GDI คืออะไร? GDI ใช่ธุรกิจที่ดีแน่หรือ?
เขียนโดย MacroArt เมื่อ October 22, 2007 – 23:45 น.ผมพิจารณาอยู่นานว่าจะเขียนบทความนี้ดีหรือเปล่า เพราะมีความเป็นไปได้ว่าอาจถูกเครือข่ายผู้ทำธุรกิจ GDI หรือ Global Domains International รังเกียจเอาได้ แต่คิดว่าจะขอวิเคราะห์อย่างเป็นกลางตามข้อมูลจริงที่ได้เห็น
ช่วงที่ผ่านมา ผมได้รับ e-mail เชิญชวนให้เข้าร่วมธุรกิจ GDI บ่อยมาก ครั้งแรกที่ได้เข้าไปอ่านข้อมูลของธุรกิจนี้รวมถึงดูวิดีโอคลิป ก็รู้สึกตื่นเต้นและอยากเข้าร่วมธุรกิจในทันที ผมตัดสินใจกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อจะดูข้อมูลของธุรกิจให้ลึกมากขึ้น แต่ยังไม่ตัดสินใจสมัครใช้บริการในทันที
ธุรกิจ GDI ขายโดเมนเนม .ws พร้อมกับบริการทำเว็บไซต์อย่างง่ายๆ ที่คุณทำเองได้เหมือนใช้ Microsoft Word โดยคิดค่าบริการเดือนละ $10 หรือปีละ $120
ค่าบริการ $10 ทาง GDI จะดึงไว้ $5 เป็นค่าสินค้า ส่วนอีก $5 เป็นค่าการตลาดที่จ่ายให้กับผู้ที่ทำการตลาดให้กับ GDI คุณจะได้รับค่าการตลาดนี้ก็ต่อเมื่อคุณสามารถเชิญชวนคนอื่นเข้ามาใช้บริการ GDI โดยคุณจะได้ค่าแนะนำ $1 ต่อหนึ่งคนที่หาเข้ามา นี่เป็นรายได้ในทางกว้าง ส่วนรายได้อีกทางคือทางลึก ถ้าคนที่คุณแนะนำเข้ามาสามารถไปชวนคนเพิ่มเข้ามาได้ เขาจะได้ $1 และคุณก็จะได้ $1 เช่นกัน ลงทางลึกได้ 5 ระดับ ถ้าเป็นชั้นที่ 6 คุณก็จะไม่ได้แล้ว
สรุปง่ายๆ ว่าถ้าคุณสมัครใช้บริการและจ่าย $10 ต่อเดือน ค่าการตลาด $5 จะถูกจ่ายให้กับอัพไลน์ที่ใกล้ตัวคุณ 5 ระดับชั้น รับไปคนละ $1 นั่นเอง
key success factor ของธุรกิจนี้ก็คือคุณจะต้องหาดาวน์ไลน์ให้ได้อย่างน้อย 10 คนภายในหนึ่งเดือน เพื่อที่คุณจะมีรายได้เข้ามาเท่ากับรายจ่าย $10 ที่ต้องจ่ายให้ GDI ถ้าเกิดคุณหาได้เพียงหนึ่งหรือสองคน มีโอกาสสูงครับที่คุณจะเลิกทำในเดือนที่สองหรือสาม
ในขณะเดียวกัน การมีดาวน์ไลน์ 10 คนนั้นยังไม่พอ คุณจะต้องช่วยให้ดาวน์ไลน์แต่ละคนสามารถหา 10 คนต่อไปได้ด้วย เพราะถ้าเขาหาไม่ได้ ผลมันก็จะสะท้อนกลับมาที่ตัวคุณได้เหมือนกัน
หลักการของธุรกิจ GDI ก็เหมือนกับธุรกิจเครือข่ายหรือ MLM ทั่วไป ซึ่งคนที่อยู่ในธุรกิจเครือข่ายก็จะบอกว่าแนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่ดี เพราะคุณจะต้องช่วยเหลือคนอื่นให้ประสบความสำเร็จ คุณถึงจะสำเร็จไปด้วย ขณะที่คนที่ไม่เคยเข้ามาในธุรกิจนี้ แต่เคยฟังๆ มา หรือเคยถูกเพื่อนตื๊อมาก่อน ก็อาจจะมีทัศนคติเชิงลบที่มองว่าเป็นธุรกิจกินแรงคนอื่น หรืออะไรก็ตาม
ผมจะไม่คอมเมนต์เรื่องแนวคิดการตลาดแบบนี้นะครับ รู้แต่ว่ายอดธุรกิจที่เกิดจากการตลาดเครือข่ายมีการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งที่ผมอยากเขียนถึงก็คือสินค้าของ GDI มีราคาแพงเมื่อเทียบกับสินค้าอื่นที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกัน แถมยังมีความสามารถที่ด้อยกว่าอีกด้วย
อย่างที่เกริ่นไปในตอนแรกก็คือสินค้าของ GDI ประกอบด้วยโดเมนเนม .ws และบริการเว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูปที่คุณทำได้เอง
ถ้าเราลองเทียบกับโดเมนเนม .com ซึ่งเป็นที่รู้จักและยอมรับกันทั่วโลก มีค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนอยู่ที่ปีละประมาณ $10
ส่วนบริการเว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูป ทุกวันนี้มีให้ใช้ฟรีแล้ว นั่นก็คือ Google Page Creator ซึ่งถ้าคุณใช้ Google Apps ก็สามารถสร้างเว็บแบบง่ายๆ ขึ้นมาภายใต้ชื่อโดเมนเนมของคุณได้ฟรีๆ
แปลว่า .com + Google Apps จะมีค่าใช้จ่ายปีละ $10 เทียบกับบริการของ GDI ที่มีค่าใช้จ่ายปีละ $120 ต่างกันถึง 12 เท่า!
เท่าที่ผมทราบมาจากการดูวิดีโอของ GDI บริการของ GDI ไม่สามารถทำเว็บไซต์แบบที่มีการติดต่อกับฐานข้อมูลได้ และให้พื้นที่ในการทำเว็บเพียง 10 หน้าเท่านั้น
ถ้าหากคุณไปเช่า web hosting ของต่างประเทศ เอาแบบที่ราคาถูกหน่อย ราคาเดือนละ $3.59 หรือปีละ $43 ก็สามารถติดต่อกับฐานข้อมูลได้ แถมยังให้พื้นที่มากถึง 5 GB
.com + web hosting ในราคาปีละ $53 ก็ยังถูกกว่า GDI มากกว่าเท่าตัว แถมยังมีความสามารถที่สูงกว่าอีกด้วย
นอกจากนี้ สินค้าของ GDI ยังเป็นสินค้าที่ไม่สามารถทำให้ผู้ใช้เกิด loyalty และต้องการซื้อซ้ำได้ ลองนึกดูว่าถ้าคุณไม่สามารถหาดาวน์ไลน์ได้ คุณก็คงไม่จำเป็นต้องใช้บริการของ GDI เลย เพราะคุณมีทางเลือกอื่นในราคาที่ถูกกว่า
บางคนแย้งว่า GDI มีลูกค้าอย่าง Google ด้วยนะ และยังเป็นลูกค้าที่ยั่งยืนของ GDI ด้วย คำตอบก็คือใช่ครับ เพราะเจ้าของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกก็ต้องจดโดเมนให้ครอบคลุมทุกนามสกุลเข้าไว้ นอกจากจะมี google.ws แล้ว ยังมี google.tv, google.info, google.to, google.am และอื่นๆ อีกมากมาย ในอนาคตอาจจะมี google.xxx ด้วยซ้ำ
คนธรรมดาอย่างเราคงไม่มีทางหาดาวน์ไลน์แบบ Google ได้หรอกครับ
ใครที่กำลังจะเข้าสู่ธุรกิจ GDI ก็ลองคิดดูดีๆ นะครับ เพราะมูลค่าของบริการที่คุณได้รับกลับมามันเทียบกับจำนวนเงินที่คุณจ่ายไปไม่ได้ ซึ่งอาจจะทำให้ธุรกิจนี้กลายเป็นการกินหัวคิวไป
Tags: google apps, network marketing
514 Responses to “GDI คืออะไร? GDI ใช่ธุรกิจที่ดีแน่หรือ?”
อ่านหมดทุกตัวอักษรเลยครับ
ขอบอกว่าสุดยอดจริง ๆ ให้ความรู้ได้ดีมาก ๆ ครับ
By shine on Oct 23, 2007
ถ้างั้นผมเข้าใจว่ามันคือ MLM แห่งโลกอินเตอร์เน็ทก็คงจะถูกแล้วมั้ยครับ
เพราะโดยเนื้อแท้มันก็คือการหาดาวน์ไลน์ เพียงแต่เปลี่ยนโปรดัคท์เป็น
เว็บไซท์เท่านั้นเอง
By หนึ่งในเทเลทับบี้ส์ on Oct 23, 2007
ใช่แล้วครับ เป็นธุรกิจที่ใช้การตลาดแบบ Multi Level Marketing หรืออีกชื่อคือ Network Marketing ครับ
By MacroArt on Oct 23, 2007
-*-
ดีดีไม่ดี ไม่รู้ แต่เป็นธุรกิจที่ผมไม่ชอบเอาเสียเลย
By CybErPunK on Oct 24, 2007
สงสัยจะได้ดู vdo เจ้าเดียวกัน
แต่ฉันดูแล้วปิดเลย
แนวคิดมันโอนะ…แต่โปรดักส์มันนี่สิ
By jetboat on Oct 26, 2007
อืม.. คนที่เข้ามาทำธุรกิจ GDI อะนะ จริงๆเขาก็ไม่ต้องการให้คนอื่นมาจด โดนเมน .ws แล้วได้ แต่เขาต้องการเงิน จากการชวนคนอื่นๆ โดยมีคนส่วนหนึ่งไม่สนใจว่า คนๆนั้นจะใช้ .ws หรือไม่ ด้วยซ้ำ
แล้วคุณยังพูดไม่หมดนะครับ
โบนัสของ GDI คือ “ถ้าเราสามารถหาลูกได้5คนใน1อาทิตย์ จะได้โบนัส 100$”
แล้วต้องใช้ DVD จำนวน 10 แผ่น ราคาสูงถึง [ประมาณ]5,000 บาท
ซึ่งในจุดนี้หลายๆคนไม่ทราบเพราะผู้เผยแพร่มักไม่บอก
แต่เมื่อสั่งซื้อ DVD นี้มาแล้วก็ไม่ต้องซื้ออีก
ในส่วนผมผมรับรองว่าคุ้มแน่ครับ ถ้าคุณตั้งใจทำ
คนที่คุณชวนควรเป็น เพื่อน คนสนิท
จะมีโอกาสชวนแล้วเขามาทำได้มากกว่า
ผม”ไม่”ใช่คนของ GDI นะครับ
ผมเห็นแล้วเข้ามาแสดงความคิดเห็น
ถ้าใครว่าไม่คุ้มต้องเสียเงินอีก 5,000
ก็อย่าทำเลยครับ
ใครมีเพื่อนน้อย
ก็อย่าทำเลยครับ
ผมมาพูดอย่างนี้เพื่อเตือน และแย้งข้อความของเจ้าของกระทู้
และ”ถ้า”คุณสามารถหาลูกได้เกิน 10 คน ในเดือนนั้นและเดือนต่อๆไป
คุณจะเหมือนไม่ต้องจ่ายเงินเดือนละ 10$
เพราะว่า คุณได้เงินจากลูกเดือนละ 1$ ต่อคน
10 คน ก็ 10$ ก็เหมือนไม่ต้องจ่ายของเดือนนั้น ถูกมั้ยครับ?
นอกจากโบนัสแล้ว[100$/สัปดาห์]
ถ้าคุณมีลูกถึง20-30คนแล้ว
สบายแล้วครับ
ถ้าคุณมีลูก20คน บวกลบกับค่าใช้จ่ายใน 1 เดือนที่ผมกล่าวไปข้างต้น
จะเหมือนกับคุณมีลูก10คน ไม่ต้องจ่าย
ถ้าเดือนนั้นคุณไม่ได้ทำโบนัสเลย
จะได้ 350 บาท
ผมขอ “ย้ำ” ว่า ถ้าคุณมีลูก20คน คุณจะได้เงินของลูก20คนไปเรื่อยๆ
(และต้องจ่ายเงินต่อเดือนด้วย)
คือ 10$(จ่าย) ได้ 20$(รับ)
จะได้ว่า
10$ (รับ)
คือ 350 บาท
แต่ถ้า 1 อาทิตย์ในเดือนนั้น คุณทำลูกได้ 5 คน จะได้รายได้ทั้งหมดคือ
3850 บาท ของเดือนนั้นครับ
สรุป
เงินที่ได้จากลูกคนละ 1$ จะได้ไปเรื่อยๆ
โบนัส จะได้เฉพาะอาทิตย์ที่คุณทำได้
ขอบคุณครับ
By pppp on Oct 28, 2007
> อืม.. คนที่เข้ามาทำธุรกิจ GDI อะนะ จริงๆเขาก็ไม่ต้องการให้คนอื่นมาจด โดนเมน .ws แล้วได้ แต่เขาต้องการเงิน จากการชวนคนอื่นๆ โดยมีคนส่วนหนึ่งไม่สนใจว่า คนๆนั้นจะใช้ .ws หรือไม่ ด้วยซ้ำ
ขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นประโยคนี้มาครับ ผมเองก็คิดเช่นนี้ แต่ในตอนแรกผมพยายามคิดว่าธุรกิจนี้มีสินค้าคือโดเมนเนม .ws เพื่อจะวิเคราะห์ให้ดูว่าสินค้านี้ไม่คุ้มค่าขนาดไหน
แต่ถ้าคนทำธุรกิจนี้ไม่ได้สนใจกับสินค้าเลยตามที่คุณวิเคราะห์มา แปลว่าธุรกิจนี้คือ “แชร์ลูกโซ่” ซึ่งเป็นธุรกิจผิดกฎหมายของประเทศไทยครับ ผมไม่แน่ใจว่าในทางกฎหมาย ผู้ที่โฆษณาชักชวนคนอื่นมาทำแชร์ลูกโซ่จะต้องได้รับโทษด้วยหรือเปล่า
แชร์ลูกโซ่คือการชักชวนคนอื่นมา บอกว่าถ้าคุณจ่ายเงินสมัครเข้ามาเท่านี้นะ (อาจจะสมัครครั้งเดียวก้อนใหญ่ หรือแบ่งจ่ายก้อนเล็กในทุกเดือน) แล้วคุณก็ไปชวนคนอื่นมาต่ออีกที คุณก็จะได้เปอร์เซ็นต์จากการชักชวน
แชร์ลูกโซ่ที่ผิดกฎหมายอาจจะมีสินค้าหรือไม่มีสินค้าก็ได้ ถ้าไม่มีสินค้าก็คือ money game แบบเพียวๆ แต่ถ้ามีสินค้าด้วย ก็มักจะมาในรูปแบบสินค้าคุณภาพต่ำแต่ราคาสูง หรือไม่ก็ชักชวนให้ซื้อสินค้าด้วยจำนวนเงินมากๆ ครั้งเดียวไปเลย
ส่วนสินค้าของ GDI ที่ผมได้วิเคราะห์ไปแล้วว่ามูลค่าของมันไม่ถึง $10 ต่อ “เดือน” แน่นอน เพราะคู่แข่งอย่าง .com ขายแค่ $10 ต่อ “ปี” โดยที่คุณภาพของสินค้าไม่ได้แตกต่างกันเลย แถมจะว่าไปแล้ว .com ยังเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกมากกว่าด้วย
ทีนี้ลองดูว่าธุรกิจเครือข่ายที่ถูกกฎหมายของไทยจะต้องเป็นอย่างไร?
ที่ถูกกฎหมายก็คือลูกค้า (หรือดาวน์ไลน์) ซื้อสินค้าไปใช้แล้วรู้สึกว่าสินค้ามีคุณภาพ มีการซื้อซ้ำ (ถึงแม้จะไม่ทำธุรกิจก็ตาม แต่ก็ยังซื้อใช้อย่างต่อเนื่อง) คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป ใครที่เคยเห็นราคาของสินค้าแอมเวย์หรือกิฟฟารีนก็จะรู้ว่าเป็นสินค้าที่มีราคาสูงเมื่อเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกันที่ขายตามห้าง แต่ก็เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เพราะผู้ทำธุรกิจสามารถพิสูจน์ได้ว่าตัวสินค้ามีคุณภาพเหนือกว่า (และเขาก็ควรได้รับค่าแรงในการอธิบายคุณภาพสินค้าเป็นส่วนต่างราคาขายปลีกกับราคาสมาชิก และ commission จากการสร้างองค์กร)
ใครที่ทำธุรกิจ GDI อยู่ ลองถามตัวเองดูสิครับว่าถ้าหาดาวน์ไลน์ไม่ได้เลยสักคน คุณจะยอมจ่ายเงินเดือนละ $10 ไปเรื่อยๆ มั้ย?
> ถ้าคุณมีลูกถึง20-30คนแล้ว สบายแล้วครับ
> ผมขอ “ย้ำ” ว่า ถ้าคุณมีลูก20คน คุณจะได้เงินของลูก20คนไปเรื่อยๆ
ไม่สบายครับ เพราะถ้าลูก 20-30 คน หาลูกของตัวเองต่อไปไม่ได้ สุดท้ายเขาจะเลิกจ่ายเงินเดือนละ $10 และคุณจะไม่ได้เงินของลูก 20 คนไปเรื่อยๆ แน่นอน อย่างที่บอกครับ ถึงแม้คุณหรือลูกของคุณจะไม่ทำธุรกิจแล้ว มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะรักษายอดเดือนละ $10 ต่อไป เพราะเขาไม่ได้คิดจะใช้สินค้าให้ตรงตามวัตถุประสงค์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เขาจ่ายเงินออกไปเพียงเพราะเคลิบเคลิ้มจากการดู DVD และวาดฝันว่าอนาคตของตัวเองจะมีเงินใช้โดยไม่ต้องทำงาน
มีคนที่มีอิสรภาพทางการเงินจากการทำ GDI มั้ย? คำตอบก็คือมี ถ้าถามต่อไปว่ากี่เปอร์เซ็นต์ล่ะ? ผมคาดว่าไม่ถึง 5% ครับ แล้วคนอีก 95% ได้รับประโยชน์อะไรจากการจ่ายเดือนละ $10 เพื่อแลกกับโดเมน .ws?
By MacroArt on Oct 28, 2007
ลองอ่านกระทู้นี้ดูหน่อยนะคะว่าจริงรึเปล่า อ่านแล้วมันก็เป็นไปได้นะ
By Thi on Oct 28, 2007
ผมก็มีอีเมล์ชวนให้มาสมัคร GDI ได้อ่านบทความของคุณทำให้ตาสว่างครับ เกือบหลวมตัวครับ ขอบคุณครับที่ได้อ่านบทความดี ๆ
By ไพศาล on Oct 30, 2007
ผมไม่รู้นะครับว่าใครจะเป็นอย่างไร แต่สำหรับตัวผมผมว่าโอเคและลูกทีมผมก็โอเคเช่นกัน และก็ยังมีคนที่ประสบความสำเร็จกับธุรกิจตัวนี้อีกหลายคนแล้ว เค้าก็ทำกันหลายประเทศ มันเป็นธุรกิจระยะยาวครับ ไม่มีงานไหนหรอกครับที่ไม่เจอปัญหาที่ไม่มีอุปสรรค ถ้าคุณคิดว่าปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ในจีดีไอเป็นปัญหาจนถึงกับว่ารับไม่ได้ คุณก็ไม่ต้องไปทำอะไรแล้วล่ะครับ อย่าลืมสิครับว่าในความเป็นจริงการทำงานทุกๆ อย่างย่อมมีปัญหาในการทำงานเสมอ งานอื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับจีดีไอ ผมว่าปัญหามันมากกว่าหลายเท่าครับ ลองคิดดูก็แล้วกันครับไปล่ะ
อยากให้คิดในอีกมุมนึงครับ ผมเป็นคนนึงที่ชอบธุรกิจนี้มาก
เออยังมีอีกอย่างนึงคือที่บอกว่าโดเมนอื่นถูกว่าและดีกว่า ขอถามนะครับว่าถ้าคุณต้องการทำธุรกิจแบบนี้แล้วไปจดโดเมอื่น เค้าจะให้เงินคุณป่าวครับ อย่าลืมครับว่าโดเมนอื่นทำธุรกิจแบบนี้ไม่ได้
ส่วนใครไม่ได้ต้องการทำธุรกิจก็ไม่ต้องสนเลยก็ได้ครับจีดีไออ่ะ
ส่วนเรื่องเมลล์ที่ใครต่อใครสแปมไปหาคุณ ขอบอกครับว่าไม่ใช่องค์กรที่ผมทำอยู่อย่างแน่นอน เพราะการสแปมทำให้ภาพพจของธุรกิจเสียหาย
By โจ้ on Oct 30, 2007
ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำ ในธุรกิจGDI แต่ข้อดีของธุรกิจเค้ามันก็มีอยู่
ลองทำความเข้าใจกันดูอีกหน่อยครับ
สิ่งที่คุณจะได้เมื่อจดโดเมน.ws คือ
1. ชื่อโดเมนเนม.ws จำนวนหนึ่งชื่อ ที่คุณเป็นเจ้าของมันตราบเท่าที่ยังจ่ายเงินค่าโดเมนเนม
ซึ่งคุณจะใช้มันทำประโยชน์อะไรก็แล้วแต่ ให้มันเกิดผลตอบแทนกลับมาซึ่งมันก็ไม่ต่างจาก โดเมนเนมอื่นๆที่มีขายอยู่ พอจดทะเบียนแล้วก็มานั่งหัวฟูทำเว็บอยู่คนเดียว มีความรู้หน่อยก็ทำเว็บออกมาสวยแต่ให้ผลตอบแทนได้หรือเปล่าก็ยังไม่แน่ ถ้าไม่ค่อยรู้อะไรก็ต้องหาความรู้มาทำเว็บ ถ้ารู้จักคนที่เก่ง เขาก็สอนให้คุณนิดหน่อย แต่จะให้วิชาทั้งหมดก็อย่าหวัง เพราะเขาไม่มีส่วนได้เสียกับคุณ แล้วจะมัวมาเสียเวลากับคุณอยู่ทำไม แล้วพอคุณเก่งขึ้นก็จะกลายมาเป็นคู่แข่งอีก แต่สิ่งที่ทำให้GDIแตกต่างคือการมี Upline ครับ ซึ่งเขาจะสอนคุณทุกอย่างที่คุณอยากรู้ในการทำงานและการทำการตลาด ซึ่งทุกๆธุรกิจก็จำเป็นต้องใช้ความรู้และเทคนิคเหล่านี้ แต่ไม่มีใครให้กันฟรีหลอกครับ เช่น
- ใครๆก็รู้ว่าอยากให้เว็บดังต้องทำ SEO ก็มีหนังสือบอกวิธีทำ ทำตามหนังสือบอกไว้แล้วเห็นผลมั๊ย มันมีเทคนิคอย่างอื่นอีกครับ ลองใช้ google ค้นหาคำว่า รายได้พิเศษ, รายได้เสริม จะเห็นผมอยู่ 1 ใน 5 (www.—.ws)
- เว็บนี้ทำ google adsense แล้วโฆษณาไม่ขึ้น หรือขึ้นแต่ไม่ตรงความต้องการจะแก้อย่างไร
ถ้าคุณใช้โดเมนเนม.ws เป็นทีมงานเดียวกัน ผมก็จะบอกเทคนิคเหล่านี้ให้คุณ คำแนะนำแบบนี้โดเมนเนมอื่นให้คุณได้มั๊ย คุณค่าของโดเมนเนม.ws คือการจดทะเบียนโดเมนเนม.ws ที่มาพร้อมกับบริการให้คำปรึกษาการทำธุรกิจออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยค่าใช้จ่าย 10$ ต่อเดือน ราคานี้มีที่ใหนจะทำให้คุณได้อีก
2. สิทธิการได้เป็นตัวแทนรับจดทะเบียนโดเมนเนม.ws
มันมีประโยชน์มากๆในทุกวันนี้มีคนใช้เน็ตกันเยอะ และก็อยากใช้เน็ตในการหารายได้ พอคิดได้อย่างนี้ก็ต้องจดโดเมนเนม แล้วก็มานั่งหัวฟูทำเว็บ แล้วก็มาติดปัญหาการทำงานและการทำตลาด ปัญหาเดิมๆที่เกิดกับคนมาใหม่ ก็ตรงนี้ไงครับที่GDI ตอบสนองความต้องการให้คนเหล่านี้ได้คือ การจดทะเบียนโดเมนเนม.ws ที่มาพร้อมกับบริการให้ปรึกษาการทำธุรกิจออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยค่าใช้จ่าย 10$ ต่อเดือน จะเห็นได้ว่าคนเป็น Upline ก็ได้ประโยชน์ คนมาใหม่ก็ได้ในสิ่งเขาต้องการ หากเห็นว่าบริการดี เขาจะชวนเพื่อนให้มาเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ในเรื่องที่เพื่อนสนใจ โดยที่เขาและเพื่อนก็ยังมี Upline บริการให้คำปรึกษาการทำธุรกิจออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ นี่คือจุดแข็งของGDI
การหาเงิน จากเน็ตไม่จำเป็นต้องใช้โฮสติ้งคุณภาพสูงเสมอไป ลองดูที่ http://www.—.ws จากที่นี่ที่เดียวก็ทำรายได้เสริมให้ผมเดือนละ 200$-300$ ต่อเดือนแล้ว ก็อย่างที่ผมบอกครับ ทำเว็บคนเดียวก็หัวฟู ถ้าทำแบบมีครูก็ไม่ต้องเสียรู้ให้ใคร
จะทำธุรกิจGDI ก็ต้องเลือก Upline หน่อยครับ ว่าคนใหนมีความรู้พอจะให้คำปรึกษาการทำธุรกิจกับคุณได้ แก้ปัญหาข้อข้องใจให้คุณได้แค่ใหน คนที่มีความรู้น้อยก็ต้องหาความรู้เพิ่มเติม
By pick on Oct 30, 2007
ตอบคุณโจ้
ผมขออนุญาตตัดข้อความของคุณโจ้บางส่วนออก เนื่องจากเป็นการพาดพิงถึงผมในจุดที่ไม่ใช่สาระของบทความนี้นะครับ เหลือไว้เฉพาะประเด็นสำคัญที่คุณโจ้ต้องการสื่อสาร
ผมขอตอบคุณโจ้ในประเด็นเรื่องโดเมนอื่นถูกกว่า แต่เค้าไม่ให้เงินเรา (คำพูดแบบนี้ก็นำมาจากธุรกิจเครือข่ายในโลก offline อย่างแอมเวย์หรือกิฟฟารีนอีกที) ในความเป็นจริงแล้ว เว็บไซต์รับจดโดเมนจำนวนมากในโลกนี้พร้อมที่จะให้เงินคุณโดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินเดือนละ $10 ด้วยครับ เพียงแค่คุณทำ Affiliate Marketing หรือช่วยหาลูกค้าให้เขา
ผมขอยกตัวอย่าง GoDaddy ซึ่งเป็นผู้รับจดโดเมนยักษ์ใหญ่ของโลก และยังเป็น partner กับ Google จริงๆ (Google หาลูกค้าให้กับ GoDaddy ด้วยการรับจดโดเมนผ่านบริการ Google Apps) GoDaddy มีการจ่าย commission ให้กับผู้ทำการตลาด 20% ของยอดขาย ซึ่งอาจจะดูไม่มากนักถ้าเทียบกับราคาโดเมนเนมที่ไม่ถึง $10 ต่อปี คุณอาจจะได้รับ commission แค่เหรียญกว่าๆ แต่ถ้าลูกค้าที่คุณหามาเกิดตัดสินใจใช้ web hosting ที่ราคาสูงที่สุดของ GoDaddy คุณก็จะได้รับ commission สูงถึง $105 ต่อหนึ่งรายการเลยครับ
ที่สำคัญคือเงิน commission ที่ได้รับ มาจากการขายของให้กับผู้ที่ต้องการใช้สินค้าจริงๆ ต้องการโดเมน ต้องการพื้นที่ทำเว็บที่มีคุณภาพสูงในราคาประหยัด ไม่ได้มาจากการชักชวนให้คนอื่นจ่ายเดือนละ $10 แล้ววาดฝันว่าเขาจะมีธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ ได้เงินคืนกลับมาเป็นกอบเป็นกำ
ส่วนเรื่องที่คุณโจ้และองค์กรไม่เคยส่ง spam mail ไปหาใคร นั่นก็เป็นเรื่องที่น่าชมเชยที่ไม่ใช้วิธีรบกวนคนอื่นครับ ต้องบอกไว้เลยครับว่าการส่ง spam mail เป็นเรื่องผิดกฎหมาย พรบ.คอมพิวเตอร์
By MacroArt on Oct 30, 2007
ตอบคุณ pick
ผมขออนุญาตตัดเนื้อหาส่วนที่คุณ pick โฆษณาเว็บตัวเองออกนะครับ
ผมชอบข้อความนี้ของคุณ pick
“คุณค่าของโดเมนเนม.ws คือการจดทะเบียนโดเมนเนม.ws ที่มาพร้อมกับบริการให้คำปรึกษาการทำธุรกิจออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยค่าใช้จ่าย 10$ ต่อเดือน ราคานี้มีที่ใหนจะทำให้คุณได้อีก”
นี่เป็นประเด็นที่ผมมองข้ามไป ดังนั้นถ้าใครอยากเรียนรู้เรื่อง SEO อยากรู้เรื่อง Google AdSense สามารถลงทะเบียนเรียนกับคุณ pick ได้ในราคาเพียงเดือนละ $10 (แต่คุณ pick ได้รับจริงๆ เพียง $1) คุณ pick ก็จะถ่ายทอดวิชาให้หมด โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องไปหาดาวน์ไลน์ต่อก็ได้ครับ ขอความรู้จากคุณ pick สักเดือนเดียว ผมว่าได้อะไรเยอะแน่ๆ
ส่วนเว็บไซต์เกี่ยวกับดนตรีที่คุณ pick โพสต์ในข้อ 2 ผมลองเข้าไปดูแล้วครับ และผมเกิดคำถามขึ้นว่า เว็บนี้สร้างคุณค่าอะไรให้กับสังคมออนไลน์?
สิ่งที่เว็บนี้ทำก็คือรวบรวมคีย์เวิร์ดสำคัญๆ ที่เกี่ยวกับดนตรี เพลง mp3 เอาไว้ และมีคอนเทนต์ที่มีคีย์เวิร์ดเหล่านี้อยู่บ้าง (ไม่แน่ใจว่าไป copy คอนเทนต์จากเว็บอื่นอีกทีหรือเปล่า) ซึ่งเป็นการทำ SEO และมีโฆษณา Google AdSense ติดอยู่ เมื่อมีคน search หาข้อมูลเกี่ยวกับเพลง ก็จะพบกับเว็บของคุณ pick แต่เมื่อเข้ามาแล้วจะไม่พบสิ่งที่เขาต้องการ เขาก็จะคลิกโฆษณาเพื่อไปเว็บอื่นต่อไป จึงไม่น่าแปลกเลยครับที่คุณ pick จะได้รับรายได้เดือนละ $200 - $300
แต่ทำไมคนที่ search หาเพลงจะต้องเสียเวลาคลิกเข้ามาที่เว็บของคุณ pick ด้วยล่ะครับ? เขาได้รับประโยชน์อะไรจากเว็บบ้าง? ถ้าไม่มีเว็บนี้อยู่ บางทีเว็บที่มีสิ่งที่ผู้ search ต้องการจริงๆ อาจจะถูกเลื่อนอันดับขึ้นมาอยู่ด้านบนก็ได้ และเขาก็ไม่ต้องเสียเวลาคลิกไปพบกับเว็บที่เขาไม่ต้องการครับ
By MacroArt on Oct 30, 2007
ผมเป็นคนนึงที่พึ่งเริ่มทำธุรกิจ GDI ได้ไม่นาน แต่พอผมได้เข้ามาทำแล้วผมไม่เคยรู้สึกเลยว่า upline มาเอาเปรียบเรา ทุกวันนี้ upline ผมนำเงินที่ได้จาก GDI เกือบทั้งหมดมาลงโฆษณาให้กับลูกทีมซึ่งผมรู้สึกว่าผมโชคดีจริงๆที่ได้มาอยู่ทีมนี้ upline ช่วยให้ผมเติบโตในธุรกิจ และคอยให้คำแนะนำต่างๆ เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่านี่คือการกินหัวคิวกัน คำๆนี้ผมไม่เคยรู้สึกหรือมีอยู่ในหัวเลย
ส่วนประเด็นที่เจ้าของกระทู้พยายามพูดถึงตัวสินค้าซึ่งคือ .ws ให้เหมือนจะเป็นกลางนั้น คุณอย่าลืมสิว่าเราคือกลุ่มที่นำ .ws มาสร้างธุรกิจ ซึ่งบางคนอาจจะไม่ได้ใช้ .ws จริงๆ (เพราะหัวใจหลักธุรกิจของ .ws คือการสร้างธุรกิจ)ดังนั้นคุณควรจะมาพูดเกี่ยวกับแผนการตลาดของเราซะมากกว่า ว่าเด่นด้อยกว่าธุรกิจตัวอื่นๆอย่างไร ในโลกธุรกิจ
สุดท้าย - Upline ผมอดหลับอดนอน ต้องทำงานประจำ และเสียสระเงินที่ได้จาก GDI มาลงให้คนในทีม คุณจะมาว่าเราว่าเป็นธุรกิจกินหัวคิวกันนั้น ผมขอค้าน !!
By Pun on Oct 30, 2007
ตอบคุณ Pun
ด้วยธรรมชาติของธุรกิจ Network Marketing คนเป็นอัพไลน์ไม่สามารถเอาเปรียบคนเป็นดาวน์ไลน์ได้หรอกครับ เพราะถ้าอัพไลน์ไม่ช่วยดาวน์ไลน์ ดาวน์ไลน์ก็จะย้ายสายงานครับ
คนที่ทำธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่อื่นๆ ก็ไม่มีใครคิดว่าตัวเองถูกกินหัวคิวหรอกครับ เพราะอัพไลน์จะพยายามสร้างสายสัมพันธ์อันดี และโมติเวทให้เห็นถึงความฝันที่จะได้เงินจำนวนมากในอนาคต คอยให้กำลังใจเพื่อจะได้มุ่งมั่นทำธุรกิจต่อไป (และจ่ายเดือนละ $10 ต่อไป รวมถึงออกแรงหาดาวน์ไลน์ต่อไปด้วย)
ที่คุณ Pun แนะนำให้ผมเขียนถึงจุดเด่นจุดด้อยของแผนการตลาดแบบนี้ งั้นผมเขียนตรงนี้เลยนะครับ
จุดเด่น
- ธุรกิจที่ใช้การตลาดแบบนี้จะมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะเกิดมาจากพลังทวีคูณ และแน่นอนว่าเงิน $5 ต่อหนึ่งคนจะไหลสู่บริษัท GDI อย่างรวดเร็วด้วย (GDI ได้มากถึงปีละ $60 ต่อหนึ่งโดเมน เมื่อเทียบกับ GoDaddy ที่ได้เพียงปีละ $10 ทั้งที่ตัวสินค้าไม่แตกต่างกันเลย)
- ลูกค้าของธุรกิจนี้มีความจงรักภักดีต่อบริษัทสูงมาก จะคอยออกมาปกป้องแก้ต่างให้กับบริษัทตลอด (ดังที่เห็นได้ที่เว็บนี้เลย)
- ธุรกิจนี้ช่วยให้หลายคนร่ำรวยขึ้นมาได้จริง
จุดด้อย
- แผนการตลาดแบบนี้จะถูกโจมตีอยู่ตลอดเวลา ถ้าหากตัวสินค้าไม่คุ้มค่าจริง (ถึงแม้ว่าสินค้าจะคุ้มค่า แต่แผนการตลาดแบบนี้ก็ยังถูกโจมตีอยู่เรื่อยๆ เช่นกัน ดูอย่างแอมเวย์หรือกิฟฟารีน ก็จะมีคนที่ไม่ชอบและคอยโจมตีตลอด)
- คนที่ไม่เข้าใจวิธีทำธุรกิจ จะสร้างความเสียหายให้กับส่วนรวมได้ง่ายมาก อย่างเช่นคนที่ส่ง spam mail นอกจากจะสร้างความรำคาญให้แก่ผู้รับแล้ว ยังส่งผลให้ภาพพจน์ของธุรกิจเสียหาย ส่งผลกระทบต่อผู้ทำธุรกิจคนอื่นๆ ที่ใช้วิธีการที่ถูกต้อง
- ถึงแม้ธุรกิจนี้จะช่วยให้คนร่ำรวยได้จริง แต่ก็มีคนเป็นจำนวนมากที่เสียเงินฟรีแล้วไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ เพียงแต่ว่าเงินจำนวนเล็กน้อยเพียง $10 ทำให้คนที่ไม่สำเร็จไม่อยากเสียเวลาออกมาป่าวประกาศอะไร ลองถ้าต้องจ่ายเงินเกือบแสนแบบที่ธุรกิจเครือข่ายบางรายทำสิครับ รับรองว่าโดนด่าเละแน่
- ทัศนคติของดาวน์ไลน์คือจุดอ่อนที่สุดของการตลาดแบบนี้ วันใดที่ดาวน์ไลน์เริ่มรู้สึกอยู่ในใจลึกๆ ว่ามันไม่คุ้มค่าที่เขาจะอยู่ในธุรกิจนี้ต่อไป เขาก็จะเลิกทำ และถ้าคนเลิกทำมีจำนวนมากขึ้นในระดับหนึ่ง มันจะกลายเป็นโรคติดต่อ ถ้าหากอัพไลน์ไม่ฉีดวัคซีนดาวน์ไลน์ให้ดี องค์กรของอัพไลน์ก็จะล่มครับ
By MacroArt on Oct 30, 2007
ถ้าใครที่เคยทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อนคุณจะเข้าใจว่าการลงทุนเพื่อให้ตนเองดำเนินธุรกิจได้และช่วยเหลือคนในองค์กรของคุณต้องทุ่มเทเป็นอย่างมาก ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่ดีมันจะเป็นเครื่องผ่อนแรงคุณในอนาคต แต่มันก็ขึ้นอยู่กับความขยันของคุณด้วย มันจะไม่เห็นผลเร็วนักแต่จะค่อยเป็นค่อยไป ตัวเราเองก็เคยทำมาก่อน เป็นของบริษัทชั้นนำระดับโลกแห่งหนึ่งที่สินค้าและแผนการตลาดดีมากๆ ข้อมูลสนับสนุนเพียบ ลงทุนมากกว่า GDI หลายเท่า เรายังไม่ใช่คนที่ทำ GDI แต่กำลังหาข้อมูลอยู่และเข้าใจระบบธุรกิจเครือข่ายเป็นอย่างดี แผนของ GDI ไม่ซับซ้อนถ้าคุณคิดว่ามันเป็นธุรกิจคุณก็จะทำมันได้ แต่ถ้าคุณคิดว่าจะใช้เวปไปทำยังอื่นมันไม่คุ้มแน่นอน การทำธุรกิจเครือข่ายถูกโจมตีเสมอไม่ว่าที่ใด ใหญ่แค่ไหนก็โดนหมดเพราะถ้าคุณไม่เข้าใจมันจริงๆ คุณจะไม่ชอบมันและบางทีพาลจะทำให้เกลียดด้วยซ้ำเพราะถ้าคุณบริหารเครื่อข่ายหรือธุรกิจของคุณไม่ดีคุณก็มีสิทธิเสียหายได้มากเช่นกัน แต่ถ้าคุณเข้าใจแผนและวิธีการเป็นอย่างดี พยายามศึกษาข้อมูลให้มากที่สุด และวางแผนอย่างค่อยเป็นค่อยไป คุณจะเป็นอิสระได้ในเวลาไม่นานมาก ไม่ต้องทนทำงานประจำไปจนเกษียรด้วย
By Thi on Oct 31, 2007
เกิดคำถามขึ้นมาค่ะ
ดิฉันเคยสนใจธุรกิจ MLM เชื่อว่าถ้าฝืนใจเชื่อตามไป ก็จะสร้างรายได้ที่ดีกว่างานประจำ
แต่เมื่อเข้าประชุม และพบระบบการชักชวนให้เชื่อในสิ่งเดียวกัน
โดยมีคำว่า “รวย” และ “สำเร็จ” อยู่แทบทุกประโยค
ดิฉันมองไปรอบข้าง รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในวันสำคัญทางศาสนาแห่งการ “รวย” และ “สำเร็จ”
ดิฉันจึงตัดสินใจก้าวถอยหลัีงออกมา เพราะไม่สามารถเชื่อตามนั้นได้
ไม่ใช่ไม่เชื่อว่าจะรวยได้นะคะ แต่เพราะคิดว่าคนเราน่าจะมีความหมายในการเกิดมา ที่มากกว่า รวย และ สำเร็จ (ยกตัวอย่างคนที่รวยและสำเร็จท่านหนึ่งซึ่งไม่สามารถกลับบ้านเกิดตัวเองได้)
ดังนั้นดิฉันจึงค้นหาความหมายนั้นด้วยการใช้ชีวิตปกติธรรมดาต่อไป
เรื่องของระบบ MLM ยี่ห้อใหม่เข้ามาในชีวิตเป็นระยะๆ ซึ่งดิฉันดูตามความเหมาะสม .. อันไหนที่ดีก็ซื้อมาใช้ มารับประทาน
จนกระทั้งได้พบกับ GDI
จริงๆ ลบสแปมเมลแบบนี้ทิ้งไปโดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 10-20 ฉบับได้มั้ง
ไหนๆ ก็ไหนๆ เข้าไปสักหน่อยค่อยลบ แต่วันนี้เห็นประโยค “ทีมงานใช้เวลา 3 วัน 3 คืน แปลและรวบรวมข้อมูลลงมาเหลือ 2 หน้า ให้กระชับ และรวบรัดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่ื่อไม่เป็นการรบกวนเวลามากเกินไป” ดังนั้นดิฉันจึงเข้าไปอ่าน
พบกับตัวอย่างแนะนำว่าจะมีผลตอบแทนอย่างไร ตัวอย่างบัญชีของผู้ที่ได้รับเงินผ่านเพพาล และตัวอย่างสเตทเมนเพพาล
รู้สึกว่าน่าสนใจมากค่ะ .. อยากรู้เหลือเกินว่าตกลงมันขายอะไรกันแน่
สาธยายเรื่องรายได้มาหลายต่อหลายหน้า สินค้าคืออะไรกัน
ซึ่ง.. ดิฉันมาเข้าใจตอนที่เข้ามาค้นหาคำว่า GDI จากคนที่ไม่ได้ชักชวน ว่ามันคือโดเมนที่ไปใช้ทำอะไรได้
ดิฉันคงเบาปัญญาเกินกว่าที่จะเข้าใจจากคุณๆ ที่ชักชวนว่าสินค้าคืออะไรกันแน่
และ .. ถ้าหากเป็นโดเมน ดิฉันเข้าใจว่า น่าจะเหมือนๆ กับโดเมนที่มีนามสกุลอื่นๆ
เมื่อเป็นโดเมนสกุลใหม่ .. ก็น่าสนใจอยู่ แล้วข้อดีจากโดเมนตระกูลนี้ เมื่อเทียบกับตระกูลอื่นๆ ล่ะ ..
..
ถ้าหากว่าสินค้าหลักไม่ใช่โดเมนที่มีคุณภาพ เพียงพอจะไปใช้ในเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาจริงๆ
ไม่ใช่เว็บไซท์ขยะ ที่ไม่มีความหมายอะไรทั้งสิ้น ดิฉันสนใจแน่ค่ะ
แต่ถ้าเป็นการสร้างโดเมน ที่ไม่ไ้ดมีเนื้อหาจริงๆ (หมายถึงเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ได้สักเรื่อง หรือถ้าเป็นของธุรกิจ ก็น่าจะมีสินค้าจริงๆ หรือบอกว่าเขาทำอะไร ไม่ใช่บอกให้เข้ามาสมัครจดโดเมนและชักชวนต่อๆกันไป)
ถ้าในฐานะของระบบเครือข่าย สิ่งที่ดิฉันสงสัยตลอดมาคือ
1. ธุรกิจเครือข่ายมักใช้คำว่า “อิสระ” เข้ามาดึงดูดใจ แน่นอนว่าเราไม่ได้ต้องทำงานในองค์กรต่างๆ จนเกษียณ แต่การที่ต้องคอยดูแลและ่ช่วยเหลือดาวไลน์ นั่นไม่ใช่งานหรือคะ
เราจำกัดความของคำว่า “งานประจำ” แค่่ว่าเข้าเช้าออกเย็น รับเงินเดือน
มองอีกแง่ งาน “อิสระ” แบบนี้ มันก็คืองานทีึ่ไม่มีอิสระได้เหมือนกัน
2. มันจะมีการถึงจุดอิ่มตัวหรือไม่ .. ถึงเวลานั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป
คนสมัครแอมเวย์เมื่อสิบกว่าปีก่อน กับทุกวันนี้ มีโอกาสเท่ากันหรือไม่
ถ้าในเมื่อใครๆก็เป็นสมาชิก พอมันขยายจนไม่รู้จะขยายยังไงแล้ว
จะเป็นอย่างไรต่อคะ
3. การดึงดูดใจถึงการทำงานที่ไม่ใช่งาน “งาน” ของแต่ละคนควรสะท้อนตัวตนของคนๆนั้น หรือเป็นสิ่งที่ชำนาญ จะอะไรก็ตาม แต่เมื่อเราเชื่อว่า ทำธุรกิจ “อิสระ” ดีกว่า จะได้มีรายได้งามๆ โดยไม่ต้องเหนื่อย เมื่อนั้น คำว่า “งาน” จะมีความหมายอะไรอีกนะ
4. งานแบบนี้นอกจากคนที่รักการชักชวน (ดิฉันขอเลี่ยงคำว่าขาย เพราะเขาบอกว่าไม่ใช่งานขาย) เป็นชีวิตจิตใจ ยังอาจเหมาะกับคนที่เบื่อหน่ายงานประจำเต็มที .. ดูเหมือนทุกวันนี้มีคนที่ไม่มีความสุขและไม่พอใจกับ “การงาน” ของตัวเองมากมายเต็มไปหมด
สรุปค่ะ .. ยุคนี้ระบบเครือข่ายถึงกับขาย “สิ่งที่ไม่มีอะไรเลย” ให้เป็นสินค้าขึ้นมาได้ สุดยอดเหลือเกินค่ะ
ขอให้ไม่สร้างขยะให้กับโลกออนไลน์มากจนเกินไปนะคะ
ยกตัวอย่างแค่ในเมลของดิฉัน เมลประเภทนี้ มากกว่าเมลที่ถูกฟอร์เวิร์ดสองเท่าได้
เมลที่ถูกฟอเวิร์ด หลังจากคัดกรองข้อมูลที่ควรส่งต่อให้คนอื่นได้ประโยชน์ ก็เหลือแค่ประมาณ 10%
ส่วนเมลที่มีเนื้อหาจริงๆนั้น มีอยู่สัปดาห์ละไม่กี่ฉบับ ส่วนใหญ่เป็นการส่งข้อมูลในเรื่องงาน
และเมลที่คนเราเขียนหากัน .. แทบไม่มีเลยค่ะ
จะมีวันที่ขยะล้นโลกออนไลน์ จนทุกอย่างเกิดอาการหยุดชะงักขึ้นมาบ้างมั้ย
By อริส on Nov 1, 2007
เห็นด้วยกับคุณอริสหมดเลยครับ และอยากจะเสริมในข้อ 2 เพิ่มหน่อย
อย่างที่เรารู้กันว่าตลาดของแอมเวย์ในไทยผ่านมา 20 ปี ปัจจุบันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว การขยายเครือข่ายทำได้ยากมาก จะชวนใครก็มีแต่คนปฏิเสธ เรียกได้ว่า success rate ของการชวนคนอยู่ในระดับต่ำมาก
แต่ที่น่าสนใจก็คือยอดขายของแอมเวย์กลับเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนเฉียดๆ ปีละหมื่นล้านบาทได้ นั่นเป็นเพราะว่าผู้ที่เข้าไปทำธุรกิจในช่วงหลังจะต้องเน้นงานขายเป็นหลัก ส่วนใครที่ถอดใจไปจากธุรกิจ แต่เขาก็ยังบริโภคสินค้าแอมเวย์อยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับการปลูกฝังให้มีความรักในตัวสินค้า และปลูกฝังเรื่องคุณภาพของสินค้าที่เหนือกว่าสินค้ายี่ห้ออื่นๆ ตามท้องตลาด
คำถามก็คือว่า ถ้าวันหนึ่งตลาดของ GDI เต็ม (ซึ่งมันต้องเร็วกว่า 20 ปีของแอมเวย์แน่นอน เพราะใช้การขยายทางอินเทอร์เน็ต) คนที่เข้าสู่ธุรกิจในช่วงอิ่มตัวจะทำอย่างไร? จะปลูกฝังให้เขาใช้โดเมน .ws ไปเรื่อยๆ ได้อย่างไร?
มันก็เลยวนกลับมาที่ตัวสินค้านี่แหละครับ คนที่ทำธุรกิจ GDI อยู่ก็อาจจะบอกว่าให้ดูแผนการตลาดของบริษัทสิว่าดีขนาดไหน แต่อย่าลืมนะครับว่าส่วนผสมการตลาด 4P ตัว P ตัวแรกก็คือ Product นั่นเอง
By MacroArt on Nov 1, 2007
ผมเห็นด้วยกับคุณ MacroArt ครับ สำหรับบทความเรื่องนี้ ธุรกิจแบบนี้เป็นธุรกิจกินหัวคิวอย่างแน่นอนครับ มองภาพให้ชัดก็คือ เมื่อเราคิดจะสมัคร เราจะไม่มองให้เห็นถึงประโยชน์โดยตรงของ product ตัวนั้น ว่าจะไปใช้ทำอะไรได้บ้าง แต่เราจะคิดทันทีว่า เราจะไปหาใครมาสมัครต่อจากเราดีนะ ทำต่อไปเรื่อยๆเป็นลูกโซ่ โดยบางทีไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าไอ้ที่เราสมัครไปเนี่ย product ที่จะขายคืออะไรกันแน่ ในโลก offline business มีธุรกิจแบบนี้เยอะมาก เคยมีคนรู้จักมาคุยแผนการตลาดของบริษัทหนึ่งให้ผมฟัง เขาพูดถึงตัว product น้อยมาก ส่วนใหญ่จะบอกว่าให้ไปหาคนมาสมัครต่อ หาได้กี่คนจะได้เงินเท่าไหร่ ลึกลงไปอีกจะได้เงินเท่าไหร่ พูดจนจบยังไม่รู้เลยว่า product ของบริษ้ทนี้คืออะไร เฮ้อ แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าเป็นธุรกิจที่แท้จริงและยั่งยืนได้อย่างไร
By วิน on Nov 2, 2007
IP Address ซ้ำมั่งรึเปล่าเนี่ย
By Oakyman on Nov 3, 2007
ใครที่ได้รับ spam mail ชวนทำธุรกิจ GDI ขอให้ช่วยกัน reply all กลับไปยังคนที่ส่ง mail มาหาคุณ รวมถึงคนอื่นที่ได้รับ spam mail นอกจากคุณด้วยนะครับ โดยให้ส่ง URL ของบทความนี้กลับไปคือ http://blog.macroart.net/2007/10/is-gdi-good-business.html และใส่ subject ว่า “อ่านบทความนี้ก่อนที่จะตัดสินใจทำธุรกิจ GDI (ธุรกิจจดโดเมน .ws เดือนละ $10)” เพื่อจะได้ให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ข้อมูลอีกด้านของธุรกิจนี้ นอกจากคำว่า “เงิน” หรือ “รวย” เพียงอย่างเดียว
By MacroArt on Nov 11, 2007
วันนี้มีน้องที่ออฟฟิศมาปรึกษาเรื่องนี้
เลยส่งหน้านี้ให้น้องมันไปอ่านดูละ
By jetboat on Nov 12, 2007
กำลังเข้าไปสมัครพอดีเลยดีน่ะเนี่ที่เห็นกระทู้นี้ก่อนไม่งั้นต้องมานั่งเสียดายตังค์แน่ๆเลย เนี่ยไปทำบัตรเว็บการด์ตามี่เขาบอกแล้วด้วย เหลือแต่จะเข้าไปสมัครพอดีเข้ามาเจอกระทู้นี่ก่อนต้องขอขอบคุณมากน่ะค่ะที่ทำให้ตาสว่าง
By tan on Nov 13, 2007
นั่งอ่านจนตาแฉะเลยครับ ผมคนนึงละที่กำลังมองหาอะไรซักอย่าง เพราะเบื่อกับการเป็นมนุษย์เงินเดือนเต็มที(คงเบื่อกันทุกคน)ก็เล็งๆไว้อยู่ครับ แต่พอมาอ่านบทความของคุณ(เหมือนฟ้าประทานครับเพราะผมก็จบวิศวะเกษตรฯ แต่เครื่องกลครับE54)ก็เริ่มกลับมาคิดอีกทีครับว่าจะเอาไงต่อ
By Analogboy on Nov 14, 2007
อย่าลืมนะครับว่า มนุษย์ เรามีระบบป้องกันตัวเองเวลาที่จะตาย ก็เหมือนธุรกิจ GDI นี่ละครับเมื่อซักวันหนึ่งมถึงจุดอิ่มตัวการขยายตลาดก็จะทำได้ยากจริง จึงวนมาดูที่การบริโภคสินค้าที่จะทำให้บริษัทยั่งยืนอยุ่ได้ อย่างที่คุณคิดว่าบริษัท GDI มีสินค้าที่มีคุณภาพไม่คุ้มค่ากับราคา แต่เมื่อมาถึงเวลาที่ธุรกิจมาถึงจุดอิ่มตัว ถ้าหากในเวลานั้น สินค้ายังมีคุณภาพเหมือนปัจจุบันอยู่ก็จิงที่อาจจะทำให้บริษัทไม่สามารถยืนอยุ่ได้ในตลาด แต่กลับกันผู้บริหารคงไม่ปล่อยให้บริษัท ล้มลงไปต่อหน้าต่อตาเพราะมีสินค้าที่ด้อยคุณภาพ หากถึงเวลานั้นจริง ผู้บริหารคงปรัปปลี่ยนคุณภาพของสินค้ให้ตรงกับควานต้องการของตลาดอย่างแน่นอนครับ ก็ลองคิดดูนะครับว่าบริษัท GDI จะยังคงยั่งยืนต่อไปได้อีกหรือไม่
By Rapacious on Nov 14, 2007
ทำไมผู้บริหารไม่ปรับคุณภาพของสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดตั้งแต่ตอนนี้ครับ?
By MacroArt on Nov 14, 2007
โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบลักษณะการตอบคำถามของคุณ MacroArt มากๆครับ ดูเป็นผู้มีความรู้มีภูมิปัญญาดี และตอบได้ตรงประเด็น มากกว่า 80% ผมรู้สึกว่าความรู้ขนาดนี้ คิดว่าคุณ จขกท น่าจะเคยทำหรือคลุกคลีอยู่ในวงการ ขายตรง, MLM หรือ Network Marketing อะไรก้อตามแต่จะเรียกกัน …มาพอสมควร
แผนการตลาดแบบเครือข่ายนี้ เป็นแค่เครื่องมือหนึ่งในการหาเงินเท่านั้น คงไม่ถึงขนาดที่ทุกคนในโลกจะทำได้สำเร็จ เพราะไม่ว่างานใดๆ ในโลกจำเป็นต้องใช้ความขยัน ความมุ่งมั่นและตั้งใจด้วยกันทั้งนั้น คนที่ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ฝังอยู่ในตัว จะทำงานอะไรก้อสำเร็จได้ยาก …เพราะถ้าทุกคนทั้งเก่งและขยันกันหมดทุกคน คงวุ่นวายน่าดู(เพราะคงไม่มีใครยอมใคร)ความแตกต่างของคนแต่ละคน ทำให้เกิดเรื่องที่น่ามหัศจรรยขึ้นหลายเรื่องครับ ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ดี..
จากสถิติที่คุณ จขกท บอกมา ผมเห็นด้วยครับ และก้อมียืนยันอยู่ในหนังสือดังหลายเล่มว่า.. ทุกๆ100คน จะมีคนที่ขยัน และอยากทำอะไรที่แตกต่างกว่าคนส่วนใหญ่อยู่แค่ประมาณ 5%เท่านั้น
ความสวยงามของธุรกิจเครือข่ายนี้มีหลายด้านหลายมิติด้วยกัน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว ซึ่งคุณจะได้รับมันครบทุกด้านหรือไม่นั้น จุดสำคัญขึ้นอยู่กับ up-line ในองค์กรของคุณด้วย ว่ามีทัศนคติในการสร้างธุรกิจอย่างไร มีคุณธรรมมากแค่ไหน เพราะคนที่มีอะไรคล้ายๆกันจะดึงดูดกัน กฎจรรยาบรรณของแต่ละที่มีเอาไว้ให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ไม่มีใครมาตรวจสอบได้ทั้งหมด ขนาดกฎหมายบ้านเมืองยังมีคนทำผิดทุกวัน แล้วมันจะแปลกอะไรล่ะ ถ้าจะมีคนนำข้อดีของธุรกิจนี้ไปใช้แบบผิดๆ เพราะธุรกิจเหล่านี้อยู่ได้ด้วยความเชื่อและศรัทธาที่หยั่งรากลึกของคนทำธุรกิจและตัวสินค้าที่มีคุณภาพ ..
คงต้องคุยกันด้วยข้อมูลความจริงและสถิติ
ไม่ใช่มีแต่ความคิดเห็นของผู้ที่รู้บ้างไม่รู้บ้าง ..สุดท้ายแล้วก้ออยู่ที่ตนเองตัดสินใจว่าจะเลือกทำธุรกิจแบบนี้เพราะ
1.เหมาะกับเราจัง ชอบคุยกับผู้คน เป็นไปได้นะ น่าลองดูสักตั้ง
2.ก้อดีนะ..แต่เราไม่ชอบอ่ะไม่ใช่เรา ดูเหมือนจะเอาเปรียบคนอืน
3.ดูๆไปก้อไม่ค่อยชอบนักหรอก แต่ถ้าทำแล้วได้แบบนี้ จะลองฝืนทำดูสักครั้ง ก้อเพื่อนๆกันทั้งนั้น
..แต่ไม่ว่าคุณจะเข้ามาทำธุรกิจนี้ ด้วยเหตุผลใดก้อตาม..จำต้องอาศัยความทุ่มเทและDNAความขยันที่มีอยู่ในตัวเป็นแรงพลักดันให้ไปสู่ความสำเร็จด้วยอย่างแน่นอนครับ
อีกประเด็นนึงคือ ที่คุณ MacroArt พูดไว้ว่า
“อย่างที่เรารู้กันว่าตลาดของแอมเวย์ในไทยผ่านมา 20 ปี ปัจจุบันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว การขยายเครือข่ายทำได้ยากมาก จะชวนใครก็มีแต่คนปฏิเสธ เรียกได้ว่า success rate ของการชวนคนอยู่ในระดับต่ำมาก”
คำพูดนี้ขอข้อมูลหน่อยได้มั้ยครับ..ว่าคุณเอามาจากไหน success rate เป็นยังไง วัดมาจากอะไร ใครเป็นคนวัด น่าเชื่อถือมั้ย หรือว่าเป็นเพียงข้อคิดเห็นส่วนตัว ขอให้ช่วยแยกข้อเท็จจริง กับข้อคิดเห็นหรือความรู้สึกออกจากกันด้วยครับ เพราะข้อมูลที่ผมมีนั้น ยอดขายของแอมเวย์ก้อยังคงสูงขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง คนที่ปฏิเสธก้อยังมีอยู่เยอะมาก และคนที่เข้ามาทำและสำเร็จก้อมีมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน …ธุรกิจย่อมต้องวัดกันที่ยอดขายหรือว่าตัวเงิน มากกว่าจำนวนคนที่ทำธุรกิจ
ผมในฐานะคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายอยู่ด้วยนั้น …จากข้อมูลที่ได้มา ไม่กล้าฟันธงเลยครับว่าธุรกิจนี้จะถึงจุดอิ่มตัว เพราะตราบใดที่คนยังต้องตื่นขึ้นมาล้างน้ำ แปรงฟัน ยังไงก้อยังคิดว่าธุรกิจนี้ยังเติบโตไปได้อีกนานครับ
ยังไงก้อขอขอบคุณมากๆกับข้อคิดเห็นและข้อมูลที่คุณ MacroArt ถ่ายทอดมาให้เราได้เข้าใจธุรกิจ GDI นี้มากขึ้นนะครับ
By Nasa on Nov 14, 2007
“ทำไมผู้บริหารไม่ปรับคุณภาพของสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดตั้งแต่ตอนนี้ครับ?”
นั่นสินะครับ..ทำไมไม่ทำซะตั้งแต่ตอนนี้เลยล่ะ หรือว่าติดเรื่องเงินทุน ก้อไม่น่าใช่ เพราะมีทุนจดทะเบียนตั้งพันล้านดอลล่าร์นี่เนอะ หรือว่าไม่ใช่จุดประสงค์ในตอนนี้กันแน่? หรือเพราะมาทีหลังเลยแข่งกันตรงๆยาก ต้องใช้ระบบ MLM เข้าช่วย..แต่ก้อถือว่าไอเดียดีครับ น่าสนับสนุนสำหรับคนที่ตั้งใจ
By Nasa on Nov 14, 2007
คำว่า “จุดอิ่มตัว” ในความหมายของผมไม่ใช่เรื่องยอดขายนะครับ ผมเชื่อว่ายอดขายของแอมเวย์จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากจำนวนสินค้าที่มีอยู่มากมาย และยังมีสินค้าใหม่ๆ เข้ามาอีก อย่างที่คุณ Nasa บอก ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องใช้สินค้าอุปโภคบริโภค แอมเวย์ก็ยังขายได้เรื่อยๆ อยู่ดี
จุดอิ่มตัวในที่นี้หมายถึงอัตราการชักชวนคนใหม่เข้ามาร่วมธุรกิจครับ ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะมีแต่คนเก่าๆ ไม่มีคนใหม่เข้ามาเลยนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าปัจจุบันแอมเวย์มีผู้ทำธุรกิจกี่แสนคน สมมุติว่าห้าแสนคนละกัน ถ้าเรามองภาพในระดับ Macro ให้คนห้าแสนคนไปชวนคนมาเพิ่มอีกคนละหนึ่งคน ทั้งระบบก็จะมีคนถึงหนึ่งล้านคนได้ไม่ยากเลย แต่ถ้าเรามองในระดับ Micro ก็จะพบว่าพอไปชวนเพื่อน เพื่อนก็จะบอกว่ามีเพื่อนอีกคนมาชวนแล้วเหมือนกันแต่ปฏิเสธไป ส่วนตัวผมเองก็ถูกชวนมาหลายคน นี่จึงเป็น “สัญญาณ” ว่าธุรกิจเริ่มถึงจุดอิ่มตัวในแง่ของการเพิ่มจำนวน distributor แต่ในแง่ของยอดขายก็ยังเพิ่มได้โดยอาศัยฐานเครือข่ายเดิมที่มี brand loyalty สูงมาก
ทีนี้ภาพที่คนที่อยู่ในธุรกิจแอมเวย์มองเห็นจะเป็นภาพ Macro ครับ มองเห็นกราฟยอดขายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มองเห็นคนหน้าใหม่เข้าสู่ธุรกิจเรื่อยๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับที่จะเห็นคนหน้าใหม่ตลอดเวลา เพราะอย่างที่บอก มีฐานอยู่ห้าแสนคน ชวนกันคนละนิดคนละหน่อย ก็ทำให้มองเห็นคนใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ได้อยู่แล้ว
ข้อความของผมมาจากทั้งประสบการณ์ส่วนตัว และฟังมาจากปากของเพื่อนที่ปัจจุบันยังทำธุรกิจแอมเวย์อยู่ครับ ส่วนตัวแล้วผมอยากได้ข้อมูลที่เป็นตัวเลขจริงๆ ของแอมเวย์อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็น raw data ที่ยังไม่ได้ถูกปั้นแต่งโดยอัพไลน์ระดับสูงที่ต้องการโมติเวทเพื่อ maintain ให้คนอยู่ในระบบต่อไป น่าเสียดายครับที่ผมไม่ใช่ผู้บริหารของแอมเวย์ที่จะเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้
By MacroArt on Nov 14, 2007
ไปเจอบทความที่วิเคราะห์ GDI ในแง่ของแผนการจ่ายผลตอบแทนครับ น่าสนใจดี
http://www.oknation.net/blog/chanwit/2007/04/25/entry-1
http://www.oknation.net/blog/chanwit/2007/04/26/entry-1
By MacroArt on Nov 16, 2007
เสียเวลาครับ ผมเองไม่ได้เกี่ยวอะไร แค่อ่านมาเรื่อยๆ
ในเมื่อเจ้าของ blog เค้า negative แล้วก็อย่ามาพูดว่าเป็นกลางดีกว่า ทำไมถึงต้องลบข้อความของคนที่เค้ามาตอบด้วยหล่ะ ทุกคนก็เป็นปัญญาชน เค้าอ่านก็มีหัวคิด GDI ดีจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ถ้าอยากให้เป็นกลางก็ให้เค้าแสดงอีกมุมนึงบ้าง สมองมีกันทุกคน คิดเองได้ว่าดีหรือไม่ ไม่ต้องรอให้จูงจมูก ถ้าจะให้ฟังความข้างเดียวแล้วจะมา้ขียน blog นี้หาอะไรหรอ
เป็นกลางหน่อยสิครับ เพราะผมต้องการทราบข้อมูลที่แท้จริง ไม่ใช่บิดเบือน
By reader on Nov 17, 2007
ผมปล่อยผ่านทุกความคิดเห็นนะครับ ไม่มีลบเลย จะมีที่เซ็นเซอร์บางความคิดเห็นที่ใช้ข้อความไม่สุภาพครับ แต่ก็เซ็นเซอร์เฉพาะส่วนที่ไม่สุภาพจริงๆ ส่วนเนื้อหาใจความหลักยังมีอยู่ครบถ้วนครับ
ผมเปิดให้ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นอีกมุมได้ ดังที่จะเห็นได้จากหลายความคิดเห็นด้านบนครับ ถ้าผมปิด แปลว่าต้องไม่มีความคิดเห็นจากฝั่งของ GDI เลย แต่ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ และความคิดเห็นเหล่านั้นก็ถูกโต้แย้งกลับไปด้วยเหตุผลครับ
ข้อมูลที่แท้จริงที่คุณ reader เรียกร้อง ล้วนอยู่ในบล็อกนี้ทั้งนั้นครับ
GDI คิดค่าบริการเดือนละ $10 - จริง
$5 เข้ากระเป๋า GDI อีก $5 เข้ากระเป๋าผู้ทำธุรกิจ (ที่เป็นอัพไลน์) - จริง
โดเมน .com จดได้ในราคาไม่ถึงปีละ $10 - จริง
Google Page Creator ใช้งานได้ฟรี - จริง
มี web hosting ที่ให้บริการ PHP + Mysql ในราคาเดือนละ $3.59 - จริง
มีอะไรไม่จริงเหรอครับ?
คุณ reader ควรจะกลับไปดูเว็บที่ชักชวนให้ทำธุรกิจ GDI นะครับว่าเว็บเหล่านั้นให้ข้อมูลด้านเดียว จริงหรือเปล่า? มีแต่เรื่องรวยบ้างล่ะ หาเงินทางเน็ตบ้างล่ะ จริงหรือเปล่า? มีแต่เอาคนที่ได้เงินเยอะๆ มาโชว์ แต่ไม่พูดถึงคนที่เสียเงินฟรีเลย จริงหรือเปล่า?
By MacroArt on Nov 18, 2007
ผมอ่านและศึกษาข้อมูลดูผมเข้าใจดังนี้นะครับ
GDI คือการจดโดเมน .ws ในราคา 10$ ต่อเดือน
รายได้ของเราคือการหา Downline จะได้ Downline 1$ ต่อ 1 คนในเริ่มต้นเราหาได้ 5 คน (ถ้าหาได้ใน 1 สัปดาห์ก็จะได้ 100$) ต่อเดือนเราต้องหาให้ได้ 10 คน เพราะว่าเราจะได้ไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าตัวเองจ่ายค่าเช่าโดเมนต่อไป ขั้นที่สอง Downline ของเราทั้ง 5 คน หา Downline เพิ่มอีกคนละ 5 เราก็จะได้ 25$ ของ Downline ลูกของเราถูกมั๊ยครับ ผมอยากถามตรงนี้ครับว่า ถ้าหาก Downline ที่เราหามาไม่สามารถหา Downline ต่อไปได้ รายได้ของเราจะหยุด ถูกต้องไหมครับ
By MTwinner on Nov 18, 2007
รายได้ของเราจะหยุดเมื่อดาวน์ไลน์ของเราไม่จ่ายเงินเดือนละ $10 อีกต่อไปครับ
By MacroArt on Nov 18, 2007
อ่านมาทุกตัวหนังสือ ทั้งของคุณ MacroArt และผู้ตอบกระทู้ทุกท่าน
**ประทับใจค่ะ ขอชื่นชม เจ้าของกระทู้ ที่ทำให้อาการนอนก่ายหน้าผากของดิฉันจะหมดลงไปในวันนี้ **
ดิฉันเอง กะลังเบื่องานปัจจุบันมาก เนื่องจากเพิ่งทราบว่า ตัวเองและเพื่อนๆ จะไม่ได้โบนัส ในปีนี้ เนื่องจากผลประกอบการที่ไม่ดีนัก
อยากเปลี่ยนงานใหม่ แล้วไปเจอธุรกิจนี้ จากเวบหางาน
ดิฉันเอง อ่านมาแล้วก็รู้สึกสนใจ แล้วก็คิดว่าไม่น่าจะเสียหายอะไร เพราะเค้าให้ทดลองทำได้ 7 วันแรก ก็เลยสมัครดูอย่างง่ายดาย
และพอคลายความเศร้าจากเรื่องไม่ได้โบนัสแล้ว ก็รู้สึกว่า ไม่สนใจธุรกิจนี้ซักเท่าไหร่นัก เพราะไม่ใช่เป้าหมายของเรา การรักษา downline นี้ยากมาก กว่าจะได้ 1 คน ได้รับ 1$ น้อยสุดๆ ไม่คุ้มค่าเหนื่อยนะ
** จนวันนี้ ลองค้นหาคำว่า GDI ใน google ก็พบกระทู้นี้
*** ซึ่งตัดสินใจแล้วค่ะ ว่าจะยกเลิกทันที (เพราะเพิ่งสมัครได้ไม่ถึง 7 วัน)
ขอบคุณ คุณ MacroArt มากนะคะ ที่ช่วยวิเคราะห์ให้เห็นอย่างละเอียด
By mayy on Nov 19, 2007
ระบบหาสมาชิกมากินเงินกันเอง แต่จ่ายตังให้ฝรั่งชัวร์ๆ 5$ ต่อคนต่อเดือน
สินค้า domain + hosting 10$ ต่อเดือน คนที่จะจ่ายเงินเพื่อตัวสินค้าจริงๆ เค้าจะใช้สินค้าแบบนี้ไปนานแค่ไหนกัน
ส่วนคนที่จ่ายเงิน 10$ ต่อเดือน เพื่อต้องการชวนคนมาเป็น downline
นั้น ถ้าหาสมาชิกได้เรื่อยๆ และ downline ยังหาสมาชิกต่อไปได้ๆเรื่อยมันก็ดีอยู่สำหรับคนที่มาก่อนอ่ะนะ
แต่่ถ้าถามถึงความยั่งยืนล่ะ มันคือการที่คนอยากรวย ง่ายๆ สบายๆ มา
รวมกัน จ่ายตังให้้ GDI แล้วก็ชวนคนที่คิดแบบเดียวกันมาเพิ่มเข้าไปอีก
กินกันไปกินกันมา สุดท้าย GDI รวยชัวร์ๆอยู่คนเดียว
โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆฟรีๆ ไม่ต้องเหนื่อยหรอกครับ
By WindForce on Nov 19, 2007
เป็นกระทู้ที่น่าสนใจจริงๆครับ เกี่ยวกับเรื่องของ GDI
โดยส่วนตัวแล้วก็มีความคิดเช่นเดียวกับเจ้าของกระทู้ว่า โดเมนอะไรกันแพงมากๆ แถมจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้ บวกกับได้มีโอกาสคุยกับบุคคลหนึ่ง(อยากรู้เลยลงทะเบียนไว้) โทรมาคุย ยิ่งคุยก็ยิ่งเหมือนแชร์ลูกโซ่ เพราะเขาไม่ได้สนใจในตัวสินค้าเลย เวปทุกเวปที่มีก็ไว้นำเสนอให้คนอื่นๆ จดเวป.wsต่อเท่านั้น ส่วนตัวแล้วไม่เคยรู้สึกแย่กับธุรกิจ MLM เลย และก็เห็นด้วยด้วยกับแนวคิดของธุรกิจนี้ มันก็เป็นอีกเพียงลักษณะการขยายตลาดแบบหนึ่งเท่านั้น ที่ให้ผู้บริโภคเป็นผู้ขยายตลาดให้ แต่ก่อนธุรกิจแฟรนไชน์ก็เคยถูกต่อต้าน แต่หลังๆมามี MLM มารับบาปไปแทนแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเหรียญก็มีอยู่สองด้าน มีทั้งคนที่น่านับถือในธุรกิจนี้ และมีคนที่ทำให้ธุรกิจนี้แปดเปื้อน ซึ่งถ้าดูให้ดีๆแล้ว มันก็เกิดขึ้นในทุกธุรกิจนั่นแหละ เพียงแต่พลังทวีคูณของธุรกิจลักษณะนี้ มันอาจจะมากเท่านั้นเอง อย่างที่เจ้าของกระทู้ได้กล่าวไว้ถึง 4P ซึ่งน่าจะพื้นฐานของวิชาการตลาด ซึ่งถ้าวันนี้สินค้าหรือบริการนั้นดีจริง และควรค่าแก่การบริโภค ซึ่งผู้บริโภค(end user)พึงพอใจ คนขายก็ดีใจ วันนี้ส่วนตัวแล้ว ถ้าสินค้าดีพอและสามารถแข่งขันในตลาดได้ ก็เห็นว่ามันก็มีความเป็นไปได้ในธุรกิจมากขึ้น
พอดีเห็นข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของ”อิสระ” เรามักได้ยินคำกล่าวดังต่อไปนี้อยู่บ่อยๆของปรัชญาเล่าจื้อ “จับปลาให้คน คนก็อิ่มไป 1 วัน สอนให้คนจับปลา คนคนนั้นก็อิ่มไปจนตาย” แต่อยากเสริมหัวใจของธุรกิจนี้(เดาเอานะ)น่าจะเป็น “จับปลาให้คน คนก็อิ่มไป 1 วัน สอนให้คนจับปลา คนคนนั้นก็อิ่มไปจนตาย แต่ถ้าสอนให้คนๆนั้นสอนคนอื่นให้จับปลาเป็น ก็จะไม่มีคนหิวอีกในโลกนี้”
อิสระมาได้จากการสอนให้คนๆนั้นที่เราเรียกกัยว่าดาวน์ไลน์สอนการจับปลาต่อไปได้
เรื่องการอิ่มตัวของตลาด ยังไงมันก็คงต้องมีเกิดขึ้นบ้างในบางบริษัท แต่เชื่อว่าสำหรับหลายๆบริษัทต้องมีกลยุทธเพื่อไม่ให้ตยเองอยู่ในจุดนั้น ตัวอย่างเช่น Microsoft ถือว่าตลาดเริ่มอิ่มตัวหรือยัง? มันคงมีคำตอบอยู่ทั้ง 2 คำตอบ เพราะวันนี้ก็ยังคงมีคนซื้อหุ้น Microsoft เพราะคิดว่ามันยังโตได้อีก และก็มีคนขายเพราะคิดว่าราคาที่ซื้อมันมีค่ามากกว่าที่เขาคิด แต่คิดว่าบิล เกตต์คิดอย่างไร? อันนี้ต้องถามบิล เกต…
ไม่ว่าวันนี้คุณจะทำงานประจำ เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นนักลงทุน หรือจะเป็นอาชีพใดก็แล้วแต่ ทุกอาชีพมีบทบาทและสำคัญทั้งสิ้น ไม่ใช่ทุกคนต้องมาทำธุรกิจเครือข่าย เพียงแต่ธุรกิจนี้เปิดโอกาสให้กับเราง่ายเท่านั้นเอง สำหรับคนที่เลือกธุรกิจเครือข่ายใดๆอยู่ก็ตาม ก็แนะนำให้ศึกษาข้อมูลต่างๆให้ดี พิจารณาจากหลักเหตุและผล มองความเป็นไปได้ในภาพของธุรกิจ และใช้ความคิดในฐานะผู้บริโภคคนหนึ่งว่า สินค้าหรือบริการนั้นมันมีคุณค่าจริงหรือไม่ และมันมีคุณค่าพอที่เราจะมอบให้คนที่เรารักใช้ได้หรือไม่ สุดท้ายธุรกิจอะไรก็แล้วแต่จะไม่มีทางล้ม ถ้าคุณจริงใจต่อทั้งผู้ร่วมธุรกิจและลูกค้าของคุณ
จากนักลงทุนและนักการตลาดเครือข่ายคนหนึ่ง
By tictoc on Nov 21, 2007
“สำหรับ MLM จริงอยู่ว่าตัวสินค้ามีความสำคัญ แต่ความแตกต่างมันอยู่ตรงนี้ครับ คือ WS เป็น Internet บังเอิญว่าสำหรับ Internet สินค้าที่ดีที่สุดคือ “สินค้าที่ไม่มีตัวตน” เพราะอะไร เพราะ Internet มันไม่มีขอบเขตครับ ทำเสรีทั่วโลก ไม่สนใจชาติ ภาษา เพราะฉะนั้นสินค้าที่ตอบสนองการทำตลาดบน Internet ได้ดีที่สุดคือ software หรือ services อะไรก็ตามครับ ที่ download หรือ ทำ online ครับ คุณต้องการอะไร หาอุดมคติ หรือว่าหาเงิน
By บอส on Nov 22, 2007
ต้องการหาเงินครับ แต่ทำไมต้องจ่ายเดือนละ $10 เพื่อแลกกับสินค้าไม่มีตัวตนที่มูลค่าแท้จริงของมันต่ำกว่า $10 ด้วยล่ะครับ?
มีธุรกิจออนไลน์เยอะแยะครับที่คุณทำแล้วได้เงินโดยที่ไม่ต้องจ่ายเดือนละ $10
By MacroArt on Nov 22, 2007
จากที่ผมอ่านดู แล้วลองศึกษาดูทั้งหมดก็ถูกอย่างที่เจ้าของ blog กล่าวไว้ครับ แล้วก็เรื่องแผนการตลาด ที่ทุกอย่างยังไม่คุ้มราคาสินค้า คือ
จำนวนคนใช้ การโฆษณาของ .ws ยังมีน้อยในช่วงต้น (ถึงจะรู้สึกว่าเยอะ แต่ลองเทียบกับ .com หรืออื่น) ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ราคา ก็จึงแพงตามไปด้วย ง่ายๆ เหมือนสมัยแรกที่ผมใช้ PDA หรือ สินค้าอะไรก็ได้ในโลกครับพอแบรนเริ่มดัง การแข่งขันเริ่มสูง ราคาก็จะถูกลง ผกผันกันเองครับ
ในความคิดผมอีกนิดนึง ตามที่มีคนบอกว่าพอจะถึงจุดอื่น ผมว่าอีกไม่นานพอคนเริ่มใช้ในวงกว้างขึ้น ก็จะเกิดการเปรียบเทียบและการแข่งขันทางการตลาดอย่างชัดเจน GDI ก็ต้องเดินตามแผนการตลาดขั้นต่อไปก็คือ ปรับปรุงคุณภาพสินค้า (ถ้าจะบอกว่าทำไมไม่ปรับปรุงเลย ก็น่าจากหลายปัจจัยครับ ทั้งผู้บริโภคน้อยอยู่ พอน้อยกำไรก็น้อยเงินหมุนเวียนก็น้อยครับ ถามว่าโทรศัพท์ยุคแรกๆ เครื่องละเท่าไหร่ ทำไมไม่ทำให้สมราคาบ้าง แล้วพอคนใช้เยอะ แบรนเริ่มติดอันดับ ถามว่าราคาถูกลงมั๊ยครับ? ราคาเครื่องคอมสมัยแรกๆกับสมัยนี้ พอเกิดการแข่งขันเยอะ คุณภาพของก็ มากขึ้น ราคาก็น้อยลง ตามกลไกตลาดเองแหละครับ)
เพราะฉะนั้นผมว่า(ผมคิดเองน่ะครับ พูดเป็นกลาง) GDI ก็จะมีการปรับปรุง อาจจะเป็นราคาหรือสินค้า ก็แล้วแต่แผนการตลาดของเค้าครับ
(ถามว่าทำไม .com ราคาถูกกว่า 12 เท่า ลองมองที่ผู้บริโภคครับ
.com มีลูกค้ามากกว่า .ws กี่พันกี่หมื่นเท่าครับ เหมือนขายของส่งกับของปลีกเลยครับ ก็เป็นไปตามกลไกตลาด ถามว่า.com ยุคแรก ราคาถูกแบบนี้หรือ?) แต่ถ้า GDI ไม่ปรับปรุง ก็ถึงการสิ้นสุดครับ แต่ถ้าปรับปรุง ผมว่า .com ก็คงสั่นสะเทือนเช่นกันครับ******
By Pop on Nov 22, 2007
ใช้เรื่อง economies of scale มาคิดกับโดเมนเนมไม่ได้ครับ ฮาร์ดดิสก์หนึ่งลูก จะมีโดเมนเนมหนึ่งโดเมน หรือหนึ่งล้านโดเมน ก็ต้องเสียค่าฮาร์ดดิสก์เท่ากัน แต่ราคาฮาร์ดดิสก์ก็ต่ำมากจนแทบไม่ต้องให้ความสนใจเลยครับ ซึ่งต่างกับการตั้งโรงงานผลิตโทรศัพท์ ซึ่งมี fixed cost สูงมาก ต้องใช้เครื่องจักรหลากหลายรูปแบบในการผลิตชิ้นส่วนเล็กๆ หลายชิ้น ในยุคแรกๆ ราคาขายโทรศัพท์จึงแพง แต่พอมีลูกค้าใช้มากๆ ก็สามารถลดราคาให้ถูกลงได้เนื่องจากมี economies of scale
ลองดูโดเมน .info สิครับ เป็นโดเมนที่เปิดตัวเมื่อปี 2001 (ขณะที่ .ws เปิดตัวปี 1995) ปัจจุบันคุณสามารถจด .info ได้ในราคาเพียงปีละ $2.99 เท่านั้น คนใช้งานก็น้อย แต่ราคากลับถูกกว่า .com ถึงสามเท่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ?
By MacroArt on Nov 23, 2007
นานาจิตตัง
คุณ MacroArt ก็ไม่ใช่ดาวน์ไลน์ในระบบธุรกิจ GDI ก็เท่านั้นล่ะครับ
คุณ MacroArt ก็ไม่ใช่นักธุรกิจเครือข่าย ก็เท่านั้นล่ะครับ
ทำ Thai webmaster ต่อไปเถอะครับ
By seng ped on Nov 23, 2007
คุณ seng ped ต้องการสื่อสารอะไรเหรอครับ?
ทราบหรือเปล่าครับว่ายิ่งมีคนโพสต์ความคิดเห็นมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้บทความนี้ติดอันดับที่ดีขึ้นใน Google ไปด้วยครับ ช่วงแรกๆ ที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมา ถ้าค้นหาด้วยคำว่า gdi จะต้องคลิกไปที่ผลลัพธ์การค้นหาหน้า 4 ถึงจะเจอลิงก์ แต่ตอนนี้ติดในหน้าแรกแล้วล่ะครับ
ยิ่งอันดับดีขึ้น ก็ยิ่งทำให้คนที่ไม่ใช่ดาวน์ไลน์ในระบบธุรกิจ GDI ได้เข้ามาอ่านมากขึ้น และยิ่งช่วยให้ได้รับข้อมูลอีกด้านก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงิน $10 เพื่อเป็นดาวน์ไลน์ด้วยครับ
By MacroArt on Nov 23, 2007
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
By seng ped on Nov 23, 2007
ลำบากหน่อยนะครับ ทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตแบบนี้ ธุรกิจขยายได้เร็วเพราะพลังของอินเทอร์เน็ตก็จริง แต่ข้อมูลก็กระจายได้เร็วตามไปด้วย
ลองเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นดูมั้ยครับ? อย่างอันนี้ได้คลิกล