดเลย ไม่ว่า จะเป็นธุรกิจ เครือข่ายที่ว่ามา ผมมองเป็นโอกาสหมดเลย อย่างว่า มีคนทำมากแล้ว ไปทีหลังก็ไปเป็นล่างเขาอะไรอย่างนี้ หากมีความคิดแบบนี้แล้ว ต่อให้ไปทำธุรกิจ ที่ว่า ดังๆในยุคนี้ ให้คุณเป็นคนแรก ก็ไม่สามารถโตได้หรอก หากมีความคิดแบบนี้ ที่เขียนมาอยากตอกย้ำให้ใช้ความคิดในเชิงสร้างสรรให้มาก กว่านี้ การไปเที่ยวติเที่ยววิจารณ์ สุดท้าย จะได้อะไร นอกจากความมัน ความสะใจ
คนที่จะสำเร็จ ต้องมองในด้านบวกมากๆ
February 29th, 2008 at 20:16 น.
ใครเอาชื่อผมมาพิมพ์เนี่ย
“เราจดทะเบียนกับ.comก็จิงปีละ10$
แต่ผมถามนิดนึงนะครับ จดทะเบียนกับ.com เอามาหาเงินแบบGDIได้ปะครับ อย่าเปรียบเทียบอะไรที่ไม่เหมือนกันสิ หุหุ
ถ้าใครบอกว่าจดทะเบียนกับ.comหาเงินได้ นั่นก็ใช่ครับ แต่ก็ต้องยุ่งยาก วุ่นวาย เป็นเว็บมาสเตอร์ ประกาศ+โฆษณาให้คนมาดูเว็บ ยากกว่าทำGDIเยอะ แถมเงินจะได้เท่าไรยังไม่รู้เลย แล้วใครที่บอกว่าเงินไหลออกนอกประเทศถามสั้นๆนะครับ ตอบในใจก้ได้ ทุกวันนี้ของใช้ในบ้าน Made in Thailandทุกชิ้นเลยปะครับ น้ำมันที่เติมก็เสียให้ต่างชาตินะคร้าบ อย่าคิดอะไรสั้น ๆ สิครับ”
คุณได้อ่านทุกกระทู้หรือไม่ครับ
สั้นๆ ถ้าผมเอา “ลูกอมอมแล้วรวย” มาขายเม็ดละ 10 บาท คุณไปชวนคนมาซื้อลูกอม “อมแล้วรวย” คุณจะได้ 1 บาท จากลูกทีม 1 บาทต่อคน 5 ชั้น ลูกอม “อมแล้วรวย” ผมไม่ซั่วนะครับ เพราะ มันให้ “โอกาสทางธุรกิจกับคุณ”
แผนคือ
เงินที่คุณจ่าย 10 บาท เป็นค่าเช่าเว็ปไซต์ บริษัทก็จะ เอา 1 บาท ไปจ่าย upline level 1 ของคุณ (คือผู้แนะนำคุณ)
เงินอีก 1 บาท จ่ายให้ upline level 2 ของคุณ
เงินอีก 1 บาท จ่ายให้ upline level 3 ของคุณ
เงินอีก 1 บาท จ่ายให้ upline level 4 ของคุณ
เงินอีก 1 บาท จ่ายให้ upline level 5 ของคุณ
รวมเป็นเงิน 5 บาท จาก 10 บาท
ถ้าผมเป็นคนเปิดบริษัท GDI คุณก็เป็นคนนึงที่กำลังจะซื้อลูกอม “อมแล้วรวย” โดยอ้างคำว่า “โอกาสทางธุรกิจ” ผมรู้ไหมครับ
ถ้ายังไม่เข้าใจกลับไปหาอ่านข้างบนซะมีคนอธิบายไปเยอะแล้ว
“เราก็กำลังจะทำนะศึกษามา3-4เดือน กำลังจะสมัครวันนี้แหละ
รู้อะไรเยอะกว่าพวกที่คิดสั้นๆซะอีก หุหุ”
ความรู้คุณมันยังแค่หางอึ่งครับ ผมถามกลับมั่งดีกว่า
การทำธุรกิจคุณวิเคราะห์อะไรบ้าง เข้าใจการทำธุรกิจแค่ไหน แผนการตลาดเค้าต้องทำอะไรบ้าง บริหารการเงินสำหรับทำธุรกิจเป็นหรือยัง จะลงทุนอย่างไรเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เข้าใจระบบเศรษฐศาสตร์แค่ไหน อธิบายเกี่ยวกับ MLM แชร์ลูกโซ่ มันนี่เกมส์ ให้ผมฟังหน่อย
ถ้าธุรกิจคุณถึงจุดอิ่มตัวแล้วยังไงต่อครับ
เมื่อลูกทีมคุณเริ่มหาคนไม่ได้ เค้าจะมีรายได้ไหม
เค้ายังคงคิดจะใช้สินค้าอยุ่รึเปล่า เมื่อเลิกทำธุรกิจ
เมื่อลูกทีมหยุดใช้สินค้าเรายังรับรายได้อยู่รึไม่
สามารถนำสินค้าไปทำการตลาดเพื่อสร้างฐานลูกค้าได้รึไม่ ในเมื่อสินค้าลักษณะนี้ไม่มีความจำเป็นเมือมีสินค้าที่ถูกกว่าอยู่แล้ว
แล้วก็อย่าก็อปชื่อครับ
March 2nd, 2008 at 8:40 น.
นั่งอ่านอยุ่ 5 ชม.เพิ่งจบ – -a
พอดีมีคนถามเรื่อง เทือกนี้พอดีและตัวผมเองก็สงสัยอยุ
เนื่องจาก spam ทั้งหลายที่กวนใจเหลือเกินลบแล้วลบอีก
เลยลองเข้าไปดู ส่วนใหญ่เป็น e-mail เชิญชวนให้เข้าร่วมธุรกิจ GDI
แล้วก็พบว่าเว็ปไซต์ที่เกี่ยวกับธุรกิจ GDI ไม่มีข้อมูลที่บ่งบอกเกี่ยวกับ
รายละเอียดของงาน หรือวิธีการทำงาน ส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลคร่าวๆไม่สิ
เป็นข้อความเชิญชวน มากกว่า ที่บอกว่า ทำงานอย่างมีอิสระวันละ1-2ชม.
ผ่านอินเตอร์เน็ตรายได้20,000-100,000บาท ต่อเดือน
แต่กลับไม่พบใจความสำคัญเกี่ยวกับวิธีการ หรือการทำงาน
ว่าต้องทำอย่างไร ผมว่า ทุกๆคนที่เห็นมันครั้งแรกโดยที่ไม่ได้ศึกษาข้อมูลมาก่อน ต้องสนใจแน่นอน แต่กว่าจะได้ข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจ
ก็อาจช้าไป เพราะหลายคนอาจตัดสินใจ ตั้งแต่คำเชิญชวนที่ดูดึงดูดใจ
โดยส่วนตัวผมคิดว่า คุณ MacroArt ให้ข้อมูลและชี้แจงเหตุผลและเปรียบเทียบได้อย่างเห็นภาพโดยไม่จำเป็นต้องกล่าวอ้างเหตุผลที่ซับซ้อนเลย ใช้เพียงสามัญสำนึกก็เข้าใจได้ จากมุมมองที่ผมอ่านมา เห็นว่า
คุณ MacroArt พยายามบอกจุดยืนของตัวเองอยุเสมอ ว่าวิเคราะห์อย่าง
เป็นกลางตามข้อมูล
ซึ่งอันที่จริงแล้ว หากทุกคนแสดงควาเห็นอย่างเป็นกลาง อาจจะได้มุมมอง หรือทางเลือกใหม่ๆ ก็ได้ แต่เท่าที่เห็นส่วนมากที่โต้ตอบกับเจ้าของกระทู้จะเป็นแนวโต้แย้ง หรือถามแบบชี้นำ ให้พาไปสู่การโต้แย้งมากกว่า
หลายๆความคิดเห็นที่ผมอ่านของทาง GDI จะเป็นแบบหลัง
อาจจะเป็นเพราะผมคิดไปเองก็ได้
ว่าบางท่านทาง GDI พยายามหาช่องโหว่ใน ข้อความ
ของคุณ MacroArt เพื่อโต้แย้ง ไม่ใช่เพื่อให้เกิดแนวคิด หรือ ชี้แจงเหตุผล ทำให้คนที่ลังเลยอยู่ ไม่สามารถนำมาประกอบการตัดสินใจได้
ถ้าไม่ใช่ก็ขอโทษอย่างจริงใจคับ
แต่เหนที่แย้งๆมาสุดท้ายคำตอบก็อยุใน ความเห็นบนๆนู่นอยุแล้ว
แค่คุณไม่ได้ทำความเข้าใจ กับข้อมูลเหล่านั้น
ขออีกนิดคับ
เหนแวบๆใครบอกซักคนเกี่ยวกับเรื่องน้ำมันกับของMade in Thailand นี่แหละ เห็นแล้วทนไม่ได้ กับแนวคิดแบบนี้
รับรู้ไว้นะคับ
ก็เพราะเราไม่ได้ใช่ของ Made in Thailand ทุกชิ้น
เพราะน้ำมันก็ต้องเสียต่างชาติ แค่หลายๆอย่างในชีวิตประจำวัน
ก็เสียให้ต่างชาติไปเท่าไร แต่เพราะสิ่งเหล่านั้นมันจำเป็น จึงต้องเสีย
เพราะเช่นนั้นบางสิ่งที่มันไม่จำเป็น จะวิ่งเข้าไปเสียทำไม ในเมื่อรู้ทั้งรู้
ทางเลือกอื่นก็ยังมี ที่มันอาจดีกว่า
-สุดท้ายมันก็อยุที่ใจคุณเลือกอยุดี-
ผมขอเลือกทางลำบากหน่อย แต่สนุกกับงาน สนุกกับเพื่อน มีความสุขกับงานที่ชอบ และได้รับสิ่งที่ต้องการ สิ่งที่มากกว่าเงิน
จากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พอเพียง คือ ไม่เบียดเบียนคนอื่น อาจจะมีของหรูหราได้แต่ว่าต้องไม่เบียดเบียนคนอื่น
March 3rd, 2008 at 17:20 น.
ขอแชร์นิดนึงนะครับ ผมเป็นคนนึงที่ทำ GDI Affiliates ผมไม่สแปม ผมทำ SEO กับ Adword ผมมีดาวไลน์ที่ไม่ได้ต้องการทำ Affiliates แต่เขาต้องการ โดเมน โฮสติ้ง อีเมล และบริการอื่น ที่ GDI จัดให้ โดนที่ผมได้จากการทำ Adword ในเรื่องขายสินค้า วันนี้เขาจด 3 โดเมน แล้ว ดังไม่ผว่าพวกคุรเถียงกันเรื่อง MLM และการโกหกหลอกลวง ผมเราไม่จำต้องทำการโกหกหลอกลวงแต่อย่างใด ผมแค่พรีเซอร์สินค้าที่ผมมีในเว็ปไซร์ บอกตามความเป็นจริงของมันให้มากที่สุด ผมเคยเป็น รีเซลเลอร์โดเมนโฮสติ้ง ในส่วนตัวผม GDI ทำให้เราทำธุรกิจนี้สบาย และง่ายขึ้น แค่หาลูกค้าที่พอใจ GDI เท่านั้น!! ทุกวันนี้พวกคุยจะขายอะไรก็ตามต้องเจอคนไม่พอใจสินค้าหรือบริการของคุณอยู่แล้ว แล้วจะบอกว่า GDI ไม่คุ้มค่า หรือแพง หรือหลอกลวง ผมอยุ่ที่คนขายนะครับ คนทำตลาดอะครับ
March 4th, 2008 at 0:17 น.
ได้ความรู้มากมายเลยครับ..ดีจริงๆอ่านมาตั้งแต่หัวค่ำยันดึกรวดเดียวเลย
มาเจอเข้าโดยบังเอิญ…
อันที่จริงโดยส่วนตัวไม่เคยคิดจะข้องแวะกับ MLMเลยซักนิด แล้วก็ไม่จำเป็นว่าจะต้อง เป็นอย่างความเห็นเชียร์ GDIของหลายๆคนด้วยว่า ไม่ทำก็นั่งทำงานงกๆ รับเงินเดือนกันต่อไป…..
ผมไม่ทำ และผมไม่ได้นั่งทำงานรับเงินเดือนงกๆด้วย ผมก็มีรายได้เป็นแสนได้ ด้วยความสามารถ ด้วยประสบการณ์ของผม …..
หลายๆความเห็นที่เชียร์GDiในที่นี้ ดูถูกคนทำงานอาชีพอื่นมากๆเลยน่ะครับ
เรียนตามตรงว่า ที่ผมไม่ข้องแวะกับ MLM เพราะคนใกล้ตัวผมมากมายที่เป็นเหยื่อ โดยเฉพาะกับการค้าลมๆแล้ง…. แผนการตลาดที่มาหาเหยื่อรายอื่นๆต่อไป ไม่เห็นจะต่างอะไรกับMoney Game
ผมเห็นด้วยกับความเห็นของคุณ MacroArt แล้วคิดว่าเข้าใจประเด็นในการนำเสนอ ผมไม่เห็นคุณMacroArt ห้ามใครสักคน ถ้าคุณอยากคุณก็ทำไป
สิ่งที่คุณ MacroArtเขียนก็แค่ให้ข้อมูล ให้แง่คิด ให้ยับยั้งชั่งใจ
เตือนให้เห็น…ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดี ส่วนใครจะไม่เห็นก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล…..(มีแต่คนที่ไม่เห็นด้วยเท่านั้นแหล่ะครับ ที่ออกมาโจมดี ใส่อารมณ์ แม้กระทั่งดูถูก คนอื่น)
ทุกอาชีพมีศักดิ์ศรีและมีคุณค่าน่ะคับผมว่า ผมก็เคยทำงานประจำ ตั้งแต่เงินเดือน 6500 จน เงินเดือน 6หลัก ทุกวันนี้ออกมาทำงานอิสระ รายได้ก็เดือนล่ะ 6หลัก โดยไม่ต้องชักจูงใครให้ไปเสี่ยง (หรือจะเรียกว่าสร้างโอกาส อย่าที่ชอบพูดกันก็ได้ แต่มีโอกาสได้ ก็มีโอกาสเสียน่ะครับอย่าลืม)
ก็เข้ามาเพียงเพื่อจะสนับสนุนแนวทางของเจ้าของกระทู้ แล้วก็อยากเตือนผู้ดูถูกอาชีพคนอื่นทั้งหลายว่า
ถ้าคุณพร่ำบอกอยู่เสมอว่า ธุรกิจของคุณต้อง ทุ่มเท ต้องเอาจริง คุณก็มองให้กว้างกว่านั้นด้วยว่า
การงานอย่างอื่นก็เหมือนกันครับ ถ้าทุ่มเท ถ้าเอาจริง มันก็สร้างรายได้ไม่แพ้กันหรอกครับ แถมยังได้ความภูมิใจมากว่าด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องมานั่งเล่นเกมส์ความโลภแบบงูกินหาง
เมื่อไม่โลภ แต่ขยัน รู้จักใช้ และรู้จักพัฒนาความสามารถของตัวเอง ..จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน แถมไม่ต้องเสี่ยงโดนหลอก อีกด้วยครับ
March 4th, 2008 at 0:48 น.
ประเดนปัญหาที่เจ้าของ Blog นี้ว่าคือ Affiliates แต่ละคนทำกำลัง GDI แบบ ขายตรงที่ทำเลวๆ ที่ผ่านมา ผมเคยเตื่อนก่อนที่หลายๆคนจะได้รุจัก GDI มันก็หลายปีแล้ว และแล้วมันก็เกิดจนได้เกิดจากความโลภ และอวิชชา ของอัพไลน์ ที่ได้ทำลายสิ่งที่ให้คุณ ด้วยกันตักตวง จากมันให้มากที่สุด ผมพยามบอกและสอน วิธีทึ่ถูกต้อง แต่ด้วยความหืนกระหาย ไม่มีฟังผม ผมเลยต้องออกทำเอง แต่ผมมีธุรกิจส่วนตัวอยู่แล้วเลยไม่มีเวลามากนัก โดนส่วนตัวแล้ว แต่ก่อนผมเช่าโฮสติ้ง เดือนละ 500฿ พึงเลิกเช่าไป แล้วตั้งมันเองที่บ้าน GDI ก็ลองรับระบบที่ผมทำ ด้วย Dynamic DNS คนทั่วไปไม่เข้าใจตรงนี้ เป็นเรือ่งทางเทคนิค GDI มีบริการหลายอย่างที่หลายคนไม่เคยใช้มัน Email Server web server Dynamic DNS เว็บสำเร็จรูป และสินค้า อื่นๆ ที่จะให้เรามาทำตลาด affiliates คนที่จะทำไม่จำเป็นต้อง หาดาวไลน์ก็ได้ ทำตลาด Affiliales ทั่วไป มีคนซื้อ ก็ได้ $10 ไม่มีคนซือ้ก็ไม่เป็นไร เราสามารถประโยชน์ในบริการได้อยู่แล้วถ้าเราพอใจบริการนะ ถ้าคุณไม่พอใจก็คงไม่อยากทำตลาดมันใช่ไหม แต่คนไทย ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ผมเข้าใจกลุ่มคนที่เขามาทำ GDI ก็เป็นกลุ่มเดิม จาก MLM ที่ทำตลาดลักษณะนี้ในอดิต หลายๆคนก็เลย เหมือนเจอ MLM เจ้าเดินในรูปแบบ GDI ความรู้สึกเดิมๆ แน่นอน การต่อต้านเกิดแล้ว เร็วกว่าที่เราคิด ผมเลยเน้นไปต่างประเทศมากกว่า ผมไม่ได้รับคำด่าจากฝรั่ง ไม่ได้รับแรงต่อต้านจากต่างชาติ เขาสมัครโดยเคยถูกใจ GDI เท่านั้น ผมทำตลาด 2 อย่าง แนะนำ Affiliates ใหม่ กับ ขายบริการ website และ email แค่นี้ก็ทำธุรกิจได้ตลอดไปแล้ว ถึงจะไม่ได้เงินมากในตอนต้น แต่มันได้เรื่อยๆ เดือนเดียวก็ได้ใช้บริการ GDi ฟรี +กำไร จากนั้นอยุ่ที่ความสามารถแล้ว เรื่องอยู่ความคิด โอกาสอยู่ที่คนลงมือทำ คนที่ไม่ได้มันก็ไม่ใช่โอกาสของเขา ดังนั้น “โอกาสอยู่ในมือใครก็สร้างมันไว้ให้ดีที่สุดอย่าทำลายมัน” “อยู่การทำลายด้วยการไม่ทำลาย ทั้งตัวเราและผู้อื่น หยุดโจมตีธุรกิจอื่น หรือ เหมือนกัน”
March 4th, 2008 at 15:12 น.
555555+
nine หายไปไหนละ เอารายได้มาโชว์หน่อยดิ
555555+
March 5th, 2008 at 12:35 น.
ได้อะไรจากการเสีย10$หรอ
ก้ได้เว็บไซต์มาทำการตลาดไงครับ
แล้วก้ได้โฮสติ้งมาทำอะไรก้ได้อีก หุหุ 10$จิ๊บจ้อยครับ ค่าไฟเดือนนึงมากกว่านั้นอีก
ถ้าจ่ายจิงแล้วให้ผลตอบแทนเยอะก็ยอมเสียครับ ประโยชน์อาจไม่มากแต่รายได้ก็มากโขอยู่หละครับ ถ้าไม่ต้องการเงิน แล้วจะมาวิจารณ์ทำไมหละครับ หรือ อยากดัง???
March 5th, 2008 at 19:30 น.
จากสังคมไทยในปัจจุบัน เท่าที่ผมได้สัมผัส มีแต่คนร้อง คนบอก ว่าเราจะได้อะไร ฉันจะได้อะไร จากสิ่งนี้สิ่งนั้น หาได้ยากมากๆ ที่จฉันจะให้อะไร กับสิ่งนี้สิ่งนั้น ในความรู้สึกของผมคิดว่า ทำไมคนไทย หื่นกระหายกันจัง ความพอเพียงมันอยู่ตรงไหนกับคนไทย ถ้าให้ฉันไม่พอฉันไม่เอา ในความคิดผม มันโอตาคุมากๆ ชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน ทำไมไม่สะสมความดีไว้ ด้วยการให้อะไรกับโลกนี้ ประเทศนี้ สังคมนี้ หรือองค์กรนี้ ได้แต่ถามว่า คุณจะให้อะไรฉัน ด้วยความโลภ แล้ววันนี้คนไทยก็เรียกร้องกันอยู่ทุกวัน กับผมประโยคของตัวเอง มันเกี๋ยวอะไรกับ GDI มันเกี่ยวครับ เกี๋ยวที่การกระทำของ Affiliates หลายๆคน และผู้มุ่งหวัง แต่และคน มันก็คนในสังคมไทย ออนไลน์นี้แหละครับ แม้ในเกมออนไลน์ก็เช่นกัน พวกเรามาร่วมสร้าง สังคมนี้ให้ดีขึ้นไม่ดีหรือครับ ด้วยการเริ่มจากตัวเองว่าจะให้อะไรกับสังคมนี้ จะให้อะไรกับผุ้มุ่งหวัง จะให้อะไรกับ GDI จะให้กับประเทศไทย ดีกว่ามาถามว่า ประทศนี้ GDI คนทำ จะให้อะไรกับคุณ
แน่นอนครับหลายคนคงไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าฉันต้องพอใจก่อนจึงให้คนอื่นๆได้
March 8th, 2008 at 1:33 น.
ได้เงินๆๆ
ถ้าทำแล้วได้เงินมากๆ ถือเป็นงานที่ดี ทุกงานเลยเหรอ
อืมมมม
อย่างนี้พวก หลอกลวง ต้มตุ๋น แล้ว ได้เงินเยอะๆ
ร่ำรวย มีกินมีใช้ อย่างนี้ การหลอกลวง ต้มตุ๋น ก็ดีน่ะสิ
March 8th, 2008 at 5:00 น.
หลวมตัวสมัครไปแล้วทำยังไงดี ถูกหักเงินทุกเดือนด้วย ไม่ได้ทำอะไรเลยเสียดายเงิน
March 8th, 2008 at 11:20 น.
ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่เบื่องานประจำ มองหาช่องทางธุรกิจออนไลน์
เพราะเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อ…แต่ในทางกลับกัน
จิตใจภายในใต้สำนึก มันเกิดความลังเลสงสัย
และทำใจไม่ได้ถ้าสินค้าที่จะขายหรือนำเสนอ
มีคุณภาพหรือคุณค่าไม่เพียงพอกับเงินที่จะต้องสูญเสียไป
ตอนนี้เข้าใจอะไรชัดเจนขึ้น ไม่ใช่แค่ GDI ธุรกิจหลายๆ อย่างใน
ลักษณะนี้ เอาเปรียบผู้บริโภค (ถ้าผู้บริโภคพึงพอใจก็ไม่ถือว่าเอาเปรียบ) แต่จะมีใครสักกี่คนที่ยอมจ่ายเงินซื้อสินค้าที่ให้ความพึงพอใจไม่คุ้มค่ากับเงินที่ต้องสูญเสียไป นอกเสียจากเขาอยากได้ผลตอบแทนกลับมา
…ในรูปแบบของ เงิน เงิน และก็เงิน
ดิฉันไม่รู้หลักการตลาดหรอกน่ะค่ะ ดิฉันรู้เพียงว่า คนที่คิดการตลาดลักษณะนี้เขาฉลาด ฉลาดมาก ถึงมากที่สุด
หลักการคิดง่ายๆ ก็คือ มนุษย์ทุกคนมีความอยาก ที่ไม่รู้จักพอ
คนที่มีความอยากมากก็จะเข้าไปในวงเวียนนี้ง่าย
ดิฉันไม่ขอปฏิเสธ น่ะค่ะว่าดิฉันไม่มีความอยาก
แต่ในขณะเดียวกันเราต้อง เราต้องมีจุดยืนเป็นของตัวเอง
สำหรับคนที่ คิดที่อยากจะทำธุรกิจนี้
ขอให้ศึกษาข้อมูลให้ถ้วนถี่ ศึกษาถึงข้อดีข้อเสีย
แล้วก็ประเมินตัวเอง ก่อนตัดสินใจ
สำหรับดิฉันถือว่าโชคดีที่ได้มาอ่านกระทู้นี้ก่อน
เพราะกำลังตัดสินใจสมัคร แต่เราไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย
รู้แต่ว่ามีรายได้ดี…มันไม่น่าใช่น่ะ
ต้องขอบคุณ MacroArt ที่ให้ข้อมูลในอีกด้านแก่พวกเรา
March 8th, 2008 at 19:27 น.
เจ้าของบล็อคนี้แปลกจัง ไม่แสดงข้อความของผมซะที หรือมีเจตนาจะทำลาย GDI จริง เป็นเวรเป็นกรรมนะครับ เพระคุณจะโดนเป็น 100 – 500 เท่า ของผลแห่งกรรม แต่ผมให้อภัยคุณ แต่ให้ความกลางในการแสดงความเห็นด้วยนะครับ
March 8th, 2008 at 19:36 น.
หยุดการกล่าวโทษ หยุดการให้ร้าย หยุดการทำร้าย ถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เห็นผู้ใดได้รับความเสียหายจะ GDI เห็นแต่ผู้ได้รับแล้วแล้วไหนจะคิดว่า GDI ไม่ดีหละ อาจมีความไม่พอใจไม่ชอบใจ แม้แต่มหาศาสดาของโลก แต่ละพระองค์ก็ ไม่ได้จะมีใครพอใจได้ทั้งโลก จะให้ใครเชื่อได้ทั้งโลก แล้ว GDI เป็นใคร เป็นองค์มนุษย์ธรรมดา ที่ยังมีกิเลท มีตัณหา มีอุปทาน
แต่ว่าสิ่งที่ GDI มาดำเนินในธุรกิจนั้นมันผิดศิลข้อไหน ในศาสนาอะไร ในตัว GDI แล้วเขาเป็นชาวคริส เขาไม่ได้ทำอะไรผิดตามหลักธรรมของพระคริส แต่อย่างใด แล้วถ้าเทียนพุทธศาสนาแล้วไม่ผิดแม้แต่ข้อเดียว และตามกฏหมายของ USA เขาก็ไม่ผิด และถูกต้องโดยมีองค์ของรัฐรับรอง
ถ้าใครคิดว่าไม่ดีมันเป็นมิฉฉาฑิฐิ คนผู้นั้นก็ทำมีการกระทำอะไรที่ไม่ต้องจาก มาร ซาตาน และลุซิเฟอร์
March 10th, 2008 at 1:07 น.
สมัครฟรีก่อน ทำเว็บได้เลยพร้อมีโดเมนใช้งานได้ทันที อีก7วัน ค่อยจ่าย $10 พร้อมทำธุรกิจได้ทันที หรือจะจ่าย $50 แล้วค่อยทำเว็บไซท์มีโดเมนใช้งาน ถ้าหากโดเมนนั้นมันไม่เวอร์คหละ จดใหม่ เสียเงินใหม่
คิดในทางการเงิน GDI ประกันความเสียงให้พวกเราก่อนเริ่มทำธุรกิจ หรือใช้บริการ webhosting หากวันนึ่งธุรกิจไม่เวอร์จริงๆ ก็ คุณก็จ่ายเท่าแค่คุณใช้ไป ไม่ต้องเสี่ยงกับเงินก้อน ฟรี ถึง $10 ทำเงินได้เลย หรืออย่าได้ฟรี ของ Google ก็แล้วแต่นะครับ ของกลูเกิลเองก็ไม่ได้ดีกว่า ของ GDI ไปซะทั้งหมด ถ้าเราไม่จ่ายเงินให้กลูเกิล ก็ทำได้ไม่มากนัก ดีที่เนื้อที่ 2GB เท่านั้น แล้วแต่ความต้องการในการใช้ครับ ผู้ใช้บริการคุณเลือกได้
ทำไมต้องกล้ว GDi ด้วย GDi ไม่ได้จะไปเอาชนะ Google หรือบริษัทที่ทำธุรกิจเดียวกัน มันน่ากลัวถึงกับต้องมาใส่ความในทางลบ ทั้งที่มันก็มองหลายทาง แต่เจตนาต่างหากที่ทุกคนไม่เคยถาม GDI ถ้า GDI หลอกลวง บริษัท MLM ที่เปิดมานานกว่า 5 ปีหลอกลวงก็คงอยู่ได้ไม่น้นจนได้รับการยอมรับจากองค์กรต่างๆ
คุณคิดว่ามันจริงไหม?
March 10th, 2008 at 15:57 น.
เรียนคุณ ApolloNic
ผมไปซุ่มเขียนหนังสือ 3 เล่มเพื่อออกให้ทันงานสัปดาห์หนังสือครับ เพิ่งจะปิดต้นฉบับไป ก่อนหน้านี้เลยไม่มีเวลามา approve ความคิดเห็นในนี้
ถ้าคุณลองสังเกตดูจะพบว่ามีความคิดเห็นใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และถ้าลองอ่านดูทั้งหมดจะพบว่ามีแต่คนที่เห็นด้วยกับ GDI ที่ก่นด่าผมว่าไม่ยอมปล่อยความคิดเห็นของเขาออกมา แต่คนที่ไม่ชอบ GDI ไม่มีใครที่บ่นว่าว่าส่งความคิดเห็นเข้ามาแล้วแต่ไม่ถูกแสดงขึ้นมาสักคนเดียว
ทั้งที่ความเป็นจริงก็คือความคิดเห็นจากทั้งสองด้านนั่นแหละครับที่ถูกโปรแกรมกั๊กไว้ เพราะผมยังไม่มีเวลามา approve แต่พอว่างแล้วก็ปล่อยออกมาหมดแหละครับ
แต่ถึงแม้คนทำ GDI จะบ่นแบบนี้มาหลายคนแล้ว แต่อนาคตก็ยังคงมีคนบ่นอยู่อีก รู้สึกเหมือนฟังแผ่นเสียงตกร่องจริงๆ
จะให้ผมตั้งโปรแกรมให้ปล่อยความคิดเห็นทั้งหมดออกมาทันทีก็ไม่ได้อีก เพราะคนทำ GDI นั่นแหละครับที่จะหาว่าผมไม่ดูแลความคิดเห็นที่ถูกส่งเข้ามา (ลองย้อนกลับไปอ่านความเห็นบนๆ) พาลจะขู่ให้ ICT แบนเว็บผมอีก (ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยว่า ICT ไม่ใช่คนแบนเว็บ)
March 11th, 2008 at 15:29 น.
อ่านกระทู้นี้แล้วได้ประโยชน์มากจริงๆค่ะ
ดิฉันเป็นอีกคนหนึ่งที่เคยได้รับ spam mail จำพวกนี้บ่อยๆ จึงเข้าไปดู
ตอนเริ่มอ่านรู้สึกทันทีเลยว่า “ความโลภ”มันเข้ามาบังตา ธุรกิจอะไรเนี่ย ทำไมให้เงินดีขนาดนี้ จะทำได้ขนาดนี้จริงหรือ
แต่ยังไม่ได้สมัครนะคะ เพราะมาสะดุดตรงที่ต้องจ่ายเงินเดือนละ 10$ ก็เลยต้องศึกษาก่อนว่า เราจะจ่าย 10$ ไปเพื่ออะไร ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกว่า เอ๊ะ!นี่มันลูกโซ่ชัดๆ (ถึงจะบอกว่าไม่ใช่ก็เถอะ)ไม่เข้าใจว่าวัตถุประสงค์ของ GDI จริงๆ คืออะไรกันแน่
ในเว็บบอกว่า GDI เป็นบริษัทที่เปิดให้เช่า Domain แต่อ่านไปไม่รู้ว่า Domain ที่ให้เช่ามันมีประโยชน์ตรงไหน เพราะเน้นแต่ให้ชวนคนมาเป็น downline ยิ่งชวนคนมากยิ่งได้เงินมาก
ไม่เข้าใจว่าวัตถุประสงค์ของบริษัทจริงๆเขาต้องการให้เป็นแบบนี้ หรือว่าคนไทยเอามาบิดเบือนเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋ากันแน่ บริษัทเขาต้องการขยายเครือข่ายก็จริง แต่น่าจะต้องการขยายเครือข่ายให้กับคนที่ต้องการใช้ domain ของเขาจริงๆมากกว่า ไม่ใช่เพื่อทำธุรกิจแบบนี้
ดิฉันไม่ได้มีอคติกับ GDI นะคะ เพียงแต่พูดตามที่คิดที่เห็นมาเท่านั้น
และมีอีกเรื่องที่สงสัยค่ะ คือ จะมีธุรกิจอีกจำพวกหนึ่ง พวกคลิกเมล์นะค่ะ
ที่บอกว่าแค่คลิกเมล์ เช็คเมล์ หรือคลิกแบนเนอร์โฆษณา ก็ได้เงินมาใช้นี่ เขาเอาเงินมาจากไหนคะ และมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า อยากทราบข้อมูลไว้ประดับความรู้ค่ะ
ขอบคุณ MasterArt มากนะคะ
March 12th, 2008 at 11:33 น.
มีเว็บ PTC ที่อยากให้ช่วยตรวจสอบให้หน่อยค่ะ มีคนชักชวนมากเหลือเกิน แต่รู้สึกว่าค่าตอบแทนมันสูงเกินไปจนน่าสงสัย
asonewishes.com
gowellup.com
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
March 12th, 2008 at 15:36 น.
ขอบคุณ คุณ MacroArt เจ้าของ Blog
คุณไม่ได้มีเจตณา ก็ดีมากเลยครับ เพราะในโลกของพวกเรานี้มีแต่ความไม่ปกติ มีแต่ความบกพร่อง ดังนั้นจึงมีคนมีความทุกข์มากมาย ทัศนะคติเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต อยากถามทุกคนว่า ทุกวันนี้คุณมีเหตุผลลึกๆในใจอะไรที่จะทำธุรกิจ หรืองานต่างๆ? แต่ผมเชื่อว่าแต่ละคนมีเหตุผลต่างกัน และตรงนี้หละ ที่เป็นเหตุให้ทำสิ่งเดียวกัน แต่พฤติกรรมต่างกัน และตัดสินใจที่จะซื้อสินค้า และบริการที่ต่างกัน อาชีพ งานการ ประเภทธุรกิจแตกต่างกัน ดังนั้น คนที่ไม่รู้จักตัวเองหรือความต้องการในตัวเอง หรือรู้ในเหตุผลลึกๆในใจตน นั้นมีมากกว่าคนที่รู้หลายเท่า และตรงนี้แหละ การสร้างทัศนะคติที่ดี ต้องสิ่งต่างๆ นั้นสำคัญที่สุด
โดยการไม่ทำร้าย ไม่โจมตี ไม่สร้างทัศนะคติในแง้ลบ ถ้าไม่มั่นใจและมีหลักฐานแล้วสิ่งนั้นมัน ผิดศิลธรรม และกฏหมาย ไม่ควรจะจะสื่อในแง้ลบ
ด้วยในโลกแห่งการค้าเสรี ทุกธุรกิจยอมแข่งขันกันในทางของตนที่ได้เปรียบ อาจเรื่องราคา บริการ รูปแบบการตลาดที่ดีกว่า หรือแตกต่าง
เพื่อตอบสนองความต้องการ ทั้งผู้ใช้ และผู้ร่วมกิจการ ที่มีเหตุผลลึกๆ ในใจตรงกับของเขา และแน่นอน โลกนี้ไม่มีใครจะมีเหตุผลที่จะ Yes หรือ No ในสิ่งเดียวกัน ด้วยเหตุผลเดียวกัน
เพราะแบบนี้ศาสนาเลยมีหลายศาสนา ประเทสเลยมีหลายประเทศ
March 12th, 2008 at 15:47 น.
ต่อ ภาษาจึงมีหลายภาษา แต่ทุกอยากที่อยู่ได้ ถึงทุกวันนี้เพราะความดีในตัวของมัน
ธุรกิจก็เช่นกัน ถ้ามันไม่ดีก็จะตายไปเอง ขายตรงอยู่มาบนโลกนี้ หลายพันปี แล้วแม้แต่ในพระไตรปิฏก ยังกล่าวถึง ขายตรง MLM อยู่ได้ด้วยสัจจะบารมี หากธรรมบารมีขาดสิ่งนี้มันจะตายไปอย่างรวดเร็ว
แต่ผมของประนามคนที่สแปม และบิดเบือนข้อมูลธุรกิจ อาจด้วยเพระความขี่เกลียด ความไม่เข้าใจในธุรกิจ หรืออัพไลน์สอนมา ก็ขอให้หยุดทำเสียก่อนที่ไม่มีธุรกิจอะไรให้พวกคุณทำอีก ต่อให้ไม่ใช่เป็น MLM ก็มีคนทำแบบเช่นกัน แต่ MLM เห็นได้ชัดเพราะจะมีการบอกต่อกัน และแสดงวิธีทำ มันไปไว จะดีหรือเลวมันสื่อไวมาก
แต่โดยธรรมชาติมนุษย์มันจำสิ่งเลวๆ มากกว่าสิ่งดีๆ และมีความทุกข์มากกว่าสุข
March 12th, 2008 at 15:58 น.
เรียนทุกท่านที่ทำ GDI ถึงจะไม่ใช่ในเครือข่ายของผม ทุกท่านได้ทำตามคอนเซปของ GDI แล้วหรือยังที่ว่า “You can have everyting you want in life ifyou will just help enough other people get what they want.” แปลได้ความว่า “คุณสามารถมีทุกอย่างที่คุณต้องการในชีวิต ถ้าคุณเริ่มลงมือช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้อะไรที่พวกเขาต้องการเพียงพอ”
แต่ที่เห็นทุกวันนี้ส่วนใหญ่ได้ทำสิ่งที่ทุกคนในโลกออนไลน์ไม่ได้ต้องการอย่างเพียงพอ
ทำตามคอนเซปนี้ดีกว่าครับ ทุกคนที่ทำ GDI จะได้บุญกันทุกคนหลายคนไม่เคยเห็น คอบเซปนี้ ก็ไปดูนามบัตรที่ GDI ทำให้ซิครับ ฝากเว็บ Blog ของผมนะครับจะให้ข้อมูลของ GDI บ่อยๆ เท่าที่หาได้ และแปลได้ http://gdi-domain-name.blogspot.com/
ของให้ทุกท่านสนุก และรักษาความดีให้สังคม
March 12th, 2008 at 17:08 น.
ดีครับ ที่คุณ ApolloNic สอดแทรกหลักจริยธรรมในการทำธุรกิจ
ตามคอนเซปของ GDI
“คุณสามารถมีทุกอย่างที่คุณต้องการในชีวิต ถ้าคุณเริ่มลงมือช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้อะไรที่พวกเค้าต้องการเพียงพอ”
นั่นก็คงหมายถึงการช่วยเหลือทีมงานนั่นเอง บอกตรงๆตัวผมเองยังเอาตัวไม่รอดเลย นับประสาอะไรจะไปช่วยทีมงาน…ในธุรกิจนี้นะ
เพราะ ช่องทางให้การช่วยเหลือ มันช่างแคบเหลือเกิน จริงๆนะเนี่ย
March 13th, 2008 at 6:33 น.
จากที่อ่านของคุณ ApolloNic มาประมาณว่าจะบอกว่าคุณเจ้าของกระทู้ใส่ร้าย GDI แต่คุณ MacroArt เค้าพูดถึงตัวสินค้าอยู่นะครับผมไม่เห็นเค้าจะใส่ร้ายอะไร แม้แต่ในเว็บคุณผมก็ยังไม่เห็นอธิบายเกี่ยวกับสินค้าหลักๆเลย
GDI จะดีหรือหลอกลวงหรือไม่คงไม่มีครฟันธง แต่สิ่งที่ควรนึกถึงในการทำธุรกิจพวกนี้ อย่างหนึ่ง ก็คือ ตัวสินค้า เราจ่าย 10$ ได้อะไรกลับมา สินค้านำมาแข่งขันกันในตลาดได้หรือไม่ ถ้าเน้นขาย
หรือ GDI ขายอย่างเดียวไม่ได้เมื่อสินค้าไม่ได้มีคุณภาพ มันก็เหมือนชวนมาขี่คอกัน มันก็ไม่ต่างกับลูกโซ่
March 13th, 2008 at 6:41 น.
แล้วก็สินค้าแบบนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาจ่ายทุกเดือนๆ หากไม่มีความสนใจในธุรกิจ
อยากได้เว็บดีๆ ซักเว็บ ผมเข้าไปที่ http://www.igetweb.com ก็ไม่ต่างอะไรกับ GDI ผมว่ายัง option ดีกว่าซะด้วย
March 14th, 2008 at 13:06 น.
ผมว่าธุรกิจที่ทำแล้วมีความสุข มีเงินใช้และก็เป็นการเดินไปด้วยกันในสายงานทางธุรกิจโดยความพอใจของทุกๆ ฝ่ายมันก็น่าจะเป็นอะไรที่สมเหตุสมผลนะครับทุกๆท่าน (ใครไคร่จะทำก็ทำเถอะครับ ใครคิดว่าไม่ดีก็คงว่ากันไม่ได้ อย่าไปซีเรียสมาก)
WattanaJ
March 14th, 2008 at 14:21 น.
แนวคิดทางการตลาด ที่จะใช้แข่งขันกันนั้น มีทางให้เลือกอยู่ หลายกลุ่ม ที่ผ่านมาก หลายบริษัทประสบปัญหาอย่างรุนแรง แบบแซกซึม จากการแข่งขันในตลาดด้วยราคา การแข่งขันเป็นการตลาดที่ยากที่สุด และได้กำไรน้อยที่สุดแต่ต้องเน้นปริมาณมากสุด จากผลปีที่ ห้างวอร์มาต และบริษัทอื่นทีเน้นการตลาดสินค้าราคาต่ำ ต่างประสบปัญหา ถ้าท่านได้อ่านข่าวธุรกิจต่างประเทศและไทย มาตลอด การตลาดด้วยราคาที่ต่ำ มันมีทางตันของมัน แต่การตลาดที่ไม่ใช้ราคาในการแข่งขัน จะอยู่ได้ยาวนานกว่า นั้นหละคือทางเลือกของ GDI เพราะความจริงผู้บริโภคไม่ซื้อสิ้นค้าเพราะราคาเป็นตัวตั้ง แต่เป็นเพราะความพอใจ เป็นตัวตั้ง อย่างสินค้าจากประเทศจีนหลายอย่างถูกมากๆ เครือ่งคิดเลข ฿10 เท่านั้น แต่คุณพอใจกับมันแค่ไหน แต่มันก็ใช่ แต่อาจจะไม่ดีเท่าเครื่องคิดเลข ราคา ฿100+ ในแบลนที่ตลาดรู้จัก
ดังนั้นการแข่งขันด้วยอะไรเป็นตัวตัดสินว่า คุณจะทำรายได้กับมันได้ยาวนานแค่ไหน
ถ้าแข่งด้วยราคา แน่นอนย่อมต้องลดต้นทุนให้ต่างสุดเสมอ เพื่อสนองราคา และคู้แข่งเพื่อจะขายได้มากกว่าในกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน
March 14th, 2008 at 14:29 น.
สวัสดี คุณ ผ่านมาดู
คุณดูเกี๋ยวสินค้าได้ที่ บริการ GDI ใน http://www.ApolloNic.WS ครับ นานๆผมจะอัพเดททีต้องขออภัย
เรียนคุณ Tinny การให้คุณลองไปอ่านที่ผมเขียน ในบล็อคนะครับ ส่วนวิธีการโทรหาผมได้ครับ
http://gdi-domain-name.blogspot.com/
March 14th, 2008 at 23:19 น.
ผมก็แปลกใจนะครับทำไมเจ้าของบล๊อคพูดแต่ถึงสินค้าของGDI
แต่ทำไมไม่พูดถึงสิ่งที่GDIเค้าให้กับเราเลย
ผมถามหน่อยครับGDIสินค้าเค้าแพงแต่เราทำรายได้จากเค้าได้
แต่ที่คุณบอกว่า.comนั้นค่าบริการเค้าแค่10$ต่อปี คุณต้องไปเช่าโฮสติ้งอีกนะครับผมจะเปรียบเทียบอะไรก็ศึกษาให้มันละเอียดนึงนะครับ
แต่ผมว่าที่คุณบอกว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่คัญที่สุดในชีวิต แล้วคุณจะเขียนหนังสือขายทำไมอะครับ อย่ามาทำเป็นพูดเลยครับ ว่าไม่ต้องการเงินอย่างงั้นอย่างงี้เงินอาจจะไม่สำคัญก็จริงนะครับ แต่ไม่ใช่เงินหรอกเหรอครับ ที่ทำให้คุณมาตั้งบลอคนี้ได้
March 15th, 2008 at 2:24 น.
คงไม่มีธุรกิจไหนดีและเหมาะสมกับทุกๆคนหรอก
มันอยู่ที่ว่าคุณจะยอมรับข้อดีและข้อเสีย ของธุรกิจนั้นๆได้รึเปล่า
จริงครับที่ option web ของ GDI สู้เจ้าอื่นไม่ได้ในราคานี้
แต่ถ้าคุณยอมรับมันได้ก็ทำไปเถอะ แต่อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็พอ
March 16th, 2008 at 11:18 น.
แนวคิดการให้บริการของ GDI ก็คลายๆ กับเครเบิลทีวี ที่เป็นสามาชิกรายเดือน ที่เก็บค่ารายเดือน แต่ไม่เพิ่มค่าบริการรายเดือน แต่จะมีบริการเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ และจะไม่เก็บเงินเพิ่ม ดังนั้น ระบบการเงินแบบนี้เป็นการบริหารเพื่อประโยชน์ของ สมาชิก แล้วก็มีการวิจัยสอบถามเสมอ แต่ผลโวท มักออกมาทางหารายได้มากที่สุด ดังนั้น ทิศทางการนำเสนอจะออกมาแนวเพื่อความร่ำรวย เลยทำให้เกิด freedom dot WS เกิดขึ้น เพื่ออิสระภาพทางการเงิน มันทำได้จริงถ้า ทุกท่านเข้าใจ และบริการการเงินได้เป็น เพราะการทำธุรกิจแบบจัดอยู่ใน การลงทุน และ ธุรกิจส่วนตัว มันกึ่งๆกันหากมีเครือข่ายที่อยู่ตัวแล้ว มีรายได้ต่อเดือนมากว่ารายจ่ายตัวของตัวเองแต่ละเดือน คุณไม่ตอ้งทำงานประจำแล้ว ความอิสระของคุณก็เกิดขึ้น
เวลาให้ครอบครัวก็มีมากขึ้น เวลาให้คนรักมีมากขึ้น มีเวลากตันญูพ่อแม่ มากขึ้น มีเวลาให้กับลูกมากขึ้น มีเวลาให้กับสิ่งที่ชอบมากขึ้น และมีเวลาช่วยเหลือผู้อื่นมากขึ้นด้วย แล้วคุณก็จะไปวัดทำบุญ ปฏิบัติธรรมได้ทุกอาทิตย์แบบไม่ตอ้งกังวล งานหรือครอบครัว มีเวลาให้กับตัวเอง และสุขภาพตัวเองก็จะดีขึ้นเพราะภาระต่างๆ ได้วางลงไปแล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับบุคคลด้วย
ดังนั้นถ้าเพื่อสิ่งเหล่าและซื้อได้ด้วย $10 และแนะนำธุรกิจ ยังไม่ได้คิดสินค้าและบริการ มันคุ้มค่ามากมายจนหาจากที่อื่นที่ถูกกว่านี้ได้แล้วใช่ไหม? มันดีขนาดนี้แล้ว
หลายคนยังคิดว่ามันเป็นการเอาเปลียบ แล้วคนที่มาหลังๆ เขาจะทำได้หรือ?
ตอบได้เลยว่า เขาทำได้ แต่ไม่ใช่ทุกคน แต่ทุกคนก็ทำได้ แต่ที่ทำไม่ก็เพราะความคิดและการกระทำของแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีทัศนะคติแตกต่างการกัน ความต้องการในการดำเนินชีวิตแตกต่างกัน แต่ทุกวันมีคนเกิด ทุกวันมีคนตาย แต่ปัจจุบันมีคนเกิดมากกว่าตาย แล้วคุณคิดว่าจะไม่มีคนที่คิด และเห็นคลายกับเรา บ้างเลยหรือ แต่แน่นอนหลายคนอาจไม่คิดตรงกันเรอื่งธุรกิจ แต่เรอื่งบริการอาจตรงก็ได้หรือเป็นเพราะพอใจในบุคคลก็เป็นได้ ดังนั้นด้วยเหตุผลเหล่านี้พวกเขาทำได้ต่อไปตราบเท่านั้นยังมีมนุษย์โลกนี้อยู่ และบริการนี้จะอยู่ได้ตราบเท่าทีมนุษย์ยังใช้อินเตอร์เน็ต และยังใช้โดเมน โฮสติ้ง บน อินเตอร์เน็ตอยู่
ถ้าหากดูว่าพวก MLM เป็นการเอาเปรียบผู้ซื้อ เราว่านาฬิกาหลายยี่ห้อหรือ ร้านกาแฟหลายร้านเอาเปรียบยิ่งกว่า หลายเท่า เพราะเขาไม่แบ่งใครเลย แต่พวกเราทุกคนก็ยังซื้อเขาอยู่คงไม่ตอ้งอธิบายว่าทำมัย เพระอะไร ราคาถึงแตกต่าง
คำถามน่าจะถามกันว่าคุณต้องการอะไร? ต่างหาก
ไม่ตอ้งการระบบการซื้อขายสินค้าแบบกองทุนกระจายรายได้ แบบ MLM หรือสหกร ที่ไม่ตอ้งขายเอง แต่แบ่งกำไรเป็น Pool เล็กๆ น้อยๆ แต่สหรไม่ได้รายได้ แบบ MLM แน่นอน
ถ้าดูบริษัทประกันไม่ยิ่งเอาเปรียบกว่าหรือ และไม่ต่างกับแชร์ คุณต้องจ่ายเงินทุกปี หรือทุกเดือน โดยเขาจะบริการคุณเมื่อมีอาเสียหาย หรือเจ็บปวย แต่ก็ใช้ว่าเขาจะจ่ายให้ทุกครั้งทุกรายทุกรนี แต่คุณต้องจ่ายทุกเดือนหรือทุกปี ตามสัญญาจ่ายไม่ตรงก็ไม่คุ้มครองในเวลาที่เลยไป
เราควรเอาศิลธรรมมาวัด ในธุรกิจว่าว่าดีหรือเลว ไม่ใช่ใช้ทัศนะคติบอกว่าดีหรือเลว เพราะคุณไม่ใช่พระเจ้าที่จะกำหนดมัน
แต่ถ้าจะดุว่าธุรกิจนี้ดีมีกำไร มั่นคง ดูที่ไหนหละ? ท่านใดอยากรู้ถามมาได้นะครับ
March 16th, 2008 at 18:24 น.
ตอบคุณ ApolloNic-2
ถ้าคุณอ่านมาตลอดจะเห็นว่าผมพยายามตั้งคำถามว่าจ่าย $10 แล้ว GDI ให้อะไรกับเราบ้าง? ถ้าผมไม่หาดาวน์ไลน์ ผมจ่าย $10 แล้วผมจะได้รับอะไร? บอกตรงๆ ว่าผมยังหาคำตอบไม่พบครับ หรือคุณ ApolloNic-2 คิดว่า GDI เขาให้อะไรเพื่อแลกกับเงิน $10 ที่เขาได้รับไปล่ะครับ?
ที่บอกว่าสินค้าแพงแต่เราทำรายได้จากเค้า ประเด็นนี้คุยกันไปเยอะแล้วนะครับ ผมขาย “ความว่างเปล่า” ให้คุณในราคาหนึ่งล้านบาท ถ้าคุณหาคนมาซื้อต่อได้ ผมยินดีแบ่งให้คุณหนึ่งแสนบาท คุณยินดีซื้อมั้ยครับ?
ส่วนที่บอกว่า .com ต้องเช่าโฮสต์เพื่อทำเว็บ คุณลองศึกษาให้ละเอียดนิดนึงนะครับ จริงๆ ผมก็เขียนไปในตัวบทความแล้ว ถ้าใช้ Google Apps ก็ไม่ต้องเช่าโฮสต์อะไรเลยครับ ใช้ได้ฟรีๆ เลย หรือถ้าอยากจะเช่าโฮสต์เพื่อจะเขียนโปรแกรมและใช้ฐานข้อมูลได้ ค่าใช้จ่ายก็ไม่ถึงเดือนละ $10 (GDI เขียนโปรแกรมและใช้ฐานข้อมูลได้หรือเปล่า?)
ผมบอกว่า “เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต” แต่ไม่ได้บอกว่า “เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ” นะครับ อย่าทำเนียนตัดคำว่า “ที่สุด” ออกไป สองประโยคนี้ความหมายแตกต่างกันอยู่ ความหมายของผมคือผมไม่ชอบการไปโน้มน้าวให้คนอื่นจ่ายเงินเพื่อที่ผมจะได้รับผลประโยชน์ ถ้าผมจะได้รับผลประโยชน์ มันก็ควรเกิดจากการที่คนอื่นจ่ายแล้วเขาได้รับสิ่งตอบแทนคุ้มค่าเงินที่เขาจ่ายด้วย
March 17th, 2008 at 1:18 น.
เค้าก้อหลอกเอาเงิน ไง โดยที่เค้าอยู้เฉย
เเล้วก้อปล่อยให้พวกที่ โง่ งมงาย หาคนๆๆ เพื่อ เเลกกะค่าตอบเเทน
เล็กๆน้อย
เเล้วก้อเอาเงินไปถวาย ให้บริษัท
March 17th, 2008 at 14:06 น.
ขอบคุณ คุณ MacroArt (เจ้าของ blog) ที่สรุปเรื่องทั้งหมดให้ บอกตามตรงผมไม่ได้อ่านทั้งหมดหรอก เพราะผมเปิดเว็บเพจที่แต่ละครั้ง ข้อความโพสแต่ละ reb ขึ้นไม่เท่ากัน ทำให้ผมอ่านเท่าพออ่านได้
จากที่คุณได้สรุป และคำถามในนั้น เดี๋ยวผมเปรียบเทียบ GDIให้ดูกันนะครับ
Google Apps
- เริ่มจดโมน จากที่อื่น หรือ กลูเกิลเอง ใช้เวลา 24-48ชม. ถึงใช้โดเมนนั้นได้ ประมาณ $10
- ทำการยืนยันการเป้นเจ้าอขงโดเมน ด้วย CNAME หรือ HTML File ใช้เวลาตรวจสอบ 48 ชม.
- ทำการอัพเดท CNAME ที่ Domain ของเรา อีก 24ชม. รอผล
- บริการที่ได้รับ แบบฟรีของ Gmail, Google Talk, Google Calendar, Google Documents, Page Creator และ Start Page แต่ไม่รับประกันความพร้อม รับประกันความพร้อมในการทำงาน 99.9% สำหรับอีเมล*** หากต้องการ ค่าบริการ $50 ต่อปี ตอนนี้ทดลองฟรี 30 วัน
- พื้นที่เก็บข้อมูลอีเมล 6.527124 กิกะไบต์ / บัญชี
- มีโฆษณาแบบข้อความที่มีความเกี่ยวข้องซึ่งปรากฏข้างอีเมล ค่าจ่าย $50/ปี ไม่มี
- มี DNS 1 ตัว
ข้อดี
- ฟรี
- มีอีเมลใช้ได้ 100 เมล ด้วยชื่ออีเมลของเราเอง พื้นที่ต่อเมล 6.5GB
- เป็นระบบสำเร็จรูป ออนไลน์
ข้อเสีย
- กว่าจะได้ใช้งาน ใช้เวลา 2-4 วัน
- ยุ่งกว่าจะใช้งานเพราะต้องมีความรู้เรื่องการต้องค่าโดเมน
- มีโฆษณา ที่มาของการที่เราได้ใช้ฟรี เพราะผู้สนับสนุนเหล่านี้
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น $9.98 – $12
ค่าใช้จ่ายต่อเดือน $0
รายได้ต่อสัปดาห์ $0
รายได้ต่อเดือน $0
รายได้อื่นๆ แล้วแต่จะใช้โดเมนและเว็บไซททำอะไรให้เกิดได้ N/A $
กระแสเงินสด $0
อย่างอื่นไม่กล้าวถึงเพราะคุญจะใช้ Google Apps หรือไม่ ก็ใช้ได้ฟรีอยุ่แล้ว และหลายคนก็ใช้กันอยู่
GDI
- ทดลองฟรี 7 วัน จดโดเมน ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องรอ 24 ชม. อีก 7 วัน ค่อยชำระเงิน
- บริการ Email 10 mailbox / 1GB
- รับประกันความพร้อม รับประกันความพร้อมในการทำงาน 99.9% สำหรับอีเมล
- พื่นที่ 100MB เป็น Unix Server รันได้ทุกสคริป นอกจาก ASP และ ASP.NET เป็น Flash Stream Server
- ไม่มี SQL หากต้องการให้ติดทาง GDI Support เขาจะจัดให้
- Dynmic DNS แบบเรียวไทม์
- Forward Domain
- เว็บไซท์สำเร็จรูป อัพเดทใหม่ได้เสมอ สร้างได้ 10 เพจ มีทิมใหม่อัพเดทเสมอ
- มี DNS 4 ตัว อัพเดทและเปลี่ยนแปลงได้ 2 ตัว
- พร้อมเป็นสมาชิก Affiliate ซึ่งจะมีบริการอื่นที่จะเขามาพร้อมให้ Affiliate ทำตลาดได้ สินค้าอื่นที่ไม่ใช่โดเมนเนม และโฮสติ้ง อีเมล เป็นสินเชื่อบ้าน หรืออื่นๆ ที่จะมีเข้ามาในอนาคต
- จ่ายค่าคอมมิชชั่น แบบ MLM
ข้อดี
-สามารถได้ใช้งานได้ทันทีเมื่อเริ่มสมัคร
-ไม่ต้องมีความรู้เรืjองการตั้งค่าโดเมน
-ไม่ต้องมีความรู้เรื่อง Hosting
-เป็นแฟสชสติ้ม
-รับประกันความพร้อมของอีเมล
-เริ่มใช้ได้ฟรี จ่ายเงินที่หลัง และไม่ต้องใช้เงินเป็นก้อน
-มี DNS มากกว่า Google Apps
-ได้ธุรกิจทำเงินได้ทันที เกษียนได้ เพราะคุณไม่ต้องทำงานเพื่อเงินอีก เครือข่าย และเว็บไซท์ จะทำงานแทนคุณ เมื่อคุณทำสำเร็จ
ข้อเสีย
-ไม่มี ฐานข้อมูลให้ใช้ได้ทันที
-มีพื้นที่ให้ใช้ 100MB น้อยกว่าหลายๆ ผู้ให้บริการหลายรายในไทย
-มีอีเมลให้ใช้แค่ 10 เมลบ็อซ น้อยกว่ากลูเกิลแอปซ์
-มีพื้นที่อีเมลบ็อคน้อยกว่า กลูเกิลแอปซ์
-เว็บไซท์สำเร็จรูปสร้างได้ 10 เพจเท่านั้น
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น $0 – $10
ค่าใช้จ่ายต่อเดือน $10
รายได้ต่อสัปดาห์ ถ้าซื้อ DVD 10 แผ่น และแนะนำได้ New Affiliates 5 ท่าน รับ $100 ทุกสัปดาห์
รายได้ต่อเดือน 10% ใน 5 ชั้น และ ไม่จำกัดชั้น แล้วแต่คุณสมบัติ
รายได้อื่นๆ แล้วแต่จะใช้โดเมนและเว็บไซททำอะไรให้เกิดได้ N/A $
กระแสเงินสด $ 10%
ผมอาจสรุปได้ไม่ละเอียดนักต้องขออภัยด้วยครับ แต่ผมถามว่าทุกท่านพอใจที่ตรงไหนของใครก็ใช้ของที่นั้นได้เลยครับ เพราะเป็นการค้าเสรี
ถึงเงินจะซื้อความสุขไม่ได้ทุกอย่าง แต่เงินมันก็ทำงานแทนเราได้
ทุกคนที่อยู่ในสังคมนี้ก็ต้องใช้เงินไม่ปฏิเสธได้ การซื้อสินค้า หรือการใช้เงิน อยู่ที่ความพอใจขอแต่ละคน ไม่อาจบังคับใครได้
PS. ถึงคุณ MacrpArt กล่าวว่า “ผมไม่ชอบการไปโน้มน้าวให้คนอื่นจ่ายเงินเพื่อที่ผมจะได้รับผลประโยชน์ ถ้าผมจะได้รับผลประโยชน์ มันก็ควรเกิดจากการที่คนอื่นจ่ายแล้วเขาได้รับสิ่งตอบแทนคุ้มค่าเงินที่เขาจ่ายด้วย” ความคุ้มค่าในความรู้สึกของเราอาจไม่เท่ากับคนอื่นๆ แต่คนก็อาจไม่เท่ากับเราเช่นกัน ดังนั้นอะไรเป็นตัวตัดสินความคุ้มค่าหละ เช่นบางคนก็บอกว่าซื้อรถเก่าคุ้มค่า คุ้มเงิน บางคนบอกว่ารถใหม่ออกห้างคุ้มค่าคุ้มเงินกว่า แล้วคุณคิดว่าความคุ้มค่าอยู่ตรงไหน?
March 17th, 2008 at 17:16 น.
ขอบคุณ คุณApolloNic
ที่แนะนำผมเข้าไปอ่านบทความในบล็อคของคุณ
แต่ผมสงสัยครับว่า….เพื่ออะไร?
เพราะผมอ่านแล้วก็ยังม่ะเห็นว่าคุณจะสื่ออะไร
ให้ผมนำไปใช้ประโยชน์ได้เลยครับ
เท่าที่อ่านเป็นเพียงการ Motivate ธรรมดา
อันนี้ไม่ต้องให้ผมอ่านหรอกครับ
เพราะปกติผมก็บรรยายเพื่อการ Motivate อยุ่แล้ว
คุณเข้าใจคำว่า “วิธีการ” มั๊ยครับ
ผมรู้ว่า MLM น่ะ ถ้าลงมือทำยังไงก็ได้เงิน
ที่นี้มันจะได้มากได้น้อย ก็จะขึ้นอยู่ที่”วิธีการ”ล่ะ
และไอ้”วิธีการ”นี่แหล่ะ ที่ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ
สำหรับธุรกิจนี้ นอกจากผู้ที่เริ่มทำในอันดับต้นๆ
เพราะตัวผมเอง ก็ยังไม่รู้ว่าเสียเงิน $10 แล้วได้อะไร
นอกจากหาวิธีการเอาเงินที่เสียไปกลับมา…
โดยการโปรโมทให้คนอื่นมาเช่าโดเมนต่อ 10 คน เราถึงจะคุ้มทุน
ถ้ามีเกิน 10 คน มันก็เป็นกำไร
ตัวผมเองทำได้ภายในเดือนแรกอยู่แล้ว
แต่ 10 คนที่เปนดาวน์ไลน์นี่ซิ…จนบัดนี้ก็ยังม่ะมีซักคน
นี่คือสิ่งที่ผมคำนึงมากที่สุด…
“ชวนเค้ามาล้มเหลวโดยที่ผมช่วยอะไรไม่ได้เลย”
March 17th, 2008 at 21:53 น.
Google Apps ที่ผมเคยสมัครให้อาจารย์ที่ ม.รามคำแหง ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ใช้งานได้ทุกอย่างแล้วครับ DNS อัพเดทเร็วมากๆ ส่วนจำนวนเวลาเป็นวันๆ ที่คุณ ApolloNic ยกมา นั่นคือ worst case ครับ มันเป็นกรณีที่ผู้ใช้บางคนอาจจะไปจดโดเมนกับ Registrar ที่อัพเดทช้าไว้ก่อนแล้ว แต่ถ้าจดโดเมนใหม่กับ Google แป๊บเดียวก็ใช้ได้แล้ว
ความคุ้มค่าคือสิ่งที่ผู้จ่ายเงินพิจารณาครับ ภาษา MBA เรียกว่า Willingness To Pay ซึ่งแน่นอนว่าบางคนก็ยินดีที่จะจ่ายเดือนละ $10 เพื่อซื้อโดเมน .ws พร้อมกับบริการเว็บอย่างง่าย หรือถ้าผมขายความว่างเปล่าในราคาหนึ่งล้านบาท ก็ไม่แน่ว่าอาจมีคนเพี้ยนๆ ที่เห็นคุณค่าของความว่างเปล่าและยอมจ่ายเงินให้ผมก็ได้ แต่สำหรับในมุมของผมแล้ว ถ้าผมรู้สึกว่าการจ่ายเดือนละ $10 มันไม่คุ้มสำหรับผม ผมก็ไม่คิดจะไปโน้มน้าวหรือหลอกลวงคนอื่นให้จ่ายเดือนละ $10 เพียงเพื่อให้ผมได้รับ commission ครับ
March 18th, 2008 at 11:27 น.
เรียนคุณ Tinny
ผมเข้าใจครับที่ คุณหมายถึงถ้าคุณเป็นคนทำ MLM มานาน คงรู้จัก 3S1T นี้เป็นวิธีการพื้นฐาน ที่เหลือเป็นแผนการตลาดของคุณและทีมของคุณ ทำธุรกิจนี้ได้ไม่ต่างจากคนที่ Amazon JC Click Bank เครือ่งมือช่วยเหลือทางการตลาด ก็มี Google Yahoo MSN ป้ายโฆษณา ส่วนการใช้งานเว้บเหล่านี้ยังไง มีคนเขียนและอนมากมาย ลอง ค้นหาคำว่า SEO หรือ SEM มีคนไทยเผยแพ่มากมาย
นี้คือเครื่องมือ และช่องการตลาดที่ทุกคนทำได้ถ้าเข้าใจมัน ยังเสียคุณและทีมก็หนี T ไปไม่ได้ แต่ทาง GDI เองเน้นไปทางให้ใช้เมลชวนเพื่อน ให้ดู DVD แต่มันได้ผลใน อเมริกา และ ยุโรป ไม่ค่อยได้ผลในเอเชีย ตอนนนี้ที่เก่หลีกำลังมีคนทำมากขึ้นผมได้ชาว เกาหลีมา2คน เขาไปเจอเพจนึ่งของผมใน Google ผมบอกตามตรง ผมทำหลายโดเมน อัพไลน์ผมก็ทำแบบนี้ในอังกฤษ เขาทำหลายโดเมน เมื่อปีที่แล้วเขาเมลมาบอกว่าเขาซื้อบ้านได้แล้วนะ ขอบคุณ GDI และเพื่อนๆ ทุกคน และตอนนี้คุณทำตลาดยังไง แชร์หน่อยได้ไหมครับ
PS.คุณยังไม่เข้าใจ “การให้” ที่ผมพูดถึง อาจเป็นเพราะผมเขียนได้ไม่เข้าใจเองขออภัยด้วยครับ ผมไม่ใช่นักเขียนแต่ก็พยามเขียนอะครับ อิอิ ความหมายของผมก็คือ “คุณจะให้ทุกคนอย่างไรโดยไม่ได้หวังผลตอบแทน โดยที่คุณให้ได้ไม่เป็นทุกข์ กับทุกคนอย่างพอเพียง ไม่จำเป็นต้องเป็นดาวไลน์คุณ” เช่น ข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ กลยุทธิ์ กำลังใจ ที่จะได้ให้ผ่านอินเตอร์เน็ต ตรงนี้หละครับ “วิธีการ” ที่ดีทีสุดที่คุณทำได้ วันแรกที่ผม ติด TOP Index ใน กลูเกิล ใน keyword นึง ก็มีคนไทยสมัครมา 1 คน ไม่ต้องลงทุนเพิ่มเลยใช่ไหมครับ
March 18th, 2008 at 11:38 น.
เรียน คุณ MacroArt (เจ้าของ blog)
เรื่อง Google Apps มันเกิดขึ้นกับตัวผมเอง กับ Doamin ลูกค้าผมที่ทำบริษัทรับเหมาแห่งหนึ่ง เลยเอาจากประสบการณ์มาเปรียบเทียบ เพราะผมยังเจอแบบนี้ แล้วอาจต้องมีคนเจอได้อีกดังนั้นก็มีความเป็นไปได้ แต่ถามว่าผมพอใจใน Google Apps พอใจในระดับนึงครับ เพราะมันฟรีครับ ดังนั้นก็แลกกันไปอะครับ ช้านหน่อยก็ไม่เป้นไร ก็เขาให้ใช้ฟรีนิ อยากดีหน่อยก็ต้องจ่ายเงินเขา ส่วนบล็อคเกอร์ในเครือ กลูเกิลเอง นั้นง่ายกว่า แค่อัพเดท DNS เท่านั้นใช่งานได้เลยใน 24 ชม.
PS. คุณไม่พอใน GDI คุณเลยให้เหตุผลที่จะไม่ทำด้วย คำว่า “หลอกลวง” และ “ไม่คุ้มค่า” ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ไม่จำเป็นต้องหลอกลวง ในการแนะนำก็สามารถแนะนำได้ เพราะจากประสบการณ์ขาย การหลอกลวงคือ หายนะทางธุรกิจ ส่วน ความไม่คุ้มค่า ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คุณก็รู้ว่า “มันยังคุ้มค่ากับผู้อื่น” แต่มันไม่คุ้มค่าสำหรับคุณเพราะต้องการอะไรที่มากกว่านี้แต่ GDI ไม่ได้ให้สิ่งที่คุณต้องการ
March 19th, 2008 at 13:09 น.
มันก็แค่งานของพวกงอมืองอตีน ไม่กล้าสู้โลกความเป็นจริง
ลูกโซ่ เอาเงินไปให้กับบริษัทใหญ่ โดยมีแค่โฮสเน่าๆมาบังหน้า ทำว่ามีการซื้อขาย
แต่จุดประสงค์จริงๆก็คือ หวังฟันเงินจากสมาชิก และก็ให้ไล่หากันต่อๆไป
March 20th, 2008 at 14:04 น.
เรียน คุณ หนุ่ม
ถ้าเป็นงานอย่างที่คุณว่าจริง คงมีสำเร็จเยอะกว่านี้นะครับ แล้วก็คงมีบริษัท ถูกกฏหมาย มากกว่านี้ แล้วบริษัทหลายบริษัทก็คงไม่ปิด
ดังนั้น คงไม่ได้เป็นแบบที่คุณว่านะครับ ถ้าคุณคิดเป็นจริง เอาตัวอย่าง หลักฐาน หลักการ หลักธรรม ข้อกฏหมาย มาแสดงให้ดูได้ไหมครับ คนอื่นๆ จะได้รู้ความจริงที่ตรงกัน มากกว่าใช้ประโยชน์เล้าอารม
PS.คนไทยส่วนใหญ่ชอบเสพอารมแย่ๆ มากกว่าข้อมูล และหลักการความเป็นจริง เห็นได้จาก ละคร สังคมในเกมออนไลน์ การเมือง มีเสพ แล้วก็จัดให้เสพด้วยสื่อ
March 21st, 2008 at 12:39 น.
ความจริงเรารู้อยู่เต็มอกของทุกอย่างบนโลกมีทั้งชอบและชัง
ดูอย่างทักษิณดิครับ บางคนชอบบางคนชัง
เจ้าของบล๊อคอาจจะอายุมากแล้วแต่ก็ยังทำตัว…อยู่
แล้วผมว่าอีกอย่างนะเจ้าของบล๊อค ที่คุณตอบคุณ ApolloNic-2 อะครับ ผมก็ไม่เห็นเค้าพิมอะไรผิดเลยนะ ไอคำว่าที่สุดเค้าก็พิมนี่ครับ
หรือว่าคุณเขียนบล๊อคขึ้นมาเพราะเงินจริงๆ
March 22nd, 2008 at 0:10 น.
งั้นผมขอถามคุณ ApolloNic สักนิดนะครับว่าทุกวันนี้ที่คุณทำ GDI
คุณหวัง “เงินหัวคิวที่หาได้ไล่ๆลงไปของสมาชิกคนละ 1เหรียญ” หรือ “เวปไซด์ของ WS” กันแน่ครับ ลองตอบผมมาหน่อยสิ????????
March 22nd, 2008 at 0:16 น.
อ่อคุณ ApoLLoNic ผมอยากจะต่อว่าคุณสักหน่อยนะว่า คุณนี่โง่หรือฉลาดกันแน่???
สมาชิก 1คนต้องจ่าย10เหรียญ แต่คุณได้จากเค้าเพียง1เหรียญ เพื่อเป็นค่าตอบแทนแทนจะเป็นเศษเงินเลย
อ่อไม่ต้องตอบผมประมาณว่า ไม่เป็นไรเด๋วระบบงานก็จะช่วยคุณเอง (ประมาณวว่า ถ้าหาได้1คนแล้วอีก1คนนั้นก็จะไล่หาไปเรื่อยๆเอง) เพราะผมเบื่อมาก
ทำไมคุณไม่ลองไปทอดปาท่องโก๋ขายดูหล่ะครับ สินค้าใช้ได้จริง กินได้เลย แถมคนซื้อปาท่องโก๋ มันก็ไม่ต้องไปหาคนมาซื้อปาท่องโก๋คุณอีก
อ่อลืมบอกไป นิยามของคำว่าธุรกิจของผมก็คือ การทำธุรกรรมที่จบกันที่ กลุ่มหรือบุคคล2กลุ่มเท่านั้น!!! ไม่ใช่ว่า คนที่2ก็ไปหาคนที่3เพื่อประโยชน์ต่อคนที่1อีก แบบนี้เค้าเรียกว่าลูกโซ่มากกว่าจะเป็นธุรกิจครับ
March 22nd, 2008 at 15:46 น.
ธุรกิจที่คุณหนุ่มพูดถึงไม่ใช่ระบบผ่อนแรงครับ เป็นระบบสมัยเก่าคร่ำครึกที่กำลังจะตายหมดไปจากสังคม ทำไมไม่คิดถึงระบบ francise ของ 7-11 บ้างครับ เขาใช้ระบบทำงาน ผ่อนแรงผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของร้านแบบต้องการที่ปรึกษา จะว่าเขาเป็นลูกโซ่หรือกินหัวคิวไหมครับ เปล่าเลยครับ ธุรกิจแบบนี้เขาเรียก network marketing ครับ กรุณาเรียนรู้ไว้ด้วยนะครับ เป็นระบบคานงัด ไม่ใช่ใช้แรงคนคนเดียวแบบที่คุณเข้าใจ
March 22nd, 2008 at 15:49 น.
อ้อ ลืมบอกไปครับ ไม่มีใครหรอกครับ ทำธุรกิจแบบไม่หวังกำไร หวังทุกคนครับ ธุรกิจที่คุณหนุ่มต้องการคงเป็นแบบผูกขาดซะมากกว่าครับ ธุรกิจที่ต้องการทำเลดี ต้องการประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ ผูกขาดความร่ำรวยที่บุคลใดบุคคลหนึ่งยังไงหล่ะครับ
March 23rd, 2008 at 3:05 น.
ทำไมคนไทยไม่ทำเองเสียเลยละ อยากรู้ว่ามีใครที่เคยทำGDI แล้วได้เงินมาบ้าง น่าจะมาเขียนให้อ่านดีกว่า ความคิดเห็นต่างกันได้เพราะแต่ละคนมีสมอง มีความคิดกันทุกคน อย่าทะเลาะกันเหมือนรัฐบาล
March 23rd, 2008 at 12:58 น.
เรียนคุณ หนุ่ม ครับ
คำตอบ คำถามแรกของคุณ “ความหวังของ ใน GDI นั้นคือ อิสรภาพทางการเงิน และให้อิสรภาพทางการเงินกับผู้อื่น” เพราะเงินเท่านั้น ผมไม่ได้หวังว่ามันจะ ได้ $1 ต่อคน ผมหวังให้คนที่สนใจได้มีอิสรภาพทางการเงิน ดังนั้น อันดับแรก ผู้ที่จะทำต้องมีความต้องการที่จะมีอิสรภาพทางการเงินเสียก่อน หรืออยากสร้างรายได้จากธุรกิจ หรือการลงทุนที่ ไม่จำเป็นต้องมาทำงานตลอดไป เพื่อแก้ปัญหาการเงินของเขา และมีเวลาทำงาน หรือธุรกิจของตัวเองอยู่ และ $10 ไม่ทำให้เดือดร้อนทางการเงิน ถ้าใครเดือดร้อนก็อย่าทำเลย ผมแนะนำทุกคนที่เขามาทำแบบนี้ มันก็เหมือนการลงทุน ถ้าคุณเดือดร้อน คุณลงทุนไปในหุ้น หรือกิจการ ผมรับที่ได้คือ ขาดทุน และเดือดร้อนหนักกว่าเดิม ผมให้ดาวไลน์ผมที่นักศึกษา หรือกำลังจบ บอกให้เขาไปหางานทำแล้วเลิกงาน และวันหยุด ทำไปด้วย แล้วผมจะสอนให้ เรามานัดเวลา วางแผนการทำงานกัน
คำตอบ ที่2 “ผมโง้ครับ ไม่ฉลาดหรอก ถ้าผมฉลาด ผมคงเดินขายขนมกุช่าย หรือ ไช้ก๊วย ต่อไป และ ขายขนมหวานเย็นต่อไป และผมก็ไม่ต้องไป เปิดร้านเน็ต และทำ MLM ไปด้วย เพราะความโง้ของผมเอง ที่ทำให้ผมเหนื่อยไม่มีเวลาให้กับครอบครัว และแฟน จากนั้น ผมการทำธุรกิจอินเตอร์เน็ตเป็น รีเซลเลอร์ Domain และตั้ง server ทำเว็บโฮสติ้ง ให้บริการ เพราะผมเห็นว่ามันเป็นธุรกิจต้นน้ำที่ใครก็ต้องที่จะทำธุรกิจในอินเตอร์เน็ตนี้ จะต้องจดโดเมนเนม ในสมัยที่ Blog ยังไม่มีคนรู้จัก ยังเรียกว่า เจอแนว อยู่ โดเมนยังจดที่ราคา ปี ละ 1200฿ ดอทคอม โกแดสดี้ พึ่งได้อนุยัติจาก ICNN ผมได้เห็นผมตลอดจากสงครามเรือ่งราคา ของโดเมน แต่ไม่เป้นไรเรายังมีโฮสติ้ง แต่แล้ว ในไทยเองก็ทำสงครามราคาโฮสติ้ง และแจกโดเมนแบบฟรีๆ แน่นอนครับ ใครทำต้อนทุนได้ต่ำกว่าอยู่ได้ ผมเริ่มอยู่ไม่ได้เพราะ เราเล็กกว่าเจ้าอื่น และเป็นรีเซลเท่านั้น ไม่มีทีมทำคนเดียว โง้ๆ สุด วันนึง เซิร์ตเจอ GDI เพราะจะหา ดอทอื่นมาให้บริการ เพระแก้ปัญหาโดเมนราคาต่ำจน หากำไรไม่แล้ว ต้องแจกฟรี แล้วเจอ .WS ดูเรทติ้งการจด และกระแสข่าวตอนนั้น ดูแล้วมีความเป็นไป แต่พวกหาทางสมัครเป็ฯรีเซลไม่ได้ จนได้รับเมลจากอัพไลน์ผม เขาบอกรีเซลเขายังไม่เปิดจะเปิดอีกหลายปี ตอนนี้ GDI รับจดเองเท่านั้น แล้วให้ Affiliate ช่วยทำตลาด ถ้างั้นผมเลยข้อดูเงื้อนไข ผมก็เลยตัดสินใจสมัครทันที เพราะระบบการตลาดแบบนี้ไม่ว่าเศรฐกิจยังไง ราคาก็ยังไม่เปลียนแปลง เหมือน ธุรกิจ MLM ตอนช่วงวิกฤตการเงินปี40 ที่มีแต่ บริษัท MLM โตขึ้น แบบไม่มีผลกระทบใดๆ สวนกระแส และนี้ มันเป็นกลยุทธิ์นึงที่หนีจากสงครามราคาในตลาด มันคือส่วนนึงในการตัดสินใจที่ทำถึงทุกวันนี้”
PS.คำว่าลูกโซ่ ไม่ได้ผิดอะไรมันเป็นธรรมชาติของทุกสรรพสิ่ง วงจรทุกธุรกิจ ก็เป็นลูกโซ่แต่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นมันเอง มันมาหลายทอดแล้วกว่าจะถึงผู้ใช้ มันเป็นลูกโซ้ที่เกิดไม่สิ้นสุด แต่ความเป็นจริงคำธุรกิจ ในการกระทำนั้นจะต้องมีการซื้อขาย แลกเปลี่ยนหรือการลงทุน นะครับ
ผมโง้ครับที่ผมไม่มีทัศนะคติแบบ คุณหนุม
March 23rd, 2008 at 13:40 น.
ขอพูดเรือง โดเมนนิดนะครับ
แต่ก่อนผมได้ ต้นทุน .com $6 ต่อปี แต่ตอนนี้ ผมเหลือ $9 ต่อปี เป็นผลจากสงครามราคา ผมโดนทราบเฟอร์โดเมนไปเจ้าอื่นเยอะ เพระถูกกว่าคือฟรี แค่เช่าโฮสราคาถูกกว่าผมแต่ 50฿ เท่านั้น ถ้าผมลดให้เขา ฿100 ผมก็มาหารต่อเดือนผมได้กำไรไหม ไม่ได้เลยเพราะ ลูกค้าอื่นๆก็ไปด้วย ต้นทุนไม่ได้อยู่ที่ลูกค้าคนเดียว มันอยู่เป็นองค์รวม ผมลดราคาแล้วสุดท้าย ก้มีคนลดตามอีก จนในที่สุด ผมไม่ยอมที่แจกโดเมน เพราะจะทำให้ไม่เห็นค่าของมัน เพราะเลยให้จดแล้วแถวโฮสแทนเลย ต้นทุนผมค่อนข้างสูง ตอนนั้นเงินทุนน้อยมาก หาเพิ่มไม่ได้ต้องยอมแพ้ยอมให้ลูกไปที่อื่นเหลือแต่ลูกค้าที่รักเราเท่านั้น ก็ขาดทุนมาหลายปีเพื่อลูกค้าที่รักเราถึงวันนี้ ก็ตอ้งปิดserver ไป ผมจะเอาเงินจากธุรกจิอื่นมาลงตรงนี้ก้ไม่ได้ เพราะมันได้กำไรน้อย ทำเท่าไหร่ รีจิสเตอร์กับ ISP รวยอย่างเดียว เพราะเราต้องลงทุนก่อนขาย โดนจ่ายล่วงหน้า แต่พวกเขาแต่พวกแค่ลงทุนอุปกรณ์ แล้วมาเก็บค่าล่วงหน้าจากรีเซล ความเสี่ยงอยู่ที่รีเซล มันดูเอาเปรียบกว่า MLM หรือ GDI มากมายนัก พวกรีเซลก็ต้องทำยอดไม่ต่างจาก คนทำ MLM เพื่อที่จะได้ต้นทุนโดเมนนต่ำที่สุด ส่วนโฮสก็ขึ้นอยู่กับ ISP ที่เราขอให้บริการ ราคาลงไปทุกปี แต่ก็ยังสูงอยู่ พูดถึงกำไร ก้พอกับ GDI หละครับสำหรับผู้ที่ลงทุน แค่ $10 ไม่สามารถ เป็น รีเซลได้ แต่ถ้าเป็น ซัพรีเซลก็ไม่แน่นะครับ แต่แน่นอนกำไรน้อยกว่า 10% ทำ Affiliates ในบางเว็บไซท์ยังได้มากกว่า สงครามการตลาดด้านราคา ยังไม่จนนะครับใน โดเมนตอนนี้ แต่หลายที่เริ่มเห็นแล้วว่าการแจกโดเมน มีผลอย่างไรตอนนี้โฮสฟรีไม่มีโฆษณามีมากมาย โดเมนก็มีค่ามากขึ้น แต่ราคาคงไม่ขึ้นเกิน $12 แน่นอน ส่วนใหญ่อยุ๋ที่ $9-10 ถ้าจะให้ต้นทุนโดเมนต่ำกว่า $9 หรือที่ $6 คุณต้องมีคนจดโดเมนกับคุณ มากกว่า 10,000 ชื่อโดเมน ในราคา .com มันไม่ง่ายเลยใช่ไหม แล้วต้องรักษายอดนี้ต่อไปทุกเดือน และตลอดไม่เช่นนั้นคุณก็ จะต้นทุนสูงขึ้น
March 24th, 2008 at 4:12 น.
$10 (300 กว่าบาท) ต่อเดือนแพงมากๆ ครับ
ผมเช่าโดเมน .com ไม่ถึง $10 ต่อปี ความน่าเชื่อถือ ของโดเมนก็มีมากกว่า ทำ search engine optimization ก็ได้ ranking ที่ดีกว่า เพราะ สามารถปรับแต่งเวปเราได้ 100%
แล้วก็ host สามารถที่จะใช้ database เก็บข้อมูลและทำอะไรได้มากกว่าเยอะ
เงินที่ผมสามารถได้กลับมาจากโดเมน .com (adsense) ของผมเฉลี่ยเดือนละ 1000 กว่าบาท ต่อเดือน ต่อโดเมน ($30 >) โดยไม่ต้องไป spam webboard, email เพื่อหา downline สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น
ถึงคนที่คัดค้านความจริงนะครับ
ผมเข้าใจว่าคุณได้เข้าไปทำธุรกิจนี้อยู่ คุณต้องการที่จะหา downline เพิ่ม เพราะ ความเชื่อที่ว่าธุรกิจแบบนี้จะทำให้คุณรวยขึ้นได้ (บนความทุกข์ของคนอื่นหรือปล่าว)
ลองมองอีกแง่นึง คุณคงไม่บอกว่าธุรกิจ (ผมไม่ขอเรียกว่าเป็น ธุรกิจ ดีกว่า) คุณคงไม่บอกว่าสิ่งที่คุณทำอยู่เนี่ย…ไม่ดี… ใช่มั้ยครับ เพราะมันจะไม่ส่งผลดีกับคุณ คือ จะไม่มี downline มาสมัครต่อ ซึ่งทำให้คุณเสียรายได้ไป (ผลประโยชน์)
เห็นหรือยังครับ อำนาจของ เงิน ความโลภ สามารถทำได้ทุกอย่าง
ความเห็นที่ขัดแย้งกับ ความจริง มันมี ผลประโยชน์ เข้ามาเกี่ยวข้องหรือปล่าว
สำหรับคนที่กำลังคิดที่จะสมัคร ขอให้ทบทวนดีๆ ก่อนนะครับ
วิเคราะห์บทความของคุณ อภิศิลป์ ให้ดีๆ ก่อน
ผมไม่ได้มีอคติใดๆ กับ MLM นะครับ ผมแค่มองในมุมมองของ ความเป็นจริง
March 24th, 2008 at 12:07 น.
ขอแชร์ประสบการณ์นิดนะครับ เพื่อมีคนแวะมาอ่าน เพจ Blog นี้ ติดที่ 1 Top Index Keyword GDI มากกว่าครึ่งปี ผมก็อยากให้ติดตลอดไป เลยแวะมาดันบ่อยๆ หน่อย อิอิ
เรื่อง MLM กับ รายได้จาก MLM ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการจัดจำหน่อยแบบขายตรง หรือ online หรือ Affiliates ผ่านสมาชิก หรือตัวแทนจำหน่าย ไม่ว่าสินค้าอะไรก็ตาม จะถูกจะแพง มีคู้แข่งหรือไม่ก็ตาม มันเป็นธุรกิจที่ “คนในไม่อยากออกคนนอกไม่อยากเข้า” เพราะอะไร?
1.คนที่เข้ามักจะคิดว่าธุรกิจแบบนี้จะได้รายได้มากๆ แต่ความจริงไม่ได้มากมายอะไรในตอนต้นเลย จะเรียกว่าน้อยกว่าเปิดร้านขายท๊อฟฟี่เสียอีก คนที่เข้าธรรมชาติของธุรกิจนี้ทำไหมถึงทำอยู่หละมันได้กำไรน้อยนะ ก็เพราะ “พวกเขาไม่ได้ต้องการกำไรนิ แต่ต้องการกระแสเงินสดที่เขาไม่ต้องไปทำแลกมันมา” เขาจะทำกันจนว่ามันจะมีรายได้มากกว่ารายจ่ายของเขาความจริงก็ไม่ได้เหนื่อยกว่าที่เขาเหล่านั้นทำงานประจำอยู่ คนส่วนใหญ่ที่จะได้กำไรมากๆ และรายได้เยอะมักจะไม่อยากทำถึงทำแล้วไม่นานก็เลิก แล้วจะพูดกันว่าไม่เห็นได้อย่างที่ว่าไว้ ซึ่งความจริงแล้ว ธุรกิจนี้คนที่หวังกอบโกยมักจะไม่สำเร็จในธุรกิจแบบนี้ ถ้าสำเร็จก็ไม่นานนักก็สลายไป ผมเห็นมามากมาย ในทัศนะคติของผมคิดว่า ธุรกิจไม่เหมาะกันผู้ร้อนเงิน นอกจากเขาสู้จริงๆ ที่จะทำให้ได้ มันเหมาะกับผู้ที่ต้องการอิสรภาพทางการเงินต้องการกระแสเงินสดมากขึ้น และได้ประสบการณืมากขึ้น
2.คนส่วนใหญ่ที่ไม่อยากเข้า เพราะ ภาพลักษณ์เก่าเกี่ยวกับขายตรง ที่ต้องขาย คนส่วนใหญ่เกลียดการขาย และความรู้สึกที่ไม่มั่นคงในรายได้เพราะไม่มีใครการันตีรายได้ให้ มันเป็นความกลัว และความอ่อนแอของคนทั่วไป มันเป็นแบบนี้ในช่วงแรกๆ ในช่วงหลังมีพวกมิฉฉาชีพขามาในวงการ แล้วอาศัย หลักการตลาดนี้ในทางมืด ด้วยการโกง หลอกลวงจนคนรุ่นนึงเห็นภาพลักษณ์ เหล่านั้นว่าคือ MLM ทำให้เกิดความกลัวว่าโดนหลอก เรื่องลูกโซ้แม่ชะม้อย ฟ้าคำรน บริชเชอร์([บริชเชอร์ เป็นการโกง และหักหลังกันผ่านในองค์กร โดยใช้กฏหมายและ องค์กรรัฐในการโกง ทำให้ ดิสบิวเตอร์ตอ้งเดือดร้อนในที่สุด แล้วสือมาแพ่ว่าเป็นการโกงสมาชิกเพระข่าวจากอีกฝ่าย คนในวงการในยุคนั้นจะรู้ดีเรื่องนี้) ภาพที่เกิดจากมิฉฉาชีพ กับสื่อที่บิดเบือนเพื่อขายข่าว ยุคมืดของ MLM ก็เกิดขึ้น และว่า เมื่อถึงยุค IT กลิ่นไอของยุคมืดนั้นยังคงอยู่ ทัศนะคติดที่มีต่อกันมานั้นก็ยังคงเหลืออยู่ คนทำ MLM ยุคนี้ ยังติดเชื่อโรคในการไม่พูดความจริง ใช้การสมัครงาน โฆษณาเกินจริง การันตีรายได้ แสดงรายได้ของตน เพื่อจงใจให้คนร่วมธุรกิจ และแล้วกฏหมายขายตรงก็เกิดขึ้น ผมได้เข้ารวมด้วยในการร่างฉบับแรก เป็นตัวแทนของบริษัทแห่งหนึ่ง ทั่งหมดนี้ ที่ผมกล่าวถึงผิดตาม พรบ. ขายตรง ถึงแม้ Afffiliats ไม่ใช่ขายตรง แต่มันเป็นเรือ่งเดียวกันคือช่วยผู้อื่นทำ ย่อมทำให้เกิดปัญหาได้ในภายหลังที่ขายตรงเคยเจอมาก่อนจนต้องออกเป็นกฏหมาย กลิ่นขายตรงเข้ามาให้โลกออนไลน์นี้ มาพร้อมกับเชื่อโรค ที่ยังรอดชีวิตมาจากยุคมืด และยังแพร่พันธุต่อไป คนนอกก็ยิ่งสร้างภูมิคุ้มกันมากขึ้น และแน่นอนวงการนี้ธุรกิจ ก็ไปได้ยากขึ้นเช่นกัน
อนาคตจะเป็นเช่นไรถ้าพวกเราไม่ช่วยกันกำจัดเชื่อโรคเหล่านี้ให้หมดไป ให้วัคซีนที่ดีเลิศด้วยศิลธรรม หลักธรรม และจรรยาบัน ในธุรกิจในแก้พวกเขาอย่างต่อเนื่อง แล้วเคารพกฏหมายทำให้เป็นแบบอย่าง คิดถึง และช่วยสร้างความสำเร็จของผู้มุ่งหวัง และดาวไลน์ของคุณ ตัวคุณไว้ที่ 2 ในผลประโยชน์นั้นๆ สังคมนี้ วงการนี้จะน่าอยู่ยิ่งขึ้น แล้วปัญหา คนน้องไม่อยากเข้าจะเหลือ แค่ข้อ 1 ในที่สุด
ขอประสบความสำเร็จทุกท่านไม่ว่าคุณจะทำอะไร
March 24th, 2008 at 14:16 น.
ตอนนี้มีปัญหาอยู่ อยากรบกวนถามหน่อยค่ะ คือว่า ดิฉันเคยสมัครที่ธุรกิจกับ GDI แล้ว ช่วงแรกที่บอกว่าทำฟรี 7 วัน ก็ลองทำดู แล้วไม่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีกลับมาเลย ก็เลยไม่ทำต่อ แต่ว่าปัญหามันอยู่ที่ว่ายังไม่ได้ยกเลิกการทำ เพราะเข้าใจว่าถ้าภายใน 7 วันแรกทำแล้วไม่ทำต่อ ก็จะไม่เป็นไร แต่ว่าเดือนถัดไปเงินก็ถูกตัดจากธนาคารไป สามร้อยกว่าบาท ตอนแรกก็ไม่เอะใจ เพราะคิดว่าคงใช้เอง แต่ว่าเงินก็ถูกตัดอีกทุกเดือน ถึงตอนนี้จะทำการยกเลิก แต่เบอร์ของ upline ก็ติดต่อไม่ได้แล้ว เมลล์ที่เคยใช้ในการทำ GDI ที่เคยมีเมลล์จาก upline ก็โดนตัด เพราะไม่ได้เข้ามานาน ทำให้ไม่สามารถติดต่อกับใครได้เลย ไม่รู้ว่าจะทำยังไงน่ะค่ะ จะยกเลิกได้ยังไงบ้าง เพราะไม่อย่างนั้นเงินก็ต้องโดนตัดอีกทุกเดือน
March 24th, 2008 at 14:46 น.
ตอบคุณ พ่อหนุ่ม ครับ
7-11 เค้าอยู่ได้เพราะเค้าขายสิ้นค้าครับไม่ใช่ “ความว่างเปล่า”
การทำธุรกิจ MLM ก็เป็นงานที่สร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่งให้กับเรางานหนึ่ง แต่การทำธุรกิจควรจะดูด้วยนะครับว่าที่คุณทำอยู่มันธุรกิจหรือ “ชวนกันมาขี่คอ”
ถามคุณ ApolloNic
ถ้าผู้สนใจทำธุรกิจไม่สนใจที่จะทำธุรกิจเค้าจะใช้สินค้าไป “ทำไม หรือเอาสินค้าไปทำอะไร”
หรือคนที่สนใจเอาสินค้าไปทำอะไรบ้างนอกจาก “หาคนมาขี่คอเอาเงินล่างจ่ายขึ้นบน” โดยที่ไม่ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพจากการจ่ายออกไป
เมื่อคุณหาลูกทีมไม่ได้คุณจะมีรายได้จากการ “ขายสินค้า” หรือไม่
เท่าที่ดูคุณพูดมาก็คือพยายามจะบอกว่าการหาคนมาต่อเรื่อยๆ โดยเอาสินค้าที่ “ว่างเปล่า” มาเป็นจุดดึงคนเข้าร่วมธุรกิจ ขี่คอกันต่อๆ มาเรื่อยๆ
ในเมื่อคุณมีจาริยธรรมในการทำธุริกิจคุณได้บอกเค้าเกี่ยวกับประโยชน์ของสินค้านอกจากการเอาไปหาคนหรือไม่
March 24th, 2008 at 15:31 น.
แล้วช่วยยกตัวอย่างความแตกต่างกับ MLM เช่น Amwey ให้ดูหน่อยนะครับว่าต่างกันอย่างไร ถ้าหากธุรกิจถึงจุดที่เรียกว่าอิ่มตัว แต่ทำไมแอมเวย์อยู่ได้ เเอมเวย์ก็รู้ๆกันอยู่ว่ายอดเกิดจากการขาย แล้ว .ws ละครับ
เข้ใจว่าคนทำธุรกิจไม่มีทางบอกธุรกิจที่ตัวเองทำไปในทางแย่ๆ เพราะมันจะส่งผลถึงผู้ทำเอง
คุณ ApolloNic คุณคิดว่าธุรกิจนี้จะสร้างความยั่งยืนให่ผู้ทำธุรกิจได้อย่างไรครับ จากการชวนคนเท่านั้นหรือ
ถึงสินค้า .ws จะได้พื้นที่ อีเมลล์ หรืออะไรทั้งหลายที่คุณมองว่าดี แต่สินค้าเหล่านี้สามารถหาตัวอื่นทดแทนได้โดยที่ ดีกว่า ถูกกว่า ถึงฟรี
แค่ผมลองเข้า อีเมลล์ของ .ws ผมก็ไม่คิดจะใช้อีกแล้วครับต้องขอบอกว่ามันห่วยแตกจริงๆ ไม่น่าใช้เอาซะเลย
คุณทำธุรกิจน่าจะรู้นะครับว่าเราไม่ควรมองที่ “ตัวเงิน” เพียงอย่างเดียว
ธุรกิจแบบนี้ตอนนี้ผุดเป็นดอกเห็ดมีไม่รู้กี่เจ้าทั้งเช่าโฮสเช่าโดเมนต์ หากถามผู้ทำธุรกิจว่า ขายอะไรจะตอบว่าอะไรครับ
อย่าตอบนะครับว่าเป็น Affiliate แนะนำกันไปเรื่อยๆโดยต้องจ่ายเดือนละ 10$ ผมเชื่อว่าคนที่ทำธุรกิจไม่ได้เอาสินค้าไปทำอะไรนอกจากหาคนมาต่อเรื่อยๆ เท่านั้นเอง
ถ้า GDI ถามคุณว่าคุณมาทำธุรกิจเพราะสนใจ “สินค้า” หรือ “อยากทำธุรกิจ” คุณเลือกข้อไหนครับเพราะ MLM ตัวอื่นนั้นต่างมีจุดเด็นจุดแข็งในตัวสินค้า และ ยังทำให้ผู้ทำธุรกิจเชื่อมั่นในตัวสินค้าว่า ดีกว่า โดยพิสูจน์ได้
ธุรกิจจึงดำเนินไปตามที่ควรจะเป็นไม่ใช่มาทำเพราะหวัง เงิน เท่านั้น
ผมแนะนำเว็บที่มีให้ทดลองใช้งานฟรีไม่จำกัดระยะเวลาแค่ 7 วันถ้าอยากอัพเกรดก็ยังถูกกว่าคุณภาพดีกว่า และรับจดโดเมนด้วยเหมือนกันครับ
หลายคนก็เอาไปทำเป็นเว็บแนะนำธุรกิจหรือเว็บส่วนตัวที่น่าใช้กว่าเยอะครับ บางคนเอาไปทำ Adsens หรือ nipa ก็สร้างรายได้ได้เหมือนกันโดยที่เค้าไม่ต้องจ่าย 10$ ทุกๆเดือนโดยไม่รู้ว่าจะเสียเงินฟรีหรือได้เงินจากการ “หาคน” หรือเปล่า
นี่ตัวอย่างครับ
http://windowscare.igetweb.com/index.php?
March 24th, 2008 at 15:36 น.
ขายตรง กับ แชร์ลูกโซ่ โครงสร้างระบบก็เหมือนกัน ความต่างนั้นอยู่ที่มูลค่าของตัวสินค้า
เพราะเงินที่สมาชิกต้องจ่ายออกไป ส่วนแรกก็คือมูลค่าสินค้า อีกส่วนคือเงินที่ไปเลี้ยงระบบเครือข่าย
ถ้ามันสมเหตุสมผล ก็ถือว่าเป็นธุรกิจที่ดี ซึ่งตรงนี้คงแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน
เปรียบได้กับ ของที่แพงๆ ของฟุ่มเฟือย ในตลาดก็มีออกเยอะแยะไป แต่ก็ยังขายได้ และถูกกฎหมาย
เครื่องสำอางขวดเล็กๆ ราคาเป็นพันเป็นหมื่น ก็ยังมีคนซื้อใช้
เพราะฉะนั้น ตรงนี้จึงเป็นช่องว่างที่เกิดขึ้น เพราะการพิจารณาึถึงความคุ้มค่าของตัวสินค้า มันทำได้ค่อนข้างยาก และไม่เป็นรูปธรรมชัดเจน ก็เลยเกิดมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสตรงนี้ นำเอาวิธีขายตรงมาใช้ทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่ โดยหาสินค้าอะไรสักอย่างบังหน้า ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าตัวสินค้ามันแย่มากอย่างเห็นได้ชัด เิิกิดการร้องเรียน ทางราชการก็เข้ามาจัดการอะไรได้ง่าย แต่ถ้าคนพวกนี้ฉลาดขึ้นมาอีกนิด ก็สามารถเลือกเอาสินค้าที่คุณภาพปานกลาง หรือพอใช้ เอามาทำตลาด ก็จะสามารถอ้างได้ว่า เขาขายของดีราคาแพงก็เท่านั้น ของดีไม่ดี ไม่รู้จะเอาเกณฑ์ตรงไหนมาวัดเหมือนกัน ก็คงแล้วแต่ความคิดของแต่ละคนละคับ
แต่ทำอะไรก็นึกถึงประเทศชาติบ้างนะครับ อย่าลืมว่า ธุรกิจขายตรง สามารถทำให้คนขายของแพงๆได้อย่างง่ายดาย เพราะมันพ่วงไปกับคำว่า “โอกาสในการทำธุรกิจ” , “โอกาสที่คุณจะรวย” , “โอกาสในการสร้างรายได้” ซึ่งแน่นอนว่าการสร้างรายได้ที่ว่า มันก็เป็นเงินของเราคนไทยหมุนเวียนกันไปมา ส่วนราคาสินค้าแสนแพง ทางบริษัท ซึ่งส่วนมากจะเป็นของต่างประเทศ ก็รับไปเต็มๆ
สมมุติบริษัทต่างชาิตแห่งหนึ่ง ทำขายตรงลูกอมมหัศจรรย์ “อมแล้วรวย” ราคาสัก 10 เหรียญละกัน
สมมุิิติแผนการตลาดง่ายๆ เป็นระบบเน็ตเวิค 5 ชั้น จ่ายผลตอบแทนแต่ละชั้น 40% , 10% , 10% , 10% , 10% จะเห็นได้ว่า
สมมุิืติ A เป็นอัพไลน์คนแรก A <- B <- C <- D <- E <- F เมื่อ F ต้องลูกอมนี้อย่างน้อยเดือนละเม็ด $10
E จะได้ 40% = 4
D จะได้ 10% = 1
C จะได้ 10% = 1
B จะได้ 10% = 1
A จะได้ 10% = 1
เพราะฉะนั้นที่เหลือ $2 ก็เป็นรายได้ของทางบริษัท
นั่นก็หมายความว่า ทางบริษัทสามารถขายลูกอมมหัศจรยย์ รุ่น “อมแล้วรวย” นี้ในราคา $2
แน่นอนว่าบริษัทนี้จ่ายค่าคอมถึง 80% ถ้าทุกคนมีดาวไลน์ 5 คน คุณจะมีรายได้เท่าไหร่ลองมาคิดดู
คุณ < 5 <-25 <- 125 <- 625 <- 3125 ถ้าระบบบังคับซื้อลูกอมเดือนละอย่างน้อยหนึ่งเม็ด คุณจะได้รายได้เท่ากับ
(5×4) + (25×1) + (125×1) + (625×1) + (3125) = $3920 ต่อเดือน อย่าลืมว่านี่เป็นรายได้เมื่อทุกคนมีดาวไลน์เพียง 5 คน แต่เราเชื่อว่าทุกคนจะมีดาวไลน์มากกว่านั้น เพราะใครๆก็อยากจะรวย
ผลก็คือ บริษัทจะขายลูำกอมในสายงานของคุณได้เดือนละ 1+5+25+125+625+3125= 3906 เม็ด
มูลค่า = 3906×10 = $39060
ซึ่งแบ่งเป็นค่าการตลาดในระบบเครือข่าย 80% = $39060x 80% = $31248.-
และค่าลูกอม ที่เป็นรายได้ของบริษัท 20% = $39060×20% = $7812.-
จะเห็นได้ว่าค่าสินค้า $2 บริษัทก็ได้ไป มาคิดต่อว่า ลูกอมมหัศจรรย์ ราคา $2 ต้นทุนผลิต ต้นทุนดำเนินการจะเท่าไหร่ เทียบกะลูกอมที่เราอมๆกัน แบบธรรมดาก็ สองเม็ดบาท! มีลีลาหน่อย ก็อาจจะสัก 2 บาท 5 บาท ก็เป็นไปได้ แต่เชือว่าถ้าคุณหรือคนรู้จักคุณบอกว่าซื้อลูกอม เม็ดละ 5 บาท คุณก็คงรู้สึกว่าแพง แต่ลูกอมมหัศจรรย์ของเราเม็ดละ $2 = 70 บาทไม่แพงครับ เพราะว่า เป็น “โอกาสในการทำธุรกิจ” ที่เป็นของตัวคุณเอง ตกทอดไปลูกหลานได้ “อมแล้วรวย” อย่าลืม
แน่นอนว่า เม็ดเงิน 80% จะไหลเวียนอยู่ในประเทศไทย โดยทยอยไหลขึ้นไปอัพไลน์ ไอ้พวกแรกที่เปิดตลาด รวยจริงๆครับ อีก 20% ฝรั่งมันก็ว่า มันขายของถูกครับ แค่ $2 แลกกับโอกาส “อมแล้วรวย” ยูจะเอาไรมากอีกวะ
March 24th, 2008 at 21:44 น.
เรียน truth (bukhumnoi@thaiseoboard) และผู้อื่นที่ถามใกล้เคลียงกัน
วิธีที่คุณบอกไม่ใช่วิธีในวิชา MLM ที่สอนในระดับ ปวช.-ป.โท หรือMini MBA และในบริษัทที่ เป็นสีขาว หรือทีมที่ทำสายขาว
อ่านเป็นวิธีของพวกเชื้อโรคในวงการมากกว่า จะว่ามีทุกวงการ จะขาว หรือดำ หรือจะเทา เหมารวมทุกคน และทุกองค์กรไม่ได้ แต่ต้องยอมรับว่ามีทุกสีสันในทุกวงการ แต่คุยชอบ หรือจำสีไหนมากกว่า ผู้ที่ทำให้ผู้อื่น เดือดร้อนควรประนาม และให้อภัย คนทำดีควรสรรเสริญ แต่ถ้าคนดีผิดพลาด หรือจงใจ ควรประนาม และให้อภัย
เขาจะทำเพื่อเงิน หรือไม่มีความโลภแล้ว คุณคงหาทางนิพานโดยเร็ว คุณคงไม่อยากเสพ ไม่อยากรู้ ไม่อยากทำ และก็ไม่อยากอยู่ จงยอมรับความโลภในตัวคุณ แต่ว่าความโลภนั้นทำให้คุณดำรงอยู่ และทำให้คุณเป็นอะไรก็ได้ แต่คุณแยกออกไหมว่าเป็น “โลภอกุศล หรือโลภกุศล”
อีกเรื่องนะครับ ผมขายบริการของ GDI ด้วยไหม? ผมขายครับมีคนซื้อ เขาไม่แนะนำ และใช้มา 1ปีแล้ว ด้วยความพอใจ เป็นชาวฝรั่งเศษ เขาสมัครใช้บรอการจากตอนที่ผมทำ Adword ด้วย Keyword Domain เขาเข้ามาอ่านในเพจนึงของผมที่ทำเพื่อขายบริการของ GDI ในตอนนั้น เมื่อเขาสมัครผมฏ็อีเมลไปถามเขาว่า คุณรู้จัดเพจผมนั้นได้ยังไง เขาบอกว่าเจอในเว็ยไซร์ประจำของเขา แล้วเขาอยากได้อีเมลส่วนตัวแบบใช้ได้เลยเดี๋ยวนี้ ผมถามเขาอีกว่าสนใจทำธุรกิจไหม เขาบอกว่าเขารุ้แล้ว เขาไม่ต้องการ เขาต้องการที่เขาต้องการและควรจะได้เท่านั้น
มันขายได้ จากที่ผมทำ แต่ถ้าคุณต้องให้โอกาสคุณจะเจอหน้าขายอย่างคึกโคม หรือจะเจอหน้าแนะนำอย่างคึกโคม แน่นอนคุณแนะนำให้เขาทำธุรกิจดีกว่า เพราะเป็นการขยายธุรกิจ และแน่นอน มันก้ไม่ต่างกันการขายบริการGDI คุณต้องขายไปที่เดียวพร้อมๆ กัน ไม่เช่นนั้นวันนึงคำที่พวกคุณถามมันจะเกิดจากดาวไลน์ ว่า ผม ดิฉันจะบริการ GDI ไปทำอะไรคะ หน้าทีผู้แนะนำก็ต้องให้เขารุ้ถึงประโยชน์ที่มันมี และใช้ประโยชน์นั้นอย่างไร เขสใจมันเหนื่อยครับที่จะต้องมานั้งสอน ที่ละคนๆ หลายๆคนเลยไม่ทำกัน ก็เลยเลือกอะไรที่ง่าย เอาเงินไว้ก่อน สมมุติว่า มีคนมาสมัครกับผม เมื่อเขาสมัครแล้วผมจะคุยกับเขาเรอื่งทัศนะคติก่อน แล้วดูความตอ้งการของเขา ถ้าเขาต้องการหาเงินส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น ผมก้บอกวิธีทำเงินแบบที่คุณ truth (bukhumnoi@thaiseoboard) เขากล่าวไว้ ผู้สมัครก็บอกกว่าได้รายได้ 2ทาง หรือมากกว่าเลยหรอครับ ใช่แล้วครับมันเป็นเช่นนั้น สอนเขียนเว็บไซท์ มากกว่า ถ้าเขาต้องการ ส่วนในบริการเว็บอีซี่ของ GDI มี VDO สอนในเมมเบอเอเรียอยุ๋แล้ว ก็แต่แนะนำเขาไปดูเท่านั้น เพื่อสมัคร พวก PPC ไว้ก่อน แล้วสร้างอะไรง่ายๆ ไปก่อน ผมจะเน้นบอกว่าคุณชอบเรือ่งอะไรหละคุณทำเลยเขียนมันออก ถ้าเขียนไม่ไป ไปหาที่ฟรีๆ มาลง ชอบการ์ตูน ก็เขียนเรื่องการตูน ชอบนิยายเขียนนิยาย แล้วทำ SEO เว็บไซทืตนให้สำเร็จ ดังนั้น GDI จะไมได้อยุ่ที่ Keyword เดียวอีกต่อไป แมยได้จาก PPC หรือPPS ในเว็บไซท์ไปด้วย และแนะนำเพื่อนๆ มาทำ
ถามว่ามันคุ้มกับ 1$ ที่ผมได้รับไหม ความเหนื่อยเทียบเป็นเวลาทำงานแบบการจ้างงานไม่คุ้มหรอกครับ แต่ผมทำเพื่ออะไร ตอบได้ง่ายๆ ผมอยากทำ และหาคนที่อยากทำเหมือนผมมาช่วยผมทำวันนึง ผมก็มีคนสอนแทนผมได้ มีคนสำเร็จมากขึ้น บอกก่อนผมไม่ใช่คนเก่ง พอทำได้บาง บางอย่างก็แนะนำตำราหรือ อาจารย์ให้พวกเขา
โอกาสอยู่ที่คนทำไม่ใช่คนคอยดู ทุกคนเลือกที่จะทำได้ แต่คุณเห็นโอกาสที่จะทำในสิ่งต่างได้หรือไม แต่ก่อนถามตัวเองก่อนนะครับว่า คุณต้องการใช้ชีวิตยังไง เพราะ GDI อาจไม่ใช่ทางที่คุณไปกับมันได้ หรือจะได้ มองโลกนี้เป็นสีเทาซิครับ อย่ามองเป็นสีขาว หรือดำ ไม่มีใครขาวสุด หรือดำสุดๆ แน่นอนครับ มีแต่ภาพที่สร้างว่าขาวเท่านั้น หรือดำเท่านั้น MLM หรือ ธุรกิจใดในโลกนี้ก็ตาม ไม่มีอะไรขาวบริสุทธิ์
March 24th, 2008 at 22:20 น.
เรียน คุณ ผ่านมาดู
ผมเคยบอกไว้แล้วว่า GDI ไม่ได้มีแค่โดเมน ถ้าเทียบกับ แอมแวร์ ต่างการที่รูปแบบการจำหน่าย แอมแวร์เป็นขายตรง แต่ GDI เป็นอะไรที่กล่ำกึ่ง แต่ไปทาง Affiliate Marketing มากกว่า จะเป็นขายตรง แต่ก็ให้ทำแบบขายตรงได้วย เลยต้องเข้าสมาคมขายตรงโลก แอมแวร์ กับ GDI มีรูปการตลาดที่แตกต่างกัน สินค้าแตกต่างกัน แต่วันนึงแอมแวร์เองอาจจะมีบริการแบบ GDI ก็เป็นได้ หรือ GDI ก็อาจมีสินค้าแบบแอมแวร์ก็เป็นได้ ไม่มีอะไรแน่นอน แต่ดูความยั่งยืน ดูที่สิ้นค้า หรือบริการของ ของ GDI วันทุกวันนี้ก้ยังมีคนจดโดเมน เช่าโฮสติ้งอยู่ และจะจดจะเช่ากันไปถึงเมื่อไหร่ ก็คงมากกว่า 10 ปี มีความเป็นไปได้อยู่ แต่ถ้าเรารู้ถึงการบริหาร และการเงินของ แต่ละบริษัทได้ ก็จะวัดได้มากขึ้น แต่ถ้าดูจากการตลาดก็ยังบอกได้ว่าเขามีกระแสเงินสดหรือไม่ GDI มี แอมแวร์มี ดังนั้นทั้งคู้อยุ่ได้ อยู่ แล้วแหล่งรายได้ที่ก่อกระแสเงินของทั้งสองมากจากไหน ก็ฐานลูกที่เป็นดิสบิวเตอร์ หรือ Affiliate ซึกทั้ง2ก็อาจเป้นผู้ใช้อย่างเดียวหรือผู้ขาย หรือผุ้ทำตลาด หรือทั้ง2อย่างในในคนเดียว
และยังสินค้าตัวนึงที่เหมือนกัน คือ ความสำเร็จ โอกาส รายได้ ซึ่ง ถ้าเป้นบริษัทขายตรง หรือ MLM หรือ องค์กรไหนๆ ก็ขาย ให้ทั้งลูกค้า พนักงาน และหุ้นส่วน มิเช่นนั้นองค์กรและเครือข่ายไม่สามารถเกิดมันเป็นองค์กร หรือเครือข่ายได้ มันเป็นองค์ประกอบที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ภาพหลอนใน MLM ก็คือ แผนการจ่ายรายได้ที่นิยมเรียกว่าแผนการตลาด ความเป็นมันแค่เป็นกฏในการจ่ายเงินเท่าไหร่ เมือ่ไหร่เท่านั้น ความจริงมันก็ไม่ได้ต่างจาก SLM หรือ Affiliate อื่น ที่ไม่ได้จ่ายแบบ MLM เลย เพียงแต่มันมีผลจูงใจมรการปฏิบัติที่แตกกันเท่านั้น แต่ทุกรูปแบบการจ่ายเงินองกร์นั้นหรือเครือข่ายนั้น มีหัวใจโพธิสัตว์จริงก็ไม่แตกต่างกันเลย แต่ความจริงมันทำแบบนั้นไม่ได้ทุกคน ดังนั้นแรงจูงใจก็ต้องใช้รายได้เป้ฯตัวจุงใจ แต่ผลค้างเครียงทีไดรับคือ อิสรภาพทางการเงิน ที่จาก MLM ถ้าทำสำเร็จ ของย้ำว่าถ้าทำสำเร็จ
สรุปความมั่นคง ไม่มีอยู่บนโลกนี้ มีแต่ความเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่มั่นคงเสมอตลอดไป ไม่มีใครบอกได้ว่า แอมแวร์จะเจ้งเมื่อไหร่ พรุ่งนี้ก็เกิดขึ้นได้ GDI ก็เช่นกัน ด้วยการการันตีว่ามั่นคง และองค์กรอื่นๆด้วย รายได้คุณก็เช่นกัน ชีวิตทุกคนก็เช่นกัน ตายได้ทุกวินาที มีแต่ความน่าจะเป็นเท่านั้น ที่พอให้ความหวังพวกเราได้
March 25th, 2008 at 10:05 น.
เรียน คุณ ApolloNic
ขอโทษด้วยนะครับที่ผมอ่านข้อความของคุณคร่าวๆ เพราะคุณได้บรรยายสรรพคุณต่างๆ นาๆ ซึ่งมันไม่ตรงประเด็นเลยซักนิดเดียว “โลภอกุศล หรือโลภกุศล” มันเกี่ยวข้องอะไรกับกระทู้นี้ครับ ?
สิ่งทีคุณพูดมาข้างบนแสดงว่าคุณเองก็ยอมรับแล้วใช่มั้ยครับ ว่าคุณทำเพื่อเงิน
ส่วน ฝรั่งเศษ ที่เป็น downline ของคุณแล้วบอกว่าเขาพอใจมาก (ซึ่งไม่รู้ว่าจริงหรือปล่าว แล้วก็ ฝรั่งเศษ คนนี้มีตัวตนอยู่จริงหรือปล่าวก็ไม่รู้) ผมมองว่าในส่วนนี้มันเป็นแค่การสร้างความน่าเชื่อถือหน่ะครับ จริงอยู่ที่บางคนอาจจะเชื่อ แต่คนที่อยู่ในวงการนี้จะรู้ครับว่าคุณต้องการอะไร
ไม่ต้องอะไรมากหรอกครับ ลองถามตัวคุณเองก่อนว่าคุณมาแสดงความคิดเห็นที่นี่เพื่ออะไร
ไม่ใช่เพื่อการหา downline (ผมประโยชน์) จาก link ในชื่อของคุณเหรอ
ถ้าไม่มี link ในชื่อของคุณ คุณจะยังมาแสดงความคิดเห็นที่นี่อีกมั้ย ผมถามแค่นี้แหละ
March 25th, 2008 at 12:31 น.
เรียนคุณ truth(bukhumnoi@thaiseoboard)
ผมเคยบอกแล้วว่าผมทำเพื่ออะไร เงินไม่ใช่อันดับแรก ถ้าผมต้องการเงินเป็นอันดับแรกผมไม่ทำหรอกมันได้เงินน้อยในตอนต้น คุณไม่จำเป็นตอ้งเชื่อผมก็ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เรารุ้ได้เฉพาะตน คุณไม่ทำก็ไม่ย่อมไม่รุ้ว่าจะได้พบได้เจอกับอะไร คนทำไม่นาน ก็ไม่รุ้ว่ามีอะไรที่จะได้ค้นพบอีก
ส่วนเรื่องความโลภ มันเกี่ยวครับ คุณปฏิเสธก็ได้สิทธิ์ของคุณ ความคิดของคุณ บาป และกรรมของคุณ เป็นเฉพาะตน คนอื่นไม่ได้รับไปกับคุณ ถ้าผู้อ่านเข้าใจก็เป็นบุญไปกับเขา กุศลกรรมของเขา
สัตว์โลกจงสุข สัตว์โลกจนพ้นทุกข์
March 25th, 2008 at 12:38 น.
สวัสดีค่ะ
ดิฉันชื่อ สุดารัตน์ นะคะ ได้เข้าไปอ่านบล๊อกเรื่อง GDI ที่คุณอภิศิลป์ได้เขียนไว้ รู้สึกว่าช่วยให้มีความรู้ขึ้นเยอะเลย
ตอนนี้มีปัญหาอยู่ อยากรบกวนถามหน่อยค่ะ คือว่า ดิฉันเคยสมัครที่ธุรกิจกับ GDI แล้ว ช่วงแรกที่บอกว่าทำฟรี 7 วัน ก็ลองทำดู แล้วไม่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีกลับมาเลย ก็เลยไม่ทำต่อ แต่ว่าปัญหามันอยู่ที่ว่ายังไม่ได้ยกเลิกการทำ เพราะเข้าใจว่าถ้าภายใน 7 วันแรกทำแล้วไม่ทำต่อ ก็จะไม่เป็นไร แต่ว่าเดือนถัดไปเงินก็ถูกตัดจากธนาคารไป สามร้อยกว่าบาท ตอนแรกก็ไม่เอะใจ เพราะคิดว่าคงใช้เอง แต่ว่าเงินก็ถูกตัดอีกทุกเดือน ถึงตอนนี้จะทำการยกเลิก แต่เบอร์ของ upline ก็ติดต่อไม่ได้แล้ว เมลล์ที่เคยใช้ในการทำ GDI ที่เคยมีเมลล์จาก upline ก็โดนตัด เพราะไม่ได้เข้ามานาน ทำให้ไม่สามารถติดต่อกับใครได้เลย ไม่รู้ว่าจะทำยังไงน่ะค่ะ จะยกเลิกได้ยังไงบ้าง เพราะไม่อย่างนั้นเงินก็ต้องโดนตัดอีกทุกเดือน รบกวนช่วยตอบหน่อยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
สุดารัตน์
March 25th, 2008 at 12:42 น.
เรียนคุณ truth(bukhumnoi@thaiseoboard)ข้อสอง
ผมทำเพื่อหาดาวไลน์ใช่ไหม ไม่ใช่ครับ เพราะที่นี้ส่วนใหญ่เป็นคนทำแล้ว กับคนไม่คิดจะทำ ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย keyword GDI จะมีก็แต่คนเล่นเกมแก้ไขไฟร์เกม กับคนทำธุรกิจคลายๆ GDI และคนที่รู้จัก Blog นี้ เข้าชม
ไม่มี link ผมแล้วจะมาตอบ หรือเขียนตอบไหม ความเป็นจริง Link มันถูกลบไปตลอดหละครับ ด้วยระบบหรืออะไรก็ตาม ไม่ใช่สิ่งสำคัญ และ link ที่นี้ไม่ฉุดเรทติ้ง ใดๆ ให้ผมเว็บไซท์ของผมมากมาย คุณดูว่า PageRank ซิเท่าไหร่ (ขออภัยคุณ MacroArt ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูถูก Blog ของคุณครับ) ผมว่าสิ่งที่คุณเขียนถามผม มันเป็นอคติ หรือบาปในใจคุณต่างหาก ต้องรอการชำระล้างด้วยปัญญาของคุณ และที่คุณทำอยู่ I ที่นี้เพื่ออะไร? ความจริงหรือบิดเบือน?
March 25th, 2008 at 12:45 น.
ขออภัยอย่างสูง ตัว I ในท้ายประโยค ผมต้องการเขียน ตัว “ณ” ที่ออกเสียงว่า “นะ” แต่ผมดันเปลี่ยนภาษาก่อนแล้วพิมพื และไม่ตรวจดูก่อนส่ง ขออภัยด้วยครับ
March 25th, 2008 at 15:19 น.
ทุกวันนี้ ในโลกนี้ มีคนทำธุรกิจแบบ GDI มากมาย ราคาพอกัน เท่ากัน ถูกกว่า จ่ายมากกว่า จ่ายไวกว่า ใหม่กว่าสดกว่า เยอะแยะมากมาย ทำไมผมเลือก GDI มีหลายคนที่ผมเคยคุยด้วย แม้แต่ในอดิตคนในครอบครัวผมก็ถาม จะทำไปทำไม MLM ใน Keyword ลึกๆในจิตใจไม่ต่างอะไรกับที่ถาม ว่า
คุณเล่นไปเกมทำไม?
คุณกินกาแฟไปเพื่ออะไร?
คุณมีชีวิตอยูไปทำไม?
คุณทำ PPC เพื่ออะไร?
เขียน Blog ไปเพื่ออะไร?
เล่นอินเตอร์เน็ตไปทำไม?
ทำไมไม่เป็นหมอ เป็นนายก เป็นทนาย เป็น CPA ?
Keyword ตัวนี้ คือ อยากใช้ชีวิตแบบนี้ ด้วยความรัก
หรือ เพราะเงิน? มีหมอมากมายที่ทำเรียนเป็นหมอ แล้วมาเป็นหมอ เพระเงิน อยางที่คุณเห็นหมอที่ไม่สนใจชีวตคนไข้ ที่ไม่มีเงิน มีมากมาย ถ้าเป็นด้วยจิตวิญญาณ และความรักในความเป็นหมอ เขาจะสนใจในคนไข้โดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ ทุกวิชาชีพจะมีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวมัน แต่คนที่เข้าไปทำมันด้วยอำนาจของเงินครอบนำจิตใจ ก็จะทำให้มันกลายเป็นความเสื่อมทรามได้เช่นกัน
เงิน มีความสำคัญในสังคมมนุษย์ แต่ไม่ได้ให้ความสุขทางใจได้เท่าความรัก ที่มีต่อกัน ถ้าเรารักเงินมากจนติดในเงิน ศิลธรรม ความรักในเพื่อนมนุษย์ก็จะหายไปด้วย คำว่า “กำไรสูงสุด” คำนี้อันตราย สำหรับ เพื่อนมนุษยื สัตว์โลก เพราะมันจะไม่มีคำ “พอ” หรือ “พอเพียง” มีแต่คำว่า “เบียดเบียน เอาเปรียบ” ความเอื้อเฟื้อแบ่งปัน จะน้อยลงไป มีแต่จอมปลอม แต่ถ้าต้องการแค่ “อิสรภาพ” คุณก็ไม่ต้องไปเบียดเบียนใคร เพราะคุณจะ “พอเพียง” คุณมีวันหยุด คุณไม่ต้องกอบโกย คุณไม่ต้องอยู่ในสงครามนานเกินไป คุณจะไม่บ้าสงคราม ความสุขจะเกิดขึ้น
ใน ทัศนคติของหลายคน มองในเรื่องการประกอบชีพ เพราะว่าเงิน เพราะเขาเหล่านั้นยังไม่ได้มีความรักในวิชาชีพ ยังไม่มีความรักให้มวลมนุษย์ รักแต่เงินเท่านั้น คนเหล่านี้ก็ถูกเงินใช้งาน เยี้ยงทาส กล้าทำทุกอย่าง เพื่อเงิน ศิลธรรม ประเทศชาติ ครอบครัว เวลาในชีวิตตัวเอง ก็ยอมแลกได้เพื่อเงิน แต่ถ้าคุณติดการเสพเงินเข้าไปแล้ว มันก็ยากที่จะเลิก ถ่ำกระบอกก็ช่วยคุณไม่ได้ มีแต่ปัญญาในตัวคุณเท่านั้นที่จะแก้มันได้ โดยมองโลกตามความเป็นจริง ด้วย สัมมาฑิธิ
ผู้มีอิสะภาพทางการเงิน ไม่ได้หมายความว่าขาผู้รวย ไม่ใช่เลย แต่เขาพอเพียงที่จะมีชีวิตอยุ่ได้โดยไม่ตอ้งทำงานเพื่อเงินอีก และเขามีรายได้ทุกเดือน นั้นแหละที่ MLM ทำได้แต่ไม่ใช่ทุกแผนการจ่ายเงินของทุกบริษัทที่จะทำให้ได้ ดังนั้น ถ้าคุณตอ้งการการหลุดพ้น เข้าสู่อิสรภาพ คุณคงไม่หวังความร่ำรวย เพราะมันจะทำให้คุณไม่หลุดพ้น สู่อิสรภาพ หวังได้แค่ มีรายได้มากกว่ารายจ่ายตัวเองเมื่อไหร่โดยไม่ต้องทำงานเพื่อเงินอีกต่อไป
สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่ผมเลือก GDI เพราะมีความเป็นได้ที่ผมจะทำได้สำเร็จ เพราะความเป็น GDI ที่หลายคนรู้
ทุกวันนี้มีใครปฏิเสธไหมว่าออกไปทำงานเพราะเงิน?
หรือ ถ้าไม่ คุณออกไปทำงานทุกวันเพราะความรักในงานของคุณหรือ?
หรือ เพื่ออิสรภาพทางการเงินของคุณ เพราะความรักในตัวเอง และครอบรัว?
หรือ คุณออกไปทำงานเพื่อประเทศชาติหรือสังคมด้วยความรัก ในมวลมนุษย์?
คุณเลือกที่จะเป็นได้ด้วยความต้องการของคุณ (โลภ แปลว่าความต้องการ ความอยาก)
March 25th, 2008 at 16:17 น.
เพื่อนมนุษย์ สัตว์โลก ศิลธรรม สัมมาฑิธิ บาป และ กรรม ที่คุณพูดมามันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ GDI เลยครับ ผมว่าคุณยิ่งพูดยิ่งหลุดโลกหน่ะครับ ผมว่าคุณศึกษาธรรมในวัดก็ดีอยู่แล้ว อย่ามาโพสข้อความที่นี่เลยครับ
ผมขอบอกตามตรงนะครับ ว่าข้อความของคุณผมอ่านแค่ผ่านๆ ไม่ได้อ่านทั้งหมดเพราะมันมีแต่น้ำ คนอื่นๆ ที่อ่านเขาก็คงคิดแบบผมเช่นกัน เขียนอะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้เรื่อง ทางที่ดีคุณควรไปเรียบเรียงคำพูดใหม่นะครับ แล้วก็ไม่ต้องพูดอะไรที่มันนอกประเด็น เช่น เข้าวัด เข้าวา อะไรของคุณหน่ะ
ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์แล้วใส่ทำไมครับ link ไปเวปคุณหน่ะ ผมล่ะเกลียดจริงๆ เลย พวก ปากว่า ตาขยิบ
March 25th, 2008 at 18:32 น.
เรียน คุณ truth (bukhumnoi@thaiseoboard)
คุณเดือนร้อนที่ผมเขียนหรือปล่าวครับ และเดือนร้อนที่ผมใส่ ลิ้งค์หรือปล่าวครับ ถ้าเดือดร้อนก็ไม่ต้องอ่านครับ มีไว้เพื่อประโยชน์ของผู้เห็นประโยชน์ “ผู้มีปัญญา ย่อมเห็นประโยชน์ในทุกสรรพสิ่ง ผู้ขาดปัญญาย่อมหาโยชน์ จากสิ่งที่เห็นว่าไร้ประโยชน์ไม่ได้”
ถ้าเดือนร้อนให้แจ้งความ หรือร้องเรียนเจ้าของ Blog นะครับ
March 25th, 2008 at 19:05 น.
ผมเป็นคนนึงที่ติดตามตวามเคลื่อนไหวของบล๊อคนี้มาตั้งแต่ต้นๆ
ยอมรับว่าได้อ่านความคิดเห็นต่างๆ
แล้วทำให้เข้าใจความคิดแต่ละคนมากขึ้น
จึงติดตามอ่านตลอดมา
แม้บางคนจะเขียนมาสั้นๆ…
แต่ได้ใจความ และความหมาย ถูกต้องตรงประเด็นของกระทู้
แต่หลังๆนี่ซิ…
บอกตรงๆ ไม่น่าอ่านและ เนื้อหาต้องการสื่ออะไร?
ผมก็พยายามแปลแล้ว เรียบเรียงแล้ว ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
ว่าต้องการสื่อถึงอะไร?
ปกติจะเข้ามาดูทุกวัน เพราะมีความรู้สึกว่าได้ความรู้จริงๆ
แต่ต่อจากนี้ คงมิได้เข้ามาบ่อย
เพราะความคิดเห็นหลังๆนี่…เห็นแล้วไม่น่าอ่านจริงๆ
…น่าเสียดาย กระทู้ดีๆ เฮ้อ!…
March 25th, 2008 at 21:13 น.
ขออภัย ถ้าสิ่งที่ผมเขียนทำให้ไม่เข้าใจ ผมบอกแล้วผมไม่ใช่นักเขียน ผมพิมพ์ตามที่คิด ไม่ได้ดันแปลงอะไร พิมพ์เสร็จก็ ส่งข้อความทันที ไม่ได้ตรวจด้วยซ้ำ
และส่วนใหญ่ที่ทีผมเขียนนี้เป็นการตอบคำถาม กับการแชร์ประสบการของผม และแนวคิดของผม ดังนั้น ผมก็เข้าใจที่เป็นไปได้มากที่ผู้อ่านจะไม่เข้าใจแต่ผมก็พยามปรับปรุง นะครับ
หากสงสัย ในบทความไหน ถามผมได้ครับ
ขออภัยจากใจ ที่ตอบตามความเป็นจริงที่ทำ และเจอจากประสบการณ์ของผม แต่จากนี้จะไม่ตอบคำถามที่ชี้นำไปในทางเย้ายุ จะตอบเฉพาะที่คนไม่เข้าใจ หรืออยากรู้เกี๋ยวกับ GDI และ MLM เท่านั้น แต่มันก้ไม่พ้นเรื่องจิตใจ และทัศนะคติอยู่ดี ดังนั้นไม่มีประโยชน์อะไรที่จะตอบกับผู้ที่มีอคติต่อ GDI และ MLM ถามด้วยความอคติ จะไม่ตอบอีกต่อไปนะครับ
“อะไรจะดีหรือเลวอยู่ที่ความคิดของผู้นั้น”
March 25th, 2008 at 21:49 น.
คราวหลังจะส่งก็ตรวจซ้ำหน่อยนะครับ แล้วก็ตรวจซ้ำหลายๆ รอบด้วย
หรือทางที่ดีก็ไม่ต้องโพสเลยจะดีมากๆ เลยครับ
ผมขอบอกตรงๆ นะว่า ข้อความหลังๆ มานี่มันดูรกมากๆ เลย และมันก็ไร้สาระมากๆ ด้วย พูดอะไรก็ไม่รู้เพ้อเจ้อ บาป จิตใจ อคติ อะไรก็ไม่รู้ ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ GDI เลย
ผมบอกหลายรอบแล้วนะครับเกี่ยวกับเรื่องพูดให้ตรงประเด็น ถ้าจะพูดเรื่องอื่นก็ไปโพสโน่นครับ เวปบอร์ดทางธรรม อย่ามาโพสที่นี่ครับ มันสร้างความรำคาญให้กับคนอื่นๆ ที่เข้ามาอ่านครับ
ก็รู้ๆ กันอยู่นะครับว่าคุณมาโพสที่นี่เพื่ออะไร ปัจจุบันคุณก็ยังเอา link แป๊ะไว้เหมือนเดิม webmaster เขาลบไปหลายรอบแล้ว คุณก็ยังหน้า ด้า… แป๊ะไว้เหมือนเดิม
มีความเกรงใจเจ้าของเวปเขาบ้างใหมครับ ?
กรุณาเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมด้วยนะครับ อย่าเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนแล้วสร้างความรำคาญให้กับผู้อื่น
ถ้าฟังภาษาไทยออก ช่วยกรุณานำไปคิดด้วยนะครับ
March 25th, 2008 at 22:47 น.
ที่คุณยกตัวอย่างมีลูกค้าฝรั่งเศสนั่นก็แค่อ้างถึงคนๆเดียวเท่านั่น
ถ้าพูดถึงความพอใจของคนที่ต้องการสินค้าของ .ws มันวัดอะไรไม่ได้เลยครับจาก 1 คน แต่ถ้าถามคนที่ทำธุรกิจหรือเคยทำว่า พอใจสินค้าตรงไหน จะได้คำตอบว่าอย่างไรคงไม่ต้องบอกผมกล้าพูดเลยว่าคนอีกหลายๆคนไม่ได้ชอบสินค้า GDI เลย อย่างที่เจ้าของ blog พูดไว้ตอนบนๆเกี่ยวกับ e-mail ว่าเค้าอยากจะมีความแปลกใหม่ทางด้าน option หรือ ความแตกต่าง เค้าก็สามารถหาได้จากตัวอื่นซึ่งดีกว่า น่าใช้กว่า
กระทู้ของคุณ ApolloNic ก็ดูมีสาระดีอะนะถ้าไปทำเป้นบล็อกแนวคิดเพื่อชีวิตอะไรแบบนี้ เพราะมันไม่เข้าประเด็น GDI ออกจะหลุดๆไปนะครับ
วันข้างหน้า GDI จะทำสินค้าแบบ Amway รึเปล่าไม่รู้แต่วันนี้ที่มีคนเช่าโดเมนของ GDI อยู่นั้นเอาไปทำอะไรนอกจากหาคนละครับ แล้วก็แน่นอนว่าเจ้าอื่นที่ดีกว่าก็มี แล้วผมก็ยังไม่เคยเห็น .ws ที่เป็นเว็บไซต์อื่นๆเลย แล้วมี่บอกว่าคงมีคนจดไปอีก 10 ปี นี้ผมว่าคงเป็นผู้ที่จดแล้วมาหาคนต่อมากกว่า
ถ้ายังไงหาเว็บที่เป็น .ws ที่เค้าจดไปใช้งานจริงๆหน่อยนะครับแล้วนำมาให้คนอื่นๆดูหน่อยที่ไม่ใช่แนะนำธุรกิจนะครับ
แล้วการทำ MLM ใครสนใจก็เป็นได้ทั้งผู้ร่วมธุรกิจ ผู้ขาย ผู้บริโภคใช่ใหมครับ แต่ GDI เป็นผู้บริโภคนั้นมีจริงๆกี่คน
GDI มีกระแสเงินสด Amway ก็มีแล้วมาจากฐานดิสบิวเตอร์ หรือ Affiliate แต่ผมได้ดูเว็บนึงเป็นกราฟการเติบโตของ GDI ซึ่งมันตกลงมาตลอด ขอโทษที่จำเว็บไม่ได้เพราะเอามาจากคนทำธุรกิจ GDI อีกที อย่าลืมว่า แค่ตัวเงินอย่างเดียวมันไปไม่ตลอดรอดฝั่งหรอกครับในเมื่อสินค้านั้นแทบจะเรียกได้ว่า “ว่างเปล่า” คนทีทำธุรกิจคงเลิกไปหลายคนแต่ในเมื่อน่าจะเรียกว่าแทบไม่มีผู้บริโภคเลยในเมื่อผู้ทำธุรกิจเองก็ไม่ได้เห็นความจำเป็นในการใช้สินค้าพอเลิกทำก็ยกเลิกการจดโดเมนไปด้วย
อีกข้อหลายคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นหรือไม่ก็ตามผมเชื่อว่าไม่ได้มีอคติกับ MLM หรอกครับแต่เราควรจะดูว่างานไหนที่มันเรียกว่าเป็น ” ธุรกิจ MLM ” ที่ดีมากกว่า
มันก็เข้าประเด็น “ลูกอมอมแล้วรวย” ของผมอยู่ดี
March 25th, 2008 at 23:06 น.
อีกข้อแล้วที่เจ้าของบล็อกและคนอื่นๆพยายามจะคิดอยู่เสมอว่า ในเมื่อสินค้ามันไม่ได้มีตัวตนและแทบไม่มีความจำเป็นหรือจุดเด่นของโฮสที่เหนือกว่าเจ้าอื่นสำหรับผู้ที่ต้องการบริการแบบนี้ จะดำเนินธุรกิจไปได้อย่างไรเมื่อวันหนึ่งถึงจุดอิ่มตัว
อย่างที่คุณบอกว่าไม่มีอะไรแน่นอนนั่น GDI ยิ่งกว่าแน่นอนอีกครับ ในเมื่อ MLM ต่อให้เค้าไม่อาจจะขยายเครือข่ายออกไปได้อีกเค้าก็ยังสามารถเติบโตได้อีกในเมื่อเค้ามี “สินค้า” เป็นจุดขาย แล้ว GDI ละ
แผนการตลาดทั่วไป ก็ 4p คงรู้จักกันนะครับหนึ่งในนั้นก็คือตัว “สินค้า” แต่ GDI นั้นไม่ใช่ครับ
คุณบอกถ้าดูจากการตลาดก็ยังบอกได้ว่าเค้ามีกระแสเงินสดแต่เราดูแค่นั้นหรือคับ การทำธุรกิจใดๆในโลกยังไงก็ไม่พ้น Demand Supply ก็การบริหาร logistics และอื่นๆ แต่ GDI คุณดูแค่เงินสด มันน้อยไปนะครับ
March 26th, 2008 at 1:35 น.
ตรงๆก็คือ .ws ไม่กล้าหน้าด้านหาลูกค้าเอง ไม่กล้าไปง้อคนอื่นให้เช่าโฮสตัวเอง ง่ายๆก็คือยังหน้าไม่ด้านพอ
ก็เลยวานคนอื่นให้ช่วยหาลูกค้าให้ โดยจ่ายค่านายหน้าเป็นเศษเงิน
แท้จริงแล้วจุดประสงค์ตอนแรกของ .ws คือแค่อยากหาคนมาเช่าโฮสของตัวเองเท่านั้น
ไปๆมาๆ ก็กลายเป็นว่าหวังฟันเงินจากคนที่มาให้ฟันค่าหัวคิวเป็นรายตัวๆไป
ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ดูออกนะว่า โฮสมันแค่บังหน้า แต่จริงๆแล้วมันคือ มันนี่เกม เกมต่อเงิน
March 26th, 2008 at 9:30 น.
อำนาจของ เงิน ความโลภ สามารถทำได้ทุกอย่าง
สำหรับคนที่อ่านกระทู้นี้ถ้าไม่อยากโดนหลอกแล้วเสียใจในภายหลัง ผมอยากจะบอกว่าในโลกของ internet มันมีกระหลอกลวงเยอะครับ มีคนชักชวนบอกว่า อันโน้นดี อันนี้ดี อย่าไปเชื่อครับ เพราะส่วนใหญ่มันมีผลประโยชน์แอบแฝงทั้งนั้น
แอบแฝงยังไงให้ลองไปอ่าน ข้อความที่ผมได้โพส์ไว้ ข้างบน ก่อนหน้านี้ประมาณ 3-4 ข้อความครับ
ผมจะขอเตือนอีกรอบนะครับ ว่าห้ามหลงเชื่อเด็ดขาด คนพวกนี้ไม่มีความจริงใจครับ มีแต่ผลประโยชน์แอบแฝง
ให้วิเคราะห์บทความของคุณ อภิศิลป์ ดีๆครับ เพราะ คนๆ นี้เขารู้จริงครับ เขาอยู่ในวงการ internet มานาน
สำหรับคนที่ยังไม่รู้นะครับ คุณ อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ เป็นคนบุกเบิก pantip.com ช่วงแรกๆ เลยครับ
แล้วคุณจะเชื่อใครครับ ระหว่าง คุณอภิศิลป์ กับ ไอยาจกที่ไหนไม่รู้ ที่มาหลอกขายของห่วยๆ ให้คุณ
ทางเลือกเป็นของคุณ คิดให้ดีๆ นะครับ
March 26th, 2008 at 14:04 น.
บุกเบิก pantip.com ก็ไม่สำคัญหรอกครับ ทำไมคุณอภิศิลป์ ไม่เห็น censor บางข้อความเลยครับ ถ้าเป็นกลางจริง ควรจะยุติธรรมบ้างครับ ผมไม่เห็นด้วยกับคำพูดหยาบ ๆ อย่างของคุณหนุ่ม กับคุณ truth เลยครับ ไม่เห็นด้วยตรงความไม่เป็นปัญญาชนของพวกเขา แต่คุณกลับปล่อยให้ออกมาในบอร์ดคุณเนี่ยนะครับ แถมเร็วมากด้วย ไม่ต้องรอตรวจเลย
March 26th, 2008 at 14:13 น.
เห็นด้วยกับคุณ apollonic ครับ ที่ว่า “อะไรจะดีหรือเลวอยู่ที่ความคิดของผู้นั้น” คุณอย่าเอาตัวเข้าแลกพวกยั่วยุพวกนี้เลยครับ ผมว่าคุณคิดดีได้ความคิดอีกแบบครับ ดีกว่าคนที่ไม่เคยทำ แต่คิดมากไปก็เท่านั้น
March 26th, 2008 at 15:16 น.
เพราะอะไรหน่ะเหรอครับ ก็เพราะผมพูดความจริงไงครับ เจตนามันส่อชัดเจนว่าเขามาโพสเพื่ออะไร
แล้วก็ถ้าจะพูดถึงความเป็นปัญญาชนครับ (ซึ่งมันไม่ควรนำมาพูดในที่นี้)
ผมเรียน โททางด้านวิศวไฟฟ้า รู้ไว้แค่นี้แหละครับ
สำหรับคนที่คิดจะหลอกคนอื่นนะครับ ผมขอให้หยุดเถอะครับ
การหากินบนความทุกข์ของคนอื่นมันไม่ดี
เมื่อตัวเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าของมันห่วย แต่ยังไปยัดเยียด หลอกลวงให้คนอื่นเขามาซื้อต่อเพื่อหวังกำไรส่วนต่างอันน้อยนิด มันไม่คุ้มหรอกครับ
คำสาปแช่งมันจะทำให้คุณไม่เจริญ ผมเห็นบางคนใฝ่ในธรรมเหลือเกินน่าจะเข้าใจตรงนี้ดี
เอาคำพูดของผมไปคิดดูให้ดีๆ นะครับ
March 26th, 2008 at 15:51 น.
ทุกคำตอบที่ผมลงมาล้วนแล้วแต่ลองทำ GDI แล้วทั่งนั้นครับไม่ใช่สัดแต่ว่าพูดๆครับ แล้วถ้าจะบอกว่าเป็นปัญญาชนก็ช่วยยก ข้ออ้างที่เป็นเหตุเป็นผลหน่อยนะครับ
ผมเองก็แค่ ป.ตรี บริหารคอมฯ ธุรกิจ ไม่ได้เก่งอะไรแต่ในสายตาผมมันไม่ต่างกับการหลอกฟันหัวคิวไปเรื่อยๆเลยครับ
ยังไงก็ขอดูเหตุผล ของคุณ พ่อหนุ่ม หน่อยนะครับ
March 27th, 2008 at 10:29 น.
อีกหน่อย ไอ่คุณที่ตั้งชื่อล็อกอินว่า “พ่อหนุ่ม” นี่คุณพยายามจะยกตัวเองข่มผมในฐานะที่เป็นพ่อผมใช่ไหม?
ชื่ออื่นมีเยอะแยะไม่ตั้ง แบบนี้ผมถือว่าจงใจยกหางตัวเองข่มผมเลยนะครับแบบนี้อ่ะ
อีกอย่าง พ่อผมตายไปแล้ว และไม่อยากให้ใครมาใช้ชื่อที่ข่มผมแบบนี้อีก
คุณอาจจะแถไปว่า ลูกคุณชื่อหนุ่มจริงๆ หรือคุณเป็นคุณพ่อแล้วแต่ยังหนุ่มแน่น
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สมควรใช้ชื่อล็อกอินแบบยกตนข่มท่านแบบนี้ ซึ่งคนปัญญาชนเค้าคงไม่ทำกันหรอกครับจริงไหม? แบบนี้จะหาได้ตามบอร์ด ประมูลดอทคอมมากกว่า
web master พิจารณายูสเซอร์ พ่อหนุ่มด้วยครับ เพราะเสียความรู้สึกผมมาก (พ่อผมเพิ่งเสียไปได้ไม่นาน)
March 27th, 2008 at 11:52 น.
เห็นมั้ยครับ
พอไม่มีผลประโยชน์ ก็เลิกโพส เชื่อผมหรือยังครับ ความจริงใจมันไม่มี
หลอกคนอื่น หลอกได้หลอกไปครับ
แต่คำสาปแช่งมันจะทำให้คุณไม่เจริญ
จำไว้นะครับ
March 27th, 2008 at 12:28 น.
น่าจะเรียกว่า “ความจริง” มันปรากฎ แล้วหาข้ออ้างว่ามันไม่ใช่กินหัวคิวไม่ได้เลยเลิกไปครับ
March 27th, 2008 at 12:56 น.
สวัสดีทุกท่าน
ผมไม่เข้ามาโพส 1 วัน ติดภากิจ ไม่สามารถใช้เข้ามาเว็บนี้ได้ เสียดายๆ คนศึกษาสูงทำตัวเยียง คนพาล ถึงว่าเคารพต่อสถาบันตนเองนะครับ
คุณว่าคนทำ GDI ตัวคุณเองก็ทำไม่ได้ต่างคนพวกเขาหรอก หลอกให้ดาวโหลด E Book เพื่อรับค่าคอมดาวโหลด จากเว็บ Affilia ฟรีพื้นที่ดาวโหลด ที่หลายเว็ปไซท์ก็แบนเว็บเหล่านี้ไปเยอะเพราะมันโฆษณาเว็บโป้ ถ้าไม่มีผลประโยชน์คุณก็คงไม่แจก E Book ของคุณ และทำกระทู้ลูกโซ้พร้อมสาปแชง คนที่ไม่ทำต่อด้วย คนดีเขาไม่ทำกันหรอกนะครับ
ผมกล่าวถึง (truth (bukhumnoi@thaiseoboard)) ถ้าคุณตั้งใจแจกจริงไปไว้ในโฮสคุณ แบบผมแจงโปรแรกมทำที่เครื่องผมเลย ให้เขา บิต หรือ FTP ได้เลย
ถามว่าไม่มีประโยชน์ ผมไม่โพส ไม่มีก็มาครับ เพราะพวกเราถูกกล่าวหาอยู่ดังนั้น ต้องออกเสียงบางนะครับ ไม่ใช้ให้พวกคุณออกเสียงเพียงกลุ่มเดียว ผมก็คนนึงใน ไทย seo บอร์ด คุยเคยคุยกับผมหลายแล้ว คุยจำไมได้เท่านั้น แต่ผมจำคุณได้
March 27th, 2008 at 13:03 น.
ลืม เขียน
เรียนคุณ MacroArt
ถ้าคุณไม่ได้ยินดีให้คนทั่วไปที่เขามา Blog ของคุณ แล้วใส่ URL Wrbsite ช่วยเอาช่องกรอง ออกด้วยนะครับ เพราะคนนอกเขาเข้าใจว่าอนุญัติ
ถ้าเป็นจริงตามที่ truth (bukhumnoi@thaiseoboard) กล่าวหาว่าคุณไม่ตอ้งในมี Link อื่นที่คุณไม่ต้องการมีใน Blog
ช่วยให้ความกระจางนะครับ เพราะคุณกำลังถูกกล่าวหาโดย truth (bukhumnoi@thaiseoboard) ว่าคุณเป็นคนใจแคบ และเขาเป็นพวกของคุณโดยเจตนา
ด้วยความเคารพนะครับ
March 27th, 2008 at 13:14 น.
กินหัวคิว มันพวก PPL อะนะ จ่ายต่อรายชื่อ จ่ายต่อกาสมัคร จ่ายต่อแอป
อย่าทำนะ ทั้งใน JC Click Bank พวก Affiliate Marketing มีให้ทำหมด อย่าทำนะครับมันกินหัวคิว มันไม่ดี
แต่ GDI ถ้าใน 7 วัน ผู้สมัครใหม่ไม่ชำระเงิน หรือชำระไม่ได้ หรืออย่างไรเอาเป็นว่า GDI ไม่ได้รับเงิน เขาไม่จ่ายครับ Google Apps ก็มีให้กินหัวคิว รับไปสมัคร และแนะนำกันด้วยนะครับ เดียวจะไม่ทันกิน ผม แนะนำไป 1 รายละ
March 27th, 2008 at 13:50 น.
GDI บริการจดทะเบียน TOP Domain ด้วยนะครับ ไม่ใช่ .WS แต่แนะกันให้จดเท่านั้นเพื่อ คิงซามัวอ์
March 27th, 2008 at 14:06 น.
ลองมาคิดดูนะครับ ถ้ามีวันนึงมีคนสมัคร Affiliate Google Apps แล้วไป Spem จะเกิดอะไรขึ้น? นี้คือโอกาสทำเงินจะมีคนมา มาต่อว่า Google ไหม หรือจะต่อว่า คนทำ Google Apps ไปเปรียบเทียบกับ Host Free ของค่ายยักษ์ใหญ่ เร็วๆนี้ มีแน่และทำได้ดีกว่า คนที่ทำ Aff. Google Apps จะออกมาทำอย่างไร?
March 27th, 2008 at 14:14 น.
บางคนบอกว่า ไม่เป็นไร ก็ไปทำของยักษ์ใหญ่ซิ
แต่มาคิดดูนะครับ ความซื่อสัตว์ ต่อผู้ที่ให้โอกาส ความรับผิดชอบต่อต่อสิ่งที่ทำ ผมเห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่มี นับวันเหมือนจะเป็นซากคนเดินได้อยุ่แล้ว เป็นซอมบี้ที่ไร้ตามกินสิ่งที่มีชีวิติด้วยความหื่นกระหาย ก็คือเงินและผลประโยชน์ โดยไม่สนใจในความดำรงอยู่ของมัน กินและทำลายเสียแล้วก็ไปแหล่งใหม่
ผมหวังว่าคนที่ทำ GDI น่าจะจุดยืนที่แน่นอน จะทำอะไรเพื่อ GDI และ กลุ่มของตน ด้วยความรัก
March 27th, 2008 at 16:43 น.
เข้าใจ poit ผิดไปกันใหญ่ละ Google Apps กับ GDI คุณภาพคนละอย่างกันเลย แต่ GDI เก็บ 10$ ในการจดโดเมนต่อเดือนซึ่งถือว่าแพงมากๆ เจ้าของบล็อกพูดจนขี้เกียจจะตอบแล้วมั้ง
“แต่ GDI ถ้าใน 7 วัน ผู้สมัครใหม่ไม่ชำระเงิน หรือชำระไม่ได้ หรืออย่างไรเอาเป็นว่า GDI ไม่ได้รับเงิน เขาไม่จ่ายครับ”
ใครเค้าจะจ่ายละครับ แผนการจ่ายเงินเป็นยังไงละ มาจากลูกทีมจ่ายขึ้นบนใช่มิ จะเอามาพูดทำไมครับเนี่ย
และก็ Affiliate Marketing ของตัวอื่นๆเค้าก็ไม่ได้ทำแผนการตลาดแบบ GDI ซะหน่อยอย่าเหมารวมอย่าง Click Bank นี่เค้าได้ค่าแนะนำที่บริษัทจ่ายให้จากการหาคนมาซื้อสินค้าในเว็บไซต์
เปรียบได้กับเป็นค่าแนะนำสำหรับเป็นตัวแทนในการขายแล้วสินค้าเค้าก็สมเหตุสมผลครับ
หรือ Friend Finder Network นี่ก็แนะนำคนแต่ไม่ได้เอาเงินจากการหาคนมาเรื่อยๆแล้วเอาเงินจากสมาชิกล่างจ่ายขึ้นบนกินกันเองนะครับ งงไรป่าว ถ้าวิเคราะห์แผนแล้วคนละแบบครับ
แล้วคุณยังไม่เอาเว็บไซต์ที่จดด้วยโดเมน.ws ที่คนเอาไปใช้งานจริงๆ ในฐานนะผู้บริโภคซึ่งใช้สินค้าจริงๆเลย ไม่ใช่เว็บที่เอามาหาคนนะครับ
เพราะหลายคนที่ทำธุรกิจกว่า 95% ก็ไม่ได้เอาเว็บไปทำอะไรนอกจากหาคนนี่ครับ
March 27th, 2008 at 16:48 น.
คุณ ApolloNic ช่วยกรองคำตอบนิดนึงนะครับเพราะมันเริ่มออกไปนอกประเด็นไกลขึ้นทุกทีๆ จนคนเค้าไม่อยากจะตอบกันแล้วครับ
เพราะมันจะเริ่มกลายเป็นไรสาระแทนที่จะเป็นการคุยกันด้วยเหตุและผล
March 27th, 2008 at 19:25 น.
ปนกันเละเทะไปหมด…
ขอคำตอบที่มันแจ่มแจ้งหน่อยก็ดีครับ
ให้มันอยู่ในหัวข้อ “GDI คืออะไร? GDI ใช่ธุรกิจที่ดีแน่หรือ?”
GDI คืออะไร?…..
คุณ MacroArt ตอบไว้ชัดเจน
ถ้าความหมายที่เค้ากล่าวมาไม่ตรง ก็หาเหตุผลมาแย้ง
GDI ใช่ธุรกิจที่ดีแน่หรือ?….
คุณ MacroArt อธิบายอย่างชัดเจน
ไม่ได้ระบุว่าดีไม่ดี แค่มีคำถามอยู่ตรง “จ่าย $10 แล้วได้อะไร?”
ก็เห็นตอบกันแบบกินปูนร้อนท้อง…ตีโพยตีพายหาว่าเค้าโจมตี
ยิ่งมาหลังๆนี่ ยกนู่นยกนี่มาเปรียบเทียบ เละเทะไปหมด
สิ่งที่ยกมาเปรียบเทียบน่าจะช่วยให้ได้คำตอบที่ว่า
“จ่าย $10 แล้วได้อะไร?”
แต่ยังไม่เห็นมีใครให้คำตอบที่ดีได้เลย…
นอกจากความ “ว่างเปล่า” เหมือนเดิม!
March 27th, 2008 at 21:48 น.
เรียนคุณ ผ่านมาดู
“น่าจะเรียกว่า “ความจริง” มันปรากฎ แล้วหาข้ออ้างว่ามันไม่ใช่กินหัวคิวไม่ได้เลยเลิกไปครับ”
ประโยคข้างบนผมตอบ คุณว่า
“กินหัวคิว มันพวก PPL อะนะ จ่ายต่อรายชื่อ จ่ายต่อกาสมัคร จ่ายต่อแอป
อย่าทำนะ ทั้งใน JC Click Bank พวก Affiliate Marketing มีให้ทำหมด อย่าทำนะครับมันกินหัวคิว มันไม่ดี
แต่ GDI ถ้าใน 7 วัน ผู้สมัครใหม่ไม่ชำระเงิน หรือชำระไม่ได้ หรืออย่างไรเอาเป็นว่า GDI ไม่ได้รับเงิน เขาไม่จ่ายครับ Google Apps ก็มีให้กินหัวคิว รับไปสมัคร และแนะนำกันด้วยนะครับ เดียวจะไม่ทันกิน ผม แนะนำไป 1 รายละ”
เพราะคุณต้องการคำตอบ เดียวจะกล่าวหาว่าไม่ตอบ เพราะอย่างนั้นอย่างนี้
ที่เลิมนอกเรื่องก็เพราะ คำถามจากพวกคุณนั้นแหละ ผมก็มาตอบแทน GDI และคนทำ GDI คนอื่นๆ
ถ้ามันไร้สาระ มันก็เริ่มจากสิ่งที่พวกคุยถาม แต่มันดันมีคำตอมแล้วพวกคุณรับไม่ได้มันจึงไร้สาระ หรือว่าไม่จริงครับ
แล้วมีถามแบบตรงประเด็นที่ว่าไม่ครับ มีแต่คำถามที่เป็ฯการตั้งขอกล่าวหาดังนั้นจำเป็นต้องตอบ ok นะครับ
ถ้าถามด้วยเหตุผลผมตามเหตุผล ที่มันเป็นอยู่ และที่ทำอยู่ คนอื่นทำอย่างไรผมไม่สน แต่ถ้าทำไม่ดีก็เรียกร้องให้ทำดี
ส่วนที่ GDI ให้บริการอะไรบางผมบอกไปหมดแล้ว ถ้าไม่รุ้ว่ามีอะไรบ้างก็ไปอ่านได้ในเว็บไซท์ผม แล้วรายละเอียดลึกๆ สงสันก็ถามผม แต่ไม่มีคนถามสิ่งเหล่านี้ มีแต่ให้ตอบข้อกล่าวหา ข้อกล่าวหาต่างที่พวกคุณถามคือ ตัวนสู่นอกประเด็น
ทำความเข้าใจของการกลายพันธุ์ Blog ด้วยนะครับ
ถ้าเจตนาการทำ Blog เพื่อให้ความเป็นจริงแก่ผู้ทำ และผู้สนใจ จริง ข้อกล่าวหา และการโจมตี จะไม่มี ว่าแต่มีมาโดนตลอด พวกคุณสร้าง Blog นี้ขึ้นเพื่อโจมตีจริงไหม ถ้าเช่นนั้นอย่างโจมตี ทั้ง GDI และ Aff. แต่ให้ประนามคนทำผิดกฏหมาย หรือทำลายสังคมได้ ทำไปเถิดไม่มีใครว่าหรอก มีแต่คนยกย่อง
March 28th, 2008 at 0:17 น.
ApolloNic ครับ ถ้าคุณว่าโฮสที่ gdi มันดีนักดีหนาสมราคา 10 เหรียญต่อเดือนอย่างที่คุณว่ามานะ ลองทำตัวอย่างให้ผมเห็นหน่อยได้ไหมครับว่า เอาโฮสที่คุณก็เสียเงินเช่าทุกเดือนมันทำประโยชน์ได้จริง เขียนให้ผมดูหน่อย เอาแบบว่าโชว์ธุรกิจที่คุณทำอยู่ตอนนี้เลย (ห้ามเขียนเชิญคนมาสมัครต่อนะ ไม่เช่นนั้นผมก็จะถือว่ามันเป็นเวปขยะหวังฟันค่าหัวคิว หาคนมาต่อเป็นทอดๆเหมือนเดิม)
และที่สำคัญ คุณกล้าเอารายได้ค่าหัวคิวทั้งหมดของคุณเข้าการกุศลไหมหล่ะครับ? เพราะผมจะดูว่า ถ้าเอารายได้จากที่คนเข้ามาดูเวปคุณแล้วเค้าสนใจทำธุรกิจกับคุณ (ซึ่งไม่เกี่ยวกับค่าหัวคิว)ผมจะดูว่ามันจะเวิคไหม?
กล้าหรือเปล่า? ถ้าไม่กล้าก็อย่าตอบแบบแถๆ ok?
เพราะทองจริงมันไม่กลัวร้อนหรอกครับ
March 28th, 2008 at 3:05 น.
แล้วเว็บไซท์ของผมมันใช้ประโยชน์ไม่ได้หรือครับ คุณดูทุกเพจแล้วหรือยัง?
ประโยชน์อยู่ที่คนเขียนเว็บไซท์ให้เกิดประโยชน์นะครับ ในเว็บไซท์ ใช้ Hosting GDI ไม่ได้ทำ Dynamic DNS ประโยชน์ที่ว่าคือประโยชน์เรือ่งอะไรถามชัดนะครับ ถ้าเรือ่งสเปกของ Host ผมบอกไปแล้ว ทำงานอะไรได้บางบอกไปแล้ว แล้วถ้าอยากรุ้อะไรมากขึ้นอ่านที่เว็ฐไซท์ผม ที่หัวข้อ “บริการ GDI” คุณจากเว็บไซท์ของผมแล้วคิดดูว่า มันทำอะไรได้บ้าง แล้วอย่างที่คุณต้องได้ไหม ถ้าคิดไม่ออก ก็ถามผมว่าต้องการทำอะไร
ส่วนเรื่องรายได้ ถ้าคุณทำได้และคุณเป็นทองอย่างที่ว่า ทำให้ผมดูก่อน แบบตรวจสอบได้นะครับ ถ้าคุณทำได้ผมนะทำ
“ทองแท้ไม่การหลอม เหล็กแท้ไม่กลัวการทุบตี”
March 28th, 2008 at 10:09 น.
มีการกล่าวอ้างถึงผมครับ ว่าผมหลอกให้คนอื่นดาวโหลด E Book เพื่อรับค่าคอม
ผมถามหน่อยครับ ว่าคนที่ดาวโหลด E book ของผม เขาเสียเงินมั้ย ? เขาต้องจ่ายตังเพื่อแลกกับ e book หรือปล่าว ?
คำตอบคือ ไม่มีครับ ผมแจกฟรีๆ ดาวโหลดฟรีๆ เลย
แล้วผมหลอกให้ใครไปดาวโหลดครับ คนที่ไปดาวโหลด เขาไปดาวโหลดด้วยความเต็มใจครับ แล้วเขาก็ขอบคุณผมที่
ผมเอา e book มาแจก (กรุณาอย่าทำเป็นไม่เห็นโพสที่ขอบคุณผมนะครับ) คุณค่าที่ได้รับจาก e book มันมีมากกว่าค่าใช้จ่ายมาก ถ้าคิดเป็น ratio ก็ infinity เลยครับ เพราะมันไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลยใน
การดาวโหลดเลย
ผมไม่จำเป็นที่จะต้องเอาไฟล์ไปขึ้นไว้โฮสของผมหรอกครับ ผมสามารถที่จะเอาไปขึ้นไว้ที่ไหนก็ได้ครับ ถ้ามันไม่ทำให้ใครเดือดร้อน หรือ หลอกให้คนอื่นซื้อของห่วยๆ
ผมย้ำอีกทีนะครับ “ถ้ามันไม่ทำให้ใครเดือดร้อน หรือ หลอกให้คนอื่นซื้อของห่วยๆ”
สรุป case ของผมมันเป็น win-win ครับ คนที่ดาวโหลดก็ได้ e book ไปฟรีๆ ส่วนผมก็ได้ทดสอบว่าเขาจ่ายให้เราจริงหรือปล่าว
แล้วกรณีของคุณล่ะ มันเป็นธุรกิจแบบ win-win หรือปล่าว ?
หา downline เพื่อให้เขาจ่ายค่าเช่า $10 (300 กว่าบาทต่อเดือน) แล้วสินค้าก็ห่วย คุณคิดว่าคุณทำถูกต้องมั้ยครับ กับการได้แค่ $1 บนความทุกข์ของคนอื่น
ในแง่ของความเป็นจริง คุณอาจจะหลอกคนอื่นที่เขาไม่รู้ได้ แต่คนที่อยู่ในวงการนี้แค่มองก็รู้แล้วครับว่าคุณต้องการอะไร
ส่วนเรื่อง คนศึกษาสูงทำตัวเยียง คนพาล
ปล่าวเลยครับผมไม่ใช่คนพาล แล้วผมก็เกลียดพวกที่ชอบเอาเปรียบคนอื่นเป็นที่สุด (โดยเฉพาะกับคนไม่รู้) ถ้าคุณบอกว่าคุณเองก็เล่น thaiseoboard คุณคงรู้ดีอยู่แล้วครับว่าผมเป็นคนยังไง
ผมได้สร้าง ตราบาป ให้กับพวกที่ชอบหลอกลวง แบบที่ว่าจะไม่มีทางหากินด้วยชื่อนั้นได้อีกเลย
ลองเอาสมองอันชาญฉลาดของคุณไปวิเคราะห์ดูนะครับ ว่าธุรกิจแบบ win-win มันคืออะไร
March 28th, 2008 at 10:41 น.
คุณ ApolloNic นี่เป็น ผู้ชาย หรือ ผู้หญิงครับ ผมล่ะสงสัยจริงๆ เลย
ผมเห็นใน thaiseoboard คุณใช้ชื่อว่า LinaEngword แล้วก็เอารูปผู้หญิงชาวอังกฤษขึ้น แถม email ก็ใช้ชื่อ Lina.Engword ด้วย
โพสแรกของคุณ ก็โฆษณา เวปขาย อากาศ กับ ความว่างเปล่า ของคุณซะแล้ว
แล้วจะให้คนอื่นเขาเชื่อได้ยังไงครับ ว่าคุณมีความจริงใจ และ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง
แค่มองตาก็เห็นลิ้นไก่แล้วครับ
ส่วนเรื่องโพส ก็โพสให้ตรงประเด็นด้วยนะครับ เห็นข้อความแล้ว ผมบอกตรงๆ เลยนะครับ ว่าผมขี้เกียจอ่านเพราะมันไร้สาระ แล้วก็ มีแต่น้ำ กับ โฆษณาเวปของคุณ
สุดท้ายนี้นะครับ
การหลอกลวงคนอื่น การทำเงิน บนความทุกข์ของคนอื่น คำสาปแช่งมันจะทำให้คนๆ นั้นไม่เจริญ พวกใฝ่ในธรรม น่าจะรู้ดีนะครับ เรื่องกฏแห่งกรรม เห็นบางคนโพสไว้ซะดีเลย สุดท้ายก็ดีแต่ปาก
March 28th, 2008 at 12:14 น.
เรียนคุณ truth (bukhumnoi@thaiseoboard)
Lina Engword เด็กผมเองครับเขาเอาโพสที่กระทูร่วมลิ้งที่เขาอนุญัติให้ลง
สิ่งที่คุณแจกอีบุกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับโจรหรอกครับ เอาของที่เขาขาย แต่คุณมาแจกโดยเจ้าของไมได้รับอนุญัติให้ผู้อื่นถือว่าละเมิตสิทธิ์นะครับ ถ้าคุณเป็นผู้เขียน หรือผู้ขายคุณจะคิดอย่างไร
ผมพูดตามความเป็นจริง เกี่ยวกับ GDI กับผู้ที่สนใจ ไม่จำเป็นต้องหลอกเพราะ ถ้าเขาทำได้หรือไม่ผู้ทำรุ้อยุ่แต่ใจ ผมไม่เคยการันตีรายได้ใคร และไม่โชร์รายได้ให้ในทีสาธารณะ ทุกคนที่ทำเต็มใจที่จะจ่ายเงิน เพระคุณสมัครแล้วฟรีโดนไม่จ่ายได้ลองได้อยุ่แล้ว คุณเอาบัตร เดบิตในไทยสมัครได้ พวก VISA Electron เพราะหักเงินไม่ได้อยุ่แล้ว แล้วคนที่จ่ายต่อและใช้ต่อหมายถึงเขาโดนหลอกหรือ? ในเว็บไซท์ผมก็มีแนะนำให้สมัครด้วยวิธีนี้ มั่นใจจริงว่าจะใช้ หรือจะ Affiliate ก็ค่อยจ่ายจริงๆ ตามความสมัครใจ ถ้าคุณทุกใครหลอกมาก็ไปแจ้งความนะครับ
PS. Ego คือ Eโง้ ของทุกคน
March 28th, 2008 at 12:18 น.
ขอฝากธรรมะไว้นิดนะครับ ถ้าไม่มีใจไฝ่ธรรมอย่าอ่านนะครับ เดี๋ยวตายก่อนวัยอันควร
ผู้มี โมหะ มาก ย่อมตาย เพราะโรค
ผู้มี โทสะ อกุศล มาก ย่อมตาย เพราะ ศาตราย์วุธ
ผู้มี โลภ อกุศล มาก ย่อมตาย เพราะความอดอยาก
March 28th, 2008 at 12:20 น.
บอกก่อนนะครับ ตอนนี้ Blog เริ่มกลายพันธุ์อีกแล้ว ผมได้เริ่มนะครับ พิจารณากันเองนะครับ ผมเชื่อว่าทุกคนมีปัญญา ของตน
March 28th, 2008 at 12:43 น.
ขำครับ ขำมาก “Lina Engword เด็กผมเอง” แถวบ้านผมเขาเรียกว่า แก้ตัวไม่ขึ้น ครับ
อย่าลืมนะครับว่าผมไม่ใช่คนเดียวในบอร์ดที่แจก ebook และสิ่งที่ผมแจกมันก็สร้างประโยชน์ให้กับใครอีกหลายๆ คนครับ
แล้วก็ ebook ที่ผมแจกมันสร้างความเดือดร้อนให้ใครมั้ยครับ ? คนอื่นต้องเสียเงินซื้อ ebook ผมหรือปล่าว ?
กลับมามองดูที่ตัวคุณเองมั่งครับ คุณหลอกขายสินค้าห่วยๆ ในราคาที่แสนแพง ให้คนที่เขาไม่รู้ แล้วเขาเหล่านั้นได้อะไรครับ คุณมีคำตอบให้ผมหรือปล่าว ?
ถ้าจะบอกว่าผมเป็นโจร ให้ลองมองดูตัวเองนะครับ คุณเองก็ไม่ต่างอะไรกับนักต้มตุ๋นหรอกครับ หวังแค่จะได้ส่วนต่างแค่ $1 ผมเห็นแล้วมัน ทุเร… หน่ะครับ
โมหะ หรือครับ ผมไม่มีสักนิดเลยครับ
ผมกลับขำในความหน้าด้า… ของคุณมากกว่า แก้ตัวน้ำขุ่นๆ
สุดท้ายนี้ สำหรับพวกที่ชอบหลอกลวงนะครับ คำสาปแช่งมันจะทำให้คุณไม่เจริญ
March 28th, 2008 at 13:00 น.
เรียนคุณ truth (bukhumnoi@thaiseoboard) อีกครั้ง
คุณว่าผมถูกหลอกให้ทำหรือปล่าว GDI ได้หลวกให้คนอื่นๆ บนโลกนี้ทำหรือปล่าว ตลอดระยะเวลา ร่วม 10ปี มานี้ GDI จ่ายจริงจ่ายตรง ตามข้อตกลง ให้บริการจริงตามข้อตกลง ผมและหลายๆคนก็ได้รับเช่นนั้น
ผมกับ GDI ไม่มีนโยบายจะไปหลอกลวงใครอยู่แล้ว แต่ Affiliate คนอื่นๆ ไม่แน่นะครับ ถ้าใครโดนหลอกก็ขอให้ดำเนินคดีไปเลยนะครับ พวกมิจฉาชีพจะได้หมดไป ส่วนคุณจะสนับสนุนเว็บโป้ หรือจะขโมยของใครมาแจก ก็เรื่องของคุณ ส่วนผมจะทำธุรกิจ GDI ก็เรื่องของผม ผมไม่ได้ทำผิดศิลธรรม หรือกฏหมาย ผมถือว่าผมให้ความรู้ และโอกาสไปพร้อมกับธุรกิจ ผมไม่ทำงานการกุศล 100% ถ้าใครคิดอะไรที่สุดโต่งก็คิดใหม่นะครับ โลกใบนี้ไม่ได้มี 2 ทาง หรือ ดี กับเลว มันมากว่านั้น คิดแบบ ไบนารี่ (ทวีลักษณ์ ฐานสอง)มันมีหลายแบบมากดังนั้น มันไม่มีอะไรจะสมบูรย์แบบ หรือดีสุดๆ ได้เสมอ และเลวสุดๆ ก็เช่นกัน มันเป็นแบบนั้นเสมอ
ใครจะทำงานก็ย่อมหวังผมทั้งนั้นแต่หวังในรูปไหน?
แล้วสิ่งที่ทำมันให้อะไรที่ต้องการหรือไม่?
แล้วมีผลในด้านกลับอย่างไร?
ทำความเข้าใจกับชีวิตคุณให้มากหน่อยนะครับ อย่าพัฒนา แต่ IQ นะครับ Q อื่นพัฒนาบางชาติจะได้เจริญกว่านี้ มองอะไรได้กว้าง หลากหลาย ขึ้นกว่านี้ ความเป็นกฏกู หลักกูจะมีน้อยลง แล้วยึดในหลักที่เป็นธรรม แทน
ฝากเท่านี้แหละครับด้วยความรัก
March 28th, 2008 at 13:24 น.
เรียนคุณ truth (bukhumnoi@thaiseoboard) อีกครั้ง2
“โมหะ หรือครับ ผมไม่มีสักนิดเลยครับ”
จากประโยชน์ด้านบนนี้ มันบอกครับ มันบอกว่าคุณกำลังโชร์ความ noob +ความเกรียน (ศัพท์วัยรุ่น) ของคุณอยู่ คุณพิสูจน์ได้ไหม ถ้าคุณไม่มี โมหะ เลย แล้วจริงผมจะไปกราบคุณ แล้วยกคุณเป็น อริยะบุคคล
ดันนั้นคุณ แปลให้ผมอ่านหน่อยซิครับ โมหะ แปลว่าอะไร?
แปลไม่ได้ถาม Google นะครับ มีคำตอบ
March 28th, 2008 at 14:13 น.
“ใครจะทำงานก็ย่อมหวังผมทั้งนั้นแต่หวังในรูปไหน?”
555 ในที่สุดก็ยอมรับแล้วใช่มั้ยครับ เป็นผู้ร้ายปากแข็งอยู่ซะนานเลยนะครับ
ความ noob +ความเกรียน
ผมว่าอันนี้คุณรับไปเต็มๆ เลยนะครับ คุณไปอ่านบทความของคุณ อภิศิลป์ อีกรอบแล้วมาตอบให้ได้ครับว่าสินค้าที่คุณขายอยู่นี้ มันดีกว่าสินค้าอื่นยังไง
หัดยอมรับความจริงบ้างนะครับ ไม่ใช่เอาแต่มุดหัวอยู่แต่ในกะลา พูดจาไม่รู้เรื่อง
ผมละสงสารคุณจริงๆ เลยนะครับ ผมเข้าใจว่าคุณหลงผิดเข้าไปในวงจรแล้ว ออกมาไม่ได้ คุณก็เลยทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้ได้เงินในส่วนนั้นกลับมา
ลูกนกเอ๋ย เจ้ายังต้องเรียนรู้อีกเยอะนะ
March 28th, 2008 at 16:03 น.
เรียนคุณ truth (bukhumnoi@thaiseoboard)
คุณคงไม่อ่านข้อความที่ผมเขียนจริงๆ ผมไม่เคยบอกเลยว่าผมไม่หวังผลอะไรเลย ผมบอกไปว่าผมต้องการอะไร และผมก็อธิบาย สรุปไปแล้ว GDI ดีกว่า Google Apps อย่างไร
คุณยังแถไปเรื่อยเพื่อการโจมตี เพื่อประโยชน์อะไรของคุณ
ข้อความต่างๆ ของคุณมันบอกถึงความเกรียนอยู่แล้ว รูปแบบประโยชน์ที่ใช้สื่อไม่ต่างจากเด็กมัธยม เพื่อที่จะเอาชนะเท่านั้น ไม่อะไรเลยให้เกิดปัญญาเลย มีแต่ โมหะในอารม และความคิดของคุณ คุณมีแต่ด่าและดูถูกคนโน้นคนนี้ สุภาพชนไม่ทำกันนะครับ ผมปริญญาโท ของคุณไม่ได้ช่วยอะไรคุณได้เลย
เตรียมรับผมกรรมของคุณต่อไปนะครับ ผมจะดูต่อไป อิอิ
March 28th, 2008 at 16:10 น.
อีกเรือ่งผมถอนทุนพร้อมกำไรใน 7 วันแรกที่ผมทำ แต่ผมอยากให้หลายคนทำได้แบบผม และอยากทำสำเร็จใน GDI ตามแผนที่เขามี อยากจะพิชิตตรงนั้นให้ได้ ผมมีวิธีที่ให้ใช้ฟรีในเดือนแรก แถมเงินอีก $5 โดยไม่ต้องแนะนำคน แต่สำหรับคุณผมไม่ให้หรอก
March 28th, 2008 at 16:31 น.
ขอบคุณข้อความคุณ พ่อหนุ่ม นะครับ
ขอภัยผมพึ่งได้อ่าน มันพึ่งขึ้น หรือ เครื่องผมพึ่งแสดง
ไม่ได้เอาไปแลกกับเขาหรอกครับ แต่ผมกำลังสอนให้เขาเข้าใจเท่านั้น ว่าโลกไม่ได้มีให้เขา และพวกเขาอยู่เท่านั้น
March 28th, 2008 at 16:48 น.
เบี่ยงเบนประเด็นอีกแล้วนะครับ คุณจะโม้อะไรอีกมันก็เรื่องของคุณ เพราะว่าความน่าเชื่อถือในตัวคุณมันไม่มี ผมเห็นคุณพูดมาหลายเรื่องแล้วหลักฐานไม่มีสักอย่าง กรุณาอย่าดีแต่ปากนะครับ
ผมบอกให้คุณไปอ่านบทความของคุณ อภิศิลป์ อีกรอบแล้วมาตอบผมให้ได้ว่าสินค้าที่คุณขายอยู่นี้ มันดีกว่าสินค้าอื่นยังไง
ปัจจุบันคุณยังหาข้อดีของมันไม่ได้เลย แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าคุณอื่นเกรียนอีกนะ หัดมีความละอายบ้างนะครับ
เห็นคุณพูดเรื่องการศึกษามาหลายรอบแล้ว ทำไมครับ อิจฉาผมเหรอ พูดอยู่นั่นแหละ มันน่ารำคาญ อยากมีความรู้สูงๆ ก็ไปเรียนเอาซิครับ ถ้ามีปัญญาเรียน
ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่เรื่องของการศึกษา ประเด็นมันอยู่ที่เรื่องของคุณภาพของสินค้าที่จะขาย มันคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปหรือปล่าว
ซึ่งปัจจุบันตัวคุณเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ดีแต่แก้ตัวน้ำขุ่นๆ พูดนอกประเด็นไปเรื่อย
ส่วนเรื่องธุรกิจกินหัวคิวบนความทุกข์ของคนอื่น ผมไม่เคยสนใจเลยครับ
ส่วนให้ฟรีๆ $5 นี่ ผมไม่รับของโจรครับ
March 28th, 2008 at 16:49 น.
หนุ่มเอ๋ย กลับบ้านเถอะลูก อย่ามัวไประรานคนอื่นเขาเลย มัวแต่นั่งเล่นคอม ไม่ยอมมาช่วยพ่อขายขนมครกบ้างล่ะลูก กลับมาเถอะพ่อรออยู่
March 28th, 2008 at 17:19 น.
คุณ truth ค่อนข้างจะหงุดหงิดนะครับ ใจเย็นไว้ครับ คุณภาพสินค้าดีไม่ดีมันอยู่ที่ความพอใจของผู้บริโภคครับ ใครไม่พอใจคงไม่ว่ากัน ใครพอใจก็ใช้ครับ แล้วแต่ demand ถ้ามีอะไรดีกว่าก็ไปทำเลยครับ อย่ามัวเอาความรู้มาสู้กันอยู่เลยครับ เรียกว่าเอามาเล่าสู่กันฟังดีกว่า ส่วนพิ้นฐานด้านความรู้ไม่ต้องเอามาบอกก็ได้ครับ บางครั้งก็อาจใช้ไม่ได้บางสถานการณ์ อย่างผมผมเรียนป เอกครับ แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นกหลอกครับ โลกนี้ยังมีอะไรต้องรู้อีกมาก ผมเห็นด้วยกับคุณ ApolloNic นะครับ เขาทำได้ และมีแนวคิ ดค่อนข้าง OK ระดับนึง คงไปว่าเขาไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้ตอบด้วยอารมณ์ครับ เขาทำได้ก็เป็นสิ่งดีครับ ธุรกิจนี้ก็ดีช่วยให้เกิดรายได้ครับ แต่การทำธุรกิจจะกินหัวกันไหม คงอยู่ที่แนวคิดแต่ละคน บางคนอาจมีประสบการณ์ไม่ดีจากนายจ้างที่กดค่าแรงทุกวัน ก็อาจเอามาคิดครับว่าธุรกิจแนวนี้กินหัว นั่งขี่คอกันแน่ครับ เปิดใจให้กว้างครับ คนที่เขาทำดีก็มีมาก อย่าเหมาว่าแย่ไปซะหมดสิครับ ประเด็นจริง ๆ อยู่แค่ที่สินค้าเท่านั้นครับ
March 28th, 2008 at 17:25 น.
เรามาดูวิธีการ SPAM เวปบอร์ดของ ApolloNic กันนะครับ
คุณ อภิศิลป์ ช่วยลบ hotlink ออกด้วยนะครับ
http://www.haarai.com/promoteweb/index.php/_get_dalink/detail/_postid_/5f923
webboard.siamza.com/view.php?id=126878&cat=3
webboard.siamza.com/view.php?id=126871&cat=19
bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=D11796
http://www.jamsai.com/story/story.aspx?StoryID=74184
อันสุดท้ายนี้เด็ดครับ ปลอมตัวเป็นผู้หญิงไป SPAM เว็ปบอร์ดเขาครับ
ความคิดเห็นที่ 20 ลองเข้าไปอ่านดูครับ
Username : manita7177
ชื่อเล่น : แนน
เพศ : หญิง
วันเกิด : 01/01/2530
ขายหน้าจริงๆเลยย มีข้อแก้ตัวอะไรอีกมั้ยครับ
ปากบอกว่าไม่เคยทำเรื่องแบบนี้ หลักฐานก็เห็นๆ กันอยู่ ทำไปได้
อันนี้ผม snapshot เก็บไว้เป็นหลักฐานนะครับ
http://www.skoolly.com/show.php?id=a610c38598ebc2d3.jpg
น่าละอายจริงๆ
March 28th, 2008 at 18:30 น.
ไอ่พ่อหนุ่ม พ่อผมเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน กรุณาให้เกียรติกันบ้าง
ตั้งชื่อล็อกอินให้มันสมควรหน่อย
พ่อผมไม่ใช่ของเล่นนะครับ
และผมก็ไม่ใช่ลูกหรือเพื่อนเล่นของคุณ!!!!!!!!!!!!!!
คนมีการศึกษาเค้าไม่ทำกริยาแบบคุณหรอก
และถ้าคุณยังไม่เปลื่นชื่อล็อกอิน เด๋วได้เจอดีกันแน่
March 28th, 2008 at 19:38 น.
ไม่รู้ว่าคุณหนุ่ม โกรธเดือดดาลไปทำไมนะครับ ผมชื่อของผมอย่างเนี่ย ทำไมคุณต้องหนักใจด้วยครับ แสดงว่าใครชื่อนี้ก็ผิดหมดสิครับ แป๊ปเดียวคุณก็ทำกิริยาออกอันธพาลซะแล้ว นี่แหละจะได้รู้ว่าคุณหรือคุณ apollonic ใครกันแน่ที่เป็นปัญญาชน อย่ากินปูน เดี๋ยวจะร้อนท้องนะครับ ค่อย ๆ พูดกันก็ได้ เนี่นเหรอครับ แนวคิดคนที่จะทำธุรกิจเพื่อไปทำการกุศล ผมว่าคุณน่าไปสมัครเล่นการเมืองจังนะครับ เฮ้อ สงสารประเทศชาติ
March 28th, 2008 at 20:09 น.
อีกนิดครับ ผมทำทุกอย่างตามปัยญาชนทุกประการครับ ยกเว้นไว้แต่พวกที่ไม่สมควรเท่านั่นแหละครับ พวกนี้จะคิดไปเองทุกเรื่อง เป็นเรื่องไปหมด
March 28th, 2008 at 22:25 น.
ไอ่พ่อหนุ่ม แล้วประโยคที่คุณพิมพ์ว่า “หนุ่มเอ๋ย กลับบ้านเถอะลูก อย่ามัวไประรานคนอื่นเขาเลย มัวแต่นั่งเล่นคอม ไม่ยอมมาช่วยพ่อขายขนมครกบ้างล่ะลูก กลับมาเถอะพ่อรออยู่”
โทษทีเหอะ ให้เด็ก ป.3มาดูมันก็รู้ว่าคุณกำลังเสียดสีผมอยู่
ถ้าคุณนิสัยตุ๊ดนิสัยกระเทยก็คงจะแถได้อีกใช่ไหม?
ผมรู้ว่าคุณจงใจจะเสียดสีผม โดยการใช้ชื่อล็อกอินที่เหนือหัวผม นั่นคือพ่อของผม
และประโยคขั้นต้นนั้นก็แสดงว่าคุณจงใจด่าและเสียดสีผม ที่หาว่าผมไปละลานโดยการใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งถ้าคุณเป็นลูกผู้ชายจริง ก็ด่ากันตรงๆเลยดีกว่าครับ อย่ามาทำนิสัยตุ๊ด นิสัยผู้ชายมีกระดอไว้เยี่ยวเฉยๆเลย เสียชาติเกิดหมด
พฤติกรรมแบบคุณนี่ หาได้ทั่วไปและมากมายใน http://www.pramool.com ที่เที่ยวไปเอาพ่อแม่มาล้อเล่นกัน
มันเป็นพฤติกรรมที่เรียกว่า “เกรียน” ซึ่งคุณก็บอกว่าคุณมีการศึกษา แต่ผมไม่เห็นว่าคุณจะมีนิสัยเยี่ยงผู้มีการศึกษาตรงไหนเลย เอาพ่อผมมาเป็นเครื่องมือคุณในการเสียดสีผม ผมว่าพฤติกรรมของคุณมันต่ำทรามยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานซะอีกนะครับ
ถ้าคุณมีนิสัยเยี่ยงนี้อีก ชาติหน้าก็ไปเกิดเป็นกระเทยแล้วหากระโปรงใส่ซะนะครับ จะได้สมใจอยากในนิสัยและสันดารของคุณ
March 28th, 2008 at 22:34 น.
อีกครั้งหนึ่ง กับประโยคนี้ “หนุ่มเอ๋ย กลับบ้านเถอะลูก อย่ามัวไประรานคนอื่นเขาเลย มัวแต่นั่งเล่นคอม ไม่ยอมมาช่วยพ่อขายขนมครกบ้างล่ะลูก กลับมาเถอะพ่อรออยู่”
โทษทีนะ คุณพ่อหนุ่มพิมพ์ให้ใครอ่านครับ?
ถ้าคุณเป็นพวกตุ๊ดกระเทย หรือผู้ชายหน้าตัวเมียที่มีกระดอไว้เยี่ยวเฉยๆก็คงจะตอบผมว่า ไม่รู้เว้ย ใครอยากรับก็รับไปใช่ไหม? ซึ่งในบร์ดนี้ คุณใช้ชื่อว่า “พ่อหนุ่ม” และผมชื่อว่า “หนุ่ม” และประโยคนี้คุณกำลังเรียกลูกคุณอยู่ ซึ่งมันหมายถึงผม เพระฉะนั้นคุณกำลังก้าวล้ำความเป็นส่วนตัวของผมอยู่
แต่ถ้าคุณจะแถต่อไปว่า ผมเรียกลูกผมจริงๆ อันนี้ผมขอถามหน่อยเหอะว่า ใครมันจะไปเชื่อคุณ?? ลูกคุณมาเห็นด้วยเหรอ 55555 ขำมาก
เอางี้ๆ ผมโกรธมากที่มีคนเอาพ่อผมมาล้อเล่น เอาเป็นว่า คุณพ่อหนุ่มลงเบอร์ไว้ เรามีเรื่องต้องเคลียกัน เคลียกันแบบลูกผู้ชายนะครับ หมายถึงอะไรคงรู้ดี ลงเบอร์ไว้แล้วผมจะติดต่อกลับไป กรุณาฟิตร่างกายไว้ให้พร้อม เพราะผมจะจองค่ายมวยไว้ให้ เพาะในเวทีมวย ชกกันตายไม่มีความผิด
March 28th, 2008 at 22:38 น.
ปล. นิดหนึ่ง ถ้าคุณพ่อหนุ่มเป็นลูกผู้ชายก็ลงเบอร์ไว้ หรือถ้าเป็นตุ๊ดเป็นกระเทยหรือผู้ชายหน้าตัวเมียมีดอไว้เยี่ยวก็แถ+ไม่กล้าลงเบอร์ในบอร์ด
เพราะว่าผมโกรธมากที่คุณเอาคุณพ่อของผมที่เสียชีวิตไปมาล้อเล่น
ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้ แต่ถ้าลูกกระเทยก็แอบตีหัวแล้วไปหลบหลังบ้าน
เท่านี้แหล่ะ และผมก็ไม่ใช่เกรียน แต่ผมทนไม่ได้ที่จะให้ใครมาเอาบุพการีผมล้อเล่นแบบนี้ หวังว่าคุณที่ผ่านมาอ่านคงเข้าใจผม
March 28th, 2008 at 23:23 น.
จากข้อความที่โพสข้างบน
“อย่างผมผมเรียนป เอกครับ แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นกหลอกครับ โลกนี้ยังมีอะไรต้องรู้อีกมาก”
“ผมเห็นด้วยกับคุณ ApolloNic นะครับ เขาทำได้ และมีแนวคิ ดค่อนข้าง OK ระดับนึง คงไปว่าเขาไม่ได้”
“เพราะเขาไม่ได้ตอบด้วยอารมณ์ครับ เขาทำได้ก็เป็นสิ่งดีครับ ธุรกิจนี้ก็ดีช่วยให้เกิดรายได้ครับ”
จริงๆ แล้วถ้าลองสังเกตุให้ดีๆ นะครับ 2 คนนี้ (Apollonic กับ พ่อหนุ่ม)มีลักษณะการพูดที่คล้ายกันมากเลย ชอบพูดเรื่องเกี่ยวการศึกษาและปัญญาชนเหมือนกัน
ผมกล้าฟันธงได้เลยครับว่าสองคนนี้คือคนเดียวกัน
ผมไม่รู้นะครับว่าคุณมี ปมด้อย อะไรหรือปล่าวถึงชอบพูดเรื่องการศึกษากับปัญญาชน ผมเองก็นึกสงสารคุณอยู่เหมือนกันนะครับ คุณคงถูกดูถูกเหยียดหยามมาเยอะ อย่าพยายามทำตัวให้ดูดีเลยนะครับ มันไม่เหมาะกับคุณ
ผมเคยบอกแล้วใช่มั้ยครับ ว่าไอพวกที่หลอกลวงคนอื่น คำสาปแช่งมันจะทำให้ไม่เจริญ แล้วเป็นไงครับ เป็นจริงอย่างที่ผมพูดมั้ยล่ะ
March 29th, 2008 at 1:45 น.
คุณหนุ่ม น่าจะมาจากแถวสนามเวทีมวยนะครับ เลยสะกดคำว่า สุภาพชนไม่ถูก ไม่ควรใช้คำพูดหยาบคายครับ มันไม่ดี ทุกคนคงเห็นนะครับว่า ใครกันแน่ที่เป็นสุภาพชน อ้อ แล้วถ้าคุณหนุ่ม อยากจะไปหากะเทยนะครับ ผมแนะนำ ไปที่สีลมหรือพัฒนพงศ์เลยนะครับ สะดวกที่สุด อยากได้เบอร์อะไรแจ้งพวกเขาได้ ครับ
ตอบ คุณ truth คุณเดามั่วมากครับ ผมไม่ใช่คนเดียวกับคุณ apollonic ครับ ผมสับสนุนเขาเพราะเขาเป็นสุภาพชนต่างหากครับ อย่าหลอกตนเองเลยครับ คุณ truth หลอกคนอื่นหลอกได้ แต่หลอกตัวเองหลอกยากครับ เฮ้อ !! ผมซะอีก สังเกตุมานานครับ ว่าคุณกับคุณหนุ่มน่าจะเป็นพวกเดียวกัน เพราะชอบสาดโคลนธุรกิจคนอื่น แต่ผมไม่ฟันธงครับ เพราะคุณสุภาพชนกว่า คุณหนุ่ม มากกก แต่ช่วงหลังคุณชักหลงประเด็นไปหน่อยครับ ประเด็นก็แค่สินค้า ยัง ไม่จัดว่าดีคุ้มกับเงิน 10$ แค่นั่นครับ ไม่ควรว่ากล่าว หรือสาปแช่งคนที่เขาพยามมาอธิบายธุรกิจนี้ให้คุณฟังครับ (แม้ว่า เขาอาจจะออกนอกประเด็นไปบ้าง แต่คุณ ก็ออกเหมือนกัน) ผิด แล้วอภัยให้กันครับ ไม่ควรว่ากล่าวกัน
March 29th, 2008 at 7:36 น.
คำตอบของคุณยิ่งทำให้ผมมั่นใจครับ ว่าคนเดียวกันแน่นอน
ว่าแต่พอเวลา พ่อหนุ่ม มาตอบนี่ ApolloNic หายไปเลยนะครับ ไม่ทราบว่าผลัดเวรกันมาทำงานหรือปล่าวครับ
ไหนล่ะครับคำตอบว่าธุรกิจฟันหัวคิวนี้มันดีกว่าวิธีอื่นยังไง ปัจจุบันก็ยังไม่มีคำตอบ มีแต่คำตอบอะไรก็ไม่รู้ไร้สาระ
การอ้างถึงพ่อคนอื่นเป็นนัยๆ คุณอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่สนุก ผมเข้าใจว่าเด็กๆ อย่างคุณ คงไม่คิดอะไรเพราะคุณ ไม่มีปัญญา พอที่จะคิดถึงเรื่องความเหมาะสม และ ความถูกต้อง ในวัฒนธรรมไทย
ถ้าทำแล้วสบายใจ มีความสุข เห็นเป็นเรื่องสนุก ก็ทำต่อไปเถอะครับ
March 29th, 2008 at 10:45 น.
ไอ่พ่อหนุ่ม ที่แท้ก็ตุ๊ด ไปหากระโปรงใส่ซะนะ
อ่อเรื่องมารยาทน่ะครับ คุณพ่อหนุ่มบอกว่ามีการศึกษา แต่คุณไม่มีมารยาทเลย
ในบอร์ดอื่นคุณตั้งชื่อไปเหอะว่า พ่อหนุ่ม แต่ในบอร์ดนี้มันไม่สมควร!!
และคุณก็ยังไม่ตอบคำถามผมเลย ตอบมาก่อนดิ
March 29th, 2008 at 15:20 น.
พ่อหนุ่มครับ เบอร์086-6398326
และก็ 136/4 เทอดไท33 ตลาดพลู ธนบุรี กรุงเทพฯ
เตรียมตัวไว้ให้ดีนะครับ เอาพ่อผมมาเล่นไว้มากผมไม่ชอบนะครับ ระวังนะครับ
March 29th, 2008 at 15:24 น.
อ่อ คุณ MacroArt รบกวนช่วยเช็คไอพี ไอ่พ่อหนุ่ม และ Alpolonic หน่อยนะครับ ว่ามาจากวงเดียวกันหรือเปล่า หรือมีแนวโน้มว่าจะมาจากที่เดียวกัน ถ้ามาจากที่เดียวกัน อันนี้สวยแน่
March 29th, 2008 at 16:28 น.
“เพราะคุณต้องการคำตอบ เดียวจะกล่าวหาว่าไม่ตอบ เพราะอย่างนั้นอย่างนี้
ที่เลิมนอกเรื่องก็เพราะ คำถามจากพวกคุณนั้นแหละ ผมก็มาตอบแทน GDI และคนทำ GDI คนอื่นๆ
ถ้ามันไร้สาระ มันก็เริ่มจากสิ่งที่พวกคุยถาม แต่มันดันมีคำตอมแล้วพวกคุณรับไม่ได้มันจึงไร้สาระ หรือว่าไม่จริงครับ
แล้วมีถามแบบตรงประเด็นที่ว่าไม่ครับ มีแต่คำถามที่เป็ฯการตั้งขอกล่าวหาดังนั้นจำเป็นต้องตอบ ok นะครับ”
คุณ ApolloNic ไอคำตอบที่ผมรับไม่ได้ผมยังไม่ได้พูดเลยนะครับ อย่า เออ ออ เอง แล้วที่คุณตอบนะมักจะตอบแบบน้ำๆนะครับ เข้าใจไหม
แล้วที่ว่าผมถามไม่ตรงประเด็นเลยออกไปนอกเรื่องนะไม่มีนะครับ ผมพยามพูดถึงตัวสินค้าตลอด แต่ที่คุณมากล่าวถึง ธรรมมะอะไรของคุณนะผมไม่เคยถามครับ แล้วสารพัดที่คุณจะพรรณาธรรมชาติชีวิตอะไรของคุณอีก ผมไปถามตอนไหนหรือครับ
ถ้าตอบแบบ บริษัทนี้เป็นแบบนี้แบบนั้น ผมเข้าใจครับ แต่ที่คุณแถมมาคุณพิมพ์มาเองทั่งนั้นแล้วมาบอกว่าผมรับไม่ได้เลยบอกว่าไร้สาระ อันนี้คุณคงต้องไปพิจารณาเองแล้วนะครับเพราะไม่ใช่มีผมคนเดียวที่บอกว่ามัคำตอบของคุณมันนอกประเด็น
March 29th, 2008 at 16:38 น.
ที่ผมมักจะถามหรือพูดถึงนะ คือ
จ่าย 10$ แลกกับสิ่งที่ได้คือ ? ทำอะไรได้บ้าง กินหัวคิวรึเปล่า คุ้มจริงหรือ จุดเด่นของสินค้าเมื่อเทียบกับตัวอื่นละ
ธุรกิจแบบนี้มันควรจะมีทั้งผู้ที่ทำธุรกิจและผู้บริโภค แล้วผู้บริโภค เอาไปทำอะไร จดโดเมน อยากได้เว็บไปทำอย่างอื่น ตัวอย่างละ ที่ไม่ใช่เอาหาคนต่อๆๆ ไม่รู้จบ ไหนครับ
อย่ากินปูนร้อนท้องครับ ถ้ามันดีจริงคุ้มจริงผมก็เห็นดีด้วยแต่เท่าที่ทราบยังไม่เห็นครับ แต่ที่คุณยกมาตอบผมนั้นแล้วเหมาว่าผมรับไม่ได้เลยบอกว่าไร้สาระ นั่นเพราะคำตอบของคุณเองหรือเพราะคำถามของผมและคนอื่นๆกันแน่
March 29th, 2008 at 22:27 น.
คุณหนุ่มครับ ลอง search google โดยพิมพ์คำว่า apollonic ดูนะ แล้วจะเจอทีเด็ดครับ ลองดูผลการค้นหาหน้าแรกดีๆ จะมีสิ่งที่คุณต้องการหาอยู่
March 29th, 2008 at 22:35 น.
เอ… ว่าแต่คุณ apollonic ไม่ยอมเข้ามาตอบเลยนะครับ หายไปไหนก็ไม่รู้ หรือว่าศึกษาธรรมะมากไปจนขำไม่ออกครับ
อย่าเล่นเกม lineage2 มากไปนะครับ โตๆ กันแล้ว ยังมานั่งเล่นเกมอีก ผมว่าไปศึกษาธรรมะยังมีประโยชน์กว่านะครับ
ผลการค้นหาใน google เห็นมีอยู่เวปนึงไป spam webboard เขาแถมยังใช้ชื่อผู้หญิงอีก ทำไปได้
March 29th, 2008 at 22:46 น.
ขอบคุณมากครับคุณ truth
ผมก็นึกอยู่แล้วว่าแบบนี้มันต้องเป็นพวกเกรียนแน่นอน
เกรียน ลินเอจ2นี่เอง
แล้วมีการเอาพ่อผมมาล้อเล่น เอาเหอะได้ที่อยู่กับเบอร์โทรแล้ว เด๋วมีปัญหาแน่ไอ่พ่อหนุ่ม
บุพการีเราควรเอาไว้เหนือหัว แต่ไอ่เดรรัจฉานนี่กลับเอาพ่อคนอื่นมาเล่นแบบไม่ได้รู้เลยว่าบาปนรกมีจริง
March 29th, 2008 at 23:04 น.
รอ ip จากคุณ อภิศิลป์ เป็น จิ๊กซอ ชิ้นสุดท้ายครับ
จากที่ผมได้ search google ผมก็พึ่งรู้นะครับว่าเว็ป sanook เขาต้องใช้ชื่อจริงในการลงโฆษณา (ว่างๆ ไปลงโฆษณาบ้างดีกว่า)
March 30th, 2008 at 0:33 น.
สวัสดีครับ
ผมพึ่งกลับมา ไปดูที่มา ยังไงไหนกลายเป็นกล่าวหาว่าผมด่าพ่อใครหรอครับ ที่อยู่ที่ติดต่อผมไว้ที่เว็บไซท์ผม เพราะต้องการความเปิดเผยและโปร่งใสในธุรกิจ
เรียนคุณ ผ่านมาดู ผมไม่ได้ตอบคุณ ในประโยคที่คุณอ้าง แต่ต้องขออภัยต้องทำให้คุณเข้าใจผิด เพราะผมตอบคุณ truth (bukhumnoi@thaiseoboard)
ส่วนเรื่องเกม เด็กผมเล่น คน ที่ชื่อ Lina Engword นั้นแหละครับ เป็นไปได้ที่จะเอาลงในเว็บไซท์เกม ผมทำร้านเน็ตด้วย ดังนั้น เกมมันเป็นส่วนในธุรกิจของผม ผมให้เขาดูแล เขาไม่คุยธุรกิจนะครับ เขาคุยไม่เป็น แต่เขาช่วยแนะนำ หรือช่วงลงตามบอร์ดที่ให้ลงได้ ส่วนเขาจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเรอื่งของเขาไม่ใช่สิทธิ์ที่ผมจะตอบขออภัยนะครับ เพราะเขาไม่เกี่ยวในที่นี้
จากหลายๆ โพสที่ผ่าน ผมว่าคงตรงหยุดตอบ เพราะคำตอบได้มีหมดในที่นี้ ส่วนใครจะคิดอย่างไร ทางไหน + หรือ – หรือ กลางๆ ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคนนะครับ ต้องเคารพสิทธิ์ของเขา เพราะโลกใยนี้ไม่ได้มีไว้ให้เราอยู่คน
ส่วนผมกับ คุณผมหนุ่ม ผมไม่รู้จักเขาเลยนะครับ เจอกันที่ Blog นี้นะ ส่วนคุณจะคิดอย่างไรกันก็แล้วแต่นะครับสิทธิ์ของคุณ ส่วนคิดว่าผมไปด่าพ่อใครแล้วกล่าวหาผมอีกก็ดำเนินคดีมาได้ครับ แต่ถ้าไม่เป็นความจริงคงรู้นะครับว่า คุณจะเป็นอย่างไรทางกฏหมายถ้ายังจำกันได้ในสมัยเรียน
แต่เท่าที่ดูมานะครับ คุณ truth (bukhumnoi@thaiseoboard) กับ คุณ หนุ่ม มีเจตนา จะทำลาย GDI จริงๆ พวกคุณจะไม่ก็เป็นไรครับ ผมไม่ได้จะดำเนินคดีกับพวกคุณ แต่ผมกรรมในการให้ร้ายผู้อื่น จะเป็นอย่างไรก็หาอ่านได้ตามเว็บไซท์ พุทธศาสนา ได้ทั่วไปนะครับ
การมาของผม ณ Blog นี้ นะครับ (อยากเล่าให้ฟัง ถ้าไม่ชอบก็ขออภัยด้วยนะครับ กรุณาข้ามไปได้เลยครับ)
เจอโดยบังเอิน แล้วเขามาอ่าน จากนั้นผมเห็นว่า ผู้เขียน ยังไม่รู้ในเชิงลึกของ GDI เพราะเขาไม่ได้ทำ รู้จากข้อมูลที่เขาหาได้มาเท่านั้น และคิดว่าโดยหลักของสื่อทั่วไปด้วยจรรยาบรรณแล้ว เขาจะไม่เขียนพาดพิง เป็นชื่อ บุคคล หรือองค์นั้นตรงๆ ถ้าทางกฎหมาย ยังนั้นไม่ระบุว่า เขาคือผู้กรรมทำผิด แม้ในทางการตลาดก็ไม่บอกมาตรงๆ อาจจะใช้สัญลักษย์อื่นๆ แทน เช่น บริษัท A เปิดมานานจากชาวยิว แผนโบราณ เป็นต้น เลยคิดว่าผู้เขียนไม่รู้แน่ๆ ว่ากำลังทำอะไรที่เป็นอันตรายอยู่
แต่ใน”ความคิดของผม” ว่า มีใครไปทำอะไรไว้ไม่ดีหรือปล่าว เลยเกิดประเด็นแบบนี้ขึ้นมาได้ ทั้งที่มีหลายบริษัทในเวลาที่ Blog นี้ลงไว้ หลายแห่ง ทำไหมถึงเลือก GDI? มันต้องมีใครทำอะไรจนทำให้ผู้เขียนแค้นฝังหุ่น เลยต้องยอมเอาเครดิตตัวเองเข้าแลก โดยลงทุนเขียนขึ้นมา และใช้ Google Apps เป็นตัวประกอบเพื่อสร้างเรื่องให้สมบูรย์ เหมือนข่าวทั้วๆไปที่โจมตีกัน ผมก็เลยจะมาให้ข้อมูลเพิ่ม และเรียกร้องให้ทำ GDI และ MLM อย่างถูกต้องถูกวิธี และถูกกฏหมาย ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ
ผมเลยต้องพูดเรื่องศิลธรรมไงครับ ถ้าคุณมีศิลธรรมกฏหมายไม่ต้องพูดถึง เพราะจะไม่ทำให้ใครเสียหายแน่ๆ มันจะเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด
สรุปก็คือ การมาของผมต้องการมาเรียกร้องให้ทำ GDI อย่างถูกต้อง มีศิลธรรม เพื่อรักษาผมประโยชน์ผู้ทำ และ GDI
ส่วนใครจะคิดอย่างไรก็สุดแล้วแต่ความคิดของผู้นั้นนะครับ ผมคงไปห้ามไม่ได้ และต้องเคารพยอมรับในความคิด ของแต่ละคน แต่การกล่าวหา โดนไม่มีผู้เสียจากองค์กรจริงๆ มันไม่เป็นธรรมนะครับ ควรจะแยกนิดว่า Affiliate กับ GDI ไม่ได้เป็นคนๆ เดียวกัน ดังนั้น เมื่อออกสู่ผู้คนมากมายคนดีคนไม่ดีก็ยอม มีอยู่บ้างเป็นธรรมดา
ผมให้อภัยทุกคนที่ด่า หรือดูถูกผม นะครับ และสวดมนต์ให้ทุกวัน ดังนั้น ไม่กลัวหรอกครับว่าผมจะทำอะไรคุณ ผมไม่ทำอะไรทั้งนั้น แต่ก็ได้แค่เตือน และบอกพวกคุณเท่านั้น
“สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”
March 30th, 2008 at 8:17 น.
แถวบ้านผมเรียกว่าแก้ตัวไม่ขึ้นอีกแล้วครับ
เอาเป็นว่าไป search google คำว่า apollonic ดูแล้วความจริงจะปรากฎครับ
March 30th, 2008 at 9:36 น.
ตายละ ดำเนินคดีกับผม ข้อหาอะไรมิทราบ!!! อย่าลืมนะครับว่าปัจจุบันมีธุรกิจประเภทคุณโดนจับเข้าคุกไม่รู้เท่าไรแล้ว
ระวังเจอสวนกลับนะครับ แล้วทีนี้ธุระกิจแบบนี้จะล่มสลายไปในเมืองไทย ระวังไว้
March 30th, 2008 at 10:09 น.
คิดจะฟ้องร้องคนอื่น ระวังโดนฟ้องกลับนะครับ ผมขอเตือนไว้แค่นี้แหละ
อย่าคิดว่าคนอื่นไม่รู้เรื่องกฏหมายนะครับ
ผมมีคติเตือนใจให้
“คนที่คิดว่าคนอื่นโง่ คนๆ นั้นแหละคือคนที่โง่ที่สุด”
March 30th, 2008 at 10:21 น.
จากข้อความข้างบนนะครับ
”
หนุ่มเอ๋ย กลับบ้านเถอะลูก อย่ามัวไประรานคนอื่นเขาเลย มัวแต่นั่งเล่นคอม ไม่ยอมมาช่วยพ่อขายขนมครกบ้างล่ะลูก กลับมาเถอะพ่อรออยู่
By พ่อหนุ่ม on Mar 28, 2008
”
เจตนามันบอกชัดเจนครับ คุณไปบอกว่าพ่อเขาขายขนมครก มีการอ้างอิงถึงคุณ หนุ่ม อย่างชัดเจน และ ชือกับคำพูดที่ใช้ก็สอดคล้องกัน
คำพูด เล่นๆ สนุกๆ ของคุณมันจะทำให้คุณขำไม่ออก
March 30th, 2008 at 12:33 น.
แจ้งเตือน การหลอกลวง สารพัน แชร์ลูกโซ่
เรื่อง ขอแจ้งเตือนผู้อาจตกเป็นเหยื่อในการหลอกลวงธุรกิจ สารพัดแชร์ ลูกโซ่ แชร์ข้าวสาร แชร์ก๋วยเตี๋ยว แชร์เว็บ
เนื่องจากปัจจุบันได้มีการกระทำความผิดของบุคคล หรือกลุ่มบุคคล เกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนจำนวนมาก โดยการหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในธุรกิจต่างๆ ในลักษณะของแชร์ เช่น ธุรกิจแชร์ซื้อขายข้าวสาร ธุรกิจแชร์ซื้อขายแฟนไชร์ก๋วยเตี๋ยว ธุรกิจแชร์ลงทุนในเว็บไซต์ และการชักชวนให้ร่วมลงทุนในหลากรูปแบบมากมาย
กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI กระทรวงยุติธรรม รู้สึกเป็นห่วงต่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จึงขอแจ้งเตือน และให้ข้อมูล ข้อพึงระวังที่สามารถสังเกตเอง แก่พี่น้องประชาชน ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้
1. พิจารณาจากจำนวนสินค้า หรือสิ่งของที่ได้รับจากการร่วมลงทุนในธุรกิจ หากมีการซื้อขายแต่ว่าไม่ได้รับสินค้า หรือสิ่งของใดในการร่วมลงทุน ให้ระวังไว้ว่า ท่านอาจกำลังตกเป็นเหยื่อในการหลอกลวง
2. หากได้รับสินค้าจากการลงทุนทำธุรกิจแชร์ แต่สินค้าที่ได้มาในการลงทุนไม่คุ้มกับจำนวนเงินที่ต้องเสียไป เช่น การฉ้อโกงธุรกิจแชร์น้ำมันเครื่อง หรือธุรกิจแชร์อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ จะถูกหลอกให้ร่วมลงทุน แล้วต้องหาลูกค้ารายอื่นๆ เข้ามาร่วมลงทุนต่อๆกันไป โดยแต่ละรายต้องลงทุนไปจำนวนเงิน 20 000 บาท แต่ได้สินค้าตอบแทนมาเพียง อุปกรณ์ล้างรถ และกระป๋องน้ำยาขัดรถ ราคารวมประมาณ1 500 บาทเมื่อพิจารณาจะเห็นได้ทันทีว่า ไม่คุ้มกับจำนวนเงินที่ชำระไป ซึ่งการกระทำโดยการให้สิ่งตอบแทนที่ไม่คุ้มกับราคานี้ เป็นเพียงการหลีกเลี่ยงกฎหมาย ให้มีลักษณะดูเสมือนว่าเป็นการซื้อขายกันจริงเท่านั้น
3. ในกรณีการชักชวนทำธุรกิจที่ไม่มีสินค้า แต่แอบแฝงมาในรูปแบบของบริการหรือมีลักษณะ ที่ไม่เป็นรูปธรรม จับต้องไม่ได้ เช่น ชักชวนลงทุนทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่ในจัดทำเว็บไซต์ โดยจะมีการชักชวนประชาชนว่าเป็นการเข้าไปสมัครเช่า Hosting และทำธุรกิจโดยการให้เช่าพื้นที่ในการจัดทำเว็บไซต์ในลักษณะเช่าต่อๆกันไปหลายราย ดูเสมือนว่า มีการซื้อขายของกันจริง แต่ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในด้านคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป จะทราบดีว่าการเปิดเว็บไซต์ในแต่ละเว็บไซต์จะมีค่าใช้จ่ายน้อยมาก ฟรีเว็บไซต์เลยก็มี และเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ที่ทำการเปิดแทบที่จะมีค่าน้อยหรือไม่มีค่าใดๆเลย และที่สำคัญคนที่ต้องการจะจัดทำเว็บไซต์ จริงๆแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องมาขอเช่าพื้นที่จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวแต่อย่างใด
4. พิจารณาจากรายได้ผลตอบแทน จากการประกอบการของธุรกิจที่มีการชักชวนให้ร่วมลงทุน หากผลประกอบการมีลักษณะที่สูงเกินกว่าปกติ ที่สามัญชนในการประกอบการค้าประเภทนั้นๆ พึงได้ ให้สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเข้าข่ายลักษณะของการฉ้อโกงประชาชนให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจแชร์ ที่ผิดกฎหมาย และอาจถูกหลอกลวงได้
5. การทำธุรกิจโดยการชักชวนประชาชนร่วมลงทุนในลักษณะเครือข่าย หรือลักษณะแชร์ลูกโซ่ หากถูกต้องตามกฎหมาย ธุรกิจเหล่านี้จะต้องทำการจดทะเบียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค โดยต้องทำการชี้แจงแผนการทำตลาดให้ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ทราบในรายละเอียดของการประกอบธุรกิจที่ชัดเจนทุกขั้นตอน
6. พิจารณาจากที่ทำการที่ตั้งอันเป็นหลักแหล่ง ของผู้ประกอบการรวมทั้งการติดต่อของผู้ชักชวนให้ประกอบธุรกิจร่วมว่า มีที่ตั้งของสำนักงานในการประกอบธุรกิจที่แน่นอนหรือไม่ และสามารถที่จะติดต่อได้ตลอดเวลาทำการหรือไม่ หากมีการย้ายที่ประกอบการไปมาบ่อยครั้ง ปิดเว็บไซต์ หรือไม่สามารถที่จะติดต่อได้ น่าจะเป็นการประกอบธุรกิจเพื่อประสงค์ฉ้อโกงประชาชน
หากพี่น้อง ประชาชน พบธุรกิจที่เข้าข่ายข้อสังเกต ข้างต้นหรือประสบการโดนหลอกลวงด้วยตนเอง หรือแนะนำให้ผู้ที่ถูกหลอกลวง สามารถแจ้งเรื่องราว ได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ 499 อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น แขวง/เขต บางซื่อ จังหวัดกรุงเทพฯ (ช่วงระหว่าง สามแยกเตาปูนกับทางรถไฟ อยู่ช่วงซอยประชาชื่น 13-14 )
อนึ่ง หากท่านมีญาติ พี่น้อง หรือบุคคลที่รู้จักถูกหลอกลวงตามลักษณะที่กล่าวมาแล้ว หรือพบเห็นการหลอกลวงดังกล่าว โดยเฉพาะบนเว็บไซต์ ขอได้โปรดช่วยกัน ทำการรวบรวมข้อมูล จัดเก็บพยานหลักฐานในเบื้องต้น Save หน้าจอ เว็บเพจ ข้อมูล hosting ที่เช่า Server ฯลฯ และมาแจ้งต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ที่ dsi @ dsi.go.th เพราะภายหลังที่ทำการแจ้งความแล้ว เว็บไซต์ดังกล่าวมักจะมีการปิดตัวของธุรกิจเหล่านี้ลง หลักฐานต่างๆ อาจถูกทำลาย
หากเป็นไปได้ ขอความกรุณาช่วยกัน เผยแพร่คำเตือนนี้ ไปในวงกว้าง จักเป็น อนิสงค์ที่แรงกล้า และขอขอบพระคุณยิ่ง
แต่อย่างไรก็ดี ผมหวังไว้ว่า ไม่ขอให้มีผู้ใดถูกหลอกลวง จากกลุ่มมิจฉาชีพ เหล่านี้เลยจะดีกว่า
ด้วยความปรารถดี
พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน
ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI กระทรวงยุติธรรม
March 30th, 2008 at 12:39 น.
3. ในกรณีการชักชวนทำธุรกิจที่ไม่มีสินค้า แต่แอบแฝงมาในรูปแบบของบริการหรือมีลักษณะ ที่ไม่เป็นรูปธรรม จับต้องไม่ได้ เช่น ชักชวนลงทุนทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่ในจัดทำเว็บไซต์ โดยจะมีการชักชวนประชาชนว่าเป็นการเข้าไปสมัครเช่า Hosting และทำธุรกิจโดยการให้เช่าพื้นที่ในการจัดทำเว็บไซต์ในลักษณะเช่าต่อๆกันไปหลายราย ดูเสมือนว่า มีการซื้อขายของกันจริง แต่ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในด้านคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป จะทราบดีว่าการเปิดเว็บไซต์ในแต่ละเว็บไซต์จะมีค่าใช้จ่ายน้อยมาก ฟรีเว็บไซต์เลยก็มี และเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ที่ทำการเปิดแทบที่จะมีค่าน้อยหรือไม่มีค่าใดๆเลย และที่สำคัญคนที่ต้องการจะจัดทำเว็บไซต์ จริงๆแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องมาขอเช่าพื้นที่จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวแต่อย่างใด
March 30th, 2008 at 12:54 น.
ระวังตัวให้ดีนะครับ โลกของความเป็นจริงมันไม่เหมือนกับในเกมส์ lineage2 ที่คุณเล่นอยู่ทุกวันนะครับ
March 30th, 2008 at 14:30 น.
นี้เป็นกฏหมายขายตรง และการตลาดโดยตรง ลองอ่านกันดูนะครับ ส่วนการประกาศของผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ คือการประกาศเตือน เพราะที่ท่านได้ประกาศมีการช่วนลงทุนกันจริง แต่ไม่ใช่ GDI เพราะเป็น Affiliate ต้องทำตลาดผ่าน Link หรือใครจะแนะนำคนรู้จักก็ได้ครับ ไม่ใช่การชวนลงทุน แล้วกฏหมายการลงทุนผู้ที่จะชวนลงทุนในที่สาธรณะได้ต้องเป็น บริษัทมหาชน และเป็นผู้ที่ได้รับอนุญัติจาก กลต. แล้วเท่านั้น
http://www.richtimeexpo.com/files/SeleDirectLaw.pdf
ถ้ามีโอกาสจะเอากฏหมายขายตรง และการตลาดแบบตรงโลกมาให้อ่านนะครับ
March 30th, 2008 at 15:05 น.
ดูเรื่องเกี่ยวกับขายตรง และการตลาดแบบตรง ที่ วิกี http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%87
March 30th, 2008 at 16:21 น.
ผมว่ากฎหมายพาณิชย์ต้องรัดกุมกว่านี้คือ
1. กรณีปกติ ยกตัวอย่างคือ ที่บ้านผมมีโรงงานทำหีบศพ ดอกไม้ธูปเทียน ทีนี้ผมอยากให้สินค้าผมเป็นที่รู้จัก ผมก็เลยไปเช่าโฮสและจดโดเมน เพื่อจะประกาศในเวปไซด์ อันนี้ผมว่าไม่ผิดเพราะเราซื้อขายของที่มีตัวตน และได้ซื้อกับเจ้าของโฮสคนเดียวตรงๆโดยไม่ผ่านคนกลาง
2. กรณีของไอ่ ApolloNic มันเอาเวปไซด์มาทำเป็นเหมือนหนึ่งนายหน้าให้ GDI ซึ่งไม่มีสินค้าเหมือนในกรณีที่ 1จริง ผมว่ากรณีนี้ผิดแน่ๆ เพราะว่าไม่ได้เอาเวปไซด์ไปโปรโมตสินค้าของตัวเอง เปรียบเสมือนขายลมในอากาศ ขายสินค้าที่ไม่มีตัวตน
ผมอยากจะเสนอไปทางกระทรวงพาณิชย์ว่า ห้ามมีการพฤติกรรมเยี่ยงนายหน้าเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่มีตัวตน(พูดง่ายๆว่าไม่ลงแรงอะไรเลย) ให้เจ้าของโฮสทำการโฆษณาเอง ห้ามมีนายหน้าเด็ดขาด แบบนี้ผมว่าจะกุดหัวลูกโซ่แบบนี้ออกไปได้แน่นอน
เพราะธุรกิจแบบนี้ก็เหมือนพวกไม่สู้โลก ขายฝัน ไม่สู้ชีวิต ไม่กล้าออกเหงื่อออกแรง นานวันจะยิ่งสอนให้คนเป็นง่อยเปล่าๆ
อะๆ อย่าเถียงอย่าแถข้างๆคูๆว่า ทำไมจะไม่ลงแรง ก็ในเมื่อกุโพสหาคน กุก็ออกแรงหน้าคอมนี่!!! 55555+ แถแบบนี้เค้าเรียกว่าไปน้ำขุ่นๆครับ อีแบบนี้แหล่ะเค้าเรียกว่าเกือบจะมิจฉาชีพเลยนะนี่
เอาเป็นว่าผมจะเขียนจดหมายไปยังกระทรวงพาณิชย์เองละกัน ขอความร่วมมือพี่ๆที่มีคสามรู้ในด้านนี้ช่วยกันกุดหัวธุรกิจฟันหัวคิวแบบนี้ให้หมดไปจากสังคมไทยกันเถอะครับ
March 30th, 2008 at 17:32 น.
เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมแจ้งโดเมน apollonic.ws ไปที่ dsi @ dsi.go.th ก่อนแล้วกันครับ
ผิดถูกยังไงเดี๋ยวรอดูกันครับ
March 30th, 2008 at 18:09 น.
พอดีช่วงนี้ผมไม่ค่อยว่าง ติด ใบเหลือง ไว้ก่อนก็แล้วกัน
กลับตัวกลับใจสังคมยังให้อภัยนะครับ
April 1st, 2008 at 11:25 น.
อยากให้ทำเลยครับ ความจริงจะได้ปรากฏให้ทุกคนได้รับทราบ
April 3rd, 2008 at 17:45 น.
แปลกเนอะ พอมีการแฉความน่าจะเป็นได้ของความเกี่ยวข้องของ apoiionic กับ พ่อหนุ่ม 55555+ พ่อหนุ่มที่ปกติจะมาทุกวันก็หายจ้อยไปเลย
เกรียนได้ใจจริงๆ …. เอาเหอะ หลังจากที่ข้อความนี้ลงในบอร์ดไป ประเด๋วไม่ appoiinic กับ ไอ่พ่อหนุ่ม เด๋วมันจะมาต่อผมทันที เพราะผมมั่นใจว่ามันอ่านบอร์ดทุกวัน เหมือนเกรียนอ่ะ ที่รอคนมาพูดกระทบrep.มัน แล้วมันจะมาแก้ต่าง หรือแก้ตัว 55555+
April 4th, 2008 at 11:32 น.
ผมได้ส่งเว็บไซท์ ApolloNic.WS และ GDI ให้ DSI ตรวจสอบแล้วนะครับ กำลังรอผลอยู่ แล้วถ้าอย่างไรจะเอามาให้ทราบนะครับ
April 6th, 2008 at 0:16 น.
คุณApolloNic เร็วๆนะค่ะ กำลังรอคำตอบค่ะ กำลังตัดสินว่าจะทำดีไหม๊ค่ะ เพราะไม่ชอบเป็นมนุษญ์เงินเดือนค่ะ
April 11th, 2008 at 16:59 น.
ทำไงดี ตอนนี้โดน paypal ตัดเงินอยู่ทุกเดือน จะยกเลิกยังไง ช่วยตอบกันหน่อยนะ เพราะเสียดายเงินมาก ๆ หาวิธีไม่ให้ตัดเงินอยู่ง่ะ
เราหลงกล สมัครแต่ก้อไม่ได้ชักจูงใครมาเลยย ตอนนี้เสียดายเงินที่หักไปทุก ๆ เดือนมาก ๆ
April 11th, 2008 at 17:01 น.
ใครรู้วิธีแก้ ช่วยตอบหน่อย
April 14th, 2008 at 21:57 น.
เรียนคุณ ผิดไปแล้วว
วิธีการยกเลิกคุณคงต้องเข้าไปค้นหา
ในข้อมูลที่ได้มาตอนคุณสมัครเข้าร่วมธุรกิจนั่นละครับ
เค้าจะมีวิธียกเลิกอยู่
ซึ่งผู้เห็นชอบด้วยกับธุรกิจนี้ เค้าบอกไว้นี่ครับ
ว่าเราให้ข้อมูลที่โปร่งใส
แต่ทำไมคุณหาวิธียกเลิกไม่เจอ…น่าเส้า!
April 18th, 2008 at 0:40 น.
ผมเข้ามาอ่านตลอดอะคับ แต่ตอนนี้คงไม่ค่อยได้มาละคับ รู้สึกว่ามันเปลียนไป มันนอกประเด็นไปเยอะเลย สาระน้อยลงไปมาก
อันนี้พิจรานากันเอาเองนะ ^_^
อีกนิด…ผมคนนึงละคับที่ต้องการหารายได้เสริม จากที่มีรายรับเป็นพนังงานกินเงินเดือน
ถ้ามีอะไรมาเสริมเพิ่มเติมรายได้ให้มันมากกว่าเดิมคงดี
ผมว่ามันมีวิธีหารายได้อีกมากมายเลยคับ(ผลไม่ยกตัวอย่างนะ)
ผมดูจากความเสียงและระยะเวลาที่เราจะสามารถทำไดนานแค่ไหนบ่อยๆได้หรือเปล่า
เพราระว่าเป็นแค่รายได้เสริม มีเพียบเรยคับบางอย่างสามารถทำ
เป็นอาชีพหลักได้เรย
แต่ผมไคนนึงละที่ไปเข้าไปยุ่งเกียวกับ GDI แน่นอน รู้ๆกันนะคับเพราะอะไร ผมไปทำอย่างอื่นดีกว่าคับ
อันนี้ผมแค่แสดงความคิดเห็นนะคับ ้
April 18th, 2008 at 22:17 น.
เพิ่งได้อ่านเรื่องของ GDI ที่ส่ง mail มาชักชวน ตอนแรกที่อ่านดู ก็รู้สึกน่าสนใจ ลองไตร่ตรองดูว่าตัวสินค้าที่ชัดเจนคืออะไรกันแน่ และบริษัทได้ผลประโยชน์จากตรงไหนที่จะคุ้มกับการจ่ายค่าตอบแทนมากอย่างที่บอกมา ในที่สุดก็ถึงบางอ้อ ว่ารายได้ของเค้าก็คือค่าสมัครและเงินที่ต้องจ่าย $10 ทุกเดือนนั่นเอง โดยเค้าจ่ายผลตอบแทนให้เรา 10% จากการชักชวนคนเข้ามา เพราะเวลาที่เค้าคิดผลตอบแทน คิดจากเมื่อมีสายงานที่สมบูรณ์ คือดาวน์ไลน์ที่จ่าย $10 แล้ว และเค้าก็หัก$1 ให้เรา ซึ่งคิดเป็น 10% แต่ที่น่าตกใจก็คือ นี่เป็นการผันเงินไทยออกนอกประเทศอย่างเต็มๆ ยิ่งหาสายงานได้มากเท่าไหร่ เงินไทยก็ยิ่งไหลออกมากขึ้นเท่านั้น ผลตอบแทนที่จ่ายคืนมา เราก็ต้องขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกด้วย ถ้าคิดเฉพาะรายได้ที่เข้ากระเป๋าตัวเองก็คงน่าสนใจ แต่ถ้าคิดถึงความเสียหายต่อประเทศชาติโดยรวมแล้ว น่ากลัวมาก …..นี่เป็นความคิดจากการวิเคราะห์ของเรานะ ซึ่งเมื่อเราพบคำตอบนี้แล้ว เราก็สลัดธุรกิจนี้ทิ้งได้โดยไม่ต้องคิดทบทวนอีกเลย เพราะเราไม่อาจทำร้ายประเทศชาติที่เรารักและหวงแหนอย่างที่สุดนี้ได้
April 21st, 2008 at 22:57 น.
เราสารภาพเลย อ่านไม่ไหวๆ ใครก็ได้ช่วยสรุปที
555
GDI อยากทำอะ ดูเงินดี แต่ก็คงเหนื่อยเหมือนกัน เรามีงานประจำเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีอะ(ยังไม่รวยพึ่งจบเงินเดือนยังน้อย) ก็คิดๆอยู่ว่าจะมีเวลามาคลิกๆทุกวันป่าว 555
เดี๋ยวโดนไล่ออก
แต่ประเด็นคืออยากได้ตังค์ไปทำนู่นทำนี่ มีสาระไร้สาระปนๆกันไป
เราเห็นเพื่อนๆดูเครียดกันไปหน่อยก็อยากให้ผ่อนคลายนะ อย่าซีเรียสมาก เงินออกต่างประเทศก็ไม่ดีหรอก เดือดร้อนโดยรวม แต่ถ้าเราไม่มีเงินใช้ก็เซ็ง เดือดร้อนทั้งครอบครัว
ทุกคนก็มองคนละมุม
ถ้าตามความรู้ที่เราคิดว่าพอมีอยู่บ้าง
เราว่า product อาจจะไม่ดี แต่มันอยู่ที่ความพอใจ คืออยากเสี่ยงก็ทำไป มีเวลามานั่งปวดตาหน้าคอมก็สู้ๆไป (ปกติเราทำงานหน้าคอมทั้งวัน แต่อ่านกระทู้นี้ทำให้ปวดตากว่างานเราเยอะ )เงินมันไม่เยอะ ก็น่าจะสู้ไหวอยู่
อนาคตก็มีโอกาสไปได้ดี ขออ้างอิงกะคุณ Tinny ที่อยู่ข้างบนนู่น เพราะว่าคนอยากได้เงินยังมีอยู่เยอะ ตลาดพึ่งเริ่ม กราฟพึ่งขึ้น แต่เมื่อไหร่ที่กราฟตก ก็น่าจะเหลือบนๆ เท่านั้นแหละ เพราะล่างๆจะเริ่มหาลูกค้าไม่ได้แล้ว เนื่องจากคนใช้มันเยอะไปหมด (ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะได้กำไรไปมากโขแล้วก็ได้ )
คุณ MicroArt(แอบแซว) อาจไม่ค่อยชอบเพราะว่างานคุณ MicroArt เค้าขาย product เป็นเรื่องเป็นราว ส่วนGDIตามจริงในความเห็นเราจุดประสงค์เหมือนไม่ใช่ product หรือถ้ามี product ก็ไม่ใช่Domainแต่เป็นเงินที่จะได้รับในวันข้างหน้า อันนี้คือสิ่งที่ทุกคนพยายามขาย
ตอนแรกเราอ่านเราไม่รู้เลยว่าขาย Domain เราเห็นแต่เค้าบอกว่าให้จ่าย 10 เหรียญ แล้วได้ Domain ฟรีเพื่อจะได้เงินในอนาคต ไม่เห็นเค้าบอกว่าขาย Domain ซักที มากะทู้นี้แหละพึ่งถึงบางอ้อ ว่า Domain เป็น Product
ส่วนตัวเราก็เหมือนกัน ถ้าตัดสินใจทำก็เพราะอยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ Domain หรอก ไม่รู้จะเอาไปทำไร
ถ้าไม่ทำเพราะ
- เงินออกนอกประเทศ เสียดาย
- ลองทบทวนดูแล้วพบว่าไม่มีปัญญาและเวลาพอที่จะทำ ไม่งั้นงานประจำเสียแน่ เพราะงานเราต้องเจอลูกค้าทั้งวัน จะให้มานังรับโทรศัพท์อธิบายแผนการตลาดคงไม่ได้ ( อันนี้เหตุผลส่วนตัว ใครว่างก็ทำไปนะคะ อย่าเอาชีวิตเราไปเกี่ยว )
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรายังตัดสินใจไม่ได้ เพื่อนๆที่กำลังคิดอยู่ก็สู้ๆนะ ถ้าทำก็ขอให้ได้รายได้ที่ดี แต่ถ้าไม่ทำก็ขอให้เจอหนทางอื่นที่จะมีรายได้ที่ดีเหมือนกันนะคะ
April 21st, 2008 at 23:11 น.
ขอเสริมอีกนิดนะคะ
- ขอโทดคุณ MacroArt ถ้าเข้าใจอาชีพของคุณผิดไปเพราะเรามีความรู้เรืองเครือข่ายพวกนี้ค่อยข้างน้อย
- GDI เป็นความฉลาดของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาเอาเงินจากประเทศไทยโดยไม่มีต้นทุนจริงๆ(มีก็ตำ) ยิ่งคนใช้เยอะเงินก็ยิ่งออก แต่ถ้าจะบอกว่าคนทำได้เงิน อันนี้เราไม่เถียงนะ จริงของเขาแต่อย่าลืมนะคะว่าต่างชาติได้เยอะกว่าเราจากการที่เราทำงานให้เค้า ก็เหมือนเค้าฝากของเราขายเราได้ค่าคอม เราขายของให้เค้า แต่คนของเราไม่ได้ของกลับมา ได้เงินส่วนหนึ่งของคนข้างๆกลับมาแทน
สรุป ไอ้ต่างชาติมันฉลาดกะทำงานง่ายไม่ลงทุน
ส่วนเราก็ไม่ได้โง่หรอก เพราะมันมีเงินให้เห็นจริง แต่เอาจิงๆก็คือถูกเค้าหลอกใช้นั่นแหละ
( คิดอีกที พวกเราก็ถูกหลอกบ่อยอยู่แล้ว อันนี้ถูกหลอกเต็มที่จนอิ่มตัวอาจจะถูกกว่าค่าน้ำมันที่จ่ายแต่ละเดือนก็ได้ 555 )
เราไม่คิดว่าคนไทยด้วยกันผิดนะ เราว่าชีวิตของเเต่ละคน บางคนอาจจะมีกำลังความสามารถพอมาคำนึงถึงประเทศชาติ แต่บางคนเค้าอาจจะต้องใช้อันนี้เพื่อมารักษาชีวิตเค้าให้อยู่ดี ทุกคนมีพื้นฐานต่างกัน ฐานะต่างกัน
เราคนนึงก็รักชาติ แต่ถ้าวันนึงเราต้องเลือกกับการให้เงินออกไปบ้างเพื่อเราจะได้มีเงินซื้อข้าวกิน จ่ายค่าเช่าบ้าน เราคงเลือกซื้อข้าวกินอะ
เอาเป็นว่าเราเข้าใจพี่น้องคนไทยด้วยกันนะ จะว่าก็ไปว่าต่างชาติดีกว่า รวยอยู่แล้วยังมารังแกเรา
เพื่อนๆอย่าทะเลาะกันเลยนะ ใครทำก็ทำ ไม่ทำก็อย่าทำ ข้างบนมีเหตุผลสุดยอดในการประกอบการตัดสินใจทั้งสองอย่างของทุกคนนะคะ
April 22nd, 2008 at 14:32 น.
ผมอยากรู้รายละเอียดเกียวกับGDIอะครับ(สนใจ)ขอแบบจริงๆนะครับไม่หลอก
ลวงบอกขอดีและขอเสียคำแนะนำ ฯลฯ (มือใหม่)
่่joe_ktcm@hotmail.com
April 23rd, 2008 at 11:28 น.
ฝากถึงคุณ เด็กโง่นะครับ ผมจะสรุปสั้นๆเลยละกัน
1. งานนี้ ถ้าคุณมีเวลาวันละ 2-3 ชั่วโมงก็ทำได้ แต่จะประสบความสำเร็จนั้นยากมากที่สุด(เพราะขนาดคนรู้จักกับผม บ้านติดกันนี่ มันทำทั้งวันทั้งคืน ก็ไม่เห็นมันจะรวยอะไรมากมาย แถมเสียสุขภาพกายและใจอีก จิตใจฟุ้งซ่าน ไม่เอาการเอางานในชีวิตจริง พูดง่ายๆว่าเสียนิสัยไปเลย)
2. งานนี้นั้นเป็นลูกโซ่ชัดเจนครับ เพียงแต่เอาเนื้อที่โฮสมาบังหน้าเพื่อไม่ให้น่าเกลียดก็เท่านั้นเอง
3. งานนี้ไม่จีรังยั่งยืนครับ ขอบอกเลย เพราะถ้าคุณหาได้แค่ 3-4คน แต่เดือนต่อมาทั้ง 3-4คนที่คุณหาได้มา เค้าเกิดหาคนต่อไม่ได้ คุณก็จะไม่ได้เงินในเดือนที่ 2 เลยสักบาทเดียว (พูดง่ายๆว่าต้องเหนื่อย 2 ต่อ เพราะต้องลงมาช่วยไอ้ 3-4คนของคุณหาสายงานอีกอย่างน้อยก็อีกคนละ1คน)
4. สมมุติว่าคนบนโลกมี 50000000000 (5หมื่นล้านคน) แล้วถามว่า คนที่ 49999999999 มันจะไปหาใครต่อมันได้อีก และมันจะรวยแบบที่คนที่ 1 ของโลกโฆษณาไว้ได้ไหม (อย่าลืมนะครับว่า มนุษย์บนโลกนั้นมีจำนวนที่ตายตัวแน่นอน และโลกไซเบอร์นั้นก็ยังไม่ครอบคลุมเกิน 20% ของโลกนี้เลยด้วยซ้ำไป)
April 24th, 2008 at 16:34 น.
***แก้ไขข้างบนข้อ4. แก้ว่า
มนุษย์บนโลกนั้นมีจำนวนที่เป็นตัวเลขแน่นอน ไม่ใช่อินฟินิตี้(ไม่จำกัด) และโลกไซเบอร์นั้นก็ยังไม่ครอบคลุมเกิน 20% ของโลกนี้เลยด้วยซ้ำไป)
April 25th, 2008 at 1:18 น.
เจ้าของกระทู้เค้าเก่งดี นะ ^^ ความรู้แน่น ปึก !
ส่วนใครที่คิดว่าเป็นลูกโซ่ ท่านรู้จัก Network marketing ดีพอแล้วรึยังครับ
ลองหาศึกษาแล้วอ่านดูนะ โฮส กะ โดเมนเนม ไม่เหมือนกันนะครับท่าน *-*
จำนวนประชากรบนโลกเปลี่ยนแปลงทุกวินาทีครับ
May 1st, 2008 at 17:23 น.
สำหรับผมนะ
ผมคิดว่ามันก็แล้วแต่คนสำหรับบางคนพูดก็มีสวนถูกแต่คุณพูดแต่ด้านเดียว คนที่เขาทำกันสำเร็จก็เยอะแยะที่สำคัญนะคุณศึกษาธุระกิจเครือค่ายดีหรือยังคับ ธุรกิจนี้คือการทำงานร่วมกันมีการให้คำปรึกษากันช่วยกันทำงานร่วมกันเป็นทีม ที่บอกว่าชาวตางชาติหลอกเอาเงินเราไปแล้วเราทำทำไมถ้าไม่มีสิ่งที่มากกว่านั้นกลับมา
และที่สำคับประชากรบนโลกไม่คงที่ตายตัวแน่นอนคุณไปศึกษาข้อมูลการเพิ่มของประชากรมาก่อนก็ดีนะคับ
ผมยืนยันได้คับประชากรบนโลกเปลี่นแปลงตลอดเวลา และตอนนี้คนไทยทำธุรกินี้กี่คนแล้วคับมันถึงครึ้งหนึ่งของประเทศหรือยัง ก็ยังนะมันคงอีกหลายสิปปีก็ยังไม่อิ่มตัวเลยคับธุรกิจเครือคายอะไรก็แล้วแต่ไม่ใช่GDIอันเดียวเท่านั้น
May 3rd, 2008 at 0:30 น.
เด็กโง่(อ่านวันเเรกก็ปวดหัว) พูดได้ดีในบรรทัดที่ว่า
เพื่อนๆอย่าทะเลาะกันเลยนะ ใครทำก็ทำ ไม่ทำก็อย่าทำ
กระทู้มีไว้แสดงความคิดเห็น!
ไม่ใช่มาวิจารความคิดเห็นของผู้ที่มีความคิดไม่ตรงกับเรา
แต่ในนี้ แม้แต่เจ้าของกระทู้ยังทำไม่ได้เลย แล้วคนที่มาอ่านเค้าก็ทำตามกันหมดสิครับ ผมว่าฟังที่เด็กโง่พูดเหอะครับ ถูกต้องแล้ว
ปล.เพื่อนๆอย่าทะเลาะกันเลยนะ ใครทำก็ทำ ไม่ทำก็อย่าทำ
ชอบจังเลยประโยคนี้
May 5th, 2008 at 4:10 น.
อ่านแล้วอ่านหมดเลยลวดเดียว ดีครับสนุกดีเห็นคนมีความรู้
ทั้งเอก-โท เก่งๆกันทั้งนั้นเลย ผมจบ ป6 ครับ อยากเล่นคอมเป็น
เลยเก็บเงินไปชื้อมา และนังสืออ่าน2-3เล้มก็เล่นเป็นนะ
แต่ยังไม่เก่ง ผมไม้รู้หลอกครับว่า GDI มันดีหรือไม่ดี ผมไม่สนนะ
แต่ถ้าทำแล้วมันใด้เงินมาจากคนไทยด้วยกันนี้ละ แต่เสียเงินให้
ต่างประเทศแค่ 10$ แล้วทำให้ผมใด้เงินมีกินมีใช้ ผมก็จะทำมัน
แต่ยังไม่ใด้หาข้อมูลเลยอะ สนใจเอาผมไปร้วมทีมก็ ติดต่อมาใด้
เลยครับ ถ้าใด้เงินจริงก็อยากทำนะ โดนคนไทยหลอกมาแยะแล้ว
ให้ต่างชาติมันหลอกมั้ง จะใด้โกอินเตอร์ ชักที คนที่มีความรู้สู
เคา ด่ากันเก่งดีนะ
เอาต้องการข้อมูล GDI ใครมีใครทำใด้ ลองเอาข้อมูลมาให้ผม
หน่อยสิ
Emaildanuy1978@gmail.com
May 5th, 2008 at 19:33 น.
นอกจากการที่สามรถมาตรวจสอบที่ตั้งได้ เป็นที่ยอมรับขององค์กรใหญ่ๆทั่วโลก แล้วมีอะไรอีกที่ .com และ .ws แตกต่างกัน เพราะทุกวันนี้เว็บต่างๆเกิดขึ้นใหม่มาเรื่อยๆเหมือนดอกเห็ด แล้วโลกไซเบอร์ก็กว้างขึ้นเรื่อยๆ โอกาศที่ GDIจะเติบโตมันก็เป็นไปได้ เลยอยากทราบว่ามันต่างกันยังไงเพราะ จากสายตาของคนธรรมดาอย่างเมย์ที่เป็นผู้บริโภคถ้าการใช้งานมันไม่แตกต่างกันมาก อะไรที่แปลกใหม่และน่าสนใจผู้บริโภคย่อมสนใจเป็นธรรมดา แล้วจากความคิดของเมย์ ที่เถียงๆกันอยู่เรื่องของค่าตอบแทนและเงินลงทุนว่าคุ้มค่ากันไหม เมย์ก็เห็นด้วยกับคุณ Microartในบางเรื่อง แนวความคิดของคุณคล้ายกับของเมย์มั้ง(เหมาเอาเอง) แต่ยังไง งองู (โง่)ก็มาก่อน ฉอฉิ่ง (ฉลาด)เราถึงจะเจอ สอเสือ (สำเร็จ) ใช่ไหมค่ะ การได้ลองผิดลองถูกถือเป็นประสบการณ์ (ราคาแพง) เข้ามาอ่านในนี้ได้ความรู้ดีค่ะ แต่คุณMicroart รู้ไหมค่ะว่าตัวเองตกม้าตายตอนจบ เพราะตอนเมย์อ่านหัวข้อแล้วก็ย่อหน้าแรกๆเมย์ชอบในวิธีการคิดนะ คุณออกตัวว่าวางตัวเป็นกลางสร้างกระทู้พื่อให้ข้อมูล แต่ข้อความที่คุณโต้ตอบกับบางคนมันกลายเป็นต่อต้านนะค่ะ เถียงกันก็เท่านั้นแหละถ้าคนจะทำหรือไม่ทำมันก็ขึ้นอยู่กับความคิดของใครของมัน แต่อยากได้ความรู้ในเรื่องที่ถามจริงๆนะค่ะ ยังไงก็ช่ววยตอบหน่อยนะค่ะเพราะเพิ่งมาอยากรู้เรื่องของโลกไซเบอร์ เห็นโฆษณาแล้วหาข้อมูลมาบางส่วนแล้วแต่เหลือคำถามที่คาใจอยู่แค่นี้แหละค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าน่ะค่ะสำหรับคนที่ตอบคำถาม
May 7th, 2008 at 11:34 น.
ผมเองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่ทำธุรกิจนี้ครับ ผมคิดว่าแนวคิดมันพูดง่ายแต่ ทำจริงหนะมันยาก สุดท้ายก็ได้เลิกทำเพราะมันไม่คุ้มอย่างที่บอก ถ้าต้องการพื้นที่เว็บไซต์จริงๆจะทำเว็บจริงๆ ไม่แนะนำครับ GDI ให้พื้นที่กับโดเมนที่ ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากหน้าเว็บ html มาเป็นมูลค่าธุรกิจ และเก็บราคาแสนแพง สรุปคือมันไม่คุ้มครับ
May 10th, 2008 at 6:49 น.
ผมว่ายาก เพราะ Hosting เกือบทุกที่ มี Affiliate อยู่แล้ว แต่จะให้มากหรือน้อยก็เท่านั้นเอง
ธุรกิจเช่าโฮสติ้ง ทั้งหมดมี โฮสติ้งให้จริง แต่คนสมัคร Affiliate ใช้ไม่เป็น แต่อยากได้เงิน
ก็เหมือน GDI นั้นแหละ บางคนไม่รู้ด้วย Domain คืออะไร
จึงเป็นการผ่อนแรงให้กับการทำงาน Hosting พวกนี้ ได้เป็นอย่างดี มีรายได้เข้าเยอะแต่โฮสไม่ต้องทำงานหนัก
ราคากลางโฮสติ้ง ไม่มีกำหนด ธุรกิจ Hosting พวกนี้จึงอยู่ได้อีกนาน เพลอ ๆ
ในอนาคต อาจจดทะเบียน เป็น MLM ถูกกฏหมายได้ด้วย GDI ตายเลย เพราะมีแค่โดเมน
แต่โฮสติ้ง ได้พื้นที่ 2 – 3 GB ขึ้นไป เพิ่มจำนวน Domain ได้ไม่จำกัด
ราคา 300 – 500 ต่อเดือน ถ้าเทียบราคากับโฮสดี ๆ สักที่ราคาก็ไกล้เคียงกัน
คนที่ทำเว็บจริง ๆ คุ้มอยู่แล้ว แถมได้เงินหลายทาง
แต่คนทำเว็บใหม่ ๆ มันไม่จำเป็นต้อง ใช้โฮสติ้งแพงขนาดนี้ก็เท่านั้นเอง
แต่ก็งง โดเมน 300 บาทต่อปี ก็ดีสุดแล้ว แต่ทำไหม่ต้องจ่าย 300 ต่อเดือน
แถมบวกอีกเกือบ 5,000 ผมก็ยากทำ GDI เหมือนกัน แต่เปลี่ยนไปทำ Hosting แล้ว
เพราะไล่เช็ค http://www.xxxxx.ws ที่ลงโฆษณาไว้ เก่า ๆ เข้าไม่ได้เยอะมากแสดงว่าเลิกไปแล้ว
ก็เลยเปลี่ยนใจ
May 10th, 2008 at 10:24 น.
พวกคุณ ตายแล้วแต่ GDI ยังไม่ตายเห็นหรือเปล่าละ
ทีนี้ใครแน่กว่าใคร ถึงผมไม่เคยทำแต่พอดูออกว่าพวก
ที่พูด อยู่ปาวๆ หายหมดเลยแต่ GDI เขาอยู่ใด้โดยไม่สนใจคุณเลย
May 13th, 2008 at 17:11 น.
กว่าจะอ่านจบนี่มันยาวจิงๆ เลย
ตามความเห็นของผม (ด้านเดียว)
การทำธุรกิจเครือข่าย หรือ MLM หรือ Network marketing นั้น ถ้าผมจะเลือกทำธุรกิจประเภทนี้ สิ่งที่ผมจะมองอย่างแรก คือ Product รองลงมาคือแผนธุรกิจ แต่ถึงจะมองไปที่แผนธุรกิจก่อน ก็ควรมองที่ Product ด้วยอยู่ดี
เพราะถ้า product ไม่ดี สร้าง brand loyalty ไม่ได้ สุดท้ายมันก็ไปไม่รอด ต่อให้ แผนธุรกิจจะดีแค่ไหนก็ตาม
ตอนที่ผมได้อ่านรายละเอียดของ GDI ก็ยอมรับว่าสนใจหน่อยๆ เลยคลิกเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม และค้นหาข้อมูล จนมาพบกับบล็อกนี้
ด้วยตัวระบบของ GDI นั้นดูจะดีอยู่ ด้วยการรักษาสถานภาพ 10$ นับว่าไม่มากเมื่อเทียบกับ MLM อื่นๆ แต่หากมองเทียบในแง่สินค้า ถามว่า เค้าได้เสนอขายสินค้าจริงๆ หรือเปล่า (ผมหมายถึงคนที่ทำอยู่ในประเทศไทย) ที่ต่างประเทศ เค้าอาจจะเสนอที่ตัว product และแผนการตลาดไปพร้อมๆกันก็เป็นได้ หรืออาจจะไม่ก็ได้ แต่ที่คนไทยทำอยู่ ผมแทบจะไม่เห็นประโยชน์ใดๆที่จะได้จากตัวสินค้า จะมีซักกี่คนที่คิดจะจดโดเมน เพื่อที่จะสร้างเวบไซต์ขึ้นมาอย่างจริงจัง การเสนอแต่แผนธุรกิจแบบนี้ มันไม่ก่อให้เกิด Brand loyalty แต่อย่างใด เมื่อใดที่คนที่เข้ามาทำไปแล้ว เห็นว่ามันไม่เวิร์ค ก็จะออกจากธุรกิจนี้ไป และเลิกใช้ product ไปโดยปริยาย (เพราะเค้าไม่ได้สนใจตัวสินค้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว)
แต่ถ้าเทียบกับ amway (อันนี้ไม่ได้ทำแต่อย่างใด ขอนำมาเปรียบเทียบเฉยๆ)
เราสามารถเสนอ ทั้งสินค้า และแผนธุรกิจควบคู๋กันไป ใครที่สนใจ สินค้า ไม่สนใจจะทำธุรกิจก็มีเยอะแยะ ส่วนถ้าใครสนใจจะทำเป็นธุรกิจ เราก็จะได้ downline ถึงแม้ บางคนที่เข้ามาสุ๋ธุรกิจ แล้วไม่ประสบผลสำเร็จ เค้าก็อาจจะลด ความสำคัญลง กลายเป็นแค่ ผู้ใช้สินค้า ก็ยังทำให้ธุรกิจเราเกิดการเติบโตอยู่ดี เพราะถ้าสินค้าดี ผู้ใช้ก็จะเกิด brand loyalty เอง
ผิดกับ GDI ถ้าหากวันนีง ผมเห็นว่ามันไม่ได้ผล ผลจะต้องจ่ายเงิน 10$ กับสิ่งที่ไม่ได้เป็นประโยชน์กับผมทำไม คนที่จะทำ GDI ต้องเปงคนที่จะทำธุรกิจเกือบทั้งนั้น จะหาผู้บริโภคที่ไม่คิดทำธุรกิจนั้นแทบไม่มี ซึ่งสัดส่วนของคนที่คิดจะทำธุรกิจอย่างจริงจัง กับคนที่อยากเป็นแค่ผู้บริโภคเฉยๆ นั้น มันต่างกันเยอะ (โดยมาก จากที่ฟัง บริษัท mlm กล่าวอ้างมา มักจะบอกว่า 2 ใน 10 คน )
ด้วยเหตุนี้ผมถึงได้คิดวา GDI ไม่ค่อยจะยั่งยืนเท่าไหร่
แต่หาก เค้า ทำสินค้าให้เด่น สร้าง brand loyalty ได้ และคนไทยสนใจจะทำเว็บไซต์กันมากขึ้น อนาคต ของธุรกิจนี้ก็อาจจะดูดีก็ได้
… อันนี้มุมมองของผมคนเดียวนะ ผมไม่ได้มีความรู้อะไรมากมาย นี่พูดตามความคิด และที่ได้สัมผัสกับ MLM มาบ้าง …
May 15th, 2008 at 21:46 น.
ง่ายๆเลยอ่านะ
ขอโทษทีเถอะ…ไม่อยากจะพูดอะไรมาก
วันก่อนมีคนที่บ้าทำแต่นประเภทนี้ รวมถึง GDI ด้วย มาขอยืมเงินเราด้วยหล่ะ 55555+
เพื่อเราไอ้คนนี้มันก็โม้อย่างงั้นโม้อย่างนี้ บอกเมื่อ 8เดือนก่อนว่า มิงคอยดูนะอีก 6 เดือนกรูจะรวย
55555+ อยากจะขำเป็นภาษาลาว แล้วไงอ่ะ 8 เดือนต่อมามันยังมาขอยืมเงินเราอยู่เลย
จะบอกว่าไอ้คนนี้มันถ่ายรูปตัวเองลงเวปพวกนี้ด้วยแหล่ะ โม้สารพัดว่ามีเงินเป็นเดือนละหลักหมื่นๆ ทุเรศหว่ะ …ข้อความพวกนี้ก็แค่เมคให้ตัวเองดูน่าเชื่อถือ จะบอกให้ว่าทุกวันนี้เดือนละ 4000 มันยังหาไม่ได้เลย..ต้องมาลำบากคนขายแผ่นซีดีอย่างเราเลย
ปล.ไอ้คนนี้มันได้รางวัลหาคนเยอะมาหลายเวปแล้ว แต่เราก็ไม่เห็นมันรวยขึ้นเลยสักนิดเดียว แถมมายืมเงินเราอีก ด้านฉริบหายทั้งๆที่มันก็ชวนเราทำนะ และโม้สารพัด แถมมีการบอกว่าจะช่วยเราหาคนอีก หึหึ…คนอยู่บ้านใกล้ๆกันแท้ๆ ก็แค่ลมปาก พอเงินเข้าไปจีดีไอวันเดียวเท่านั้นแหล่ะ ก็ไม่มีหมาตัวไหนมาช่วยเลย
ขอทำงานแบบสู้ชีวิต หาเช้ากินค่ำ แถมยังมีตังเหลือให้พวกจีดีไอยืมอีกต่างหาก
May 16th, 2008 at 0:18 น.
ใครบอกว่าคุ้มค่าของดูรายได้หน่อยแล้วกันครับ (ไม่ได้เข้าซะนาน)
ใครอยากทำก็ลองดูเลยแล้วจะได้รู้จริงไปว่าที่เค้าบอกกันว่าไม่คุ้มนั้นคืออะไร
ถ้าใครอยากทำธรุกิจเพราะเบื่อที่จะเป็นมุนษย์เงินเดือนเชื่อผมเถอะว่ามีธุรกิจอื่นอีกที่ทำบน internet อีกเยอะใครหาธุรกิจแบบนี้อยู่แล้วคิดจะทำ GDI แต่ไม่แน่ใจ ก็ลองหางานอื่นดูมีอีกเยอะครับ ค้าหาในกูเกิ้ลก็ได้
อย่างเช่น adsense ebay PCT Forex ยังคุ้มค่ากว่าทำ GDI เป็นไหนๆ
ผมเคยเข้าไปในบอร์ดของ GDI ไทยแลนด์ คนเก่าๆหายหมดครับเหลือน้อยมาก
ตอบคุณ 2008 ธุรกิจอยู่ได้สิครับเพราะยังมีเหยื่อใหม่ๆมาตลอดทั่วโลกคุณอยากเป็น 1 ในนั้นก็ลองดูครับ
ผมจะให้ดูรายได้ที่ไม่ต้องจ่ายทุกๆเดือนๆแบบ GDI แต่คุ้มกว่าครับทำบนเน็ตเหมือนกัน ไม่ต้องง้อคน แต่ผมไม่บอกแล้วกันทำอะไรแนะนำไปแล้ว
http://images.torrentmove.com/show.php?id=7859656abf813bbbf47f83f1dc9aaa12
May 18th, 2008 at 10:20 น.
ผมเพิ่งเริ่มทำ GDI ยังอยู่ในช่วง ฟรี 7 วัน (ยังสามารถถอนตัวได้)ยังไม่ได้จ่ายเงิน และยังไม่ได้เงิน ยังอยู่ระหว่างตัดสินใจ แต่พอมาอ่านบทความที่นี่ แล้ว ผมยิ่งรู้สึกอยากทำเข้าไปอีก เพราะผมเชื่อในสิ่งที่ผมมองเห็นด้วยตัวเองแล้วว่าทำได้ ผมตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง แล้วจะไม่เสียใจสักนิดถ้าไม่สำเร็จเนื่องด้วยประการใดก็ตาม และผมไม่คิดว่าจะเป็นการเอาเงินไทยออกไปนอกประเทศอย่างเดียวด้วย เพราะให้แนะนำได้ทั่วโลก (มีเวบไซต์ให้เราใช้หลายภาษายกเว้นภาษาไทย)GDI คงไม่อยากมาหลอกประเทศเราให้เหนื่อย จริงอยู่ช่วงนี้ผมจะต้องใช้เวบไซต์ เพื่อการบอกต่อ เพื่อสร้างรายได้ ให้เร็วที่สุด เพราะถ้าหากช้าแล้ว ws เป็นที่แพร่หลายในโลกแล้ว โอกาสนั้นก็หมดไป (ตอนนี้ GDI เป็น บริษัทที่โตเร็วเป็นอันดับ 37 จาก 500 บริษัทของ USA ไป check กันเอาเอง) ถึงวันนั้นผมก็คงจะต้องเปลี่ยนเวบไซต์ผมมาใช้งานตามปรกติ ซึ่งวันนั้นคงไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกแล้ว ผมว่าความคุ้มค่า อยู่ที่ระบบที่จะช่วยให้เราทำงานครับ มันเกือบจะสมบูรณ์แบบเลย (บวกกับทีมงานที่ดีด้วยนะครับ) ผมแค่บอกต่อทางเน็ตเท่านั้น ผมพูดมากก็จะเป็นการโฆษณาไป แต่ช่วยคิดตามผมนิดนึง ในการที่คุณจะบอกต่อคน 5 คนที่จริงจังมาเข้าร่วม ใช้เวลานานแค่ไหน แล้วเวลาที่คนต่อไปบอกต่ออีกคนละ 5 คนต่อไปเรือยจนครบ 5 ชั้น จะใช้เวลานานแค่ไหน (10 ปีพอมั้ยครับ ต้นทุนก็ 1,200 ดอลลาร์)แล้วได้กี่คน ใช่ 3,905 คนหรือเปล่า ก็คูณ 1 ดอลลาร์ x 32 บาท เข้าไปครับ ต่อเดือน!! ตลอดไป ถ้าดาวน์ไลน์เลิกทำ เค้าก็เลื่อนคนล่างขึ้นมาให้ เราแค่บอกต่อ 5 คนเท่านั้นเองครับ มันยากมากมั้ยครับ(ส่วนเรื่องช่วยดาวน์ไลน์มันก็ไม่ยากเพราะระบบช่วยเรามากมาย)หลักฐานการจ่ายผมก็เห็น ของ upline คงไม่ต้องเอาให้ดูมั้งครับ (แค่นี้ก็ดูโฆษณามากพอแล้ว) ผมเรียนจบไม่ค่อยสูงครับ แต่สงสัยว่าทำไมจะต้องคิดอะไรให้มากมาย ผมเสียเวลาอ่านมาตั้งนานจนผมเขียนข้อความนี้เสร็จแล้ว ก็คงจะไม่เสียเวลากลับมาดูแล้ว ข้อความนี้อาจจะถูกลบ หรือโดนตำหนิหาว่ามาโฆษณา ก็ช่าง ผมจะรีบไปทำงานที่ผมเชื่อ และถ้าใครยังตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำ GDI หรือต้องการหาข้อมูลมากขึ้นก็ยังมีอีกหลายเวบให้ศึกษา ควรดูหลาย ๆ เวบมากกว่าหลาย ๆ ข้อความในเวบเดียวจะวิเคราะห์ได้ดีกว่าครับ เอามาประกอบกัน เพราะเรื่องแค่นี้เราวิเคราะห์เองได้ ไม่ดีก็เลิกได้ แต่ก็แล้วแต่ความคิดใคร นานาจิตตัง ใครใคร่ค้าม้าค้า ครับ อย่างน้อยเวบบอร์ดที่นี้ก็ทำให้ทุกคนรู้ว่า GDI มีตัวตนจริง ไม่หลอกลวง คนไทยหลอกกันเองยังมีเยอะกว่านี้เลย จริงมั้ยครับ สุดท้ายผลลัพธ์ไม่มีใครสามารถทำนายได้แน่นอน 100% หรอกครับ
ขอบคุณเจ้าของกระทู้และทุกคนที่ให้ข้อมูลที่ช่วยผมและคนอื่น ๆ ได้นำมาใช้วิเคราะห์ครับ หากล่วงเกินหรือไม่เหมาะสม ขออภัยครับ หรือโทรมาคุยกันได้ครับ
ภีมนาท แย้มบุญเรือง 081-5533525
May 18th, 2008 at 12:45 น.
วันนี้เข้ามาบล็อกนี้อีกครั้งยังสุดยอดเหมือนเดิม
มีคนใหม่ ๆ เข้ามาอ่านตลอด สุดยอดครับ
เป็นข้อมูลให้พิจารณากันหลาย ๆ ฝ่าย
เป็นประโยชน์กับทุกคน
May 20th, 2008 at 18:59 น.
ภีมนาท แย้มบุญเรือง ครับ อย่าลืมเอารายได้มาโชว์บ้างนะครับ
เพราะแรกๆผมก็เหมือนคุณเลย คือโดนเป่าหูมาให้เห็นภาพอันแสนสวย ทางเต็มไปด้วยกลีบกุหลาบ…เงินทองมากมาย และคำพูดของอัพไลน์ว่าจะช่วยอย่างนั้นจะช่วยอย่างนี้
แต่เชื่อเหอะว่า อีก 30วันต่อจากนี้ คุณก็จะรังเกียจธุรกิจอันนี้แถมจะโจมตีเหมือนผมแหล่ะ ถ้าไม่จริงให้ไปเอาขี้มาปาหน้าผมได้เลย
May 25th, 2008 at 23:17 น.
สวัสดีอีกครั้งครับ
ผมอดแวะมาดูไม่ได้ อยากรู้ว่าจะมีใครมาต่อว่าเราหรือเปล่า เวบบอร์ดนี้ดีมากเลยครับ เวลาผมแนะนำลูกค้าก็ให้มาดูที่นี่ เพราะมีความคิดเห็นของคนหลายรูปแบบ หลายระดับ จะได้ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ แต่ผมก็พยายามแนะนำให้เค้าดูหลาย ๆ ที่
ขอบคุณมากครับ คุณหนุ่ม ที่ให้ความสนใจ
ผมบอกไปแล้วว่าเพิ่งเริ่มทำก็คงยังไม่ได้เงิน ถึงได้เงินแล้วก็คงไม่เอามาโชว์หรอกครับ มันไม่ดี (ถึงไม่ได้เงินก็คงไม่โทษใครหรอก เพราะเราเลิอกเอง)
ผมตัดสินใจทำไม่ใช่เพราะโดนใครเป่าหูครับ มีธุรกิจอื่น ๆ หลายอย่างที่มักจะพูดถึงฝันสวยหรู อนาคตดีดี อิสรภาพทางการเงิน ร่ำรวยมีบ้านมีรถขับ มากกว่าที่จะพูดถึงวิธีการทำงาน ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเคลิ้มตามความฝันที่คนอื่นวาดไว้ให้ แล้วสมัครโดยที่ยังไม่รู้วิธีการทำงานด้วยซ้ำ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับคนเหล่านั้น (GDI ยังดูมีจรรยาบรรณกว่าตั้งเยอะครับ)
ผมสมัครเพราะว่า ศึกษาโดยละเอียด ความเป็นไปได้ วิธีการทำงาน แล้วมาวิเคราะห์ดูว่า เราทำได้หรือเปล่า เหมาะกับเราหรือเปล่า ไม่ได้หวังให้ upline มาช่วย (แต่จริงแล้ว upline ผมเค้ามีระบบ support ให้จนเกินพอ และพอใจมาก แทบไม่ต้องโทรไปหาเลย) ดังนั้นเมื่อตัดสินใจสมัครแล้ว เราจะได้ไม่ต้องเสียใจ ว่าทำไมล้มเหลว เพราะเราตัดสินใจแล้วด้วยตัวเอง และจะได้ไม่ต้องไปโทษธุรกิจ ไม่ว่าธุรกิจอะไรก็ตามครับ คนอื่นเค้าจะได้ไม่เยาะเย้ยเอาได้ว่า
“จะไปว่าเค้าทำไม แล้วทำไมก่อนทำไม่ศึกษาให้ดีก่อน”
ธุรกิจทุกอย่างมันก็มีข้อดีข้อเสีย ขึ้นอยู่ว่าเราจะเลือกทำอย่างไหน เหมาะสมกับเราหรือไม่
ผมจึงอยากให้ทุกคนมีจุดยืนที่แน่นอนเป็นของตัวเองครับ หากจะทำก็ให้ทำด้วยความคิดพิจารณาด้วยตัวเอง ถึงจะล้มเหลวมันก็ไม่แปลก เพราะไม่มีธุรกิจไหนที่จะสำเร็จ 100% หรอกครับ อยากให้ศึกษาเยอะ ๆ อย่าให้เวบบอร์ดไม่กี่เวบทำลายความตั้งใจของตัวเอง ไม่ว่าธุรกิจอะไรก็ต้องมีเวบบอร์ดโจมตีทั้งนั้น (รู้สึกดีใจมากครับ เพราะเท่าที่ผมเห็นของ GDI มีไม่กี่เวบหรอกครับที่โจมตี)
ตอบคุณหนุ่ม ผมเชื่อว่าไม่มีธุรกิจไหนที่จะสำเร็จได้ในเวลาแค่ 30 วันหรอกครับ ดังนั้นจึงมั่นใจได้อย่างยิ่งเลยว่า ผมไม่ล้มเลิกหรอกใน 30 วัน หรือว่าถึงล้มเหลว ผมก็ไม่มาโจมตีหรอกครับ เพราะเราตัดสินใจเอง เลือกเอง ไม่รู้จะไปว่าเค้าทำไม มันเหมือนดูถูกความคิดตัวเองครับ และไม่ต้องเป็นห่วงครับผมคงไม่เอาอะไรไปปาหน้าคุณหรอกครับ มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสำหรับทุกคน นอกจากว่าคุณจะเอาปาหน้าตัวเอง (ใครก็เขียนได้ แต่ทุกคนเขาก็รู้ว่าคงไม่กล้าหรอกครับเรื่องแบบนี้ ดังนั้นอย่าพูดดีกว่าครับ)
เจ้าของธุรกิจรายใหญ่ เขาอาจจะไม่รู้มากเท่าหลายคนในบอร์ดนี้ครับ แต่เค้าก็ประสบความสำเร็จได้ เพราะความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นในตัวเองครับ
สุดท้ายนี้ การโจมตีกันส่วนใหญ่มักเกิดจากขัดผลประโยชน์ หรือเป็นคู่แข่งทางการค้า หวังว่าที่นี่คงไม่ได้เป็นแบบนั้นนะครับ
ป.ล. ด้วยความเคารพผมพยายามแสดงความคิดเห็นไม่โจมตีใคร และถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากให้ใครมาพาดพิงถึง ความคิดใครก็ความคิดใคร ค่อนข้างเบื่อกับเรื่องแบบนี้ครับ หวังว่าคงเข้าใจ
081-5533525
May 27th, 2008 at 11:30 น.
WOW!!!!
สุดยอดจริงๆ ไม่เคยเห็นกระทู้ไหนที่มีการตอบโต้นานขนาดนี้
ว่าแต่ จขกท หลังๆ ไม่เห็นตอบเลยอ่ะ
ความคิดเห็นจากทุกคนเป็นการเอื้อเฟื้อให้คนอื่นมากๆ ส่วนการเลือกและตัดสินใจก็เป็นหน้าที่ของประชากรออนไลน์แล้วแหละ ว่าสามารถแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็นได้หรือป่าว
May 28th, 2008 at 17:53 น.
ถึงคุณ ภีมนาท แย้มบุญเรือง ไม่ทราบว่าจะหารายละเอียดของธุรกิจนี้ได้จากที่ไหนอีกค่ะ พอดีสนใจแระกำลังจะสมัครค่ะ และขอรบกวนอยากทราบว่า upline ของคุณคือใครนะค่ะ พอดีอยากได้ up ที่ดีๆ หน่อยนะค่ะ สนใจเรานะ ขอขอบคุณอีกครั้งค่ะ แระจะแวะเข้ามาดูนะค่ะ
May 29th, 2008 at 1:15 น.
ขอบคุณครับ คุณ nan ที่ให้ความสนใจ
ต้องขออภัย ที่ ไม่สามารถบอก upline ในที่นี้นะครับ เพราะเดี๋ยวเค้าจะหาว่าโฆษณา ไปกันใหญ่อีก แต่ผมจะพยายามให้ข้อมูลเท่าที่จะให้ได้ก็แล้วกันครับ (หรือไม่ก็โทรมาถามก็ได้ครับ)
เท่าที่ผมศีกษามา มี 2 ทีม ที่มีข้อดีข้อเสียต่างกัน
ทีมแรก เน้นการทำตลาดในประเทศไทย มีระบบช่วยเป็นภาษาไทยทุกอย่าง ทำให้คนไทยเข้าใจได้ละเอียดทะลุปรุโปร่ง ข้อดีคือ คนไทยเข้าใจง่าย แต่ก็มีข้อเสีย คือ ทำตลาดกับคนต่างชาติ ได้ยากหน่อย
ทีมสอง เน้นให้เราทำตลาดทั่วโลก ระบบที่ช่วยดีมาก ๆ (โฆษณาว่า จะช่วยหาดาวน์ไลน์ให้ด้วย)จะได้ลูกทีมจากทั่วโลก ข้อเสียคือ ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ ไม่เหมาะสำหรับคนอ่อนภาษาอังกฤษ(แต่ก็ไม่ยากเกินไป)
ทีมแรก upline ดีมาก เพราะมีประชุมออนไลน์ ทุกอาทิตย์ มีข่าวสารแจ้งทาง e-mail ตลอด คุยทาง msn ได้ ออนไลน์ทุกวัน
ทีมสอง upline ยังไม่เคยสัมผัสครับ แต่จะได้รับการดูแลโดยระบบอัตโนมัติของทีม ซึ่งก็มีเหลือเฟือเกินความต้องการครับ
อยากบอกว่า
อย่าทำ GDI หากยังไม่ศึกษาให้ดีก่อน และมันก็ไม่ง่ายนักหรอก ไม่มีอะไรสำเร็จโดยปราศจากความพยายามครับ ขอให้โชคดีครับ
081-5533525
May 29th, 2008 at 14:32 น.
to ภีมนาท แย้มบุญเรือง
ขอบคุณค่ะ และไว้จะติดต่อไปนะค่ะ
May 29th, 2008 at 23:04 น.
กำลังลองทำอยู่ครับ GDI กับธุรกิจโฮสติ้งแห่งหนึ่ง 2 อย่างเลย
ได้ผลอย่างไร เดียวจะมาขอลงด้วยครับ ให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้กัน
ผ่านมา แล้วผ่านไป…….
May 31st, 2008 at 15:01 น.
พอดีผมเข้าไปเจอโฆษณาสมัครฟรีของ DubaiMlm รบกวนท่านผู้รู้ช่วยวิเคราะห์ธุรกิจตัวนี้หน่อยครับ
June 2nd, 2008 at 10:53 น.
ถ้าให้ผมแนะนำธุรกิจออนไลน์ หรือทำงานบนอินเตอร์เน็ตนะ ทำ Amazon Associates แบบผมดีกว่า ไม่ต้องลงทุนสักบาท!!
http://bloggermakemerich.blogspot.com/2008/05/amazon-associates-payment-me-in-march.html
ผมแนะนำแค่ให้โอกาส ผมไม่ได้อะไรจากผู้ที่มาสมัครต่อ ธุรกิจนี้ทำเองถึงได้เองครับ
สำหรับผมมันคือธุรกิจเสือนอนกิน
June 3rd, 2008 at 7:57 น.
โห คุณ onuke 3เดือนได้ขนาดนี้ เสือนอนกินจิงๆ
เยี่ยมคับ ^_^
June 3rd, 2008 at 13:02 น.
อ่านมาเยอะแล้วรู้สึกเหมือนตอนคิดจะทำแอมเวย์เลย
ไม่เป็นหรอกค่ะคนที่ไม่สนใจจะทำ คุณอาจจะเหมาะกับการทำงานรับเงินเดือน แล้วพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
แต่สำหรับคนที่ทำธุรกิจแบบนี้ อย่างที่คุณรู้ ถ้าคุณมองปัญหา มันก็จะเจอแต่ปัญหา ทำต่อไปค่ะ ถ้าคุณคิดว่าคุณทำมันได้ มันจะประสบความสำเร็จ
สำหรับคนที่ไม่สนใจทำ การทำงานรับเงินเดือนมันพอสำหรับคุณแล้ว
แต่ถ้าใครที่บ่นว่าเบื่องานประจำ ถ้าคุณไม่เปิดใจให้มันกว้างหน่อย คุณไม่เจออะไรที่แตกต่างหรอกค่ะ
ตอนแรกคิดอยู่ว่าจะเอาไงดี ตอนนี้ตัดสินใจแล้วค่ะ ทำไปเถอะ ไม่มีธุรกิจอะไรไม่ลงทุนแล้วได้กำไรหรอกค่ะ โลกมันหมุนไปเรื่อยๆ ดิฉันเป็นคนที่พยายามหาธุรกิจทำตลอด ขายของแบกะดินก็เคยมาแล้ว ถ้าคุณไม่ลงทุน มันไม่ได้ผลตอบแทนหรอกค่ะ แล้วถ้าคุณหวังผลตอบแทนภายในพริบตาละก็ ยากค่ะ ไม่มีธุรกิจอะไรลงทุนครั้งเดียวแล้วให้ผลระยะยาวหรอกค่ะ มองแบบคนที่ทำธุรกิจ แล้วคิดถึงความเป็นจริงสิค่ะ ถ้าคุณไม่บอกว่าจะขายแล้วใครจะมาซื้อ แล้วถ้าคุณไม่ซื้อหรือผลิตแล้วจะเอาอะไรขาย ทำธุรกิจนะค่ะไม่ใช่เล่นขายของ
สำหรับคนที่มีทัศนคติแล้วสนใจจะทำ Mail คุยกันได้นะค่ะที่ E-mail address : d.juggoo@yahoo.com
ถ้าคุณอยากเจออะไรใหม่ๆ คุณต้องออกไปหาค่ะ ที่ที่คุณอยู่อาจจะมีอะไรบางอย่างที่คุณมองข้ามไป และยังมีที่ที่ใหม่ที่คุณยังไม่เคยเจออีกเยอะค่ะ
คุยกันได้ถ้าคุณสนใจจริงๆ
June 5th, 2008 at 19:13 น.
http://www.teebaan.com/kct107/
รบกวนคุณไมโครอาทช่วยดูการตลาดเวปนี้ให้หน่อยจ้า
เห็นเค้าว่าลงทุน 3800 แล้วจะม่คนมาต่อเราเองโดยที่ไม่ต้องหาคนมาต่อเรา นี่มันไงกันอ่ะ
June 6th, 2008 at 3:41 น.
Agel เป็นธุรกิจเครือข่ายที่มีสินค้าจับต้องได้จริงครับ เหมือนๆ กับ Amway หรือ Giffarine
3,800 บาทไม่ใช่จ่ายก้อนเดียวจบแล้วกระดิกเท้ารอรับเงินได้นะครับ (เพราะถ้าเป็นแบบนี้ก็คือแชร์ลูกโซ่) จริงๆ จะต้องรักษายอดแต่ละเดือนด้วย ผมคิดว่า 3,800 บาทคือยอดในแต่ละเดือนของผู้ที่ทำธุรกิจจะต้องทำให้ได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคงไม่ค่อยมีใครที่เอาสินค้าไปขาย แต่จะเน้นการบริโภคเองมากกว่า
การที่มีคนมาต่อเราเองนั้นเป็นเพราะแผนของธุรกิจนี้เป็น Binary Matching ซึ่งแต่ละคนจะมีดาวน์ไลน์ติดตัวได้แค่ 2 คน ถ้ามีมากกว่านี้ก็จะต้อง place ลงไปใน level ถัดไป แปลว่าถ้าอัพไลน์ของคุณชวนคนเก่ง สมมุติว่าชวนคุณได้เป็นคนแรก ชวนอีกคนเป็นคนที่สอง ถ้าเขาชวนคนที่สามเพิ่มเข้ามา เขาจะต้องเลือกว่าจะ place ลงไปให้ใคร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะดูว่าดาวน์ไลน์คนไหนที่ active ก็จะช่วย place ให้
แต่… อัพไลน์จะ place ให้คุณแค่ข้างเดียวครับ ซึ่งการมียอดแค่ข้างเดียวไม่ทำให้คุณมีรายได้จากแผนธุรกิจแบบนี้ได้ คุณจะต้องมียอดจากทั้งสองข้างถึงจะได้รับคอมมิสชั่น นั่นหมายความว่าสุดท้ายแล้วคุณก็ต้องหาดาวน์ไลน์อีกสายด้วยตัวเองอยู่ดีครับ
June 8th, 2008 at 17:50 น.
อ่านข้อความบางคนแล้วก็ตลกดี ประมานงว่า GDI คือธุรกิจสำหรับคนไม่ต้องการเป็นมนุษย์เงินเดือน มันดีที่สุดแล้ว แต่หารู้ไม่ว่ายังมีงานใน internet อีกมากมายเยอะแยะที่ทำให้หลุกพ้นจากมนุษย์เงินเดือน
อีกอย่างใครคิดว่าทำ GDI หาแค่ 5 คนมันง่ายละก็คิดผิดครับ เพราะยังต้องมีคนที่คิดถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัท แล้วพบว่ามันไม่คุ้มค่าซะเลย ต่อให่เจอ 5 คนแล้วเค้าสนใจทันทีถ้าอีก 5 คนหาต่อไม่ได้เค้าก็เลิกครับ แต่คุณต้องจ่ายออกไปทุกเดือนๆ แล้วที่คุณทำมาก็จะ ศูนย์เปล่าทันที
สำหรับคนที่อยากรวยอยากมีเงินสำหรับอนาคตก็ลองศึกษาพวกหุ้นต่างๆ ก็ได้ครับไม่เห็นจะต้องทำ GDI แล้วก็บอกว่าใครอยากเป็นมุนษย์เงินเดือนก็ไม่ต้องทำ
การลงทุนยังมีอีกเยอะใครคิดว่า GDI ดีที่สุดแล้วผมว่ามองอะไรแคบไปนะ
ลองดูคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตจริงๆ เค้ารู้จักการลงทุนต่างๆ แต่ยังไม่เคยเห็นใครประสบความสำเร็จในชีวิตด้วย GDI ซักคน ว่างๆก็รู้จักดู moneychannal บ้างก็ได้นะครับ ชาว GDI
http://www.settrade.com
June 9th, 2008 at 12:15 น.
เรียนถาม อ.อภิศิลป์(MacroArt)
ผมเป็นผู้หนึ่งที่เข้ามาอ่านความรู้จากที่นี่ประจำนะครับ พอดีผมไปเจอเว็ปตัวหนึง อยากไห้ท่านช่วย ดูข้อดี ข้อเสีย จริง หรือหลอก แนวโนมจะเป็นอย่างไร อื่นๆ อีก
รบกวนท่านจริง กระผมจะรอคำตอบจากท่านนะครับ
ขอบคุณล่วงหน้าด้วยนะครับ
ด้วยความเคารพครับ
ผู้รอคอย
June 10th, 2008 at 5:23 น.
พึ้งโดนคนไทยด้วยกันหลอแย่มาก
เว็ปที่พึ้งเกิดการทำงานเหมือน GDI จ่ายค่าสมัครเดือนละ 450 บาท
ใด้พื้นทีทำเว็บ 3 กิก ลองทำใด้สักพักระบบและ การบริการก็ห่วยมาก
ทำมาสองเดือนเสียเงินไป900บาท เสียความรู้สึกจริงๆกับ HML ของไทย
ทำเอง
June 11th, 2008 at 12:15 น.
เจ้าของบล็อค ช่วยใส่ข้อ ในความคิดเห็นจะได้รึป่าวค่ะ
พอดีดิฉันแวะมาอ่านนะค่ะ อ่านแล้วไม่จบนะค่ะ
มาอ่านต่อใหม่ ก็ ใช้เวลาหาอยู่นานว่าดิฉันอ่านถึง ข้อไหนแล้ว
ดิฉันคิดว่าทุกความคิดเห็นค่ะมีประโยชน์มากค่ะ
ทุกความคิดเห็นเป็นความคิดเห็นที่ดีมาก
ทั้งความคิดเห็นเรื่อง ไก่ กับไข่ 555
ขอบคุณค่ะที่มีบล็อคดีดีให้อ่าน
ณ ตอนนี้ ดิฉันยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะ ลงทุนทำ GDI เลยนะค่ะ
ยังสนุก อยู่กับการอ่าน ความคิดเห็น นะค่ะ
ขอบคุณ อีก ครั้ง
June 12th, 2008 at 22:21 น.
หลังจากที่ใด้อ่านมาพอสมควรผมก็ใด้ไปค้นหา คนที่ทำ GDI เกาๆ
หาไม่มีครับหายหมดเลย อยากทำมากเลย ลองสงข้อมูลไปก็ไม่มีใคร
ตอบกับมาสักคน จนคิดว่ามันคงจบแล้วมั้ง GDI ในไทย แต่ก็มาเจอ
จนใด้ครับคนที่มีความตั้งใจจริงๆ และก็ใด้ตัดสินใจทำกับคนนี้เลยครับ
ทำมาใด้ 7 วันแล้วครับโดนหักเงินแล้วแต่ยังไม่มี ดาวไลเลย ก็เพราะ
ยังไม่ใด้หาดาวไลเลย ต้อนนี้กำลังศึกษาระบบ อย่างเต็มที่ก่อนแล้ว
ค้อยหาด้าวไล คิดว่าคงยังไม่สาย แต่ไม่ต้องห่วงครับ ผมไม่ spam
mail ไปรบกวนใครอย่างแนนอน
ปล.ขอบคุณบอร์ดนี้อย่างมากเลยครับที่ให้ผมใด้เจอคนที่ตั้งใจจริงถึงเคา
จะพึ้งเริ้มทำได้ยังไม่ถึงเดือนแต่อัพไล สายนี้เก่งมากเลย ขอบคุณอีก
ครั้งครับ
083-8852075
June 12th, 2008 at 23:28 น.
คุณ 2008 อยากรู้ไหมว่าทำไมคน GDI คนเก่าๆที่มาแถในนี้เค้าหายกันหมด….ก็เพราะว่า ที่เค้าโม้ๆฝันของเขามาว่า หาคนได้แน่ รายได้ดี มีอัพไลน์ช่วย ทีมงานจะช่วยเอง หึหึ พวกนั้นมันหาคนไม่ได้ไง พอหาคนไม่ได้ก็เลิกไป แล้วไม่ยอมมารับผิดชอบคำพูดของตัวเอง คือโม้ไว้เยอะอ่ะนะ 55555+ แล้วคงอายมั้ง
จะบอกให้ว่าคนที่ทำ จีดีไอ ข้างๆบ้านเรา มันทำมาจะปีแล้ว ทำทุกอย่างเลยนะ เวปเก็ทริช LBH จีดีไอ ชำระเงินออนไลน์(ทุกอย่างที่เป็นเครือข่ายมันทำหมด) ก็ยังไม่เห็ฯมันจะรวยขึ้นเลย แถมสุขภาพจิตยังแย่ซ้ำหนัก โทรมลงกว่าเดิมเยอะ รถมอเตอร์ไซด์หายไป1คัน คาดว่าจะขายไปแล้ว เราไม่ได้กล่าวหาคนทำจีดีไอ ในนี้นะ แต่ดูแล้วขนาดว่ามันทำหนักขนาดนี้มันยังไม่รวย แล้วคนในนี้หล่ะ ถ้าไม่ทำหนักแบบมันจะมีเงินไหม?
June 13th, 2008 at 20:28 น.
สวัดดีครับทุกคน ขอบคุณมากเลยครับคุณ กุ๊ก ทีตอบกระทู้ผม
ครับพวกนี้ผมก็รูดีครับ หลอกชาวบ้านไปวันๆ ผมก็โดนหลอกมาก็เยอะครับ
ทั้งของไทย และของเทศ ทำใจครับผมไม่ค่อยคิดอะไรมากมาย แต่ผมชอบ GDI เป็นการส่วนตัวครับ เคยทำมาแล้วประมาณ 6 เดือนที่แล้ว
หาคนไม่ใด้เลย แถม อัพไล ก็ติดต่อไม่ใด้ชักคน เว็บภาษาไทย ก็ ปิดไปเฉยเลย ทำอะไรไม่ใด้ผมเลยเลิกไปพักหนึ่ง แต่ยังชอบอยู่ เลยหาทีมใหม่อีก เจอ โฆษณา ชะสวยเลย ไม่ต้องหาสมาชิกก็มีรายใด้เดือนละ 10000
ก็ลองสมัครไปอีก(ไม่เข็ดครับ)ติดต่อใครไม่ใด้เลยแล้วก็เลิกทำไปเพราะ
หาผู้นำที่ดีไม่ใด้ ผมไม่เคยไปโทษใครเลยครับ เพราะนี้คือการตัดสินใจของผมเอง จริงอยู่ว่า การโฆษณาเกินจริงมาก แต่การตัดสินใจทำคือผมเองคนพวกนี้ไม้ใด้มาบังคับผมเลย ผมถึงไม่เคยไปโทษใครงัยครับ (แตก็แค้นนะ)55555
ของฟรีผมก็ทำมาเยอะครับ จำพวกเว็ปคลิกแต่ก็ใด้เงินช้าเกินไม่ไว
ครั้นจะไปทำ adsense ebay PCT Forex อย่างที่ คุณผ่านมาดู บอกผมกด็จนปัญญาครับ ทำงัยใด้เรียนมาน้อยครับ (แถมเอารายใด้มาอวดผมด้วย)55555
ตัดสินใจทำ GDI ในครั้งนี้คิดว่าไม่ผิดหวังครับ
เอก 083-8852075
June 14th, 2008 at 15:30 น.
ผมรู้สึกว่าทุกคนอธิบายกันในขั้วทีสุดโต่งกันไปนิดนึง จนรู้สึกคันมือเลยขอแสดงความคิดเห็นบ้างนะครับ เริ่มแรกผมขอพูดถึงคำว่า การตลาดก่อนนะครับแต่ยังไม่พูดว่าเป็นการตลาดแบบไหนนะครับ การตลาดคือการที่ทำให้สินค้า (Product) ไปถึงมือผู้บริโภค แต่คำว่าการตลาดที่ดีคือการทำให้สินค้าไปถึงผู้บริโภคแล้วผู้บริโภครู้สึกพอใจกับสินค้าเมื่อเทียบกับราคา Price ที่ตัวเองจ่ายไป ถ้าใครเห็นด้วยก็ขอให้อ่านต่อนะครับ คราวนี้เรามาดู GDI กันนะครับ ก่อนอื่นผมต้องถามว่า GDI ขายอะไร ถ้าผมเข้าใจถูกต้องนะครับ GDI ต้องการขายบริการการช่วยทำเว็บไซต์กับจดโดเมนเป็นหลักใช่ไหมครับ? ถ้างั้นคนที่ซื้อ GDI น่าจะต้องใช้ประโยชน์จากการบริการของ GDI สิครับ ก็ต้องถามต่อว่าแล้วที่คุณชวนสมาชิกมาสมัคร GDI คนเหล่านั้นต้องการใช้ GDI ทำเว็บไซต์หรือเปล่า? ตอบเองนะครับผมคงไม่ตอบให้ คราวนี้ถ้าหากคุณบอกว่า GDI ไม่ใช่สินค้าบริการแต่ GDI เป็นสินค้าประเภทลงทุนละคือจ่ายให้ GDI เพื่อให้ผลตอบแทนกับมาที่ดีกว่า อันนี้ต้องคิดอีกมุมนึงครับคิดเหมือนว่าซื้อหุ้นตัวนึงแล้วได้ผลตอบแทนกลับมา ถ้าเรามามองว่าเราซื้อหุ้นก็คือเราไปลงทุนในหุ้นแล้ว แล้วบริษัทที่เราลงทุนเขาก็เอาเงินไปลงทุนต่อเกิดเป็นกำไรแล้วกลับมาจ่ายปันผลให้ หุ้นจึงเปรียบเสมือนสินค้าลงทุน แต่ GDI ซื้อแล้วแล้วไปชวนคนอื่นมาซื้อต่อเราถึงได้กำไร ก็แปลว่าผลตอบแทนที่เราได้ก็ได้มาจากเงินของ downline เราสินะครับถูกไหมเพราะผมยังมองไม่เห็นว่าเงินมันจะมาจากทางอื่นได้ยังไง? ถ้าคิดให้ลึกกว่านั้น ถ้า downline เป็นคนไทยทั้งหมด แล้วเขาแบ่งเงิน $10 เป็นค่าการตลาด $5 ค่าสินค้า $5 ก็แปลว่าคุณได้ upline ทุกคนแบ่งเงินจาก downline ที่ได้คนละ $5 แต่อีก $5 ออกนอกประเทศนะครับ ทำแบบนี้แปลว่ายิ่งมีคนไทยรวยจาก GDI มากเท่าไหร่ เงินก็ออกนอกประเทศมากเท่านั้นสิ น่าคิดไหมครับ? แล้วมันออกทุกเดือนด้วย มอง ๆ แล้วนะครับ GDI เหมือนเล่นไพ่อีแก่เลยครับคือถ้าคุณเข้ามาก่อนแล้วคุณมี downline เยอะก็เท่ากับคุณโยนไพ่อีแก่ใปให้ downline นั่นเอง แค่นี้คงตอบได้นะครับว่า GDI เป็นวิธีการตลาดที่ดีหรือไม่
คราวนี้ผมจะพูดถึง MLM โดยรวมนะครับ MLM ก็เป็นวิธีการทางการตลาดแบบหนึ่ง โดยวัตถุประสงค์พื้นฐานแล้วการตลาดทำเพื่อให้สินค้าไปสู่ผู้บริโภคที่พึงพอใจในสินค้าเหล่านั้น ซึ่งถ้า MLM สามารถทำได้ผมว่าก็เป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่ง จริง ๆ แล้ว MLM ผมรู้สึกว่าเป็น concept ที่ดีนะครับแต่มันผิดที่คนใช้มากกว่า ซึ่งนำ MLM มาใช้ผิดวัตถุประสงค์ คือถ้าใช้ MLM ขายสินค้าที่ดีมีคุณภาพผู้บริโภคพอใจแล้วผู้ทำ MLM ได้รายได้ผมว่ามันก็ดี แต่ถ้าเอาไปใช้ขายสินค้าที่ผู้บริโภคไม่ได้อยากใช้มันก็เป็นตลาดที่ไม่ดีครับ ดังนั้นผมคิดว่าการใช้ MLM ที่ยั่งยืนต้องเริ่มต้นที่ตัวสินค้าที่ตรงกับผู้บริโภคก่อน อย่าเริ่มต้นที่ผลตอบแทนของคนทำ MLM เลยนะครับเพราะมันไม่ยั่งยืน
June 16th, 2008 at 18:46 น.
คนที่มาว่า gdi ผลิตภัณฑ์ไม่ดี ไม่ทราบไปลอง ไปเห็น ไปลองใช้ กันมาหรือยังครับ ถ้าไปลองมาแล้วมาอธิบายให้ละเอียดทีครับ ไม่ดียังไง ไม่ใช่ฟังกันต่อ ๆ แล้วก็ผสมโรงไปกับเค้านะครับ ช่วยสำรวจตลาดกันนิดนึง
ไม่เอาความเห็นส่วนตัวนะครับ
แล้วเรื่องเวบ gdi เชื่อมต่อฐานข้อมูลไม่ได้ ให้ไปดูมาใหม่นะครับ คนอ่านจะได้บริโภคข้อมูลที่ครบถ้วน และถูกต้องครับผม
ขอบคุณครับ
June 18th, 2008 at 2:00 น.
(ขอโทษนะครับ คุณ ผู้รอคอย ลืมบอกเวบหรือเปล่าครับ)
อาหารฟาสท์ฟู้ด คืออาหารที่มีสารอาหารไม่เพียงพอ แต่เป็นที่นิยมในการบริโภค เปรียบได้กับการนำข้อมูลที่น้อยมากและไม่มีการสำรวจตลาดมาทำการวิเคราะห์ เผยแพร่สู่ผู้บริโภคข้อมูลให้เชื่อถือ
ผมไม่ได้มาโต้เถียง เพียงแต่ข้อมูลที่นำมาว่า GDI มันน้อยเกินไป
ประเด็นหลักที่เป็นปัญหาคือ “คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์” ซึ่งหมายถึงตัวเวบของ GDI (ส่วนเรื่องการทำตลาด คงไม่ต้องพูด ถ้าจะพูดก็ช่วยกลับไปอ่านหัวข้อแรกให้ละเอียดใหม่)
ใครก็ตามที่บอกว่าผลิตภัณฑ์ GDI ไม่ดี ทำการสำรวจผลิตภัณฑ์กันหรือยัง สำรวจโดยคนกลุ่มไหนบ้าง กี่คน ผลเป็นยังไง หรือคิดเอง หรือฟังคนอื่นมา?
หรืออย่างน้อยไปสำรวจด้วยตัวเองก่อนก็ยังดี (เค้าให้ทดลองฟรี 7 วัน ก็ไปลองทำเวบดูซักตั้ง วิธียกเลิกเค้าก็มีบอกไว้ก่อนทดลองครับไม่ต้องกลัว)
หรือไม่ถ้าทำการสำรวจแล้วก็ช่วยมาวิเคราะห์เจาะลึกแบบคนรู้จริง (หมายถึงรู้ GDI ได้ทะลุปรุโปร่ง) อธิบายมาให้ละเอียดกว่านี้ ทั้งเรื่องฟังก์ชั่นการทำงานต่าง ๆ ของเวบ มีอะไรบ้าง ขาดอะไรบ้าง มีข้อมูลตัวเปรียบเทียบ ไม่ใช่เอาแต่พื้นที่มาคุยกันอย่างเดียวนะ ถ้าเป็นกลางด้วยก็จะดีมาก จะได้เป็นข้อมูลที่ดีต่อผู้บริโภคด้วยนะครับ
ใครลองไปทำแล้วก็ช่วยกลับมาบอกอีกทีได้ไหมครับว่าเวบ GDI เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลได้หรือไม่?
ถ้ามีข้อมูลครบถ้วนเพียงพอต่อผู้บริโภคแล้ว
ต่อให้เขียนหนังสือต่อว่าธุรกิจ GDI เป็นเล่ม ๆ ก็คงไม่มีใครว่าได้มั้งครับ
ด้วยความเคารพ
June 18th, 2008 at 3:24 น.
ไม่รู้ว่าสมัยนี้ GDI มีฐานข้อมูลให้ใช้หรือยัง แต่ที่แน่ๆ คือสมัยก่อนใช้ไม่ได้
http://talk.ws/index.php?topic=9136.0
Hello,
I emailed support and GDI does NOT support PHP, MySQL, or CGI-Bins etc…
For everyones information, this is the nuts & bolts of the email;
> Our hosting service is basic. The hosting service does support PHP scripts.
> However, we are not able to support MySQL, CGI bin scripts or other advanced features. If you wish to have these features for your website, you may wish to use the “Advanced Nameservers” Domain service option with an alternate hosting provider of your choice.
> Feel free to contact us with any further question. You can send support requests to ws_support@domains.ws or call our Support Department at (1) 760-602-3000, M-F, 8:00 am – 5:00 pm, Pacific Standard Time.
> Kindest Regards,
> .WS Affiliate Support
So there you have it guys!
In my opinion though, GDI should definately look into providing an “Advanced Server Upgrade” Perhaps for another 10 dollars a month or so. Where you do get these advanced features. And with more bandwidth etc. It makes good business sense. Now I would have to outsource another hosting company if I wanted to “Go Pro”.
Food For Thought GDI?
June 18th, 2008 at 3:30 น.
ถ้าคุณภีมนาทยืนยันว่าตอนนี้ GDI มีฐานข้อมูลให้ใช้แล้ว รวมถึงมี script language อย่าง PHP ให้ใช้ได้แล้ว ก็น่าจะเอาหลักฐานมายืนยันให้ดูหน่อยนะครับ
แต่จะว่าไปแล้วสมัยนี้มี web hosting หลายแห่งที่ให้ใช้ PHP + MySQL ได้ “ฟรี” ย้ำว่า “ฟรี” ครับ ไม่ต้องจ่ายเดือนละ 10 เหรียญเลย
June 18th, 2008 at 10:18 น.
แล้วลูกค้าจะเลือกอะไร?
ระหว่างของ “ฟรี” กับของที่ “ต้องเสียเงิน”
ทั้งๆที่คุณสมบัติของสินค้าใกล้เคียงกัน
หรือของฟรีอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำไป
เป็นคุณล่ะ…จะเลือกอะไร?
ถ้าถามถึงกลุ่มคนที่น่าจะสนใจ
น่าจะเป็นกลุ่มคนที่มีความรู้ ความสามารถ ทางด้านการเขียนเวปโดยเฉพาะ
ปัจเจกชนคนธรรมดาเข้ามาซื้อไป คงงงเป็นไก่ตาแตก เพราะใช้ไม่เป็น
แล้วคุณคิดว่า กลุ่มคนที่มีความรู้เรื่องเวปฯ จะมีมากขนาดไหน?
[หมายถึงคนที่จ่ายเงินแล้วนำสินค้ามาใช้ประโยชน์ตามคุณสมบัติของสินค้าน่ะครับ]
June 18th, 2008 at 16:13 น.
GDI ก็๕อนายหน้าของ .ws
แล้วในโลกนี้มีสักกี่เวปดังๆที่ไว้ใจ .ws ??????????
คนทั่วไปก็เหอะ
ถ้า .ws มันดีจริงอย่างที่บางคนหรือหลายคนในนี้บอกนะ พวกบริษัทใหญ่ๆดังๆในโลกมันคงจ้าง .ws มากกว่า .com อีก
แล้วอีกอย่างนะ ในเวปกลางของ .ws ไอ้ที่มันมีบอกว่าเวปไหนที่ไปจดกับมันมั่ง ขอโทษทีเหอะ พอพิมพ์ตามนั้นกลับเป็นว่าเข้าแบไม่ได้สักเวปเดียว 555555+ขำหว่ะ ของแพงมีคุณภาพ คุณภาพกากๆอ่ะดิ
June 19th, 2008 at 14:12 น.
จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ได้อยากจะพูดถึงใครถ้าไม่จำเป็น หรือว่าโดนพูดถึง
คุณ ภูวนาท ผมมีเหตุจำเป็นอะไรต้องเอาหลักฐานมายืนยันคุณหรือครับ
ในเมื่อคุณก็เอาข้อความ (ปี 2006) มาให้ทุกคนดู พร้อมกับบอกว่า
“ไม่รู้ว่าสมัยนี้ GDI มีฐานข้อมูลให้ใช้หรือยัง”
ไม่รู้แล้วเขียนมาทำไมครับ?
ถึงผมไม่รู้ ก็ไม่ผิด เพราะผมไม่ได้กล่าวหาใคร แล้วก็ไม่ได้บอกว่า GDI ดีกว่าใคร
คุณต่างหากที่ต้องเอาหลักฐาน มายืนยันคำพูดของคุณ ที่กล่าวหา GDI
ไปสำรวจผลิตภัณฑ์มาแล้วหรือครับ ถึงมาเปรียบเทียบกับโน่นนี่
คนที่มาเขียนว่า GDI ในนี้ให้ข้อมูลน้อยมาก ทั้งที่เป็นคนมีความรู้แท้ ๆ กลับใช้ความคิดเห็นส่วนตัวมากกว่าที่จะให้ข้อมูล ไม่เห็นมีใครที่เข้าไปศึกษาจริง ๆ แล้วมาว่า GDI แบบละเอียดเลยซักคน
June 20th, 2008 at 0:46 น.
งั้นท่านผู้รู้ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ
ว่า “เวปที่ผมเช่า GDI มาจะดีกว่า เวปที่ผมใช้ได้ฟรีอย่างไร”?
แล้วผมจะเอาเวปไปทำอะไร?
เพราะผมไม่มีความรู้ในการเขียนเวป
นี่คือ คำถามจากสิ่งที่เห็นครับ ไม่ได้คิดแบบข้างๆคูๆ
June 20th, 2008 at 11:59 น.
เข้าใจว่า “ท่านผู้รู้” ในที่นี้คงไม่ได้หมายถึง ผม และในที่นี้ผมก็มองไม่เห็นจริง ๆ ว่าจะหมายถึงใครที่จะเป็น “ท่านผู้รู้” จริง ๆ ได้ซักคน
จากที่เห็น มีคนหลายกลุ่ม แม้กระทั่งแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว ที่ทำ GDI ไม่รู้ว่ามีความรู้ในการเขียนเวบหรือเปล่า แต่คิดว่าถ้าเขามีความพยายามจนประสบความสำเร็จใน GDI แล้ว คงเปิดเป็นเวบขายก๋วยเตี๋ยวมั้งครับ
June 21st, 2008 at 8:28 น.
เหอๆ ไม่ได้ดูถูกใครนะ แต่เราขอดูเวปของคุณ ภีมนาท หน่อยจะได้ไหม?
ว่าเอาเวปที่ได้ไปทำประโยชน์อะไร
1. ทำเวปสร้างสรรค์สินค้าที่มีตัวตน(เช่นค้าก๋วยเตี๋ยว ตามที่อ้างไว้ข้างบนว่า แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวก็ทำ GDI) หรือเขียนเวปไปในทางบันเทิง หรือความรู้ อันนี้ถือว่าไม่ใช่เวปขยะบนโลกไซเบอร์
2. หากคุณ ภีมนาท เอาเวปที่ได้มาเขียนหาสมาชิกต่อ อันนี้ถือว่าเป็นเวปขยะโดยแท้!!!! ลองคิดดูดิว่า GDI คือนายหน้าของ .ws (ดีไม่ดี .ws ก็ลงมาทำเองเสียด้วยซ้ำ) ถ้านามสกุล .ws ทุกเวปมีแต่การบอกต่อให้มาลงแชร์เวป เหอๆ แทนที่จะเป็นการกระตุ้นให้คนใช้ .ws มากขึ้น กลับกลายเป็นว่า มันน่าอนาจใจมากกว่าที่คนบนโลกไซเบอร์จะทำมาหากินบนโลกของความเป็นจริงไม่เป็นกันแล้วใช่ไหม?
มีความคิดก็คิดเอง
June 21st, 2008 at 9:18 น.
เท่าที่ติดตามเวปบอร์ดนี้มาตั้งแต่แรกๆ
คุณแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว นี่โพสไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว
ไม่ทราบว่าตอนนี้คงร่ำรวยเป็นเศรษฐี
หรือยังขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ไม่รู้นะครับ
อย่าตอบแบบข้างๆคูๆซิครับ
ตอนที่เค้าสมัครเข้ามา “ไม่ได้ตั้งใจจะใช้เวป”นี่ครับ
เห็นแค่คำว่า”ได้เงิน” ก็ตาลุกวาวแล้ว
หรือเค้าอาจจะทำเวปแนะนำร้านเค้าจริงๆก็ได้
แต่ผมก็ยังไม่เคยเห็นอยู่ดี
คนที่คุณเห็นหลายกลุ่มนะ…
เค้าใช้สินค้าตามคุณสมบัติของมันจริงๆกี่คน ?
ผมเห็นเวปทุกคน หน้าตาเหมือนกันทุกเวป
ต่างกันแค่ชื่อและเบอร์โทรติดต่อกลับเท่านั้น
“จุดประสงค์ของสินค้า คืออะไรกันแน่”
- ใช้ทำเวป ซึ่งเนื้อหาในเวปเมื่อเข้าไปอ่านแล้วน่าจะได้ประโยชน์หรือความรู้บ้าง
- หรือใช้ส่งต่อไปเรื่อยๆ โดยที่เนื้อหาเหมือนกันทุกคน แถมไม่ได้ประโยชน์อะไรสำหรับคนเข้าไปดูอีกต่างหาก???
June 21st, 2008 at 23:25 น.
เอ้าคุณแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว ยังมีชีวิตอยู่ไหม?
มาโชว์รายได้หน่อยเร็วๆ
June 24th, 2008 at 21:44 น.
สวัดีอีกรอบครับ ผมชอบที่จะเข้ามาดูเว็บนี้บ่อยๆนะครับ สนุกดี น้าดีใจแทน
เจ้าของเว็บ เขาจังเลยที่ หาหัวข้อถูกใจประชากรชาวออนไลจริงๆ ถึงอยู่ใด้
นานขนาดนี้ แถ้มคนเก่าๆที่ต่อต้าน และไม่ต่อต่าน GDI หายน้าหมดก็ยังมีคนใหม่ๆเข้ามาตอบกันแบบไม่ขาดสาย (คิดถึงคนเก่าๆจังเลย)
ผมคนหนึ่งครับที่เริมทำ GDI มาใด้ประมาณ 2 อาทิตย์ใด้ก็ยังไม่ใด้เริ้มทำงานเลย เพราะโดน GDI แบนครับด้วยเหตุที่ว่าสมัครไปหลายรอบแล้ว แถมมันเล่น หักเงินก่อนแล้วค่อยแบน เยี่ยมจริงๆ ต้องโทรไปหาGDIอย่างเดียวครับเขาถึงจะคืนID ให้ โฮ้เรียนจบแค่ป6 จะให้โทรไปอเมริกาแค่A-Z ยังท้องไม่จบเลย ยังดีครับที่ อัพไลผม เขาจัดการให้หมดเลย น้านับถือจริงๆทั้งที่เขาใด้กับผมแค่ 1$ อัพไลที่ดีอย่างนี้หาอยากครับ
ที่นี้มาดูกันว่าทำมัยผมถึงเลือก GDI
ผมคนหนึ่งครับที่พยายามหางานสบายทางเน็ต แต่ก็ทำมาแล้วหลายตัว เริ้มตั้งแต่ ไปอบรมกับ เฮอร์บาไล้ เสียเงินไปหลายพันครับ ทำไม่ใด้ครับเพราะต้องใช้เงินสูงมากในการเป็น ชุปเป้อไวเช้อ ของเขา สรุปคือทำไม่ใด้ใช้เงินสูง ของไทยก็มีครับ ทำเหมือนกับ GDI ผมก็ทำมา 4-5 ตัว แต่ไม่ไวครับไทยทำกันเองแท้ๆ เก็บแพงกว่า GDI อีก 450-500 บาทต่อเดือนแถมระบบก็ห่วยหาคุณภาพไม่ใด้เลย GDI แค่ 10$ ต่อเดือนก็ทำงานใด้เลยผมคิดว่ามันง้ายนะ ไม่ต้องไปลงทุนอะไรมากหมาย (ถ้าของไทยถูกแดผมคงทำแล้วละครับ)
ไม่น้าเชื้อว่า GDI จะมีอิดธิพลต่อคนไทยขนาดนี้นะสุดยอดจริงๆ
ผมเชื้อนะว้าทุกคนที่เข้ามาในเว็บนี้ 90% ต้องเคยทำและผิดหวังกับGDI มาแล้ว
ปล.ผมใช้บริการเว็บนี้เลยคลิ๊กโฆษณาให้เจ้าของเว๊บไปด้วยเลย
June 26th, 2008 at 1:27 น.
ขออภัยด้วยนะครับ ที่ผมตั้งใจเข้ามาเนี่ยนะครับ ไม่ได้ต้องการจะเสวนากับใครซักเท่าไหร่ครับ ที่เขียนอะไรไปก็ไม่ได้เป็นการตอบใครทั้งนั้นนอกจากจะเอ่ยชื่อครับ เพราะตามบอร์ดตามกระทู้ต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะดูเหมือนปัญญาชน และสุภาพชน แต่ความคิดคอยแต่จะดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ดูจากถ้อยคำที่ใช้แล้วน่าเศร้าใจมาก ๆ เหมือนดูถูกตัวเองครับ
ในที่นี้ ผมนับถือในการแสดงความเห็นของคุณ Tinny นะครับ
บอกตามตรง ผมก็มีเวบโปรโมทธุรกิจ GDI อย่างเปิดเผยเหมือนที่เห็นทั่ว ๆ ไปนั่นแหละครับ ช่วยบอกทีว่าผิดหรือครับ ผิดอะไรข้อไหน ที่ผมจะโปรโมทธุรกิจ
และในขณะเดียวกันผมก็หัดทำเวบ ของ gdi ไปพร้อม ๆ กันโดยที่ยังไม่เผยแพร่ แล้วจะเผยแพร่เวบหรือไม่เมื่อไหร่ หรือไม่ใช้เลย ผมก็มีสิทธิ์ ใช่ไหมครับ จริง ๆ ผมก็พอใจในตัวสินค้ามาก เพราะมันใช้งานง่ายสำหรับผมซึ่งเป็นคนทั่วไปไม่มีความรู้ในการเขียนเวบ และผมก็จะเผยแพร่เวบของตัวเอง เมื่อวันที่ผมไม่จำเป็นต้องโปรโมทธุรกิจอีกแล้ว
ผมว่า GDI ไม่สามารถตอบโจทย์ให้กับคนที่มีความรู้เรื่องเวบไซต์ หรือคนที่ทำเวบไซต์ทั่วไป แต่ GDI สามารถทำให้คนธรรมดา ๆ ที่อยากจะมีเวบไซต์ อยู่แล้วอย่างผม มีเวบไซต์พร้อมระบบทำธุรกิจ แล้วถ้ามันไม่สำเร็จ ก็เลิกทำ ก็แค่นั้น ผมไม่เห็นจะต้องมีใครโดนต่อว่าหรือด่าเสีย ๆ หาย ๆ เลย
จนถึงวันนี้ ผม่กลับมาอ่านที่นี่อีกครั้ง ก็ยังไม่เห็นมีใครจะบอกข้อมูลของตัวเวบ GDI ได้อย่างละเอียดเลย มีแต่ด่ากันอย่างเมามัน แม้กระทั่งชื่อโปรแกรมทำเวบของ GDI ก็ไม่มีใครบอก ฟังก์ชันการทำงานมีอะไรบ้าง มันด้อยยังไง อย่างน้อย คนที่เคยทำ GDI ก็น่าจะอธิบายบ้าง เวบอะไรมันดีกว่า อันไหนฟรี ก็เอามาบอกกัน บอกชื่อเวบผู้ให้บริการมาเลย ถ้ามันดีกว่าจะได้ไปทำบ้าง
อีกอย่างที่สงสัย ครับ ถ้ามันเป็นธุรกิจที่ผิด ทำไมหน่วยงาน หรือบุคคลที่รับผิดชอบ ไม่เห็นออกมาฟันธงให้เลยว่า”ธุรกิจ GDI ผิด” จะได้เลิก ๆ ซะให้หมด ทำไมมีแต่ที่นี่ ทั้งสุภาพชน ไม่สุภาพชน มาตัดสิน โดยไม่มีอะไรมาอ้างอิงซักอย่าง หลัง ๆ ดูเหมือนที่ระบายอารมณ์มากกว่า จะเป็นแหล่งข้อมูล
บอกไว้เลยไม่ว่าใครไม่จำเป็นต้องมาทวงถามหน้าเวบหรืออะไรจากผมทั้งสิ้น จะด่าก็เชิญด่ายังไงก็ได้ตามสันดารของท่าน ผมคงไม่ไปโต้เถียงด้วย
เพราะผมกำลังรอว่าจะมีใครมั้ยที่จะมาให้ข้อมูลจริง ๆ ได้มากกว่านี้ เพราะจากที่กล่าวหากันในนี้ หลักฐานไม่เพียงพอครับ
081-5533525
June 28th, 2008 at 17:06 น.
เอาเหอะครับคุณ ภีมนาท อีกไม่เกิน 50วันต่อจากนี้เด๋วคุณก็จะซึ้งในธุรกิจนี้เองหล่ะครับ
ขอให้คุณโชคดี
หลังจาก 50 วันต่อจากนี้ผมว่าคุณ ภีมนาท ก็คงจะตาสว่างมากขึ้น
แรกๆผมก็แบบคุณอ่ะครับ ปกป้องธุรกิจนี้จากคำด่าของคนอื่น แต่พอทำได้ 60 วันก็ถึงบางอ้อ ว่าทำไมและเหตุใดเขาถึงด่า
June 29th, 2008 at 9:55 น.
จะเห็นว่ามีคนที่ทำ GDI เข้ามาตอบกระทู้กันเยอะแยะในช่วงแรกๆ
ลองอ่านแล้วตีความหมายดีๆนะครับ
กระทู้ในช่วงแรกๆจะพูดถึงเหตุที่ไม่น่าจะทำ…
เนื่องด้วยตัวสินค้า ไม่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน
จึงพยายามพูดถึงตัวสินค้าเป็นหลัก…”ด้วยเหตุและผล”
แต่ผู้ที่เข้ามาปกป้อง GDI กลับต่อว่าซะเป็นส่วนมาก
ในทำนอง “เอ็งเป็นใครมาต่อว่า GDI”
ลองอ่านดูดีๆช่วงแรกใครด่าใคร
แต่หลังๆมานี่…หายสาปสูญไปหมดแล้วครับ
เคยเห็นพ่อแม่ทะเลาะกับลูกที่อายุน้อยๆมั๊ยครับ?
แรกๆพยายามอธิบายเหตุผลให้ลูกฟัง ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร
แต่ด้วยอารมณ์ “ความดื้อ” ของลูก…อธิบายยังไงก็ไม่ฟัง
ต้องทำอย่างไรครับ?….ไม่ดุ ก็ด่าครับ
ผมตอบไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ว่า “ไม่ใช่มันไม่ดี”
แต่การทำเครือข่ายไม่ใช่เรื่องง่าย
ยิ่งสินค้าไม่มีความจำเป็นต้องซื้อ…ยิ่งยากเข้าไปใหญ่
ทำแล้วไม่สำเร็จก็เลิก…มันไม่ผิดหรอกครับ
แต่รู้ก่อนทำว่าไม่สำเร็จแน่นอน ดีกว่ามั๊ยครับ?
เมื่อรู้ว่าไม่สำเร็จ ยังไปชวนคนอื่นมาไม่สำเร็จด้วย
ต้องเสียเงินไปเรื่อยๆ โดยที่ใช้สินค้าไม่ตรงตามคุณสมบัติของมัน
คิดว่าเค้าจะลำบากมั๊ยล่ะครับ?
การทำเครือข่าย คุณต้องเป็นผู้นำนะครับ
ต้องให้การช่วยเหลือทีมงานเป็นอันดับ 1
ชวนเค้ามาแล้วต้องช่วยให้สำเร็จ ไม่ใช่ห่วงแต่ตัวเอง
(ซึ่งก็มีทีมงานที่มีผู้นำดีนะครับ…ไม่ใช่ไม่มี)
“ไม่มีวิสัยทัศน์ ก็น่าจะมีจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ” ซักนิดก็ดีนะครับ
คืนกำไรสู่สังคมนะครับ ไม่ใช่ทำให้สังคมขาดทุน
June 29th, 2008 at 19:29 น.
“ไม่มีวิสัยทัศน์ ก็น่าจะมีจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ” ซักนิดก็ดีนะครับ
คืนกำไรสู่สังคมนะครับ ไม่ใช่ทำให้สังคมขาดทุน
รบกวนคุณtinny ช้วยอธิบายความหมายด้วยนะครับผมไม่เข้าใจ
จักขอบคุณมากเลย
June 30th, 2008 at 1:49 น.
มาอ่านทีไรก็สนุกดีนะ ด่ากันก็สนุกดีแต่หาสาระแทบไม่ได้ พูดกันเหมือนจะเป็นเรื่องเป็นราวดีครับแรกๆอ่านแล้วลุ้นเหมือนกันว่าประเด็นจะสรุปที่ตรงไหนพอมาตกตอนท้ายก็เหมือนไม่ได้อ่าน ผมก็เคยทำ GDI นะครับก็คิดว่าไม่ได้ทำให้ผมได้เงินเยอะแยะอะไรหรอกบางครั้งก็เบื่อๆด้วยซ้ำแต่จะว่าไปผมได้หลายอย่างจาก GDI ทั้งลูกค้าในบัญชี ทั้งผู้ที่สนใจแวดวงธุรกิจผมจับเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าผมได้มากกว่า60% และมันก็เปลี่ยนเป็นรายได้จากธุรกิจอื่นให้ผมเช่นกันก็อย่างที่บอกผมได้กับ GDI ไม่เท่าไรโบนัสแทบไม่ได้ทำเลยช่วงนี้เพราะเน้นสร้างเครือข่ายตามสไตร์ผมเอง ขอโทษทุกคนนะที่ผมไม่ได้มาแนววิชาการเพราะผมเน้นทำธุรกิจให้เป็นเงินคงไม่ขอสรุปว่า GDI ดีหรือไม่ดีแต่ที่รู้สำหรับการทำธุรกิจของผมมันช่วยผมได้เยอะนะ และอย่างที่บอกผมเคยทำ GDI และผมก็ยังทำอยู่ แต่ผมไม่ได้ทำแค่นี้หรอกครับผมก็ทำแทบทุกอย่างแหละเอามาผสมๆผสานๆกันมันก็เข้ากันบ้างไม่เข้ากันบ้างแต่ผมก็ได้รับเงินกับพวกมัน เรื่องจะมาถกมาเถียงกันว่าดีไม่ดีคงไม่พูดถึงแล้วกัน ถ้าใครรู้จักประยุกต์มันก็ดีหมดนั่นแหละจุดอ่อนจุดแข็งหมด ไม่มีประโยชน์หรอกที่จะว่ามันดีพร้อม หรือไม่ได้เรือ่งเพระเชื่อว่าหลายคนที่ทำธุรกิจ รายได้สำคัญที่สุดแม้ว่าเราจะอ้างว่าเพื่อสิ่งนั้นเพื่อสิ่งนี้หรือเพื่อประเทศชาติอะไรก็ว่ากันไป มันพูดกันได้ แต่ท้องเราก็ยังหิว สิ่งที่อยากได้มันก็มีเยอะ เพราะฉะนั้นเงินมันสำคัญที่สุด ทำแล้วได้เงิน ทำสิ ไม่ไปตีหัวใครก็ดีแล้วมั้งไม่มีใครเดือนร้อนอะไรหรอก คำว่าธุรกิจผมไม่รู้นะว่าใครแปลว่าอะไรแต่ผมรู้ว่าอะไรที่ทำแล้วต้องได้เงิน หรือได้อะไรก็เหอะมันก็เปลี่ยนเป็นเงินอย่าหลักการกันมากนักเลย ก็รู้ๆกันอยู่ ..
June 30th, 2008 at 16:46 น.
แล้วสรุปว่าจะเชื่อใครดีคะ ส่วนตัวแล้วชอบธุรกิจแบบนี้มากเลย แต่ก็ไม่กล้าลงทุน เพราะว่าถึงแม้ว่าราคามันจะถูก หมายถึงสมัครแรกเริ่มนะคะ แต่ว่าถ้าสมัครบ่อย ๆ หลาย ๆ อย่างแบบดิฉันก็แย่อยู่เหมือนกัน อยากจะลองธุรกิจนี้ดูเห็นว่าค่าตอบแทนดีเหลือหลาย แต่คนมีเพื่อนน้อยๆอย่างดิฉัน ควรจะทำมั๊ยคะ สมัครมาแล้วหลายอย่างพอทำไปก็ไม่ไหวคะ ค่าตอบแทนไม่คุ้มกับเสีย บางอย่างก็ไม่ได้เงินจริง แถมยังเสียเวลาอีก ตอนนี้ลองทำของ cashfiesta.com อยู่ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง แต่ก็ลองเสี่ยง เพราะไม่ได้เสียค่าสมัคร
ขอถามคุณที่ post ข้อความข้างบนนี้นะคะ คิดว่าคงเคยสมัครมาบ้างแล้ว สรุปแล้วมันได้ไม่คุ้มเสียใช่ไหมคะ ดิฉันจะได้ไม่ต้องสมัคร
ขอบคุณทุกคนที่เสนอแนะความรู้ และข้อคิดที่น่าสนใจคะ
July 1st, 2008 at 8:52 น.
Open Your Mind. Open Your Heart.
We cannot see The World by our eyes but our Heart.
“There is a thinking stuff from which all things are made, and whichin its original state, permeates, penetrates, and fills the interspaces of the universe.
A Thought in this substance Produces The Thing that is Imaged by The Thought.
A Person can Form Things in His Thought, and, by Inpressing His Thought upon Formless Substance, can Cause The Thing He Thinks about to be CREATED.”
- Wallace D Wattles
Here is the benefit of GDI…professionally..beyond your eyes.
July 1st, 2008 at 11:37 น.
cashfiesta และเวปคลิ๊กต่างๆมากมาย ทั้งหมู เสือ นก เป็ด และสารพัดสัตว์บนโลกอินเตอร์เน็ตนั้น
ไม่มีการจ่ายจริงจ้า เราลองมาแล้ว ทำถูกทุกอย่าง รอเงินเป็นปีแล้วก็ไมได้สักแดงเดียว
July 1st, 2008 at 16:35 น.
ยังมีวิธีทำเงินออนไลน์ที่ได้จริงอีกเยอะเช่น adsense,amazon ลองแวะไปอ่านได้ครับ http://siammoney.net
July 1st, 2008 at 22:15 น.
วัดดีอีกรอบ ผมเป็นคนหนึ่งละที่ทำ GDI ผมเป็นคนหนึ่งละที่อ่านในบอดนี่ทุกวันยำว่าทุกวันจริงๆ แต่ไม่เคยไปวิจานหรือด่าใครต่อว่าใครให้เจ็บใจเพราะรู้ดีว่าจบแค่ ป.6 คงไปต่อว่าและด่าใครไม่เก่งพอเพราะงั้นใด้แต่อ่าน แต่ครั้งนี่ขอสักที่แล้วกัน
ผมอาดจะโงง้ไปกับคำที่คุณTinny โฟสไว้ข้างบนว่า
“ไม่มีวิสัยทัศน์ ก็น่าจะมีจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ” ซักนิดก็ดีนะครับ
คืนกำไรสู่สังคมนะครับ ไม่ใช่ทำให้สังคมขาดทุน
อันนี้หมายความแค่ GDI หรือเปล่าหรือรวมทั้งหมด
ผมขอตีความหมายแต่ละข้อนะ
1. คำว่าไม่มีวิสัยทัศน์ (เจ็บมากจริงๆถ้าพูดถึงคนทำGDIนะ)ผมมีครับไอ่วิสัยทัดเนี้ยแต่ผมแค่เรียนมาน้อยมันผิดใครหรือเปล่าครับก็ไม่ผิดนี่หว่าผมทำGDIมา5-6เดือนเปลี่ยน อัพ แล้ว อัพอีก จนมาล่าสุด ทำใด้ 2
อาทิด ไม่มีคนทำด้วยสักคน ผมยังหน้าด้านทำ จนใครๆ ก็ถาม จะทำไปทำมันโคตรโง้เลย แล้วผมก็ถามต่อไปว่ากูไปยืมเงินมึงมาทำหรือเปล่าละ
2.คืนกำไลสู่สังคม (ถ้าหมายถึงคนทำGDIนะ)ผมยังไม่มีกำไลเลยแล้วจะเอาที่ไหนมาคืนละถึงมีแล้วสังคมช้วยอะไรผมบ้างละ
3.ไม่ใช่ทำให้สังคมขาดทุน คนที่ทำGDI ทำให้สังคมขาดทุนยังงัยช้วยบอกผมหน่อยนะผมจะใด้แก่ไขใด้
หลายๆคนชอบบอกว่า ทำGDI ทำให้เงินมันไลออกนอกประเทศไทย
จริงครับแล้วมันแค่ GDI หรือเปล่าละ คุณลองมองไปรอบๆบ้านคุณ ดูสิมีกี่อย่างละที่คุณเอามาจากไทยทำเอง
ทุกวันนี้ผมก็ไม่มีรถ แต่ไอ่คนมีรถละ เติมนำมันกันเป็นว่าเล้นไม่แย่กว่า GDI หรือ มันจะทำลายประเทศกันอยู่แล้วแค่วันหมดไปกี่ล่านละ
แล้วจะมาอ้างว่า อันนี้จับต้องใด้ GDI จับต้องไม่ใด้ ไม่เกียวกันเลยครับ ไม่ต้องมาอ้างเลยไม่ขึ้นแน่นอน อยู่ที่ความพอใจ
ปล.เดียวมาต่อแล้วกันนะ
July 4th, 2008 at 8:53 น.
ตอบแทนคุณ Tinny ละกัน อิอิ
“ไม่มีวิสัยทัศน์ ก็น่าจะมีจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ” ซักนิดก็ดีนะครับ
คืนกำไรสู่สังคมนะครับ ไม่ใช่ทำให้สังคมขาดทุน
1.วิสัยทัศน์ หมายถึง การสร้างภาพอนาคต หรือการมองอนาคตซึ่งจะเป็นเป้าหมายในการเดินไปสู่อนาคต โดยวิธีการนำเอาระบบการวางแผนมาใช้ หรือหมายถึงสิ่งที่อยากเห็นในอนาคตและเป็นสิ่งที่ดีกว่าเดิม วิสัยทัศน์ จะเกิดจากการรู้จักคิดโดยใช้ปัญญา และมุ่งมั่นให้เกิดขึ้นจริง
ที่ใครๆถามคุณ 2008 ว่าโง่ทำไปทำไมคงหมายถึงจะโง่เสียเงินไปทุกเดือนๆ กับ”สินค้า”ที่ เทียบกับ ของ”ฟรี” แล้วแทบไม่มีความแตกต่างเลย ไปทำไม คนเราทำอะไรต้องมีสติครับ ทางเดินมีหลายเส้นทาง เราสามารถยับยั้งชั่งใจได้ทุกเวลา ไม่ใช่ “ดันทุกรัง” จริงว่าถ้าไม่ลงมือทำด้วยตัวเองคงจะไม่รู้จริงว่าอะไรเป็นอย่างไร ดีอย่างไร แย่แค่ไหน แต่ต้องทำอย่างมีสติครับ อย่างที่คุณ Tinny เคยพูดถึงตัวสินค้าเอาไว้ MLM สินค้าไม่ดีในอนาคตก็ไม่ยั่งยืนหรอกครับ เค้าเรียกว่า “วิสัยทัศน์” จริงว่าไม่ได้ยืมเงินใครมาแต่คุณกำลังจ่ายเงินของตัวเอง ซึ่งอาจจะมาจากพ่อแม่ หรือใครๆ ที่ให้มา กับสินค้าที่หลายคนพูดไปแล้วว่าแทบไม่มีประโยชน์แล้วเงินก็ออกนอกประเทศไปเรื่อยๆ
2.คืนกำไลสู่สังคม หมายถึงทำประโยชน์ให้กับสังคมในเรื่องอื่นๆ หลายๆเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องบริจาคเงินทองอะไรหรอกครับ
3.ไม่ใช่ทำให้สังคมขาดทุน หมายถึง อย่าไปชวนคนอื่นมาจ่ายเงินให้กับต่างชาติโดยไม่ได้รับประโยชน์กลับมา ถ้าคุณเอาเว็บ GDI ไปใช้ทำอย่างอื่นก็อาจจะคุ้มค่าที่จะจ่ายเดือนละ 10$ แต่คุณละเอาไปทำอะไรครับ
แล้วจะมาบอกว่าอย่างอื่นก็ของนอกทั้งนั้น แต่มัน”คุ้มค่าและจำเป็นกว่า” อย่างเช่นนน้ำมันไม่ใช้ได้หรือครับ หรือ ไม่รู้ มีรถไม่เติมนำมันจะวิ่งได้หรือเปล่าครับ แล้วเค้าซื้อรถมาจุดประสงค์ก็คือ “ใช้งาน” คงจะไม่มีใครซื้อมาจอดไว้เฉยๆหรอกครับ
July 4th, 2008 at 13:33 น.
ตอบคุณ กุ๊ก เว็บ ptc จ่ายจริงมีครับเมื้อต้นเดือนผมเพิ่งได้มาอีก 20$ เงินลงทุน 0 บาท แต่มี scamsite เยอะมากครับทำให้คนที่ไปทำตัวที่ม่จ่ายคิดว่ามันไม่จ่ายจริง ลองเข้าไปดูที่ rubsub.com เอานะครับ ส่วน cashfiesta ไม่จ่ายแน่นอน ไม่เคยเห็นมีใครได้
ถ้าอยากลองว่ามีจ่ายจริงไหม ก็ลอง http://www.neobux.com ดูนะครับ เว็บนี้กดเบิกปุบจะจ่ายเข้า Ap ทันทีแต่ขั้นต่ำ 2$ ในการเบิกครั้งแรก
July 7th, 2008 at 13:01 น.
มาไวไปโคตรไวอีก 1 ธุรกิจ
http://www.lifebetterhost.com
55555+ อยากจะขำให้ฟันร่วงอ่ะ
เปิดตัวอย่างอลังการมาก มีการแบ่งภูมิภาคคนทำด้วย
แต่สุดท้ายก็เหมือนเดิม ล่มจมไม่เป็นท่า ก็อย่างที่บอกไปอ่ะ ธุรกิจแบบนี้ ไม่มีวันที่จะจีรังยั่งยืนหรอก
เราอยากจะหัวเราแบบเป็นบ้าไปเลยเพราะข้อความโฆษณาของเวปนี้บอกว่าทำเงินให้เขา 200000 บาท!!! โอว อะไรจะเวอร์ขนาดนี้
จะบอกให้ว่า ต้นสายที่ไม่ใช่คนตั้งต้นจริงๆนี่ได้ 5-6เดือนรวมกันไม่ถึง 30000 เสียด้วยซ้ำมั้ง ก๊ากกกกกกก
July 8th, 2008 at 0:27 น.
หึ สงสัยจังครับว่ารู้ได้ยังไงว่าคนอื่นไม่มีจรรยาบรรณ ไม่ทราบไปเอามาจากไหน อยากจะบอกว่ามีทุกข้อที่กล่าวมา ใคร ๆ ก็รู้ทั้งนั้นแหละครับ แถมให้อีกนะครับ ว่าไม่ควรดูถูกธุรกิจของคนอื่น และที่ตัวเองทำด้วย ส่วนเรื่องวิสัยทัศน์มันก็เป็นเรื่องของแต่ละคนมองเห็น รู้ได้ยังไงว่าเค้าไม่ได้ใช้เวบ รู้ดีจริง ๆ
เห็นได้ว่ายังคงไร้เนื้อหาสาระเหมือนเดิม ข้อความต่าง ๆ ล้วนไม่มีอะไรอ้างอิงทั้งสิ้น ไม่มีหลักเกณฑ์หลักการใด ๆ มาตัดสิน คิดเอาเองทั้งนั้น มากี่รอบ ๆ ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรดีขึ้น และคงจะไม่ดีขึ้นหรอก
ชาว gdi ทำอะไรก็ไปทำกันเถอะครับ ปล่อยให้คนที่นี่เค้าภูมิใจ กับความรู้ของเค้าไปเถอะครับ มาเถียงไปก็เท่านั้น บอกลาเลย ผมคนนึงล่ะไม่มาแล้ว ปล่อยให้เค้าว่าเราไปเถอะ gdi จะได้ดัง ๆ (เราไปคุยกันเองในบอร์ด gdi สนุกว่าครับ แล้วเจอกัน)
July 9th, 2008 at 12:08 น.
ผมบอกไปตั้งนานนมกาเลแล้วว่า “ลองทำ GDIมาแล้ว”
และทำหลายเดือนด้วย และก็ได้กำไรในเดือนแรกด้วยซ้ำ
แต่ที่หยุดทำเพราะสมเพชดาวน์ไลน์…ที่ต้องเสียเงินทุกเดือน
โดยไม่รู้ว่าจะคืนทุนเมื่อไหร่
ถ้าคุณภีมนาทมีโอกาสกลับมาเวปฯนี้อีกครั้ง
ช่วยบอกหน่อยเถอะมันน่าทำตรงไหน?
เพราะผมก็เห็นคุณเข้ามาติความเห็นคนนู้นคนนี้
และไม่ได้ให้สาระเช่นเดียวกัน
โดยที่ไม่ได้บอกว่ามันน่าทำตรงไหน?
หรือใครรู้จักคุณภีมนาท ช่วยตามกลับมาตอบผมหน่อย
ตอบข้อเดียวนี่แหล่ะ
บอกเหตุผลที่มันน่าทำมาหน่อยซิ
ซึ่งที่ผมอธิบายน่ะ…มันไม่น่าทำ “เพราะอะไร”
แค่สินค้าอย่างเดียว มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว
คุณอ่านแล้วไม่เข้าใจเหรอครับ?
ไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายเลยครับ…มันมีเหตุมีผลอยู่แล้ว
และที่ถามว่ารู้ได้ยังไงว่า “ไม่มีจรรยาบรรณ”
อ่านจากที่ตอบกระทู้ ก็ทราบแล้วล่ะครับ ว่าเป็นคนอย่างไร?
แล้วคุณล่ะรู้ได้อย่างไร? ว่าเค้า “มีจรรยาบรรณ”
และที่ถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าเค้าไม่ได้ใช้เวปฯ
ใช้ครับ…แต่ใช้แบบไหนล่ะ ใช้ส่งต่อไปเรื่อยๆไงครับ
ค้นหา .ws ใน Google ก็รู้แล้วครับว่ามีเวปที่มีประโยชน์กี่เวป
ผมไม่ใช่คนที่จะมาอธิบายอะไรโดยใช้อารมณ์นะครับ
นั่นน่ะ…นิสัยของเด็กครับ
ผมอธิบายอย่างมีที่มาที่ไปและมีเหตุมีผลครับ
และที่บอกว่าคุณมีทุกข้อน่ะ
ลองบอกวิสัยทัศน์ของคุณมาซิ
อยากรู้ว่าจะเรียก “วิสัยทัศน์” ได้มั๊ย?
และอีกอย่างผมไม่ได้ดูถูกธุรกิจใดทั้งสิ้น
แต่ผมบอกว่ามันไม่น่าทำเพราะอะไร…
เค้าเรียกว่า”คำเตือน”ครับ
ทำธุรกิจน่ะ ดีหมดแหล่ะครับ
เพียงแต่ดูหน่อยว่า “ทำยาก หรือ ทำง่าย”
มีแนวโน้มการเจริญเติบโตขนาดไหน…นี่แหล่ะวิสัยทัศน์
July 12th, 2008 at 2:40 น.
สวัสดีครับ
ผมต้องกลับมาอีกครั้ง เพราะไม่สบายใจ ในขณะที่เห็นบ้านเมืองกำลังเป็นอย่างนี้ ผมรู้สึกว่าไม่รู้ว่าจะมาทะเลาะกันทำไม
ทุกสิ่งที่ผมเขียนไปหากเป็นการเสียมารยาท และทำให้ไม่พอใจ ผมกราบขออภัยทางอาจารย์อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ และทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ครับ
ผมขอแสดงความนับถือและขอบคุณอาจารย์อภิศิลป์ และหลายท่านที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมายในหลาย ๆ ด้าน ถึงแม้ความคิดของผมจะยังไม่เปลี่ยน ผมอาจจะยังโง่เขลา แต่ก็พร้อมที่จะรับข้อมูลใหม่ ๆ จากอาจารย์และทุกท่านเสมอครับ (ถ้าเป็นไปได้อยากทราบข้อมูลละเอียดเกี่ยวกับข้อด้อยของฟังก์ชันการทำงาน ของ WS Site builder 3.0 เปรียบเทียบกับคู่แข่ง ทั้งในมุมมองของคนทำเวบเป็น และคนธรรมดาครับ)
สำหรับชาว gdi ที่มาก็ขอให้นำข้อมูลและข้อคิดไปใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่าได้มีความโกรธเคือง เพราะว่าทุกคนมีอิสรภาพทางความคิด ท่านก็มีอิสรภาพทางความคิดที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จะทำหรือไม่ทำ ทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเอง แต่ขออย่าได้โกรธเคืองกันเลยครับ เพราะความโกรธมีแต่จะสร้างความเสียหาย ไม่เคยก่อประโยชน์ใด ๆ ในโลกนี้ หากใครว่าอะไรผมต่อจากนี้ผมก็คงจะไม่โกรธครับ ใครจะเขียนอะไรก็ได้ แค่ไม่ผิดกฎหมายก็พอครับ
หวังว่าทุกท่านคงเข้าใจ และให้อภัย และขอให้มีความรู้สึกดี ๆ ต่อกันในฐานะคนไทยด้วยกันครับ
ขอแสดงความนับถือ
ภีมนาท แย้มบุญเรือง 081-5533525
ป.ล.
ผมต้องขออภัยคุณ Tinny เป็นการส่วนตัวกับถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม และเสียมารยาทกับคุณ อย่าโกรธผมเลยนะครับ ผมคงไม่ขอตอบคำถาม และอธิบายอะไรเพิ่มเติม เพราะเล็งเห็นว่า คงไม่มีอะไรดีขึ้น หนังเรื่องนี้มันฉายซ้ำบ่อยเกินไปแล้ว ฉายไปแล้วก็จบเหมือนเดิม
gdi ก็ยังคงมีเหตุผลของตัวเองในการขยายตัวต่อไปอย่างรวดเร็ว (อาจเป็นเพราะพลังของการตลาดแบบเครือข่ายก็เป็นได้) ตอนนี้มีข้อมูลที่ผมอยากทราบคือ เวบที่ให้บริการฟรี ที่คุณ Tinny เคยบอกไว้ มีที่ไหนบ้าง อยากเอาข้อมูลมาเปรียบเทียบกันด้วยตัวเอง แต่ถ้าหากคุณรู้สึกโกรธหรือไม่พอใจผม ไม่บอกก็ได้ ไม่เป็นไรครับ
July 15th, 2008 at 0:07 น.
ใครสนใจจะทำ GDI ก็แล้วแต่ครับ แต่ขอบอกอย่าไปเข้ากับ คุณ peecho หรือ คุณ peechat ล่ะ สองคนเนี้ย มีคนแจ้งมาว่าเข้าไปฝากทำโบนัส แล้วโกงเงินเขาไป ถ้าคิดจะทำคิดให้ดีนะครับว่าคุณจะอยู่กับใคร
July 15th, 2008 at 7:17 น.
การเข้า http://www.neobux.com ทีขั้นตอนทำอย่างไรถึงจะได้ตังค์ด้วย ไม่เข้าใจ แล้วได้ตังค์จริงหรือเปล่า ขอถามผู้รู้หรือ คุณMacroArt ทราบแล้วตอบด่วน ขอบคุณ
July 15th, 2008 at 11:14 น.
เรียนคุณภีมนาท
ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องระบบต่างๆบนอินเตอร์เน็ตหรอกครับ
แต่ผมค้นหาคำว่า Free web ใน Google
จะพบผลลัพธ์ถึง 319,000,000
นั่นล่ะครับคู่แข่งทางการตลาดของ GDI
ลองเข้าไปศึกษาและเปรียบเทียบได้เลยครับ
ว่าดีกว่า หรือ ด้อยกว่า GDI อย่างไร ?
ถ้าในแง่ของคนที่ไม่รู้จะเอาเวปฯไปทำอะไร…อย่างตัวผม
ผมรู้อย่างเดียวว่ามันดีกว่า GDI ตรง “ฟรี” ครับ
ถ้าในแง่ของการเป็นหุ้นส่วนกับ GDI
ผมมองว่าทำตลาดยากครับ…
เพราะ “สินค้า” มีคู่แข่งเยอะเกินไป
ลูกค้าจะไปใช้ของฟรีแน่นอน
และอีกอย่างที่ผมไม่เคยพูดถึง
“แผนการตลาดที่ดี ต้องยุติธรรม และแซงกันได้”
มาทีหลังก็ต้องมีรายได้แซงคนมาก่อนได้
คุณลองเขียนองค์กรของคุณลงไปซิ
เอาแบบให้เต็มทุกชั้นเลย…แล้วลองคำนวณดู
ว่าคุณจะมีรายได้แซงคนที่แนะนำคุณได้อย่างไร
ซึ่งผมรู้คำตอบอยู่แล้ว…บอกได้เลยว่า “โคตรยาก”
(ขออภัยที่ใช้คำไม่สุภาพ แต่มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ)
July 15th, 2008 at 17:15 น.
สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกคนหนึ่ง ที่สนใจมองหาการสร้างรายได้เพิ่มผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และสนใจระบบ GDI แต่ไม่เคยมีความรู้ว่ามันคืออะไร จึงลอง search คำว่า “GDI คือ” บน google จึงได้พบกระทู้นี้ ขึ้นมาเป็นอันดับแรก จึง copy มาวางบน word ไม่น่าเชื่อค่ะ เป็นกระทู้ที่ยาวที่สุดเท่าที่ดิฉันเคยอ่านมา 211 หน้า แต่ก็อ่านจนจบค่ะ
รู้สึกขอบคุณเจ้าของกระทู้เป็นอย่างมากนะคะ ที่ได้ให้ความรู้มากมาย (จริงๆ ดิฉันก็จบคอมฯ มา แต่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่) ที่ดิฉันนั่งอ่านมาจนจบ ดิฉันก็รู้สึกเข้าใจความหมายที่เจ้าของกระทู้ ต้องการสื่อออกมา เพราะตอนนี้ ดิฉัน ก็มีคำถาม ง่ายๆ กับธุรกิจนี้เหมือนกันค่ะ (เอาแบบไม่รู้เลยนะคะ)
1. หากดิฉัน ต้องเช่าโดเมน เดือนละ 10 dalla คิดเป็นเงินไทยวันนี้ เท่ากับ 331.19 บาท ( exchange rate today = 33.1187) ดิฉันจะได้อะไรบ้างคะ นอกจาก host นามสกุล .ws
2. ถ้าดิฉัน ได้เวบมาหนึ่งเวบ ต้องทำอะไรคะ เพื่อให้ได้เงินมา กรณีที่ดิฉัน ไม่ชอบการหา downline หรือไปโฆษณาชวนเชื่อค่ะ แต่ให้ดิฉันทำเวบขายของ ทำอย่างอื่นก็พอได้ พอมีความรู้หลงเหลืออยู่บ้าง แล้วแบบนี้ จะยังเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้อีกไหมคะ ถ้าไม่ต้องมี downline
3. หลายๆ คนพูดถูกค่ะ ต้องยอมรับ ว่ามี host ที่เปิดให้ใช้บริการได้ฟรี ไม่ต้องเสียเงิน แถมลง database ได้อีกด้วย ในฐานะที่ดิฉัน เป็นคนธรรมดาหนึ่งคน ดิฉันก็อยากเลือกของฟรีค่ะ หรือถ้าเสียเงินก็อยากได้ของที่ดีที่สุด .ws ดิฉันไม่ค่อยเคยได้ยิน ดิฉันได้ยินแต่ .com .net อะไรประมาณนี้ แล้วถ้าดิฉันจะต้องเสียเงินทุกเดือน เดือนละ 300 กว่าบาท ปีละ 3600 ดิฉันจะได้อะไรที่พิเศษกว่าคะ ในการได้โดเมน .ws มาทำธุรกิจ ถ้าไม่ต้องมี downline มันเป็นไปได้ไหมคะ
4. เคยทำธุรกิจพวกกิฟฟารีนมา พอทราบว่า สินค้าเค้ายังมีดีบ้าง ก็กล้าพูดกับเพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ ค่ะ ว่าให้ลองใช้ ลองสมัครดู เพื่อจะได้ซื้อสินค้าได้ราคาถูกลง แถมได้เงิน return กลับมาบ้าง ค่าสมัครรายเดือน รายปี ไม่ต้องเสีย แล้วธุรกิจ GDI นี้ ดิฉันจะเอาไปโปรโมตยังไงคะ มันเห็นเป็นรูปธรรม สัมผัสได้จริงๆ หรือเปล่าคะ ว่าดีกว่ายังไง
ขอบคุณคุณ tinny ที่ยืนยันเจตนารมณ์ ถึงแม้บาง comment อาจจะรุนแรงไปนิด แต่ดิฉันก็ชอบที่จะคิดตรงๆ พูดกันตรงๆ ดีกว่าจะเอาเรื่อง ศีลธรรม หรือมโนธรรม อะไรประมาณนี้มาเกี่ยว เพราะมันไม่เกี่ยวนะคะ มันจะเกี่ยวก็ตรงที่ว่า “พูดความจริงต่อกัน ด้วยเหตุผล และความจริง” เนี่ยแหละค่ะ ศีลธรรมของจริง
ดีกว่าชักแม่น้ำทั้งห้าค่ะ อ่านแล้วเหนื่อยค่ะ
ใครมีธุรกิจอะไร ที่ทำเงินได้จริง จะอดตาหลับขับตานอน นั่งคลิกๆ อยู่หน้าคอมฯ ก็บอกบ้างนะคะ กำลังมองหาอยู่ค่ะ ยิ่งธุรกิจไหน ไม่ต้องลงเงิน แต่ลงแรง หรือลงโน้ตบุคส์กับค่าไฟฟ้าที่บ้านก็ไม่เป็นไรค่ะ ยอมรับได้ ขอบคุณล่วงหน้านะค้า
July 15th, 2008 at 22:29 น.
สวัดดีครับหลังจากที่ไปต่างจังหวัดมาหลายวันก็เลยรีบเข้ามาต่อ
มีกระทู้ผ่านเข้ามา 4-5 กระทู้เหมือนเดิมหาประโยชย์อะไรไม่ใด้เลย
ผมบอกมาหลายครั้งแล้วว่า ผม ผม ผม ไม่มีความรู้ด้านคอมมาก่อนเลย
มีใครอ่านแล้วเข้าใจบ้างหมัยครับ ที่ลงทุนชื้อคอมมา เพราะสงสานลูก
มันไปขอเล่นข้างบ้าน เขาไม่ให้เล่น เลยยอมซื่อมา ผมบอกไปหลายครั้งแล้วว่า ผมไม่เก่งและทำไม่เป็น แค่ลงทุนซื่อหนังสือมาอ่าและทำตาม
ก็พอเล่นใด้ และเจองานผ่านเน็ต จะเอาของอะไรละที่ผมยอมทำตามทุกอย่าง ขอถามคนเก่งๆๆ ที่อยู่ในนี่ อยากถามหมัยว่าผมยอมทำอะไรมาบ้าง ผมทำมาแทบทุกอย่าง ของไทยหรือ แม้งเก็บตั้ง 450-500 มันจะเก็บไปทำมัยขนาดนั้น และก็เจ้ง ไปตามๆ มันไม้ใด้เจ้งครับ มันใด้กำไลแล้วก็เลิก ใครๆก็รู้กัน นี้และคนไทย
แล้วที่พวกคุณพูดกันอยู่ปาวๆๆว่าทำกันฟรีๆๆๆ บอกผมบ้างสิครับบอกผมหน่อยก็ดี ผมจะใด้ไม่ต้องไปเสียเงิน 10$ ต่อเดือน คุณๆๆเก่งๆๆก็บอกมาสิครับเพราะผม ไม่เก่งไม่รู้จะไปทำอะไร ผมเห็นว่า GDI มันทำง่ายและทำใด้ ไม้ต้อง เสียนเงินเยอะและ ผ่านมากี่ประเทศที่ยอมรับ ผมถึงทำ
ผมตอบ คุณผ่านมาดูคับ ผมอายุ 30 ปีผมคงไม่ต้องไปยืมเงินใครมาทำหลอกครับ ผมมีงานทำประจำครับ ส่วนวิสัยทัด ผมมีครับ
แต่อาจไม่มากหมือน ผวกคุณ ก็แค่ ป.6 ผมไม่อยากไปตอปากต่อคำด้วย
เอาเป็นว่า ถ้าคุณอยากช้วยจริง ช้วยบอกผมสิครับว่าทำงัยละ มันถึงจะใด้เงินอย่างพวกคุณ
ถ้าไม่บอกก็อย่ามาด่าคนอืนเลย เพราะมันก็ด่าผมด้วยเพราะผมก็ทำ GDI
คุณควรเอาความรู้มาให้คนโง้ๆๆอย่างผม เพื่อจะใด้ตาสว่างบ้าง ไม้ใช้ สักแต่ว่ามาด่าๆๆเอาแลวก็ไป แล้วมันใด้อะไรขึ้นมานอกจากความสะใจ ที่พวกคุณใด้ไป
ถ้าคุณมีอะไรดีก็บอกผมมาสิบากคนที่มีความรู้น้อยมากกว่าคุณ กล้าบอกมัยละ
ผมจะรอจะใด้เลิกทำ GDI ชะที
เอก 0838852075 โทรใด้ครับตลอด 24 ช.ม
July 17th, 2008 at 0:30 น.
ตอบคุณ ประทุม เข้าไปที่ http://www.rubsub.com ครับ มีหลักฐานจ่ายจริงอยู่
July 19th, 2008 at 3:15 น.
อยากทำ GDI ครับ
แต่อยากสมัครต่อคนนี้ http://www.google.ws
เขาทำอยู่ทำไงครับ
August 4th, 2008 at 22:21 น.
สงสัยมากครับทุก ๆ คน
เว็บดีไม่ดีมันอยู่ที่อะไรครับ
การทำเว็บเด่นดัง
มันอยู่ที่ไหนครับ
เนื้อหาสาระ อยู่ที่การโปรโมทไม่ใช่หรอคับ
คุณจะใช้โดเมนอะไร เนี่ยมันเกี่ยวกันไหม ทำ.com .net แล้วเว็บคุณดังระเบิดหรอถ้าคุณไม่มีไอเดีย แล้วมันเกี่ยวอะไรกะ .ws เพราะ เขาทำการตลาดกับโดเมนเนม เน้นว่าทำตลาดกับโดเมนเนม เดือนละ 330 บาทเข้าใจมั๊ยคับ
คุณมีเว็บ.com .net เอาสินค้ามาขายคุณก็รับคอมมิชชั่นกับสินค้า ไม่ใช่จาก โดเมนเนม คุณอาจจะจ่ายเท่าไหร่หละกับสินค้า อะ .330 เท่ากันป่าวเอ๋ย ในการรักษายอด ไม่แน่ใจ หรือมากกว่านี้นะครับ.มากกว่าแน่นอนทำอย่างอื่น บางทีรักษายอด 3,000 กว่าบาททุก ๆ เดือน ถ้าอยากยกระดับ ก็มากขึ้นเรื่อย ๆ นี่คือ คุณทำธุรกิจกับสินค้าของคุณไม่ใช่โดเมนเนม เข้าใจมั๊ยครับ
แล้วคนตั้งกระทู้จับมาเป็นเรื่องเดี่ยวกันได้ไง งง มากอะคับ อ่านแล้วขำมาก ตกลงจะวิจารณ์แผนการตลาดของ .ws หรือเปล่า
ถ้าแผนมาเทียบกันสิครับ เพราะคนที่เขาทำ .ws เขาดูที่แผนการตลาด
แล้วคุณตั้งกระทู้กะคงไม่รู้อะไรว่า การสร้างเว็บเราไม่ต้องสร้างสำเร็จรูปจาก .ws ก็ได้นะครับ เราสร้างจากโปรแกรมอื่นก็ได้ ทำการ forwarding ขึ้นเป็นของเราก็ได้ จ้างแพง ๆ เขียนสวย ๆ มาก็ได้
ไม่เห็นเดือดร้อน
เว็บดีเว็บดังมันขึ้นอยู่กับการโปรโมท และการมีไอเดียเรียกคนเข้ามา
ต่อให้คุณซื้อ ดอทถูกแพง ไม่สำคัญ แต่ .ws เขาทำการตลาดกันคุณ ๆ
ผมคงไม่ทำเว็บไซด์เปิดมา แบบมีเอฟเฟค เปี้ยงป้าง ระเบิดหน้าจอแตกเป็นเสี่ยง ๆ เลือดสาดติดจอ อย่างเว่อร์ลูกเล่นแสนแปดหรอกคับ ..แค่ง่าย ๆ ก็มีคนเข้าแล้วคับ เราแค่ดูว่าเราทำให้ใครดู และมันเกี่ยวอะไรกัน กับ ดอทนั่นดอทนี่ ..แค่เขาอยากทำการตลาดกับ .ws ก็แค่นั้น ..เฮ้อ. จ่ายแพงกว่าแต่มีคอมมิชชั่น มีโบนัสให้ ก็แค่นั้น
มันแล้วแต่การเลือกคุณเลือก .com ทำเว็บเฉย ๆ หรือ เว็บฟรี ๆ ก็มี
ทำขายของอะไร ของคุณก็ทำไป เพราะว่า เจ้าของโดเมนเขาก็ไม่ได้มาแบ่งปันผลคุณ คุณก็ไปรับรายได้กับสินค้าหรือบริการที่คุณทำ ก็แค่นั้นจบ
ขอย้ำอีกทีว่า .ws เขาทำการตลาดกับโดเมนเนม ขอไฮไลน์สวย ๆ ตรงนี้ หน่อยคับมีมั๊ยเอ๋ย 55+
เว็บฟรี ผมเคยทำมาบ้าง ทำได้เรตติ้งดี ๆ เซอสเวอร์ล่ม ข้อมูล สถิติ ผมหายเกลี้ยง แย่มาก แบบนี้ก็ครับ ตอนนี้ทำเว็บบอร์ดห้องเรียนติดอันดับของเจ้าของเว็บนั้นด้วย ผมก็แฮปปี้เพราะคนดูของผมคือ เพื่อน ๆ ในห้องเรียน เพราะผมไม่ได้ทำการตลาดกับเว็บฟรี เพราะผมขอของเขามาใช้ฟรี ๆ แล้วผมจะมีเงินจากเขาได้ยังไง ก็มันเป็นเว็บฟรี 55+
เพื่อนผมคนนึงที่เข้ามาทำ .ws เขาบอกว่า อยากลองสักเดือน 330 บาท
เรื่องรายได้เรื่องรอง แต่สิ่งที่สำคัญคือ การเรียนรู้การทำงานออนไลน์ อยากเก่งการติดต่อออนไลน์ เพราะผมจะสอนหมด ตั้งแต่ การสมัคร paypal การ setup ต่างๆ เป็นพื้นฐานที่ดีของการทำงานบนอินเตอร์เน็ต เรื่องการทำ SEO ,ADD URL, โดเมนเนมคืออะไร การโปรโมทเว็บ
เรื่องเงินเรื่องรอง 330 ถูกมากสำหรับความรู้ที่เขาจะได้รับ จากคน ๆ ที่ไม่เคยรู้จักแม้กระทั้งคำว่าโดเมน และการทำงานกับคนอื่น ๆ บนโลกออนไลน์อย่างมีศิลธรรม เน้น ว่ามีศิลธรรม..(ไม่ใช่พวก spam mail) นะครับ เราเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เลือก ถ้าไม่ทำต่อก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกถ้าทำแล้วดี ก็ทำ ทำแล้วไม่ดีก็ไม่ต้องทำ ถ้าคุณสมัครกับ GDI เขายังมีให้ทดลอง 7 วันเลย ถ้าคิดว่าทำไม่ได้หรือไม่ดีก็ไม่ต้องทำ จบ ไม่มีใครบังคับ บีบคอคุณ GDI เขายังให้โอกาสคุณ 7 วันในการทดลอง จะทดลองเรื่องอะไรก็เรื่องของคุณ คุณอยากรุ้เรื่องอะไร
แต่เรื่องนึงที่สำคัญมาก ฝากบอกนักธุรกิจ .ws ห้ามทำการส่ง spam เมล ให้กับคนที่เราไม่รุ้จักโดยเด็ดขาด เพราะมันเป็นการรบกวน และสร้างทัศนคติที่ไม่ดีต่อคนอื่น รวมทั้งกฏหมายไทยออกมาแล้วการส่ง spam เมล ถ้า GDI ทราบคุณจะโดนปิดบัญชีทันที เลิกสะเถอะครับการทำ spam e-mail และคุณจะได้ทีมงาน แบบ spam (ฉาบฉวย) เหมือนกัน ส่วนผมขอคัดคนและเปิดใจ การทำธรุกิจ MLM ให้ประสบความสำเร็จอยู่ที่ สายงานและทีมงาน ไม่ว่าจะ mlm , m&n 55+ อะไรก็ตามก็อยู่ที่สายงานที่ดีที่ (มีจรรยาบรรณ)และทำงานเป็นทีม
ว่าแล้วผมก็ภูมิใจนะ ผมตั้งอีเมลได้ 10 ชื่อ ด้วยโดเมนตัวเอง 555+
แล้วก็ forward มาที่ gmail , hotmail อัตโนมัติ
แค่นั่งเรียนจากที่บ้าน แต่ก่อนจะทำไรหัวฟูคิดเองไม่มีที่ปรึกษา หรือไม่ก็ไปจ้างเขาเหอะ ๆ ขนาดไม่จบคอมนะเนี่ย ….มันก็ไม่ยากอย่างที่คิด สิ่งที่ได้ตอนนี้ คือ ความรู้ในหลาย ๆ เรื่องที่เราทำไรไม่เป็นเลย คิดว่าไม่แพงเลยกับสิ่งที่ได้รับ เมื่อเราคิดว่ามันคุ้มหรืออิ่ม เราก็หยุดสิคับ ยากไร อิ่มก็หยุด แล้วจะคิดมากทำไม อิ่มไปกินไปก็พุงแตกก๊ากกก มีเงินหงะ 5555+
การเป็นแอร์สจ๊วต เป็นงานเงินดีมาก แต่มันก็มีอิ่มตัว ไม่มีใครเป็นแอร์ อายุ 60 ปี ยังเสริฟ อยู่ถ้ามี บอกด้วยคับ 555+
จะห่วงอะไรกับการอิ่มตัว ถ้าอิ่มตัวอายุ 20 ปี อ้อ ตอนนี้ผมรวยเละไปแหละ เอาเงินไปฝากกินดอกสบายใจ 555+ ถ้า .ws มันอิ่ม .com .net มันจะไม่อ่วมเลยหรอคับ.5555+
อาจจะมีอารมณ์ขันบ้างจะได้ไม่เครียดกัน การทำไรเครียด ระวังแก่นะครับ
ส่วนผมชอบกลยุทธ์ ลองเทล อยากให้อ่านหนังสือเล่มนี้คับ ตอนเรียนเป็นหนังสือนอกเวลาครับ คำว่าการทำงานให้เป็นระบบอัตโนมัติเป็นยังไง และ การดึงเอา 20 เปอร์เซ็นจากสินค้าขายไม่ดี หรือ 20 เปอร์เซ็น จากลูกค้าที่หายไป เอามาทำการตลาด มันมีค่ามากอย่ามองข้ามนะครับ
August 10th, 2008 at 18:12 น.
อ่านมาตั้งแต่ 2 ชม. ที่แล้ว ได้ครึ่งยังไม่ใกล้จบเลย แต่ก็เลยอยากออกความเห็นด้วยคับ เคยทำมาแล้วได้สัก 4 เดือนมั๊ง เลิกทำแล้วด้วย มันยังงัยไม่รู้สิ ขึ้นอยู่กับหลายอย่าง Ul บ้าง หรืออาจจะเป็นเพราะตัวเองมั้ง ..
สุดท้ายก็เลยเลิกซะงั้น แต่ถ้าได้เข้ามาอ่าน block นี้ก่อนทำ คิดว่า คงไม่ทำ อ้อ..ไอ้ที่ทำที่ผ่านมาจะบอกว่าไม่ได้อะไรเลย ขอบอกเลยว่าความขยันความพยายามต้องโคตรสูงจิง ๆ จึงจะได้ แต่ถ้าคิดว่าทำไปเรื่อย ๆ เล่น ๆ โอ.. อย่าเลยพี่น้อง เสียเวลาเปล่า ก็ไม่รู้นะคนที่ทำได้อาจจะเห็นว่าคุ้ม ok หรือดีมาก แต่คนที่ไม่ได้มันเซ็ง..ง..ง..เฮ้อ
August 17th, 2008 at 19:46 น.
ตอบคุณ boom
google เค้าเป็น Search engine ยักใหญ่เป็นธรรมดาที่เค้าจะจดโดเมนของทุกประเทศไว้อยู่แล้วครับ ถ้าไม่รู้ก็หาๆอ่านเอาในนี้นะครับ เจ้าของบล็อกเค้าอธิบายไว้ตั่งแต่ไก่โห่แล้ว หรือลองเข้า ดอท อื่นๆที่เป็นของประเทศอื่นดูก็ได้ครับ เพราะ .ws เป็นของประเทศซามัว ไม่แปลกที่จะมี google.ws อย่าโชว์โง่ครับ
August 18th, 2008 at 3:10 น.
ผมเคยมาเม้นให้ตั้งแต่กระทู้ไม่ยาวมากผ่านมาวันนี้ผมเลิกทำ gdi ไปเกือบปีแล้ว แต่ว่านะ พูดกันแต่เรื่องความถูกแพงของ สินค้า .ws บ้างหละ นู่นบ้างหละ นี่บ้างหละ แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้เกี่ยวไรกะ gdi เลย เพราะ gdi หลักๆ ขายการตลาดจริงๆอย่างที่คุณ jack ว่า จะเอามาเปรียบกันได้ยังไง – -
แต่ผมจะบอกอะไรให้อย่าง โลกนี้มั่นชั่งกว้างใหญ่นะ ธุรกิจแนว gdi และก็ยังมีที่ดีกว่า gdi ถ้าคุณๆค้นหากันจะบอกให้ว่า มันมีอยู่
ซึ่งตัวที่ผมว่านี้อยู่มานานไม่แพ้ gdi เลยทีเดียว
ใครอยากเปิดโลกกะทัดก็โทรมาเลยคับ 081-1700321 ปัน
August 23rd, 2008 at 2:22 น.
แล้วถ้าผมใช้ “ข้าวมันไก่” เป็นสินค้า
แต่ใช้แผนการตลาดแบบ GDI คุณคิดว่า
จะมีคนทำธุรกิจกับผม หรือ GDI ล่ะ?
ถ้าทุกคนซื้อข้าวมันไก่จานล่ะ 35 บาท เดือนล่ะ 10 จาน
แล้วแนะนำคนมาทานข้าวมันไก่ที่ร้านผม
คนละ 10 จานต่อเดือน
ผมก็จะจ่ายเงินตอบแทนให้คุณ 35 บาท
ต่อคนที่คุณแนะนำมาทาน 1 คน
กว้าง 5 คน ลึก 5 ชั้น
ตามเงื่อนไข GDI ทุกประการ
แผนเหมือนกัน ต่างกันที่สินค้าเท่านั้น
คุณคิดว่าจะมีคนมาทำธุรกิจกับผมมั๊ยล่ะ?
แต่อันนี้ผมขายข้าวมันไก่นะ ไม่ใช่แผนการตลาด
August 23rd, 2008 at 7:58 น.
จากที่ผมได้ไปลองศึกษา free web site มาพอสมควร รวมทั้ง google apps และได้ไปลองเล่นโปรแกรมทำเวบไซต์หลายตัว โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า เวบของ GDI โปรแกรมที่ให้มาใช้งานได้ง่ายและมีความเสถียรมาก ๆ ซึ่งเหมาะสำหรับคนทำเวบไม่เป็นจริง ๆ โดเมน+โปรแกรมดี ๆ (ถูกลิขสิทธิ์)+บริการดี ๆ+โอกาสธุรกิจ+ทีมงานให้ความรู้ความช่วยเหลือตลอดไป(อันนี้แล้วแต่ทีมงาน) ราคานี้ก็ถือว่าไม่แพง และสะดวกคือแบ่งจ่ายเป็นรายเดือน เลิกเมื่อไหร่ก็ได้ สำเร็จหรือไม่มันก็อีกเรือง ธุรกิจมันก็เสี่ยงทั้งนั้น ธุรกิจ GDI อาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิดก็ได้ครับ ลองเปิดใจซักนิด แล้วเข้าไปศึกษาดูไม่เสียหาย (คลิกโฆษณา GDI ในหน้านี้ดูก็ได้ครับ) ลองศึกษาดูให้ลึก ๆ ให้รู้ว่าทำไมคนถึงทำกันทั่วโลก เพราะพวกเขาโง่หรือเปล่า ขอให้โชคดีครับ
เกร็ดความรู้เล็กน้อยนะครับ GDI ไม่ได้มีแต่ dot ws แต่มี ทั้ง dot com และอื่น ๆ อีกมากมายครับ
ป.ล. หากท่านใดมีฟรีเวบไซต์ดี ๆ หรือราคาถูก option ดี ๆ ช่วยแนะนำกันมาด้วยนะครับ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง (ช่วยบอกเวบเลยก็ดีนะครับ เพราะ ถ้า search ไม่รู้อันไหนดีไม่ดี) ขอบคุณครับ
August 27th, 2008 at 21:06 น.
ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลครับ….มีประโยชน์มาก ๆ
August 29th, 2008 at 16:46 น.
อยากให้ช่วยแสดงความเห็นเกี่ยวกับธุรกิจประเภทนี้ แต่เป็นบริษัทอื่นๆบ้างครับ เพราะเดี๋ยวนี้มีเยอะเหลือเกิน หลากหลายรูปแบบด้วย ทั้งของไทยของเทศ เกิดขึ้นมาใหม่ไม่เว้นแต่ละวัน อยากทราบว่าอันไหนจริง อันไหนหลอก ดูจากตรงไหน ผู้มีความรู้ช่วยวิเคราะห์แล้วบอกต่อหน่อยนะครับ ถือว่าทำบุญให้ผู้มีความรู้น้อย (อย่างผม) ขอบคุณล่วงหน้าครับ
September 2nd, 2008 at 3:09 น.
มันมาอีกแล้ว 55555+
http://www.coffee2rich.com/indexnon.asp
ท่านไมโครอาทช่วยวิเคราะห์หน่อยจ้า ว่าจะไปได้สักกี่น้ำ
September 4th, 2008 at 11:07 น.
ขายตรง กับ แชร์ลูกโซ่ ต่างกันนะครับ ดูตรงไหน ก็ดูที่คุณภาพสินค้า และ ลักษณะผลตอบแทน
September 4th, 2008 at 11:21 น.
ตามที่ ตัวแทนสมาพันธ์ขายตรงโลก ตนส่วนใหญ่มักจะรู้จักแต่ไม่รู้จริง
แต่ก็อย่างว่า บางตัวของจริง บางตัวของปลอม งานทั่วไปไม่มั่นคงหรอก เขาจะปลดเราออกเมื่อไรก็ได้
ยกตัวอย่าง คุณมีรายได้จาก บริษัท 10000 บาท แต่เมื่อใดเกิดเหตุการ์ณ
บริษัทเจ๊ง คุณจะหางานใหม่ได้ไหม
กรณีที่2 เป็นเจ้าของร้าน (ยกตัวอย่างร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ )
รุ่นใหม่เป็นหัวฉีดหมดแล้ว ต้องใช้คอมปรับจูน
ร้านทั่วไป ตายสนิท
เจ้าของกิจการ
(โดยเฉพาะบริษัท CP)
คุณต้องมีเงิน 100 ล้าน คุณจะหาที่ไหน ประสบการ์ณต้องมี
บางทีคุณอาจจะเจ็บช้ำในตอนที่ได้ประสบการ์ณ เจ๊งไม่เป็นท่า
ทำเลดี ส่วนใหญ่มักจะตกม้าตายตรงที่ ทำเลดี
แต่ไม่ถึงมือลูกค้านั่นเอง หรือคู่แข่งเบียดตกลงไป
ต้องเรียนจบสูง เงินเดือนก็เท่าเดิม
บริษัทไม่สนใจลูกจ้างหรอกครับ
ที่จะบอกว่าขายตรง ส่วนใหญ่จะตกม้าตายตรงที่แนวคิด กับ การอคติของคนไทยนั่นเอง ไม่ได้รู้จริงในแก่นข้างในเลย รู้แต่เปลือกนอก นี่แหละเมื่อคนไทยยอมศึกษาก็จะเข้าใจว่าเป็นอย่างไร
ปล. ตรงนี้อยกให้คิดว่าดีหรือไม่ ถ้าไม่ดี ก็ไม่ต้องทำหรอกครับ ผมไม่ว่าพวกคุณ(บางคนนะครับ) ถ้าดีก็ลองศึกษาดูก็ได้ครับ ธุรกิจอยู่ได้เพราะการซื้อขาย ไม่มีการซื้อขายก็ไม่ใช่ธุรกิจแล้วครับ ถ้าคุณเชื่อคนสำเร็จคุณก็จะมีความคิดบวก ถ้าเชื่อคนไม่ทำ หรือ คนล้มเลิก ก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง อะไรเลย พวกนี้ตอนอดทน เหมือนทำงานทั่วไป แต่อยู่ที่คุณน่ะจะมองอย่างไร กลับไปคิดนะครับ
September 4th, 2008 at 11:35 น.
ตอบคุณหนุ่มอีกที
บางธุรกิจ ก็มีกฎหมายคุมเข้มงวด เช่นร้านเน็ต คุณทำผิดก็โดน
ส่วนธุรกิจ ที่คุณพูดมาก็โอเค แต่ เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า มันมีหลายแบบนะครับ
ไม่มีสมาชิกก็ได้ อาจจะมีสมาชิกก็ได้ อย่างเช่น มิสทีน
แบบเครือข่ายก็ แอมเวย์
ที่คุณบอกว่าหลอกกินหัวคิด ผมว่า ไม่จริง ถ้าแบบนั้นก็อยู่ไม่ได้
รายได้เกิดจาก การขายสินค้า และ บริการ ถ้าดีก็บอกคนอื่นต่อ ถ้าไม่ดี ก็ไม่ต้องใช้ จบ คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องลวงโลก ผมก็เคยคิดแบบคนอื่นๆๆ
แต่มีคนเข้าใจก็บอกว่า มันเป็นธุรกิจของตัวเอง ต้องลงมือทำ ดูคนอื่นทำก็อย่าหวังว่าสำเร็จ
อ.บางอย่างของคุณ มันผิดศีลธรรมเหมือนกัน คุณขายโลงศพ
เท่ากับหาเงินบนความตายของคนอื่นๆๆๆๆ
ผมว่าคุณ หนุ่มกลับไปคิดนะครับ ว่าคุณเข้าใจอะไรหรือเปล่า หรือ คิดว่า เอาความรู้สึกและอารมณ์ในการชนะคนอื่น มันไม่มีเกียรติอะไรเลยนะครับ
คุณไปดู พรบ.คอมพิวเตอร์นะครับ ระวังคุณถูกจับนะครับ การหมิ่นประมาทแบบนั้น
ปล. ที่พูดมาไม่เกี่ยวกับ GDI นะครับ แต่ที่พูดคือ คุณเข้าใจอะไรผิดไหม
September 4th, 2008 at 11:43 น.
คุณ 2008 ครับ ถ้าคุณมัวแต่หาผู้นำดี มันไม่มีหรอก แต่เราควรตั่งใจเรียนรู้ ลงมือทำ จึงจะเกิดผล ผมว่า คุณน่ะ ขยันที่ทำ หรือขี้เกียจมากกว่า
นั่นแหละ ที่ว่าเขาหลอกน่ะ คุณหลอกตัวเองหรือเปล่าที่ว่า ทำไม่ได้
หรือว่าเป็นแค่เพ้อฝัน ถ้าลงมือทำ ฝันเป็นจริง ตัวนี้เป็นสิ่งที่ทดสอบคุณว่า
คุณอดทนที่จะทำ หรือ ขี้เกียจทำ
September 4th, 2008 at 18:06 น.
Would you please analyze marketing plan of
Agel ?
Thank you in advance.
September 5th, 2008 at 0:20 น.
รบกวนคุณ noom เอารายได้มาโชว์กันหน่อยสิ ถ้ามันดีจริง
September 5th, 2008 at 0:27 น.
คุณ noom ครับ ผมเองก็ไม่เห็นคนที่เถียงผมมันทาเถียงผมต่อเลย … หลายคนแล้วคนเล่า 55555+
ดูดิ คนที่เถียงผมหายไปไหนกันหมด ถ้ามันดีจริง
หรือคุณจะเถียงผมอีกคน?
September 7th, 2008 at 10:54 น.
มีน้องคนหนึ่งที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในบล็อคของคุณและถามว่ามีธุรกิจอะไรบ้างที่ทำแล้วได้เงินจริงๆ ในโลกอินเตอร์เนทเพราะเค้ายากจนและอยากมีรายได้ แต่คุณกลับโบ้ยไปทางอื่น หวงวิชาเหรอคะ(เป็นคำถาม ที่ไม่ต้องการคำตอบค่ะ)
September 7th, 2008 at 11:23 น.
ตอบคุณแอน
ขำกลิ้งแล้วครับ
ได้อ่านบทความอื่นๆ ในบล็อกผมบ้างหรือเปล่าครับ? บทความพวกนี้ผมเขียนให้อ่านฟรีๆ ครับ ไม่มีใครจ่ายเงินจ้างเขียนด้วย มีอีแมกกาซีนติดต่อมาขอบทความไปลง ผมก็อนุญาตให้ใช้แบบฟรีๆ เลยครับ นี่คือพฤติกรรมของคนที่หวงวิชา? (เป็นคำถาม ที่ไม่ต้องการคำตอบครับ)
ถ้าอยากมีรายได้ก็ต้องรู้ัจักการขวนขวายด้วยครับ หนังสือสอนหารายได้บนเน็ตมีเยอะแยะครับ เล่มละร้อยสองร้อยบาท ไม่แพงเลย หรือถ้ายากจนไม่มีเงินซื้อหนังสือ ก็ search หาข้อมูลตามเว็บต่างๆ ได้ ข้อมูลพวกนี้ฟรีเยอะแยะไปหมดครับ แต่ขวนขวายบ้างหรือเปล่า? (เป็นคำถาม ที่ไม่ต้องการคำตอบครับ)
ขอยกตัวอย่างข้อมูลที่หาได้บนเน็ตลองเอาไปอ่านดู http://forums.sem.or.th/index.php/topic,10780.msg61808.html
ถ้าการบอกให้ขวนขวายข้อมูลด้วยตัวเอง คือการโบ้ยให้ไปทางอื่น ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วล่ะครับ จะงอมืองอตีนรอให้คนอื่นเคี้ยวแล้วป้อนกันตลอดเลยเหรอ? (เป็นคำถาม ที่ไม่ต้องการคำตอบครับ)
อย่ามาพูดจาหาเรื่องกันแบบนี้จะดีกว่าครับ
September 22nd, 2008 at 4:36 น.
ตอบคุณ แอน ครับ
http://www.thailandclick.igetweb.com
http://www.ptc.icphysics.com
http://www.rubsub.com
http://www.thaiseoboard.com
http://www.makemoney-school.com
September 22nd, 2008 at 4:40 น.
ลืมไป 2 เว็บ
http://www.settrade.com/
http://edu.tsi-thailand.org/index.php?option=com_content&task=view&id=81&Itemid=50
September 28th, 2008 at 14:21 น.
คุณ 2008 ครับ ถ้าคุณมัวแต่หาผู้นำดี มันไม่มีหรอก แต่เราควรตั่งใจเรียนรู้ ลงมือทำ จึงจะเกิดผล ผมว่า คุณน่ะ ขยันที่ทำ หรือขี้เกียจมากกว่า
นั่นแหละ ที่ว่าเขาหลอกน่ะ คุณหลอกตัวเองหรือเปล่าที่ว่า ทำไม่ได้
หรือว่าเป็นแค่เพ้อฝัน ถ้าลงมือทำ ฝันเป็นจริง ตัวนี้เป็นสิ่งที่ทดสอบคุณว่า
คุณอดทนที่จะทำ หรือ ขี้เกียจทำ
By noom on Sep 4, 2008
ขออณุญาติกลับมาตอบกระทู้อีกครั้งหลังจากหายไปนาน
เพราะสู้สึกว่า คุณnoom ตอบกระทู้ให้ผมโดยขาดหัวคิด
ผมไปปอกคุณตอนไหนครับที่ว่าผม ต้องการผู้นำที่ดี
หรือถ้าผมใด้บอกไปช้วยเคระโหลกผมให้ผมจำได้ที
ผมก็บอกหลายครั้งแล้วว่าผม ทำ GDI อยู่ตอนนี้
ไม่ใช้แค่ GDI ที่เคยทำ ทำมาหลายตัว และผมก็ตั้งใจทำ
จริงๆจัง หนั้งโพส เว็บฟรี วันละ 200 เว็บต่อวัน คุณnoom
คิดว่าผมขี้เกรียจมัยครับ แต่ผมไม่เคยทำ สเปมเมลล์ไปกวนใคร
และไม่เลยโทรไปตื้อให้เคารำคาญ
แต่ปัญหาคือทำไปใด้สักพัก เว็บต้นสายมันใด้เงินมากพอ มันเลิกทำ
แล้วลูกทีมทำไงละ ในเมื้อมันทำระบบไม่เป็น เขียนเว็บเองไม่ใด้
มันก็ต้องรอ ผู้นำที่ทำเป็นละครับ เพราะผมก็เป็นผู้ตามที่ดี
แค่คุณทำเว็บให้ผม และไม้ต้องย้ายไปยายมา เหมือนหมาย้ายที่นอน
ถ้าเว็บมันดีจริง ระบบดีจริง คนอย่างผม ก็ทำจริงๆเหมือนกันครับ
โพสวันละ 100-200 เว็บต่อวันคุณคิดว่าจริงมัยละ
กรุณาเข้าใจด้วย
ปล. หากคุณnoom ไม่พอใจในกระทู้นี้ผมก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
คือไม่ต้องการให้ใครมาดูถูก คนที่มีความรู้น้อยอย่างผม และไม่จำเป็น
ก็ไม่ต้องตอบกระทู้ผมนะครับ
ขอบคุณอย่างสูง
September 28th, 2008 at 19:34 น.
ผมว่าเว็บคลิกโฆษนาอ่านเมล มันน่าจะดีกว่า gdi มั้ยครับ อย่าเว็บนี้
http://vibrantvitalities.com/ แต่ทำไมตัวเลขมันเยอะจังครับ อยากให้คุณ MacroArt ช่วยวิเคราะห์หน่อยครับ
October 1st, 2008 at 0:20 น.
ตอบคุณ กบ เว็บ http://vibrantvitalities.com/ scamsite ครับ เว็บ PTC นั่นจะจ่ายต่อคลิกแค่ 0.01 – 0.02 เท่านั้นครับแล้วก็ผมยังไม่เคยเห็นเว็บนี้ในเว็บบอร์ด PTC ต่างประเทศเลย
เมมเบอร์ 6000 กว่า แต่จ่ายออกไปแล้วกว่า 38 ล้านดอลล์
เว็บ PTC นั้นจำไว้เลยครับว่าถ้าได้เงินเยอะจนน่าเหลือเชื่อมันไม่มีทางจ่ายอยู่แล้วครับ
โดยประมานแล้ว อัตราจ่ายทั่วไปจะประมานนี้ครับ
เราคลิก 10 ad ต่อวัน = $0.1
ลูกทีม 20 คนคลิกคนละ 10 ad ต่อวัน = $2
รวมต่อวันเราจะได้ = $2.1
รวมต่อสัปดาห์จะได้ = $14.7
รวมต่อเดือนจะได้ = $63
แต่บางคนผมเห็นรายได้ต่อสัปดาห์ $200+ หรือมากกว่าก็มี
http://thailandclick.igetweb.com/index.php?mo=14&newsid=33616
October 20th, 2008 at 0:48 น.
และแล้ว ชาว GDI ก็สลายไปจากเว็บไทย
October 23rd, 2008 at 11:51 น.
แล้วทำอันไหนดีที่สุดคะ ที่มันให้จิงๆ
ไม่มีเงื่อนงำ หรือไม่มีที่ติอ่ะค่ะ
October 25th, 2008 at 23:48 น.
ถ้าอย่างนี้ สมัครเว็บ bux.to ไม่ดีกว่าเหรอ
November 5th, 2008 at 1:33 น.
GDI ก็เป็นสินค้านี่ครับ
โดเมน+โปรแกรมออกแบบwebsiteสำเร็จรูป+hosting เสถียร ๆ
ไม่เห็นไม่ดีตรงไหน
November 23rd, 2008 at 19:23 น.
อ่านมาจนตาลายไปหมด…..
สุดท้ายผมคิดว่าถ้าลองดูก็ไม่หน้าเสียหายอะไร
เพราะเค้าให้ลองฟรี 7 วัน อิอิ (อยากเห็นระบบ)
ผมเป็นคนนึงที่ไม่ชอบธุรกิจขายตรง ก็เลยมองหาธุรกิจอะไร
ที่ทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตแล้วมีรายได้….
เพราะโดยส่วนตัวแล้ว รักงาน web programing เป็นชีวิตจิตใจเลยครับ
November 28th, 2008 at 10:15 น.
เว็บนี้ละครับได้จริงไหมครับ http://charm-mail.com/
คุณ Macroart รบกวนช่วยแนะนำหน่อยครับ
December 15th, 2008 at 11:40 น.
ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลที่เอามาตีแผ่
December 17th, 2008 at 5:34 น.
พึ่ง สมัคร GDI ไปครับ เดี๋ยวจะลองดูครับ ว่า จะโอเครึป่าว
โดยส่วนตัว ศึกษา ข้อมูลบริษัท และตัวธุรกิจ มาแล้วครับ
ว่า เป็นธุรกิจที่ลงทุนต่ำ แต่ให้รายได้ไม่จำกัด จริงๆๆ ขึ้นอยู่กับความขยัน
ผมว่า ช่วง ปี 2008 นี้ หลายคน ก็คงรู้ว่า ธุรกิจออนไลน์จ่ายเงินจริง
เช่น Rejuvennatelive Ultra ฯลฯ
ผมก็ เห็น GDI มานาน แต่ไม่ได้สมัคร แต่มาดู ราคาสมัคร 350 บ
สามารถทำธุรกิจได้ ชวนเด็กนักเรียนยังได้เลย
เล่นตลาดต่างประเทศได้ สบาย อันนี้ผมมองในแง่ธุรกิจนะครับ
ถ้ามันไม่แน่จริงคงไม่เปิดมาแล้ว ถึง10 กว่าปีหรอก และ จอร์จ บุช
ประธาณาธิปบดีสหรัฐ เค้าคงไม่ทำหรอก แต่เค้าทำ ….ก้อย่างที่บอกนี้มันคือธุรกิจแห่งอนาคต สร้างรายได้ไม่จำกัด คนขยันทำ.ก็ได้มาก ไม่ขยันก็ได้น้อย เป็นธรรมดาของการทำธุรกิจ ไม่ว่าธุรกิจไหนก็ตาม
คือผมคิดว่า คนที่มาทำ GDi คงไม่มาใส่ใจ เรื่องคุณภาพสินค้าเท่าไหร่หรอก….เค้าสนใจเงินมากกว่า ถ้าใครมีตัวไหนดี หรือ วิธีหารายได้ทางเน็ต ดีๆๆ ที่ ลงทุนต่ำ กว่า 10$ และสร้างรายได้ไม่จำกัด และถูกกฎหมาย ทั่วโลกยอมรับ
กรุณาบอกด้วยครับ…ถือว่า ทำบุญ
0890692584
ปล.แชร์ลูกโซ่ คือ คนมาที่หลังไม่สามารถมีรายได้มากกว่าคนมาก่อนได้
ธุรกิจเครือข่าย คือ คนมาที่หลังสามารถมีรายได้มากกว่าคนมาก่อนได้
จากที่ดูแล้ว GDI คือ ธุรกิจเครือข่าย……..ลองศึกษาแผนการตลาดดีๆๆนะครับ
December 23rd, 2008 at 1:45 น.
วันนั้นดูรายการตลาดสดสนามเป้า มีคุณคนนึงเค้าเปิดร้านขายอาหารจีนเล็กๆ แต่ก่อนเค้าเคยเปิดบ่อนการพนันรวยเละได้วันละเป็นแสน แต่ว่าวันนี้เค้าบอกว่าเค้ามีความสุขกับเงินนิดๆหน่อยๆที่ลูกค้าที่มาทานอาหารร้านเค้า แล้วจ่ายเงินให้กับเค้าด้วยรอยยิ้ม(อาหารอร่อย)
แตกต่างกับเงินที่เค้าเคยได้สมัยเปิดบ่อน ที่ได้เงินทีละมากๆ แต่ลูกค้าเค้าจ่ายเงินด้วยน้ำตา(เสียพนัน)
ผมฟังแล้วรู้สึกเลยว่าเงินไม่ได้สำคัญมากมายอย่างที่เราคิดหรอกครับ
ผมเองก็ไม่ได้มีเงินมากมาย แต่ผมว่าการทำธุรกิจที่ลูกค้ายอมซื้อสินค้าของเราด้วยความรู้สึกที่ดีต่อสินค้าของเรา มันทำให้เรามีความสุข มากกว่าความสุขที่เราไปซื้อของกินของใช้มาบำรุงบำเรอความอยากของเราเป็นไหนๆเลยนะครับ ผมว่ามันเหมือนการขึ้นสวรรค์ตอนกำลังมีชีวิตอยู่เลยทีเดียวแหละ
ไม่รู้จะมาเขียนทำไม แต่ผมรู้สึกว่ามันเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจประเภทนี้บ้างแหละนะ
ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในสิ่งที่เชื่อนะครับ
December 31st, 2008 at 15:34 น.
เกือบหลวมตัวซะแล้ว ดีน๊ะที่มาอ่านซะก่อน ขอบคุณสำหรับผู้ให้ความรู้และความกระจ่างทั้งหลาย
December 31st, 2008 at 15:37 น.
แล้วธุรกิจอะไร online แบบไหน กำลัง work สุด ๆ กรุณาแนะนำด้วยครับ
นึกว่าทำบุญปีใหม่
January 1st, 2009 at 13:12 น.
สวัสดีครับเพื่อนๆทุกๆคนวันนี้เป็นวันแรกของปี2009 ผมไม่ได้ทำบุญที่ไหนถ้าสิ่งที่ผมจะบอกเพื่อนๆต่อไปนี้มีประโยชน์สำหรับคนที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีวิธีการหาเงินแบบนี้อยู่ก็ถือว่าผมได้ทำบุญในวันแรกของปีนี้แล้วกันครับ
การหาเงินทางอินเตอร์เน็ตสำหรับผมผมทำมาหลายอย่างแล้วครับจนถึงขนาดว่าสมัยนั้นอ่านภาษาอังกฤษแปลไม่ได้เขียนก็ไม่รู้จะเขียนยังไง จนกระทั่งความเคยชินและความจำเจที่อยู่กะมันทุกวันๆทำให้ตอนนี้อ่านออกแปลได้เขียนได้สบายๆครับ สิ่งที่ผมอยากให้เพื่อนๆให้ความสนใจในปีนี้ก็คือการทำธุรกิจ Affiliate ครับ เป็นธุรกิจที่เพื่อนๆผมและผมในบางเดือนสร้างเงินได้เดือนละล้าน ผมไม่ได้พูดมั่วไปหรอกครับและผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องมาโกหกใคร แต่ผมอยากเอาสิ่งที่ผมทำอยู่ได้อยู่รู้อยู่มาเล่าให้คนที่กำลังมองหาการทำงานออนไลน์ได้รู้กันบ้างว่ามีอะไรที่ทำแล้วได้จริงหรือไม่ เหมือนผมเมื่อ 4 ปีที่แล้วที่เริ่มสนใจและหาอะไรๆทำในเน็ตและก็ไม่พ้น mlm ที่เป็นธุรกิจยอดฮิตที่มักจะฮือฮากันในช่วงเปิดตัวกัน แน่นอนครับผมก็ทำและได้รู้ว่าเหนื่อยครับ แต่ธุรกิจ Affiliate มันช่างสุดยอดมากๆครับ หลักการมันก็คือสมัครเป็นตัวแทนขายสินค้ากับเว็บไซต์ที่เปิดให้เราสมัครได้ในระบบนี้แล้วก็เอาลิ้งค์ที่ระบบออกให้มาโปรโมทเมื่อมีคนซื้อสินค้า เจ้าของสินค้าเค้าก็จัดการกันเองตั้งแต่ระบบรับ-จ่ายเงิน ระบบรับส่งสินค้า เราไม่ต้องยุ่งยากใดๆทั้งสิ้นครับผลตอบแทนสำหรับการขายสินค้าก็สูงด้วยครับเรียกว่ากำไรจากยอดขายนี่เค้าแบ่งให้เรา 40-80% เลยทีเดียวครับ สำหรับเพื่อนๆที่สนใจผมเชื่อว่าน่าจะเป็นมือใหม่แน่นอนเพราะมือเก่าเค้าไม่สนใจข้อความแบบนี้จากผมแน่นอนครับเพราะผมเชื่อว่าเพื่อนๆร่วมอาชีพเดียวกับผมก็คงรู้ดีอยู่แล้วว่ามันสนุกและคุ้มค่าแค่ไหนกับการทำธุรกิจนี้
เพื่อนๆคนไหนที่สนใจธุรกิจแนวนี้ผมแนะนำว่าให้เริ่มต้นจากการขายสินค้าให้กับเว็บไซต์ amazon.com ก็ได้ครับเพราะมันง่ายดีระบบก็สะดวกสบายและ amazon.com ก็เป็นเว็บระดับโลกที่มีความน่าเชื่อถือสูงมากๆอยู่แล้วแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อนๆก็คงต้องศึกษารายละเอียดและวิธีการทำงานกันก่อนนะครับ เอาง่ายๆครับพิมพ์คำว่า amazon ใน Google แล้วก็ลองไปหาข้อมูลการทำธุรกิจตัวนี้กันดูครับมีเยอะแยะจะให้ดี สำหรับมือใหม่ซื้อหนังสือมาอ่านก็ได้ครับ ร้านซีเอ็ดมีเยอะแยะ เมื่ออ่านๆๆๆ เราจะมองภาพรวมออกครับและเราจะเริ่มต้นได้ถูก ธุรกิจนี้เรายิ่งทำเรายิ่งรู้เรายิ่งรู้เรายิ่งเก่ง เรายิ่งเก่งเราก็ยิ่งหาเงินได้เยอะครับ เมื่อก่อนผมหาเงินได้จากธุรกิจนี้เดือนละประมาณ 4-5 พัน แต่ปัจจุบันผมทำงเงินได้วันละ 1000 ครับ แต่เป็น $1000 usd นะครับ ^^ มันเป็นธุรกิจที่เป็นไปได้จริงๆครับ หมดเวลามานั่งเถียงกันแล้วว่ามันทำเงินได้จริงมั้ย เพราะคำตอบที่ต้องตอบคือคุณอยากได้เงินกับมันแค่ไหนมากน้อยแค่ไหน ทำมากก็ได้มากศึกษามากก็ได้มาก ต้องลองเองครับ ธุรกิจนี้ไม่ใช่ระบบ mlm เพราะฉะนั้นผมจะไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากเพื่อนๆแน่นอนครับแต่ผมอยากบอกให้กับคนที่ยังไม่รู้ครับได้ลองไปศึกษากันดูแล้ววันนึงเพื่อนๆก็จะได้รู้ว่าทำมัยต้องเสียเวลาถกเถียงกันว่าทำธุรกิจไหนมันได้เงินจริงได้เงินปลอม ทั้งๆที่ธุรกิจที่ผมแนะนำอยู่นี้เค้าโกยเงินกันอยู่ทั่วทุกมุมโลกมาตั้งนานแล้ว ^^
January 7th, 2009 at 3:54 น.
ขอสนับสนุนเว็ปนี้ด้วยคนครับ
ผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นข้อความนี้ก่อนทำ GDI ตอนนี้ผมก็สมัครแล้ว ยังไม่ถึงเวลาตัดเงินด้วย และผมก็จะทำต่อไป ผมจะยอมเสียเงิน 300 กว่าบาทไปเรื่อยๆ ถึงจะยังไม่ได้อะไรกลับมาสัก 1 ปีคงไม่ว่ากันนะครับ ผมนั่งอยู่หน้าคอมเล่นเน็ตมาเกือบ 10 ปีแล้วครับ ถามผมว่าตอนนี้ทำเว็ปทำอะไรเป็นไม๊ ผมบอกได้อย่างไม่อายครับ ส่งเมล ฟอร์เวิร์ดเมลยังไม่คล่องเลย ในชีวิตผมเคยขายแอมเวย์อย่างเดียว ทำได้3เดือนก็เลิกด้วยปัญหาส่วนตัว ผ่านมาสิบกว่าปีมี MLM มาแนะนำผมไม่หยุดหย่อน ผมบอกคำเดียวว่าถ้าผมคิดจะทำพวกนี้ผมขอทำแอมเวย์อย่างเดียวไม่ทราบเพราะอะไรเหมือนกันนะครับ จะถูกจะแพงขอแดงไว้ก่อนรึเปล่า 555 (แต่ผมคนเสื้อเหลืองครับเกิดวันจันทร์)แต่ก็เป็นข้อดีที่ทำให้ผมรอดพ้นจากบริษัทต่างๆ ที่ล้มหายตายจาก(คงเป็นเพราะผมไม่ทำมัน)555 เมื่อ2ปีที่ผ่านมาผมเจอหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ googlerich ที่ลูกค้าถ่ายเอกสารแล้วไม่มาเอา(ลืมบอกครับผมทำร้านถ่ายเอกสาร คงไม่ถือเป็นการโปรโมทร้านนะครับ 555)โดนใจมากเลยบอกตัวเองว่านี่หล่ะใช่ นี่หละธุรกิจในฝัน นี่หละธุรกิจที่ใช้ฝีมือ ไม่รบกวนใคร…สองปีผ่านไปไวเหมือนไวเหมือนพูดเล่น ผมอ่านไปหลับไป เปิด ebay เปิด amazon ไป จนทุกวันนี้ผมก็ยังคงทำได้แค่นั้นล่ะครับ ไม่ทราบว่าเพราะอะไร จะบอกว่าผมหัวไม่ดีผมตีตายเลยนะ ผมเรียนถึงวิศวะนะครับ มัธยมผมก็ระบบหัวกระทินะครับ ภาษาอังกฤษก้อใช่ว่าจะอ่อนนะครับ แต่ก็ช่างมันเถอะยังงัยธุรกิจในฝันผมก็คือ googleadword googleadsence นี่หละครับ แต่ก่อนอื่นผมขอทำ GDI ก่อนแล้วกันครับ ผมเพิ่งอยู่ในช่วงทดลองแต่ผมขอสาบานว่าผมจะไม่ออกด้วยเหตุผมข้อความข้างบนเว็ปนี้แน่นอนครับ ถึงแม้จะทำยากขึ้นอีกนิดนึงจากที่คุณ Macroart มาลงไว้ก็ตาม เพราะแค่ช่วงทดลองผมก็ได้ความรูอะไรมากมายในโลกออนไลน์และได้ความรู้เพิ่มบ้างจากโพสท์ทั้งหลายข้างบนนี้ ถ้าผมทำ GDI ไม่สำเร็จ ผมก็คงทำอย่างอื่นสำเร็จยาก กับเงินแค่ 350 ปีหนึ่ง 3500 คงไม่ทำให้ผมไม่ได้อะไรเลยมั๊งครับ
ผมต้องยอมรับจริงๆ ว่าคุณให้คำตอบได้มีเหตุมีผล ควบคุมอารมณ์และให้ความรู้ได้ดีครับ คงมีคนอีกไม่น้อยที่ทำได้อย่างคุณแต่กว่าจะได้อย่างคุณคงไม่ใช่การโคลนนิ่งแน่นอน ผมขอแย้งบทความคุณนิดนึงได้ไม๊ครับเพื่อความเป็นกลางจริงๆ คุณพูดผิดเรื่อง GDI จ่ายแค่ 5 ชั้น คุณลองดูให้ความรู้เพิ่มใหม่ด้วยนะครับ สำหรับผมแค่ถึงจะแค่5 ชั้นผมก็สบายไปตลอดชีวิตแล้วครับ ทำร้านมาสิบกว่าปีมีแต่หนี้กับสิน อย่าถามถึงเงินแสนเลยครับ…จ่าย 350/เดือนเช่า .ws แพงกว่า .com สำหรับผมคิดว่าแพงก็ช่างเถอะ ผมเต็มใจจ่าย .com ไม่รู้ผมจะไปเช่ามันมาทำอะไรตอนนี้ เช่าถูกก็เถอะ เช่าแล้วสิ้นเดือนให้เงินเดือนผมก็ไม่ได้ ผมทำ GDI ผมเพิ่งเริ่มทำ ผมได้ทั้งความรู้เรื่อง net เรื่อง online แค่นี้ก็คุ้มแล้วครับ แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าดีไม่ดีสิ้นเดือนนี้ ผมจะไม่ได้เงินเดือนจาก GDI ไม่แน่นะครับ…จะบอกว่าเงินไหลออกนอกก็จริงครับ แต่มีผู้นำเราโกงเป็นแสนล้านออกนอก เขายังทำนะครับ พวกผมตัวเล็กๆ ความรู้จะเท่าคุณก็ไม่ใช่ คุณมาทางสายคอมแถมสัมผัสโลกออนไลน์มาไม่รู้กี่ปี จะให้คนไทยส่วนใหญ่ชำนาญอย่างคุณก็คงยาก แค่พวกเราพออยู่พอกินไม่เดือดร้อนก็พอแล้ว ธุรกิจนี้คุณก็รู้ว่ามันไม่ได้ออกอย่างเดียว มีคนเก่งอย่างคุณเยอะๆ มันก็มีไหลเข้ามาบ้างหล่ะครับ…
ทั้งหมดนี้เพื่อยืนว่ามีคนหนึ่งที่อ่านเว็ปคุณก่อนสมัคร GDI และสมัครยังไม่ถึงกำหนด 7 วัน และจะทำต่อไป…อยากฝากบอกคุณว่าที่คุณโพสขึ้นมาไม่ได้เป็นประโยชน์กับใครเลย ไม่มีสาระที่ดีเลยครับ ทำให้คนล้มเหลวในความคิดมากกว่าครับ ไม่รู้ว่าเหตุผลที่คุณนำหัวข้อนี้มาพูดเพื่ออะไรนะครับ เพราะเรื่องแพงกว่า หรืออะไร หลายคนคงไม่สนใจ คงไม่ใช่เพราะเพื่อธุรกิจคุณเองนะครับ เว็ปคุณถึงได้ขึ้นอันดับต้นๆ ของหน้า ให้พวกผมทำอย่างคุณฝีมือคงยังไม่พอ พวกผมทำได้แค่ GDI นี่หละครับ เพราะผมสนใจแค่ได้เงินเร็ว ได้เงินจริง บริษัทมั่นคง…ถ้าจะกรุณาจริงๆ อยากให้คุณเอาพวกหลอกๆ หรือสร้างรายได้ยาก มาช่วยวิเคราะห์ให้คนที่สนใจธุรกิจออนไลน์ได้มีความรู้บ้างจะเป็นการดี ส่วนเรื่อง GDI ถ้าคุณบริสุทธิใจ ผมก็เข้าใจแล้วว่าคุณต้องการสื่อว่าเป็นการเช่า โดเมน.ws แพงกว่า .com หลายคนก็คงตอบแล้ว และรวมทั้งผมด้วยว่า แพงก็ช่างเถอะผมยอมจ่าย ผมจะไปเช่า .com มาทำอะไร ความรู้ก็แค่นี้ เอาไว้พวกผมพัฒนาฝีมือให้ได้อย่างคุณก่อนนะครับ แล้วจะไปเช่า .com ผมยังไม่ยอมแพ้มันหลอก google addword 555
แล้วผมจะลองศึกษาธุรกิจ คลิกๆ ของคุณนะครับ หวังว่าคุณคงไม่หลอกลวง และง่ายต่อมือใหม่อย่างพวกผม
ขอบคุณที่ให้ความรู้นะครับ………..
January 7th, 2009 at 4:31 น.
ตอบคุณ aoe
ผู้บริโภคจะถามตัวเองว่า เขามีความพึงพอใจกับสินค้าที่เขากำลังจะซื้อหรือไม่?
ส่วนนักธุรกิจจะถามตัวเองว่า เขาจะทำให้ลูกค้ายอมจ่ายเงินให้กับเขาได้อย่างไร?
สิ่งที่คุณ aoe เล่ามา คือมุมมองของผู้บริโภคครับ ซึ่งผมรู้สึกยินดีที่คุณสามารถหาคำตอบให้ตัวเองได้ว่า ทำไมถึงยอมจ่ายเงินเดือนละ 350 บาทไปตลอด
แต่คุณ aoe คงต้องถามตัวเองต่อครับว่าจะทำให้มีคนมาสมัคร GDI ต่อจากคุณ เพื่อที่คุณจะได้รับ commission จากเขาได้อย่างไร ถ้าคุณยังตอบไม่ได้ คุณก็จะเป็นแค่ผู้บริโภคเท่านั้น ยังไม่ใช่นักธุรกิจที่จะร่ำรวยจากธุรกิจนี้ได้ครับ
นักธุรกิจ GDI หลายคนหาคำตอบให้กับคำถามนี้ไม่ได้ครับ สุดท้ายก็ล้มหายตายจากกันไป
คุณเพิ่งมาใหม่อาจจะไม่รู้ ผมเขียนบทความนี้เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2550 สมัยก่อนถ้าค้นคำว่า GDI จะพบโฆษณา Google AdWords มากกว่า 10 รายการที่ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ .ws แต่ผ่านมาปีกว่า ปัจจุบันนี้แทบไม่เหลือแล้วครับ ที่มีอยู่ก็ลิงก์ไปหาเว็บอะไรที่ไม่ใช่ธุรกิจ GDI เลย
นักธุรกิจ GDI หายไปไหนกันหมดครับ? เขาออกจากธุรกิจไปเพราะเขามองไม่เห็นอนาคตใช่หรือเปล่า? เขาหาคำตอบว่าทำไมดาวน์ไลน์ของเขาจะต้องจ่ายเงินเดือนละ 350 บาทไม่ได้ใช่หรือเปล่า?
ไม่มีหรอกครับ เงินง่ายๆ สำหรับมือใหม่ ไม่เช่นนั้นมือใหม่ทุกคนก็ทำเงินกันได้เยอะแยะไปหมดสิ
ถ้าเป็นมือใหม่ก็ต้องอ่านมากๆ และคิดมากๆ ครับ สุดท้ายก็จะเก่งขึ้นและค้นพบช่องทางทำเงินจากเน็ตได้เองครับ
ผมฝากกระทู้นี้ไว้ให้อ่านละกันครับ
http://forums.sem.or.th/index.php/topic,16136.0.html
January 8th, 2009 at 19:40 น.
สวัสดีครับผมก็เคยทำ GDI อยู่ครับ แต่ตอนนี้ผมหยุดไว้ก่อนเพื่อนๆบางคนอาจจะงง ว่าผมหยุดไว้ก่อนได้ยังไง ก็คือผมมีเทคนิคการทำเงินกับธุรกิจนี้แบบส่วนตัวสไตผมครับซึ่ง GDI ไม่มีวันจับได้ ^^ อันที่จริงแล้วผมทำหลายแอคเค้าด้วยซ้ำครับ
แต่ตอนนี้แอคเค้าที่ผมทำอยู่เพื่อหวังผลกับลูกค้าที่เป็นคนไทยตอนนี้ผมหยุดไว้แล้วครับก็คือเลิกทำด้วยแอคเค้านี้นั่นเองเพราะอะไรหรือครับ ก็เพราะว่าตอนนี้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นคนไทยหายากมากๆ ไม่ค่อยมีคนสนใจเลยในมุมมองผมคิดว่าน่าจะมาจากสาเหตุที่มี mlm ตัวอื่นๆเข้ามาเยอะในบ้านเราซึ่งผมก็ทำ mlm เหล่านั้นแทบทุกตัว
ถามว่าผมหยุด GDI แล้วผมไปทำอะไร ผมขอตอบว่าไม่ใช่หรอกครับ เพียงแต่ว่า GDI เป็นงานเสริมของผม เพราะผมมองว่ามันหาเงินง่ายมากผมเคยทำโบนัสได้อาทิตย์ละ $100 หรือมากกว่าอยู่เสมอๆ แต่นั่นก็ยังไม่พอทำให้ผมจะกอบโกยได้มันมือเท่าไร เพราะว่ายังมีธุรกิจอีกหลายตัวที่ทำเงินได้มาก และง่ายกว่า GDI แต่ถามว่าแล้วทำไมเมื่อก่อนผมถึงยังทำ GDI อยู่ล่ะ ทั้งๆที่ตัวอื่นก็บอกเองนี่นาว่าทำง่ายและได้เงินเยอะ คำตอบของผมก็อย่างที่บอกทีแรกครับ ว่า GDI คืองานเสริมเป็นค่าขนม ผมไม่ยอมปล่อยทิ้งหรอกครับ อีกอย่างผมก็ไม่ได้ทำไรมาก มีคนสมัครก็มาติดต่อรับเว็บระบบเว็บก็ออกลิ้งไอดีให้ ผมก็แค่ลุ้นว่าจะได้เงินเท่าไร แค่นั้น แล้วอย่างนี้ผมจะเลิกทำไมล่ะครับอะไรได้เงินก็ทำมันทั้งหมดนั่นแหละจริงมั้ย
แต่อย่างที่บอกครับตอนนี้ลูกค้าเป้าหมายที่เป็นคนไทยยังไม่สนใจ gdi ผมซักเท่าไรเลยครับ แต่ผมว่ามีแนวโน้มที่จะเริ่มดีขึ้นนะเพราะกระแสดีกว่า2-5 เดือนที่แล้วอันนี้น่าจะมาจากที่พวก rejuvenate หรือ mlm ตัวอื่นๆเริ่มซาลงไปนั่นเอง (พวกนี้ผมก็ทำครับ^^) สำหรับคนทำ GDI หลายๆคนผมว่าน่าจะเคยค้นข้อมูลเว็บผมบ้างแน่ๆครับเพราะคีย์เวิร์ดหลัก GDI เมื่อช่วงที่ผมทำอยู่นั้น ก็ติด google หน้าแรกลองๆจากเว็บนี้เหมือนกันครับก็คือ http://www.gditoday.com นั่นแหละครับเว็บผมเอง
มาครั้งนี้ผมไม่ได้มาต่อต้านหรือมาเชียร์นะครับ ผมมาในฐานะคนหาเงินทางเน็ตคนนึงเท่านั้นที่ผมทำงานเพื่อนเงิน ผมไม่มีอุดมการณ์อะไรมากนักหรอกครับ ทำทุกอย่างเพื่อเงิน งานไหนที่ผมทำแล้วได้เงินผมทำแทบทั้งสิ้นขอแค่ไม่ผิดกฎหมายก็พอ
สำหรับผมนะถ้า GDI กระแสดีขึ้นเมือไรผมก็จะกลับมาลุยเหมือนเดิมครับแต่ตอนนี้ขอแจ้งข่าวเพื่อนๆที่เคยเข้าชมเว็บผมนะครับว่าถ้าสนใจจะร่วมทีมกับผมตอนนี้ผมยังไม่ได้ทำนะครับ หยุดแล้ว แต่ถ้าผมเริ่มเมื่อไรก็จะเห็นประกาศและคำเชิญชวนร้อนๆสไตร์ผมเองจากหน้าเว็บแหละครับ
หวังว่ากระแส GDI จะกลับมาอีกครั้ง
ปล. GDI ในต่างประเทศยังบูมอยู่นะครับถ้าใครสนใจหาลูกค้าต่างชาติก็ลองได้ครับอาจเป็นประสบการที่ดี แต่ผมเกรงว่าถ้าเพื่อนๆคิดจะหาลูกค้าต่างชาติเพื่อทำ GDI ผมว่าอาจลองมองธุรกิจตัวอื่นๆก็ได้นะครับมีเยอะแยะ!
January 19th, 2009 at 19:29 น.
ผมก็เป็นคนนึงที่ทำ แต่^^ ผมไม่ได้ทำเพียงคนเดียวผมมี90dayrich ทีมงานที่ดี
ผมก็ ok นะครับ ด้านดาวไลน์ ผมมีนโยบายเลยว่า
ดาวไลน์ทุกคนของสายงานผมจะต้องทำงานเป็น คือทุกคนที่ผ่านมือผมจะต้องเป็นงาน หรือ รุ้งาน
เพื่อเขาจะไปเทรนสายงานเขาในอนาคต
ผมไม่ขอสรุปว่าดีกว่าธุรกิจอื่นเพราะของฟรีไม่มีในโลก
แต่ผมเลือกที่จะลงทุนน้อย แต่ดูแผนงานที่ก้าวไกล
ซึ่งผมก็มั่นใจกับ GDI ครับผม
อย่างน้อยๆผมก็ขอให้คุณได้สัมผัส
เพราะว่าถ้าคุณไม่เริ่มนับ 1 มันก็ไม่ทางถึง 100 อย่างแน่นอน
โชคดีครับ
January 31st, 2009 at 12:44 น.
สวัสดีค่ะ คุณ macrokart ดิฉันก็เป็นคนนึงที่เริ่มทำธุรกิจ GDI แต่ยังไม่ถึง 7 วันเลยค่ะ พอได้มาอ่านข้อความของคุณทำให้ดิฉันรู้สึกท้อแท้มากเลยค่ะ จะทำอะไรก็กลัวว่าจะต้องเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ ถ้าคุณมีธุรกิจอะไรที่มันทำแล้วได้เงินง่ายก็กรุณา โพสเป็นตัวอย่างให้ดูด้วยได้มั้ยค่ะ ดิฉันจะรออ่านและลองทำดู เพราะไม่อยากงอมืองอเท้ารอให้เงินมันวิ่งมาหานะคะ
January 31st, 2009 at 14:03 น.
ไม่มีธุรกิจไหนที่ทำเงินได้ง่ายครับ มีแต่ธุรกิจที่ต้องใช้ความอดทน ความพยายาม และความคิด ถึงจะได้เงินมา
ลองดูจากลิงก์ที่ผมโพสต์ไว้ในความคิดเห็นข้างบนนะครับ
February 3rd, 2009 at 13:20 น.
อ่านมาทั้งวันแล้ว ยังไม่หมดเลยค่ะ ขอพักไว้ครึ่งๆ แล้วกันนะ
อยากจะขอมองในแง่อื่นที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ได้ไหมคะ
เพราะเท่าที่อ่านมา ไม่มีความคิดเห็นไหนที่ออกนนอกเรื่องเงินๆ ทองๆ
รายได้ รายจ่าย การลงทุน ค่าใช้จ่าย ฯลฯ อะไรประมาณนี้หมดเลย
ไม่ลองคิดถึงในแง่ของสังคมกันบ้างเหรอคะ
“มนุษย์ คือสัตว์สังคม” เคยได้ยินไหมคะ
ถ้ามองในแง่ของความเป็นสังคม ไม่มองในแง่ของการถูกเอารัดเอาเปรียบกัน
เรื่องเงินๆ ทองๆ ธุรกิจแบบนี้ก็ดีนะคะ ทำให้เรารู้จักคนที่มีความรู้ ฉลาด
ที่เราไม่เคยเจอมาก่อน ถ้าเราเจอกับทีมงานที่ดี ดีกว่าการที่เราทำงานอยู่คนเดียว
ทำธุระกิจคนเดียว เป็นเจ้านายเขา แต่ยังไม่รู้เลยว่าวันนี้เขาทำงานไหวหรือเปล่า
เหนื่อยไหม มีปัญหาที่บ้านหรือต้องการคำปรึกษาอะไรไหม
ถ้าเจอทีมงานดีเวลาท้อเราก็ยังพอมีกำลังใจ
ธุระกิจแบบนี้เราอาจจะไม่ได้เป็นเจ้านายคนอื่น ไม่ได้นั่งข่มคนอื่น
ไม่ได้ใช้อำนาจที่มีไปช่มขู่ใคร แต่มันก็ดีตรงที่เราจะได้ไม่ต้องทำบาป
กับสัตว์โลกที่ต้องอยู่ร่วมกับเรา เท่านั้นเอง
คนที่แนะนำเราเขาก็ไม่ได้บังคับเราไม่ใช่เหรอคะ
ว่าเขาชวนเราแล้วเราต้องทำ เพราะเราเป็นผู้ถูกเลือก
อย่ามองกันแค่เรื่องเงินๆ ทองๆ การเอารัดเอาเปรียบกันเลยค่ะ
อยู่กันแบบถ่อยทีถ่อยอาศัยกันดีกว่านะ
โลกจะได้น่าอยู่มากขึ้น ฉันจะได้อยากแต่งานสักที
ทุกวันนี้เห็นโลกแล้วไม่อยากแต่งงานเลย้ให้ตายเหอะ
เดี๋ยวลูกออกมาจะเจอแต่อะไรๆ ที่ซ้ายก็เงิน ขวาก็ทอง
อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเงิน เรียนที่ไหนไม่ได้ถ้าไม่มีเงิน
พึ่งพาใครก็ไม่ได้ถ้าไม่มีเงิน ขอพูดแค่นี้แหละค่ะ
ยินดีให้เจ้าของกระทู้ลบข้อความคิดเห็นออกนะคะ
ถ้าคิดว่าไม่เหมาะสมกับกระทู้นี้ เราแค่อยากแสดงความคิดเห็นบ้าง
เท่านั้นเอง
February 11th, 2009 at 18:44 น.
“Except our thought, there’s nothing absolutely in our power”
– Rene Descartes–
“I think, therefore I am”
– Rene Descartes–
” ถ้าข้าพเจ้าได้ลงมือทำอะไรไปแล้ว จะไม่มีคำว่าเปล่าประโยชน์ เพราะข้าพเจ้าได้มองเห็นประโยชน์ของการกระทำนั้นก่อนที่จะลงมือทำ ต่อให้ไม่ได้ผลดังคาดหวัง ดวงตาคู่งามของข้าพเจ้าก็จะมองหาความเป็นประโยชน์ในสิ่งที่ได้ตัดสินใจทำลง ไป และข้าพเจ้าก็มองเห็นเสมอ”
– สุลาวัลย์ มหาหิงส์ –
“ทุกอย่างเกิดขึ้นตามทางของมัน แต่เรามองเห็นมันต่างกัน เพราะเราคิดต่างกัน เรามีมุมมองที่ต่างกัน
ถ้าคุณอยากเห็นสิ่งสวยงาม คุณก็จำเป็นต้องมีดวงตาและความคิดที่สวยงาม เพื่อมองดูและคิดด้วยเช่นกัน”
– สุลาวัลย์ มหาหิงส์ –
สิ่งที่ดิฉันอยากบอกทุกๆ คน ก็คือ ทุกที่มีทั้งคนดีและคนชั่ว แม้แต่ในตัวตนของคุณเองก็มีทั้งดีและชั่วเช่นกัน
แต่คนฉลาดอยู่ได้ทุกที่ค่ะ คนฉลาดอยู่ที่ไหน กับใคร ก็มีความสุข คนฉลาดย่อมรู้ดีว่า ทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่มีอะไรเลลยในโลกนี้ที่เป็นที่พอใจของคนทุกคน การที่ทุกคนมีสมองและคิดต่างกันเป็นสิ่งที่ทำให้โลกนี้มีสีสันและท้าทาย
ธุรกิจเครือข่ายต่างๆ มักจะหาประโยชน์ได้จากความขี้เกียจและความกลัวของคน คนขี้เกียจทำงาน คนกลัวความไม่มั่นคงในชีวิต เราทุกคนมีความรู้สึกขี้เกียจและกลัวนั้น แต่มีมากน้อยต่างกัน การที่ธุรกิจเครือข่ายมีจุดขายอยู่ที่ตรงนั้น ทำให้ธุรกิจถูกมองไม่ดี แต่อย่างไรก็ตาม คนที่ทำธุรกิจเหล่านั้นเค้าไม่ได้เหมือนกันไปซะทั้งหมด เค้าทำงานเดียวกัน ทำงานอยู่ด้วยกัน ไม่ได้หมายความว่าพวกเค้าเป็นเหมือนกันหมด แต่ที่ดิฉันอยากบอก คือ คนที่ประสบความสำเร็จในทุกวงการ ไม่ใช่คนขี้เกียจ คนที่ทำธุรกิจเครือข่ายแล้วประสบความสำเร็จ คือคนที่ทำแล้วมีความสุขกับงาน คนที่ขี้เกียจทำงานไปอยู่ไหนก็ไม่เจริญค่ะ หากคุณจนแล้วยังขี้เกียจอีก ดิฉันขอบอกว่า คุณไม่มีทางรวย ต่อให้คุณไปอยู่ไหน ทำงานกับใคร ยังไงก็ไม่รวย ถ้าคุณขี้เกียจมีทางเดียวที่จะทำให้คุณสบาย คือ ลบความอยากได้อยากมีอยากรวยออกไปจากหัวคุณซะ คุณจะมีความสุขเมื่อความคิดและการกระทำของคุณสัมพันธ์กัน คนฉลาดจะหาทางทำให้ความคิดและการกระทำสัมพันธ์กัน ต่อให้ต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ เค้าก็จะพยายามทำให้ความคิดของเค้าสัมพันธ์กับสิ่งนั้นได้ เค้าจะทำให้ตัวเองมีความสุขและมีพลัง
งานคือสิ่งที่ทำให้คุณเป็นคน คุณอยากได้แต่ไม่อยากหา อยากอยู่เฉยๆ แล้วรวยล้นฟ้า คุณต้องไปเิกิดเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่แล้วค่ะ ต่อให้คุณเิกิดมาร่ำรวยคุณก็ยังต้องเรียนรู้ที่จะรักษาสมบัติเหล่านั้นไว้ ต้องรู้จักหาเพิ่ม เพราะคุณต้องใช้มัน เมื่อใช้มันก็ต้องมีวันหมดถ้าไม่รู้จักหาเพิ่ม หรือคุณอยากจะเกิดมาแล้วมีพร้อมไม่ต้องหาเพิ่มเลยก็อยู่ได้ตลอดชีวิต ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วคุณจะเกิดมาทำไมกันล่ะคะ ถ้าคุณต้องการอย่างนั้น โลกใบนี้ก็ไม่ได้เหมาะกับคุณเลยแม้แต่น้อย
คุณจะไม่หาก็ได้ค่ะ แต่คุณก็ต้องยอมรับว่า ผลจากการไม่หา ก็คือการไม่มี
สุดท้ายนี้ขอฝากทุกคน เรื่อง spam วิธีการที่จะลดความรำคาญจาก spam ก็คือตั้งค่าให้เมล์ทุกเมล์ที่ไม่ได้มาจาก contact ของคุณ ไปลง junk mail ให้หมดเลยค่ะ ถ้า server ของคณให้รายงาน spam คุณก็จัดการเลยค่ะ คนทำผิดกฎก็ต้องได้รับโทษ เราไม่ได้ทำร้ายเค้า แต่สอนให้เค้ารู้กฎ จะได้รู้ว่าไม่ควรทำอีก
และหากคุณรำคาญ spam คุณก็อย่าส่งมันให้คนอื่น
ขอให้ทุกคนหาความสุขเจอ (ซึ่งจริงๆ มันก็มีอยู่แล้วในตัวคุณทุกคน)
Kate
February 19th, 2009 at 10:40 น.
เข้ามาอ่านครับเพราะเคยทำมาก่อน ไม่รู้ว่าปัจจุบันเป้นไงมั่ง
March 2nd, 2009 at 22:05 น.
ผมว่ากระทู้นี้ก็เถียงกันมานมนานแล้ว คนโพตเองซึ่งผมว่าน่าจะหลงประเด็นมากกว่า โดยการเอาธุรกิจ การสร้างเครือข่าย ไปเที่ยบกับธุรกิจออนไลน์ตัวอื่น หรือตัวที่คุยทำอยู่ อันนี้ผมเข้าใจคับ ว่าผู้โพตเองนะเก่งคอม แต่ธุรกิจที่คุญทำ ก็เป็นความสามารถของคุญผมยอมรับคับ แต่เราไม่ได้เก่งเหมือนคุญกันทุกคนนี้ครับ ธุระกิจการสร้างเครือข่ายคือการรวมคนเข้าด้วยกัน โดยแต่ละคนก็รู้ว่าตัวเองไม่ถูกทอดทิ้ง และก็ยอมรับเงื่อนไข และกติกา ยอมรับความยุติธรรมที่ตนได้รับ หากศึกษาลึก ๆ ธุรกิจนี้มันขึ้นอยู่กับว่าจะจัดวางองค์กร ยังไงให้ทุกคนสามารถยอมรับได้ว่ายุติธรรม มีการปรึกษาหารือกันภายในองกรค์ และที่สำคัญธุรกิจที่อยู่ได้แบบยั่งยืนบนโลกใบนี้ ก็เกิดจากการสร้างเครือข่ายทั้งนั้น คงไม่มีใครเก่งแล้วอยู่ได้เพียงคนเดียว เรื่องจัดวางองกรค์ยังไงให้ เหมาะสมอันนี้ขึ้นอยู่กับผู้นำของแต่ละสายงานคับ หรือสนใจก็ฝากอีเมล์มาที่ผม ได้นะคับ golfengineer_15@hotmail.com แล้วเรามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน หลายหัวดีกว่าหัวเดี่ยว การทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากเสมอไป 350/เดือน ศึกษาให้ดีก็คุ้มแล้ว
March 2nd, 2009 at 22:41 น.
ผมไม่ได้หลงประเด็นหรอกครับ เพราะประเด็นอยู่ที่ “จ่าย 350 บาทแล้วได้อะไร?”
ไม่ต้องทำธุรกิจเครือข่ายก็มีเพื่อนให้ปรึกษาได้ครับ มีเว็บบอร์ดด้านธุรกิจออนไลน์หลายแห่ง ข้อมูลดีๆ ทั้งนั้นครับ ศึกษาได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินด้วยซ้ำ
March 4th, 2009 at 11:30 น.
สำหรับ ธุรกิจการสร้างเครือข่ายที่ลงทุนเพียง 350 ต่อเดือน นั้น แลกกับเวปไซน์ และระบบการสร้างเครือข่ายที่เราได้รับจาก GDI ผมว่าคุ้มเกินคุ้มนะคับ ดีกว่าการนั่งเล่นเน็ตอยู่เพียงลำพังแบบไม่มีเครือข่าย สำหรับธุรกิจนี้ผมอยากจะเรียกว่าเป็นธุรกิจเครือข่ายของผู้ใช้งาน Internet ก็คงไม่แปลกสำหรับผมหรอกคับ หางานออนไลน์มาเยอะล่ะอันนี้ลงทุนน้อยสุด ๆๆ หากใครสนใจอยากรู้ว่าเข้ามาในเครือข่ายนี้แล้วท่านจะไม่ถูกเอาเปรียบยังไงไปฝากข้อมูลไว้ที่เวปผมก่อนได้นะคับ แล้วจะให้ดูว่าเราไม่เคบเอาเปรียบใคร ทุกคนก้าวเข้ามาเพราะความเต็มใจ และได้รับความช่วยเหลือจาก Team ทุกคน คนเราทุกคนกลัวการถูกเอาเปรียบอยู่แล้วครับ
March 5th, 2009 at 10:40 น.
ร่วมใจสามัคคีต่อต้านยาเสพติดเพื่อพ่อหลวงของเรา
March 6th, 2009 at 0:51 น.
ดิฉันว่าถูกแล้วค่ะที่ คุณ MacroART มาแนะนำ ตาสว่างขึ้นเยอะค่ะ เห็นเพื่อน ๆ โดนหลอกไปทำตัวนี้เยอะ สุดท้ายก็แค่แชร์ website นี่เอง สินค้าก็ห่วย upline หน้าเลือดจะเอาแต่เงินคนไทย ไปให้ต่างประเทศ ตอนนี้เพื่อน ๆ เลิกทำหมดแล้วค่ะ อยากฝากบอกทุกคน อย่าหลงเชื่อธุรกิจตัวนี้นะคะ ดูมาดดี แต่จริง ๆ หลอกเงินคนไทย ค่ะ
March 11th, 2009 at 23:17 น.
อยากให้ทุกคนลองตั้งสติกันดี ๆ แล้วอย่าพึ่งมองธุรกิจเครือข่าย กับธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ที่ตามหลอกหลอนคนไทย กันมานมนาน เป็นตัวเดียวกัน ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เป็นธุรกิจที่ผิดกฏหมายเพราะคนที่สมัครมาทีหลังยังไงก็เสียเปรียบคนมาก่อน แต่ธุรกิจเครือข่ายไม่ว่าคุณจะเข้ามาก่อนหรือมาทีหลังคุณสามารมีรายได้แซงกันได้ อยู่ที่ว่าคุณเองจะขยันหรือเปล่า ส่วนอัพไลน์ บางท่านที่เขาได้เงินเยอะก็เกิดจากเขาขยัน และสามารถอธิบายให้แก่คนอื่นเข้าใจ และมองเห็นในแง่ของธุรกิจเครือข่าย และแต่ละคนก็ไม่ได้เสียเปรียบอะไร ผมอยากให้เรากลับมามองธุรกิจรอบตัวเราวันนี้ไม่มีธุรกิจไหนเลยที่จะยั่งยืนและมันคงอยู่ได้เพียงลำพัง แต่ธุรกิจที่เขาอยู่ได้ก็เพราะเขามีเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายสินค้าอุปโภค บริโภค เครือข่ายระบบ Internet หรือเครือข่ายอะไรก็แล้วแต่ วันนี้หากใครคิดจะทำธุรกิจ ก็ขอให้พยายามพาธุรกิจของท่านเข้าไปอยู่ในระบบเครือข่าย อย่าคิดว่าธุรกิจคุณจะอยู่ได้เพียงลำพัง หากใครที่เป็นนักอ่านลองไปศึกษาระบบการหาเงินของคนทั้งโลกจากหนังสือเรื่องเงินสี่ด้านกันดูครับ คงจะเป็นอีกหนึ่งคำตอบที่ว่าทำไมเราต้องมีเครือข่าย ศึกษาให้ละเอียดจนคุณมั่นใจว่าคุณจะไม่ถูกเอาเปรียบแล้วค่อยตัดสินใจทำ อย่าทำเพราะเขาเล่าว่า
March 12th, 2009 at 15:51 น.
ธุรกิจคืออะไร
เปิดหน้าร้าน ต้องมีเสียค่าเช่าที่ไหม ?
คนที่มีแนวคิดแบบ Business owner กับ Employee จะคุยกันไม่มีวันรู้เรื่องหรอกครับ…โรเบริ์ต คิโยซากิ กล่าว
รักจะทำธุรกิจ….รับได้ไหนกับ ความเสี่ยง กับการต้องลงทุนไปก่อน รอผลทีหลัง….
[ รับได้ก็จบ....รับไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำ.....เข้าใจการทำธุรกิจหรื่อป่าวเนี่ย ]
ทุกธุรกิจ มีทั้งคนที่สำเร็จ และคนที่ล้มเหลว
ลูกจ้าง………รักที่จะทำไปตาม หน้าที่ มีสุขอยู่กับงาน ไม่ได้ฝันถึงการการทำธุรกิจ
แล้ววันหนึ่งถ้าต้องถูกออกจากงาน เพราะเงินเดือนสูง ไปอายุมากไป
งานเดียวกัน…เด็กรุ่นใหม่ก็ทำได้ จะจ้างคุณทำไม
ทุกงาน มีทั้งคนที่ทำได้ และคนที่ไม่ได้
ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะฟังใคร
คน พ.ศ. นี้ อายุยืนอย่างน้อยก็ 80 ปี…..คำถามหากไม่หัดทำธุรกินไว้ก่อน ช่วงอายุ 61-80+ จะอยู่อย่างไร
Econimoc ปัจจุบันนี้ผันผวนมาก วงรอบการขึ้นลงเกิดขึ้นเร็วมาก
วันหนึ่งเราจะอายุ 61 ปี…..ผู้ใหญหลายคนที่ผมรู้จักเกษียณ ออกมาแล้วทำอะไร…..ทำ ” ธุรกิจ ” ครับ
คนก็มีหลายประเภท พวกมีความหวัง พวกไม่มีความหวัง………..ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะฟังใคร
โรเบริ์ต คิโยซากิ แนะนำว่า ถ้าจะลองเริ่มธุรกิจ ที่ใช้เงินน้อยและจะมีพี่เลี้ยงฟรี ก็ต้องเริ่มที่ธุรกิจเครื่อข่าย
100% ของผู้คน จะเข้ามาร่วมเพียง 20%
เหมื่อนกัน
คุณเปิดร้านมินิมาร์ท คนที่ผ่านร้านคุณ 100 คนจะเข้าร้านคุณทั้ง 100 ไหม
สมเหตุสมผลไหม ที่จะต้องไปด่าว่า ร้านนี้ ธุรกิจนี้ ไม่ดี คนที่เข้าไปซื้อในร้านนี้ เข้าหุ้นกับร้านนี้ไม่ดี
ทำธุรกิจเครื่อข่าย ใครเสียเปรียบ….บางคนก็ว่าคนมาทีหลังเสียเปรียบ
[ เค้าให้โอกาสคุณมาเป็นหุ้นส่วนบริษัท คุณทำการตลาด บริษัทมีสินค้าให้ ]
คำถามคือ Generation ไหนที่จะเป็นGeneration สุดท้ายครับ
เปิดหูเปิดตาหน่อย ที่ผมทราบมา เป็นข้อเท็จจริง
Amway …ไม่เคยอิ่มตัว…ยอดการตลาดมีแต่สูงขึ้นทุกปี
ผมเฝ้าดู ศึกษาประวัติมามากกว่า 10 ปี…..ไม่ได้นั่งเทียนคิด…หาข้อมูลมาดูแล้วสรุป
กฏหมายบังคับว่าผู้ประกอบการต้องแสดงยอดขายทุกปี….ถ้าได้เปิดบริษัทของตัวเองแล้วจะรู้
….ไม่ได้ว่าใครถูกใครผิด…แล้วแต่ใครชอบ…จะวิจารณ์อะไรก็ให้มันมี บนพื้นฐานข้อมูลกันหน่อย.
..สืบข้อมูลบ้าง..ชอบแต่นั่งเทียนเขียน….ดีแต่เถียงกันด้วยเหตุผมที่คิดเอาเอง…มองโลกบ้าง
ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะฟังใคร
“GDI” ดีหรือไม่…….คนที่ทำได้ก็มี คนที่ทำไม่ได้ก็เยอะ….คำถาม คนกลุ่มแรกกับคนกลุ่มหลังใครลงแรง ลงทุน ลงเวลากว่ากัน..?
…..ถ้าธุรกิจ MLM นี้ถูกกฎหมายหรือไม่?…..ประเด็นยู่ที่ข้อเดียวคือ”คนมาที่หลัง” สามารถทำเงินได้มากกว่าคนที่ทำมาก่อนหน้านี้ได้ไหม..แค่นั้นเอง..[แปลว่าไม่ใช่ ลูกโซ่]…
March 24th, 2009 at 4:36 น.
ขอแสดงความคิดบ้างครับในฐานะคนที่เคยไม่เห็นด้วยหรือมี “ทัศนคติ”แง่ลบกับธุรกิจเครือข่ายขายตรง แต่ทุกวันนี้ผมก็มาทำธุรกิจขายตรงเครือข่ายเป็นอาชีพเสริม และคาดหวังจะเป็นอาชีพหลักได้ในอนาคตแล้วแต่ความสามารถตนเอง
ผมเห็นหลายท่านว่า
1.ธุรกิจขายตรงเครือข่าย เป็นพวกธุรกิจกินหัวคิว ทำนาบนหลังคน ธุรกิจน่ารังเกียจ
ผมว่าเราต้องให้ความหมายเรื่องหัวคิวก่อน
ส่วนตัวผมว่า การกินหัวคิวนั้น มันมีอยู่ในเกือบทุก ๆ ธุรกิจ แล้วแต่จะมากน้อย อย่างบริษัทขายตรงที่ไม่ใช่เครือข่าย เช่น บริษัทขายเครื่องใช้สินค้าในบ้านเหล่านี้ ก็จะมีคนหาหัวคิว คือหาคนสมัครเป็นเซลล์ขายของให้บริษัทเป็นกิจอยู่แล้ว และในทีมงานขาย
ของบริษัทนั้น ๆ ก็จะมีทีมขายหลาย ๆ ทีม แล้วก็เอาค่าคอมมิชชั่นที่ได้มาแบ่งจ่ายในลักษณะแบบกินหัวคิวให้หัวหน้าทีมขายด้วย
ซึ่งพวกคุณอาจไม่รู้เพราะเขาไม่ได้ขายแบบเครือข่าย แต่ขายตรงแบบเป็นกิจการของบริษัทในลักษณะขายตรงเชิงเดี่ยว
การกินหัวคิวในเรื่องการขายไม่ว่าจะเซลล์ในบริษัทไหน ๆ ไม่ว่าจะเซลล์อุตสาหกรรม เซลล์ยา เซลล์อะไร ๆ ก็มีเรื่องกินหัวคิวกันทั้งนั้น
การกินหัวคิวจึงเป็นเรื่องปกติในวงการธุรกิจ แต่กับธุรกิจเครือข่ายจะถูกโจมตีอย่างมากทั้ง ๆ ที่ไม่ได้จ่ายผลตอบแทนแบบจะ ๆ เป็นหัวคิว
เหมือนกับขายตรงแบบธรรมดา เอาว่า การกินหัวคิวนั้น จะให้บอกว่าผิดก็่ต้องไปดูที่ธุรกิจและผลจากการดำเนินธุรกิจกันมากกว่า
คือว่าธุรกิจนั้นมีการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในด้านต่าง ๆ มากน้อยแค่ไหนมากกว่า เช่น ก่อให้เกิดการประโยชน์จากการใช้สินค้ามากน้อยอย่างไร มีการทำให้เกิดกระบวนการพัฒนาวิเคราะห์ วิจัย สินค้าหรืออื่น ๆ เพื่อพัฒนาความรู้เพิ่มมากน้อยอย่างไรบ้าง ฯลฯ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาสังคมในด้านอื่น ๆ ด้วย คือถ้าจะเปิดบริษัทขายตรงเครือข่าย โดยเอาลมเป่าใส่ถุงขาย อย่างนี้ก็ไม่ควรจะไปทำให้เกิดธุรกิจแบบนี้ขึ้นมาเพราะ หาประโยชน์อันเนื่องมาจากสินค้าอะไรไม่ได้เลย ก็เข้าสู่วัฎจักรแชร์ลูกโช่อย่างที่ใคร ๆ พูดกัน นั่นแหละ ประผมเลยมองข้ามเลยการกินหัวคิดไปพุ่งประเด็นเรื่องความมีสาระของสินค้าและบริการของบริษัทมากกว่า
ผมจะสรุปว่าอย่างไร ก็คือว่า การกินหัวคิวในทุกธุรกิจนั้นไม่ใช่สาระที่จะทำให้ธุรกิจนั้น ๆ อยู่ได้ เพราะผลที่ได้ถือว่าน้อยมาก ๆ กับการสร้างองค์กรทางเครือข่ายขึ้นมาได้ครับ บางคนเอาแผนการตลาดแอมเวย์มาตีแผ่แล้วไปโจมตีเขาว่า กินหัวคิวคือเอานั่นมาจ่ายนี่
ซึ่งจริง ๆ แล้ว ถ้ามันถูกตามนิยามเรื่อง “หัวคิว” ถ้าเข้าข่ายก็ผิดกฎหมายแต่อย่างที่ผมบอกว่าหลายธุรกิจขายของที่ไม่ใช่เครือข่ายนั้น
กินหัวคิวกันตรง ๆ แต่ผมไม่ขอพูดชื่อแล้วกัน แต่บริษัทเหล่านั้นไม่ผิดเพราะการกินหัวคิวของเขาไม่ได้มีผลต่อผู้บริโภคเพราะไม่ใช่การขายตรง ไม่ได้หาเครือข่ายจากคนซื้อ การกินหัวคิวจึงไม่เป็นอะไร เหมือนเช่น พวกกินหัวคิวรถตู้ รถโดยสาร วินมอไซต์ ที่ผู้โดยสารไม่ได้ผลกระทบ แต่เจ้าของขับรถโดยสารเสียตังนั่นแหละครับ แต่หากแอมเวย์มีการจ่ายรายได้อะไรบางอย่างที่ถูกตามนิยามหัวคิว ก็ผิดกฎหมายและคงถูก
ห้ามดำเนินกิจการต่อไป สรุปคือถ้าไม่เข้าข่ายตามที่ สคบ กำหนดแล้ว ก็ให้ถือว่าไม่มีการกินหัวคิว แต่การไปโจมตีว่าคือธุรกิจกินหัวคิว
ผมว่าคนโจมตีต้องรับผิดชอบทางกฎหมายหากถูกแอมเวย์ฟ้องดำเนินคดี แต่สมมุติให้ว่า แอมเวย์กินหัวคิวอย่างว่า ก็ถือว่ายังน้อยเกินไปที่
ผู้ดำเนินธุรกิจจะอยู่ได้ คือไม่มีนัยะทางรายได้ที่มากพอที่จะหวังหัวคิว แอมเวย์ก็อยู่ไม่ได้ ที่ว่ามาผมได้ทำแอมเวย์ แต่ยกตัวอย่างเพราะว่ามันดัง คนมักจะเอ่ยถึงหากพูดถึงธุรกิจขายตรงเครือข่าย
ถ้าจะมองว่ายังไงก็กินหัวคิวนั่นแหละ ผมก็ว่าพวกลูกจ้างทำงานประจำงก ๆ ให้เถ้าแก่โรงงานหรือเจ้าของบริษัทร่ำรวย ส่งลูกเรียนเมืองนอก ชีวิตสุขสบาย แต่ตัวเองรายได้เท่าเดิมหรือเพิ่มน้อยมากเมื่อเทียบกับผลประกอบการของกิจการ ผมว่าถึงคุณไม่ทำธุรกิจเครือข่ายเพราะเห็นว่าจะไปทำนาบนหลังคนอื่น กินหัวคิวคนอื่น คุณก็ต้องไปให้ใครสักคนทำนาบนหลังคุณอยู่ดี
เพราะเหตุนี้ลูกจ้างกินเงินเดือนก็เลยรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม ที่เถ้าแก่ เจ้าของบริษัทรวยอยู่ไม่กี่คน แต่ทำไมเราไม่รวยบ้าง ลาออกไปทำเองดีกว่า
2. ธุรกิจขายตรงเครือข่ายขายฝัน ลวงโลก หลอกลวง ทำให้คนโลภ พูดแต่ว่ารวย ๆ เงิน ๆ ไม่พอเพียง ฯลฯ
ผมว่าประเด็นนี้เราต้องตีโจทย์ให้แตกว่า ชีวิตคนเราทุกวันนี้ ไม่ต้องพูดเรื่องรวยก็ได้ แต่ใครที่ไม่อยากมีชีวิตที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี
ไม่อยากมีครอบครัวที่ดีส่งลูกหลายเรียนหนังสือสูง ๆ สถาบันดี ๆ เลี้ยงปู่ย่าตายายญาติพี่น้องให้อยู่ดีกินดี ไม่ต้องไปอยู่บ้านพักคนชรา
มีเงินเก็บให้ลูกหลานตั้งตัวได้ไม่ต้องลำบาก ฯลฯ ผมว่ามีน้อย ๆ มาก ๆ ที่จะมีคนไม่ต้องการสิ่งที่ผมว่ามานี้ คงเป็นมนุษย์ที่ตัดโลกได้สิ้นเชิง คือเข้าวัด เข้าหาศาสนาแล้วบวชตลอดชีวิตนั่นแหละ แต่คนส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดไม่ใช่ครับ
ผมไม่ได้บอกว่าเราต้องโลภ เห็นเงินเป็นพระเจ้า แต่ธุรกิจเครือข่ายหยิบประเด็นนี้มาเพื่อใช้เป็นแรงจูงใจเบื้องต้น เหมือนการโฆษณา
บางบริษัทอาจชวนแต่จะรวย ๆ เงิน ๆ ไม่พูดอะไรมากกว่านี้ ก็ต้องว่ากล่าวกันบ้างก็ว่ากันไปได้ เพราะทำให้คนคิดแต่เรื่องเงิน
แต่ส่วนใหญ่ที่เป็นบริษัทเล็ก ๆ ไม่ติดอันดับ ไม่ค่อยได้ยินชื่อมักจะโปรโมตเรื่องเงินอย่างเดียว บริษัทใหญ่ ๆ ก็ยังมีแต่ก็น้อยลงไปตามสัดส่วน
ถามว่าทำไมก็อย่างที่ว่าตามธรรมชาติมนุษย์นั่นแหละ แล้วอะไรที่ทำให้เราได้มีชีวิตอย่างที่ผมว่าก็เพราะเงินไม่ใช่หรือ
การโฆษณาดึงดูดคือแนวนี้ คือเจาะไปยังประเด็นสำคัญตรง ๆ ไปเลยว่า คุณอยากให้ฝันเป็นจริงไหม คุณต้องใช้เงินสร้างฝันน่ะ ธุรกิจนี้ช่วยได้ สนใจก็มาลองทำดูสักตั้งไหมล่ะ คือพูดแรง ๆ ตรงประเด็นเพื่อสร้างตลาดกับคนที่กำลังคิดอยู่ว่าทำไงชีวิตจะรวยกับเขาได้บ้าง จะมีบ้าน มีรถขับ ีมีเงินล้านเหมือนคนอื่นบ้าง ก็งานนี้ไงลองดูสิครับ นี่คือความจริงที่เห็นกันอยู่ครับ อย่าหลอกกันไปมาว่าสังคมนี้มีแต่คนกินข้าววันล่ะสองมื้อ
อาบน้ำวันล่ะขัน ใส่เสื้อม่อห่อม ถือศีล คนส่วนใหญ่คิดและฝันกันแบบนี้ทั้งนั้น รวมถึงคุณที่กำลังอ่านอยู่ด้วยหรือเปล่า? การโฆษณาเกินจริงหรือไม่เป็นประโยชน์หรือเห็นว่าหลอกลวงล้วนมีอยู่เต็มหน้าจอโทรทัศน์เยอะแยะน่ะครับ
ประเด็นที่ผมจะว่าก็คือ “การอยากรวย” ไม่ใช่สิ่งผิดครับ ถ้าใครคิดว่าการอยากรวยเป็นเรื่องผิดศีลธรรม จริยธรรม หรือเราไม่ควรอยากแบบนี้เพราะไม่ดี ผมว่าคงต้องคุยกันยาว คนอยากรวยไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะอยากเป็นคนไม่ดีหรืออยากทำผิดศีลธรรม ธุรกิจเครือข่ายอาจจะพูดตรงเกินไป ว่า ชวนคุณมารวย มาเป็นเศรษฐี หรืออะไร มันอาจแรงเกินไปจนคนรับไม่ได้ แต่คนทำธุรกิจก็หวังรวยทั้งนั้นไม่ว่าจะทำแบบไหนก็ตามแต่ไม่พูด แต่คนเครือขายก็พูดกันตรงเกินไปหรือเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจ เราต้องมองอย่างเป็นธรรม
เงินไม่ใช่พระเจ้าไม่ใช่ทุกสิ่ง แค่เป็นสะพานให้เราเดินไปสู่จุดนั้น ๆ ได้ เพราะสิ่งต่าง ๆ ที่ผมว่ามาถ้าไม่ใช้เงินจะใช้อะไร ใครจะยกมาให้ฟรี ๆ บ้าง การแก่งแย่งแข่งชัน ชิงดีชิงเด่นในวงการธุรกิจทั่ว ๆ ไปที่คุณเห็นนั้นก็รุนแรง ไร้จริยธรรม คุณธรรมเสียยิ่งกระไรทุกวันนี้ เช่น โจมตี
เลื่อยขาเก้าอี้ แย่งตำแหน่งในบริษัท ฯลฯ การทำขายตรงนั้นตามประสบการณ์ที่ผมทำอยู่จริง ๆ นั้น ขายตรงนั้นจะแข่งกันเองถือว่าน้อยมาก
ส่วนใหญ่จะแข่งกับบริษัทขายตรงอื่น ๆ มากกว่า เพราะแข่งกันเองนั้นไม่ช่วยอะไร สุดท้ายองค์การจะล่มเพราะไม่สามัคคี ในสังคมคนทำธุรกิจเครือข่ายจริง ๆ จัง ๆ นั้น เขาอยู่กันแบบพี่น้องเป็นครอบครัวช่วยกันมากกว่า และมากกว่าการทำธุรกิจแบบอื่น ๆ ด้วย
หรือผมอาจจะอยู่ในองค์กรที่ดีก็ได้ แต่เท่าที่ผมพบและสัมผัสมา จึงเกิดคำพูดว่า “คนในไม่อยากออก คนนอกไม่อยากเข้า”
คือคนในวงการที่เข้ามาทำแล้วก็ไม่อยากเลิกเพราะธุรกิจเครือข่ายให้อะไรมากกว่าการบ้าเงินเหมือนคนนอกมากว่า พวกนี้บ้าเงิน เพราะสังคมคนเครือข่ายโดยรวม ๆ ทั่วไปมีอะไรดีกว่าสังคมงานประจำที่เขาเคยอยู่ ซึ่งเงินซื้อตรงนี้ไม่ได้
เรื่องว่าขายฝัน หลอกคน ผมก็ต้องถามว่า ใครไม่มีฝันบ้าง แล้วคุณทำอย่างไรให้ฝันเป็นจริง หากคุณทำได้โดยไม่พึ่งธุรกิจก็ไปทำงานนั้นก็แค่นั้นเอง คนที่เข้าเขามาเพราะเขาเห็นว่าทางนี้น่าจะหรืออาจจะช่วยให้ฝันเขาเป็นจริงได้
และในทางทฤษฎีเครือข่าย หากคุณทำได้คุณก็ได้ฝันที่คุณจะได้จริง ๆ ซึ่งในระบบงานเดิม ๆ หลาย ๆ คนไม่สามารถทำให้ฝันเป็นจริงได้
ถ้าคุณเล่นกีฬาเก่งไปโอลิมปิกทำเหรียญได้ก็ไม่ต้องสนใจเครือข่าย ถ้าคุณทำอะไรสักอย่างเฉพาะตัวแล้วเก่งแบบหาคนสู้ไม่ได้คุณก็ทำสิ่งนั้น ๆ เป็นธุรกิจไปเลยก็รวยคนเดียวไม่ต้องมาทำเครือข่าย แต่ทุกคนไม่ไช่อย่างนั้น หากนักกอล์ฟทุกคนเก่งเท่าไทเกอร์ วูด ทุกวันนี้ก็จะไม่มีไทเกอร์ วูด เพราะหลาย ๆ คนไม่มีทางที่จะมีรายได้หลักแสน หลักล้านได้เลยจากงานเดิม ๆ ที่เขามีอยู่ ไม่มีโอกาสไปเรียนจบเมืองนอกเพื่อมาสมัครงานบรษัทฝรั่งข้ามชาติเรียกเงินเดือนหลักแสน หรือเล่นกีฬาอะไรก็ไม่เก่ง ทำอะไรสักอย่างก็ไม่เก่งแบบคนอื่นสู้ไม่ได้ ธุรกิจเครือข่ายมีแนวคิดว่า เราไม่รู้หรอกว่า แต่ละคนจะทำได้หรือไม่ได้จริง แต่ให้คุณลองดู มีข้อแม้คือถ้าคุณทำได้ สรุปคือไม่ได้ขายฝันเพราะก็มีคนได้ฝันไปจริง ๆ จำนวนมากในธุรกิจนี้ครับ ถ้าคุณฝันว่าขายส้มตำแล้วรวยคุณก็ทำได้เช่นกัน หากทำเก่ง ได้ทำเลดี คุณก็รวยได้
คือคุณทำได้ก็ได้ฝัน แต่การไปสู่ฝันมันไม่ง่าย คนส่วนมากคิดว่าสมัครแล้วกลับไปบ้านก็รวยแล้วเรา ผ่านไปสามเดือน หนึ่งปี สามปี ห้าปี ไม่เห็นรวยเหมือนตอนบอกให้สมัคร ต้องถามกลับว่าคุณทำอะไรมากน้อยขนาดไหน ทุกธุรกิจแหละย่อมมีเงื่อนไขที่จะรวยได้
ผมชวนคุณทำเครือข่าย มีเงือนไข มีข้อแม้ตามนี้ คุณทำได้ คุณก็รวย ไม่โกง ไม่หลอก แต่คุณทำได้ไหม คุณสร้างองค์กรได้ไหม
คุณมีปัญญาทำ บริษัทมีปัญญาจ่าย ง่าย ๆ แค่นี้ แต่คนส่วนมาก ๆ ทำไม่ได้หรือได้น้อยเพราะไม่อดทนพอหรือไม่เปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อจะสำเร็จได้
เอาง่าย ๆ ว่าคุณจะสำเร็จได้ต้องเปลี่ยนหรือทำอะไรได้บ้าง เช่น คุณต้องฝึกการพูด ฝึกการขาย ฝึกเป็นผู้นำ ฝึกการเป็นนักโฆษณานักการตลาด ฝึกให้คิดแบบนักธุรกิจ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะหล่อหลอมให้คุณสำเร็จในฐานะนักธุรกิจเครือข่าย
แต่คนส่วนใหญ่ไม่อยากทำสิ่งเหล่านี้เลย หวังว่าสมัครขายตรงแล้วก็รวยง่าย ๆ แบบไม่ต้องอะไรมาก เหมือนซื้อหวยแล้วรอถูกรางวัลที่หนึ่ง
ผมทุกวันนี้ก็ยังไม่สำเร็จยังไม่รวย แต่ผมเข้าใจการทำธุรกิจเครือข่าย ถึงผมไม่สำเร็จไม่รวย ผมก็ไม่พูดว่าธุรกิจนี้มันหลอกลวง ผมมองว่า
เราคงมีทัศนคติแนวคิดที่ยังเปลี่ยนตัวเองไม่มากพอจะสำเร็จได้ และอย่างน้อย ผมกล้ารับประกันว่า ธุรกิจเครือข่ายนั้นให้อะไรกับชีวิตมากว่า
ที่จะบอกว่าให้เป็นคนบ้าเงิน เห็นเงินเป็นพระเจ้าอย่างที่เราคิด เป็นธุรกิจที่สร้างคนได้ และถึงไม่สำเร็จแต่เป็นมรดกตกทอดให้ลูกหรือใครก็ได้
ที่เป็นผู้รับมรดกให้เขามาสานต่องานนี้ได้ ซึ่งการเป็นลูกจ้างบริษัททั่ว ๆ ไปนั้นไม่มีตรงนี้ คุณลาออก ถูกไล่ออกก็จบไปให้ลูกมาทำต่อไม่ได้
(ยกเว้นเด็กเส้น) คำที่บอกว่าธุรกิจนี้ง่าย รวยเร็ว นั้นคือทำง่าย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะบริษัทมีทุกอย่างแล้วคุณแค่สร้างองค์กร
คุณไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ในการทำธุรกิจ ง่ายในการเริ่ม เรื่องรวยเร็วนั้นจริง เพราะโดยเฉลี่ยของคนที่ทำได้จริง ๆ อย่างที่หวังนั้นจะใช้เวลาไม่เกินสิบปีโดยเฉลี่ย ธุรกิจที่ทำให้คนรวยเร็วโดยไม่ต้องใช้เวลาทำงานนานมาก ๆ จนแก่เข้าโลงแล้วค่อยรวยก็มีธุรกิจเครือข่ายนี่แหละครับ
3. อ้าวแล้วมันทำต่อกันไปเรื่อย ๆ แล้วคนสุดท้ายมันจะรวยไหม จะหาใครมาเป็นดาวไลน์
คนเรามีเกิดและมีตายทุกวันในโลก ในสังคมครับ อย่าคิดอะไรเป็นคณิตศาสตร์อุดมคติครับ โลกจริงไม่ใช่ ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจอมตะ คือไม่ตาย แต่มีขึ้นมีลง มีเห่อ มีซบเซา ก็เหมือนทำอย่างอื่นแหละ อย่างผมทุกวันนี้ยังไม่สำเร็จ ไม่รวย
แต่ผมมองไกลอย่างที่บอก มันสานต่องานกันได้ ให้ลูกให้หลานทำองค์กรต่อจากเราที่สร้างไว้ได้ ผมอยากรวยแต่ไม่ได้กำหนดว่าเรารวยแน่
เพราะเราอาจจะทำไม่ได้เพราะเหตุปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ ประชากรโลกมันไม่หยุดกับที่และคนสุดท้ายในระบบเครือข่ายก็ไม่ใช่คนสุดท้ายจริง ๆ อย่างที่คิด คนที่ไม่สนธุรกิจเครือข่ายวันนี้ อีกสิบปีข้างหน้าเขาอาจสนใจจะทำก็ได้ ทุกอย่างไม่แน่นอน คนที่เลิกทำวันนี้ก็อาจกลับมาทำได้อีก ฯลน
คนจะทำธุรกิจเครือข่ายจริง ๆ ต้องมองไกลกว่าที่คิด เพราะจริง ๆ แล้วการจะทำให้สำเร็จนั้นไม่ง่าย
คิดง่าย ๆ ครับ คนสำเร็จวันนี้หรือในอดีต เขาก็อยู่ของเขาไป เรามาทีหลัง(ผมพูดเฉพาะพวกแผนที่ยุติธรรมคือมาทีหลักแซงคนมาก่อนได้)
ก็ไม่ต้องสนใจคนสำเร็จวันนี้ เราทำของเราให้ดีที่สุดครับ องค์กรที่เราทำเป็นของเรา อย่าไปคิดว่าทำให้อัพไลน์ หรือทำให้ดาวไลน์ แต่ทำให้ตัวเราเองนั่นแหละคือทำมรดกทางเครือข่ายให้ลูกหลานเราก็แค่นั้น ส่วนคนสุดท้ายเขาก็จะส่งต่อความสำเร็จให้คนรุ่นเขาไปอีกที
ูธุรกิจเครือข่ายเหมือนการวิ่งผลัด รับส่งต่อกันไปเป็นทอด ๆ เพราะคนมีเกิดมีตาย จากรุ่นสู่รุ่น ยกเว้นคุณจะเลิกทำไปก่อน คนอื่นเขาก็มาทำแทนไป คนที่เข้าใจธุรกิจเครือข่ายเขามองจุดนี้กันครับ เขาไม่ได้มองว่า วันนี้มาทำงานให้อัพไลน์รวย หรือให้คนอื่นรวย
แต่ทำให้ตัวเราเองนี่แหละรวย(เฉพาะแผนที่ยุติธรรม) วันนี้คุณทำธุรกิจอื่น ๆ เป็นลูกจ้าง สรุปได้ข้อเดียวคือคุณทำให้เถ้าแก่โรงงาน เจ้าของบริษัทรวย แต่ธุรกิจเครือข่าย คุณทำให้ตัวเองรวยได้ อัพไลน์ก็อาจรวยได้เพราะองค์กรของคุณเขาควรได้เพราะเขาสร้างคุณ ซึ่งก็ดีกว่าทำงานให้เถ้าแก่รวยแน่ ๆ แต่เราไม่รวยแน่ ๆ แต่คนไม่คิด แต่ถ้าคุณรวยได้แน่ ๆ ในระบบที่ยุติธรรมในธุรกิจเครือข่าย คนถึงสนใจที่เข้ามาทำกันมาขึ้น ส่วนใครจะรวยสำเร็จอย่างไร เท่าไหร่ แต่แล้วความสามารถคน ๆ นั้นครับ
4. คนส่วนน้อย 5-10% แต่คนส่วนใหญ่ที่เหลือไม่เห็นรวย ไหนว่าทำแล้วรวย ธุรกิจนี้หลอกลวง หลอกคนมาเป็นเหยื่อ
อย่างที่ผมว่ามาหลายข้อข้างบนแล้วกัน เอาว่าไม่ว่าจะทำงานอะไร คุณก็เห็นข้อเท็จจริงเดียวกันคือส่วนน้อยที่รวย ส่วนใหญ่ไม่รวย
เช่น เล่นหุ้น มีหลาย ๆ คนเขียนหนังสือชวนเล่นหุ้นอะไร ๆ ต่าง ๆ เล่นหุ้นรวย เก็งทองคำรวย เก็งกำไรอะไรต่าง ๆ รวย แต่ก็เห็นคนหมดตัว
จากหุ้น เก็งกำไรต่าง ๆ เยอะแยะ คนรวยก็มีไม่กี่คน หรือลงทุนขายของอะไรต่าง ๆ คุณว่าจะมีแม่ค้าส้มตำเงินล้านสักกี่คนในประเทศนี้
หรือมีพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวเงินล้านสักกี่คนในประเทศนี้ แนวคิดและข้อเท็จจริงเดียวกัน คนที่กล่าวแบบนี้คือคนทำธุรกิจเครือข่ายแบบมือสมัครเล่นหรือทำแบบงานอดิเรก และไม่พัฒนาตนเองด้วย
ผมไม่ได้หมายความว่าต้องทำธุรกิจเครือข่ายเต็มเวลาเป็นงานประจำ แต่ให้ทำแบบมืออาชีพเหมือนเป็นงานประจำ
ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาสู่ธุรกิจนี้ หวังว่าจะถูกรางวัลที่หนึ่งจากธุรกิจนี้ คือสมัครแล้วก็รวย
การมองผู้นำองค์การในเครือข่ายที่สำเร็จ รวยแล้วว่าเขาทำนาบนหลังคนที่ไม่สำเร็จ หรือว่ารวยเพราะไปหลอกคนอื่นมาทำให้ตัวเองรวย
ผมว่าหากคุณให้เข้ามาสู่ธุรกิจนี้จริง ๆ แบบเป็นอาชีพสุจริตจริง ๆ คุณจะเข้าใจว่า กว่าคุณจะไปเป็นผู้นำองค์กรในเครือข่ายและประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ง่ายเลย(จริง ๆ ) คุณต้องมีคุณสมบัติที่พร้อมคือพัฒนาเปลี่ยนแปลงเรียนรู้จากที่ไม่เป็นอะไรเลย จนไปสู่จุดนั้น
คนที่สำเร็จคือคนที่สร้างองค์กร คือคนที่สร้างบริษัทที่สังกัดอยู่ ต่างจากลูกจ้างที่ผมว่า ทุกวันคุณก็ให้เถ้าแก่โรงงานทำนาบนหลังคุณอยู่
หากมองแบบเดียวกัน และลูกจ้างไม่ได้สร้างบริษัทครับเพราะไม่ใช่เจ้าของ ลูกจ้างเป็นแค่น๊อตตัวเล็ก ๆประกอบกันเป็นบริษัทขึ้นมา
ผู้นำในธุรกิจเครือข่ายนั้นเป็นอะไรที่มากกว่าลูกจ้างบริษัทกินเงินเดือนแน่นอน ถ้าไม่มีคนเหล่านี้ บริษัทขายตรงเครือข่ายก็ไม่เกิดเพราะไม่มีผู้นำสร้างองค์กรเครือข่ายผู้บริโภคจากที่คนเหล่านี้ทำมา เราต้องมองให้เป็นธรรม
หลายคนในบริษัทที่ผมทำอยู่นั้น ผมยอมรับได้เลยว่าก็ยุติธรรมที่เขาจะสมควรมีรายได้เป็นล้านต่อเดือนอย่างที่ผมเห็น
เพราะเขากว่าจะมาถึงจุดนี้ ผ่านอะไรมาเยอะมาก ๆ ประสบการณ์สูง ผมต้องเรียนรู้อีกมาก ต้องฝึกต้องพัฒนาอีกมาก
ผลตอบแทนก็จึงได้มากกว่าคนอื่น ๆ จึงบอกว่าทำไมคนอื่น ๆ ไม่รวย รวยไม่กี่คน ไม่ได้ครับ ไม่ได้มานั่งกินหัวคิวแบบเล่นแชร์ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ยุติธรรมอีกเพราะคนทำงานสร้างเครือข่ายก็รวยเท่าคนที่ไม่ได้ทำงานอะไรเลย แล้วโลกนี้จะยุติธรรมอะไรอีก
หลายคนอยากได้เงินง่าย ๆ รวยง่าย ๆ เหมือนจะมาเล่นแชร์ พอไม่ได้ง่าย ๆ ไม่รวยง่ายก็ด่าว่าธุรกิจนี้เป็นแชร์ คือสับสน
ถ้าใครอยากคุยอะไรเรื่องธุรกิจเครือข่าย แนวคิด ปรัชญา ก็ให้มาลองคุยกันแบบเป็นกันเองได้ครับ
March 24th, 2009 at 21:03 น.
อย่าเชื่อมันนะคะ โดยเฉพาะทีม 90 day น่ะค่ะ ก่อนนี้ก็เคยมาชวนดิฉันไปทำตัวอื่น ๆ พอกินหัวคิวหมด ก็พลอยจะมาชวนทำ GDI อีก จะกินหัวคิวกันอีกนานไหมคุณ SAMIT KOYOM พอเถอะ GDI เลิกเถอะค่ะ เชื่อดิฉัน มันจะเอาเงินออกนอกประเทศ เลิกเถอะ
March 26th, 2009 at 8:45 น.
ข้อความที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ ไม่ได้มีเจตนา จะต่อว่าใคร แต่เป็นเพียงเป็นการนำเสนอข้อมูลอีกด้านหนึ่งเท่านั้น คนที่ทำ GDI ก็เหมือนกับ MLM ทั่ว ๆ ไป ที่มีทั้งคนที่ประสบผลสำเร็จ และ ไม่ประสบผลสำเร็จ ต่างคนต่างความคิด ต่างคนต่างมุมมอง ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ดีที่สุด มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย… GDI ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย (ตามความคิดของแต่ละคน) การที่จะ ประสบผลสำเร็จกับ GDI หรือ MLM อื่น ๆ นั้น ต้องเริ่มจาก การเป็นตัวของตัวเองก่อนครับ ต้องทำธุรกิจ บนพื้นฐานของความเป็นจริง ต้องขยัน ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ …..สำหรับคนที่รักที่จะทำ MLM จริง ๆ ลองดู คลิบ Video ด้านล่างดูนะครับ ท่านก็จะรู้ว่า ไม่มีทางลัดสำหรับการทำ MLM ให้ประสบผลสำเร็จ
….ประเด็นที่ จขกท. ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาคือ จ่าย 350 บาท แล้วได้อะไร
ผมจะขอตอบดังนี้ครับ สิ่งที่ได้คือ
1.โดเมน http://www.xxx.ws ( เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการ มีเว็บเป็นของตัวเอง ผมเคยเข้าไปใช้เว็บฟรี พอทำไปซักพัก เมื่อมีคนเข้ามาดูเว็บของเรามาก ๆ เขาก็จะโทรหาเรา แล้วก็จะบอกว่า คุณกำลังใช้ประโยชน์จาก เว็บของเขาอยู่นะ เขาเองก็เสียตังค์นะ จะให้ใช้ฟรีแค่เดือนนี้ เดือนหน้า ก็ต้องจ่าย หรือถ้าไม่จ่ายก็ต้องยกเลิกการใช้เว็บฟรี มันก็จริงของเขานะครับ เรากำลังไปใช้ประโยชน์จากการเสียเงินของคนอื่น )
2.พื้นที่สำหรับทำเว็บไซต์ 100 Mb
3.สิทธิในการ เป็นผู้จำหน่ายโดเมน ( ปกติถ้าท่านจะเป็นผู้จำหน่าย โดเมน (reseller)ท่านจะต้องจ่าย อย่างต่ำเดือนละ 350 บาท )…..ลองพิมพ์ คำว่า “reseller” ที่ Google ดูนะครับ
4.gdi เป็น ธุรกิจ แบบ MLM เป็นการขายหลายชั้น ซึ่งต่างจากการเป็น Reseller ที่เป็นการขายชั้นเดียว (วันใดที่ท่านหยุดขาย รายได้ของท่านก็หยุด)
ลองเขาไปดูครับ
http://www.youtube.com/watch?v=iErErP76twY
http://www.youtube.com/watch?v=794vDgNGKH0
http://www.youtube.com/watch?v=jeVQ6wELo8o
March 26th, 2009 at 14:14 น.
1. โดเมน .com ที่มีค่าจด “ปีละ” ประมาณ $10 ถึงจะมีคนเข้าเว็บคุณเยอะ เขาก็ไม่มีสิทธิปิดโดเมนของคุณครับ ส่วนพื้นที่ทำเว็บแบบง่ายๆ และฟรี ผมแนะนำให้ใช้ Google Site ครับ ถึงคนจะเข้าเยอะ เขาก็ไม่ปิดคุณ แต่ถ้าต้องการโฮสต์แบบมีประสิทธิภาพหน่อย คือใช้โปรแกรมที่เขียนด้วย PHP ได้ มีฐานข้อมูลให้ ผมแนะนำให้ใช้ของเสียเงิน อย่างเว็บนี้ใช้ Host Monster อยู่ ค่าใช้จ่ายเดือนละ $5.95 (ถูกกว่า GDI เกือบครึ่ง) มีพื้นที่ให้ไม่จำกัด (ตอนนี้ผมใช้ไปแล้วมากกว่า 8 GB) ให้โฮสต์เว็บได้ไม่จำกัด (ผมมีประมาณ 10 โดเมนอยู่ในโฮสต์นี้ จ่ายแค่เดือนละ $5.95 คนเข้ารวมๆ กันก็ไม่น้อย แต่ยังไม่เคยโดนสั่งปิดแต่อย่างใด)
2. GDI เดือนละ $10 ให้พื้นที่ 100 MB แต่อย่าง Host Monster ที่ผมใช้ เดือนละ $5.95 ให้พื้นที่ไม่จำกัด ลองเทียบดูนะครับว่าอะไรคุ้มกว่ากัน
3. คุณสามารถแนะนำลูกค้าแล้วได้คอมมิสชั่นได้ โดยที่ “ไม่ต้องจ่ายเงินใดๆ เลย” ผมยกตัวอย่างของ HostGator ละกัน ถ้าคุณแนะนำลูกค้าได้ 1 คนต่อเดือน คุณจะได้รับค่าแนะนำ $50 ต่อคน แต่ถ้าคุณหาลูกค้ามาได้ 21 คนต่อเดือนขึ้นไป คุณจะได้รับค่าแนะนำ $125 ต่อคนครับ
4. ถ้าดาวน์ไลน์ของคุณใน GDI ได้รู้แจ้งเห็นจริงและยกเลิกออกไป รายได้ของคุณก็หยุดเช่นกันครับ และคุณก็ต้องขาย (หาดาวน์ไลน์ใหม่) ด้วยการไปนั่งสแปมตามเว็บบอร์ดเหมือนเดิม
April 19th, 2009 at 15:06 น.
ทุกคนมีวิจารณญาณ ที่จะคิดจะตัดสินใจ แต่ต้องตัดสินใจด้วยจิตใจที่ดี
ซื้อในสิ่งที่ใช้ประโยชน์ได้จริง สมราคา คุณภาพ ปริมาณ และตรงตามความต้องการ ถ้าได้ทำธูรกิจด้วยก็ยิ่งดี แต่ถ้าไม่ใช่สินค้าที่ต้องการอาจจะเป็นแชร์ลูกโซ่โดยเอาสินค้าบังหน้า เหมือนหลอกกันไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้ตัวหรือไม่ตั้งใจ เพราะฉนั้นต้องมีความรับผิดชอบ อย่าเห็นแต่ผลประโยชน์(อย่าคิดว่าพ้นตัวเราแล้ว สุดท้ายก็กลับมาหาตัวเองไม่ทางตรงก็อ้อม)
หมายเหตุ: อ่านข้อความมาเห็นมีแต่เรื่องผลประโยชน์ เปลี่ยนอารมณ์หน่อยนะครับ
เราควรชื่นชม คนด้วยวัตถุที่เขามี หรือ จิตใจดีของเขา คุณน่าจะรู้ว่า อยู่กับคนในสังคมที่จิตใจดี(ความสงบ) หรือ เห็นวัตถุหรือเงินมีคุณค่า(???)
สังคมปัจจุบันให้ค่าของเงินวัตถุมากเกินไปแล้ว ถ้าสังคมเอาสิ่งของที่เน่าเสียเร็ว เป็นสิ่งที่มีค่าแรกเปลี่ยนกันแทนเงิน ถามว่าจะหามากองให้เน่าเสียที่บ้านตัวเองหรือไม่
แบ่งปันเอื้อเฟื้อให้ทุกคนมีความสุขดีกว่าครับ สังคมจะได้น่าอยู่ (ชีวิตไม่ได้ยาวนะ)
เป็นกำลังใจให้เจ้าของ blog ครับผม และ ทำให้ rating ดีคนจะได้อ่านเยอะๆ
May 6th, 2009 at 22:38 น.
เจ้าของโพสครับ ถ้ามีธุรกิจสร้างเครือข่ายโดยการซื้อโดเมน แบบนี้มีอีก แนะนำด้วยนะครับ เอาแบบถูกกว่า GDI ยิ่งดี เพราะไม่อยากลงทุนกะธุรกิจสร้างเครือข่ายออนไลน์ ที่แพง ๆ นะ ส่วนธุรกิจที่เช่าโฮตติ้ง แล้วเอามาสร้างเครือข่ายไม่ได้ไม่เอานะครับ เพราะไม่รู้จะเอามาทำไม อยากสร้างเครือข่ายออนไลน์ แต่ลงทุนน้อย ๆ นะ อิอิ ไม่รู้มีอีกป่ะ
May 6th, 2009 at 23:47 น.
จะสร้างเครือข่ายออนไลน์ไปทำไมครับ? ในเมื่ออินเทอร์เน็ตมันก็คือเครือข่ายอยู่แล้ว
หลักการของธุรกิจเครือข่ายคือการสอนให้คนอื่นทำได้แบบที่คุณทำ แต่ในโลกอินเทอร์เน็ต คุณสามารถสอนให้คอมพิวเตอร์ทำแบบที่คุณทำได้อยู่แล้ว แล้วจะไปเสียเวลาสร้างเครือข่ายทำไม?
ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจแห่งยุค ’80 ครับ มันเกิดขึ้นมาเพื่อให้อำนาจแก่คนธรรมดา ที่ไม่ใช่ผู้ผลิตสินค้า ไม่ใช่ยี่ปั๊วซาปั๊วที่มีเงินทุนหนา สามารถสต็อกสินค้าได้เยอะๆ หรือมีระบบกระจายสินค้าใหญ่โต มันเป็นธุรกิจที่ทำให้คนธรรมดาๆ กลายเป็นยี่ปั๊วซาปั๊วขนาดเล็กได้
แต่ในยุคนี้ อินเทอร์เน็ตให้อำนาจคุณมากกว่าที่ธุรกิจเครือข่ายให้เสียอีก คุณสามารถเป็นผู้กระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคจำนวนมหาศาลได้ โดยที่มีคุณเพียงคนเดียว ไม่ต้องหาดาวน์ไลน์เป็นร้อยเป็นพันด้วยซ้ำครับ
May 13th, 2009 at 7:30 น.
ผมเป็นอีกคนที่ยังไม่แน่ใจว่าบริษัทgdiน่าเชื่อถือรึเปล่า
เพราะมีหลายความคิดเห็นที่ไม่ตรวกันหลายราย
May 14th, 2009 at 19:58 น.
ผมขอแสดงความคิดเห็นนะครับ ส่วนตัวยังไม่ได้สมัครGDI นี่คือการตลาดนะครับProductแปลว่าสินค้า(ที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน)บางท่านอาจเข้าใจผิดนะครับ Priceแปลว่าราคา สินค้าเหมือนกันแต่ราคาต่างกันก็มีทุกสินค้านะครับ Placeแปลว่าช่องทางการจำหน่าย บางสินค้าใช้ระบบเอเย่นต์บางสินค้าใช้ระบบขายตรงเป็นต้น Promotionแปลว่าพูดง่ายๆคือการลด แลก แจก แถม ผมว่าอย่ามีอคติเลยครับ ทุกคนทำงานก็เพื่อความเป็นอยู่ของชีวิตของตนและครอบครัวกันทั้งสิ้น มีบริษัทเขาคิดสินค้าใหม่เทคนิคการขายใหม่ๆก็ดี จะบอกว่าสินค้าเขาแพงก็แค่แพงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันแต่ในแง่การบริโภคผมว่าแค่350บาท/เดือนไม่แพงเลยครับ ผมไปทำขายตรงหลายบริษัทฯแพงกว่านี้อีก อย่าให้ยกตัวอย่างกันเลยครับ สรุปใครใคร่ค้าอะไรก็ค้านะครับถ้าไม่ชอบก็อย่าไปโจมตีเลยครับท่านผู้รับข้อมูลทั้งหลาย
May 15th, 2009 at 11:48 น.
ใครมีความเห็นกับ pushbuttonxtreaem บ้างครับ
May 18th, 2009 at 18:20 น.
ลองอ่านมาได้สักพัก เว้นไปก็เยาะ อ่านไม่ไหว แต่ทำให้เข้าใจมากขึ้น ต้องขอบคุณ คุณ Macroart นะครับ
พอมาถึงตอนนี้ทำให้ผมเข้าใจว่า
อย่างผม ผลิตยาสีฟันยี่ห้อหนึ่ง ใช้ได้แต่ไม่ค่อย ดีไม่เท่ายี่ห้ออื่นที่จำหน่ายตามตลาด แต่ผมขายที่หลอดละ 100 บาท ซึ่งแพงกว่ายี่ห้ออื่นที่ดีกว่า( ต้องซื้อทุกเดือน 1 หลอด ) ถ้าคนอื่นซื้อต่อ จะได้ คนละ 10 บาท ถ้ามีคนซื้อ ครบ 5 คนใน 1 สัปดา จะได้โปนัส เป็น 100 บาท
แล้วมีคนมาซื้อต่อจากผม กี่คน ผมก็ได้ คนละ 10 ต่อเดือน (แม๊ สุดยอดจิง ) ทางกลับกัน ถ้าคนสุดท้าย ขายไม่ได้ เค้าคงไม่อยากจะเสียเงิน เดือนละ 100 เพื่อยายีฟันนี้ คงไปดซื้อ หลอดละ 30 บาท ตามท้องตลาดที่ใช้แล้วดีกว่ามาใช้ และเมื่อมีคนเลิก คนที่เป็นอัพไล ก็รายได้น้อยลง แล้วถ้าเมื่อรายได้น้อยกว่า รายจ่าย 100 เค้าก็คงเลิก สุดท้าย ก็เลิกต่อๆ กันจนหมด เพราะตัวสินค้าไม่อาจ ดึงเค้าไว้ ผมก็เจ๋ง แต่ทางกลับกันถ้าสินค้าผมดี คนสุดท้ายก็คงยอมเสีย เดือนละ 100 บาทต่อไปเรื่อย เพื่อเอาสินค้ามาใช้ ซึ่งก็จะไม่เกิดการล่ม ต่อๆ กัน
อย่างที่เข้าใจมา ตัว DGI ไม่ดึงดูดให้ยอมเสีย ซึ่งก็คือ ถ้าทำก็หยุดหาสมาชิกไม่ได้ถ้าจะหยุดหาได้ก็คง มีสมาชิกมากพอดู และคาดหวังว่า สมาชิกที่ต่อจากเราจะไม่หยุดหาสมาชิกเพิ่ม เพราะถ้าเค้าหยุด ต้องล่มต่อๆ กันแน
คงต้องยอมรับว่าถ้าจะทำ ก็คือการ หา สมาชิกให้ได้เรื่อยๆ
อย่างนี้ใช่ลูกโซ่ป่าวหว่า
May 20th, 2009 at 16:16 น.
ทำไมถึงไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบล่ะว่ามันถูกกฎหมายจริงหรือป่าว จะได้เคลียร์กันให้ชัดๆ
June 11th, 2009 at 17:07 น.
ความคิดเห็นแตกต่างกันไป แต่ผมมันคนเรียนไม่สูงไม่มีวิชาการอะไร แต่การทำธุรกิจออนไลน์มันก็น่าจะประมาณนี้หรือปาว
แน่นอนว่าธุรกิจทุกประเภท ย่อมมีคนทำสำเร็จ และล้มเหลว มันเป็นธรรมชาติธุรกิจอยู่แล้ว
ต่อ ให้คุณไปซื้อเฟรนไชน์ บะหมี่เกี๊ยวชื่อดัง ที่คุณเห็นว่าเค้าขายดิบขายดี แต่พอคุณมาลองขายบ้าง กลับไม่ค่อยมีลูกค้า เพราะด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง คุณก็เจ๊งได้เหมือนกัน
ธุรกิจเครือข่ายมันไม่ได้้เลวร้ายหรอกครับ เพียงแต่มุมมองของคนที่ทำสำเร็จ กับคนที่ทำไม่สำเร็จ จะแตกต่างกัน เป็นธรรมดา
ธุรกิจเครือข่ายไม่ใช่การรวยทางลัด
เป็นไปไม่ได้ หรอกครับ ที่ใครก้าวเข้ามาในธุรกิจเครือข่าย แล้วจะประสบความสำเร็จไปได้ทุกคน ปัจจัยมันมีหลายอย่าง ไม่งั้นโลกใบนี้คงมีแต่คนหันมาทำธุรกิจเคือข่าย กันทั้งโลกไปแล้ว
คนที่ทำไม่สำเร็จ ก็จะบอกว่ามันไม่ดี
แต่คนที่ทำสำเร็จก็จะบอกว่าดี
เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ถ้าอยากประสบความสำเร็จ ในธุรกิจนี้ แล้วแค่สมัครมา ก็ได้แต่ติดสอยห้อยตาม upline ไปวันๆ โดยไม่มีเนื้องานเป็นของตัวเอง เพราะธุรกิจนี้ คือธุรกิจของคุณ ไม่ใช่ของ upline
อันที่ผมมีข้อสงสัยนะครับ อยากคุยกับคุณจัง Macroart ให้ความอนุเคราะห์ผมสัก 1 ชั่วโมง แอดmsnมาคุยกันหน่อยได้หรือเปล่าครับ เพราะคุณคือคนที่ประสบการณ์มานาน ขอแค่ 1 ชั่วโมง sarang.hayo@hotmail.com
June 11th, 2009 at 19:43 น.
ขอขอบคุณมากจิงๆ ครับ ที่ให้ความรู้อย่างกระจ่าง
June 15th, 2009 at 10:31 น.
สวัสดีค่ะ ดิฉันมีเรื่องจะปรึกษาคุณคือว่า ดิฉันได้สนใจที่จะสมัครกับ.ws แต่เขาให้สมัครกับpaypal ก่อนเพื่อที่จะได้ทำการรับ จ่ายเงินทางอินเตอร์เน็ตได้ ดิฉันได้กรอกข้อมูลไปแล้ว กรอกรหัสบัญชี ด้วยค่ะ แต่มีข้อความขึ้นมาว่าทางธนาคารไม่อนุญาติบัญชีนี้ ไม่รู้ว่าเขาจะหักเงินจากบัญชีเราได้รึเปล่าเพราะเขาบอกว่าต้องรอเช็คบัญชีเรากับทางธนาคารแล้วให้รอรหัสประมาณ 4วันค่ะ ทาง paypal ก็อีเมล์มาให้เรายืนยันว่าเป็นตัวจริง อยากทราบว่าตอนนี้การสมัครสมบูรณ์รึยังคะ แล้วดิฉันต้องทำยัไงต่อไปคะ
ปล. ขอบคุณที่ให้ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องนะคะ
June 15th, 2009 at 16:48 น.
ผมทำธุรกิจมา 3 ปีแล้วทั้งของคนไทยและต่างชาติ ล้มลุกคลุกคลานมาไม่เคยประสบผลสำเร็จเลย แต่มันก็น่าแปลกที่พอมาสมัครทำ GDI กลับอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ มี Downline ที่ไม่คิดมากจนเป็นโรคประสาทอยู่ 100 กว่าคน มุ่งแต่สร้างรายได้อย่างเดียว เพราะธุรกิจนี้บอกตามตรงน่ะครับ มันชวนคนง่าย ลงทุนต่ำแค่ $10/เดือน และเดี๋ยวนี้มีระบบ 90DayRich ที่เป็นระบบใหม่ก็สมัครง่ายทำง่าย ระบบ 90Dayrich กำลังปรับปรุงระบบใหม่ให้สามารถแนะนำชาวต่างชาติฐาน Downline จะกว้างขึ้น ทำงานกันเป็นทีมมีการช่วยเหลือกันและเป็นธุรกิจที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยทำมา ไม่ปิดเว็บหนีเหมือนธุรกิจที่เปิดใหม่วันละ 10 -20 เว็บ เพราะเปิดมานานแล้วทั้ง 8 ปี สมาชิกมีอยู่ทั่วโลก แม้แต่ประธานาธิบดียอร์ช บุช ยังยกย่องชมเชยว่าเป็นธุรกิจที่น่าลงทุนและมีระบบการจัดการที่สุดยอดครับและผมก็ได้ใช้ E-Mail ที่ลงท้ายด้วย .WS โก้จะตายครับ
Phaduong
June 19th, 2009 at 10:51 น.
ผมก็เคยทำครับแต่เลิกแล้ว
June 20th, 2009 at 23:11 น.
ผมไม่รู้ว่า ทุกคนจะคิดยังไงกันบ้างครับ
แต่ความคิดผม ผมคิดว่า “ผมทำ GDI แล้วสบายใจ ” ครับ
ขอเล่าเรื่องชีวิตซักนิดนึง
เมื่อซัก 5-6 เดือนที่ผ่าม ผมเป็นคนที่ใช้เงินเก่งมากครับ
แต่ครอบครัวผมมีรายได้จากการทำงานประจำ ใช้ในครอบครัวก็หมดแล้วครับ
แล้วยังมาเจอกับผมอีก ที่ใช้เงินวันล่ะเกื่อบพันบาท เพราะยังไม่ค่อยรู้จัก “คุณค่า” ของเงิน
จนวันหนึ่งที่บ้านผมไม่ค่อยมีเงินที่จะจ่ายค่าน้ำค่าไฟ แล้วแม่ผมก็พูดกับผมว่า “ใช้เงินน้อยๆหน่อย ตอนนี้ไม่ค่อยมีเงินจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ อยู่ ถ้าจ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ แล้ว เดือนนี้คงจะอดกินข้าวแน่”
แม่ผมก็ไปยื้มเงินจากเพื่อนข้างบ้านมา 3000 บาท
หลังจากวันนั้นมาผมเริ่มคิดว่า “เราต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว”
ผมอายุพึ่งจะ 16 ปี เอง เลยไม่รู้ว่าจะไปหางานทำที่ไหน
ผมก็ลองทำงาน แจกใบปลิวบนสะพานลอย ถ้าแจก 1 แพ็ก 500 ใบ ได้ 100 บาท
ผมเลยบอกพี่เค้าว่า “ผมเอา 2 แพ็ก” ทั้งหมดก็เป็น 1000 ใบ 200 บาท
ผมก็ยังนึกอยู่ในใจว่า 200 บาท ต่อวัน มันก็ยังไม่พออยู่ดี แถมยังอดสนุก อดเทียว
ลองทำงานนี้ดู ก็ลำบากมาก แจกตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง บ่าย 2 กว่าๆ ครับ
ช่วงนั้นแจกจนตัวดำไปเลย…
ผมเป็นคนที่ชอบอยู่ร้าน เน็ต เล่น เน็ต มาก จึงทำให้การใช้เงิน 1 วัน จากร้าน เน็ต ไป 100 บาท ขึ้นไป ครับ
ผมก็คิดอยู่หลายวันว่างานแจกใบปลิวนี้ -ไปได้ไม่นาน- แน่ จึงเริ่มค้นหางานใหม่ แต่งานแจกใบปลิวก็ต้องทำอยู่
วันหนึ่งผมนึกได้ว่าใน เน็ต ก็สามารถหางานได้เหมือนกันหนิ
จึงใช้เวลา 2 อาทิตย์กว่าๆ ในการค้นหาแต่งานใหม่
ผมค้นหาได้มา 3 งานครับ ศึกษาทาง เน็ต แล้ว สำหรับงานที่ อายุอย่างผม ทำได้
1 ใน 3 นั้น เป็น GDI ด้วยครับ แต่อยู่ลำดับที่ 3
จึงไปฟังงานแรกก่อน เป็นงานหารายได้เสริม บริษัท WBS พอไปฟัง ปรากฏว่า เป็น เฮอร์บาร์ไลฟ์
ซึ่งค่าใช้จ่ายเยอะ เค้าจะให้ผมไปโรงแรมด้วย ไปฟังงาน แต่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อบัตรเข้างาน 500 บาท
ค่าสมัคร 2500 บาท แล้วเมื่อทำแล้ว ก็ต้องรักษายอดขายอีก เลยคิดว่าไม่เวิค
จึงไปฟังงานที่ 2
เป็นงาน รับ-ส่ง เมล์ วันล่ะ 500 บาท
พอไปฟังเข้าจริงๆ ปรากฏว่าเป็นงาน ขายเครื่องสำอาง
งานที่จะต้องทำก็คือว่า หาคนมาเป็น Downline ของเรา เราจึงจะได้ คนล่ะ 500 บาท
ผมสนใจมาก จึงถามเค้าไปว่า “มีค่าใช้จ่ายเท่าไหรครับ” เค้าตอบมาว่า “ค่าสมัคร 300 บาท”
ผมจึงคิดว่างานนี้แหละ ใช้แล้ว
แต่เค้าบอกมาอีกว่า “คุณสมัครแล้ว ยังทำงานไม่ได้นะครับ ต้องซื้อของให้ครบ 3950 บาท ก่อน จึงจะทำได้ครับ”
แล้วก็ต้องรักษายอดอีก เดือนหนึงเป็นพันๆ
เมื่อผมเห็น 300 บาท + 3950 บาท = 4250 บาท จึงคิดว่า ไม่ได้อีก ล่ะ
จึงไปฟังงานที่ 3
เป็นธุรกิจ GDI นี้แหละครับ
ผมก็ศึกษาอย่างละเอียดแล้ว คิดว่าเสียซัก 10$ 350 บาท ต่อเดือน ก็คงไม่หน้าจะมีปัญหา
ผมจึงคิดในใจว่า “เอาวะ งานนี้ก็เป็นงานสุดท้ายแระลองซักตั้ง”
จึงเริ่มเข้าวงการ GDI นี้ครับ
ทำได้ซัก 3 เดือน เริ่มเห็นว่า งานนี้แหละ ใช่เลย เพราะได้เงินมาแล้ว 900 กว่าบาท ครับ
ผมก็คิดว่ายังน้อยไปอยู่ดี
ผมก็ใช้ทุกวิธีในการหาคนครับ รับรองได้ว่าไม่ได้โกหกหรือหลอกให้เค้ามาสมัครแน่
มีอยู่ช่วงหนึ่ง ผมไม่สบาย 15 วัน จึงไม่สามารถมาร้าน เน็ต ได้
อยู่ดีรายได้ก็เพิ่มจาก 900 เป็น 1200 ครับ ผมจึงพูดว่า “เป็นไปได้ไงวะ”
จนถึงตอนนี้ ผมมีรายได้ “7000 กว่าบาท” ครับ แล้วค่าดว่าจะเพิ่มไปเลือยๆ
ผมภูมิใจตัวเองที่ทำได้ จึงทำให้ผม ไม่ต้องขอเงินใคร แล้วผมก็เอาเงินให้ ครอบครัวทุกเดือน
จากครอบครัวที่ไม่ค่อยมีเงินในการจ่ายค่าน้ำค่าไฟ จนเดี๋ยวนี้ ผมมีเงินในการจ่ายค่าต่างๆ แล้วยังจับจ่ายใช้สอย ได้อย่างสบายๆ
จากคนที่ไม่ค่อยรู้จัก “คุณค่า” ของเงิน จนเดี๋ยวนี้ ผมมีเงินในบัญชีธนาคาร หลักหมื่น ครับ
มีบทความๆหนึ่ง ได้บอกว่า
—คนที่ไม่เคยล้มเหลว คือคนที่ไม่รู้จักอะไรเลย—
ความตั้งใจก็สำคัญครับ ถ้าทุกคนมีความตั้งใจในการทำอะไรบางอย่าง
ก็จะสำเร็จได้แน่นอนครับ
ผมไม่ได้ให้ทุกคนที่ดูต้องทำแต่ GDI ครับ
แต่ทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองอย่างจะทำ แล้วมีความตั้งใจ ทุกคนก็ประสบความสำเร็จได้
ถึงแม้ว่า ล้มเหลว เราก็ต้องเอา ความล้มเหลว เป็นบทเรียนครับ
June 21st, 2009 at 10:28 น.
ขอบคุณสำหรับบทความครับ น่าสนใจมากเลยครับ
June 21st, 2009 at 11:37 น.
สงสัยเขาคงจะมีปัญหาส่วนตัวกับคนทำ gdi เเน่ๆๆๆๆๆเลย
จึงมีเเต่การโจมตีมันไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นหรอกจะบอกให้ …คนขี้อิ…..จาก
คนกลาง
June 21st, 2009 at 11:57 น.
ใช่ครับ ผมมีปัญหากับคนทำ GDI จริงๆ ต้องบอกว่ามีปัญหากับคนทำธุรกิจอื่นอีกด้วย เพราะคนพวกนี้บางคนใช้วิธีหาดาวน์ไลน์โดยการส่ง spam mail มาหาผม ซึ่งสร้างความรำคาญเดือดร้อนให้อย่างมาก และมีอีกหลายๆ คนที่ไปโพสต์โฆษณาตามเว็บบอร์ดต่างๆ ผมมีเว็บบอร์ดก็เจอคนพวกนี้มาโพสต์โฆษณาอยู่เหมือนกัน ก็ต้องคอยตามลบกันไป เสียเวลามากๆ ครับ
ถ้าคุณจะทำธุรกิจแล้วโฆษณาอย่างถูกวิธี เช่น ไปลง Google AdWords แบบนี้คุณทำไปเลยครับ
นอกจากนี้ ผมไม่ได้รู้สึกอิจฉาคนที่ทำธุรกิจ GDI เลยครับ ผมกลับรู้สึกสงสารด้วยซ้ำว่าทำไมไปหลงเชื่อคำโฆษณาหลอกลวงอย่างเช่น Google, Intel ทำธุรกิจนี้ หรือจอร์จบุชแนะนำให้คนทำธุรกิจนี้ ฯลฯ ซึ่งมันไม่ได้เป็นความจริงเลย แต่หลายๆ คนก็เอาเรื่องเหล่านี้มาโฆษณาหลอกคนมาต่อคิวไปเรื่อยๆ
แน่นอน หลายคนทำธุรกิจนี้และได้เงินพอสมควร เป็นความภาคภูมิใจของชีวิต แต่อย่าลืมว่าความภาคภูมิใจนั้นมันมาจากการที่คุณถูกคนอื่นหลอก โดยไม่รู้ตัวว่าถูกหลอก หรือรู้ตัวแล้วแต่ก้าวเข้ามาแล้วก็ถอยออกลำบาก และคุณก็เป็นผู้นำส่งข้อมูลหลอกลวงต่อไปยังคนอื่นๆ อีก
July 4th, 2009 at 21:59 น.
ว๊าว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! นั่งอ่านตั้งแต่ 4 โมงเย็น จนถึง 5 ทุ่ม 15 นาที
เฮ้ย ขนาด นี้ ยังไม่ได้อ่านทุกประโยคนะเนี่ย
แต่อ่านแบบ คร่าวๆๆ
จนตาลายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แถมนั่งกินข้าวด้าวอ่านไปด้วย
มีสาระดีค่ะ
ชอบ เจ้าของกะทู้ค่ะ คิดหลายแง่มุม
และทุกคนที่มีความคิดดี ๆ มาแบ่งปันความรุ๊แก่กัน
(ซึ่งขอแบน คุณหนุ่ม กับคุณพ่อหนุ่มค่ะ ) อารายกานนักหนา
ความจริงฉันสนใจ GDI มาก จนจะไปทำ บัตร E gard แล้ว
แต่ยังคิดว่าตนเองยังหาข้อมูลไม่รอบด้าน
จึงได้เข้ามาเจอเว็บนี้
ขอบคุณค่ะที่ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น
July 4th, 2009 at 22:29 น.
โอ้โห คุณ macroart เท่ห์ได้ใจเหลือหลาย
เรียนก็สูง เก่งก็เก่ง การงานก็ดี
ว้าวเป็นที่สนใจหมายตาของสาวๆ ไม่น่าจะโสดเล๊ย
หรือโฉดไม่สนิทก็มั่ยรุ๊ อิอิอิ
ยุกิเองก็ยังโสด เหมือนกัน
การศึกษา ก็กำลังเรียน ป.โท ว่างๆวันๆ งานการไม่ทำ
เล่นแต่เน็ต แต่ที่ยังโสดเพราะหน้าตาขี้เหร่ค่ะ 55555
ขอโทษนะคะที่มาแนวร้ายสาระนิดนึง
พอดีเห็นข้างบน เครี๊ยด เครียด อ่ะค่ะ
(มาอ่านคห. GDI แล้ว ก็เข้าใจสัจธรรมค่ะว่า ของฟรี ไม่มีในโลก
และของที่จะได้มาง่ายๆ เป็นเหมือนสิ่งที่ไม่มีค่า)
ว่างั้นไป
July 5th, 2009 at 15:17 น.
สวัสดีครับคุณ Macro Art บล้อกนี้เป็นสิ่งที่ให้ความรู้แก่คนที่เข้ามาอ่านดีมากๆ ถึงแม้ความคิดเห็นจะแบ่งแยกเป็นหลายฝ่าย
แต่สุดท้ายคนที่อ่านบทความที่นี่ ทุกคนจะได้ความรู้ใหม่ๆ และก็คงจะมีคำตอบให้กับตัวเองจนได่ล่ะครับ
ลิ้งค์ที่คุณแนะนำให้เข้าไปอ่าน ในหัวข้อ เผยหมดเปลือก 10 กลยุทธ์ สู่ยอด $10,000 ต่อเดือน ได้ภายใน 1 ปี
เป็นบทความที่ดีมาก ผมไม่เคยคิดว่าการที่เรานั่งทำงานอยู่บ้านกับคอม จะสามารถทำให้เรามีรายได้มากขนาดนั้น ผมว่าถ้าเรามีความสามารถพอ เราอาจจะไม่ต้องออกไปทำงานเลยก็ได้ แค่นั่งเล่นคอมอยู่ในบ้านแล้วบริหารจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง
ผมกำลังศึกษาธุรกิจ Amazon อยู่ครับ แต่ติดตรงที่ผมแก้ไขบล้อกไม่เป็น อัพบล้อกขึ้นHostไม่ได้ ยอมรับว่าทำมาเดือนกว่าๆแล้ว แต่ยังขายไม่ได้สักชิ้นเลยครับ
คุณ Macro Art ครับ ผมมีคำถามว่า ถ้าผมมีความตั้งใจที่จะเป็น web master จนไปถึงในระดับ Master affiliate
ผมควรจะเริ่มต้นยังไงดีครับ เพราะผมมันเป็นมือใหม่จริงๆ
สุดท้ายผมขอขอบคุณบล้อกแห่งนี้ที่ให้ความรู้กับผม ขอบคุณมากครับ
July 11th, 2009 at 22:26 น.
สวัสดีค่ะ อ่านมาก็หลายบทความนะ แต่อ่านไม่หมดหรอกเพราะเยอะมาก
ก็กำลังจะสมัครฟรี 7 วัน ของ dgi อยู่เหมือนกันพอมาเจอบทความ
เลยชะงัก ช่วยรบกวนบอกหน่อยว่าควรจะทำรายได้เสริมตัวไหนดี
เพราะไม่เคยทำงานด้านอินเตอร์เน็ทเลย ไม่รู้ว่าจะทำงานตัวไหน อย่างไร
ที่ไม่ต้องมีการลงทุนเลยยิ่งดี หรือมีการลงทุนที่น้อยที่สุดก็ได้
July 12th, 2009 at 22:58 น.
ตอบ คุณคนGDIยังมาขอยืมเงิน May 15th, 2008 at 21:46 น.
ทำไม่เหรอครับ หัวเราะเป็นภาษาลาวนีมันตลกมากเหรอครับ คุณเคยเห็นคนลาวหัวเราะเหรอ
คนลาวมาเกี่ยวอะไรด้วย ทำไมต้องพาษพิงชาติอื่นด้วยครับ พวกคุณจะเถียงกันก็เถียงไปชิครับ
คุณเจ้าของบลอกช่วยกลองด้วยนะครับ ผมยืนยันว่าหัวเราะแบบคนลาวไม่ตลกเลย
ปล ผมคนลาว100% คนลาวขำไม่ออกครับ
July 12th, 2009 at 23:16 น.
ออ ถ้าจะบอกว่าเป็นภาษาของคนลาวในภาคอีสาน ก็ควรบอกระเอียดหน่อยหรือวงเล็บไว้ว่า(อีสาน)ก็ได้
แต่คำว่า”ลาว” ของคุณนั้นในความรู้สึกของคนลาวทั้งชาติคือชื่อประเทศของเราครับ คือเกียดของชาติเราครับ
ซึ่งฟังแล้วมันเสียความรู้ศึกมาก
July 13th, 2009 at 12:42 น.
ขอบคุณที่มาให้ความรู้อีกแง่มุมของธุรกิจประเภทนี้ครับ
ผมเป็นอีกคนที่มีการโดนชักชวนจากเพื่อนและforward mail มาบ่อยมากจึงได้มีการเข้าไปดูครั้งหนึ่ง เกิดข้อข้องใจจึงมาsearch ในgoogleดู มาพบบทความนี้ ทำให้กระจ่างเลยครับ
ขอบคุณครับ
July 16th, 2009 at 12:16 น.
เป็นบทความที่ดีมากเลย และยาวมากด้วย
ให้หลายแง่มุมคิด ถึงจะคิดแตกต่างก็อย่าแตกแยกนะครับ
July 25th, 2009 at 0:22 น.
อ้างอิง
ใช่ครับ ผมมีปัญหากับคนทำ GDI จริงๆ ต้องบอกว่ามีปัญหากับคนทำธุรกิจอื่นอีกด้วย เพราะคนพวกนี้บางคนใช้วิธีหาดาวน์ไลน์โดยการส่ง spam mail มาหาผม ซึ่งสร้างความรำคาญเดือดร้อนให้อย่างมาก และมีอีกหลายๆ คนที่ไปโพสต์โฆษณาตามเว็บบอร์ดต่างๆ ผมมีเว็บบอร์ดก็เจอคนพวกนี้มาโพสต์โฆษณาอยู่เหมือนกัน ก็ต้องคอยตามลบกันไป เสียเวลามากๆ ครับ
ถ้าคุณจะทำธุรกิจแล้วโฆษณาอย่างถูกวิธี เช่น ไปลง Google AdWords แบบนี้คุณทำไปเลยครับ
นอกจากนี้ ผมไม่ได้รู้สึกอิจฉาคนที่ทำธุรกิจ GDI เลยครับ ผมกลับรู้สึกสงสารด้วยซ้ำว่าทำไมไปหลงเชื่อคำโฆษณาหลอกลวงอย่างเช่น Google, Intel ทำธุรกิจนี้ หรือจอร์จบุชแนะนำให้คนทำธุรกิจนี้ ฯลฯ ซึ่งมันไม่ได้เป็นความจริงเลย แต่หลายๆ คนก็เอาเรื่องเหล่านี้มาโฆษณาหลอกคนมาต่อคิวไปเรื่อยๆ
แน่นอน หลายคนทำธุรกิจนี้และได้เงินพอสมควร เป็นความภาคภูมิใจของชีวิต แต่อย่าลืมว่าความภาคภูมิใจนั้นมันมาจากการที่คุณถูกคนอื่นหลอก โดยไม่รู้ตัวว่าถูกหลอก หรือรู้ตัวแล้วแต่ก้าวเข้ามาแล้วก็ถอยออกลำบาก และคุณก็เป็นผู้นำส่งข้อมูลหลอกลวงต่อไปยังคนอื่นๆ อีก
ฟันธงเหรอครับว่าเป็นการหลอกลวง ผมไม่ใช่สมาชิกของGDIหรอกนะ แต่เท่าที่ลองอ่านๆแต่ละกระทู้ดูแล้วเนี่ย มันตะหงิดใจชอบกลนะ บางreplyบอกดีบอกreplyบอกไม่ดียังงั้นอย่างงี้ เพื่ออะไรละ คนที่จะทำเค้าก็ตัดสินใจเองได้ ข้อมูลที่มีในนี้อะมันไม่พอหรอกนอกจากจะคิดอะไรเอาเองซะบ้างน่ะ
July 27th, 2009 at 20:13 น.
คำโฆษณาชวนเชื่อที่บอกว่า “Google หรือ Intel ก็ทำธุรกิจนี้” หรือ “ธุรกิจที่ประธานาธิบดีจอร์จบุชแนะนำ” เป็นการหลอกลวงแน่นอนครับ ฟันธง!
July 30th, 2009 at 23:15 น.
คือว่าสมัครGDI ไปแล้วครับ ถึงมาเจอบทความนี้ ยอมรับเป็นบทความที่ใช้เวลาอ่านนานที่สุดของผมเลย แต่ทำให้ผมเห็นถึงพัฒนาการด้านการแสดงความคิดที่เปิดกว้างของคนไทยได้ดีมาก ๆ ครัับ แต่ถ้าจะถอนตัวทำไงครับ ยังไม่ถึง 7 วันครับ บอกหน่อยก็ดีครับ จะได้ทำอย่างอื่นแทนครับ (ความคิดผมเองนะครัับ ไม่เกี่ยวกับคนเห็นด้วยไม่เห็นด้วยครับ ต้องการความสงบในการทำธุระกิจนะครับ คนไทยนะเกรงใจเป็นหลัก )
August 2nd, 2009 at 9:15 น.
การสร้างธุรกิจน่ะคับ มีล้มเหลว มีร่ำรวย
ถ้าไม่ลองทำดูก็ไม่รู้จิงอ๊ะป่าว
August 15th, 2009 at 22:23 น.
อืมม..เพิ่งได้เข้ามาอ่านเหมือนกันค่ะ ตอนแรกก็มีการกรอกข้อมูลเพื่ออยากศึกษารายละเอียดเหมือนกัน ระบบเค้าก็เป็นอะไรที่ไม่น่ายากนะคะ แต่ยังมีข้อสงสัยตรงที่ ระบบการยกเลิกหากเราไม่ทำต่อ เพราะเราจะต้องใช้บัตร ดังนั้นเงินก็จะตัดอัตโนมัติ ไปทุกเดือน แล้วเท่าที่หาข้อมูลระบบของการแจ้งยกเลิก เป็นยังไง คะ ใครทราบตอบที่ เพราะตามรายละเอียดไม่มีการแจ้งบอกวิธีการยกเลิกเลย หากเราไม่ทำต่อ ต้องแจ้งไปที่สำนักงานต่างประเทศเท่านั้นใช่มั้ย
August 22nd, 2009 at 1:49 น.
เรื่องของเรื่อง หน้าของกระทู้นี้ Google จัดอันดับให้ที่ 1 ใน Keyword “GDI” ซึ่งน่าจะเป็น Keyword หลัก ของธุรกิจ global domains international ฉะนั้นใครที่คิดจะทำธุรกิจนี้ ส่วนใหญก็ต้อง Search แล้วพบกระทู้นี้เป็นอันดับแรก (ซึ่งมันน่าเจ็บใจที่อยู่ก่อน เวป GDI นี่ซิ)
จากที่ตรวจดู GDI คนไทยเริ่มรู้จักตั้งแต่กลางปี 2005 และทำกันมากขึ้นในปลายปี 2007 ซึ้งน่าจะทำรายได้เป็นอย่างมากกับนักธุรกิจ GDI ในยุคนั้น แล้วมาดับวูบลงอย่างรวดเร็วกลางปี 2008 ปัจจุบันยังคงสภาพอยู่ในระดับเดียวเริ่มต้น คงรอการระเบิดของทีม เก้าสิบเดริส อีกครั้งในเร็วๆ นี้ (เอาใจช่วยครับ ฮึมๆๆๆ)
แต่จากดูการเติบโตของทั่วโลก ตอนนี้ธุรกิจ global domains international เติบโตมากขึ้นทุกปี นับตั้งแต่เดือน ตุลาคม ปี 2004 ประเทศที่มีคนทำ GDI กันมากคือ สหรัฐ แคนาดา และ อิตาลี ตามลำดับ แสดงว่าในเมืองไทยยังไปได้ไกลอีกเยอะ (ความเห็นส่วนตัวผมน๊ะ)
แต่ก่อนลงมือทำอยากถาม เพื่อนๆ ที่ทำ GDI ถามใจตัวเองแล้วตอบผมตรงๆได้ไหมว่า เข้ามาทำแล้วเต็มใจแนะนำให้คนที่รัก ครับครัวอันเป็นที่รัก ทำด้วยหรือเปล่า.
ถ้าใช่ แสดงว่าธุรกิจนี้ของจริง ควรรีบทำ พ่อ แม่ พี่ น้อง สมัครทำ GDI กันทั้งครอบครัวเลย ฮึมๆๆ
แต่ถ้าไม่ใช่ แสดงว่าธุรกิจนี้ของปลอม แค่จ่ายเงิน 350 ต่อเดือนเพื่อกินหัวคิวเท่านั้น โดยสร้างเวปชวนเชื่อ แล้วรอเหยื่อมาติดกับ กินหัวคิวกันเป็นทอดๆ ไม่น่าจะให้ครอบครัวมาเกี่ยวของ
ผมรอคำตอบอยู่ครับ ก่อนตัดสินใจสมัคร นักธุรกิจ GDI ช่วยตอบผมน๊ะครับ
Powered by สายเสมอ….
August 28th, 2009 at 16:26 น.
สุดยอดเลยครับ ผ่านมา 2 ปี GDI ยังเติบโตได้อีก
ผมเองก็ มีพี่คนนึงชวน เขามีความมุ่งมั่นมาก เพราะเขามีภาระเจ้าตัวเล็กที่ต้องเลี้ยงดู
เขาเองก็ไม่บอกอะไรกับผมว่าสินค้าคืออะไร บอกแค่ว่า ลงทุนแค่ 350 เื้่ท่านั้น!! จนผมเองต้องค้นคว้าหาคำตอบเอง
ทำขั้นตอนเสร็จหมดละคับ ไม่ว่าจะเป็น K-Cyber Banking แล้วก็ต้อง ทำ K-Card
ซึ่ง ค่าทำเนียม ปีละ 200 เป็นบัตรเครดิตสำหรับใช้ในโลกอินเตอร์เน็ต
จากนั้น ผมก็ ไปยืนยัน ID PayPal รอเขาส่งโค๊ดผ่าน K-Card เข้าเมลล์มา ก็ไปยืนยันสำเร็จ..
และแล้วก็เหลือแต่…ลงมือสร้างชื่อโดเมนเนมเท่านั้น…ด้วยความสงสัย ผมจึงยังไม่ลงมือ
เพราะไม่อยากเสียผลประโยชน์ ฟรี 7 วัน
และแล้ว…ผมก็มาเจอกระทู้แห่งนี้….ทำให้ผมได้ความรู้มาก..
คน ไทย ส่วนใหญ่…ไม่ค่อยนึกถึงมากหรอกฮะ ว่า มันจะมีผลต่อส่วนรวมประเทศชาติยังไง
ขอแค่ให้ได้เงินมาพอค่าใช้จ่ายในแต่ละวันหรือจะให้รวยได้ก็พอ… แต่ยังไงก็ขอบคุณ “ตัวแทนสมาพันธ์ขายตรงโลก” ด้วยนะฮะ
ที่มาให้ความกระจ่างว่า GDI ถูกกฏหมาย แค่ตัวนักธุรกิจเองจะมาทำให้มันผิดโดยใช้ Spram
GDI เหมาะสำหรับ…คนที่อยากทำเวป ที่ไม่รู้ว่า มีอย่างอื่นที่ถูกกว่า
แต่เพราะการให้บริการจาก คนรับทำเวปและดูแล เขาก็ให้บริการ ราคา ประมาณ 3000 อัพต่อปีอยู่แล้ว
คนที่รู้มาแบบนี้(เช่นผม) ก็ตัดสินใจที่อยากจะลอง GDI ดู
เขาไม่ได้หลอกหรอกฮะ มันจะโทษก็ต้องโทษคนที่ไม่รู้ว่ามีอย่างอื่นถูกกว่า….แค่เขาไม่บอกกันเท่านั้นเอง
คนที่เห็นประโยชน์ที่จะได้รับจาก GDI เขาก็ทำไปโดยสุจริตบ้างหรือใช้เหล่เหลี่ยมบ้าง…
ผมคิดว่า เขาเก่งนะฮะ GDI เนี้ย เอาเรื่องอากาศธาตุมาหาเงินได้ แต่ยังไง…ผมก็ไม่อยากให้เงินออกนอกประเทศฮะ…
คุณ MacroArt ฮะ คุณทำดีที่สุดแล้วอะ ที่ให้ความจริงแก่คนทั้งหลายที่ใ้ช้ชีวิตไปตามโลก ผมขออนุโมทนาบุญด้วยนะฮะ
เพราะมันเป็นวัฏจักรสงสาร…โลกนี้ย่อมมีสองด้าน การจะใ้ช้ชีิวิต อย่างให้มีคนดีทั้งหมดคงไม่ได้ เพราะขนาดตัวเราเองก็ยังมีด้านไม่ดีเลย…
ไม่มีใครมาทำร้ายประเทศชาติเราได้นอกเสียจากคนไทยด้วยกันเอง….
September 26th, 2009 at 7:24 น.
ธุรกิจคืออะไร? หลักการของธุรกิจคืออะไร? ธุรกิจที่ดีนะครับ ธุรกิจ การค้าขาย คือ การและเปลี่ยนผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ถ้ามีความสมประโยชน์ซึ่งกันและกัน การประกอบธุรกิจก้เกิดขึ้น แต่ธุรกิจในความดีงานของมนุษย์เรานั้นมันต้องมาพร้อมกับความจริงใจและซื่อสัตย์ ซึ่งหายากมาในปัจจุบัน มันก้จะมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจ MLM ในระบบุ Network Marketing นี่แหละ ธุรกิจนี้ไม่สนใจในตัวสินค้า ไม่สนใจว่าผู้ขายจะเป็นใคร ผู้ซื้อจะเป็นใคร ขอให้เป็นการตกลงการทำธุรกิจต่อกัน อัพไลน์ก้พยามยามหาดาวน์ไลน์ให้มากที่สุดเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ดาวน์ไลน์ เมื่อเข้าในระบบนี้แล้วเพื่อผลประโยชน์ตัวเองก็ต้องเร่งหาคนที่เข้ามาทำต่อจากตัวเองให้มากที่สุดเร็วที่สุด ก็เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ระบบมันก็มีแค่นี้ ผมว่ามันก็เป็นเหมือนกับระบบคนกินคน กินกันต่อไปต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด เพราะคนมีการเกิดเพิ่มขึ้นมาทุกวัน ทุกนาที ทุกวินาที ทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน คิดว่าทุกคนน่าจะเป็นคนที่มีความรู้ ความคิด ที่อยู่ในระดับที่เรียกว่าดีกว่าคนอื่นๆอีกมากมายที่ไม่สามารถเข้ามาในนี้ได้ ไม่คิดกันบ้างหรือว่า ไอ้ระบบคนกินคน แบบนี้มันควรจะเป็นระบบธุรกิจที่เรานำมาเป็นผลประโยชน์ของเรา เราไม่มีความสามารถดีกว่านี้แล้วหรือ?
September 28th, 2009 at 10:45 น.
ผมก็เป็นคนหนึ่งนะครับที่เริ่มทำ GDI ผมคงไม่กล่าวอ้างสรรพคุณนะครับ แต่จากการศึกษารูปแบบแล้วในไทย บูมยากมากกับธุรกิจแนวนี้ แต่ที่ทำเพราะมองเรื่องของต่างประเทศมากกว่าคือผมไม่ได้มองว่าหลอกลวงแต่มองในแง่ที่ว่าถ้าริจะเริ่มทำธุรกิจการล้มเหลวซักครั้งถือเป็นบทเรียน ผิดเป็นครูเขาว่า และมีหลายคนบอกว่าถ้าจะเริ่มทำควรทำแต่น้อยๆก่อน ผมก็เลยว่าเดือนละ350 คงไม่เหนือบ่ากว่าแรงมากนัก และถ้ามีความสามารถทางภาษาอังกฤษจะสามารถเจาะเข้าตลาดต่างประเทศที่กว้างกว่าในไทยได้ ซึ่งผมเองกำลังพยายามอยู่ คือผมว่าถ้าคิดจะทำอะไรขอให้ทำจริงๆและกล้าตัดสินใจ คือคนไทยขี้กลัวเรื่องพวกนี้ ผมถึงบอกว่าธุรกิจตัวนี้ในไทยไม่บูมเท่าไหร่นัก ผมอ่านบทความของเจ้าของกระทู้แล้วครับชื่นชมมากๆ วิเคราะห์แตกเลยละ แต่ผมนึกว่าถ้าธุรกิจมันก็คือธุรกิจวันยันค่ำ มันก็ขึ้นกับ ต้นทุน สินค้า กำไร ก็แค่นี้ในทางเศรษฐศาสตร์ ผมไม่ได้หวังรวยก็แค่หาอะไรทำให้ชีวิตไม่ว่างเว้น ถ้าดีก็ดีไป ถ้าไม่ดีก็ถือว่าเป็นความรู้ คิดแค่นี้ชีวิตเลยมีแต่ได้กับได้
ขอบคุณนะครับเจ้าของกระทู้สุดยอดมากเลยเข้ามาอ่านทุกวันเลยชอบมากได้ความรู้ดีเวลาคุณตอบกระทู้นะผมชอบมากแต่ผมไม่ได้ว่านะที่ว่าธุรกิจผม ผมเฉยแต่อยากมาเป็นกำลังใจให้ ขอบคุณมากครับ
October 8th, 2009 at 0:01 น.
ผมก็ทำ GDI ครับ แต่ผมคิดว่า GDI ควรจะลดราคามาเป็นเดือนละ 1$ เหมือน .com
แล้วแบ่งกำไรไรให้สมาชิก 50% เหมือนเดิม ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องรวย
แค่พอมีเงินยังชีพก็พอ
October 11th, 2009 at 11:02 น.
ขอบคุณบทความนี้จริงๆ ให้ความกระจ่างดี โลกแห่งความหลอกลวง
โดยใช้ความโลภที่มีอยู่ในจิตสำนึกของคน ยังคงขายได้ดีตลอดไป
ขอให้ใช้สติกันมากๆ จะได้เกิดปัญญา ไม่ต้องเป็นเหยื่อกันต่อไป
October 14th, 2009 at 4:34 น.
โดยส่วนตัวผมคิดว่า
ผมชอบระบบของ GDI นะครับ ที่สามารถทำได้ทั่วโลก
ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม
และเป็นหนทางสู่อิสรภาพทางการเงินและเวลาได้จริงๆ
สิ่งที่น่ารังเกียจก็คือ วิธีการโปรโมทหรือโฆษณาที่ถ่ายทอดกันมาน่ะครับ
เรื่องส่ง Spam mail ไม่เท่าไหร่ครับ เพราะมันไม่เคยหมดไปจากโลกหรอกเรื่องนี้น่ะ
แต่ที่รับไม่ได้กับ GDI จริงๆก็คือ การหลอกลวงที่เด็กประถมยังรู้ว่าหลอกครับ
เช่น มีภาพและวีดีโอของ จอร์จ บุช ที่สนับสนุน GDI ซึ่งเป็นตัวปลอมเห็นๆ
(ที่ผมประหลาดใจกว่านั้นคือ ทำไม GDI ถึงไม่โดนฟ้องจากเรื่องนี้ซักที)
เข้าใจว่าเป็นหลักการโฆษณาอย่างหนึ่ง
แต่การทำแบบนี้ เหมือนกับเป็นการไม่ให้เกียรติผู้มุ่งหวัง และกล่าวว่าผู้มุ่งหวังว่าไร้สติปัญญาทางอ้อม
หรือถ้าทำควรจะทำให้เนียนกว่านี้
ที่สำคัญก็คือ จุดขายของ GDI ในประเทศ USA นั้นเค้าก็มีจุดขายในแบบของเค้า
แต่คนไทยจะให้มาเลียนแบบจุดขายแบบนั้นซะทุกอย่าง มันก็หาใช่เรื่อง….
ฝากบอกสำหรับคนทำ หรือคิดจะทำ GDI เลยนะครับ ว่าถ้าอยากโปรโมทกับคนไทย
ต้องเปลี่ยนจุดขาย ไม่งั้นทำ GDI ที่ประเทศไทยไม่รุ่งครับ
จุดขายของคนไทยคืออะไร? คงต้องคิดเองนะครับ ^_^
October 22nd, 2009 at 18:39 น.
ขอแสดงความเห็นส่วนตัวนะครับ….ตอนนี้ผมศึกษา GDI อยู่มาระยะนึงแล้ว…โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะลองลงทุนครับ..เพราะเห็นว่าในเมื่อเงินแค่นี้ถ้ามันจะทำให้เรามีรายได้ขึ้นมาได้มันก็น่าเสี่ยงครับ
..เพราะการลงทุนคือความเสี่ยง ไม่ว่าเงินน้อยหรือมากก็ตาม….และที่สำคัญ ถ้าคุณคิดว่าคุณทำได้ก็จบแล้วครับ…ส่วนที่เหลือก็อยู่ที่การตั้งใจทำและทำยังไงให้ถูกวิธีที่จะสร้างรายได้ได้…สุดท้ายนี้..ขอบอกท่านทั้งหลายว่าในโลกของเรานั้นยังไงก็หนี ธุรกิจเครือข่ายไม่พ้นครับ…เพราะว่ามีธุรกิจที่ทำให้คนร่ำรวยได้ง่ายที่สุด..แต่อยู่ที่ว่าคุณจะเหมาะกับธุรกิจตัวไหน..ก็เท่านั้นเองครับ….สวัสดี!
October 26th, 2009 at 10:56 น.
ถึงคุณเจ้าของบล็อกครับ ผมได้อ่านบทความนี้แล้วนะครับตั้งแต่ต้นจนจบ ยาวเหมือนกัน แต่รู้สึกว่าคุณเจ้าของบล็อคจะขาดความเป็นกลางไปนะครับ และหลายข้อความมีการกล่าวพาดพิงถึงหลายบริษัท ซึ่งมีข้อความอันก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่บริษัทนั้น ถ้ายังไงอยากจะให้แสดงออกอย่างเป็นกลางมากกว่านี้นะครับ ขอให้รับความเห็นนี้ไว้พิจารณาด้วย
October 26th, 2009 at 11:39 น.
ถึงคุณเจ้าของบล็อค ตามประสาคนนั่นแช่อยู่หน้าเน็ต ผมได้กลับไปทำการอ่านข้อความอันน่าสนใจนี้อีกรอบ
และได้มองอะไรบางอย่างในอีกมุมหนึ่ง ผมต้องขอชมว่า บทความต่างๆที่เขียนขึ้นมีประโยชน์มาก ส่วนใน comment ก่อนหน้าที่บอกว่าไม่เป็นกลางนั้น หากรู้สึกว่าแรงเกินไปต้องขออภัยด้วยนะครับ
ปล. ผมจะเข้ามาติดตามอ่านบทความต่างๆใน blog นี้อีกนะครับ
November 2nd, 2009 at 14:12 น.
แวะมาอ่าน ได้ความรู้เยอะเลย เป็นแฟนคลับพี่ macroart
มานานแล้วคับครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่แสดงความคิดเห็น
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ที่มีให้นะคับ ไว้มีหนังสือเล่มใหม่เขียนวางตลาด
ผมก็จะเป็นลูกค้าคนนึงที่ช่วยสนับสนุน อัจฉริยะแบบพี่นะคับ
สวัสดีครับ
November 4th, 2009 at 0:46 น.
ผมว่าธุรกิจทุกอย่าง มันก็มีการลงทุน ค่าดำเนินการ
และต้องใช้เวลาในการสร้างธุรกิจ
หลังจากคุ้มทุนแล้ว ที่เหลือคือกำไร
แต่คนส่วนมากใจร้อน อยากรวยเร็วๆ แต่งานน้อยๆ
พอไม่ได้ ก็เลิก เลยบอกว่าธุรกิจนั้นไม่ดี
November 6th, 2009 at 1:33 น.
ฝรั่งมันรวยอยู่แล้วธุรกิจนี้นะ เจ้าของมันได้ประโยชน์อยู่แล้ว
ไม่มองในแง่ศีลธรรมนะครับ ก็เจ้าของมันมองตลาดออก ถามหน่อยเหอะทุกวันนี้ธุรกิจไหนไม่ทำนาบนหลังคนคร้าบ
ถ้ามองในแง่ศีลธรรมนะ พวกคุณๆที่ทำGDI อ่ะครับ คุนเอาเงินไปลงให้ต่างชาตินะครับ
คุณกำลังทำร้ายเพื่อนร่วมชาติ ทำร้ายเศรษฐกิจประเทศ แต่ก็นะครับ คุณธรรมมันกินไม่ได้ ทุกคนต้องกินต้องใช้
เมื่อ GDI มันเป็นเจ้ามือแชร์ลูกโซ่ที่ไม่คดโกง? มันจ่ายจริง มันไม่หอบเงินหนี
นานาจิตตังครับ
November 9th, 2009 at 14:01 น.
ผมเพิ่งเปิดมาดูและอ่านบทความของคุณอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ คุณเขียนได้ดีมากครับ สมที่เป็นนักเขียนและวิทยากร
และผมก็เห็นด้วยกับคุณอภิศิลป์ ตรุงกานนท์หรือเจ้าของบทความครั้งนี้ครับ และผมเชื่อว่าคุณก็มีความรู้ด้านคอม เว็บไซต์ พอสมควร เพราะจบมาทางด้านนี้
ผมไม่มีเวลาอ่านความคิดเห็นทุกความคิดเห็นเลย เพราะเยอะมาก แต่ตามความคิดของผมนะครับเหมือนกับความคิดเห็นบทความนี้มากเลยครับ คือ เป็นธุรกิจที่เก็บแต่ค่าหัวคิว ซึ่งแพงมากต่อเดือน 10 เหรียญ และ บังคับให้ 12 เดือนอีก ก็เป็น 120 เหรียญต่อปี ผมถือว่าแพงมากๆ ถ้าเทียบกับธุรกิจขายสินค้าบนเครือข่ายต่างๆ เช่น แอมเวย์ อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อันนั้นเสียเงินแล้ว ยังได้ผลผลิตคือสินค้าอีก แต่ธุรกิจนี้ตามความคิดเห็นของผมเป็นการหลอกลวงคนอื่นเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้หัวคิวต่อไป โดยคนสมัครต้องไปหลอกคนอื่นๆอีกถึงจะได้เงินกลับคืนมา ผลทางตรงเป็นการโฆษณาธุรกิจนี้ให้ดังขึ้นมา ซึ่งคนที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดคือ คนที่ตั้งธุรกิจนี้มา
10 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับผมไม่มากนัก แต่ถ้าสำหรับคนอื่นถือว่ามากพอสมควร และคิดเอาเองนะครับ ถ้าคนที่สมัครมีจำนวนมาก เช่น 1 ล้านคนทั่วโลก มันก็จะมีมูลค่ามหาศาล มันเป็นธุรกิจที่เอาเปรียบคนที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมานะครับ เป็นการส่งเสริมให้คนทำบาปมากยิ่งขึ้น
November 9th, 2009 at 14:26 น.
ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ได้เงินจริงครับ จากการสมัครค่าหัวคิวแต่ละคน 10 ดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งได้จากการโฆษณา แต่ผมไม่สนับสนุนให้ทำเพราะเป็นการหลอกเงินเป็นทอดๆ เหมือนกับเอาเงินคนนี้มาจ่ายอีกคนนึง โดยการได้เงินค่าเอาเงินทีละนิด ก็เหมือนกับแชร์ลูกโซ่ครับ มันเป็นการทำบาปครับ ซึ่งการที่เราจะได้เงินต้องหลอกคนอื่นสมัครอีกต่ออีกต่อ เราถึงจะได้เงิน และคนอื่นที่เป็นดาวไลท์เราต้องหลอกดาวไลท์ของเค้าสมัครเพื่อเสียเงินอีกต่ออีกต่อ
November 9th, 2009 at 16:38 น.
ลองทำ Adsense ผสมกับ Amazon ดูสิครับ ถึงผมยังเป็นมือใหม่ แต่ก็เริ่มทำเงินได้แล้วนะครับ
November 10th, 2009 at 18:49 น.
คนเรามีความโลภอยู่ในตัว
จึงถูกครอบงำโดยธุรกิจ MLM ได้ง่าย
เพียงคำว่า”อิสระ”"รวย”"สบาย”
แค่นี้ถ้าสติไม่มั่นคง ก็หลงกลกันง่ายๆและ
ไม่ต้องใช้จิตวิทยามากมายด้วย
November 14th, 2009 at 11:49 น.
ขอบคุณ Macroart ที่ให้ความรู้ และผมคิดถึงการฟังอาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า “แนวคิดการทำตลาดหุ้นเริ่มต้นมาจากโจรสลัดรวมหัวกับขุนนางที่เห็นแก่ตัว” อาจารย์ไม่ได้บอกว่าตลาดหุ้นไม่ดีนะครับ MLM หรือ GDI ก็เช่นกัน แนวคิดหรือการดึงดูดคน มาจากนิสัยที่เป็นรากของชีวิต ซึ่งทุกคนคงต้องมี มันทำให้เกิดระบบทุนนิยมครับระบบที่คนตกเป็นทาสอยู่ในวัฐจักรเหล่านี้ ถ้าดีจริงผมว่าธุรกิจพอเพียง หรือการมีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ เข้าใจการมีชีวิตที่ดีขึ้นจริงๆ
November 27th, 2009 at 13:32 น.
อ่านไม่หมดคับ ขอเม้นต์ก่อนละกัน
ธุรกิจทุึกอย่างล้วนดีทั้งนั้นแหละคับ
ไม่ต่อผู้บริโภคก็ดีต่อผู้ประกอบการ กรณีก็เช่นกันคับ
ธุรกิจนั้นไม่สนหรอกเรื่องดีชั่ว อะไรพรรณนั้นหรอกคับ
ขอให้ได้เิงินแล้วไม่ผิดกฎหมายก้อทำได้ทั้งนั้นแหละคับ
ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ล่าหรือใครเป็นเหยื่อ
ยกตัวอย่างเช่น
มีงูจงอางอยู่ ถ้าเราจับเป็นนำมารีดพิษขายหรือไม่ก้อนำมาโชว์หาเงินได้
แต่ถ้าเราจับไม่เป็น แล้วไปจับก้อถูกงูกัดตายก้อเ่ท่านั้น
ขึ้นอยู่กับเรา???????????????????????????????????
กรณี GDI ก้อเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณทำเป็นหรือไม่เท่านั้นคับ
คุณเก่งคุณก้อเป็นผู้ล่า คุณห่วยคุณก้อเป็นเหยื่อก้อเท่านั้น
November 29th, 2009 at 23:12 น.
เท่าที่อ่านมา เข้าใจว่า
1.สินค้าของGDIคือโดเมนและเว็บไซท์กึ่งสำเร็จรูป ราคา $10 / เดือน
2.ถ้าเข้ามาทำกับกลุ่มของเพื่อนๆข้างบน จะได้ความรู้ในการทำเว็บ และธุรกิจตัวนี้
3.สินค้าประเภทนี้ที่มีคุณภาพสูงกว่า GDI มีราคาถูกกว่าอย่างน้ิิอย 12 เท่า และบางอย่างพรี
4.ถ้าคุณบอกว่าคนทำ GDI ไม่ได้ทำเพราะสนใจสินค้าหรือคิดว่าสินค้าดี แปลว่าคุณกำลังขอเงิน $10/เดือน จากดาวน์ไลน์คุณ เพื่อที่คุณจะเอา $1 เข้ากระเป๋า $4 ให้อัพไลน์คุณและ $5 ให้ GDI แลกกับการที่ให้ ดาวน์ไลน์คุณมีโอกาสทำเช่นเดียวกับคุณ คือมีโอกาสไปขอ $10 ต่อไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ
5.แต่ถ้าคุณบอกว่าสินค้าดี คุ้มกับราคา $10 ที่เสียไป คุณจึงไปหาเพื่อนๆที่คิดว่าสินค้าดีมาจ่าย $10/เดือนร่วมกับคุณ เพื่อสินค้าตัวนี้ และถึงคุณจะหาเพื่อนได้ 10 คน ยังไงมันก็ต้องมีคนล่างสุดที่จ่าย $10 อยู่ดี “รายได้” ที่คุณได้ ก็มาจากเพื่อนๆของเพื่อนคุณที่จ่ายมาเพื่อสินค้านี้อีกทีอยู่ดี ไม่ใช่หาได้ 10 คนแล้วจะได้พรี ใช่ คุณได้พรี เพื่อนคุณก็จ่าย
ความคิดผม
= ข้อ 4 คือแชร์ลูกโซ่
= ข้อ 5 คุณเอาเปรียบเพื่อนๆ
= สินค้าคุณภาพต่ำ ราคาแพงมาก ผูกขาด $5 ให้ GDI
= อย่าบอกว่านี่ไม่ใช่งานขาย มันคืองานขาย domain และ website
= ให้ผมเข้าเว็บ .ws แค่ชื่อผมก็ไม่กดแล้ว
= ถ้าจะทำเพื่อความรู้ที่อัพไลน์จะให้ ผมว่า ศึกษาเองจากแหล่งต่างๆ ก็มีคนที่พร้อมจะช่วยคุณมากมาย ถ้าคิดว่าเค้าไม่ช่วยหรอกเพราะเค้าไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับคุณ อย่าดูถูกศักยภาพตัวเอง ศึกษาด้วยตัวเองจะได้อะไรมากกว่าความรู้ที่เป็นสิ่งที่ไม่ว่าอัพไลน์คนไหนก็ให้ไม่ได้
สุดท้าย คิดดู ว่าธุรกิจนี้มันยั่งยืนจริงหรือ
December 7th, 2009 at 1:21 น.
ผมอ่านความเห็นทุกคนแล้วปรากฏว่า เกือบทุกคนยกย่อง เจ้าตัว GDI นี้เหลือเกิน รวย ๆ กันทั้งนั้น ผมเคยเข้าอบรมหลายแห่งมีแต่แบบนี้แหละอวดร่ำอวดรวย แล้วมันจะมาอวดกันทำไม พอเอาเข้าจริงให้เราซื้อสินค้าทุกเดือน อีกแบบหนึ่ง ให้เข้าไปเคราะในเว็บ ได้คะแนนสะสมไปเรื่อย พอได้ประมาณ 5000-10000 คะแนน ปิดเว็บไปเฉย คนแนะนำก็ปิดมือถือไปด้วย ทำมาเป็นปีซวยชะมัด อีกแบบหนึ่งแนะนำให้เพื่อน ๆ สมัครหลาย ๆ คน แล้วจะให้ค่าตอบแทนต่อการสมัคร คนละ .75 บาท(เจ็ดสิืบห้าสตางค์) ทำนาน ๆ เข้า ก็หายไปทั้งเว็บและคนแนะนำ จำพวก MLM ก็เหมือนกัน บริษัท เขาจ่ายจริงแต่นายหน้าเอาไปกินซะหมด โอ้ย น่าจะมีเวรกรรมตามสนองบ้างนะ
ส่วนเรื่อง GDI ผมก็ว่าบริษัทเขาไม่หลอกเราแน่ แต่คนที่เป็นหัวหน้าแนะนำเรานี้แหละไม่ซื้อ ผมก็หวังว่าการเสียค่า
เช่าโดเมนเนม เดือนละ 330 บาท คงไม่สูญเปล่านะครับ ทั้งหมดที่เล่ามานี้คือความจริงทุกประการครับ
December 15th, 2009 at 0:03 น.
กำลังจะตัดสินใจทำธุรกิจGDIอยุ่พอดีเรย และอ่านแต่ละบทความ แต่ละความคิดเห็นของแต่ละคน สรุปว่า ไม่อยากเสี่ยง ไม่อยากเสียเงินไปฟรีๆ เพราะตอนนี้ยังแบมือขอเงินแม่อยุ่เรย ตอนแรกคิดว่าจะหารายได้เสริมสักหน่อย แต่คิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่า จะหารายได้เสริม หรือหาหนี้เพิ่มก้อไม่รุ้ เหอๆๆ…….ลงทุนแต่ละเดือนเยอะเกินไป ……..-*-
December 19th, 2009 at 0:32 น.
ตูว่าแล้ว เอาตัวเลขมาล่อ
2มือ+2teen ภูมิใจกว่าเยอะ..ชีวิตพอเพียง ไม่โลภ ก็มีความสุขได้แล้วววววว.
December 26th, 2009 at 23:04 น.
พอดีผมกำลังหาเงินทางเน็ตอยู่ทำมาได้เกือบเดือนแล้วและกะลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ GDI มาเจอกระทู้นี้ซึ่งตั้งกระทู้ตั้งแต่ปี2007 นี่ก็จะปี2010แล้วผมสงสัยว่าถ้ามันไม่ดี(ตามที่เจ้าของกระทู้ว่า)แล้วทำไม ธุรกิจ GDI ถึงยังอยู่มาจนถึงป่านนี้อ่าครับ เห็นคนทำที่เป็นคนไทยก็ยังมีค่อนข้างพอสมควร(ดูจากการเซิจหาข้อมูลและเข้าเว็บหาเงินออนไลน์หลายๆเว็บ) แถมยังมีหลายทีมอีก ทั้งยังมีทีมต่างชาติเข้ามาหาสมาชิกในไทยด้วย คือผมอยากให้อัฟเดทข้อมูลใหม่ๆให้หน่อยเพื่อประกอบการตัดสินใจของคนอื่นๆ(รวมทั้งผมแหละ)ที่คิดจะสมัคร เพราะเท่าที่ดูมามีอะไรเปลี่ยนไปหลายๆอย่างเลย เช่นการหาดาวน์ไลน์ไม่สุดที่5*5แล้วแต่หาได้ไม่มีลิมิต หรือเว็บ.ws ที่ได้มารู้สึกจะมีคุณภาพขึ้นและยังแถมอะไรหลายอย่าง ผมอยากจะรบกวนให้วิเคราะห็ถึงสถานะของ GDI ในปัจจุบันว่ามันน่าทำมากกว่าเดิมมั้ย ถ้าได้ก็จะดีมีประโยชน์แก่คนที่เข้ามาอ่านมากๆครับ
January 4th, 2010 at 14:05 น.
ผมอาจจะอ่านบทความนี้ช้าไปแล้ว(แต่วันนี้เข้ามาหาข้อมูลให้เพื่อนเครือข่ายผมน่ะครับ
และวันนี้ผมเชื่อว่าคนไทยหลาย ๆ คนก็คงเข้าใจกันดีแล้วครับว่า
Gdi,my world plus,ฯลฯ จนกระทั่งมาถึงวันนี้ กับ TVI
ทั้งหมดแล้วแต่เป็น..”มันนี่เกมส์” ทั้งสิ้นครับ
January 14th, 2010 at 22:53 น.
ขอบคุณเจ้าของกระทู้ค่ะ ได้ความรู้มาก ๆ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะตัดสินใจอย่างไร จะทำต่อ สมัครใหม่ หรือยกเลิก สำหรับตัวดิฉันเองไม่สมัครดีกว่าค่ะ
January 20th, 2010 at 0:09 น.
พี่ค๊ะ….หนูเพิ่งจะเริ่มทำgdiไม่เท่าไหร่นี้เองค่ะ
เพราะ.. หนูไม่รู้คะหารายได้เสริมที่ไหน
มีพี่คนสนิทบอกมาว่าgdiนี่แหละ สุดยอด
เลยลองทำดู
ใจหนึ่งก็กลัวโดนหลอก
แต่…ใจหนึ่งก็อยากทำ
เพราะสงสารพ่อแม่น้อง
ตอนเช้าหนูเรียน
ตอนเย็นก็ทำงานได้วันละ 100 บาท
ไม่พอค่าส่งน้องเรียนเลย
อยากรู้ว่า…มีงานไหนที่ไม่เสี่ยงหรือป่าวค๊ะ
March 1st, 2010 at 12:22 น.
กำลังจะทำ แต่ไม่รู้ว่ามันจะดีจริงหรือเปล่าในอนาคต
March 6th, 2010 at 22:01 น.
อีกอย่างหนึ่ง เกี่ยวกับการเปรียบเทียบ .com และ .ws
ควรเพิ่มสิ่งเหล่านี้ลงไปด้วยครับ
.com มีคนจดทะเบียน Active ประมาณ หนึ่งร้อยล้านชื่อ ถือเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ของชื่อทั้งหมด
.ws มีสวนแบ่งการตลาดไม่เกิน 3% อย่างนี้โอกาสจดทะเบียนชื่อดีๆ ใครดีกว่ากันครับ
.ws มี website hosting, email accounts, domain forwarding ถึงจะพื้นๆ ก็ยังให้มากกว่า .com
.ws มีการทำตลาด เป็นธุรกิจได้ แต่ .com ไม่มี
อย่างนี้ใครให้คุณค่ากับผู้บริโภคมากว่ากัน ราคาควรเท่ากันมั้ยครับ
March 18th, 2010 at 4:55 น.
ผมนั่งอ่านตั้งนาน ขอขอบคุณmacroart ที่ให้รายละเอียด ผมเห็นด้วยกับคุณครับ ที่จริงธุระกิจนี้แค่เป็นการหลอกคนอื่นมาจ่ายตังให้เรา ถึงdownline เราจะมีลูกค้าครบ 10คน เหมือนเรา ก็แค่หลอกคนต่อไปมาจ่ายตังอยู่ดี เหมือนการหลอกคนไปเรื่อยๆ ใครรอดจากการจ่ายตัง10$/เดือน ก็ต้องหลอกคนอื่นมาจ่ายแทนเรื่อยๆ ในอัตรา 1คนต่อ 10คน เลยนะครับ แล้วทางGDI ก็จะได้เงินจากคน11 คน( คนแรกกับคนตามอีก10คน) เป็นเงิน 55$/เดือน ในขณะที่เราแค่เท่าทุน หลอกกันไปเป็นลูกโซ่
ส่วนใครที่ทำ GDI แล้วประสบความสำเร็จก็ขอแสดงความยินดีด้วย แต่การสร้างกรรม ให้คนถัดไปมันไม่ดีนะครับ
เพราะคุณไม่ได้เน้นให้เกิดงานจากการขายสินค้าจริง จากการตั้งweb มุ่งแต่กินหัวคิว บาปนะครับ
March 21st, 2010 at 16:01 น.
พี่เค้าอุตส่าห์มาบอกเล่าให้ฟังก็ฟังๆหน่อยเถอะครับ เค้าไม่อยากให้คนไทยเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับธุรกิจนี้ ผมก็พอจะศึกษามาบ้าง คนที่คิดว่าจะลองทำดูเล่นๆ ไม่จริงจัง ผมว่าเอาตังก์มาทิ้งเปล่าๆ แล้วซักสองสามเดือนก็จะเลิกไปเองครับ เพราะมันไม่ได้เงินมาง่ายๆแน่นอน คนที่เค้าได้เงินจริงๆนั้น เค้าทุ่มเท(จริงๆ) และมีความสามารถด้วย ที่ธุรกิจแบบนี้มันอยู่ได้ก็เพราะคนที่ลองเข้ามาทำแล้วก็จ่ายเงินให้เขาไปเดือนสองเดือนแล้วก็ล้มเลิกความคิดนั่นแหละครับ จะเอาประเทศเราไปเปรียบกับต่างประเทศไม่ได้หรอก ใครไม่เชื่อพี่เค้าก็ลองทำดู ไม่เกินสามเดือน ผมว่าเลิกแน่นอน ^^
April 4th, 2010 at 19:28 น.
แล้วมีทางหารายได้ในเนต นอกจากGDI อีกมั้ยคะ
May 9th, 2010 at 2:40 น.
นับถือเจ้าของกระทู้มากๆเลยครับ
-มันเหมือนอตีดที่ผมเคยสอนน้องของผมเลยครับ ว่ามึงตาสว่างจาก MLM ได้แล้ว
-ผมเปิด blog ของคุณบอยแบบอ่านทุกกระทู้ มาหลายรอบแล้ว เพื่อหาไอเดียดีๆ มุมมองใหม่ๆ แต่ไม่เคยเปิดเจอกระทู้นี้เลย อาจเพราะว่าชื่อกระทู้ไม่มี keyword ที่น่าสนใจ วันนี้บังเอิญเปิดกระทู้นี้ ผมได้อ่านแล้วบอกได้ว่า กระทู้นี้มีคุณค่าต่อประเทศไทยกว่าบทความดีๆที่ ผมเคยอ่านซ้ำหลายๆรอบรวมกันเสียอีก
-คุณบอยเข้าใจ money game, risk and return เป็นอย่างดีครับขอนับถือครับ
-กระทู้นี้ทำให้เห็น DNA ของคุณบอยได้ดีจริงๆ
-รู้ไหมว่าผมเลือก follow คุณใน twitter เป็นคนแรกเลยครับ
-สุดท้ายขอให้คุณบอยรักษาความคิดดีๆ ชนะแรงเสียดทานต่างให้ได้นะครับ
หวังว่าผมจะได้มีโอกาสร่วมงานกับคุณบอยบ้างนะครับ
May 14th, 2010 at 16:41 น.
นี่ยังถกเถียงกันไม่เสร็จอีกหรอครับ เกือบ2ปีเต็มๆที่ถกเถียงกันไอ้เรื่องนี้เนี่ย-*-
July 24th, 2010 at 10:33 น.
อยากหาเงินผ่าน internet ไม่ต้องหาดาวไลน์ เยอะแยะครับ forex ก็ตัวนึงละ อยากจะบอกว่ามีกลุ่มคนไทย เก็งกำไร forex ไม่ต้องมาหาคน จ่ายเงินค่าสินค้า ก๊อกๆ แบบนี้ ก็มีเงินใช้เดือนละ หลักพันถึงหลักแสนแล้วครับ ใครหางานที่ทำบน internet อย่าเพิ่งคิดว่า gdi ดีที่สุดครับ (ทำมาแล้ว) มีเยอะ
August 12th, 2010 at 13:39 น.
ผมไม่ได้เข้าบล็อกตัวเองมาประมาณปีนึงครับ วันนี้มีเวลาเข้ามาดู มีคอมเมนต์สำหรับบทความนี้เยอะแยะเลย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นเดิมๆ ที่ได้ตอบไปแล้ว ผมก็เลยไม่ได้ approve ให้นะครับ อยากให้ลองกลับขึ้นไปอ่านอีกรอบดู
มีบางท่านทักมาว่าผมเขียนแบบไม่เป็นกลางหรือเปล่า ขอชี้แจงหน่อยครับว่าการเขียนแสดงความคิดเห็นนั้นย่อมไม่เป็นกลางอยู่แล้วครับ เพราะเป็นการแสดงทัศนะจากฝั่งของตัวเอง แทนที่ท่านจะมาชี้ว่าผมไม่เป็นกลาง ผมอคติ นู่น นี่ นั่น สู้ท่านเอาความจริงจากฝั่งของท่านมาแลกเปลี่ยนกันจะดีกว่าครับ
ความจริงหนึ่งที่ผู้ทำธุรกิจ GDI ส่งคอมเมนต์เข้ามาคือ GDI เป็นบริษัทที่เติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับที่ 37 ของโลก จากการจัดอันดับของนิตยสาร Inc. 500 ซึ่งนี่เป็นข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่ผู้ทำ GDI ไม่ได้บอกคือ GDI ติดอันดับเมื่อปีไหน? และปัจจุบันยังติดอันดับอยู่หรือเปล่า?
คำตอบก็คือ GDI ติดอันดับที่ 37 ในปี 2002 หรือเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมาครับ ( ข้อมูลจาก http://www.website.ws/about.dhtml?page=beginning ) ปัจจุบันถ้าลองเข้าไปค้นในเว็บของ Inc. 500 http://www.inc.com/inc5000/2009/index.html คุณจะไม่พบชื่อ GDI ติดใน 500 อันดับแรก หรือแม้แต่ 5,000 อันดับแรกครับ
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใด เพราะ Inc. 500 จัดอันดับจากอัตราการเติบโต หมายถึงถ้าปีแรกของธุรกิจมียอดแค่ $10,000 แต่ปีต่อมามียอดเพิ่มขึ้นเป็น $1,000,000 เท่ากับเติบโตสูงถึง 100 เท่า ก็มีโอกาสติดอันดับได้ไม่ยากครับ บริษัท MLM ที่สินค้าจับต้องได้หลายบริษัทก็เคยติดใน Inc. 500 ในช่วงแรกๆ ของการก่อตั้งธุรกิจ
อีกประเด็นที่คนทำ GDI ส่งเข้ามาคือเรื่องข้อได้เปรียบของ .ws เมื่อเทียบกับ .com เช่น คนจด .ws ยังน้อย ทำให้มีชื่อสวยๆ เหลืออีกมาก ตรงนี้ผมไม่รู้สึกว่าเป็นข้อได้เปรียบอะไรเลยนะ เพราะถ้าเว็บของคุณติด Google Analytics เพื่อวิเคราะห์แหล่งที่มาของคนเข้าเว็บ คุณจะพบว่าเว็บที่ไม่ได้มีแบรนด์ดังอย่าง Google, Facebook, Sanook, Kapook, Pantip จะมีแหล่งที่มาของคนเข้าเว็บจาก Search Engine เกินครึ่งของจำนวนการเข้าเว็บทั้งหมด
นั่นแปลว่า SEO สำคัญมาก และปัจจัยหนึ่งที่ SEO ให้ความสำคัญก็คือประเภทของโดเมนเนม ถ้าเป็นโดเมน TLD (Top Level Domain) อย่าง .com .net .org ถือว่ามีคะแนนดีกว่าโดเมนประเทศอย่าง .ws ครับ
ดังนั้นถ้าจะทำเว็บให้มีคนเข้าเยอะ ต้องโฟกัสไปที่ .com เป็นหลัก การจะหวังว่าคนได้ชื่อเว็บสั้นๆ ภายใต้ .ws จะช่วยให้คนอื่นจำชื่อเว็บคุณได้ และเข้าเว็บคุณง่าย ผมว่าควรจะเลิกคิดได้เลย เอาแค่ .ws ก็จำยากอ่านยากแล้วครับ (ดอท ดับเบิ้ลยู เอส) เมื่อเทียบกับ .com (ดอท คอม)
เอาง่ายๆ แค่ search คำว่า GDI ใน Google ประเทศไทย ที่ติดอันดับบนๆ ตอนนี้ก็คือบล็อกผม หรือไม่ก็กระทู้ใน Google Guru หรือเว็บของคนทำ GDI แต่ดันไปใช้ .com แทนที่จะใช้ .ws ซะงั้น เห็นมั้ยครับว่า .ws ไม่ได้มีอะไรคุ้มค่าให้จ่ายเงินเดือนละ $10 เลย
August 12th, 2010 at 13:51 น.
อีกเรื่องที่คนทำ GDI มักจะใช้ตรรกะแบบผิดพลาด (Fallacy) คือ ถ้าธุรกิจไม่ดีจริง คงไม่อยู่มาถึงป่านนี้หรอก
ธุรกิจค้ายาเสพย์ติด ค้าอาวุธสงคราม เป็นธุรกิจที่ดีหรือเปล่าครับ? ทำไมถึงยังมีอยู่จนถึงทุกวันนี้?
เพราะธุรกิจเหล่านี้มีสิ่งล่อใจคือเงิน เล่นกับความโลภของคน จนทำให้คนที่อยู่ในวงจรธุรกิจปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่สนใจเรื่องศีลธรรมความดีงามครับ
August 12th, 2010 at 23:34 น.
ต้องบอกว่าหลงเข้ามาในกระทู้นี้ถึงจะถูก ไม่เคยคิดจะทำ GDI เพราะมันเป็นอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองเลย แต่คุณ MacroArt สามารถเขียนกระทู้ได้ดึงดูดใจจริงๆค่ะ พออ่านจบแล้ว ก็ใช้เวลาอ่านความคิดเห็น และการตอบคำถาม รู้สึกว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับคนอีกมากทีเดียว นกเองจบวิทยาการจัดการมาค่ะ เข้าใจทุกเรื่องราวอย่างดี อยากให้คนที่คิดจะทำอ่านกระทู้และทุกๆความเห็นจากกระทู้นี้ให้ละเอียดจริงๆค่ะ ก็เลยมาโพสท์ต่อไว้ ยังไม่อยากให้กระทู้นี้ปิดไปค่ะ