GDI คืออะไร? GDI ใช่ธุรกิจที่ดีแน่หรือ?

เผยแพร่เมื่อ 22 October 2007 โดย MacroArt

ผมพิจารณาอยู่นานว่าจะเขียนบทความนี้ดีหรือเปล่า เพราะมีความเป็นไปได้ว่าอาจถูกเครือข่ายผู้ทำธุรกิจ GDI หรือ Global Domains International รังเกียจเอาได้ แต่คิดว่าจะขอวิเคราะห์อย่างเป็นกลางตามข้อมูลจริงที่ได้เห็น

ช่วงที่ผ่านมา ผมได้รับ e-mail เชิญชวนให้เข้าร่วมธุรกิจ GDI บ่อยมาก ครั้งแรกที่ได้เข้าไปอ่านข้อมูลของธุรกิจนี้รวมถึงดูวิดีโอคลิป ก็รู้สึกตื่นเต้นและอยากเข้าร่วมธุรกิจในทันที ผมตัดสินใจกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อจะดูข้อมูลของธุรกิจให้ลึกมากขึ้น แต่ยังไม่ตัดสินใจสมัครใช้บริการในทันที

ธุรกิจ GDI ขายโดเมนเนม .ws พร้อมกับบริการทำเว็บไซต์อย่างง่ายๆ ที่คุณทำเองได้เหมือนใช้ Microsoft Word โดยคิดค่าบริการเดือนละ $10 หรือปีละ $120

ค่าบริการ $10 ทาง GDI จะดึงไว้ $5 เป็นค่าสินค้า ส่วนอีก $5 เป็นค่าการตลาดที่จ่ายให้กับผู้ที่ทำการตลาดให้กับ GDI คุณจะได้รับค่าการตลาดนี้ก็ต่อเมื่อคุณสามารถเชิญชวนคนอื่นเข้ามาใช้บริการ GDI โดยคุณจะได้ค่าแนะนำ $1 ต่อหนึ่งคนที่หาเข้ามา นี่เป็นรายได้ในทางกว้าง ส่วนรายได้อีกทางคือทางลึก ถ้าคนที่คุณแนะนำเข้ามาสามารถไปชวนคนเพิ่มเข้ามาได้ เขาจะได้ $1 และคุณก็จะได้ $1 เช่นกัน ลงทางลึกได้ 5 ระดับ ถ้าเป็นชั้นที่ 6 คุณก็จะไม่ได้แล้ว

สรุปง่ายๆ ว่าถ้าคุณสมัครใช้บริการและจ่าย $10 ต่อเดือน ค่าการตลาด $5 จะถูกจ่ายให้กับอัพไลน์ที่ใกล้ตัวคุณ 5 ระดับชั้น รับไปคนละ $1 นั่นเอง

key success factor ของธุรกิจนี้ก็คือคุณจะต้องหาดาวน์ไลน์ให้ได้อย่างน้อย 10 คนภายในหนึ่งเดือน เพื่อที่คุณจะมีรายได้เข้ามาเท่ากับรายจ่าย $10 ที่ต้องจ่ายให้ GDI ถ้าเกิดคุณหาได้เพียงหนึ่งหรือสองคน มีโอกาสสูงครับที่คุณจะเลิกทำในเดือนที่สองหรือสาม

ในขณะเดียวกัน การมีดาวน์ไลน์ 10 คนนั้นยังไม่พอ คุณจะต้องช่วยให้ดาวน์ไลน์แต่ละคนสามารถหา 10 คนต่อไปได้ด้วย เพราะถ้าเขาหาไม่ได้ ผลมันก็จะสะท้อนกลับมาที่ตัวคุณได้เหมือนกัน

หลักการของธุรกิจ GDI ก็เหมือนกับธุรกิจเครือข่ายหรือ MLM ทั่วไป ซึ่งคนที่อยู่ในธุรกิจเครือข่ายก็จะบอกว่าแนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่ดี เพราะคุณจะต้องช่วยเหลือคนอื่นให้ประสบความสำเร็จ คุณถึงจะสำเร็จไปด้วย ขณะที่คนที่ไม่เคยเข้ามาในธุรกิจนี้ แต่เคยฟังๆ มา หรือเคยถูกเพื่อนตื๊อมาก่อน ก็อาจจะมีทัศนคติเชิงลบที่มองว่าเป็นธุรกิจกินแรงคนอื่น หรืออะไรก็ตาม

ผมจะไม่คอมเมนต์เรื่องแนวคิดการตลาดแบบนี้นะครับ รู้แต่ว่ายอดธุรกิจที่เกิดจากการตลาดเครือข่ายมีการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่ผมอยากเขียนถึงก็คือสินค้าของ GDI มีราคาแพงเมื่อเทียบกับสินค้าอื่นที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกัน แถมยังมีความสามารถที่ด้อยกว่าอีกด้วย

อย่างที่เกริ่นไปในตอนแรกก็คือสินค้าของ GDI ประกอบด้วยโดเมนเนม .ws และบริการเว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูปที่คุณทำได้เอง

ถ้าเราลองเทียบกับโดเมนเนม .com ซึ่งเป็นที่รู้จักและยอมรับกันทั่วโลก มีค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนอยู่ที่ปีละประมาณ $10

ส่วนบริการเว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูป ทุกวันนี้มีให้ใช้ฟรีแล้ว นั่นก็คือ Google Page Creator ซึ่งถ้าคุณใช้ Google Apps ก็สามารถสร้างเว็บแบบง่ายๆ ขึ้นมาภายใต้ชื่อโดเมนเนมของคุณได้ฟรีๆ

แปลว่า .com + Google Apps จะมีค่าใช้จ่ายปีละ $10 เทียบกับบริการของ GDI ที่มีค่าใช้จ่ายปีละ $120 ต่างกันถึง 12 เท่า!

เท่าที่ผมทราบมาจากการดูวิดีโอของ GDI บริการของ GDI ไม่สามารถทำเว็บไซต์แบบที่มีการติดต่อกับฐานข้อมูลได้ และให้พื้นที่ในการทำเว็บเพียง 10 หน้าเท่านั้น

ถ้าหากคุณไปเช่า web hosting ของต่างประเทศ เอาแบบที่ราคาถูกหน่อย ราคาเดือนละ $3.59 หรือปีละ $43 ก็สามารถติดต่อกับฐานข้อมูลได้ แถมยังให้พื้นที่มากถึง 5 GB

.com + web hosting ในราคาปีละ $53 ก็ยังถูกกว่า GDI มากกว่าเท่าตัว แถมยังมีความสามารถที่สูงกว่าอีกด้วย

นอกจากนี้ สินค้าของ GDI ยังเป็นสินค้าที่ไม่สามารถทำให้ผู้ใช้เกิด loyalty และต้องการซื้อซ้ำได้ ลองนึกดูว่าถ้าคุณไม่สามารถหาดาวน์ไลน์ได้ คุณก็คงไม่จำเป็นต้องใช้บริการของ GDI เลย เพราะคุณมีทางเลือกอื่นในราคาที่ถูกกว่า

บางคนแย้งว่า GDI มีลูกค้าอย่าง Google ด้วยนะ และยังเป็นลูกค้าที่ยั่งยืนของ GDI ด้วย คำตอบก็คือใช่ครับ เพราะเจ้าของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกก็ต้องจดโดเมนให้ครอบคลุมทุกนามสกุลเข้าไว้ นอกจากจะมี google.ws แล้ว ยังมี google.tv, google.info, google.to, google.am และอื่นๆ อีกมากมาย ในอนาคตอาจจะมี google.xxx ด้วยซ้ำ

คนธรรมดาอย่างเราคงไม่มีทางหาดาวน์ไลน์แบบ Google ได้หรอกครับ

ใครที่กำลังจะเข้าสู่ธุรกิจ GDI ก็ลองคิดดูดีๆ นะครับ เพราะมูลค่าของบริการที่คุณได้รับกลับมามันเทียบกับจำนวนเงินที่คุณจ่ายไปไม่ได้ ซึ่งอาจจะทำให้ธุรกิจนี้กลายเป็นการกินหัวคิวไป

ช่วยกันบอกต่อ
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Google
  • LinkedIn
  • Print this article!
  • StumbleUpon
  • Tumblr
  • TwitThis
  • Digg
บทความที่เกี่ยวข้องกัน

577 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

  1. shine แสดงความคิดเห็นว่า:

    อ่านหมดทุกตัวอักษรเลยครับ

    ขอบอกว่าสุดยอดจริง ๆ ให้ความรู้ได้ดีมาก ๆ ครับ

  2. หนึ่งในเทเลทับบี้ส์ แสดงความคิดเห็นว่า:

    ถ้างั้นผมเข้าใจว่ามันคือ MLM แห่งโลกอินเตอร์เน็ทก็คงจะถูกแล้วมั้ยครับ
    เพราะโดยเนื้อแท้มันก็คือการหาดาวน์ไลน์ เพียงแต่เปลี่ยนโปรดัคท์เป็น
    เว็บไซท์เท่านั้นเอง

  3. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ใช่แล้วครับ เป็นธุรกิจที่ใช้การตลาดแบบ Multi Level Marketing หรืออีกชื่อคือ Network Marketing ครับ

  4. CybErPunK แสดงความคิดเห็นว่า:

    -*-

    ดีดีไม่ดี ไม่รู้ แต่เป็นธุรกิจที่ผมไม่ชอบเอาเสียเลย

  5. jetboat แสดงความคิดเห็นว่า:

    สงสัยจะได้ดู vdo เจ้าเดียวกัน
    แต่ฉันดูแล้วปิดเลย
    แนวคิดมันโอนะ…แต่โปรดักส์มันนี่สิ

  6. pppp แสดงความคิดเห็นว่า:

    อืม.. คนที่เข้ามาทำธุรกิจ GDI อะนะ จริงๆเขาก็ไม่ต้องการให้คนอื่นมาจด โดนเมน .ws แล้วได้ แต่เขาต้องการเงิน จากการชวนคนอื่นๆ โดยมีคนส่วนหนึ่งไม่สนใจว่า คนๆนั้นจะใช้ .ws หรือไม่ ด้วยซ้ำ

    แล้วคุณยังพูดไม่หมดนะครับ
    โบนัสของ GDI คือ “ถ้าเราสามารถหาลูกได้5คนใน1อาทิตย์ จะได้โบนัส 100$”
    แล้วต้องใช้ DVD จำนวน 10 แผ่น ราคาสูงถึง [ประมาณ]5,000 บาท
    ซึ่งในจุดนี้หลายๆคนไม่ทราบเพราะผู้เผยแพร่มักไม่บอก
    แต่เมื่อสั่งซื้อ DVD นี้มาแล้วก็ไม่ต้องซื้ออีก

    ในส่วนผมผมรับรองว่าคุ้มแน่ครับ ถ้าคุณตั้งใจทำ
    คนที่คุณชวนควรเป็น เพื่อน คนสนิท
    จะมีโอกาสชวนแล้วเขามาทำได้มากกว่า

    ผม”ไม่”ใช่คนของ GDI นะครับ
    ผมเห็นแล้วเข้ามาแสดงความคิดเห็น

    ถ้าใครว่าไม่คุ้มต้องเสียเงินอีก 5,000
    ก็อย่าทำเลยครับ

    ใครมีเพื่อนน้อย
    ก็อย่าทำเลยครับ

    ผมมาพูดอย่างนี้เพื่อเตือน และแย้งข้อความของเจ้าของกระทู้
    และ”ถ้า”คุณสามารถหาลูกได้เกิน 10 คน ในเดือนนั้นและเดือนต่อๆไป
    คุณจะเหมือนไม่ต้องจ่ายเงินเดือนละ 10$
    เพราะว่า คุณได้เงินจากลูกเดือนละ 1$ ต่อคน
    10 คน ก็ 10$ ก็เหมือนไม่ต้องจ่ายของเดือนนั้น ถูกมั้ยครับ?
    นอกจากโบนัสแล้ว[100$/สัปดาห์]
    ถ้าคุณมีลูกถึง20-30คนแล้ว
    สบายแล้วครับ
    ถ้าคุณมีลูก20คน บวกลบกับค่าใช้จ่ายใน 1 เดือนที่ผมกล่าวไปข้างต้น
    จะเหมือนกับคุณมีลูก10คน ไม่ต้องจ่าย
    ถ้าเดือนนั้นคุณไม่ได้ทำโบนัสเลย
    จะได้ 350 บาท

    ผมขอ “ย้ำ” ว่า ถ้าคุณมีลูก20คน คุณจะได้เงินของลูก20คนไปเรื่อยๆ
    (และต้องจ่ายเงินต่อเดือนด้วย)
    คือ 10$(จ่าย) ได้ 20$(รับ)
    จะได้ว่า
    10$ (รับ)
    คือ 350 บาท
    แต่ถ้า 1 อาทิตย์ในเดือนนั้น คุณทำลูกได้ 5 คน จะได้รายได้ทั้งหมดคือ
    3850 บาท ของเดือนนั้นครับ

    สรุป
    เงินที่ได้จากลูกคนละ 1$ จะได้ไปเรื่อยๆ
    โบนัส จะได้เฉพาะอาทิตย์ที่คุณทำได้

    ขอบคุณครับ

  7. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    > อืม.. คนที่เข้ามาทำธุรกิจ GDI อะนะ จริงๆเขาก็ไม่ต้องการให้คนอื่นมาจด โดนเมน .ws แล้วได้ แต่เขาต้องการเงิน จากการชวนคนอื่นๆ โดยมีคนส่วนหนึ่งไม่สนใจว่า คนๆนั้นจะใช้ .ws หรือไม่ ด้วยซ้ำ

    ขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นประโยคนี้มาครับ ผมเองก็คิดเช่นนี้ แต่ในตอนแรกผมพยายามคิดว่าธุรกิจนี้มีสินค้าคือโดเมนเนม .ws เพื่อจะวิเคราะห์ให้ดูว่าสินค้านี้ไม่คุ้มค่าขนาดไหน

    แต่ถ้าคนทำธุรกิจนี้ไม่ได้สนใจกับสินค้าเลยตามที่คุณวิเคราะห์มา แปลว่าธุรกิจนี้คือ “แชร์ลูกโซ่” ซึ่งเป็นธุรกิจผิดกฎหมายของประเทศไทยครับ ผมไม่แน่ใจว่าในทางกฎหมาย ผู้ที่โฆษณาชักชวนคนอื่นมาทำแชร์ลูกโซ่จะต้องได้รับโทษด้วยหรือเปล่า

    แชร์ลูกโซ่คือการชักชวนคนอื่นมา บอกว่าถ้าคุณจ่ายเงินสมัครเข้ามาเท่านี้นะ (อาจจะสมัครครั้งเดียวก้อนใหญ่ หรือแบ่งจ่ายก้อนเล็กในทุกเดือน) แล้วคุณก็ไปชวนคนอื่นมาต่ออีกที คุณก็จะได้เปอร์เซ็นต์จากการชักชวน

    แชร์ลูกโซ่ที่ผิดกฎหมายอาจจะมีสินค้าหรือไม่มีสินค้าก็ได้ ถ้าไม่มีสินค้าก็คือ money game แบบเพียวๆ แต่ถ้ามีสินค้าด้วย ก็มักจะมาในรูปแบบสินค้าคุณภาพต่ำแต่ราคาสูง หรือไม่ก็ชักชวนให้ซื้อสินค้าด้วยจำนวนเงินมากๆ ครั้งเดียวไปเลย

    ส่วนสินค้าของ GDI ที่ผมได้วิเคราะห์ไปแล้วว่ามูลค่าของมันไม่ถึง $10 ต่อ “เดือน” แน่นอน เพราะคู่แข่งอย่าง .com ขายแค่ $10 ต่อ “ปี” โดยที่คุณภาพของสินค้าไม่ได้แตกต่างกันเลย แถมจะว่าไปแล้ว .com ยังเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกมากกว่าด้วย

    ทีนี้ลองดูว่าธุรกิจเครือข่ายที่ถูกกฎหมายของไทยจะต้องเป็นอย่างไร?

    ที่ถูกกฎหมายก็คือลูกค้า (หรือดาวน์ไลน์) ซื้อสินค้าไปใช้แล้วรู้สึกว่าสินค้ามีคุณภาพ มีการซื้อซ้ำ (ถึงแม้จะไม่ทำธุรกิจก็ตาม แต่ก็ยังซื้อใช้อย่างต่อเนื่อง) คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป ใครที่เคยเห็นราคาของสินค้าแอมเวย์หรือกิฟฟารีนก็จะรู้ว่าเป็นสินค้าที่มีราคาสูงเมื่อเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกันที่ขายตามห้าง แต่ก็เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เพราะผู้ทำธุรกิจสามารถพิสูจน์ได้ว่าตัวสินค้ามีคุณภาพเหนือกว่า (และเขาก็ควรได้รับค่าแรงในการอธิบายคุณภาพสินค้าเป็นส่วนต่างราคาขายปลีกกับราคาสมาชิก และ commission จากการสร้างองค์กร)

    ใครที่ทำธุรกิจ GDI อยู่ ลองถามตัวเองดูสิครับว่าถ้าหาดาวน์ไลน์ไม่ได้เลยสักคน คุณจะยอมจ่ายเงินเดือนละ $10 ไปเรื่อยๆ มั้ย?

    > ถ้าคุณมีลูกถึง20-30คนแล้ว สบายแล้วครับ
    > ผมขอ “ย้ำ” ว่า ถ้าคุณมีลูก20คน คุณจะได้เงินของลูก20คนไปเรื่อยๆ

    ไม่สบายครับ เพราะถ้าลูก 20-30 คน หาลูกของตัวเองต่อไปไม่ได้ สุดท้ายเขาจะเลิกจ่ายเงินเดือนละ $10 และคุณจะไม่ได้เงินของลูก 20 คนไปเรื่อยๆ แน่นอน อย่างที่บอกครับ ถึงแม้คุณหรือลูกของคุณจะไม่ทำธุรกิจแล้ว มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะรักษายอดเดือนละ $10 ต่อไป เพราะเขาไม่ได้คิดจะใช้สินค้าให้ตรงตามวัตถุประสงค์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เขาจ่ายเงินออกไปเพียงเพราะเคลิบเคลิ้มจากการดู DVD และวาดฝันว่าอนาคตของตัวเองจะมีเงินใช้โดยไม่ต้องทำงาน

    มีคนที่มีอิสรภาพทางการเงินจากการทำ GDI มั้ย? คำตอบก็คือมี ถ้าถามต่อไปว่ากี่เปอร์เซ็นต์ล่ะ? ผมคาดว่าไม่ถึง 5% ครับ แล้วคนอีก 95% ได้รับประโยชน์อะไรจากการจ่ายเดือนละ $10 เพื่อแลกกับโดเมน .ws?

  8. Thi แสดงความคิดเห็นว่า:

    ลองอ่านกระทู้นี้ดูหน่อยนะคะว่าจริงรึเปล่า อ่านแล้วมันก็เป็นไปได้นะ

  9. ไพศาล แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมก็มีอีเมล์ชวนให้มาสมัคร GDI ได้อ่านบทความของคุณทำให้ตาสว่างครับ เกือบหลวมตัวครับ ขอบคุณครับที่ได้อ่านบทความดี ๆ

  10. โจ้ แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมไม่รู้นะครับว่าใครจะเป็นอย่างไร แต่สำหรับตัวผมผมว่าโอเคและลูกทีมผมก็โอเคเช่นกัน และก็ยังมีคนที่ประสบความสำเร็จกับธุรกิจตัวนี้อีกหลายคนแล้ว เค้าก็ทำกันหลายประเทศ มันเป็นธุรกิจระยะยาวครับ ไม่มีงานไหนหรอกครับที่ไม่เจอปัญหาที่ไม่มีอุปสรรค ถ้าคุณคิดว่าปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ในจีดีไอเป็นปัญหาจนถึงกับว่ารับไม่ได้ คุณก็ไม่ต้องไปทำอะไรแล้วล่ะครับ อย่าลืมสิครับว่าในความเป็นจริงการทำงานทุกๆ อย่างย่อมมีปัญหาในการทำงานเสมอ งานอื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับจีดีไอ ผมว่าปัญหามันมากกว่าหลายเท่าครับ ลองคิดดูก็แล้วกันครับไปล่ะ
    อยากให้คิดในอีกมุมนึงครับ ผมเป็นคนนึงที่ชอบธุรกิจนี้มาก
    เออยังมีอีกอย่างนึงคือที่บอกว่าโดเมนอื่นถูกว่าและดีกว่า ขอถามนะครับว่าถ้าคุณต้องการทำธุรกิจแบบนี้แล้วไปจดโดเมอื่น เค้าจะให้เงินคุณป่าวครับ อย่าลืมครับว่าโดเมนอื่นทำธุรกิจแบบนี้ไม่ได้
    ส่วนใครไม่ได้ต้องการทำธุรกิจก็ไม่ต้องสนเลยก็ได้ครับจีดีไออ่ะ
    ส่วนเรื่องเมลล์ที่ใครต่อใครสแปมไปหาคุณ ขอบอกครับว่าไม่ใช่องค์กรที่ผมทำอยู่อย่างแน่นอน เพราะการสแปมทำให้ภาพพจของธุรกิจเสียหาย

  11. pick แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำ ในธุรกิจGDI แต่ข้อดีของธุรกิจเค้ามันก็มีอยู่
    ลองทำความเข้าใจกันดูอีกหน่อยครับ
    สิ่งที่คุณจะได้เมื่อจดโดเมน.ws คือ
    1. ชื่อโดเมนเนม.ws จำนวนหนึ่งชื่อ ที่คุณเป็นเจ้าของมันตราบเท่าที่ยังจ่ายเงินค่าโดเมนเนม
    ซึ่งคุณจะใช้มันทำประโยชน์อะไรก็แล้วแต่ ให้มันเกิดผลตอบแทนกลับมาซึ่งมันก็ไม่ต่างจาก โดเมนเนมอื่นๆที่มีขายอยู่ พอจดทะเบียนแล้วก็มานั่งหัวฟูทำเว็บอยู่คนเดียว มีความรู้หน่อยก็ทำเว็บออกมาสวยแต่ให้ผลตอบแทนได้หรือเปล่าก็ยังไม่แน่ ถ้าไม่ค่อยรู้อะไรก็ต้องหาความรู้มาทำเว็บ ถ้ารู้จักคนที่เก่ง เขาก็สอนให้คุณนิดหน่อย แต่จะให้วิชาทั้งหมดก็อย่าหวัง เพราะเขาไม่มีส่วนได้เสียกับคุณ แล้วจะมัวมาเสียเวลากับคุณอยู่ทำไม แล้วพอคุณเก่งขึ้นก็จะกลายมาเป็นคู่แข่งอีก แต่สิ่งที่ทำให้GDIแตกต่างคือการมี Upline ครับ ซึ่งเขาจะสอนคุณทุกอย่างที่คุณอยากรู้ในการทำงานและการทำการตลาด ซึ่งทุกๆธุรกิจก็จำเป็นต้องใช้ความรู้และเทคนิคเหล่านี้ แต่ไม่มีใครให้กันฟรีหลอกครับ เช่น
    - ใครๆก็รู้ว่าอยากให้เว็บดังต้องทำ SEO ก็มีหนังสือบอกวิธีทำ ทำตามหนังสือบอกไว้แล้วเห็นผลมั๊ย มันมีเทคนิคอย่างอื่นอีกครับ ลองใช้ google ค้นหาคำว่า รายได้พิเศษ, รายได้เสริม จะเห็นผมอยู่ 1 ใน 5 (www.—.ws)
    - เว็บนี้ทำ google adsense แล้วโฆษณาไม่ขึ้น หรือขึ้นแต่ไม่ตรงความต้องการจะแก้อย่างไร
    ถ้าคุณใช้โดเมนเนม.ws เป็นทีมงานเดียวกัน ผมก็จะบอกเทคนิคเหล่านี้ให้คุณ คำแนะนำแบบนี้โดเมนเนมอื่นให้คุณได้มั๊ย คุณค่าของโดเมนเนม.ws คือการจดทะเบียนโดเมนเนม.ws ที่มาพร้อมกับบริการให้คำปรึกษาการทำธุรกิจออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยค่าใช้จ่าย 10$ ต่อเดือน ราคานี้มีที่ใหนจะทำให้คุณได้อีก

    2. สิทธิการได้เป็นตัวแทนรับจดทะเบียนโดเมนเนม.ws
    มันมีประโยชน์มากๆในทุกวันนี้มีคนใช้เน็ตกันเยอะ และก็อยากใช้เน็ตในการหารายได้ พอคิดได้อย่างนี้ก็ต้องจดโดเมนเนม แล้วก็มานั่งหัวฟูทำเว็บ แล้วก็มาติดปัญหาการทำงานและการทำตลาด ปัญหาเดิมๆที่เกิดกับคนมาใหม่ ก็ตรงนี้ไงครับที่GDI ตอบสนองความต้องการให้คนเหล่านี้ได้คือ การจดทะเบียนโดเมนเนม.ws ที่มาพร้อมกับบริการให้ปรึกษาการทำธุรกิจออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยค่าใช้จ่าย 10$ ต่อเดือน จะเห็นได้ว่าคนเป็น Upline ก็ได้ประโยชน์ คนมาใหม่ก็ได้ในสิ่งเขาต้องการ หากเห็นว่าบริการดี เขาจะชวนเพื่อนให้มาเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ในเรื่องที่เพื่อนสนใจ โดยที่เขาและเพื่อนก็ยังมี Upline บริการให้คำปรึกษาการทำธุรกิจออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ นี่คือจุดแข็งของGDI
    การหาเงิน จากเน็ตไม่จำเป็นต้องใช้โฮสติ้งคุณภาพสูงเสมอไป ลองดูที่ http://www.—.ws จากที่นี่ที่เดียวก็ทำรายได้เสริมให้ผมเดือนละ 200$-300$ ต่อเดือนแล้ว ก็อย่างที่ผมบอกครับ ทำเว็บคนเดียวก็หัวฟู ถ้าทำแบบมีครูก็ไม่ต้องเสียรู้ให้ใคร
    จะทำธุรกิจGDI ก็ต้องเลือก Upline หน่อยครับ ว่าคนใหนมีความรู้พอจะให้คำปรึกษาการทำธุรกิจกับคุณได้ แก้ปัญหาข้อข้องใจให้คุณได้แค่ใหน คนที่มีความรู้น้อยก็ต้องหาความรู้เพิ่มเติม

  12. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ตอบคุณโจ้

    ผมขออนุญาตตัดข้อความของคุณโจ้บางส่วนออก เนื่องจากเป็นการพาดพิงถึงผมในจุดที่ไม่ใช่สาระของบทความนี้นะครับ เหลือไว้เฉพาะประเด็นสำคัญที่คุณโจ้ต้องการสื่อสาร

    ผมขอตอบคุณโจ้ในประเด็นเรื่องโดเมนอื่นถูกกว่า แต่เค้าไม่ให้เงินเรา (คำพูดแบบนี้ก็นำมาจากธุรกิจเครือข่ายในโลก offline อย่างแอมเวย์หรือกิฟฟารีนอีกที) ในความเป็นจริงแล้ว เว็บไซต์รับจดโดเมนจำนวนมากในโลกนี้พร้อมที่จะให้เงินคุณโดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินเดือนละ $10 ด้วยครับ เพียงแค่คุณทำ Affiliate Marketing หรือช่วยหาลูกค้าให้เขา

    ผมขอยกตัวอย่าง GoDaddy ซึ่งเป็นผู้รับจดโดเมนยักษ์ใหญ่ของโลก และยังเป็น partner กับ Google จริงๆ (Google หาลูกค้าให้กับ GoDaddy ด้วยการรับจดโดเมนผ่านบริการ Google Apps) GoDaddy มีการจ่าย commission ให้กับผู้ทำการตลาด 20% ของยอดขาย ซึ่งอาจจะดูไม่มากนักถ้าเทียบกับราคาโดเมนเนมที่ไม่ถึง $10 ต่อปี คุณอาจจะได้รับ commission แค่เหรียญกว่าๆ แต่ถ้าลูกค้าที่คุณหามาเกิดตัดสินใจใช้ web hosting ที่ราคาสูงที่สุดของ GoDaddy คุณก็จะได้รับ commission สูงถึง $105 ต่อหนึ่งรายการเลยครับ

    ที่สำคัญคือเงิน commission ที่ได้รับ มาจากการขายของให้กับผู้ที่ต้องการใช้สินค้าจริงๆ ต้องการโดเมน ต้องการพื้นที่ทำเว็บที่มีคุณภาพสูงในราคาประหยัด ไม่ได้มาจากการชักชวนให้คนอื่นจ่ายเดือนละ $10 แล้ววาดฝันว่าเขาจะมีธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ ได้เงินคืนกลับมาเป็นกอบเป็นกำ

    ส่วนเรื่องที่คุณโจ้และองค์กรไม่เคยส่ง spam mail ไปหาใคร นั่นก็เป็นเรื่องที่น่าชมเชยที่ไม่ใช้วิธีรบกวนคนอื่นครับ ต้องบอกไว้เลยครับว่าการส่ง spam mail เป็นเรื่องผิดกฎหมาย พรบ.คอมพิวเตอร์

  13. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ตอบคุณ pick

    ผมขออนุญาตตัดเนื้อหาส่วนที่คุณ pick โฆษณาเว็บตัวเองออกนะครับ

    ผมชอบข้อความนี้ของคุณ pick

    “คุณค่าของโดเมนเนม.ws คือการจดทะเบียนโดเมนเนม.ws ที่มาพร้อมกับบริการให้คำปรึกษาการทำธุรกิจออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยค่าใช้จ่าย 10$ ต่อเดือน ราคานี้มีที่ใหนจะทำให้คุณได้อีก”

    นี่เป็นประเด็นที่ผมมองข้ามไป ดังนั้นถ้าใครอยากเรียนรู้เรื่อง SEO อยากรู้เรื่อง Google AdSense สามารถลงทะเบียนเรียนกับคุณ pick ได้ในราคาเพียงเดือนละ $10 (แต่คุณ pick ได้รับจริงๆ เพียง $1) คุณ pick ก็จะถ่ายทอดวิชาให้หมด โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องไปหาดาวน์ไลน์ต่อก็ได้ครับ ขอความรู้จากคุณ pick สักเดือนเดียว ผมว่าได้อะไรเยอะแน่ๆ

    ส่วนเว็บไซต์เกี่ยวกับดนตรีที่คุณ pick โพสต์ในข้อ 2 ผมลองเข้าไปดูแล้วครับ และผมเกิดคำถามขึ้นว่า เว็บนี้สร้างคุณค่าอะไรให้กับสังคมออนไลน์?

    สิ่งที่เว็บนี้ทำก็คือรวบรวมคีย์เวิร์ดสำคัญๆ ที่เกี่ยวกับดนตรี เพลง mp3 เอาไว้ และมีคอนเทนต์ที่มีคีย์เวิร์ดเหล่านี้อยู่บ้าง (ไม่แน่ใจว่าไป copy คอนเทนต์จากเว็บอื่นอีกทีหรือเปล่า) ซึ่งเป็นการทำ SEO และมีโฆษณา Google AdSense ติดอยู่ เมื่อมีคน search หาข้อมูลเกี่ยวกับเพลง ก็จะพบกับเว็บของคุณ pick แต่เมื่อเข้ามาแล้วจะไม่พบสิ่งที่เขาต้องการ เขาก็จะคลิกโฆษณาเพื่อไปเว็บอื่นต่อไป จึงไม่น่าแปลกเลยครับที่คุณ pick จะได้รับรายได้เดือนละ $200 - $300

    แต่ทำไมคนที่ search หาเพลงจะต้องเสียเวลาคลิกเข้ามาที่เว็บของคุณ pick ด้วยล่ะครับ? เขาได้รับประโยชน์อะไรจากเว็บบ้าง? ถ้าไม่มีเว็บนี้อยู่ บางทีเว็บที่มีสิ่งที่ผู้ search ต้องการจริงๆ อาจจะถูกเลื่อนอันดับขึ้นมาอยู่ด้านบนก็ได้ และเขาก็ไม่ต้องเสียเวลาคลิกไปพบกับเว็บที่เขาไม่ต้องการครับ

  14. Pun แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมเป็นคนนึงที่พึ่งเริ่มทำธุรกิจ GDI ได้ไม่นาน แต่พอผมได้เข้ามาทำแล้วผมไม่เคยรู้สึกเลยว่า upline มาเอาเปรียบเรา ทุกวันนี้ upline ผมนำเงินที่ได้จาก GDI เกือบทั้งหมดมาลงโฆษณาให้กับลูกทีมซึ่งผมรู้สึกว่าผมโชคดีจริงๆที่ได้มาอยู่ทีมนี้ upline ช่วยให้ผมเติบโตในธุรกิจ และคอยให้คำแนะนำต่างๆ เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่านี่คือการกินหัวคิวกัน คำๆนี้ผมไม่เคยรู้สึกหรือมีอยู่ในหัวเลย
    ส่วนประเด็นที่เจ้าของกระทู้พยายามพูดถึงตัวสินค้าซึ่งคือ .ws ให้เหมือนจะเป็นกลางนั้น คุณอย่าลืมสิว่าเราคือกลุ่มที่นำ .ws มาสร้างธุรกิจ ซึ่งบางคนอาจจะไม่ได้ใช้ .ws จริงๆ (เพราะหัวใจหลักธุรกิจของ .ws คือการสร้างธุรกิจ)ดังนั้นคุณควรจะมาพูดเกี่ยวกับแผนการตลาดของเราซะมากกว่า ว่าเด่นด้อยกว่าธุรกิจตัวอื่นๆอย่างไร ในโลกธุรกิจ

    สุดท้าย - Upline ผมอดหลับอดนอน ต้องทำงานประจำ และเสียสระเงินที่ได้จาก GDI มาลงให้คนในทีม คุณจะมาว่าเราว่าเป็นธุรกิจกินหัวคิวกันนั้น ผมขอค้าน !!

  15. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ตอบคุณ Pun

    ด้วยธรรมชาติของธุรกิจ Network Marketing คนเป็นอัพไลน์ไม่สามารถเอาเปรียบคนเป็นดาวน์ไลน์ได้หรอกครับ เพราะถ้าอัพไลน์ไม่ช่วยดาวน์ไลน์ ดาวน์ไลน์ก็จะย้ายสายงานครับ

    คนที่ทำธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่อื่นๆ ก็ไม่มีใครคิดว่าตัวเองถูกกินหัวคิวหรอกครับ เพราะอัพไลน์จะพยายามสร้างสายสัมพันธ์อันดี และโมติเวทให้เห็นถึงความฝันที่จะได้เงินจำนวนมากในอนาคต คอยให้กำลังใจเพื่อจะได้มุ่งมั่นทำธุรกิจต่อไป (และจ่ายเดือนละ $10 ต่อไป รวมถึงออกแรงหาดาวน์ไลน์ต่อไปด้วย)

    ที่คุณ Pun แนะนำให้ผมเขียนถึงจุดเด่นจุดด้อยของแผนการตลาดแบบนี้ งั้นผมเขียนตรงนี้เลยนะครับ

    จุดเด่น
    - ธุรกิจที่ใช้การตลาดแบบนี้จะมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะเกิดมาจากพลังทวีคูณ และแน่นอนว่าเงิน $5 ต่อหนึ่งคนจะไหลสู่บริษัท GDI อย่างรวดเร็วด้วย (GDI ได้มากถึงปีละ $60 ต่อหนึ่งโดเมน เมื่อเทียบกับ GoDaddy ที่ได้เพียงปีละ $10 ทั้งที่ตัวสินค้าไม่แตกต่างกันเลย)
    - ลูกค้าของธุรกิจนี้มีความจงรักภักดีต่อบริษัทสูงมาก จะคอยออกมาปกป้องแก้ต่างให้กับบริษัทตลอด (ดังที่เห็นได้ที่เว็บนี้เลย)
    - ธุรกิจนี้ช่วยให้หลายคนร่ำรวยขึ้นมาได้จริง

    จุดด้อย
    - แผนการตลาดแบบนี้จะถูกโจมตีอยู่ตลอดเวลา ถ้าหากตัวสินค้าไม่คุ้มค่าจริง (ถึงแม้ว่าสินค้าจะคุ้มค่า แต่แผนการตลาดแบบนี้ก็ยังถูกโจมตีอยู่เรื่อยๆ เช่นกัน ดูอย่างแอมเวย์หรือกิฟฟารีน ก็จะมีคนที่ไม่ชอบและคอยโจมตีตลอด)
    - คนที่ไม่เข้าใจวิธีทำธุรกิจ จะสร้างความเสียหายให้กับส่วนรวมได้ง่ายมาก อย่างเช่นคนที่ส่ง spam mail นอกจากจะสร้างความรำคาญให้แก่ผู้รับแล้ว ยังส่งผลให้ภาพพจน์ของธุรกิจเสียหาย ส่งผลกระทบต่อผู้ทำธุรกิจคนอื่นๆ ที่ใช้วิธีการที่ถูกต้อง
    - ถึงแม้ธุรกิจนี้จะช่วยให้คนร่ำรวยได้จริง แต่ก็มีคนเป็นจำนวนมากที่เสียเงินฟรีแล้วไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ เพียงแต่ว่าเงินจำนวนเล็กน้อยเพียง $10 ทำให้คนที่ไม่สำเร็จไม่อยากเสียเวลาออกมาป่าวประกาศอะไร ลองถ้าต้องจ่ายเงินเกือบแสนแบบที่ธุรกิจเครือข่ายบางรายทำสิครับ รับรองว่าโดนด่าเละแน่
    - ทัศนคติของดาวน์ไลน์คือจุดอ่อนที่สุดของการตลาดแบบนี้ วันใดที่ดาวน์ไลน์เริ่มรู้สึกอยู่ในใจลึกๆ ว่ามันไม่คุ้มค่าที่เขาจะอยู่ในธุรกิจนี้ต่อไป เขาก็จะเลิกทำ และถ้าคนเลิกทำมีจำนวนมากขึ้นในระดับหนึ่ง มันจะกลายเป็นโรคติดต่อ ถ้าหากอัพไลน์ไม่ฉีดวัคซีนดาวน์ไลน์ให้ดี องค์กรของอัพไลน์ก็จะล่มครับ

  16. Thi แสดงความคิดเห็นว่า:

    ถ้าใครที่เคยทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อนคุณจะเข้าใจว่าการลงทุนเพื่อให้ตนเองดำเนินธุรกิจได้และช่วยเหลือคนในองค์กรของคุณต้องทุ่มเทเป็นอย่างมาก ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่ดีมันจะเป็นเครื่องผ่อนแรงคุณในอนาคต แต่มันก็ขึ้นอยู่กับความขยันของคุณด้วย มันจะไม่เห็นผลเร็วนักแต่จะค่อยเป็นค่อยไป ตัวเราเองก็เคยทำมาก่อน เป็นของบริษัทชั้นนำระดับโลกแห่งหนึ่งที่สินค้าและแผนการตลาดดีมากๆ ข้อมูลสนับสนุนเพียบ ลงทุนมากกว่า GDI หลายเท่า เรายังไม่ใช่คนที่ทำ GDI แต่กำลังหาข้อมูลอยู่และเข้าใจระบบธุรกิจเครือข่ายเป็นอย่างดี แผนของ GDI ไม่ซับซ้อนถ้าคุณคิดว่ามันเป็นธุรกิจคุณก็จะทำมันได้ แต่ถ้าคุณคิดว่าจะใช้เวปไปทำยังอื่นมันไม่คุ้มแน่นอน การทำธุรกิจเครือข่ายถูกโจมตีเสมอไม่ว่าที่ใด ใหญ่แค่ไหนก็โดนหมดเพราะถ้าคุณไม่เข้าใจมันจริงๆ คุณจะไม่ชอบมันและบางทีพาลจะทำให้เกลียดด้วยซ้ำเพราะถ้าคุณบริหารเครื่อข่ายหรือธุรกิจของคุณไม่ดีคุณก็มีสิทธิเสียหายได้มากเช่นกัน แต่ถ้าคุณเข้าใจแผนและวิธีการเป็นอย่างดี พยายามศึกษาข้อมูลให้มากที่สุด และวางแผนอย่างค่อยเป็นค่อยไป คุณจะเป็นอิสระได้ในเวลาไม่นานมาก ไม่ต้องทนทำงานประจำไปจนเกษียรด้วย

  17. อริส แสดงความคิดเห็นว่า:

    เกิดคำถามขึ้นมาค่ะ

    ดิฉันเคยสนใจธุรกิจ MLM เชื่อว่าถ้าฝืนใจเชื่อตามไป ก็จะสร้างรายได้ที่ดีกว่างานประจำ
    แต่เมื่อเข้าประชุม และพบระบบการชักชวนให้เชื่อในสิ่งเดียวกัน
    โดยมีคำว่า “รวย” และ “สำเร็จ” อยู่แทบทุกประโยค
    ดิฉันมองไปรอบข้าง รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในวันสำคัญทางศาสนาแห่งการ “รวย” และ “สำเร็จ”
    ดิฉันจึงตัดสินใจก้าวถอยหลัีงออกมา เพราะไม่สามารถเชื่อตามนั้นได้
    ไม่ใช่ไม่เชื่อว่าจะรวยได้นะคะ แต่เพราะคิดว่าคนเราน่าจะมีความหมายในการเกิดมา ที่มากกว่า รวย และ สำเร็จ (ยกตัวอย่างคนที่รวยและสำเร็จท่านหนึ่งซึ่งไม่สามารถกลับบ้านเกิดตัวเองได้)
    ดังนั้นดิฉันจึงค้นหาความหมายนั้นด้วยการใช้ชีวิตปกติธรรมดาต่อไป

    เรื่องของระบบ MLM ยี่ห้อใหม่เข้ามาในชีวิตเป็นระยะๆ ซึ่งดิฉันดูตามความเหมาะสม .. อันไหนที่ดีก็ซื้อมาใช้ มารับประทาน
    จนกระทั้งได้พบกับ GDI

    จริงๆ ลบสแปมเมลแบบนี้ทิ้งไปโดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 10-20 ฉบับได้มั้ง
    ไหนๆ ก็ไหนๆ เข้าไปสักหน่อยค่อยลบ แต่วันนี้เห็นประโยค “ทีมงานใช้เวลา 3 วัน 3 คืน แปลและรวบรวมข้อมูลลงมาเหลือ 2 หน้า ให้กระชับ และรวบรัดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่ื่อไม่เป็นการรบกวนเวลามากเกินไป” ดังนั้นดิฉันจึงเข้าไปอ่าน
    พบกับตัวอย่างแนะนำว่าจะมีผลตอบแทนอย่างไร ตัวอย่างบัญชีของผู้ที่ได้รับเงินผ่านเพพาล และตัวอย่างสเตทเมนเพพาล
    รู้สึกว่าน่าสนใจมากค่ะ .. อยากรู้เหลือเกินว่าตกลงมันขายอะไรกันแน่
    สาธยายเรื่องรายได้มาหลายต่อหลายหน้า สินค้าคืออะไรกัน

    ซึ่ง.. ดิฉันมาเข้าใจตอนที่เข้ามาค้นหาคำว่า GDI จากคนที่ไม่ได้ชักชวน ว่ามันคือโดเมนที่ไปใช้ทำอะไรได้
    ดิฉันคงเบาปัญญาเกินกว่าที่จะเข้าใจจากคุณๆ ที่ชักชวนว่าสินค้าคืออะไรกันแน่
    และ .. ถ้าหากเป็นโดเมน ดิฉันเข้าใจว่า น่าจะเหมือนๆ กับโดเมนที่มีนามสกุลอื่นๆ
    เมื่อเป็นโดเมนสกุลใหม่ .. ก็น่าสนใจอยู่ แล้วข้อดีจากโดเมนตระกูลนี้ เมื่อเทียบกับตระกูลอื่นๆ ล่ะ ..
    ..
    ถ้าหากว่าสินค้าหลักไม่ใช่โดเมนที่มีคุณภาพ เพียงพอจะไปใช้ในเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาจริงๆ
    ไม่ใช่เว็บไซท์ขยะ ที่ไม่มีความหมายอะไรทั้งสิ้น ดิฉันสนใจแน่ค่ะ
    แต่ถ้าเป็นการสร้างโดเมน ที่ไม่ไ้ดมีเนื้อหาจริงๆ (หมายถึงเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ได้สักเรื่อง หรือถ้าเป็นของธุรกิจ ก็น่าจะมีสินค้าจริงๆ หรือบอกว่าเขาทำอะไร ไม่ใช่บอกให้เข้ามาสมัครจดโดเมนและชักชวนต่อๆกันไป)

    ถ้าในฐานะของระบบเครือข่าย สิ่งที่ดิฉันสงสัยตลอดมาคือ

    1. ธุรกิจเครือข่ายมักใช้คำว่า “อิสระ” เข้ามาดึงดูดใจ แน่นอนว่าเราไม่ได้ต้องทำงานในองค์กรต่างๆ จนเกษียณ แต่การที่ต้องคอยดูแลและ่ช่วยเหลือดาวไลน์ นั่นไม่ใช่งานหรือคะ
    เราจำกัดความของคำว่า “งานประจำ” แค่่ว่าเข้าเช้าออกเย็น รับเงินเดือน
    มองอีกแง่ งาน “อิสระ” แบบนี้ มันก็คืองานทีึ่ไม่มีอิสระได้เหมือนกัน
    2. มันจะมีการถึงจุดอิ่มตัวหรือไม่ .. ถึงเวลานั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป
    คนสมัครแอมเวย์เมื่อสิบกว่าปีก่อน กับทุกวันนี้ มีโอกาสเท่ากันหรือไม่
    ถ้าในเมื่อใครๆก็เป็นสมาชิก พอมันขยายจนไม่รู้จะขยายยังไงแล้ว
    จะเป็นอย่างไรต่อคะ
    3. การดึงดูดใจถึงการทำงานที่ไม่ใช่งาน “งาน” ของแต่ละคนควรสะท้อนตัวตนของคนๆนั้น หรือเป็นสิ่งที่ชำนาญ จะอะไรก็ตาม แต่เมื่อเราเชื่อว่า ทำธุรกิจ “อิสระ” ดีกว่า จะได้มีรายได้งามๆ โดยไม่ต้องเหนื่อย เมื่อนั้น คำว่า “งาน” จะมีความหมายอะไรอีกนะ
    4. งานแบบนี้นอกจากคนที่รักการชักชวน (ดิฉันขอเลี่ยงคำว่าขาย เพราะเขาบอกว่าไม่ใช่งานขาย) เป็นชีวิตจิตใจ ยังอาจเหมาะกับคนที่เบื่อหน่ายงานประจำเต็มที .. ดูเหมือนทุกวันนี้มีคนที่ไม่มีความสุขและไม่พอใจกับ “การงาน” ของตัวเองมากมายเต็มไปหมด

    สรุปค่ะ .. ยุคนี้ระบบเครือข่ายถึงกับขาย “สิ่งที่ไม่มีอะไรเลย” ให้เป็นสินค้าขึ้นมาได้ สุดยอดเหลือเกินค่ะ

    ขอให้ไม่สร้างขยะให้กับโลกออนไลน์มากจนเกินไปนะคะ
    ยกตัวอย่างแค่ในเมลของดิฉัน เมลประเภทนี้ มากกว่าเมลที่ถูกฟอร์เวิร์ดสองเท่าได้
    เมลที่ถูกฟอเวิร์ด หลังจากคัดกรองข้อมูลที่ควรส่งต่อให้คนอื่นได้ประโยชน์ ก็เหลือแค่ประมาณ 10%
    ส่วนเมลที่มีเนื้อหาจริงๆนั้น มีอยู่สัปดาห์ละไม่กี่ฉบับ ส่วนใหญ่เป็นการส่งข้อมูลในเรื่องงาน
    และเมลที่คนเราเขียนหากัน .. แทบไม่มีเลยค่ะ
    จะมีวันที่ขยะล้นโลกออนไลน์ จนทุกอย่างเกิดอาการหยุดชะงักขึ้นมาบ้างมั้ย

  18. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    เห็นด้วยกับคุณอริสหมดเลยครับ และอยากจะเสริมในข้อ 2 เพิ่มหน่อย

    อย่างที่เรารู้กันว่าตลาดของแอมเวย์ในไทยผ่านมา 20 ปี ปัจจุบันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว การขยายเครือข่ายทำได้ยากมาก จะชวนใครก็มีแต่คนปฏิเสธ เรียกได้ว่า success rate ของการชวนคนอยู่ในระดับต่ำมาก

    แต่ที่น่าสนใจก็คือยอดขายของแอมเวย์กลับเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนเฉียดๆ ปีละหมื่นล้านบาทได้ นั่นเป็นเพราะว่าผู้ที่เข้าไปทำธุรกิจในช่วงหลังจะต้องเน้นงานขายเป็นหลัก ส่วนใครที่ถอดใจไปจากธุรกิจ แต่เขาก็ยังบริโภคสินค้าแอมเวย์อยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับการปลูกฝังให้มีความรักในตัวสินค้า และปลูกฝังเรื่องคุณภาพของสินค้าที่เหนือกว่าสินค้ายี่ห้ออื่นๆ ตามท้องตลาด

    คำถามก็คือว่า ถ้าวันหนึ่งตลาดของ GDI เต็ม (ซึ่งมันต้องเร็วกว่า 20 ปีของแอมเวย์แน่นอน เพราะใช้การขยายทางอินเทอร์เน็ต) คนที่เข้าสู่ธุรกิจในช่วงอิ่มตัวจะทำอย่างไร? จะปลูกฝังให้เขาใช้โดเมน .ws ไปเรื่อยๆ ได้อย่างไร?

    มันก็เลยวนกลับมาที่ตัวสินค้านี่แหละครับ คนที่ทำธุรกิจ GDI อยู่ก็อาจจะบอกว่าให้ดูแผนการตลาดของบริษัทสิว่าดีขนาดไหน แต่อย่าลืมนะครับว่าส่วนผสมการตลาด 4P ตัว P ตัวแรกก็คือ Product นั่นเอง

  19. วิน แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมเห็นด้วยกับคุณ MacroArt ครับ สำหรับบทความเรื่องนี้ ธุรกิจแบบนี้เป็นธุรกิจกินหัวคิวอย่างแน่นอนครับ มองภาพให้ชัดก็คือ เมื่อเราคิดจะสมัคร เราจะไม่มองให้เห็นถึงประโยชน์โดยตรงของ product ตัวนั้น ว่าจะไปใช้ทำอะไรได้บ้าง แต่เราจะคิดทันทีว่า เราจะไปหาใครมาสมัครต่อจากเราดีนะ ทำต่อไปเรื่อยๆเป็นลูกโซ่ โดยบางทีไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าไอ้ที่เราสมัครไปเนี่ย product ที่จะขายคืออะไรกันแน่ ในโลก offline business มีธุรกิจแบบนี้เยอะมาก เคยมีคนรู้จักมาคุยแผนการตลาดของบริษัทหนึ่งให้ผมฟัง เขาพูดถึงตัว product น้อยมาก ส่วนใหญ่จะบอกว่าให้ไปหาคนมาสมัครต่อ หาได้กี่คนจะได้เงินเท่าไหร่ ลึกลงไปอีกจะได้เงินเท่าไหร่ พูดจนจบยังไม่รู้เลยว่า product ของบริษ้ทนี้คืออะไร เฮ้อ แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าเป็นธุรกิจที่แท้จริงและยั่งยืนได้อย่างไร

  20. Oakyman แสดงความคิดเห็นว่า:

    IP Address ซ้ำมั่งรึเปล่าเนี่ย

  21. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ใครที่ได้รับ spam mail ชวนทำธุรกิจ GDI ขอให้ช่วยกัน reply all กลับไปยังคนที่ส่ง mail มาหาคุณ รวมถึงคนอื่นที่ได้รับ spam mail นอกจากคุณด้วยนะครับ โดยให้ส่ง URL ของบทความนี้กลับไปคือ http://blog.macroart.net/2007/10/is-gdi-good-business.html และใส่ subject ว่า “อ่านบทความนี้ก่อนที่จะตัดสินใจทำธุรกิจ GDI (ธุรกิจจดโดเมน .ws เดือนละ $10)” เพื่อจะได้ให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ข้อมูลอีกด้านของธุรกิจนี้ นอกจากคำว่า “เงิน” หรือ “รวย” เพียงอย่างเดียว

  22. jetboat แสดงความคิดเห็นว่า:

    วันนี้มีน้องที่ออฟฟิศมาปรึกษาเรื่องนี้
    เลยส่งหน้านี้ให้น้องมันไปอ่านดูละ

  23. tan แสดงความคิดเห็นว่า:

    กำลังเข้าไปสมัครพอดีเลยดีน่ะเนี่ที่เห็นกระทู้นี้ก่อนไม่งั้นต้องมานั่งเสียดายตังค์แน่ๆเลย เนี่ยไปทำบัตรเว็บการด์ตามี่เขาบอกแล้วด้วย เหลือแต่จะเข้าไปสมัครพอดีเข้ามาเจอกระทู้นี่ก่อนต้องขอขอบคุณมากน่ะค่ะที่ทำให้ตาสว่าง

  24. Analogboy แสดงความคิดเห็นว่า:

    นั่งอ่านจนตาแฉะเลยครับ ผมคนนึงละที่กำลังมองหาอะไรซักอย่าง เพราะเบื่อกับการเป็นมนุษย์เงินเดือนเต็มที(คงเบื่อกันทุกคน)ก็เล็งๆไว้อยู่ครับ แต่พอมาอ่านบทความของคุณ(เหมือนฟ้าประทานครับเพราะผมก็จบวิศวะเกษตรฯ แต่เครื่องกลครับE54)ก็เริ่มกลับมาคิดอีกทีครับว่าจะเอาไงต่อ

  25. Rapacious แสดงความคิดเห็นว่า:

    อย่าลืมนะครับว่า มนุษย์ เรามีระบบป้องกันตัวเองเวลาที่จะตาย ก็เหมือนธุรกิจ GDI นี่ละครับเมื่อซักวันหนึ่งมถึงจุดอิ่มตัวการขยายตลาดก็จะทำได้ยากจริง จึงวนมาดูที่การบริโภคสินค้าที่จะทำให้บริษัทยั่งยืนอยุ่ได้ อย่างที่คุณคิดว่าบริษัท GDI มีสินค้าที่มีคุณภาพไม่คุ้มค่ากับราคา แต่เมื่อมาถึงเวลาที่ธุรกิจมาถึงจุดอิ่มตัว ถ้าหากในเวลานั้น สินค้ายังมีคุณภาพเหมือนปัจจุบันอยู่ก็จิงที่อาจจะทำให้บริษัทไม่สามารถยืนอยุ่ได้ในตลาด แต่กลับกันผู้บริหารคงไม่ปล่อยให้บริษัท ล้มลงไปต่อหน้าต่อตาเพราะมีสินค้าที่ด้อยคุณภาพ หากถึงเวลานั้นจริง ผู้บริหารคงปรัปปลี่ยนคุณภาพของสินค้ให้ตรงกับควานต้องการของตลาดอย่างแน่นอนครับ ก็ลองคิดดูนะครับว่าบริษัท GDI จะยังคงยั่งยืนต่อไปได้อีกหรือไม่

  26. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ทำไมผู้บริหารไม่ปรับคุณภาพของสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดตั้งแต่ตอนนี้ครับ?

  27. Nasa แสดงความคิดเห็นว่า:

    โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบลักษณะการตอบคำถามของคุณ MacroArt มากๆครับ ดูเป็นผู้มีความรู้มีภูมิปัญญาดี และตอบได้ตรงประเด็น มากกว่า 80% ผมรู้สึกว่าความรู้ขนาดนี้ คิดว่าคุณ จขกท น่าจะเคยทำหรือคลุกคลีอยู่ในวงการ ขายตรง, MLM หรือ Network Marketing อะไรก้อตามแต่จะเรียกกัน …มาพอสมควร

    แผนการตลาดแบบเครือข่ายนี้ เป็นแค่เครื่องมือหนึ่งในการหาเงินเท่านั้น คงไม่ถึงขนาดที่ทุกคนในโลกจะทำได้สำเร็จ เพราะไม่ว่างานใดๆ ในโลกจำเป็นต้องใช้ความขยัน ความมุ่งมั่นและตั้งใจด้วยกันทั้งนั้น คนที่ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ฝังอยู่ในตัว จะทำงานอะไรก้อสำเร็จได้ยาก …เพราะถ้าทุกคนทั้งเก่งและขยันกันหมดทุกคน คงวุ่นวายน่าดู(เพราะคงไม่มีใครยอมใคร)ความแตกต่างของคนแต่ละคน ทำให้เกิดเรื่องที่น่ามหัศจรรยขึ้นหลายเรื่องครับ ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ดี..

    จากสถิติที่คุณ จขกท บอกมา ผมเห็นด้วยครับ และก้อมียืนยันอยู่ในหนังสือดังหลายเล่มว่า.. ทุกๆ100คน จะมีคนที่ขยัน และอยากทำอะไรที่แตกต่างกว่าคนส่วนใหญ่อยู่แค่ประมาณ 5%เท่านั้น

    ความสวยงามของธุรกิจเครือข่ายนี้มีหลายด้านหลายมิติด้วยกัน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว ซึ่งคุณจะได้รับมันครบทุกด้านหรือไม่นั้น จุดสำคัญขึ้นอยู่กับ up-line ในองค์กรของคุณด้วย ว่ามีทัศนคติในการสร้างธุรกิจอย่างไร มีคุณธรรมมากแค่ไหน เพราะคนที่มีอะไรคล้ายๆกันจะดึงดูดกัน กฎจรรยาบรรณของแต่ละที่มีเอาไว้ให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ไม่มีใครมาตรวจสอบได้ทั้งหมด ขนาดกฎหมายบ้านเมืองยังมีคนทำผิดทุกวัน แล้วมันจะแปลกอะไรล่ะ ถ้าจะมีคนนำข้อดีของธุรกิจนี้ไปใช้แบบผิดๆ เพราะธุรกิจเหล่านี้อยู่ได้ด้วยความเชื่อและศรัทธาที่หยั่งรากลึกของคนทำธุรกิจและตัวสินค้าที่มีคุณภาพ ..

    คงต้องคุยกันด้วยข้อมูลความจริงและสถิติ
    ไม่ใช่มีแต่ความคิดเห็นของผู้ที่รู้บ้างไม่รู้บ้าง ..สุดท้ายแล้วก้ออยู่ที่ตนเองตัดสินใจว่าจะเลือกทำธุรกิจแบบนี้เพราะ
    1.เหมาะกับเราจัง ชอบคุยกับผู้คน เป็นไปได้นะ น่าลองดูสักตั้ง
    2.ก้อดีนะ..แต่เราไม่ชอบอ่ะไม่ใช่เรา ดูเหมือนจะเอาเปรียบคนอืน
    3.ดูๆไปก้อไม่ค่อยชอบนักหรอก แต่ถ้าทำแล้วได้แบบนี้ จะลองฝืนทำดูสักครั้ง ก้อเพื่อนๆกันทั้งนั้น

    ..แต่ไม่ว่าคุณจะเข้ามาทำธุรกิจนี้ ด้วยเหตุผลใดก้อตาม..จำต้องอาศัยความทุ่มเทและDNAความขยันที่มีอยู่ในตัวเป็นแรงพลักดันให้ไปสู่ความสำเร็จด้วยอย่างแน่นอนครับ

    อีกประเด็นนึงคือ ที่คุณ MacroArt พูดไว้ว่า
    “อย่างที่เรารู้กันว่าตลาดของแอมเวย์ในไทยผ่านมา 20 ปี ปัจจุบันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว การขยายเครือข่ายทำได้ยากมาก จะชวนใครก็มีแต่คนปฏิเสธ เรียกได้ว่า success rate ของการชวนคนอยู่ในระดับต่ำมาก”

    คำพูดนี้ขอข้อมูลหน่อยได้มั้ยครับ..ว่าคุณเอามาจากไหน success rate เป็นยังไง วัดมาจากอะไร ใครเป็นคนวัด น่าเชื่อถือมั้ย หรือว่าเป็นเพียงข้อคิดเห็นส่วนตัว ขอให้ช่วยแยกข้อเท็จจริง กับข้อคิดเห็นหรือความรู้สึกออกจากกันด้วยครับ เพราะข้อมูลที่ผมมีนั้น ยอดขายของแอมเวย์ก้อยังคงสูงขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง คนที่ปฏิเสธก้อยังมีอยู่เยอะมาก และคนที่เข้ามาทำและสำเร็จก้อมีมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน …ธุรกิจย่อมต้องวัดกันที่ยอดขายหรือว่าตัวเงิน มากกว่าจำนวนคนที่ทำธุรกิจ

    ผมในฐานะคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายอยู่ด้วยนั้น …จากข้อมูลที่ได้มา ไม่กล้าฟันธงเลยครับว่าธุรกิจนี้จะถึงจุดอิ่มตัว เพราะตราบใดที่คนยังต้องตื่นขึ้นมาล้างน้ำ แปรงฟัน ยังไงก้อยังคิดว่าธุรกิจนี้ยังเติบโตไปได้อีกนานครับ

    ยังไงก้อขอขอบคุณมากๆกับข้อคิดเห็นและข้อมูลที่คุณ MacroArt ถ่ายทอดมาให้เราได้เข้าใจธุรกิจ GDI นี้มากขึ้นนะครับ

  28. Nasa แสดงความคิดเห็นว่า:

    “ทำไมผู้บริหารไม่ปรับคุณภาพของสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดตั้งแต่ตอนนี้ครับ?”

    นั่นสินะครับ..ทำไมไม่ทำซะตั้งแต่ตอนนี้เลยล่ะ หรือว่าติดเรื่องเงินทุน ก้อไม่น่าใช่ เพราะมีทุนจดทะเบียนตั้งพันล้านดอลล่าร์นี่เนอะ หรือว่าไม่ใช่จุดประสงค์ในตอนนี้กันแน่? หรือเพราะมาทีหลังเลยแข่งกันตรงๆยาก ต้องใช้ระบบ MLM เข้าช่วย..แต่ก้อถือว่าไอเดียดีครับ น่าสนับสนุนสำหรับคนที่ตั้งใจ

  29. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    คำว่า “จุดอิ่มตัว” ในความหมายของผมไม่ใช่เรื่องยอดขายนะครับ ผมเชื่อว่ายอดขายของแอมเวย์จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากจำนวนสินค้าที่มีอยู่มากมาย และยังมีสินค้าใหม่ๆ เข้ามาอีก อย่างที่คุณ Nasa บอก ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องใช้สินค้าอุปโภคบริโภค แอมเวย์ก็ยังขายได้เรื่อยๆ อยู่ดี

    จุดอิ่มตัวในที่นี้หมายถึงอัตราการชักชวนคนใหม่เข้ามาร่วมธุรกิจครับ ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะมีแต่คนเก่าๆ ไม่มีคนใหม่เข้ามาเลยนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าปัจจุบันแอมเวย์มีผู้ทำธุรกิจกี่แสนคน สมมุติว่าห้าแสนคนละกัน ถ้าเรามองภาพในระดับ Macro ให้คนห้าแสนคนไปชวนคนมาเพิ่มอีกคนละหนึ่งคน ทั้งระบบก็จะมีคนถึงหนึ่งล้านคนได้ไม่ยากเลย แต่ถ้าเรามองในระดับ Micro ก็จะพบว่าพอไปชวนเพื่อน เพื่อนก็จะบอกว่ามีเพื่อนอีกคนมาชวนแล้วเหมือนกันแต่ปฏิเสธไป ส่วนตัวผมเองก็ถูกชวนมาหลายคน นี่จึงเป็น “สัญญาณ” ว่าธุรกิจเริ่มถึงจุดอิ่มตัวในแง่ของการเพิ่มจำนวน distributor แต่ในแง่ของยอดขายก็ยังเพิ่มได้โดยอาศัยฐานเครือข่ายเดิมที่มี brand loyalty สูงมาก

    ทีนี้ภาพที่คนที่อยู่ในธุรกิจแอมเวย์มองเห็นจะเป็นภาพ Macro ครับ มองเห็นกราฟยอดขายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มองเห็นคนหน้าใหม่เข้าสู่ธุรกิจเรื่อยๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับที่จะเห็นคนหน้าใหม่ตลอดเวลา เพราะอย่างที่บอก มีฐานอยู่ห้าแสนคน ชวนกันคนละนิดคนละหน่อย ก็ทำให้มองเห็นคนใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ได้อยู่แล้ว

    ข้อความของผมมาจากทั้งประสบการณ์ส่วนตัว และฟังมาจากปากของเพื่อนที่ปัจจุบันยังทำธุรกิจแอมเวย์อยู่ครับ ส่วนตัวแล้วผมอยากได้ข้อมูลที่เป็นตัวเลขจริงๆ ของแอมเวย์อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็น raw data ที่ยังไม่ได้ถูกปั้นแต่งโดยอัพไลน์ระดับสูงที่ต้องการโมติเวทเพื่อ maintain ให้คนอยู่ในระบบต่อไป น่าเสียดายครับที่ผมไม่ใช่ผู้บริหารของแอมเวย์ที่จะเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้

  30. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ไปเจอบทความที่วิเคราะห์ GDI ในแง่ของแผนการจ่ายผลตอบแทนครับ น่าสนใจดี

    http://www.oknation.net/blog/chanwit/2007/04/25/entry-1
    http://www.oknation.net/blog/chanwit/2007/04/26/entry-1

  31. reader แสดงความคิดเห็นว่า:

    เสียเวลาครับ ผมเองไม่ได้เกี่ยวอะไร แค่อ่านมาเรื่อยๆ
    ในเมื่อเจ้าของ blog เค้า negative แล้วก็อย่ามาพูดว่าเป็นกลางดีกว่า ทำไมถึงต้องลบข้อความของคนที่เค้ามาตอบด้วยหล่ะ ทุกคนก็เป็นปัญญาชน เค้าอ่านก็มีหัวคิด GDI ดีจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ถ้าอยากให้เป็นกลางก็ให้เค้าแสดงอีกมุมนึงบ้าง สมองมีกันทุกคน คิดเองได้ว่าดีหรือไม่ ไม่ต้องรอให้จูงจมูก ถ้าจะให้ฟังความข้างเดียวแล้วจะมา้ขียน blog นี้หาอะไรหรอ

    เป็นกลางหน่อยสิครับ เพราะผมต้องการทราบข้อมูลที่แท้จริง ไม่ใช่บิดเบือน

  32. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมปล่อยผ่านทุกความคิดเห็นนะครับ ไม่มีลบเลย จะมีที่เซ็นเซอร์บางความคิดเห็นที่ใช้ข้อความไม่สุภาพครับ แต่ก็เซ็นเซอร์เฉพาะส่วนที่ไม่สุภาพจริงๆ ส่วนเนื้อหาใจความหลักยังมีอยู่ครบถ้วนครับ

    ผมเปิดให้ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นอีกมุมได้ ดังที่จะเห็นได้จากหลายความคิดเห็นด้านบนครับ ถ้าผมปิด แปลว่าต้องไม่มีความคิดเห็นจากฝั่งของ GDI เลย แต่ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ และความคิดเห็นเหล่านั้นก็ถูกโต้แย้งกลับไปด้วยเหตุผลครับ

    ข้อมูลที่แท้จริงที่คุณ reader เรียกร้อง ล้วนอยู่ในบล็อกนี้ทั้งนั้นครับ

    GDI คิดค่าบริการเดือนละ $10 - จริง
    $5 เข้ากระเป๋า GDI อีก $5 เข้ากระเป๋าผู้ทำธุรกิจ (ที่เป็นอัพไลน์) - จริง
    โดเมน .com จดได้ในราคาไม่ถึงปีละ $10 - จริง
    Google Page Creator ใช้งานได้ฟรี - จริง
    มี web hosting ที่ให้บริการ PHP + Mysql ในราคาเดือนละ $3.59 - จริง

    มีอะไรไม่จริงเหรอครับ?

    คุณ reader ควรจะกลับไปดูเว็บที่ชักชวนให้ทำธุรกิจ GDI นะครับว่าเว็บเหล่านั้นให้ข้อมูลด้านเดียว จริงหรือเปล่า? มีแต่เรื่องรวยบ้างล่ะ หาเงินทางเน็ตบ้างล่ะ จริงหรือเปล่า? มีแต่เอาคนที่ได้เงินเยอะๆ มาโชว์ แต่ไม่พูดถึงคนที่เสียเงินฟรีเลย จริงหรือเปล่า?

  33. MTwinner แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมอ่านและศึกษาข้อมูลดูผมเข้าใจดังนี้นะครับ

    GDI คือการจดโดเมน .ws ในราคา 10$ ต่อเดือน
    รายได้ของเราคือการหา Downline จะได้ Downline 1$ ต่อ 1 คนในเริ่มต้นเราหาได้ 5 คน (ถ้าหาได้ใน 1 สัปดาห์ก็จะได้ 100$) ต่อเดือนเราต้องหาให้ได้ 10 คน เพราะว่าเราจะได้ไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าตัวเองจ่ายค่าเช่าโดเมนต่อไป ขั้นที่สอง Downline ของเราทั้ง 5 คน หา Downline เพิ่มอีกคนละ 5 เราก็จะได้ 25$ ของ Downline ลูกของเราถูกมั๊ยครับ ผมอยากถามตรงนี้ครับว่า ถ้าหาก Downline ที่เราหามาไม่สามารถหา Downline ต่อไปได้ รายได้ของเราจะหยุด ถูกต้องไหมครับ

  34. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    รายได้ของเราจะหยุดเมื่อดาวน์ไลน์ของเราไม่จ่ายเงินเดือนละ $10 อีกต่อไปครับ

  35. mayy แสดงความคิดเห็นว่า:

    อ่านมาทุกตัวหนังสือ ทั้งของคุณ MacroArt และผู้ตอบกระทู้ทุกท่าน

    **ประทับใจค่ะ ขอชื่นชม เจ้าของกระทู้ ที่ทำให้อาการนอนก่ายหน้าผากของดิฉันจะหมดลงไปในวันนี้ **

    ดิฉันเอง กะลังเบื่องานปัจจุบันมาก เนื่องจากเพิ่งทราบว่า ตัวเองและเพื่อนๆ จะไม่ได้โบนัส ในปีนี้ เนื่องจากผลประกอบการที่ไม่ดีนัก

    อยากเปลี่ยนงานใหม่ แล้วไปเจอธุรกิจนี้ จากเวบหางาน

    ดิฉันเอง อ่านมาแล้วก็รู้สึกสนใจ แล้วก็คิดว่าไม่น่าจะเสียหายอะไร เพราะเค้าให้ทดลองทำได้ 7 วันแรก ก็เลยสมัครดูอย่างง่ายดาย

    และพอคลายความเศร้าจากเรื่องไม่ได้โบนัสแล้ว ก็รู้สึกว่า ไม่สนใจธุรกิจนี้ซักเท่าไหร่นัก เพราะไม่ใช่เป้าหมายของเรา การรักษา downline นี้ยากมาก กว่าจะได้ 1 คน ได้รับ 1$ น้อยสุดๆ ไม่คุ้มค่าเหนื่อยนะ

    ** จนวันนี้ ลองค้นหาคำว่า GDI ใน google ก็พบกระทู้นี้
    *** ซึ่งตัดสินใจแล้วค่ะ ว่าจะยกเลิกทันที (เพราะเพิ่งสมัครได้ไม่ถึง 7 วัน)

    ขอบคุณ คุณ MacroArt มากนะคะ ที่ช่วยวิเคราะห์ให้เห็นอย่างละเอียด

  36. WindForce แสดงความคิดเห็นว่า:

    ระบบหาสมาชิกมากินเงินกันเอง แต่จ่ายตังให้ฝรั่งชัวร์ๆ 5$ ต่อคนต่อเดือน

    สินค้า domain + hosting 10$ ต่อเดือน คนที่จะจ่ายเงินเพื่อตัวสินค้าจริงๆ เค้าจะใช้สินค้าแบบนี้ไปนานแค่ไหนกัน

    ส่วนคนที่จ่ายเงิน 10$ ต่อเดือน เพื่อต้องการชวนคนมาเป็น downline
    นั้น ถ้าหาสมาชิกได้เรื่อยๆ และ downline ยังหาสมาชิกต่อไปได้ๆเรื่อยมันก็ดีอยู่สำหรับคนที่มาก่อนอ่ะนะ

    แต่่ถ้าถามถึงความยั่งยืนล่ะ มันคือการที่คนอยากรวย ง่ายๆ สบายๆ มา
    รวมกัน จ่ายตังให้้ GDI แล้วก็ชวนคนที่คิดแบบเดียวกันมาเพิ่มเข้าไปอีก
    กินกันไปกินกันมา สุดท้าย GDI รวยชัวร์ๆอยู่คนเดียว

    โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆฟรีๆ ไม่ต้องเหนื่อยหรอกครับ

  37. tictoc แสดงความคิดเห็นว่า:

    เป็นกระทู้ที่น่าสนใจจริงๆครับ เกี่ยวกับเรื่องของ GDI
    โดยส่วนตัวแล้วก็มีความคิดเช่นเดียวกับเจ้าของกระทู้ว่า โดเมนอะไรกันแพงมากๆ แถมจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้ บวกกับได้มีโอกาสคุยกับบุคคลหนึ่ง(อยากรู้เลยลงทะเบียนไว้) โทรมาคุย ยิ่งคุยก็ยิ่งเหมือนแชร์ลูกโซ่ เพราะเขาไม่ได้สนใจในตัวสินค้าเลย เวปทุกเวปที่มีก็ไว้นำเสนอให้คนอื่นๆ จดเวป.wsต่อเท่านั้น ส่วนตัวแล้วไม่เคยรู้สึกแย่กับธุรกิจ MLM เลย และก็เห็นด้วยด้วยกับแนวคิดของธุรกิจนี้ มันก็เป็นอีกเพียงลักษณะการขยายตลาดแบบหนึ่งเท่านั้น ที่ให้ผู้บริโภคเป็นผู้ขยายตลาดให้ แต่ก่อนธุรกิจแฟรนไชน์ก็เคยถูกต่อต้าน แต่หลังๆมามี MLM มารับบาปไปแทนแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเหรียญก็มีอยู่สองด้าน มีทั้งคนที่น่านับถือในธุรกิจนี้ และมีคนที่ทำให้ธุรกิจนี้แปดเปื้อน ซึ่งถ้าดูให้ดีๆแล้ว มันก็เกิดขึ้นในทุกธุรกิจนั่นแหละ เพียงแต่พลังทวีคูณของธุรกิจลักษณะนี้ มันอาจจะมากเท่านั้นเอง อย่างที่เจ้าของกระทู้ได้กล่าวไว้ถึง 4P ซึ่งน่าจะพื้นฐานของวิชาการตลาด ซึ่งถ้าวันนี้สินค้าหรือบริการนั้นดีจริง และควรค่าแก่การบริโภค ซึ่งผู้บริโภค(end user)พึงพอใจ คนขายก็ดีใจ วันนี้ส่วนตัวแล้ว ถ้าสินค้าดีพอและสามารถแข่งขันในตลาดได้ ก็เห็นว่ามันก็มีความเป็นไปได้ในธุรกิจมากขึ้น

    พอดีเห็นข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของ”อิสระ” เรามักได้ยินคำกล่าวดังต่อไปนี้อยู่บ่อยๆของปรัชญาเล่าจื้อ “จับปลาให้คน คนก็อิ่มไป 1 วัน สอนให้คนจับปลา คนคนนั้นก็อิ่มไปจนตาย” แต่อยากเสริมหัวใจของธุรกิจนี้(เดาเอานะ)น่าจะเป็น “จับปลาให้คน คนก็อิ่มไป 1 วัน สอนให้คนจับปลา คนคนนั้นก็อิ่มไปจนตาย แต่ถ้าสอนให้คนๆนั้นสอนคนอื่นให้จับปลาเป็น ก็จะไม่มีคนหิวอีกในโลกนี้”
    อิสระมาได้จากการสอนให้คนๆนั้นที่เราเรียกกัยว่าดาวน์ไลน์สอนการจับปลาต่อไปได้

    เรื่องการอิ่มตัวของตลาด ยังไงมันก็คงต้องมีเกิดขึ้นบ้างในบางบริษัท แต่เชื่อว่าสำหรับหลายๆบริษัทต้องมีกลยุทธเพื่อไม่ให้ตยเองอยู่ในจุดนั้น ตัวอย่างเช่น Microsoft ถือว่าตลาดเริ่มอิ่มตัวหรือยัง? มันคงมีคำตอบอยู่ทั้ง 2 คำตอบ เพราะวันนี้ก็ยังคงมีคนซื้อหุ้น Microsoft เพราะคิดว่ามันยังโตได้อีก และก็มีคนขายเพราะคิดว่าราคาที่ซื้อมันมีค่ามากกว่าที่เขาคิด แต่คิดว่าบิล เกตต์คิดอย่างไร? อันนี้ต้องถามบิล เกต…

    ไม่ว่าวันนี้คุณจะทำงานประจำ เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นนักลงทุน หรือจะเป็นอาชีพใดก็แล้วแต่ ทุกอาชีพมีบทบาทและสำคัญทั้งสิ้น ไม่ใช่ทุกคนต้องมาทำธุรกิจเครือข่าย เพียงแต่ธุรกิจนี้เปิดโอกาสให้กับเราง่ายเท่านั้นเอง สำหรับคนที่เลือกธุรกิจเครือข่ายใดๆอยู่ก็ตาม ก็แนะนำให้ศึกษาข้อมูลต่างๆให้ดี พิจารณาจากหลักเหตุและผล มองความเป็นไปได้ในภาพของธุรกิจ และใช้ความคิดในฐานะผู้บริโภคคนหนึ่งว่า สินค้าหรือบริการนั้นมันมีคุณค่าจริงหรือไม่ และมันมีคุณค่าพอที่เราจะมอบให้คนที่เรารักใช้ได้หรือไม่ สุดท้ายธุรกิจอะไรก็แล้วแต่จะไม่มีทางล้ม ถ้าคุณจริงใจต่อทั้งผู้ร่วมธุรกิจและลูกค้าของคุณ

    จากนักลงทุนและนักการตลาดเครือข่ายคนหนึ่ง

  38. บอส แสดงความคิดเห็นว่า:

    “สำหรับ MLM จริงอยู่ว่าตัวสินค้ามีความสำคัญ แต่ความแตกต่างมันอยู่ตรงนี้ครับ คือ WS เป็น Internet บังเอิญว่าสำหรับ Internet สินค้าที่ดีที่สุดคือ “สินค้าที่ไม่มีตัวตน” เพราะอะไร เพราะ Internet มันไม่มีขอบเขตครับ ทำเสรีทั่วโลก ไม่สนใจชาติ ภาษา เพราะฉะนั้นสินค้าที่ตอบสนองการทำตลาดบน Internet ได้ดีที่สุดคือ software หรือ services อะไรก็ตามครับ ที่ download หรือ ทำ online ครับ คุณต้องการอะไร หาอุดมคติ หรือว่าหาเงิน

  39. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ต้องการหาเงินครับ แต่ทำไมต้องจ่ายเดือนละ $10 เพื่อแลกกับสินค้าไม่มีตัวตนที่มูลค่าแท้จริงของมันต่ำกว่า $10 ด้วยล่ะครับ?

    มีธุรกิจออนไลน์เยอะแยะครับที่คุณทำแล้วได้เงินโดยที่ไม่ต้องจ่ายเดือนละ $10

  40. Pop แสดงความคิดเห็นว่า:

    จากที่ผมอ่านดู แล้วลองศึกษาดูทั้งหมดก็ถูกอย่างที่เจ้าของ blog กล่าวไว้ครับ แล้วก็เรื่องแผนการตลาด ที่ทุกอย่างยังไม่คุ้มราคาสินค้า คือ
    จำนวนคนใช้ การโฆษณาของ .ws ยังมีน้อยในช่วงต้น (ถึงจะรู้สึกว่าเยอะ แต่ลองเทียบกับ .com หรืออื่น) ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ราคา ก็จึงแพงตามไปด้วย ง่ายๆ เหมือนสมัยแรกที่ผมใช้ PDA หรือ สินค้าอะไรก็ได้ในโลกครับพอแบรนเริ่มดัง การแข่งขันเริ่มสูง ราคาก็จะถูกลง ผกผันกันเองครับ
    ในความคิดผมอีกนิดนึง ตามที่มีคนบอกว่าพอจะถึงจุดอื่น ผมว่าอีกไม่นานพอคนเริ่มใช้ในวงกว้างขึ้น ก็จะเกิดการเปรียบเทียบและการแข่งขันทางการตลาดอย่างชัดเจน GDI ก็ต้องเดินตามแผนการตลาดขั้นต่อไปก็คือ ปรับปรุงคุณภาพสินค้า (ถ้าจะบอกว่าทำไมไม่ปรับปรุงเลย ก็น่าจากหลายปัจจัยครับ ทั้งผู้บริโภคน้อยอยู่ พอน้อยกำไรก็น้อยเงินหมุนเวียนก็น้อยครับ ถามว่าโทรศัพท์ยุคแรกๆ เครื่องละเท่าไหร่ ทำไมไม่ทำให้สมราคาบ้าง แล้วพอคนใช้เยอะ แบรนเริ่มติดอันดับ ถามว่าราคาถูกลงมั๊ยครับ? ราคาเครื่องคอมสมัยแรกๆกับสมัยนี้ พอเกิดการแข่งขันเยอะ คุณภาพของก็ มากขึ้น ราคาก็น้อยลง ตามกลไกตลาดเองแหละครับ)
    เพราะฉะนั้นผมว่า(ผมคิดเองน่ะครับ พูดเป็นกลาง) GDI ก็จะมีการปรับปรุง อาจจะเป็นราคาหรือสินค้า ก็แล้วแต่แผนการตลาดของเค้าครับ
    (ถามว่าทำไม .com ราคาถูกกว่า 12 เท่า ลองมองที่ผู้บริโภคครับ
    .com มีลูกค้ามากกว่า .ws กี่พันกี่หมื่นเท่าครับ เหมือนขายของส่งกับของปลีกเลยครับ ก็เป็นไปตามกลไกตลาด ถามว่า.com ยุคแรก ราคาถูกแบบนี้หรือ?) แต่ถ้า GDI ไม่ปรับปรุง ก็ถึงการสิ้นสุดครับ แต่ถ้าปรับปรุง ผมว่า .com ก็คงสั่นสะเทือนเช่นกันครับ******

  41. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ใช้เรื่อง economies of scale มาคิดกับโดเมนเนมไม่ได้ครับ ฮาร์ดดิสก์หนึ่งลูก จะมีโดเมนเนมหนึ่งโดเมน หรือหนึ่งล้านโดเมน ก็ต้องเสียค่าฮาร์ดดิสก์เท่ากัน แต่ราคาฮาร์ดดิสก์ก็ต่ำมากจนแทบไม่ต้องให้ความสนใจเลยครับ ซึ่งต่างกับการตั้งโรงงานผลิตโทรศัพท์ ซึ่งมี fixed cost สูงมาก ต้องใช้เครื่องจักรหลากหลายรูปแบบในการผลิตชิ้นส่วนเล็กๆ หลายชิ้น ในยุคแรกๆ ราคาขายโทรศัพท์จึงแพง แต่พอมีลูกค้าใช้มากๆ ก็สามารถลดราคาให้ถูกลงได้เนื่องจากมี economies of scale

    ลองดูโดเมน .info สิครับ เป็นโดเมนที่เปิดตัวเมื่อปี 2001 (ขณะที่ .ws เปิดตัวปี 1995) ปัจจุบันคุณสามารถจด .info ได้ในราคาเพียงปีละ $2.99 เท่านั้น คนใช้งานก็น้อย แต่ราคากลับถูกกว่า .com ถึงสามเท่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ?

  42. seng ped แสดงความคิดเห็นว่า:

    นานาจิตตัง
    คุณ MacroArt ก็ไม่ใช่ดาวน์ไลน์ในระบบธุรกิจ GDI ก็เท่านั้นล่ะครับ
    คุณ MacroArt ก็ไม่ใช่นักธุรกิจเครือข่าย ก็เท่านั้นล่ะครับ
    ทำ Thai webmaster ต่อไปเถอะครับ

  43. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    คุณ seng ped ต้องการสื่อสารอะไรเหรอครับ?

    ทราบหรือเปล่าครับว่ายิ่งมีคนโพสต์ความคิดเห็นมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้บทความนี้ติดอันดับที่ดีขึ้นใน Google ไปด้วยครับ ช่วงแรกๆ ที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมา ถ้าค้นหาด้วยคำว่า gdi จะต้องคลิกไปที่ผลลัพธ์การค้นหาหน้า 4 ถึงจะเจอลิงก์ แต่ตอนนี้ติดในหน้าแรกแล้วล่ะครับ

    ยิ่งอันดับดีขึ้น ก็ยิ่งทำให้คนที่ไม่ใช่ดาวน์ไลน์ในระบบธุรกิจ GDI ได้เข้ามาอ่านมากขึ้น และยิ่งช่วยให้ได้รับข้อมูลอีกด้านก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงิน $10 เพื่อเป็นดาวน์ไลน์ด้วยครับ

  44. seng ped แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอแสดงความยินดีด้วยครับ

  45. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ลำบากหน่อยนะครับ ทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตแบบนี้ ธุรกิจขยายได้เร็วเพราะพลังของอินเทอร์เน็ตก็จริง แต่ข้อมูลก็กระจายได้เร็วตามไปด้วย

    ลองเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นดูมั้ยครับ? อย่างอันนี้ได้คลิกละ $0.50 คลิกเองได้เองนะครับ ไม่ต้องรอให้คนอื่นมาคลิก

    http://blog.macroart.net/2007/10/pay-per-digg-click-for-money-on-social-bookmark.html

  46. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    เป็นกระทู้ที่ดีมากครับ
    หูตาจะได้สว่างขึ้นมากันมั่ง (จริงหรือป่าวหว่า)
    วิเคราะห์แบบมีเหตุมีผลดีครับ…เป็นกลางจริงๆ
    ไม่ใช่ตอบแบบอารมณ์ส่วนตัว ซึ่งเดียวนี้เป็นกันเยอะครับ
    อยากจะเขียนบอกมั่ง เพราะยังมีอีกหลายคนดูเหมือนจะมองการตลาด และธุรกิจไม่ออกจริงๆ แต่แค่คุณ MacroArt คนเดียวก็พอแหล่ะ หุหุ
    ขอชื่นชมครับ

  47. นก แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมก็ทำธุรกิจนี้นะครับ
    ตอนแรกทำ ไม่รู้อะไรมาก ทำไปแล้วจึงรู้ว่าทำไม่ง่าย
    ผมจึงมีแนวคิดแตกต่าง นิดหน่อย เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ผมชวนมา

  48. ไม่ได้จบการตลาดมา แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมคิดว่าถ้าคุณเรียนทางด้านการตลาดมาและธุรกิจมา คุณคงไม่พูดอย่างนี้ครับ บทความของคุณถ้าใครหัวอ่อน ก็คงเชื่อ คนฉลาดเขาอ่านเขาก็จะดูถูกคุณ เพราะคุณศึกษารายละเอียดไม่หมด และเขียนก็ไม่ครอบคลุม มีช่องโหว่
    การวิเคราะห์ของคุณเนี่ย ถ้าคุณเป็ฯนักธุรกิจผมก็ต้องบอกว่าเจ้งตั้งแต่อยู่ในมุ้ง ผมดูแล้วคุณยังไม่มีประสบการณ์การทำธุรกิจเท่าไรนะ เด็กอ่อนหัดจริง ๆ แล้วริจะเขียนบทความ
    ศึกษาให้ละเอียดให้ลึกก่อนนะ คุณจะเขียนบทความนี้ได้ คุณต้องรู้แผนการตลาดของ MLM อย่างน้อย 5 บริษัท และต้องรู้ว่าทำไมจึงเกิดธุรกิจนี้ ผมไม่บอกหรอก ให้คิดเอง
    และถ้าคุณเรียนจบทางด้านนี้ผมเชื่อว่าคุณคงไม่พูดแบบนี้ แต่ถ้าคุณจบทางด้านนี้มาแต่ยังพูดแบบนี้ก็ไม่สมควรเรียกได้ว่าตัวเองจบมาทางด้านนี้นะ เพราะอายเขา ผมเห็นคุณเขียนผมยังอายแทนเลย ขายขี้หน้า เห็นหน้าเห็นตาหมดแล้ว อนาถใจ

  49. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    คุณต้น (ไม่ได้จบการตลาดมา)

    ข้อความของคุณมีแต่เสียดสีผม แต่ไม่ได้ให้แก่นสารสาระอันใดแก่ผู้อ่านเลยครับ ไม่ได้พูดถึงสินค้า ไม่ได้พูดถึงแผนการจ่ายผลตอบแทน ไม่ได้พูดว่า GDI มีดีอะไรเลย น่าเสียดายเวลาที่อุตส่าห์พิมพ์ข้อความมาหลายบรรทัดนะครับ

    แผนการจ่ายผลตอบแทนของ MLM มีหลายแบบครับ ตั้งแต่แบบ Stairstep/Breakaway ที่แอมเวย์ใช้ แบบ Binary ที่เคยถูกใช้ในธุรกิจกินหัวคิว แบบ Unilevel ที่ GDI ใช้ หรือในยุคนี้บริษัท MLM หลายแห่งใช้แบบ Matching ที่นำแผน Binary มาแก้ไขจุดอ่อน

    แต่ละแผนมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน ขอพูดถึง Unilevel ที่ GDI ใช้ละกัน จุดอ่อนของแผนนี้ก็คือรายได้จากชั้นลึกวิ่งขึ้นมาไม่ถึง อย่าง GDI ที่ตัด 5 ชั้น ชั้นที่ 6 เป็นต้นไปก็ไม่ได้รายได้แล้วครับ ดังนั้น ถ้าใครฉลาด จะต้องวาง dummy เป็นเส้นตรงใต้ตัวเอง 4 ชั้นครับ แล้วค่อยไปสร้างเครือข่ายที่ชั้น 5 แบบนี้จะทำให้เก็บรายได้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนคนที่เป็นอัพไลน์ก็ซวยหน่อยครับ เพราะได้จากองค์กรนี้แค่ $5 เท่านั้น (ถ้าอัพไลน์วาง dummy เหมือนกัน ก็ได้เยอะขึ้นหน่อย)

    ส่วนแผนแบบอื่นๆ ผมไม่วิเคราะห์นะครับ คุณต้นคงรู้แผนการตลาดของ MLM มาอย่างน้อย 5 บริษัทแล้ว คงวิเคราะห์ได้เอง

  50. คนหลวมตัว แสดงความคิดเห็นว่า:

    คัยรู้บ้างว่าจะยกเลิก gdi ต้องทำยังงัย

    ต้องเข้าไปที่ไหน

    รบกวนช่วยบอกหน่อยนะคะ เพราะว่าเข้าไปสมัครแล้วแต่พอดียังไม่ถึง 7 วัน ค่ะ

    *ขอบคุนเจ้าของบล็อคมากนะคะ ที่ทำให้เราตาสว่าง*

  51. คนหลวมตัว แสดงความคิดเห็นว่า:

    อยากจะยกเลิกอ่ะค่ะ

    แต่ทำไมเปน

    รบกวนผู้ที่มีความรู้ช่วยบอกหน่อยนะคะ

    พอดีพึ่งจะสมัครไปเมื่อวานค่ะ

    *ขอบคุนสำหรับข้อความดีดีนะคะ*

  52. สืบ แสดงความคิดเห็นว่า:

    สวัสดีทุกคน ขอบคุณที่ให้ความกระจ่างเรื่อง GDI ให้กับสังคมออนไลน์ อยากมากก็คุณ MacroArt ที่ตั้งกระทู้นี้ขี้นมาก เมื่อผมได้ยิน GDI ครั้งแรกก็สนใจนะครับ (บอกก่อนนะว่าสนใจ) และใช้เวลาศึกษามาทั้งหมด 2 เดือนถึง ตัวสินค้า แผนการตลาด ช่องทางการจำหน่าย ข้อได้เปรียบ เสียเปรียบ และโอกาสของการทำธุรกิจนี้ และอนาคตการเติบโต ของธุรกิจ GDI
    1. GDI เป็นสินค้าที่จับต้องไม่ได้ แต่เรารู้ว่าเราได้มาอย่างไร ได้ความพอใจ (พอใจแล้วคุณจึงสมัครใช้บริการ .ws) และรับประโยชน์ในด้าน MLM ด้วยซึ่งเป็นโอกาสการทำธุรกิจ
    2. GDI มีแผนการตลาดที่ง่ายไม่ยุ่งยาก มีระบบที่ใช้ได้ทีเดียว ไม่เห็นแก่ตัวแน่นอนที่เดียวเหมือนคนไทย ที่เอาประโยชน์ส่วนตัว เหมือนอย่างคุณ MacroArt ที่เริ่มทำเพื่อประโยชน์ตัวเองแล้วนะ คุณคงรู้ว่าผมกำลังพูดถึงอะไร
    3. ช่องทางการจัดจำหน่าย อาจจะเป็นอุปสรรคหน่อยในประเทศไทยแต่ต้องใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไป ในทุกธุรกิจ ซึ่งอาจจะไปไม่รอดก็ใด้ในสังคมออนไลน์แบบคนไทยที่คอยดูแต่รูปโป๊ พวกเว็ปมาสเตอร์ก็ได้อย่างเดียว
    4. โอกาสการเติบโตก็ขึ้นอยู่กับคนไทยละครับว่าจะสนใจอย่างไรบริโภคมากขนาดใหน บอกในที่นี้ว่าจากที่ผมศึกษามา โอกาส 50 ครับ สำหรับคนที่จะประสบความสำเร็จใน MLM นะครับต้องใช้เวลากันทุกคน สำหรับคุณ MacroArt ก็ควรที่จะเป็นกลางนะครับ อย่าวิเคราะห์ด้านเดียว หรือให้ข้อมูลอะไรก็กระจ่างหน่อย ไม่เอาผลประโยชน์ คลิ้กละ 0.5 มาเกี่ยวข้องก็จะดีมาก ไม่นึกเลยว่าคุณจะทำได้ น่าอายนัก

  53. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    คุณสืบ

    เรื่องคลิกละ $0.5 ลองไปศึกษาดูให้กระจ่างหน่อยนะครับ ผมเขียนไว้ในบทความละเอียดแล้ว คุณจะได้เงินจากการคลิก “โหวต” ให้บทความใน Digg ครับ ซึ่งคนที่จ่ายเงินให้คุณ เขายินดีจะจ่ายเพื่อแลกกับการได้รับ traffic ไม่ใช่จ่ายเพราะถูกกล่อมว่าอนาคตจะรวย และต้องแลกกับการได้ของที่ไม่คุ้มค่ามาครับ

    เรื่องที่คุณสืบบอกว่า GDI เป็นสินค้าที่จับต้องไม่ได้ แต่พอใจแล้วจึงสมัครใช้บริการ ผมแปลกใจมากครับว่าพอใจกับการจ่ายเดือนละ $10 เพื่อแลกกับโดเมน .ws และบริการทำเว็บแบบง่ายๆ ได้อย่างไร? ทุกวันนี้ผมยังเห็นคนทำธุรกิจ GDI จำนวนมากที่สร้างเว็บเพื่อรับสมัครสมาชิกโดยที่เว็บเป็น .com อยู่เลยครับ ทั้งนี้เพราะ GDI ไม่ให้ทำเว็บแบบที่เขียนโปรแกรมติดต่อกับฐานข้อมูลได้ .ws เลยถูกใช้เพียงเพื่อการโฆษณากับเอารูป statement ใน PayPal มาโชว์ แต่ถ้าจะสมัครก็ต้องไปใช้ .com กับ web hosting ที่ให้เขียนโปรแกรมได้

    แต่ไม่เป็นไรครับ เรื่องความพอใจหรือไม่พอใจเป็นเรื่องส่วนบุคคล ผมไม่ convince ให้คุณสืบต้องรู้สึกไม่พอใจกับ GDI หรอกครับ ที่ผมเขียนบล็อกนี้ขึ้นมาก็เพื่อบอกว่าผมไม่ยอมจ่ายเงินเดือนละ $10 เพื่อแลกกับโดเมน .ws และบริการทำเว็บแบบง่ายแน่ๆ ครับ ถือซะว่าเป็นความไม่พอใจส่วนตัวของผมละกัน

  54. Devilsayo แสดงความคิดเห็นว่า:

    สินค้ามีไว้ทำเงิน สินค้าที่คิดว่านำไปทำเงินต่อได้ นั้นละสินค้า
    ผู้ซื้อ ผู้ซื้อมีความคิดพอที่จะเลือกซื้อ หรือจะไม่เลือกซื้อ ผู้ขายไม่สมารถบังคับได้
    คนวิจารย์ เปรียบเทียบ ติ หาข้อเสีย ข้อดี และไม่คิดที่จะทำ เพราะถ้าคิดว่าดีคงไม่วิจารย์
    คนที่รับฟังคำวิจารย์ = ยังไม่มั่นใจในการตัดสินใจของตนเอง ต้องการคำแนะนำจากผู้อื่น คนหนึ่งบอกดี ก็ดี คนหนึ่งบอกไม่ดี ก็ไม่ดี
    ทำไมGDI ถึงไม่บูม ในไทย แต่เมืองนอกกลับบูม เพราะฝรั่งมีความคิดเป็นของตัวเอง อะไรที่คิดว่าดีก็ทำ อะไรที่คิดว่าไม่ดี ไม่ทำ
    มนุษย์ เกิดมาไร้เขียวเล็บ มีสติปัญญา เป็นอาวุท
    ผมมีคำถาม สินค้าที่มีราคาแพง แต่สามารถนำไปต่อยอดทำกำไรได้ คุณต้องการมันรึเปล่า นี้ละธุระกิจ
    จุดหมาย อยู่ที่ คุณจะไปให้ถึง หรือคุณ ไม่คิดจะไป

  55. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ตอบคำถามคุณ Devilsayo

    สินค้าไม่ว่าจะแพงหรือถูก ก็สามารถต่อยอดทำกำไรได้เหมือนกันครับ ถึงแม้ว่าสินค้าจะแพง ถ้ามูลค่าที่แท้จริงของมันสูงกว่าราคาที่กลุ่มเป้าหมายปรารถนาที่จะจ่าย สินค้านั้นก็อยู่ได้ยาวครับ แต่ถ้าสินค้าราคาสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงของมัน ในระยะยาวแล้วธุรกิจจะไปไม่รอดครับ

    สมมุติว่าผมอยากเป็นเจ้ามือแชร์ลูกโซ่ ผมบอกว่าคุณลงทุนเดือนละ 1,000 บาท สิ่งที่คุณได้รับคืออากาศ (ความว่างเปล่า) แปลว่าคุณซื้ออากาศในราคาแพงมาก

    แต่เดี๋ยวก่อนนะ ผมมีโอกาสทางธุรกิจให้คุณด้วย แค่คุณไปชวนคนมาสมัครต่อ โน้มน้าวให้เขายอมจ่ายเงินเดือนละ 1,000 บาท ผมจะให้ค่าแนะนำกับคุณ 100 บาทต่อหนึ่งคนที่คุณชวนมา และถ้าคนที่คุณชวนมาไปชวนคนอื่นต่อได้อีก คุณก็จะได้จากคนนั้นอีก 100 บาทด้วย

    เป็นไงครับ? อากาศราคาแพงแต่สามารถนำไปต่อยอดทำกำไรได้ คุณต้องการมันหรือเปล่า? นี่คือธุรกิจหรือเปล่า? คุณจะไปให้ถึงจุดหมายหรือเปล่า?

  56. สืบ แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอบคุณมากครับคุณ MacroArt วันนี้ผมก็ได้รู้ความจริงว่าที่คุณเขียนขึ้นมานี้ก็เพราะคุณไม่ยอมจ่าย $10 เพราะคุณเก่งครับและคุณมีช่องทางการหาเงินนอกเวลาที่ไม่ใช่ GDI สำหรับผมวันนี้ไปก็จะตัดสินใจทำแล้วครับเพราะเท่าที่ศึกษามาสองเดือนก็โอเคนะครับ เดียวผมสมัครแล้วก็ทำดูแล้วจะมาบอกนะว่าเป็นอย่างไร ยอมเสียซักหน่อยดูซิ
    “มีคนเคยบอกว่าโลกแบน แต่งหลังจากโคลัมบัสเดินทางรอบโลกแล้ว ทุกคนก็บอกว่าโลกกลม” ผมจะทำแล้วจะบอกคุณนะ

  57. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ที่ผมไม่ยอมจ่าย $10 ไม่ใช่เพราะเก่งหรือเพราะมีช่องทางหาเงินทางอื่นนะครับ แต่ที่ไม่ยอมจ่ายก็เพราะคุณค่าของสิ่งที่ได้รับกลับมามันไม่เท่ากับเงินที่จ่ายออกไปครับ เงินที่ต้องจ่ายปีละ $120 เพื่อ .ws เพียงหนึ่งโดเมน สามารถใช้ซื้อโดเมน .com ได้ถึง 12 โดเมนเลย (หรือมากกว่านั้นถ้าได้ส่วนลดจากการใช้ Affiliate)

    โคลัมบัสบอกว่าโลกกลม แต่ฟรีดแมนบอกว่าตอนนี้โลกกำลังแบนลงครับ

  58. Nokza แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมมีความคิดเห็นว่าเป็นธุรกิจที่สร้างขยะขึ้นมาบนระบบอินเตอร์เน็ตและสร้างความรำคาญแก่ผู้อื่นเป็นอย่างมาก ถ้าใครทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตโดยไม่เคยส่ง Mail มา Spam เลยผมขอนับถือครับ

    และมีบางคนบอกว่าเค้าเก่ง เค้าสามารถส่งเมลล์ Spam ได้ จะบอกว่าเค้าทำขายกันมานมนานแล้วคับไอ่โปรแกรมดูดอีเมลล์และ Spam เนี่ย ใครอยากได้ก็เมลล์มาขอผมละกัน ไม่หวง

    แต่ตรงนี้ผมอยากจะบอกว่า ยังมีธุรกิจเครือข่าย (MLM) อีกหลายตัวที่น่าสนใจ และ Product ก็จำเป็นต่อชีวิตจริงๆ และก็น่าสนใจกว่าและใช้ประโยชน์ได้จริง

    ผมต้องนับถือคนทำระบบ MLM คนแรกๆว่าเค้าเก่งมากๆ และหลายบริษัทก็นำมาใช้ ซึ่งผมคิดว่าถ้าบริษัทไหนนำไปใช้เพื่อขายสินค้าที่ใช้ได้จริงก็เป็นประโยชน์กันทุกฝ่าย และยังประหยัดค่าโฆษณาของบริษัทได้มากมาย

    อีกอย่างหนึ่งก็คือ สินค้าที่มีขายอยู่เกลื่อนแล้ว ถ้ามีบริษัทไหนมาทำ MLM ขายอีก คงเปิดตัวและชักจูงคนในเรื่อง Product ค่อนข้างยาก หลายคนเข้ามาทำเพราะได้เงินส่วนแบ่งก็มีไม่ใช่น้อย และเมื่อคนรู้กันเยอะๆมันก็คงต้องมีจุดอิ่มตัวสักวันก็เป็นเรื่องธรรมดา

    คิดว่าคงไม่ทำให้เบี่ยงเบนประเด็นเกินไปจากธุรกิจ GDI นะครับ ถ้าข้อความใดไม่เหมาะสมตัดทิ้งได้เลยครับ

  59. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอบคุณคุณ Nokza ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่อง spam ครับ ผมเองก็รู้สึกรำคาญกับการส่ง mail แบบหว่านแหเหมือนกัน

    ผมขออนุญาตตัดข้อความในส่วนที่ลงเบอร์โทรและเว็บไซต์ออกนะครับ (คนทำ GDI ที่มาโฆษณาชักชวนคนในนี้ ผมก็ตัดออกเหมือนกันครับ)

  60. อันดา แสดงความคิดเห็นว่า:

    แล้วคิดว่าGDI ถ้าปรับปรุงในแง่คุณภาพของสินค้า ที่ว่าโดเมนนั้น

    แล้วก้อ ปรับปรุงข้อเสียของGDI มันจะมีอะไรที่ต้องถกเถียงกันอีกรึป่าว

    ถ้าเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบแล้ว คุณจะเห็นด้วยกับGDIรึป่าว

  61. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ถ้าสินค้าคุ้มค่าเดือนละ $10 ก็ไม่มีอะไรต้อง complain ครับ

  62. Mr.SPAM แสดงความคิดเห็นว่า:

    ถามหน่อย มี ธุรกิจ ใน ในโลกออนไลน์ ที่ ไม่ใช้การส่งเมลล์ ให้คนอื่นที่ตัวเองไม่รู้จัก และคุณรู้ไหม ว่า hotmail.com ทำไม ให้บริการฟรี

  63. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    มีธุรกิจในโลกออนไลน์เยอะแยะครับที่ไม่ต้องส่ง mail ให้คนอื่นที่ตัวเองไม่รู้จัก คนทำ eBay ก็ไม่เห็นต้องส่ง spam คนทำ Affiliate ก็ไม่เห็นต้องส่ง spam คนทำ AdSense ก็ไม่เห็นต้องส่ง spam

    ที่ hotmail.com ให้บริการฟรีเพราะมีรายได้จากการขายโฆษณาครับ แต่เมื่อหลายปีก่อน hotmail.com มีรายได้จากการขายบริการ e-mail ที่ให้พื้นที่เยอะขึ้น

  64. boy แสดงความคิดเห็นว่า:

    เล่นหวยหมดมากกว่านี้อีก เคยเลี้ยงข้าวใครไหมท่านเหนียวจริงๆ เถียงกันอยู่ได้

  65. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    เคยทำโรงทานเลี้ยงคนที่ไปร่วมงานกฐินในวัดป่าครับ คนหลายร้อยเลย แต่ไม่เคยและไม่คิดจะเล่นหวยครับ

  66. แจ็ค แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมว่าทุกธุรกิจ ก็มีข้อดีและข้อเสียเสมอ ข้อเสียของ GDI มีอย่างเดียว คือราคาสินค้าแพง

    ถ้าคุณจะมองข้อเสีย แล้วเหมารวมว่ามันแย่ไปหมด ผมก็คิดว่า คงไม่ต้องไปทำธุรกิจไหนอีกแล้ว เพราะมันก็มีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะ adwords, adsense, …. ครับ

    ถ้าจะให้พูดไป คนทำ adsense ก็สร้างเวปไซต์ที่ดูเป็นขยะออกมาให้เกลื่อน คนหนึ่งคน ทำเวป 1 พันเวป คน1 พันคน…เวปกี่เวป?? และแต่ละเวป ไม่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้เลย…มีแค่ไม่กี่เวป ในล้านๆเวปนั้นที่จะมีประโยชน์..

    แต่ผมก็ไม่เคยว่า อะไร ธุรกิจไหน ไม่เข้าใจว่า ทำไม GDI ถึงห่วยขนาดนั้น ในสายตาคุณ ผมคิดว่า ถ้าเปรียบเทียบกับธุรกิจระบบเดียวกัน คือ mlm ผมคิดว่า ระบบของ GDI ดีที่สุด และเอาเปรียบน้อยที่สุดแล้วครับ เค้าจ่ายผลตอบแทนให้สูง ด้วยเงินลงทุนที่ต่ำ เมื่อเทียบกับ mlm ด้วยกัน และเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นๆ ก็ถือว่า ลงทุนต่ำมากเหมือนกัน คุณว่า คุณทำ Adsense ด้วยเงินลงทุนเพียง 350 ต่อเดือนได้ไหมล่ะครับ?

    ผมไม่ได้ว่า Adsense ไม่สู้ GDI แต่ผมแค่บอกว่า อย่ามองธุรกิจในแง่ลบมากเกินไปครับ มันมีทั้งข้อดี ข้อเสีย กันทั้งนั้น อยู่ที่ว่า ใครชอบ หรือไม่ชอบเท่านั้นเอง

    แค่ถูกกฎหมาย ผมก็ทำหมดแหละครับ

  67. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องมองบวกมองลบอะไรนะครับ แต่เป็นการมองที่ “ความจริง” ความจริงในที่นี้ก็คือสินค้าของ GDI นำมาใช้ประโยชน์ได้น้อยมาก และราคาก็ยังแพงเกินคุณค่าของมัน ขณะที่คู่แข่งของ GDI อย่างพวกเว็บรับจดโดเมนและเช่าพื้นที่ทำเว็บทั่วๆ ไป สามารถนำเสนอบริการได้ด้วยความสามารถที่เหนือกว่าในราคาที่ต่ำกว่า และคนทั่วไปก็สามารถทำธุรกิจร่วมกับบริษัทเหล่านี้ได้ด้วย โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเดือนละ 350 บาทด้วยครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าของบริษัทเลยด้วยซ้ำ ก็สามารถแนะนำให้คนอื่นมาใช้บริการและรับ commission ได้เช่นกัน

    เดือนละ 350 บาท สำหรับคนมีปัญญาเล่นเน็ต สำหรับคุณ สำหรับผม ถือว่าเล็กน้อยมากครับ แต่เงินจำนวนนี้สามารถเป็นค่าอาหารกลางวันให้เด็กในชนบทได้ถึง 20 วัน นี่คือคำว่า “คุณค่า” ครับ

    หลายคนชอบพูดว่า 350 บาทคือราคาถูก แต่ถ้า 35,000 บาทคือราคาแพง ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่เลย เพราะมันเป็นการเปรียบเทียบโดยใช้หน่วยวัดคนละหน่วย ที่ถูกต้องก็คือถ้าผมบอกว่าคุณจ่าย 35,000 บาทเพื่อซื้อโน้ตบุ๊กยี่ห้อ A ที่มีสเป็กดีมาก ขณะที่ยี่ห้อ B ในสเป็กเดียวกันขายราคา 38,000 บาท แบบนี้ต้องบอกว่า A ถูก ขณะที่ถ้าคุณจ่าย 350 บาทเพื่อซื้อโดเมน .ws กับจ่าย 35 บาทเพื่อซื้อโดเมน .com อันไหนน่าใช้กว่ากันละครับ? และ .com ก็เปิดโอกาสให้คุณสามารถแนะนำคนอื่นมาใช้บริการและจ่าย commission ให้คุณด้วย โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องใช้ .com ไม่ต้องจ่ายเดือนละ 35 บาทหรือ 350 บาทเลยด้วยซ้ำ

    ที่คุณแจ็คบอกว่า GDI เอาเปรียบน้อยที่สุดแล้ว ผมไม่รู้ว่าคุณแจ็คเอาปัจจัยไหนมาใช้เปรียบเทียบ แต่ในมุมมองผม GDI เอาเปรียบผู้บริโภคมากครับ คลิปวิดีโอของ GDI พูดถึงตัวสินค้าน้อยมาก บอกแค่ว่าอนาคตทุกคนจะมีเว็บ บอกแค่ว่าให้ลูกหลานหัดทำเว็บโดยใช้ GDI แต่กลับไม่พูดถึงฟีเจอร์ของเว็บเลยว่าทำอะไรได้บ้าง เวลาส่วนใหญ่ในคลิปถูกใช้เพื่อจุดความฝันให้คนดูรู้สึกว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุด นี่คือธุรกิจที่ดีที่สุด จะมีอิสรภาพทางการเงิน ฯลฯ เรียกได้ว่าเน้นการโน้มน้าวให้คนตัดสินใจด้วยอารมณ์ (คนทำ MLM คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ตัดสินใจทำด้วยอารมณ์ ตัดสินใจเลิกด้วยเหตุผล”) แต่เมื่อมองที่เหตุผลแล้วก็จะพบว่าสินค้าของ GDI ไม่คุ้มค่าที่จะจ่ายเงินจริงๆ

  68. Pun แสดงความคิดเห็นว่า:

    หากใครที่คิดจะทำ GDI แล้วคงมีเหตุผลหลักๆ คือ มันสร้างรายได้ให้คุณได้ โดยไม่ได้คิดถึงเหตุผลอื่นๆ

    และผมจะถามคุณทุกคนว่าถ้าคุณจะทำ GDI จริงๆคุณจะสามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นจริงๆได้ใช่หรือไม่

    ถ้าใครตอบว่า มันสร้างรายได้ให้คุณได้จริง ผมว่าคนเหล่านี้คงไม่ต้องการเหตุผลอื่นๆแล้ว

    แต่ถ้าใครตอบว่า ผมไม่สามารถสร้างรายได้จากธุรกิจนี้ได้ อาจเป็นเพราะคุณมีทัศนคติบางอย่างเกี่ยวกับธุรกิจในทางที่ติดลบ หรือ เหตุผลอื่นๆต่างๆนาๆ

    ฉะนั้นผมขอสรุปเหมือนหลายๆคน คือ
    ต่างคนต่างความคิด ถ้าใครคิดว่ามันคือโอกาส และสร้างรายได้ได้ คุณก็ทำแล้วคุณก็จะได้ ส่วนถ้าใครคิดว่าผมไม่ทำหลอก ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คุณก็จะไม่ได้อะไรจากธุรกิจนี้
    ใครบริหารทีมด้วยอุดมการณ์แบบใหน ไปในทางหน้านับถือ หรือไปในทางน่ารังเกียจ

    ไม่มีใครผิดเลย ทุกคนพูดถูก ในกระทู้นี้ร้วนแล้วแต่พูดกันด้วยเหตุผล

    คนที่มาพูดว่าเค้าทำแล้วได้ เค้าก็ได้ไปจริงๆ
    คนที่บอกว่า เสีย $10 ให้กับสินค้าที่ไม่คุ้มเสีย ก็พูดถูกต้อง และก็ไม่ได้อะไรไป

    ใครมีทัศนคติอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น
    (นี่ผมพูดเป็นกลางรึป่าวนะ เหอๆ)
    สรุปอีกทีคับบทความผม คิดอย่างไหน ทำอย่างไหน ก็จะได้อย่างนั้นคับ

  69. cyber แสดงความคิดเห็นว่า:

    1 เดือนจ่ายให้ GDI 10$ เท่ากับ 350 บาท
    1 ปีจ่ายให้ GDI 350×12 เท่ากับ 4200 บาท
    และถ้าสมมุติทำต่อไป อีก 5 ปี ต้องจ่ายให้ GDI 4200×5 ก็เท่ากับ 21000 บาท
    นี่แค่เงินลงทุน ใน 5 ปี 21000 บาท
    ถ้าผม อายุตอนนี้สมมุติ 25ปี เริ่มทำ GDI และอยู่จนถึง อายุ 70 ปี ปัจจุบันแค่ 70 กว่าก็ไม่ใหวแล้วคนเรา
    ระหว่าง 25-70 ก็ 45 ปี
    จ่ายปีล่ะ 4200 บาท ถ้า 45ปี ก็ 4200×45 เท่ากับ 189,000 บาท
    นี่คือเงินที่เราลงทุน ตลอดชีวิตของเรา
    ยังไม่ได้พูดถึง กำไลที่จะได้รับมานะครับ ผมคิดว่าถ้าทำได้ น่าจะได้กำไลมาเยอะกว่า ที่ลงทุนไปมากอยู่เหมือนกัน
    ผมก็กำลังศึกษาอยู่ครับ กะว่าจะทำซัก 5 ปีดู แค่ 21000 บาท 5 ปี ไม่ตายหาใหม่ได้ครับ ถ้าได้ล่ะก็ ก็เกินคุ้มครับ
    อันนี้ผมคิดแบบเด็กๆ ครับ ยังไงก็ขอคำชี้แนะด้วยนะครับ
    ขอบคุณครับ

  70. nook แสดงความคิดเห็นว่า:

    กระทู้นี้เป็นประโยชน์จริงๆ ครับ ผมขอ เสนอ ความคิดนิดนึง นะครับ คือ ผมอยาก จะถาม ทุกคนว่า ถ้า GDI เกิด บูม มากๆ ในประเทศไทยขึ้นมาจะเป็น ยังไง? คำถามนี้ผมอยากให้ทุกคน ย้อนนึกดูครับ ว่า GDI เอาเงินจากไหนมาจ่ายให้กับเรา คำตอบก็คือ เงิน ของคน ไทยกันเองใช่มั้ยครับ
    (ยกเว้นกรณีขยายธรุกิจไปเมืองนอกซึ่งโอกาสทำได้น้อยมาก) ถ้าเราคิดเปรียบว่า คนไทยทุกคนที่ทำ GDI เป็นคนๆเดียว อย่างนั้นแล้ว มันก็จะเหมือนกับว่า คนๆนั้นได้เอาเงินจำนวนครึ่งหนึ่งของเงินที่เค้ามีอยู่ ไปให้กับ
    บริษัท GDI ฟรีๆ โดยที่ไม่ได้อะไรตอบแทนเลย (เพราะไม่ได้มีสินค้าที่มีประโยชน์ย้อนกลับมาเหมือนการนำเข้าสินค้าต่างๆ)ผมอยากให้ทุกคนอย่าคิดถึงแต่เรื่องเงินอย่างเดียวครับ เพราะจะทำให้เราเป็นคนเห็นแก่ตัวได้ อยากให้ทุกคนคิดให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจทำสิ่งใดหรือไม่ทำสิ่งใด

    ต้องขออภัยนะครับที่ข้อความของผมอาจจะไม่เป็นกลางซักเท่าไร่ แต่ผมไม่ได้มี อัคติแต่อย่างใดต่อธุรกิจนี้ หรือ MLM อื่นๆ แต่อย่างใด อย่างแน่นอน เพียงเป็นการเสนอความคิดเห็นเท่านั้นครับ

  71. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    “เงินลงทุน” กับ “ค่าใช้จ่าย” ดูเผินๆ แล้วเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วแตกต่างกันครับ

    เงินลงทุนเอาไว้ใช้ซื้อหาทรัพย์สิน (ที่ดิน เครื่องจักร วัตถุดิบ เป็นต้น) ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้ซื้อมาแล้วช่วยสร้างรายได้กลับเข้ามาสู่ธุรกิจได้

    ค่าใช้จ่ายคือเงินที่จ่ายออกไปเพื่อให้ธุรกิจดำเนินงานได้ เช่น ซื้อของใช้ในสำนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ

    ค่าใช้จ่ายบางอย่างอาจจะเป็นเงินลงทุนก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตีความ เช่น งบโฆษณาซึ่งเป็นได้ทั้งค่าใช้จ่าย หรืออาจจะเป็นการลงทุนเพื่อให้คนรู้จักและซื้อสินค้าของบริษัท

    ถ้ามองในธุรกิจ MLM แบบออฟไลน์ เช่นธุรกิจแอมเวย์ ผู้ที่ทำธุรกิจหลายคนมักจะซื้อสินค้าตุนไว้ก่อนวันปิดยอด เพื่อให้ได้ส่วนลดเพิ่มขึ้น และคิดว่าจะนำสินค้าไปขายต่ออีกทีในอนาคต แบบนี้เงินที่ใช้ซื้อสินค้าก็ถือเป็นเงินทุนหมุนเวียน ใช้เพื่อซื้อมาขายไปให้ได้กำไร แต่ถ้าเกิดว่าขายสินค้าไม่ออก เพื่อนไม่ยอมซื้อ ตัวเองก็ต้องใช้เอง อย่างนี้เรียกว่าค่าใช้จ่ายครับ

    GDI ก็เหมือนกันครับ ถ้าคุณจ่ายเดือนละ $10 แล้วคุณสามารถนำพื้นที่เว็บมาแบ่งให้คนอื่นเช่า อาจจะแบ่งให้ 4 คน คิดเงินคนละ $3 แบบนี้ถือว่าเป็นเงินทุนหมุนเวียน และคุณได้กำไรกลับมา $2 แต่ถ้าคุณจ่าย $10 เพื่อเอาเว็บมาใช้เอง คงถือเป็นค่าใช้จ่ายครับ

    การทำธุรกิจทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ได้มีค่าใช้จ่าย (หรือเงินลงทุน) เรื่องสินค้าอย่างเดียวหรอกครับ อย่างคนทำแอมเวย์ก็ต้องเข้าประชุมสม่ำเสมอเพื่อให้ตัวเองอยู่ในบรรยากาศที่ตื่นเต้นตลอดเวลา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทาง จะไปชวนเพื่อนหรือไปขายสินค้าให้เพื่อน ก็ต้องมีค่าเดินทาง ถ้าอัพไลน์จัดสัมมนาต่างจังหวัด ต้องมีค่าที่พัก ค่าอาหารอีก

    ธุรกิจออนไลน์ก็มีค่าใช้จ่ายเช่นกันครับ มันคือค่าใช้จ่ายที่ต้องทำให้มีคนมาสมัครกับคุณ จะส่ง spam mail ก็ต้องจ่ายเงินซื้อรายชื่อ e-mail ซึ่งรายชื่อมักจะใช้งานไม่ค่อยได้แล้ว เพราะแต่ละคนก็ได้รับ spam เรื่อง GDI มาหลายสิบฉบับ บางคนก็ต้องใช้เงินไปซื้อโฆษณา AdWords หรือจากเว็บต่างๆ อย่างถ้าค้นคำว่า gdi ใน Google ก็จะเห็นคนลงโฆษณากันยาวเหยียดเลย หรือจะไปนั่งโพสต์ฟรีตามเว็บบอร์ดในที่ต่างๆ บางเว็บก็ลบกระทู้คุณออก บางเว็บปล่อยไว้ แต่ก็จะมีโฆษณา gdi ของคนอื่นเข้ามาแย่งพื้นที่ด้วย จะเห็นได้ว่าพวกนี้มีค่าใช้จ่ายทั้งนั้นครับ ทั้งค่าใช้จ่ายที่เป็นตัวเงิน และค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าเสียโอกาส

    เกิดคำถามขึ้นว่าคุณจะต้องจ่ายเท่าไหร่เพื่อให้ได้ดาวน์ไลน์หนึ่งคน? และจะต้องจ่ายอีกเท่าไหร่เพื่อให้ดาวน์ไลน์คนนั้นขยายธุรกิจออกไปได้ด้วยตัวเอง? บางคนโชคดีมาก เจอคนแรกก็ใช่เลย บางคนหาไปร้อยคนก็ยังไม่เจอ ผมไม่รู้ว่าโดยเฉลี่ยแล้วต้องหากี่คนถึงจะเจอคนที่ใช่ แต่โดยธรรมชาติของธุรกิจ อัตราความสำเร็จของคนที่เริ่มทำในยุคเริ่มแรกจะสูงกว่าคนที่มาทีหลัง ผมไม่รู้ว่าเวลานี้ถือเป็นช่วงเริ่มต้นของ GDI หรือเปล่า แต่ถ้าคุณได้ spam หลายครั้งแล้ว ไปเว็บไหนก็เจอแต่คำว่า GDI แบบนี้แสดงว่าคุณจะชวนคนได้ยากขึ้น และดาวน์ไลน์ที่คุณหามาก็จะชวนคนได้ยากขึ้นไปอีก

  72. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมชอบประโยคของคุณ nook ที่ว่า “ผมอยากให้ทุกคนอย่าคิดถึงแต่เรื่องเงินอย่างเดียวครับ” จริงๆ ครับ

    เราอยู่ในประเทศที่กำลังเริ่มนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ซึ่งหลายคนยังเข้าใจปรัชญานี้ผิดอยู่เลย คิดว่าเศรษฐกิจพอเพียงคือการเขียม การงก การไม่ใช้จ่ายเงิน ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เลย เศรษฐกิจพอเพียงคือหลักที่บอกให้ทุกคนใช้เงินอย่างมีเหตุมีผล มองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ได้รับกลับมา และใช้จ่ายในสิ่งที่พอเพียงกับชีวิตของเราเอง

  73. รัชนัย แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมเป็นคนนึงที่ทำ GDI ครับ และผมก็ภูมืใจที่ได้ทำด้วยแม้ผมจะเพิ่งเริ่มทำก็ตาม 555 ผมมีความคิดเป็นของตัวเองไม่มีใครจูงจมูก
    ที่ผมตัดสินใจทำเพราะ สามร้อยห้าสิบบาทต่อเดือน เอ.. กินเหล้าเราหมดเยอะกว่านั้นนี่ ก็ลองมองอีกมุมนึง จากที่มองว่า 350 บาท เอาไปเลี้ยงเด็กได้หลายคน มาเป็น 350 บาท ช่วยให้เราประหยัดค่าเหล้าไปได้เพราะเอาเงินค่าเหล้ามาลงทุนแทน เออ ก็เข้าท่าดีนะ เพราะถ้าได้กำไรมา เราก็ได้ทั้งประหยัดค่าเหล้า และได้ตังค์ไปเลี้ยงเด็กกำพร้าได้ด้วย
    มองเรื่องเสียสามร้อยห้าสิบบาทต่อเดือน ปีหนึ่งหลายตัง ผมคิดว่า เออ เราก็ไม่ได้เสียตังค์ฟรีๆนี่ เราไปซื้อโอกาสสร้างอนาคต ไว้พอถ้าเกิดเรามองว่ามันไม่คุ้มจริงก็หยุดทำก็ได้นี่หว่า?
    เรื่องความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับสินค้าอื่น เอ..เราเคยเห็นเขาประมูลทะเบียนรถ รึซื้อจตุคามกันนี่ ทะเบียน เลขสวย ประมูลกันเป็นแสน ทะเบียนธรรมดา มัยไม่กี่พัน ทั้งๆที่มันก็ทะเบียนเหมือนกันนี่หว่า? ก็เลยคิดว่า ออ มันอยู่กับความพอใจของคนเรา นี่เอง
    ผมเห็นนักลงทุนทุนที่เขาเสียกันเป็นร้อยล้าน พันล้าน ยังมาขายแซนวิชได้ เราแค่สามร้อยห้าสอบบาท คงไม่เป็นไร เรายังมีไฟ มีแรงอยู่นี่ มองเป้าหมายเข้าไว้ มองโลกแง่ดี แล้วไม่เครียสกับมัน
    ผมไม่รู้ศัพท์เทคนิคการตลาดนะครับ แล้วที่โพสเนี่ยเป็นความคิดเห็นกับตัวเอง เป็นส่วนตัวน่ะครับ ไม่ได้ว่าให้ใคร ไม่ได้ชวนใครทั้งนั้น แค่เล่าให้ฟัง
    ความรู้ไม่เยอะ ความคิดเห็นไม่ดี มีแต่ความพยายาม กับความฝัน และทัศนคติที่ดีครับ
    ขอทุกท่านโชคดี
    รัชนัย

  74. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    เหล้าเป็นสินค้าอีกประเภทหนึ่งที่ผมมองว่ามันไม่มีคุณค่าน่าซื้อมาดื่มเลยครับ แต่ก็น่าแปลกที่คนที่รวยที่สุดในประเทศเป็นเศรษฐีได้เพราะทำธุรกิจเหล้า จะเห็นได้ว่าธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ อาจจะไม่ใช่ธุรกิจที่นำเสนอสินค้าที่มีประโยชน์ต่อสังคมเลยก็ได้

    ใครที่ดื่มเหล้าเป็นประจำอยู่ ผมว่าเลิกดื่มเถอะครับ เลิกแล้วจะเอาเงินไปทำ GDI หรือไปทำอย่างอื่นก็แล้วแต่ ดื่มเหล้าไปมีแต่จนกับจน

    เรื่องประมูลทะเบียนรถ ผมมองว่าคนมีเงินบางคนเค้าต้องการทะเบียนเลขสวยไว้ใช้เพื่อเหตุผลทางธุรกิจหรือความมีหน้ามีตาทางสังคมครับ เช่น ขับรถไปพบลูกค้า ลูกค้าเห็นทะเบียนรถแล้วก็รู้สึกเชื่อถือมากขึ้น มันอาจจะเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับคนที่ยอมจ่ายเงินเป็นหมื่นเป็นแสนก็ได้ครับ

    ส่วนนักลงทุนที่ไปขายแซนด์วิช เจ้าตัวเขาก็บอกเองครับว่าความผิดพลาดในอดีตของเขาเกิดจากความโลภ เขาให้มูลค่า “ความว่างเปล่า” ในราคาที่สูงเกินไป วาดฝันกับความมั่งคั่งร่ำรวยในอนาคตมากเกินไป พอล้มแล้วก็เลยมาทำแซนด์วิชที่มันจับต้องได้แน่นอน เป็นสินค้าที่ยังไงก็มีคนซื้อกินแน่นอน และใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ใช้จ่ายเงินอย่างมีเหตุผล

  75. boy แสดงความคิดเห็นว่า:

    เห็นข้อความ macroart ที่เคยบอกว่าต้องการข้อมูล amway นะปัจจุบันน่ะครับ พอดี ผมได้มีโอกาสไป สัมณา ที่ upline ผม จัดและ เชญมา

    เลยตอบให้
    ข้อมูล fact จาก ประธาน aboc (amway business owner council)
    สมาชิค amway : 721433 คน
    abo (คนทําธุรกิจ): 321234 คน
    member: 400199 คน

    abo ที่ ยัง active มีการเติบโตของ ยอดธุรกิจ ภายใจ 3เดือนของการเปลี่ยนแปลง: 63917 คน

    จําแนกเป็น ระดับ ได้ที่:
    0%: 2311
    3%: 12233
    6%: 2021
    9%: 11544
    12%: 15233
    15%: 11291
    18%: 3729
    21%: 5555

    ก็ยังไม่ถึงล้าน นะคับ..
    คุณสุเทพ (ประธาน aboc) กล่าวไว้ว่า ดัชนีการเติบโต networking นะปัจจุบันนั้น ไม่มีอะไรนํามาวัดได้ที่แน่นอนครับ มีแต่ ผลลัพ ให้เห็น เท่านั้นเอง

    มีเพียง ค่าเฉลี่ย ของ amway ที่ทําแบบสอบถาม
    เฉลี่ย แล้วคนๆนึงจะเจอ คนมาชวน amway 4 ครั้ง ก่อน 30 และ อีก 4 ครั้ง จน 60

    อยากได้ fact อีก mail มาคุยได้คัรบอิอิ

    ผมทํา amway นะ ไม่ได้ชวน (ถงจะอยากก็เอถะอิอิ) แต่อยากแบ่งปันข้อมูล ให้กับคนสนใจนนะครับ

  76. พิมพ์ แสดงความคิดเห็นว่า:

    uVme นี่เหมือน GDI หรือเปล่าค่ะ หมายถึง ระบบการทำงาน แผนการตลาด หรือ อะไรก็ตาม ที่คิดขึ้นมาเพื่อ ให้คนมาสมัครเยอะๆ โดยไม่ได้เน้นที่ สินค้าเป็นหลักใช่มั๊ยค่ะ คือเห็นว่า มีสแปมเมล์ เข้ามาเยอะมาก อยากให้คุณ MacroArt ช่วยสรุป เป็นวิทยาทาน ความรู้ค่ะ

    ขอบคุณค่ะ (ขอโทษนะค่ะ ที่ข้อมูลยาวไปนิดส์ นะค่ะ จะตัดออกก็ได้ค่ะ)

    uvme-thai-gh.blogspot.com

  77. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    “ต่างคนก็ต่างความคิด” แต่คิดไม่เป็นก็เหมือนไม่ได้คิด
    ดูจากการนำเสนอความคิดของแต่ละคน ผมเข้าใจเลยว่า…

    ตอนที่เรียน ป.6 ประเทศต่างๆที่อยู่บนโลกใบนี้ ถูกแบ่งออกเป็น 3กลุ่ม
    1.ประเทศพัฒนาแล้ว
    2.ประเทศกำลังพัฒนา
    3.ประเทศด้อยพัฒนา
    ตอนนั้นประเทศไทยเป็นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
    ผ่านไปเกือบ 30ปี..ปัจจุบันก็ยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา
    ก็ดูแต่ละคนคิดซิ ไม่พ้นตัวเองเลย…มีเหตุมีผลกันหน่อย จะดีมั๊ยครับ
    อย่าใช้คำว่า”ต่างคนต่างความคิดเลย”

    เค้าบอกว่าโลกกลม คุณยังจะไปเถียงเค้ามั๊ยละว่าโลกแบน
    แน่นอนไม่เถียง เพราะเหตุผลมันชัดเจน ว่ามันกลม

    เช่นเดียวกับที่คุณ MacroArt พยายามนำเสนอให้เข้าใจว่าธุรกิจ GDI เป็นอย่างไร แบบสมเหตุสมผล
    หลายคนก็ยังพยายามคัดค้าน โดยให้เหตุผล “ต่างคนต่างความคิด”
    ถ้าผมถามต่อว่า”คุณคิดอย่างไรล่ะ ทำไมถึงต่างจากเค้า”
    ตรงนี้ขอดูวิธีคิดดีกว่ามั๊ย ซึ่งเจ้าของกระทู้ก็ใช้วิธีคิดมากกว่า

    อ่อ…แล้วที่บางคนบอกว่าเมืองนอกเค้ายังทำได้เนี่ย
    เค้าทำเป็นเวปส่วนตัว หรือใช้พื้นที่ที่เช่ามาอย่างคุ้มค่า และโปรโมทไปในตัวหรือป่าว (อันนี้ผมไม่รู้นะ แค่คิดว่า)
    แต่เท่าที่ดู ในเมืองไทยเอามาทำกันแบบไร้ประโยชน์จริงๆ มีส่วนน้อยที่จะเช่ามาทำบล็อค หรือเขียนเวป

    ถ้างั้น “เมืองนอกเป็นประเทศพัฒนาได้ ประเทศไทยก็เป็นประเทศพัฒนาได้เช่นกันซิ”….เมื่อไหร่หว่า?

  78. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอเสริมอีกหน่อยนะ…ขอยกตัวอย่างแนวคิดแบบมีเหตุมีผลละกัน เช่น

    เนื่องจากบนโลกอินเตอร์เน็ต มีผู้ใช้มากมาย ทั้งแบบมีประโยชน์และแบบไม่มีประโยชน์ อย่างพวกแฮคเกอร์ หรือเวปหลอกหลวง
    จึงอาจมีกฏหมายออกมาว่า ประชากรไทย 60 กว่าล้านคน ทุกคนต้องมีเวปบล็อคส่วนตัวเพื่อแสดงตัวตนบนโลกอินเตอร์เน็ต ผมมองว่าประชากรไทยจะมีการเช่าโดเมนกันทุกคน และเห็นว่า สินค้า(โดเมน)นี้มีความสำคัญในอนาคต จึงเริ่มทำธุรกิจ GDI เป็นต้น

    ดูมีเหตุมีผลดีนะครับ…อันนี้ตัวอย่างวิธีคิดนะครับ

  79. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอบคุณคุณ boy สำหรับข้อมูลครับ ผมอายุยังไม่ถึง 30 โดนคนชวนทำแอมเวย์แล้วไม่ต่ำกว่า 2 คน (อาจจะมากกว่านี้แต่จำไม่ได้แล้ว) ซึ่งผมปฏิเสธที่จะร่วมธุรกิจด้วยครับ ผมมองว่าแอมเวย์เป็นธุรกิจที่ดี สินค้าแอมเวย์ก็มีคุณภาพดี แต่ที่ไม่ทำก็ด้วยเหตุผลเปรียบเทียบกับหุ้น Microsoft ที่ผมจะไม่ซื้อลงทุนในตอนนี้ เพราะผมจะมองหุ้น Google มากกว่าครับ

    ขออนุญาตตัดข้อความของคุณพิมพ์ให้สั้นลงนะครับ ใครอยากรู้รายละเอียดของธุรกิจก็ลองเข้าไปดูที่บล็อกละกัน

    สำหรับการวิเคราะห์ uVme เนื่องจากรายละเอียดที่มีอยู่ยังไม่ค่อยมากครับ เลยไม่กล้าฟันธง เท่าที่ดู ผมว่าสินค้าของเขาคงเหมาะกับคนที่ชอบเล่นเกมบนเว็บ ซึ่งผมยังหาไม่เจอว่าจะเข้าไปเล่นเกมได้ที่ไหน คุณภาพของเกมเป็นยังไงก็ไม่รู้

    ต้องลองตั้งคำถามดูครับว่าถ้าคนที่สนใจจะเป็นลูกค้าเล่นเกมเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจจะทำธุรกิจ เขาจะยินยอมจ่ายเงินหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือยอมจ่าย ผมว่าธุรกิจน่าจะไปได้ครับ เพราะมันเป็นความพึงพอใจในตัวสินค้าจริงๆ ไม่ใช่การยอมจ่ายเพื่อจะเอาเงินคืนภายหลัง

    อยากให้ดูข่าวกรณีแชร์ข้าวสารที่กำลังมีเรื่องมีราวกันอยู่ในตอนนี้ครับ ทุกคนยอมจ่ายเงินให้บริษัทก็เพราะหวังรวยภายหลังกันทั้งนั้น แต่ไม่มีใครเลยที่ยอมจ่ายเพราะพึงพอใจกับสินค้าของบริษัท

  80. boy แสดงความคิดเห็นว่า:

    คนเรามันต่างความคิด แล้วแต่ใครจะคิดมากคิดน้อย คิดสั้น คิดยาว

    คุณ ๆ ที่ต่อต้านธุรกิจเครือข่ายจงตั้งใจอ่านให้ดี

    ถ้ามีบริษัทหนึ่งบริษัททำเหมือนกับ GDI แต่ให้ผลตอบแทนดังนี้
    สร้างเครือข่ายลูกทีม 1 คน ได้ 100 $ โดยได้ไปตลอดจนคุณตาย
    มีเครือข่าย 100 ได้ 100000 $ คุณจะทำหรือเปล่า

    แต่ GDI ม้นค่อยเป็นค่อยไป ต้องคิดยาว ๆ คิดว่าอนาคตเราจะมีโอกาสได้ลุกขึ้นไปทำงานรายเดือนทุกวันหรือเปล่า ทำธุรกิจมีหน้าร้านมีความเสี่ยงหรือเปล่า ถ้าเราทำงานดังกล่าวมา แต่ในระยะเวลาหนึ่งเราไม่สามารถทำต่อได้คนที่อยู่ข้างหลังเราจะเป็นยังไง อนาคตมันเป็นของไม่แน่นอน (ชี้ให้เห็นภาพตอนสุขภาพไม่แข็งแรงหรือเศรษฐกิจแย่)หรืออาจคิดว่าเงินเก็บของคุณมีมากพอหรือเปล่าถ้ามากก็ไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าคิดแล้วอีก 10 ปี เงิน 10 ล้าน หมดแน่ ก็ควรทำมัน เครือข่ายนี้แหละสุดยอด ลงทุนน้อย

    คุณที่เขียนกระทู้ขึ้นมาอาจจะทำธุรกิจที่ได้มากกว่า 1 $ต่อลูกข่าย ก็ได้ (เดานะครับ)
    ผมไม่ได้บอกว่า GDI ดีที่สุดแต่โอกาสมีไม่บ่อย ไม่ใช่ว่า GDI ไม่มีความเสี่ยง ถ้าทำไม่ถูกวิธี ก็ไปไม่รอดเหมือนกัน อย่างเช่น spam mail เป็นต้น และที่สำคัญ GDI ไม่ใช่แช่ลูกโซ่

  81. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมไม่ได้ทำธุรกิจที่จ่ายผลตอบแทนแบบ Multi-Level เพียวๆ ครับ ผมทำพวก Affiliate ที่จ่ายผลตอบแทนแบบ Single-Level หรืออาจจะมี Multi-Level ผสมบ้างเล็กน้อย ซึ่งคนที่ทำธุรกิจพวกนี้จะได้รับผลตอบแทนเมื่อเทียบเป็น % ของยอดขายสูงกว่า (รับเต็มๆ คนเดียว ไม่ต้องแบ่งให้ดาวน์ไลน์) และสินค้าที่ขายก็เป็นสินค้าที่มีความต้องการในการใช้งานจริงๆ ไม่ใช่สินค้าที่มาจากการเชิญชวนให้จ่ายเงินเพื่อหวังรวยในอนาคตครับ

  82. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    รู้แล้วครับว่า ต่างความคิด
    แต่ที่พูดที่บอกอยู่เนี่ยให้คิดจนเจอคำตอบด้วย
    โจทย์เหมือนกัน แต่คิดคนละอย่าง แสดงว่ามีหลายคำตอบ
    แต่ในหลายคำตอบต้องมีคำตอบที่ถูกคำตอบที่ผิด

    ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่คิดทำงานประจำ และทุกวันนี้ก็ไม่ได้ทำงานประจำ
    ผมเลี้ยงชีวิตด้วยธุรกิจเครือข่ายล้วนๆ แต่เป็นเครือข่ายแบบออฟไลน์
    ส่วน GDI ผมก็ทำด้วย ทำเพราะอะไรล่ะ?
    ทำเล่นๆครับ…เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว
    แค่เดือนแรกมีคนสมัครต่อผม 10คน ก็ไม่ต้องจ่ายแล้ว…สบาย

    ถ้า 10คนนี้หาคนต่อได้ก็เป็นกำไรแล้วครับ
    อีกอย่าง..ยังมี”เหยื่อ”อีกมากที่มาตกหลุมพรางตรงนี้
    ซึ่งคุณ MacroArt พยายามอธิบายให้เข้าใจธุรกิจก่อนตกเป็นเหยื่อ
    แต่หลายคนก็ยังพยายามเอาหัวชนฝาอยู่ร่ำไป
    ธุรกิจเนี้ย…ถ้าคุณมีเครื่องมือดี เช่น
    - กรุ๊ปเมล ที่มีสมาชิกเป็น 100จนถึง 1000 คน
    - เวปส่วนตัวที่มีคนเข้าดูวันละหลายหมื่นคน
    คุณก็สามารถโปรโมทเวป GDIได้สบาย ยังไงก็ต้องเจอคนที่สนใจ

    แต่ถ้าคิดจะโพสตามเวปบอร์ดเนี่ย ลองคิดดู
    คนเข้าไปดูในเวปบอร์ดหนึ่งคน แต่มีคนโพสไว้ซัก 10คน
    คุณคิดว่าคุณจะเป็นผู้โชคดีมั๊ยล่ะ…ที่เค้าจะสมัครต่อจากคุณ

    ธุรกิจ GDI ไม่ใช่ไม่ดี…..
    แต่คุณมีเครื่องมือที่ดีหรือเปล่า ถ้าคิดจะทำ

  83. ชูใจ แสดงความคิดเห็นว่า:

    อยู่เมืองไทย
    รักเมืองไทย
    ทำงานให้คนไทย
    เงินทองไม่รั่วไหล
    สบายใจเป็นที่สุด
    ===============================================
    ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่นึกถึงแต่ “มูลค่า” แล้ว “คุณค่า” เราเอาไปไว้ไหน??
    ===============================================

  84. issara แสดงความคิดเห็นว่า:

    กับเงิน แค่ 10$ ครับ ประมาณ 350 / เดือน

    กินเหล้า เลี้ยงหนังสาว หมดเยอะกว่านี้อีก

    ทำอยู่ครับ ไม่ซีเรียส เผื่อฟลุ๊ค

  85. Gokiros แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมไม่ได้ว่าอะไรใครน่ะครับ แต่ผมมีทีมที่ดี
    เราทำงานกันเป็นทีมครับ ไม่ใช่หัวเดียงกระเทียมลีบ

    แต่ขอบอกไว้ก่อนน่ะครับ ว่าถ้าแค่เช่าโดเมนต์ สินค้านี้มันก็แพงจริงครับ
    แต่คุณอย่าลืมครับ ว่ามัน ไม่ใช่แค่ให้เช่าโดเมนต์ มันมีอย่างอื่นครับ
    โลกนี้มีแค่นายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้นแหละครับ มีอย่างเดียวไม่ใช่ก็คือโจรคับ

    ปล. ทีมที่ผมทำมีการแชร์ downline มีระบบการทำงานที่ช่วยเหลือกัน
    ผมกล้าพูดได้เลยครับ ว่ามีความมั่นคงในการสร้างเครือข่าย

  86. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    เห็นคุณ Gokiros บอกว่า GDI ไม่ใช่แค่ให้เช่าโดเมน แต่มีอย่างอื่นด้วย แล้วอย่างอื่นที่ว่ามันคืออะไรเหรอครับ?

  87. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    แล้ว”โลกนี้มีแค่นายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้นแหละครับ มีอย่างเดียวไม่ใช่ก็คือโจรคับ”

    หมายความว่าไงอ่ะ?…งงครับ
    ช่วยแปลไทยเป็นไทยด้วยก็ดีครับ…ผมโง่ครับ

  88. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมงงเหมือนคุณ Tinny เลย อ่านอยู่หลายรอบ สงสัยว่าเช่าโดเมนมันเกี่ยวยังไงกับนายจ้างลูกจ้าง แล้วนายจ้างลูกจ้างเกี่ยวยังไงกับโจร

  89. แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว แสดงความคิดเห็นว่า:

    “สิ่งที่ผมอยากเขียนถึงก็คือสินค้าของ GDI มีราคาแพงเมื่อเทียบกับสินค้าอื่นที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกัน แถมยังมีความสามารถที่ด้อยกว่าอีกด้วย”ถ้าคุณจุดประเด็นตรงนี้ขึ้นมามันก็คงกลายเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันยาว อย่างงีุ้ถ้ามีคนเถียงว่ารถยุโรปแพงกว่ารถญี่ปุ่น ทั้ง ๆ ที่รถญี่ปุ่นหลายยี่ห้อมี(option)ซึ่งก็เปรียบเทียบกับความสามารถในที่นี้ของสินค้ามากกว่า รถยุโรปหลาย ๆยี่ห้อแล้วทำไม่ยังมีคนใช้รถยุโรปหล่ะ ก็เพราะทุกคนมีเหตุผล ของตนเอง บ้างก็ว่าเพราะความชอบส่วนตัว บ้างก็ว่าเพราะดูโก้ บ้างก็ว่าเพราะเหมาะกับจะเป็นรถประจำตำแหน่ง อะไรหลาย ๆ อย่าง เพราะฉนั้นดิฉันคิดว่าคนที่ทำ GDI เค้าก็มีเหตุผลของเค้า ซึ่งเหตุผลส่วนใหญ่ก็คือ เพื่อเป็นการลงทุนทางธุรกิจ ซึ่งถ้าถามว่าคุ้มมั๊ย ตอบเลยว่าคุ้มมากกับเงิน 350บาท/เดือน การทำงานทุกอย่างต้องมีการลงทุนไม่ว่าคุณจะขายข้าวแกง ขายก๋วยเตี๋ยวก็ต้องลงทุนเป็นพัน เป็นหมื่น คุณทำร้านอาหารอาจจะลงทุนเป็นล้านๆ ซึ่งก็มีโอกาสเสี่ยงเหมือนกันที่จะขาดทุนแล้วก็ขาดทุนเยอะด้วย หรือแม้กระทั่งคุณทำงานบริษัทคุณก็ต้องลงทุนค่ารถ ค่าเสื้อผ้า หักลบแล้วอาจจะเหลือไม่เท่าไหร่ ส่วนตัวดิฉันก็เพิ่งเริ่มทำGDIไม่นานแต่ก็ไม่ขาดทุน เพราะอะไรรู้มั๊ยเพราะว่าแค่อาทิตย์แรกดิฉันก็หาสมาชิกได้แล้ว10กว่าคนซึ่งทำให้ดิฉันสามารถทำโบนัสได้ถึง200เหรียญโดยที่ดิฉันลงทุนแค่10เหรียญ คุณคิดว่าคุ้มมั๊ยหล่ะ??(ดีกว่าเล่นหุ้นอีก)ซึ่งถ้าถามว่าหาลูกทีมยากมั๊ย ไม่ยากเลย ง่ายกว่างานประจำที่เจ้านายมอบหมายให้แถมยังถูกเจ้านายกดขี่ โขกสับ ตั้งเยอะ งานทุกอย่างไม่ง่ายแล้วก้อไม่ยากหรอกถ้าเราตั้งใจจะทำจริง ๆ ดิฉันมองในแง่ที่ว่าการลงทุน350บาทแล้วได้คืนมาขนาดนี้คุ้มจะตาย แล้วที่คุณพูดว่า “key success factor ของธุรกิจนี้ก็คือคุณจะต้องหาดาวน์ไลน์ให้ได้อย่างน้อย 10 คนภายในหนึ่งเดือน เพื่อที่คุณจะมีรายได้เข้ามาเท่ากับรายจ่าย $10 ที่ต้องจ่ายให้ GDI ถ้าเกิดคุณหาได้เพียงหนึ่งหรือสองคน มีโอกาสสูงครับที่คุณจะเลิกทำในเดือนที่สองหรือสาม”ไมูุ่ถูกต้องซะทีเดียวค่ะ ทีุ่คุณพูดนั้นในกรณีถ้าคุณไม่อยากขาดทุนเดือนแรกคุณต้องหาให้ได้10คน แต่เดือนที่2 หรือที่ 3 คุณต้องนึกต่อด้วยว่าลูกคุณก็มีลูกต่อไป คุณก็ได้เกิน10เหรียญอยู่แล้วแล้วผ่านไปซัก 20เดือนเป็นเงินเท่าไหร่ ก็เยอะนะ คืออย่างแรกคนที่มาทำตรงนี้ก้อต้องเข้าใจว่ามันคืองาน ๆ หนึ่งของเรา ๆ ก็ต้องทำให้เต็มที่เหมือนงานทั่วไปที่เราไ้ด้รับมอบหมาย ซึ่งถ้าเราทำเต็มที่จริง ๆ ไม่มีใครหาลูกทีมไม่ไ้ด้หรอก จริง ๆ แล้วถ้ามองในแง่การทำตลาดของGDIดิฉันว่าดีนะ เข้าใจง่ายดี เงินดี ถ้าคุณจะcommentเกี่ยวกับ GDI ดิฉันว่าคุณน่าจะcomment ในลักษณะข้อดี และข้อเสียของธุรกิจ GDI จะดีกว่าคนเค้าจะได้รู้ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไรเพราะดิฉันก็ไม่ได้รู้หมดทุกอย่างของ GDI ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ดีก็จะได้ระวังแล้วให้คนอื่น ๆระวังจะดีกว่า อย่าcomment ในแง่ที่ว่าสินค้าไม่ดีแล้วทำให้คนที่เค้าไม่ได้มาอยู่ตรงนี้สับสนเพราะบางคนเข้ามาอ่่านในกระทู้ของคุณ แล้วคุณชี้นำไปแล้วว่าไม่ดี เค้าอาจไม่ได้อ่านลงมาถึงข้อความของดิฉันหรือของเพื่อนคนอื่น ๆ ที่เค้าไม่เห็นด้วยกับคุณ เค้าก็อาจจะเชื่อคุณแล้วเพราะฉะนั้นการวิเคราะห์อะไรควรวิเคราะห์ทั้งข้อดี ข้อเสียไม่ควรเอาความเห็นของตัวเองมาตั้งกระทู้อย่างงี้ถ้าดิฉันเป็นคนตั้งกระทู้ก็มีสิทธิ์ชี้นำคนได้ เพียงแต่ในที่นี้คุณเป็นคนตั้งก็เลยเป็นลักษณะที่ชี้นำ คุณไม่ต้องห่วงว่าอนาคตข้างหน้าจะถึงจุดอิ่มตัวหรอกเพราะอาจจะเป็นจริง หรือไม่จริงอย่างที่คุณคิดก็ได้ พยายามวิเคราห์แค่ใกล้ ๆ นี้อาจจะซัก 5ปีนี้เองว่าคนทำเสียอะำไร และได้อะไร ดิฉันว่าน่าจะดีกว่านะ และ spam ดิฉันว่าไม่ใช่เพราะDGIอย่่างเีดียวหรอกธุรกิจonline หลาย ๆอย่าง รวมทั้งอย่างอื่นอีกมากมาย ก็ spam ทั้งงั้นอย่างงี้คุณต้องโทษทุก ๆอย่างเลยนะ จริง ๆจะมองในแง่ธุรกิจนี้ก้อดีนะช่วยชาติได้ตั้งเยอะ เราไม่จำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้านถ้า่ทำกันเยอะ ๆ ช่วยชาติประหยัดน้ำมันตั้งเท่าไหร่แถมนั่งทำที่บ้านได้อยู่กับครอบครัว มีเงินใช้ก็ไม่เครียด เด็กที่จบแล้วไม่มีงานทำก็ไม่ต้องเครียดไม่ต้องฆ่าตัวตาย ไม่ต้องไปปล้น อีกเยอะแยะ ถ้าจะมองในแง่ดีมันก้อดี ถ้าคุณจะมองในแง่ลบมันก้อลบหน่ะนะ เหมือนเหรียญที่มี 2ด้าน แล้วแต่ว่าคุณจะมองมุมไหนเนอะ โอเค แค่นี้หล่ะค่ะ ขี้เกียจพิมพ์ละ ไปลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวดีกว่า(เชื่อซิว่าคุณต้องหาอะไรมาเถียงเราจนไ้ด้ เฮ้อ เบื่อ เจง ๆ คนชอบเถียงเนี่ย เป็นลูกหล่ะตีตายเล้ย)

  90. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    แหม คุณแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเล่นดักคอผม จะไม่ให้ผมเถียงเลยนะ แต่ผมก็ยังเถียงอยู่ดีแหละครับ :-P

    ที่คุณเปรียบเทียบกับรถยุโรป ผมมองว่ารถยุโรปมีเรื่องของแบรนด์อยู่ครับ นักการตลาดเขาแบ่งเหตุผลที่คนซื้อออกมา 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือซื้อเพราะประหยัด กลุ่มที่สองคือซื้อเพราะฟังก์ชั่นการใช้งาน กลุ่มที่สามคือซื้อด้วยเหตุผลด้านอารมณ์

    (อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่ http://blog.macroart.net/2007/05/triangle-of-brand-benefit.html)

    อย่างรถยุโรปที่คุณบอกว่าราคาแพงกว่ารถญี่ปุ่น โดยที่ option เท่ากัน ก็ต้องเจาะลงไปว่ามันเท่ากันจริงเหรอ? ถ้ารถยุโรปเหล็กหนากว่ารถญี่ปุ่น แบบนี้ผมถือว่าไม่เท่ากันนะ นอกจากนี้ยังมีเรื่องอารมณ์อีก คนใช้รถยุโรปก็เพราะต้องการใช้เป็นเครื่องแสดงฐานะ

    หันมามองที่ GDI ซึ่งผมเชื่อว่าคนทำ GDI ทุกคนที่อ่านบทความนี้ ต่างก็ต้องจำยอมรับว่า GDI แพงจริงๆ และทำอะไรได้น้อยมากจริงๆ โดยที่ผมยังมองไม่เห็นเลยว่าใครมีเว็บไซต์ .ws แล้วมันทำให้ดูดีมีฐานะขึ้นเหรอ? ภาพที่ผมมองเว็บ .ws ในตอนนี้ก็คือเป็นเว็บที่มีแต่การเชิญชวนคนมาจ่ายเงินเดือนละ $10 โดยที่จ่ายแล้วก็ไม่ได้ดูดีขึ้นด้วย

    งั้นถ้าผมชวนคุณมาซื้อแชร์ข้าวสาร ลงทุนน้อยนะ ได้ปันผลด้วย (เฉพาะงวดแรก) ลงแป๊บเดียวคืนทุน แต่คุณจ่ายเงินโดยที่ไม่ได้รับของอะไรเลย แบบนี้คุณเอามั้ยครับ?

    ผมเชื่อนะว่าคุณแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวสามารถทำ GDI ได้กำไรได้จริง แต่คนอื่นๆ ทำได้แบบคุณหรือเปล่าครับ? ธุรกิจชวนคนและสอนให้คนชวนคนแบบนี้ มีบางคนที่ทำได้และบางคนที่ทำไม่ได้ครับ ผมยกตัวอย่างแอมเวย์อีกรอบละกัน ผมมีเพื่อนที่ประสบความสำเร็จในแอมเวย์ ทำแอมเวย์เป็นอาชีพหลัก และผมก็มีเพื่อนที่ล้มเหลวเช่นกัน แต่ถึงจะล้มเหลว เขาก็ยังจ่ายเงินซื้อสินค้าใช้อย่างต่อเนื่อง สาเหตุที่เขายังใช้สินค้าอยู่เพราะเขาไม่ได้คิดว่าการซื้อสินค้าแอมเวย์เป็นการลงทุนในธุรกิจไงครับ แต่เป็นการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคในชีวิตประจำวัน

    ถามว่าคนที่ทำ GDI ไม่ประสบความสำเร็จ ชวนคนไม่ได้ เขาจะยอมจ่ายเดือนละ $10 ไปเรื่อยๆ หรือเปล่าครับ? เขาจ่ายแล้วทำให้ฐานะเขาดูดีเหมือนซื้อรถยุโรปหรือเปล่า?

    เรื่องที่คุณแนะนำผมว่าไม่ควรเอาความเห็นตัวเองมาเขียน ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงเอาความเห็นตัวเองมาเขียนไม่ได้ เพราะประเด็นที่ผมเขียนก็เป็นข้อเท็จจริงทั้งนั้น

    เรื่อง spam ผมโทษทุกธุรกิจที่ทำ spam ครับ เป็นวิธีการที่แย่มากๆ แย่ขนาดที่ในต่างประเทศถือว่า spam เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายนะครับ spam ทำให้ผู้คนทั่วโลกเดือดร้อน เพื่อนผมในวงการเว็บหลายคนได้รับ spam mail มากกว่า mail เรื่องงานเสียอีก คิดดูว่าเขาต้องเสียเวลามานั่งลบ spam พวกนี้ขนาดไหน

    มีธุรกิจอีกมากมายครับที่เด็กจบแล้วไม่มีงานทำ ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องฆ่าตัวตาย ไม่ต้องไปปล้น และไม่ต้องควักกระเป๋าเดือนละ $10 เพื่อแลกกับสิ่งที่ไม่คุ้มค่าครับ

    ขายข้าวแกง ขายก๋วยเตี๋ยว ลงทุนเป็นพันเป็นหมื่น เพื่อจะซื้อหม้อซื้อกระทะ ซื้อจานชามช้อนส้อม ซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเพื่อขายให้ลูกค้าในราคาที่สมเหตุสมผล แล้วธุรกิจ GDI ลงทุนเดือนละ $10 ได้เว็บ .ws มาทำอะไรให้ลูกค้าเหรอครับ?

  91. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    ส่วนมากจะได้อ่านความเห็นจากผู้ที่ทำธุรกิจ GDI แล้วไม่ขาดทุน
    อันนี้ดีครับ…แต่รู้สึกจะเป็นความเห็นโดยส่วนตัวมากไปหน่อย

    แต่ที่เจ้าของกระทู้พยายามอธิบายเนี่ย จะเน้นที่ตัวสินค้าเป็นหลัก
    เพราะ
    “ธุรกิจ หมายถึง องค์กรที่ผลิต สินค้า หรือ บริการตามความต้องการของผู้บริโภค”
    ฉะนั้นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จส่วนมาก สิ่งแรกที่เค้ามองจะมองที่สินค้าเป็นหลัก เค้าจะต้องมองว่าจับธุรกิจที่เกี่ยวกับสินค้าที่ยังไงก็ต้องมีคนซื้อหรือยังไงคนก็ต้องใช้ตลอด ยังไงก็คุ้ม

    และที่คุณ MacroArt อธิบายก็ส่วนมากจะเน้นที่ตัวสินค้าครับ

    อย่างที่บอกผมก็เป็นคนนึงที่ทำธุรกิจ GDI และไม่ขาดทุน ถึงผมจะมีเครื่องมือที่ดีก็ตาม และมีการ Placement ให้แก่ Downline แล้วก็ตาม ถ้ามองแบบเห็นแก่ตัว แน่นอนผมสบายครับ กำไรตลอด คนข้างล่างจะหาคนได้หรือไม่ผมไม่แคร์

    แต่การทำธุรกิจ ผมจะคิดเช่นนั้นไม่ได้ เพราะมันจะไม่มั่นคงแน่นอน
    ปัญหาที่พบคือ ผมไม่สามารถ Placement หรือจัดองค์กรลงไปในชั้นที่ 3ได้ บอกตรงๆคนเริ่มสนใจน้อยลง เพราะตลาดเยอะมาก

    ทำให้ผมสงสารและสมเพช Downline หลายคนเสียเงินมา 3-4เดือน ก็ประมาณ 1000กว่าบาท (พอๆกับค่าเหล้า แต่ไม่ได้ทานซักหยด หรือ พอๆกับเลี้ยงหญิง แต่ไม่ได้ควงซักคน) แต่ยังไม่สามารถหา Downlineได้ซักคน และหลายคนก็ทนไม่ไหวกับการจ่ายสิ่งที่ไม่ได้ประโยชน์กลับมาซักอย่าง จึงต้องเลิกล้มไป…ทำให้ธุรกิจของผมสั่นคลอนไปด้วย

    ผมต้องแก้ไขโดยหาคนใหม่อยู่ตลอดเวลา หาแข่งกับสายงานอื่นไม่ว่า ผมต้องหาแข่งกับทีมงานตัวเอง แล้วเมื่อไหร่ผมจึงจะหยุดได้อย่างมั่นใจล่ะ

    เหร๊ยญมี 2ด้านก็จริง แต่มันจะออกก้อยหรือหัวล่ะ เมื่อโยนมันขึ้นไปแล้วมันคงไม่ตกลงมาตั้งตรงโดยไม่ออกหัวออกก้อยหรอก…มันต้องออกซักด้าน

    และอีกอย่าง ทำธุรกิจนะครับ ไม่ใช่การเสี่ยงดวง
    ถ้าใช้…คุณต้องรู้ก่อนโยนเลยว่า มันจะออกหัวหรือก้อย

  92. boy(คนเดียวกะ amwayนะ ไม่ใช่ boy gdi) แสดงความคิดเห็นว่า:

    เป็นกระทู้ที่มีสาระมากเลยฮับ อิอิ
    ชอบๆ อ่านแล้วได้ความรู้ดี สงใส blog หน้านี้จะ hot อีกนาน

    macroart คับ
    ผมทํา amway เพราะไม่ได้หวังรวย ไม่ได้อยากได้เงิน
    แต่ต้องการอิสระภาพ และ บังเอิญโลกใบนี้มันอยู่ได้ด้วยเงิน amway เลยให้เงินเป็นส่วนใหญ่ ฮ่าๆ

    ตรงอยาก ฟังความเห็นคุณ macroart หน่อยอ่ะ:
    แต่เหตุผลหลักที่ทํา amway เพราะ ผม(คิดว่า) มันจะมั่นคงตลอดไปเพราะ amway มีพื้นฐานที่มั่นคงทําธุรกิจกว่า 90 ประเทศทั่วโลก เป็นบริษัทที่มีปณิธานที่ดีและ research team ที่นําโลกตลอดเวลา ด้วยเหตุผลเหล่านี้ผมจึง คิดว่ามันเพียงพอที่จะยอู่ตลอดไป ทําแล้วเส็รจ ผมจึงทํา amway

    คุณmacroart เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยตรงไหนบ้างอ่ะคับ อยาก ฟัง

  93. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    คุณ boy ต้องลองถามตัวเองดูครับว่าสามารถใช้ประโยชน์จากความมั่นคงของแอมเวย์ได้หรือเปล่า?

    ถึงแม้แอมเวย์จะมีปณิธานที่ดี มีทีมวิจัยที่ดี มีความมั่นคงสูง แต่ถ้าคุณ boy ไม่สามารถสร้างเครือข่ายได้เลย แบบนี้คุณ boy ก็จะได้ประโยชน์เพียงแค่มีสินค้าคุณภาพดีใช้ไปอีกนาน แต่อาจจะไม่ได้มีรายได้หรือมีอิสรภาพก็ได้ครับ

    ส่วนตัวผมเองเคยพบกับคนที่ทำแอมเวย์มาหลายปีจนได้ตำแหน่งไพลิน รายได้อยู่ที่หลักหมื่น แต่พอเขาตัดสินใจเลิกทำแอมเวย์แล้วเปลี่ยนไปทำบริษัทอื่น เขาสามารถมีรายได้เดือนละล้านได้ ผมจึงมองว่า timing เป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆ ในธุรกิจเครือข่าย ถ้าคุณทำแอมเวย์ตั้งแต่ปี 253x ทุกวันนี้คุณอาจจะมีอิสรภาพเหมือนกับผู้นำระดับสูงหลายคนในแอมเวย์แล้วก็ได้

    แต่ timing มันมักจะสวนทางกับ company ครับ คือถ้า timing ดี ก็มีคำถามว่าแล้ว company จะดีจริงหรือเปล่า จะมั่นคงจริงหรือเปล่า ส่วนถ้า company ดีแน่ นั่นก็หมายความว่าคนก็คงแห่เข้าไปทำกันเยอะแล้ว ทำให้ timing ไม่ดีเหมือนแต่ก่อน

    จะว่าไปก็คล้ายๆ การเล่นหุ้นครับ ในเวลาที่บริษัทไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักลงทุน ราคาหุ้นก็จะต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง เป็นจังหวะที่ดีในการซื้อหุ้น แต่ก็ต้องลุ้นกันว่ามันเป็นธุรกิจที่ดีจริงหรือเปล่า จะมีกำไรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนดึงดูดนักลงทุนในอนาคตได้จริงหรือเปล่า แต่ถ้าวันไหนที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นสูงแล้ว แสดงว่านักลงทุนมองเห็นแล้วว่าบริษัทไปได้สวยแน่ การเข้าไปลงทุนในช่วงนี้ก็มีความเสี่ยงสูงครับ

  94. Rich แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมเคยทำธุรกิจอื่นมา MLM แต่ลงทุนเป็นแสนอะแถมยังตอนที่ไปฟังพูดดีมากเลย พอทำไปกลับเป็นคนละเรื่อง ทั่งๆ ที่สินค้าดี แผนดี (Herbalife) แต่ทำไปกลับยิ่งเสียความรู้สึก เครียดมาก โดนด่า เสียเงิน เจ๊ง ถ้าคุณ MacroArt ทำบล็อก ตัวนี้ด้วยจะดีมากเลยจะได้มีคนหาข้อมูลก่อนจะเป็นแบบผม ผมอาจจะทำไม่สำเร็จเองก็ได้ จิงๆแล้วบริษัทเค้าอาจจะดี ไม่รู้นะ
    แต่ GDI ลงทุน 350 ดีหรือป่าวไม่รู้ลองทำอยู่หาข้อมูลไปด้วย ได้เงินง่ายกว่าตอนนี้ดูๆ อยู่ แต่ฝากคุณ MacroArt เข้าไปดูhttp://www.webgetrich.net/เลียนแบบ GDI แต่ไม่มีแม้สินค้าขายโดเมนก็ไม่ใช่ มันแชร์เลยรึป่าว
    ใครอยากทำอะไรก็ลองเอาเองครับตัวคุณที่บอกได้ว่าดีหรือเปล่า แต่มีบล็อกแบบนี้ก็ดีนะ ให้คนมาแสดงความคิดเห็นก่อนจะเสียเงินเป็นแสนๆแบบผม GDI 350 ลองทำดูครับขำๆ ไม่ชอบก็เลิกไปทำงานประจำ เจ้านายก็รวยเราได้ค่าจ้างเดือนชนเดือน เสียไปเยอะและ ชีวิตนี้มีใครไม่เคยเสียเงินแบบไม่คุ่มค่ากับสิ่งที่เราได้มามั่งครับ

  95. SpaceOfLife แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอบคุณสำหรับบทความครับ เขียนเถอะครับคนไทยอย่างเราๆจะได้รู้ทันต่างชาติ

  96. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    เข้าไปดูในเว็บที่คุณ Rich บอกมาแล้วครับ แต่ไม่เห็นมีข้อมูลว่าเป็นสินค้าอะไร คิดว่าน่าจะขาย web hosting นะครับ แต่ไม่รู้ว่า spec เป็นยังไง ทำอะไรได้บ้าง หรือว่าจะมาแนวสินค้าทำอะไรไม่ได้ เน้นให้ไปชวนคนอย่างเดียวก็ไม่รู้

  97. เด็กม.ปลาย แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมมาอ่านที่พวกคุณๆผู้ใหญ่ เถียงกันในบล็อกนี้แล้วสนุกดีครับเอาความรู้มาฟาดฟันกัน ผมกำลังจะจบ ม.6 อีกไม่กี่เดือนนี้แล้วอ่ะครับ…แต่(ตรงๆเลยนะครับ)ไม่มีเงินเรียนอ่ะครับ กำลังมองหาอะไรซักอย่างที่จะทำให้ผมมีเงินมาใช้เรียนต่อได้(กู้ยืมเค้าก็ไม่อนุมัติครับ เค้าบอกว่าไม่ผ่านอะไรก็ไม่รู้อ่ะครับ ผมเรียนได้ 3.89 นะ) ก็เลยอยากจะรู้อ่ะครับว่ามันมีธุรกิจ(บนเน็ท)อะไรบ้างอะครับที่ทำได้จริง ได้เงินจริงๆอ่ะครับ(ยากลำบากก็ทำครับ) คือผมอยากเรียนต่อจริงๆอ่ะครับ ผมไม่อยากต้องทำนาหรือไปรับจ้างได้ค่าแรงวันละ 60-80 แบบที่ทางบ้านผมเค้าทำกันอ่ะครับ ผมอยากอยู่สูงกว่านี้ครับ อยากให้ครอบครัวของเราสบายขึ้นครับ ผมมีทุนเรียนดีที่เคยได้จากโรงเรียนมา 1500 บาทครับผมยังเก็บมันไว้อยู่เลยครับ คุณๆช่วยแนะนำผมทีนะครับ(ผมได้รับความกรุณาให้ใช้เน็ทที่โรงเรียนได้ทั้งคืนครับ คือรับจ้างเฝ้าโรงเรียนอ่ะครับ อิอิ)*ขอความกรุณากับผมด้วยนะครับ หวังไว้เป็นอย่างยิ่งครับ
    ปล.ผมคนโคราชครับ

  98. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    มหาวิทยาลัย(น่าจะ)แทบทุกแห่งมีทุนให้สำหรับนักศึกษาเรียนดีแต่ยากจนครับ น้องลองติดต่อไปที่คณะและมหาวิทยาลัยที่อยากเรียนต่อดูนะครับ

  99. ภัทรพงศ์ แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมเห็นด้วยว่าการทำธุรกิจ GDI มีความเสี่ยงซึ่งถ้าหากไม่ศึกษาให้ดีก็อาจต้องเลิกกลางคัน มันเป็นธุรกิจที่เราต้องดูความสามารถของตัวเองว่าถึงหรือเปล่า

  100. v แสดงความคิดเห็นว่า:

    ใครทำไม่ทำไม่รู้ แต่ผมทำและได้ตังอะ

  101. yo แสดงความคิดเห็นว่า:

    ไม่ลอง จะรู้ได้ยังไง

  102. นิด แสดงความคิดเห็นว่า:

    สรุป ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็โง่กว่าคุณน่ะสิครับ =_=

  103. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ประธานาธิบดีสหรัฐเกี่ยวอะไรเหรอครับ?

    ผมว่าความฉลาดหรือโง่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตำแหน่งหรอกครับ และคนเราก็มีเรื่องที่ฉลาดหรือโง่แตกต่างกันไป ผมเชื่อว่าบางเรื่องผมฉลาดกว่าประธานาธิบดีสหรัฐ และบางเรื่องผมก็โง่กว่าครับ

  104. อ๋อย คนในวงการ Makemoney แสดงความคิดเห็นว่า:

    อยากถามทุกคนว่า คุณคิดจะทำธุรกิจเพื่ออะไรถ้าทำเพื่อความสบายใจหรือทำเพื่อรู้สึกว่าสร้างสรรจรรโลงใจเป็นประโยชกับโลกมนุษย์และไม่โดนเอาเปรียบทางความรู้สึก ผมขออุญาติบอกว่าธุรกิจ เครือข่ายแทบทุกตัวไม่เหมาะกับคุณ ทำไมถึงเป็นแบบนั้นเพราะจริงอยู่อาจมีธุรกิจที่แผนการตลาดหรือตัวสินค้ามีดีกว่าด้อยกว่านั่นคื่อข้อเปรียบเทียบให้เราเลือกที่จะร่วมธุรกิจ แต่ถ้าคุณยังมีความรู้สึกว่าถ้าทำแล้วคุณอาจโดนเอาเปรียบนั่นก็แสดงว่างานประจำเหมาะกับคุณมากกว่า สำหรับความรู้สึกส่วนตัวผมผมขอพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ณ ตอนนี้ธุรกิจไหนก็ได้ที่ไม่ผิดกฎหมาย (แต่อาจจะผิดกฎทางความคิดของใครๆก็แล้วแต่)ทำแล้วได้เงิน ขอย้ำว่าได้เงินผมทำครับและผมก็ทำแบบนี้มาหลายต่อหลายตัวแล้วที่มีอยู่บนเน็ต อยากให้คุณมองเรื่องของโครงสร้างหรือรูปแบบการทำงานของตัวคุณเองมากกว่าว่า ถ้าสิ่งที่คุณจะทำมันเอื้อต่อการทำงานของคุณทั้งด้านเวลาและสภาพแวดล้อมของคุณเช่น คุณใช้ชีวิตอยู่กับอินเตอร์เน็ตหรือคุณรักที่จะทำงานทางอินเตอร์เน็ต หรือคุณมีสังคมของคุณทางอินเตอร์เน็ต หรือ คุณมีเว็บไซต์ที่เอื้อต่อการทำงานของคุณนี่แค่ยกตัวอย่างนะครับ หรือที่สำคัญคุณมีความตั้งใจที่จะหาเงินจริงๆ หาเงินนะครับไม่ใช่สร้างโลกอันสวยงาม แต่ขอให้มันไม่ผิดศิลธรรมก็ไม่ได้เลวร้ายมาก ก็ขอให้คุณทำมันเถอะครับ ถ้าคนอื่นเค้าทำได้เค้ามีรายได้ ทำไมเราจะต้องกลัวว่าจะโดนเอาเปรียบ แล้วอยากให้ลองมองย้อนดูคนที่เค้าค่อนข้างที่จะกลัวการเอาเปรียบ กับคนที่เค้าพร้อมที่จะทำงานเพื่อเงิน คุณว่าอัตราระหว่างสองคนนี้ใครจะมีรายได้กว่ากัน ธุรกิจทุกตัวจะมีจุดดีจุดเด่น หรือข้อด้อยของมันอยู่ สำคัญที่ว่าคุณคิดนานไปมั้ย คุณได้ทำอะไรซักอย่างมั้ยในระยะเวลาที่คนอื่นๆเค้าทำกัน เราต้องถามตัวเราเองดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเห็นว่ามันดี มันโอเค มันน่าเป็นไปได้หมดแล้วหาข้อมูลมาเป็นเดือนๆแล้ว แต่พอมาจอคำวิจารณ์ ก็ถอดใจ ผมอยากบอกว่ามันไม่แย่ขนาดนั้นหรอกครับไม่งั้นเค้าก็ไม่ทำกันหรอก
    ผมกำลังพูดถึงการหารายได้นะครับไม่ได้เป็นนักการตลาดอะไรทั้งสิ้น เพราะผมทำทุกอย่างครับที่คิดว่ามันจะสร้างรายได้ ไม่ได้เป็นนักอนุรักษ์มวลมนุษยชาติ เพราะผมอยากรวยก็แค่นั้นเอง แล้วใครจะให้ผมได้ล่ะเงินเนี่ยถ้าผมไม่ทำเอง.

  105. Nasa แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอพูดเรื่อง timming ที่คุณ MacroArt ฝากไว้หน่อยครับ
    timming ก็คือจังหวะเวลา หรือโอกาส ที่เหมาะสมในการลงทุนอะไรสักอย่าง..ซึ่งการหา timming ที่ดีได้ต้องมีข้อมูลที่มากพอ และอีกส่วนนึงคือปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น ภัยธรรมชาติ พายุ ซึนามิ เป็นต้น

    เพราะฉะนั้นคนที่เป็นนักธุรกิจย่อมรู้ดี ว่าธุรกิจที่เค้าทำอยู่มีความเสี่ยงจากปัจจัยอะไรบ้าง..และสมมติว่ามันเกิดขึ้น เค้าจะวางแผนรับมือมันอย่างไร เมื่อเวลานั้นมาถึง เมื่อtimmingมันไม่เป็นใจ นี่คือคนที่มีวิสัยทัศน์ครับ
    ..ผมว่า คนเราคิดจะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างในชีวิต เพิ่มขึ้น นั้นมาจาก2วิ ด้วยกันคือ
    1.วิกฤติ (ตกงาน, เป็นหนี้, บ้านถูกยึด, เสียคนในครอบครัว ฯลฯ)
    2.วิสัยทัศน์ (เตรียมรับมือก่อนที่วิกฤติจะมาถึง,การมองเห็นโอกาส ถ้าทุกคนมองเห็นมันจะไม่เรียกว่าโอกาส )

    ในข้อที่2 จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้นักธุรกิจใหญ่หลายคนสนใจเข้ามาทำธุรกิจ MLM เพื่อเป็นอะไหล่สำรองให้ชีวิต ในวันที่ธุรกิจมันไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้ เพราะหัวใจสำคัญคือเมื่อถึงระดับหนึ่งมันจะหยุดได้ และยังมีรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ้งอาจไม่ได้มากไปกว่าธุรกิจหลักที่เค้าทำอยู่ แต่เค้าลองทำดูเพราะมันเป็นโอกาส สามารถโอนเป็นมรดกให้ลูกให้หลานได้ แต่ถ้าเป็นธุรกิจอย่างอื่น ถ้าความสามารถไม่ถึงคุณก้ออยู่ได้ไม่นานแม้จะได้รับมรดกมามากแค่ไหน อย่างที่คุณMacroArt พูดถึงเพื่อนของคุณว่า มีทั้งสำเร็จแระไม่สำเร็จในธุรกิจAmway และมีคนที่เลิกไปทำงานอย่างอื่นแล้วมีรายได้เป็นล้าน ..ถูกต้องครับยินดีด้วย แต่ที่ผมเห็นต่างไปก็คือเงินเหล่านั้นจะยังคงได้ไปถึงเมื่อไหร่ ถ้ามันเป็นรายได้แบบ Active income มันก็จะหายไปในวันที่ตัวคุณไม่อยู่ แต่ถ้ามันเป็นรายได้แบบ Passive income ที่มาจากทรัพย์สิน เช่น ค่าเช่า ค่าลิขสิทธิ์ เงินปันผลจากหุ้น แบบนั้นมันก็จะยังอยู่ไปจนชั่วลูกชั่วหลานครับ

    ..สรุปว่าคนที่เค้ามาทำ MLM แบบ Amway Giffarin Zurien Sportron Herbalife ถ้าเค้ามีงานดีๆทำอยู่แล้วไม่ได้ลำบากอะไร ก้อเพราะเค้าสนใจในเรื่องที่มาของรายได้ครับ ไม่ใช่จำนวนของรายได้(ถ้ามันมากด้วยก็ยิ่งดี) ส่วนคนที่เค้ามาทำเพราะวิกฤติจะต้องอาศัยการลงแรงลงเวลาที่มากขึ้นเพราะว่าต้นทุนชีวิตเราน้อยกว่า พื้นฐานครอบครัวน้อยกว่า
    ถ้าคุณเป็นคนที่ขยันจริง มุ่งมั่นกะชีวิตจริงๆ รักสบายในบั้นปลาย แต่พร้อมที่จะทำงานหนัก เพื่อแลกกับความสบายในอนาคตอันใกล้ …ก้อต้องแลกมาครับ ถ้าคุณที่กำลังหางานสบายๆได้ผลตอบแทนเยอะๆ เลิกคิดซะเถอะครับขอร้อง อย่าเข้ามาในธุรกิจนี้เลย เสียเวลาเปล่า
    รู้มั้ยครับ ว่าทำไมเพื่อนคุณอีกคนถึงไม่สำเร็จในAmway แต่เพื่อนอีกคนกลับทำสำเร็จ ก็เพราะเค้าตั้งใจลงแรง ไม่เท่ากันครับ แต่เค้าเอาไปลงกับงานอื่นมากกว่าก็เลยไปสำเร็จกับงานนั้น

    ต้องเลือกเอาสักอย่างครับ ธุรกิจทั่วไป ต้องมีเงิน+วิธีการ แต่MLMนั้นขึ้นอยู๋กับ ความคิด ทัศนคติบวก แรงจูงใจ 90%+วิธีการอีก10%เท่านั้น

    ให้คุณๆตัดสินใจเองครับถ้ายอมรับเงื่อนไขของผมด้านบนได้แล้วถึงค่อยเขามาศึกษาครับ จะทำอะไรยี่ห้อไหนก้อได้ครับ เพราะยากพอๆกัน ถ้าแนวคิดและกำลังใจคุณไม่มีไม่ว่าทำอะไรก็ไม่สำเร็จครับ

    ความคิดคนเราเปลี่ยนได้เสมอครับ วันนี้คุณไม่ทำ วันหน้าคุณอาจจะกลับมาสนใจก็ได้ ถ้ามันเข้ามาอีกในจังหวะ timmimg ที่ดีของคุณ

    จะทำอะไร ไม่ต้องขอความคิดเห็นจากคนทั้งโลกหรอกครับ..ขอให้คุณมั่นใจก้อพอ ไม่งั้นก้อคงไม่มีบิล เกตต์ ในวันนี้ เพราะวันนั้นก้อไม่รู้จะไปถามใครกับสิ่งที่เค้าคิดขึ้นมา..

    “คนบางคนก็แค่คิดได้…แต่ทำไม่ได้!!

    ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ ^^

  106. ลบทำไมล่ะท่าน แสดงความคิดเห็นว่า:

    ลบทำไมล่ะท่าน พิมพ์ตั้งนาน แหมพอพูดตรงประเด็นแทงลิ้นปี่เข้าให้ก็ลบเลยนะท่าน เป็นกลางหน่อยสิ ลบไปไม่รู้เท่าไรแล้วมั้งเนี่ยไอ้ข้อความที่ไม่ใช่ฝ่ายตัวเองนะ
    ขี้ขลาดนี่
    ถ้างั้นก็ไม่ลบให้หมดซะเลยล่ะท่าน
    ใจแคบนี่
    กล้าสู้ความจริงหน่อยสิ ผมไม่ได้พูดคำหยาบด้วยซ้ำ ไม่ได้ทำผิดกฎแต่ท่านสิ หน้าไม่อาย ลบทำไม แน่จริงลบอีกนะจะอาคาตไปตลอด แล้วคุณจะรู้สึกว่ามีคนตามจองเวรอยู่
    โกรธนะเนี่ย ถึงพูดแบบนี้

  107. Nasa แสดงความคิดเห็นว่า:

    ต่อไปจะพูดถึงเรื่อง Motivation ครับ
    ที่มีความจำเป็นและสำคัญกับธุรกิจ MLM จุดประสงค์เพื่อเป็นการดึงดูดหรือจูงใจให้Downlineยังคงยืนหยัดและมีกำลังที่จะทำธุรกิจต่อไปครับ เพราะเมื่อออกไปทำงานเยอะอุปสรรคก้อจะเยอะตามไปด้วยครับ ต้องทนรับแรงเสียดสี คำดูถูกจากคนที่ปฎิเสธและเข้าใจธุรกิจนี้แบบผิดๆอยู่ครับ นี่แหละครับเสมือนว่าเค้าจ่ายค่าจ้างเราในฐานะ ที่หัวใจคุณเข็มแข็ง และทักษะในการอธิบายที่ดีของคุณ(ค่าที่คุณสอนให้คนอื่นจับปลาเป็น) ..ซึ่งตรงนี้จากงานประจำก้อมีครับ เพียงแต่ว่ามันอยู่ในรูปของเงินเดือนค่าจ้าง และคำตำหนิติเตียนจากหัวหน้างาน มันถึงรั้งคนที่ทำงานประจำ/ลูกจ้าง อยู่ได้
    แต่ของAmway รวมทั้งที่อื่น ไม่ได้มีเงินจ้างเพื่อรั้งคุณให้อยู่ต่อ(ในช่วงแรก) จะเลิกไปเมื่อไหร่ก้อได้ทันที เพราะมันเป็น Your own business แต่ทำงานเป็นทีม การให้กำลังใจกันนั้นเป็นเรื่องธรรดา ….เพราะทหารก่อนจะออกรบ จากที่ดูหนังหลายๆเรื่อง แม่ทัพก้อจะต้องออกมาปลุกระดม สร้างกำลังใจ เน้นย้ำเรื่องเป้าหมายให้ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนที่จะออกไปเผชิญอุปสรรคข้างนอกนั่น ..ช่วยพัฒนาให้เรามีภาวะผู้นำ นี่แหละครับเป็นความสวยงามอีกมิติหนึ่งของธุรกิจMLMที่คนภายนอกไม่สามารถรับรู้และสัมผัสได้…เคยได้ยินมั้ยครับ คำพูดที่ว่า “คนในไม่อยากออก คนนอกไม่อยากเข้า” ฟังดูแล้วมันเหมือนลัทธิมั้ยครับ..ใช่ครับถูกต้อง ยอมรับว่ามันก้อคือลัทธิๆนึงนั่นแหละ อยู่ที่ว่าจะมองในด้านลบหรือบวก ..ถ้ามันเป็นลัทธิที่ทำให้คนขี้เกียจไม่คิดอะไรกับชีวิตไปวันๆ กลายเป็นคนขยันและประสบความสำเร็จได้ แบบนี้จะยอมให้เค้าล้างสมองดีมั้ยครับ ..โตๆกันแล้ว คิดเองได้หมดแหละ ใครจะมาหลอกคุณได้เก่งๆกันทั้งนั้น

    (ขอพูดถึงGDIหน่อยเด๋วจะน้อยใจ)
    ผมว่าธุรกิจ GDI ก้อเหมือนกันจะต้องมี Upline(UL)ช่วยสอนช่วยให้กำลังใจเวลาชวนคนไม่ได้ ..ถ้าอยู่ในทีมงานที่ดีคุณก้อจะได้เรียนรู้ในจุดนี้ แต่โชคไม่ดีที่คุณจะไม่มีทางรู้ว่า UL คนนั้นดีหรือไม่ดีเพียงแค่ได้ฟังเค้าพูดเพียงครั้งเดียว…

    สุดท้ายแล้วคนที่จะอยู่ในธุรกิจนี้จริงๆ ก้อจะมีเพียงแค่คนที่ตั้งใจจริงมีแรงขับดันจากภายในเท่านั้น อย่างที่ผมเคยบอกก้อคือ เราต้องการคนที่มีคุณสมบัติเหล่านั้น ซึ่งมีเพียงแค่5%บนโลก ดูได้จากจำนวนสมาชิกและผู้จัดจำหน่ายของคุณ Boy ที่ลงเอาไว้

    ส่วนคนที่ไม่สนใจรึเลิกไปก้อจะกลายเป็นเพียงลูกค้า ที่อยากใช้ของดีๆ ด้วยเพราะคุณภาพของสินค้า แต่ถ้าเป็นสินค้าของGDIซึ่งก้อคือโดเมน.ws
    ถ้ามันเป็นproduct ที่คนที่เลิกไปยังสามารถใช้งานได้อยู่มันก้อดีครับ ..แต่เพราะมันไม่ใช่แบบนั้น โอกาสทางธุรกิจ ที่จะมีรายได้อย่างต่อเนื่องจึงน้อยกว่า

  108. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    เรียนคุณอ๋อย (คนเดียวกับลบทำไมล่ะท่าน)

    ข้อความของคุณไม่ได้ถูกลบครับ แต่ซอฟท์แวร์ Wordpress (ตัวที่ผมใช้เขียนบล็อกนี้) จะนำความคิดเห็นไปกองไว้ในถังก่อน แล้วผมถึงจะมา approve อีกทีครับ ที่เป็นแบบนี้ก็เพื่อป้องกัน bot ที่เที่ยวสแปมคอมเมนต์ตามบล็อกต่างๆ ครับ

    ดังนั้น ทุกความคิดเห็นที่เข้ามา ผมจะ approve ออกมาหมดครับ ยกเว้นก็แต่พวกสแปมและพวกที่จงใจมาโปรโมทเว็บธุรกิจของตัวเอง

    ความโกรธและความอาฆาตของคุณ ผมไม่ขอรับไว้นะครับ เพราะมันเกิดจากการที่คุณคิดเอาเองทั้งนั้นครับ

  109. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    เรียนคุณ Nasa

    คนที่ผมบอกว่าเลิกทำแอมเวย์ไปทำอย่างอื่นแล้วได้เงินล้าน ผมหมายถึงเขาไปทำ MLM ค่ายอื่นน่ะครับ ซึ่งก็เป็น Passive Income เช่นกันครับ ซึ่งเขาทำงานหนักไม่ต่างกับตอนทำแอมเวย์เลย แต่ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันครับ

  110. อ๋อย แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอโทษครับที่ผมเข้าใจคุณผิด สำนึกผิดครับ ขอโทษจากใจครับคุณ MacroArt

  111. iampex แสดงความคิดเห็นว่า:

    อ่าน blog ของคุณ MacroArt ตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้เห็นภาพของธุรกิจ GDI เพิ่มมากขึ้นครับ
    ยอมรับว่าตอนอ่านแผนธุรกิจจาก website ต่างๆ นั้น มองว่าเป็นธุรกิจที่น่าจะทำเงินให้เรา แต่พอได้มาอ่าน blog นี้ ก็ทำให้รู้ว่าเราควรมองอะไรที่เป็น 2 ด้าน (เหมือนเหรียญนั้นแหล่ะครับ) จากนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนคนนั้นเอง ผมจะไม่บอกว่าผมจะทำอย่างไรต่อไป แต่อยากให้ผู้อ่านใช้วิจารณญานของตัวเองดีกว่าครับ
    ขอบคุณ คุณ MacroArtที่มี Blog ดีๆ แบบนี้นะครับ

  112. ตะวัน แสดงความคิดเห็นว่า:

    เท่าที่อ่านมาท้งหมด ทุกความคิดเห็น มัน มีประโยชน์คะ งั้นลองมาดูความคิดเห็นของดิฉันบ้าง นะคะ
    ตอนนี้ดิฉันทำงานนี้ หมายถึง GDI นะคะ มา 2 เดือน ยังไม่ได้เงินคืนมาซักบาท …มีคน ถามมาว่าจะทำต่อไปไหม จะไหวหรอ ขาดทุนนี่ … ดิฉันมีสองคำตอบคะ คือ ไม่ และ ทำ
    ทำไม ละ …มีสองคำตอบเลย 555 ตลกแล้วคุณ
    คุณอาจจะมองว่าตลก
    แต่สำหรับดิฉัน มันเป็นการชั่งใจตัวเองมากกว่า เพราะมันเป็นเพียงคำถาม นี่คะ ไม่ใช่การตัดสินใจเลย…
    สำหรับ คำตอบ ที่ว่า ไม่
    อาจเป็นเพราะ เริ่มลังเล ว่า…เอ ไหนลองเริ่มงานแรก up line บอกว่าได้เงินตั้งแต่เริ่มทำหว่า นี่มัน 2 เดือนแล้วยังไม่ได้ซักบาทเลย
    ใจที่คิดจะทำต่อมันเลยทรยศ กลายเป็นถอยดีกว่ามั้ง ยิ่งมาอ่านบทความของหลายคนที่ มอง GDI ในทางลบ ก็ย่งสนับสนุนความคำตอบ ไม่ทำ
    คุณละคะ คิดแบบนี้หรือป่าว
    ต่อไป คือ คำตอบที่บอกว่า ทำ
    คุณอาจจะคิดว่า เอ เมื่อกี้ยัง ไม่ อยู่นี่
    คะ เมื่อกี้ไม่ แต่ตอนนี้ คือ ความคิดอีกต้านที่จะทำต่อ
    มาฟังเหผลกันดีกว่า
    10$ หรือประมาณ 350 บาท (กันเผื่อขาดเผื่อเหลือ)
    กับการลงทุนที่บางคนอาจมองว่ามันแพงเกินไป
    ลองเทียบกับค่าโทรศัพท์ ในแต่ละเดือน คุณว่า มันเป็นไง
    จริงอยู่ว่า 2 เดือนที่ทำมา ไม่ได้อะไรคืนมาเลย แต่มันก็มีข้อดีอยู่ในตัวของมันคะ เราไม่ต้อง ลางาน ต้อนที่อยากหยุดงานเอามาก ๆ เหนื่อยกับแล้ว เราไม่ต้องเร่ขายสินค้า ไม่ต้องรักษายอด ไม่ต้องซื้อสินค้าแข่งกับผลตอบแทน นึกจะทำเมื่อไรก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ
    ปัญหาของหลายคน คือ เสีย ไป 350 ต้องได้กลับมา ภายในหนึ่งอาทิตย์ 3500 ถ้าคุณขยัน ก็ได้แน่นอนคะ แต่ ถ้าไม่ขยัน จะได้ยังไงละคะ ตอนสมัครแรก ๆ ดิฉันเป็นคนนึงละที่คิดว่าทำได้แน่ 3500 เพราะยังไม่รู้ถึงวิธีการทำงานแบบจิงของธุรกิจนี้ มั้งคะ พอได้ทำจริง ๆ ตอนแรกท้อนะ จะทำได้หรอ ไม่เห็นเหมือนที่ up line โม้ไว้เลย … ตอนนี้ 2 เดือน แล้ว เริ่มชินกับมัน GDI สอนให้ดฺฉันรู้ว่า ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน บวก กับ หัวใจ ระบบของธุรกิจนี้ สอนอะไรหลายอย่างคะ…
    ตอนนี้ดิฉันยืนยันที่จะทำต่อ เพราะ เหตุผลเดิม ที่ดิฉันเข้ามาทำธุรกิจนี้คะ
    “พิสูจน์ให้รู้ ดูให้เห็น ทำให้จริง” วันนี้เรายังไม่ได้เงินคืนมาซักบาท แต่พรุ่งนี้ยังมีคะ ไม่แน่ว่าอาจจะได้มากกว่าที่เสียไป
    นักธุรกิจ ไม่มีใคร ไม่เคย พบกับ กำไร ขาดทุน เสมอตัว หรอกคะ
    ทุกคน ได้พบแน่ อาจ ครบหมด โชคดีหน่อย พบแต่กำไร โชคร้ายหน่อย ก็ ขาดทุน ดีกว่าขาดทุนคือเสมอตัว ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็เดินต่อไปคะ อย่าถอย คนเราเกิมาทั้งทีนี่คะ ลองให้หมดทุกแบบ ชีวิตถึงจะมีรสชาติ…
    ดิฉันเป็นนักศึกษา ปี 3 คณะบริหารธุรกิจ ของมหาลัยแห่งหนึ่ง เลยคิดไปว่า เอาน่า ถือซะว่า หาประสบการณ์ ระหว่างเรียน 350 แม้ว่ามันอาจซื้อข้าวได้หลายมื้อ แต่ก็ยังดีกว่า นั่งอยู่เฉย ๆ ไม่คิดจะทำอะไรเลย นอกจากแบมือขอเงินจาก พ่อ แม่ ….
    มันเป็นเพียง…ความคิดเองเห็นของดิฉันเองนะ ถ้าไงช่วยวิจารย์ด้วยนะคะยินดีรับฟังทุกความคิดเห็น …จ้า…

  113. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    ดีครับ มีจิตใจแน่วแน่และมั่นคงดีครับ

    แต่ที่จริงเนื้อหาที่คุณ MacroArt นำเสนอในเวปนี้มิได้เจตนาห้ามผู้ใดทำธุรกิจนี้ทั้งสิ้น และมิได้มองธุรกิจนี้ในทางลบเลย แต่มองในสิ่งที่เป็นความจริงล้วนๆ และให้หลายๆคนลองมาพิจารณาดู ก่อนที่จะลงมือทำหรือทำไปแล้วก็ตาม

    การทำธุรกิจใดๆก็ตามต้องมี ต้นทุน กำไร ขาดทุน ถูกต้องครับ
    ผมไม่ขอเอ่ยถึงเท่าทุนนะครับ เพราะถ้าทำแล้วมันเท่าทุนจะทำไปทำไม?

    ลงทุนแค่ 350บาทต่อเดือน หลายคนบอกว่าจิ๊บจ๊อยครับ
    แสดงว่าคุณยังไม่มีหัวใจของนักธุรกิจเลย
    สมมุติว่าลงทุนเปิดร้านอาหารด้วยเงิน 350บาท ในแต่ละเดือน
    ในเดือนแรกคุณไม่สามารถขายอาหารได้ซักจาน แต่คุณยังคิดว่าเดี๋ยวก็ต้องมีคนกิน ทนเปิดร้านต่อไปโดยลงทุนทุกเดือนเดือนละ 350บาท

    เข้าสู่เดือนที่ 3คุณเริ่มขายอาหารได้ เริ่มมีเงินกลับคืน
    ผ่านไป 5เดือน เริ่มคืนทุน ผ่านไป 7เดือนคุณได้กำไร
    สิ่งที่ผมสมมุติเป็นจริงได้…เพราะอะไร?

    ก็จะกลับมาที่เรื่อง “สินค้า” อีกนั่นแหล่ะ
    อาหารเป็นสิ่งที่ “มนุษย์ต้องการ” อยู่แล้ว…ยังไงคุณก็ขายได้
    แม้ใน2-3เดือนแรกจะขายไม่ได้เลยก็ตาม
    ก็ลองคิดเปรียบเทียบกันเอาเองนะครับ เพราะมันก็จะวนกลับไปยังบทความต้นๆอยู่ดี

    และอีกอย่าง
    350 บาท/เดือน ถ้า 10คน เป็นเงิน 3,500 บาท/เดือน
    ถ้า 100คน เป็นเงิน 35,000 บาท/เดือน
    ถ้า 1000คน เป็นเงิน 350,000 บาท/เดือน
    แสดงว่า เงินไทยไหลออกนอก 175,000 บาท/เดือน
    อีกครึ่งนึงก็จะเป็นค่าโบนัส อยู่ในประเทศไทย

    คิดแบบรวมๆหน่อยก็จะดีครับ สังคมจะได้ดีขึ้น

  114. ภพ แสดงความคิดเห็นว่า:

    เห้อเห็นแล้วเหนือยแทนนะ คนเรามีสมอง มีความคิดเป้นของตัวเองครับ อย่าให้คนอื่นมาจูงจมูกครับ เชื่อตัวเองดีที่สุดครับ เชื่อว่าทำแล้วได้เงินก็ทำครับ เชื่อว่าโดนหลอกก็ไม่ต้องทำครับ

    คนเรานะครับ ถ้าเชื่อคนง่ายมักจะโดนหลอก แต่ถ้าไม่เชื่อใครเลยก็มักเสียโอกาสครับ คิดให้ดี อนาคตอยู่ที่ตัวคุณครับ ขอให้เชื่อตัวเองครับ ถ้าคิดว่าลงทุนแล้วมันไม่คุ้มคุณก้ไม่ต้องทำมาหากินครับ อยู่บ้านเฉยๆ นอนรอให้คนหาข้าวหาน้ำมาให้ทานแล้วกันครับ โอเค ผมพูดแค่นี้คงเข้าใจนะครับ
    ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ และฟรี นอกจากอีเมลล์ฟรีของhotmail ; yahoo ครับ

  115. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ถ้าคิดว่าลงทุนแล้วไม่คุ้ม ก็ไม่ต้องถึงกับอยู่บ้านเฉยๆ รอคนป้อนข้าวป้อนน้ำก็ได้นะครับ เพราะความเป็นจริงแล้วมีการลงทุนอีกเยอะแยะมากมายในโลกนี้ที่ make sense กว่า GDI

    เป็นความจริงที่ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ทุกอย่างล้วนมีต้นทุน อาจจะเป็นต้นทุนเรื่องเงิน เรื่องเวลา เรื่องค่าเสียโอกาส แต่ถามว่าเมื่อคุณจ่ายออกไปแล้ว สิ่งที่คุณได้รับกลับมามันคุ้มค่าหรือเปล่า?

    ผมใช้คำว่า ‘คุ้มค่า’ นะครับ ไม่ใช่ ‘คุ้มทุน’

    แต่บางคนที่ทำ GDI แล้วพบว่าทั้งไม่คุ้มค่าและไม่คุ้มทุน แต่ก็ยังทำต่อไป ผมคงไปห้ามไม่ให้ทำหรือไปจูงจมูกไม่ได้หรอกครับ แต่ที่แน่ๆ ถ้าผมทำ GDI และมีดาวน์ไลน์ที่ดันทุรังทำต่อทั้งที่ไม่คุ้มแบบนี้ ผมรักตายเลย และผมจะจูงจมูกดาวน์ไลน์ผมให้จ่ายเดือนละ $10 ต่อไปเรื่อยๆ ด้วย

  116. TheinChin แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมขอขอบคุณทุกความคิด ที่เขียนไว้ให้ผมมีโอกาสได้อ่านครับ ได้เห็นทั้งสองด้าน
    ของธุรกิจนี้ GDI ซึ่งผมกับเพื่อนๆหลายคน รอ e-web card อย ู่เตรียมจะสมัคร
    แต่เมื่ออ่านแล้ว ก็ได้ข้อมูลให้ไต่รตรองมากขึ้น เกิดสนึก ความเป็นคนไทยใต้ร่มพระบารมีอย่างปัจจุบัน มีสติขึ้น เพื่อนที่เป็นคนต้นคิดก็บอกว่า เพื่อนท่านใหนจะเป็นเครื่องมือขนเงินในบ้านไทยให้ต่างชาติบ้าง พวกเราเงียบ แล้วก็ส่ายหน้า เราอยากจะ บอกว่า คุณ MacroArt เป็นผู้กล้าในทางที่ถูกจะได้หรือเปล่า
    ขอบคุณอีกครั้งสำหรับแนวทางทำงานอื่นๆที่คุณ MacroArt ได้ตอบไว้ในกระทู้ จากคนรุ่นใหม่

  117. poohgun แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอขอบคุณนะคะ สำหรับบทความดีๆแบบนี้ เข้าใจดีมากเลยคะ

  118. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    http://torakhong.org/kratoo.php?t=12426

    แจ้งเตือน การหลอกลวง สารพัน แชร์ลูกโซ่

    2. หากได้รับสินค้าจากการลงทุนทำธุรกิจแชร์ แต่สินค้าที่ได้มาในการลงทุนไม่คุ้มกับจำนวนเงินที่ต้องเสียไป เช่น การฉ้อโกงธุรกิจแชร์น้ำมันเครื่อง หรือธุรกิจแชร์อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ จะถูกหลอกให้ร่วมลงทุน แล้วต้องหาลูกค้ารายอื่นๆ เข้ามาร่วมลงทุนต่อๆกันไป โดยแต่ละรายต้องลงทุนไปจำนวนเงิน 20,000 บาท แต่ได้สินค้าตอบแทนมาเพียง อุปกรณ์ล้างรถ และกระป๋องน้ำยาขัดรถ ราคารวมประมาณ 1,500 บาทเมื่อพิจารณาจะเห็นได้ทันทีว่า ไม่คุ้มกับจำนวนเงินที่ชำระไป ซึ่งการกระทำโดยการให้สิ่งตอบแทนที่ไม่คุ้มกับราคานี้ เป็นเพียงการหลีกเลี่ยงกฎหมาย ให้มีลักษณะดูเสมือนว่าเป็นการซื้อขายกันจริงเท่านั้น

    3. ในกรณีการชักชวนทำธุรกิจที่ไม่มีสินค้า แต่แอบแฝงมาในรูปแบบของบริการหรือมีลักษณะ ที่ไม่เป็นรูปธรรม จับต้องไม่ได้ เช่น ชักชวนลงทุนทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่ในจัดทำเว็บไซต์ โดยจะมีการชักชวนประชาชนว่าเป็นการเข้าไปสมัครเช่า Hosting และทำธุรกิจโดยการให้เช่าพื้นที่ในการจัดทำเว็บไซต์ในลักษณะเช่าต่อๆกันไปหลายราย ดูเสมือนว่า มีการซื้อขายของกันจริง แต่ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในด้านคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป จะทราบดีว่าการเปิดเว็บไซต์ในแต่ละเว็บไซต์จะมีค่าใช้จ่ายน้อยมาก ฟรีเว็บไซต์เลยก็มี และเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ที่ทำการเปิดแทบที่จะมีค่าน้อยหรือไม่มีค่าใดๆเลย และที่สำคัญคนที่ต้องการจะจัดทำเว็บไซต์ จริงๆแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องมาขอเช่าพื้นที่จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวแต่อย่างใด

    ด้วยความปรารถดี

    พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน
    ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ
    กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI กระทรวงยุติธรรม

    ***

    หลายคนบอกว่าถ้าเป็นธุรกิจถูกกฎหมายก็จะทำต่อไป แต่ตอนนี้มีตำรวจจาก DSI ออกมาแจ้งเตือนแล้วนะครับ ใครที่ยังโฆษณาชักชวนคนอื่นให้ทำ GDI อยู่ ผมว่ารีบหยุดดีกว่า ถ้าตำรวจเข้ามาสืบจับผู้ที่โฆษณาจริงๆ แล้วจะซวยเอาครับ

  119. เซง แสดงความคิดเห็นว่า:

    เปิดกระทู้ Herbalife มั่งจิเวลาจะหาข้อมูลมันไม่มีบล็อกแบบนี้แถมมีคนโดนเดือดร้อนหนักกว่าไม่รู้กี่เท่าเพราะมันไม่รู้จะไปหาข้อมูลที่ไหนมีแต่กระทู้ที่ข้อมูลกระจัดกระจาย GDI 350 Herbalife 30000+ มะเกี่ยวกันแต่ก็ขอความกรุณาด้วย (เพื่อเป็นข้อมูลของๆคนที่กำลังจะเสียเงินก้อน)

  120. เซง แสดงความคิดเห็นว่า:

    หรือ WGR ก็ดีนะครับ 450 บาทต่อเดือนแล้วมันก็ชวนคนเหมือนกันของ .com ซะด้วย ปกติเช่าปีละ 300-400เองไม่ใช่หรอมีคนชวนอยากได้ข้อมูลมากเลย ขอบคุณครับ

  121. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    Herbalife ถูกเขียนถึงในพันทิปมานานหลายปีแล้วเหมือนกันครับ ส่วนตัวผมไม่เคยไปฟังรายละเอียด ก็เลยไม่มีข้อมูลมาเขียนครับ

    เรื่องที่ต้องจ่าย 30,000 บาท (แต่ผมเคยได้ยินบางคนบอกว่า 80,000 บาท) ถ้าผู้จ่ายได้รับสินค้าที่คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป แบบนี้ก็คงไม่ผิดอะไรครับ (ผมไม่รู้ว่าจ่าย 30,000 บาทแล้วได้รับอะไรบ้าง?) แต่ต้องย้ำว่าถ้าใครคิดว่าจ่าย 30,000 บาทแล้วเอาของไปปล่อยขายอีกที ผมว่าคงยากครับ ต้องคิดซะว่าจ่ายเพื่อซื้อใช้เองบริโภคเอง

    จะมีก็แต่เรื่องที่น่ารำคาญของวิธีการทำธุรกิจที่ชอบส่ง spam mail ซึ่งหลังๆ มานี้ผมว่าลดลงกว่าแต่ก่อนเยอะเหมือนกันครับ

    เรื่อง WGR ผมก็ไม่รู้รายละเอียดว่า hosting ของเขาเป็นยังไง ให้พื้นที่แค่ไหน bandwidth เท่าไหร่ ใช้ PHP/MySQL ได้มั้ย ฯลฯ คือถ้า WGR มีฟีเจอร์เทียบเท่ากับ web hosting รายอื่นๆ ผมว่าราคา 450 บาทต่อเดือนก็ถือว่าสมเหตุสมผลครับ แต่ถ้าเขาขายแค่โดเมนกับบริการทำเว็บแบบง่ายๆ เหมือน GDI แบบนี้ก็ถือว่าไม่คุ้มครับ

  122. jusmine แสดงความคิดเห็นว่า:

    เข้ามาอ่าน เอาความรู้ แห่ะๆ เจ้าของบล๊อกน่ารักที่ซู๊ดดด

  123. จ.อ.สายันห์ พานทอง แสดงความคิดเห็นว่า:

    ใช่ครับ…ธุรกิจมันอยู่รอบๆ ตัวเราเสมอ ทุกคนมีความคิดเป็นของตนเอง…แต่ผมอยากจะเตือนว่า หากคุณคิดจะทำธุรกิจอะไร ขอให้ศึกษาหรือไตร่ตรองไว้ก่อน อย่าด่วนตัดสินใจลงเงินไป หากทุกอย่างมีหลักฐาน ถูกต้องตามกฏหมาย ทำแล้วเงินไม่ไหลออกนอกประเทศหรือขายบ้านขายเมือง จนทำให้บ้านเมืองล้มจม ก็ทำไปเถอะครับ ไม่มีใครเค้าว่าอะไรคุณ ทุกวันนี้สังคมมันเปลี่ยนไป คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น เห็นผิดเป็นถูก…ถูกเป็นผิด เห็นว่าคนที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่มีเงินมาก คนที่ไม่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินน้อย ช่วยๆ กันเตือนครับ คนไทยด้วยกัน คนไทยชอบหลอกพวกเดียวกันก็มีเยอะ ดูอย่างทาง DSI กำลังเตือน…พวกเราก็ฟังกันไว้บ้าง และขอขอบคุณท่านผู้มีความรู้ทุกท่าน ที่มอบสิ่งดีๆ ไว้ให้ศึกษาครับ ตอนนี้ไม่มีอะไรดีเท่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงของเราหรอกครับ อยากมีต้องเก็บออมครับ ผมเบื่อหน่ายกับการโดนหลอกเต็มที…ครับพี่น้อง ยังไงก็ช่วยทาง DSI ประชาสัมพันธ์กันด้วยครับ จะได้เป็นหูเป็นตา…ให้กับทางเจ้าหน้าที่บ้าง สังคมบ้านเราจะได้สูงขึ้นกว่านี้

  124. ตะวัน แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอบคุณ สำหรับทุกความคิดเห็น ที่ช่วยวิจารย์ จ้า ดีจัง
    ดิฉัน เริ่มมองเห็นความสำเร็จที่วางไว้ก่อนเริ่มทำงาน ของ GDI แล้วละ
    คือ เข้ามา พิสูจน์ ให้รู้ แจ้งเห็นจริง ว่า GDI กับ WBS ทำงาน ยังไง
    และเพื่ออะไร มีข้อมูลทำรายงานชีวิตเยอะเลยคะ
    ต้องขอชมเจ้าของเว็บนะ เยี่ยมจริง ๆๆ
    **ป.ล. ดิฉันไม่เคยส่งเมลล์ชวนใครทำธุรกิจ GDI เลย ซักที แล้วดิฉันจะได้เงินคืนมาได้อย่างไรละคะ …55**
    ก็เข้ามาพิสูจน์และเรียนรู้เท่านั้น ถึงเป็นแค่นักศึกษา ไม่ฉลาดจน ได้ เกรดเฉลี่ย 4 ตลอด ก็ไม่ขายชาติหรอกคะ เค้าเอาเปรียบเรา ตั้งเยอะ
    350 บาท เก็บจากเรา ให้เรากลับมาแค่ 35 บาท มันน่า….ไหมละ
    เราจะเอาเงินตั้งมากมายนั้นมาทำอะไรละคะ มีเงินเยอะ…ขนาดนั้นมันทำให้ คุณ มีความสุขนักหรือ ไงคะ…
    ความสุขมันอยู่ที่ใจ ไม่ใช่เงิน พอใจในสิ่งที่มี พอเพียงในสิ่งที่ได้ ความสุขใจจะไปไหนเสียละคะ….

  125. prae แสดงความคิดเห็นว่า:

    แล้วธุรกิจมาใหม่อีกตัวหละคับ ที่เค้าบอกว่าคร้ายกับ GDi แต่ว่าทำง่ายกว่ามาก ผมเห็นเค้าวิเคราะห์ ข้อแตกต่างระหว่าง ธุรกิจ GDI กับธุรกิจ webgetrich ซึ่งเป็นธุรกิจมาใหม่ อยากจะทราบว่าที่เค้า วิเคราะห์เอาไว้มันถูกจริงหลอคับ มันแย่เหมือนๆ gdi รึป่าว ตอนนี้คนที่ทำ gdi กำลังทยอย ไปทำ webgetrich ผมรู้สึกนะคับ

    webgetrichs.blogspot.com (เพื่อนๆคนใหนพอมีความรู้ก็ช่วยกันเข้าไปแถลงใขนะคับ เพื่อ หู ตา ของทุกคนจะได้สว่างขึ้น) หรือ webgetrich อาจจะดีจริง ?

  126. Art แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมว่าเลิกโต้เถียงกันเถอะนะครับ สุดท้ายมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา สังเกตดูสิครับ สุดท้าย คนเสนอประเด็น ก็เป็นแค่คนไร้สาระคนนึง ที่ไม่มีอะไรทำ นานาจิตตัง สรุปแล้ว ทุกธุรกิจมีดีและมีเสียหมด อยู่ที่ว่าคุณจะเลือกทำ หรือมองผ่านโอกาสนี้ไป แล้วรอกลับมาทำโอกาสหน้า ตอนที่คนอื่นทำทำกันไปไกล ข้ามโลก แล้วก็เท่านั้น มีคน 3 ประเภทครับ ที่ไม่ควรชวนมาลงทุนทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ คือ 1. คนขี้เกียจ 2. คนรู้มาก 3. คนคิดมาก ไปหล่ะครับ ไปทำธุรกิจต่อดีกว่า สนุกดี อยากบอกธุรกิจนี้มีความสวยงาม โอกาสยังมีอีกมาก สำหรับผู้แสวงหา อย่าอ้างอิงจากคน แค่คนเดียวพูดกับคุณเลยครับ เรียนหนังสือยังต้องอ้างหลายตำรา ทำธุรกิจก็ยิ่งต้องมากกว่านั้น คุณเชื่อหรือครับ ว่าคนที่เสนอประเด็นนี้ เข้าใจทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้หมด มันเป็นแค่ในทฤษฏีครับ ถ้าคุณไม่เชื่อ รออ่านดูต่อนะครับ เดี๋ยวเขาก็มาโต้แย้งบ้า ๆ บอ ๆ อีกครับ ปล่อยเขาไปตามยถากรรมเถอะครับ คนอยากอวดรู้น่ะครับ

  127. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    แค่ประโยคที่คุณ Art ขึ้นต้นมาก็ผิดแล้วล่ะครับ ผมมองว่าการโต้เถียงอย่างมีเหตุมีผลนำมาซึ่งการพัฒนา ถ้าไปอ่านประวัติของ Google ก็จะรู้ว่าสองผู้ก่อตั้ง Google มีเรื่องถกเถียงกันตลอด ซึ่งทำให้ Google ได้รับการพัฒนามาจนถึงทุกวันนี้

    ส่วนการโต้เถียงในบล็อกนี้ช่วยพัฒนาความรู้และเปิดมุมมองอีกด้านของธุรกิจ GDI ให้กับคนที่เคยรับแต่มุมมองด้านเดียวจากเว็บไซต์และคลิปวิดีโอเชิญชวนให้ร่วมทำธุรกิจ แต่ไม่เคยได้ฉุกคิดถึงเหตุผลของการจ่ายเงินมาก่อน

    ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมาทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคนทำธุรกิจ GDI จะต้องไม่ชอบ และจะต้องโดนคนทำ GDI เข้ามาโพสต์เพื่อ de-edify อย่างที่คุณ Art ทำแน่นอน ที่ผมรู้อยู่แล้วก็เพราะว่าเคยเห็นมาก่อนแล้วที่คนทำ MLM จะต้อง de-edify คนนอกองค์กร ทั้งนี้เพื่อปกป้องทัศนคติของดาวน์ไลน์ในองค์กร ไม่ให้ดาวน์ไลน์ออกจากธุรกิจไป

    แต่ที่ผมยอมถูก de-edify แบบนี้ก็เพราะว่าผมมองภาพในระดับ macro ภาพที่ผมเห็นคือเงินบาทที่ไหลออกไปเป็นจำนวนมากเพื่อแลกกับสิ่งที่ไม่คุ้มค่าเอาเลย ถ้าคุณจะชวนฝรั่งทำ GDI ก็ชวนไปเถอะครับ ฝรั่งมันจะโง่จ่ายเดือนละ $10 ก็ช่างมัน (ฝรั่งอ่านบล็อกผมไม่รู้เรื่องด้วย) แต่อย่ามาหลอกเอาเงินกับคนไทยด้วยกันเลย

    ใครที่เป็นดาวน์ไลน์คุณ Art ผมแนะนำว่าให้เชื่อคำพูดคุณ Art ที่บอกว่า “อย่าอ้างอิงจากคนแค่คนเดียว” นั่นก็คืออย่าอ่านเฉพาะบล็อกนี้ และอย่าฟังเฉพาะคุณ Art เพียงคนเดียว แต่ลองออกจากโลกของ GDI และค้นหาให้มากขึ้น แล้วคุณจะพบว่าโลกนี้มีอะไรน่าสนใจกว่า GDI เยอะครับ

    ผมไม่ใช่คนที่เข้าใจทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้หมด (คนที่เข้าใจได้หมดคงมีแค่พระพุทธเจ้า) แต่อย่างน้อยผมก็เข้าใจและอธิบายได้ว่า GDI ไม่ใช่ธุรกิจที่สวยงามอย่างที่หลายคนพยายามท่องว่ามันเป็น

  128. EuDeeOomDech แสดงความคิดเห็นว่า:

    โอ้ สวัสดีทุกท่านนะครับพอดีผมผ่านมาเนื่องจากเข้ามาห้าข้อมู่ลทางด้าน Affiliate แล้วเผอิญเหลือบไปเห็นพอดี หลังจากอ่านจนหมดจึงขอเข้ามาแสดงความคิดเห็นนะครับ
    ทั้งนี้ผมสนับสนุนในทาง network maketing เป็นอย่างมากนะครับ ซึ่งธุรกิจประเภทนี้สามารถทำเงินได้มากมายให้แก “เจ้าของธุรกิจ” เป็นอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าสินค้าไม่จำเป็นต้องมีคุณภาพ เพียงแต่ “สินค้าต้องตีตลาดได้ หรือมีตลาดรองรับ” ยกตัวอย่างในหนังสือ rich dad serie ของ นาย R.K. นะครับเค้าอ้างถึง Mc D. ที่สามารถทำรายได้มากมาย ทั้งๆที่ คนอเมริกาส่วนใหญ่ทำแฮมเบอเกอร์ อร่อยกว่า Mc D. ทั้งนั้น(ซึ่งจริงเจ้าของแกเค้าบอกเค้าไม่ได้ขายแฮมเบอเกอร์ แต่เค้าลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์) ทางด้าน amway ก็เช่นกันครับ สินค้าของเค้าบางชนิดต้องบอกว่ามีคุณภาพในระดับโลกและมีความต้องการจากลูกค้าในระดับที่ดี รวมทั้งมี brand loyalty ในระดับที่สูง นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ amway ประสบความสำเร็จ เนื่องจากยังคงมีผู้บริโภคสินค้าอยู่
    ทีนี้ในธุรกิจ GDI แน่นอนความคุ้มค่าของสินค้านั้นน้อยมากจริงๆ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่นๆ
    และถ้าไม่นับทางด้านความแตกต่างระหว่างชื่อ .com หรือ .ws ก็เหมือนซื้อสินค้ายี่ห้อเดียวกัน ประเภทเดียวกัน แต่ดันเสียตังแพงกว่า
    และถ้านับทางด้านความแตกต่างระหว่างชื่อ .com และ .ws ผมคิดว่ามีคนน้อยพอสมควรที่รู้จัก .ws (ผมเพิ่งมารู้วันนี้เนี่ยแหละ - -) ฉะนั้นผมคิดว่าผู้ใช้ internet ทั่วๆ ไป น่าจะรู้จักและนิยมกับ .com มากกว่า ซึ่งผมก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่จำนามสกุลไม่ได้ใส่ .com ไปก่อนละกัน หรือถ้าจะให้เปรียบง่ายๆถ้าผมใช้ .com ก็เหมือนผมซื้อรถยนต์แบรนด์ที่ได้ยินบ่อยๆ ford,bmw,honda,toyota,poche และอื่นๆ ถ้าผมใช้ .ws ผมก็ได้รถยนต์ยี่ห้อแปลกๆ ที่ไม่ค่อยมีคนรุ้จัก และคุณภาพกระจอกกว่า รถยนต์แบรนด์ที่ได้ยินบ่อยๆ
    “เท่ แต่ไม่ค่อยฉลาด” ฉะนั้นผมจึงคิดว่าเป็นการยากในการหากลุ่มผู้บริโภคสินค้าจริงๆ จาก GDI ยกเว้นในกรณีที่สินค้านั้นเท่าเทียมหรือดีกว่าจากผู้ให้บริการปรกติ
    ทีนี้เรามาลองด้านการลงทุนดูบ้าง โดยเฉพาะคุณ cyber ซึ่งผมขอแนะนำข้อความดีๆ ข้อความหนึ่งโดยคุณ davinci จากเว็บ
    http://www.oknation.net/blog/davinci/2007/11/07/entry-1
    “คุณคิดว่าถ้าคุณเก็บเงินวันละ 1 บาท ทุกวัน ครบ 1 ปี คุณเอาไปลงทุนที่ให้ผลตอบแทน 10% (มีอยู่ดาดดื่นมากมาย) ทำอย่างนี้เรื่อยๆ คุณคิดว่าเงินของคุณจะเพิ่มขึ้นไปเท่าไหร่ในอีก 20 ปี ข้างหน้า

    คำตอบ 22,996 บาท (เงินเก็บจริง 7,300 บาท)

    คุณจะเห็นว่ามันเพิ่มขึ้นมหาศาลจากเงินที่คุณเก็บไว้จริง ซึ่งนั่นเป็นจากอัตราดอกเบี้ยทบต้นนั่นเอง

    จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณลดน้ำอัดลมลงวันละ 1 กระป๋อง (14บาท) แล้วนำไปลงทุนผลตอบแทน 10%

    321,943 บาท ใน 20 ปี และ 2,487,813 บาท ใน 40 ปี

    นั่นคือผลลัพธ์จากการไม่ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น และนำเงินก้อนเดียวกันนั้นไปสร้างผลตอบแทน”
    ฉะนั้นเข้าเรื่องของเราบ้างนะครับถ้าเราใช้ 350 ต่อเดือนไปลงทุนที่ให้ค่าตอบแทน 10% ต่อปี
    ใน 20 ปีคุณจะได้เงินเท่ากับ 264,610 บาทโดยมีเงินต้นที่ 84,000 บาท
    ใน 40 ปีคุณจะได้เงินเท่ากับ 2,044,778 บาทโดยเป็นเงินต้น 168,000 บาทครับ
    (ในที่นี้ถ้าปีถัดไปคุณไม่เพิ่มเงินในการลงทุน คุณก็จะได้ผลตอบแทนเท่าเดิมเช่นในปีที่ 41 คุณไม่ขอเพิ่มเงินลงทุน คุณก็จะได้รับค่าตอบแทน2,044,778 ในปีที่ 41 42 43 เรื่อยๆ)
    เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ โดยที่คุณไม่ต้องลงแรงในการหา downline หรือพยายามโฆษณาเลย เพียงแค่คุณมีความรู้ทางด้านการลงทุนดีพอ(และการลงทุนโดยปราศจากความรู้ มีความเสี่ยงนะครับ)

    แต่ยังไงก็ตามนะครับการลงทุนทางด้าน network maketing นั้นดีมากครับ แต่เฉพาะกับเจ้าของเท่านั้นนะครับ เพราะเค้าแค่รอรับเงินจากการที่คุณไปขายของและยังขยับขยายได้ง่ายจากการให้คุณไปชักชวนสมาชิกมาให้ใช้หรือมาเป็น downline เท่านั้นเองครับ

    ในกรณี .ws ผมอยากรู้ว่าจะมีซักกี่คนมาใช้สินค้าเค้าจริงๆ โดยไม่คิดจะต่อไลน์ลงไป ก็คงประมาณต้องรายใหญ่ประมาณ google หละมั้ง - -” ขอทุกนามสกุล

    ฉะนั้นผมว่าไม่ควรจะเสียเวลากับ GDI จนกว่าสินค้าที่ให้บริการจะมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจและพอเหมาะกับราคาสำหรับบุคคลทั่วไป

  129. EuDeeOomDech แสดงความคิดเห็นว่า:

    โอ๊ะ มีผิดนิดนึง
    “คุณก็จะได้รับค่าตอบแทน2,044,778 ในปีที่ 41 42 43 เรื่อยๆ)”
    ตรงนี้ผมหมายถึง 10% จาก 2,044,778 นะครับ พิมตกครับ = =”

  130. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    ไม่น่าเชื่อนะครับ
    รายละเอียดและข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจนี้ มียาวเหยียดจนถึงขนาดนี้
    ยังมีบุคคลขึ้นมาอ้าง และเถียงแบบข้างๆคูๆ

    ทั้งที่เหตุผลทุกอย่างก็ชัดเจนและเป็นจริง
    ถ้าคิดจะทำธุรกิจโดยใช้ “สัญชาตญาณของลูกจ้าง” ผมว่าอย่าทำดีกว่า
    เป็นอย่างไรน่ะเหรอ ก็เวลาสมัครงานจะดูเงินเดือนเป็นหลัก
    ที่ไหนให้เงินเดือนดีก็สมัคร แต่ไม่เคยสนใจหรอกว่าเอาเงินที่ไหนมาจ่ายเรา
    หรือบริษัทหาเงินมาอย่างไร

    ถ้าจะทำธุรกิจคุณจะมองแค่นั้นไม่ได้เลย คุณต้องมองรายละเอียดต่างๆ
    ให้ชัดเจน สิ่งสำคัญของธุรกิจมีหลายปัจจัย แต่ผมก็ยังยก “สินค้า”
    เป็นสิ่งที่จะต้องพิจารณา ในอันดับต้นๆครับ

    จะเป็นนักธุรกิจต้องมีคำว่า “วิสัยทัศน์”ครับ ไม่ใช่ “ทัศนวิสัย”

    ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่เข้าใจทุกอย่างบนโลกนี้
    แต่ก็พยายามเรียนรู้เพื่อเข้าใจ
    “ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน” ยังเข้าใจยากกว่าธุรกิจนี้ด้วยซ้ำ

  131. ผ่านมาเห็น แสดงความคิดเห็นว่า:

    MLM ที่ดี สินค้าจะต้องคุ้มค่ากับราคาครับ

  132. taipanw แสดงความคิดเห็นว่า:

    เรียนคุณ tinny นะครับ

    ถ้าพิจารณาจาก Bible แล้วเนี่ย ผมขอตอบว่าไก่เกิดก่อนครับ เพราะพระเจ้าสร้างสิ่งที่มีชีวิตขึ้นมาก่อน แล้วค่อยให้เกิดลูกเกิดหลานต่อไป ^_^

    ทีนี้ ขอพูดกับคุณ MacroArt บ้างนะครับ
    ผมขอถาม

    1.มีคนเขียนข้างบนว่า “เมื่อถึงจุดอิ่มตัว ทางบริษัท GDI ก็อาจจะปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้องค์กรคงอยู่ได้” แล้วคุณถามกลับไปว่า “แล้วทำไมทาง GDI ถึงไม่ปรับเปลี่ยนตั้งแต่ตอนนี้” แล้วทำไม GDI ต้องปรับเปลี่ยนต้งแต่ตอนนี้ด้วยล่ะครับ? บางทีแผนการตลาดของเขาอาจจะมีช่วงเวลาในการเปลี่ยนก็ได้ บางทีการที่แผนการตลาดเป็นแบบนี้ในปัจจุบันก็อาจจะส่งผลดีในปัจจุบัน ถ้ารีบเปลี่ยนตอนนี้ก็อาจจะทำให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างไม่ดีที่สุดก็เป็นได้

    2.โดเมน .com จ่ายถูกกว่าจริง แต่มันใช้ทำธุรกิจแบบนี้ได้ไหมครับ? การที่ .ws เก็บเงินที่ 10$ ต่อเดือน รายได้เกินครึ่งก็เอาให้กับผู้บริโภคไม่ใช่หรือครับ

    3.ที่คุณกล่าวว่า “GDI เก็บเงินไม่สมกับคุณค่าของสินค้า” ถ้า GDI เก็บเงินน้อยกว่านี้ เช่นเดือนละ 10 บาท แล้วคนที่ทำธุรกิจนี้จะได้เงินมากขนาดไหนกัน ถ้าสมมติว่าเดือนนี้ผมมีดาวน์ไลน์ 10 คน เงินที่ผมจะได้ก็คือ 100 บาท แล้วมันจะคุ้มค่ากับเวลาที่ทุ่มเทไปกับการทำงานไหมครับ ในทางกลับกัน ถ้า GDI เก็บเงินมากกว่านี้ ผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจก็อาจจะไม่มีเงินจ่ายก็ได้ บางทีการที่ GDI เก็บ 10$ ก็อาจจะเป็นค่าที่ GDI คำนวนทางสถิติไว้แล้วก็ได้ว่ามันจะคุ้มค่ากับการทำธุรกิจ ตกลงว่า GDI เก็บแพงเกินไปไหมครับ?

    4.GDI ผิดกฎหมายไหมครับ?

    5.คุณเข้าใจคำว่า “ธุรกิจเครือข่าย” เป็นอย่างดีแล้วใช่มั้ยครับ? คุณถึงได้กล้าตัดสินใจเขียนกระทู้นี้ขึ้นมา

    6.ที่คุณบอกว่า “ธุรกิจ GDI ทำให้เงินออกนอกประเทศ” คุณคิดรวมไปถึง Lotus,Carrefour,Amway,Giffarine,Lacoste,Camel,Louis Victon,Dior,ฯลฯ ที่เป็นของต่างประเทศแล้วใช่มั้ยครับ?

    7.คุณศึกษาและมองธุรกิจ GDI อย่างถี่ถ้วนและทุกด้านแล้วใช้มั้ยครับ ขอย้ำว่า คุณมองทุกด้านแล้วใช่มั้ยครับ? คุณถึงได้กล้าเขียนออกมาให้คนอื่นมองธุรกิจ GDI แบบนี้ คุณมองถึงวิสัยทัศน์ อนาคต และสิ่งอื่น ๆ แล้วใช่มั้ยครับ? ถ้าตุณตอบว่าทั้งหมด ผมจะได้เขียนข้อโต้แย้งไว้ในบทความต่อไป

    8.ที่คุณบอกว่า “ที่ google จด .ws ไว้ด้วยเพราะ google เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก จึงต้องจดไว้ทุก ๆ โดเมน” แสดงว่า google ที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกก็ยอมรับโดเมน .ws ใช่มั้ยครับ?

    9.ที่คุณตอบกลับคุณ reader ว่า “คุณ reader ควรจะกลับไปดูเว็บที่ชักชวนให้ทำธุรกิจ GDI นะครับว่าเว็บเหล่านั้นให้ข้อมูลด้านเดียว จริงหรือเปล่า? มีแต่เรื่องรวยบ้างล่ะ หาเงินทางเน็ตบ้างล่ะ จริงหรือเปล่า? มีแต่เอาคนที่ได้เงินเยอะๆ มาโชว์ แต่ไม่พูดถึงคนที่เสียเงินฟรีเลย จริงหรือเปล่า?” แล้วมีธุรกิจไหนที่ไม่มีคนล้มเหลวบ้างครับ? ช่วยบอกให้หน่อยสิครับ บอกให้กระจ่าง Amway ไม่มีคนที่ล้มเหลวเลยเลยครับ คุณได้คิดอย่างรอบคอบแล้วใช่มั้ยครับ? ว่าคนที่เขาเสียเงินไปฟรี ๆ เพราะเขาไม่ได้อดทนทำงานและรอเวลาที่จะประสบความสำเร็จ

    10.คุณบอกว่า “ทราบหรือเปล่าครับว่ายิ่งมีคนโพสต์ความคิดเห็นมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้บทความนี้ติดอันดับที่ดีขึ้นใน Google ไปด้วยครับ ช่วงแรกๆ ที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมา ถ้าค้นหาด้วยคำว่า gdi จะต้องคลิกไปที่ผลลัพธ์การค้นหาหน้า 4 ถึงจะเจอลิงก์ แต่ตอนนี้ติดในหน้าแรกแล้วล่ะครับ” แล้วคุณเขียนเว็บบอร์ดนี้ขึ้นมาเพื่ออะไรครับ? คุณบอกว่าคุณเขียน “เพื่อให้คนมอง GDI ในอีกด้านและให้ตัดสินใจดูว่าจะทำธุรกิจนี้ดีหรือไม่” แล้วคุณคิดแล้วใช่มั้ยครับว่าคุณคิดอย่างดีแล้ว คุณคิดทุกด้านแล้วใช่มั้ยครับ? คุณเขียนมาเพื่อให้คนทำงานนี้น้อยลงทำไมครับ คุณได้สอบถามข้อเท็จจริงจากบริษัท GDI แล้วใช่มั้ยครับ ถ้าทางบริษัท GDI มาเห็นกระทู้นี้ คุณทราบดีแล้วใช่มั้ยครับถ้าคุณมีสิทธิ์ถูกฟ้องร้องได้ แล้วที่คุณนำกระทู้นี้ขึ้นมาเพื่อให้คนเข้าใจในอย่างที่คุณคิด คุณทำไปทำไมครับ? ช่วยตอบข้อนี้ด้วย ผมจะได้โต้แย้งอย่างละเอียด

    ช่วยตอบคำถามและอย่าลบแม้แต่ตัวอักษรเดียวนะครับ ผมอยากให้คนอื่นมองธุรกิจ GDI ในอีกมุมมองหนึ่งที่ไม่เหมือนกับคุณด้วยนะครับ

  133. Rocky แสดงความคิดเห็นว่า:

    ในมุมมองของคนที่เขียน แสดวงว่าไม่ได้เข้าใจจุดประสงค์ของการทำธุรกิจนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เปรียบเทียบอะไรที่ไม่ได้เหมือนกันและยังสรุปข้อมูลในมุมมองเดียวซึ่งไม่แปลกที่มักจะเกิดขึ้นกับคนที่ไม่เคยสัมผัสระบบ network มาก่อน ถึงเคยสมัผัสก็ไม่ได้เข้าใจว่าระบบนี้มันคืออะไร และมันทำงานอย่างไร ภาพลบๆบนหัวเขาก็คงยังแต่จะคิดในมุมมองเดียวคือมันผิดกฎหมาย มันไม่มีจริง มันไม่เกิดขึ้นจริง ทั้งที่มีกลุ่มคนที่สำเร็จที่ได้ตำแหน่งสูงสุดในการทำธุรกิจGDIนี้ รายได้เขาไม่ต่ำกว่า 350,000 บาท คุณคิดว่าเขาฟลุ๊กงั้นหรือ เขาต้องมีอ๊อฟชั่นในมุมมองที่คนเขียนๆหรือเปล่า ค่าของคนมันอยู่ที่ผลของงาน และ GDI ก็มีกลุ่มคนที่ได้พิสูจน์มาแล้วว่ามันมีจริงและเกิดขึ้นจริง ฉะนั้นในมุมมองผม ผมว่าคนที่ตั้งหัวข้อนี้น่าจะกลับไปคิดใหม่ดีกว่าครับ ถ้ามุมมอง network marketing มันไม่ดีจริง ทำไมระบบนี้จึงไม่ตั้งให้ทุกประเทศทั่วโลกห้ามใช้ละ แล้วกลุ่มคนที่เขาสำเร็จในธุรกิจประเภทนี้ เขาสำเร็จบนความเดือนร้อนของคนงั้นหรือ ความคิดคุณถึงได้เป็นแบบนั้น ในทางตรงกันข้ามกลุ่มคนเหล่านั้นไม่เฉพราะคนไทย เขากลับได้รับการยกย่องและควรค่าที่จะได้อิสระภาพทางด้านเวลาและเงินกลับมา

  134. Rocky แสดงความคิดเห็นว่า:

    อ้ออีกอย่างครับ สิ่งที่คนตั้งหัวข้อนี้เปรียบเทียบกับที่.com คือ สสิ่งที่เปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะ โดเมนที่เขาพูดไม่ได้มีองประกอบเหมือนกับ GDI ทั้งหมดงัยครับ โดเมนที่ได้ขนาดเนื้อที่ไม่มากก็จริง จุดประสงค์ไม่ใช่เอาไปสร้างเวปแข่งกับ .com จุดเด่นของธุรกิจนี้ ไม่ใช่สร้างเวปเป็นเวปมาสเตอร์คนละเรื่อง จุดเด่นของธุรกิจนี้คือระบบการตลาดที่ให้ผลตอบแทนเราเป็นชั้นๆ มันเปรียบเทียบกันไมได้

  135. EuDeeOomDech แสดงความคิดเห็นว่า:

    อ้อบทความด้านการลงทุนที่ผมยกตัวอย่างมา ไม่ได้หมายถึงการลงทุนในธุรกิจ GDI นะครับ เผื่อมีคนเข้าใจผิด

    คุณ Tinny กลับกันกับผมแฮะ ผมไม่เคยมองว่าสินค้าสำคัญที่สุด แต่ผมคิดว่าตลาดสำคัญที่สุดครับ
    ซึ่งผมก็เคยไปซื้อ กระเป๋าสตางค์ แสนแพง ของ elle มาใช้ไป 2 เดือน ขาดซะและ - -” แน่นอนครับกระเป๋าสตางค์อันนั้นเค้าไม่ได้ขายสินค้าหรอกครับเค้าขาย brand ซะมากกว่า ซึ่งจริงๆเราสามารถไปซื้อกระเป๋าสตางค์รูปร่างคล้ายๆกันราคาถูกได้ตามสวนจตุจักรเยอะแยะเผลอๆใช้ได้ทนกว่าอีกแหนะ

    ซึ่งผมอยากจะเพิ่มข้อความของคุณ ผ่านมาเห็น ซักนิดคือ
    “MLM ที่ดี สินค้าจะต้องคุ้มค่ากับราคา หรือมีสิ่งอื่นที่ทดแทนที่เพิ่มความพอใจให้กับผู้บริโภค(เช่นทางด้านการเข้าสังคม,ความสะดวกสบาย,ความมั่นใจหรือความปลอดภัย เป็นต้น)”

  136. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    ถูกครับคุณEuDeeOomDech แต่ elle เค้าก็มีมานานแล้วนะครับ

    ลองมองย้อนไปก่อนที่ Brand เค้าจะดังซิ
    เค้าก็ต้องผลิตกระเป๋าคุณภาพดีๆ ออกมาจนสร้างชื่อให้ติดหูลูกค้าก่อนมิใช่หรือครับก่อน ซึ่งกระเป๋าก็คือสินค้า

    เป็นไปไม่ได้ที่เค้าวางขายครั้งแรกแล้วจะโด่งดังได้ในทันที ถ้ามีการค้าขายแล้วไม่ดูที่สินค้า ลูกค้าจะจ่ายเงินเพื่ออะไรละครับ

    อย่างที่บอกว่า
    การเข้าสังคม ก็ต้องซื้อเสื้อผ้า เครื่องประดับ รถยนต์ ฯลฯ
    ความสะดวกสบาย ก็ต้องซื้อเครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ ฯลฯ
    ความมั่นใจ อันนี้น่าจะเกี่ยวกับพวกเครื่องสำอางค์ หรือจัดแต่งทรงผม ฯลฯ
    ความปลอดภัย ก็พวกเซฟทีคัท เป็นต้น
    มันก็เกี่ยวกับสินค้าอยู่ดี ว่าคุณจะเลือกซื้อยี่ห้อไหน ที่มีคุณภาพดีที่สุด
    และเราก็สามารถเปรียบเทียบข้อมูลสินค้าก่อนซื้อได้

    ซึ่งสิ่งต่างๆที่บอกมา เป็นสิ่งที่มนุษย์ want ครับ ไม่ใช่ need

  137. werapon แสดงความคิดเห็นว่า:

    เถยงกันเอามันส์ดี ใช่ไหมครับ คุณ MacroArt คุณไม่ควรจะไปกล่าวหาว่าโจมตีธุรกิจเขาอย่างนั้นนะครับ บริษัทของเขาถูกกฏหมาย ดีไม่ดีเดี๋ยวเขาฟ้องคุณกลับฐานเอา ข้อความสุ่มสี่สุ่มห้า จาก DSI ออกมาเล่นอย่างเนี่ย อย่าลืมนะครับ ผู้ที่กล่าวหาคนอื่นในอินเทอร์เน็ตก็มีความผิดเช่นเดียวกัน ระวังไว้นะครับ ทำเป็นรู้ดีอย่างเนี่ย รู้ไปหมด ใครพูดอะไรรู้หมด

  138. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    และอีกอย่างนึง
    มุมมองของคุณ EuDeeOomDech เป็นมุมมองของ”ลูกค้า”ครับ

    แต่ที่ผมบอกให้มองที่ตัวสินค้า หมายถึงผู้ที่จะเริ่มทำธุรกิจครับ
    คุณจะขายอะไรล่ะ สินค้า หรือ บริการ หรือ ทั้งสินค้าและบริการ

    และคุณคิดว่าสินค้านั้น ลูกค้าต้องซื้อแน่นอน ธุรกิจคุณก็จะเติบโตแน่นอน
    ลองคิดดูว่า…..
    ขายกระเป๋ายี่ห้อ elle กับ ขายโดเมน .ws

    อะไรจะขายดีกว่ากัน?

  139. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ตอบคุณ taipanw ครับ

    1. ที่ GDI ต้องปรับเปลี่ยนก็เพื่อให้หลุดพ้นข้อครหาว่าเอาบริการคุณภาพต่ำมาขายในราคาสูงเพื่อทำให้เกิดแชร์ลูกโซ่ครับ

    2. .com สามารถทำธุรกิจได้ครับ ผมยกตัวอย่างไปแล้ว

    3. ถ้า GDI คิดราคาอย่างสมเหตุสมผลแล้วไม่มีใครเข้าไปทำธุรกิจ นั่นแสดงว่า GDI เป็นธุรกิจที่ไม่มีความสามารถในการแข่งขันครับ หรืออาจจะกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าที่ GDI คิดราคาแพงเกินจริง ก็เพราะต้องการสร้างแชร์ลูกโซ่ขึ้นมาเพื่อดึงดูดให้คนจำนวนมากหลงเข้าไป

    4. อยากรู้ว่าผิดกฎหมายหรือเปล่า ให้ลองเข้าไปอ่านกระทู้ที่ตำรวจจาก DSI เข้ามาโพสต์ไว้ที่ http://torakhong.org/kratoo.php?t=12426 ถ้าสงสัยอะไรก็สอบถามไปที่ DSI ครับ คนที่บอกว่าผิดกฎหมายหรือเปล่าคือตำรวจ อัยการ และศาล ไม่ใช่ผมครับ

    5. ผมแยกได้ครับว่าธุรกิจเครือข่ายที่ดีเป็นอย่างไร และธุรกิจแชร์ลูกโซ่เป็นอย่างไร

    6. ผมไม่ได้ต่อต้านการนำเงินออกนอกประเทศที่มีเหตุมีผลครับ สิ่งที่ผมต่อต้านคือการหลอกให้คนไทยจ่ายเงินซื้อสิ่งที่ไม่คุ้มค่าโดยการใช้คำว่า “อนาคตจะรวย”

    7. ผมมองธุรกิจ GDI ในแง่ของตัวสินค้าเป็นหลัก แผนการตลาดเป็นตัวเสริม ส่วนวิสัยทัศน์หรืออนาคตมันเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ผมเคยพบเจ้าของธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ที่ดีมาก แต่เขาทำให้มันเป็นจริงไม่ได้ครับ นั่นแปลว่าวิสัยทัศน์ของเขาเป็นแค่ลมปาก

    8. google มี google.ws ด้วยเหตุผลเดียวกับที่มี google.co.th เพราะเป็นกลยุทธ์การ localize ของ google ครับ และ google ไม่ได้จด .ws ผ่าน GDI แต่จดตรงกับ SamoaNIC

    9. ทุกธุรกิจมีคนล้มเหลวทั้งนั้นครับ Amway มีเยอะมากด้วย แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้จ่ายเงินฟรี เพราะเขาจ่ายเพื่อซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ ต่างกับ GDI ที่จ่ายเงินแล้วไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันกลับมา

    10. ผมไม่ได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อให้คนทำ GDI น้อยลง แต่ผมเขียนเพื่อให้คนมองเห็นมุมมองของตัวสินค้าด้วย ซึ่งแทบไม่มีเว็บไหนที่เขียนถึงตัวสินค้าเลย หรือมีก็น้อยมากๆ เพราะทุกเว็บมุ่งเน้นแต่เรื่องแผนการจ่ายผลตอบแทนอย่างเดียว การที่คนจะทำธุรกิจ GDI น้อยลงจากการอ่านบทความนี้ นั่นเป็นเพราะพวกเขาได้รับข้อมูลอีกด้านหนึ่งและนำไปประกอบการตัดสินใจ ซึ่งเป็นการตัดสินใจด้วยตัวเองทั้งสิ้น ผมไม่ได้ไปบีบบังคับให้ไม่ทำ GDI เลย

  140. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ตอบคุณ Rocky

    ผมเคยมอง network marketing ในเชิงลบครับ ต่อมาเมื่อมีเพื่อนผมมาชวนทำธุรกิจประเภทนี้ ทำให้ผมปรับทัศนคติตัวเองเป็นทางบวก แต่ผมก็ยังมองลบกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่ที่แฝงมาในคราบของ network marketing

    ผมไม่ได้มองว่าการแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งมาเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อกระจายให้กับคนหลายๆ คนเป็นเรื่องผิดอะไรเลยครับ ประเด็นอยู่ที่ที่มาของรายได้นั้นต่างหาก ถ้าที่มาของรายได้เกิดจากการซื้อขายสินค้าที่สมเหตุสมผล มันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้ารายได้ไม่ได้มาจากความพอใจในการซื้อสินค้า แต่มาจากการถูกโน้มน้าวชักจูงเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือผลตอบแทนในอนาคต แบบนี้มันเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ครับ

    ที่คุณบอกว่าคนที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุดของธุรกิจนี้ได้ 350,000 บาท คุณจำได้มั้ยครับว่าแม่ชม้อยมีรายได้เท่าไหร่?

    รายได้อาจเป็นดัชนีบ่งชี้ความทุ่มเทและความฉลาดในการทำงาน แต่มันไม่ใช่ดัชนีที่ชี้ว่าคุณไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นครับ

    แล้วรู้มั้ยครับว่าจุดเด่นของธุรกิจแชร์ลูกโซ่คืออะไร?

    ก็คือการจ่ายผลตอบแทนเป็นชั้นๆ โดยที่ไม่ต้องสนใจตัวสินค้าเลยไงครับ

  141. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ตอบคุณ werapon

    ที่คุณบอกว่าผมกล่าวหาโจมตีบริษัทนี้ ผมว่าคุณต้องลองย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นครับ สิ่งที่ผมเขียนคือการวิเคราะห์เปรียบเทียบตัวสินค้าของ GDI เมื่อเทียบกับบริการอื่นๆ ซึ่งผมมองว่าผมไม่ได้กล่าวหาอะไรเลยครับ เพราะข้อมูลทั้งหมดที่ผมนำเสนอมันคือ “ความจริง”

    ยุคนี้เป็นยุคที่ผู้บริโภคเริ่มมีปากมีเสียงมากขึ้น ใครที่ไม่พอใจกับสินค้าหรือบริการอะไรก็มีสิทธิ์เรียกร้องได้ครับ

  142. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอร่วมแจมกับคุณ EuDeeOomDech และคุณ Tinny

    ส่วนตัวผมมองว่าแบรนด์ถือเป็น attribute หนึ่งของตัวสินค้าครับ ซึ่งแบรนด์อาจจะถูกสร้างขึ้นด้วยการสะสมชื่อเสียงของคุณภาพสินค้ามาอย่างยาวนาน หรืออาจจะสร้างด้วยการตลาดก็ได้

    ยกตัวอย่างกระเป๋า Louis Vuitton ในยุคเริ่มแรกซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆ มีความทนทาน คุณภาพสูง จึงมีราคาแพง ซึ่งนี่คือแง่ของสินค้า ส่วนในด้านการตลาด LV จับกลุ่มลูกค้าที่เป็นชนชั้นสูง เจ้าขุนมูลนาย แบรนด์ของ LV จึงดูดีมากทั้งในแง่คุณภาพและภาพลักษณ์ของสินค้า

    มาจนถึงปัจจุบัน LV เน้นในด้านการตลาดอย่างมาก จะเปิดตัวกระเป๋ารุ่นใหม่ที ก็ต้องปิดถนน จ้างนางแบบชื่อดังมาเดินแบบกันเลย แต่ LV ก็ไม่ได้ทิ้งเรื่องคุณภาพของสินค้า มีการ QC ที่ดีมาก มีการทดสอบโดยเอารถวิ่งทับกระเป๋า มีหุ่นยนต์สำหรับรูดซิปเปิดปิดกระเป๋าใบละหนึ่งพันรอบก่อนจะปล่อยสินค้าออกไป ไม่ธรรมดาครับ

  143. mm แสดงความคิดเห็นว่า:

    no comment

  144. EuDeeOomDech แสดงความคิดเห็นว่า:

    ก็อย่างที่คุณ MacroArt หละครับถูกต้องแล้ว LV เป็นตัวอย่างอย่างดีสำหรับการเจาะจงเป้าหมายของลูกค้า
    เพราะถ้าเกิดไปเจาะตลาดกลุ่มคนชั้นกลางหรือชั้นล่างใช้การตลาดแบบไม่เน้นทางด้านความหรูหราของแบรนด์ ต่อให้สินค้าแข็งแรงมีความคุ้มค่าด้านราคาอย่างมากในความทนทาน
    แต่ก็เป็นการยากที่จะขายให้แก่ชนชั้นกลางและคนชั้นล่าง ที่บางทีอาจมีโอกาศเดินทางน้อยหรือพอใจกับของที่มีราคาต่ำกว่ามากกว่า

    เพราะฉะนั้นผมถึงคิดว่าการรองรับจากตลาดผู้บริโภคมีความสำคัญกว่าตัวสินค้า
    เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการธุรกิจใดๆ ผมคิดว่าจำเป็นต้องมีความรู้และมุมมองทั้งทางด้าน ผู้ลงทุนและผู้บริโภค
    เพราะต่อให้ผมผลิตของสิ่่งหนึ่งมาได้คุ้มค่ากับราคามากถึงมากที่สุด แต่ดันไม่มีตลาดมารองรับหรือทำเรื่องด้านการตลาดไม่ดีพอ ผมคิดว่าคงขายออกยากพอสมควรแหละครับ ต้องรอวันดีคืนดีตลาดทางด้านนั้นเดินผ่านมาพบเราพอดีแล้วถึงจะรุ่ง ฉะนั้นถ้าการตลาดคุณดีก็เหมือนกับคุณเอาสินค้าไปพอตลาดทันที โดยไม่ต้องหวังว่าซักวันหนึ่งตลาดจะเดินมาหาเรา

  145. EuDeeOomDech แสดงความคิดเห็นว่า:

    อ้ากพิมตอบคุณ Tony ไปเน็ตเน่า หายหมด

    ตอบใหม่ๆ = =” ตอบคุณ Tony นะครับ
    คุณเข้าใจความหมายผิดไปนะครับที่ผมบอกไว้ไม่ได้หมายถึงประเภทสินค้า แต่ผมหมายถึงสิ่งที่ลูกค้าได้รับจากตัวสินค้าหนะครับ

    การเข้าสังคม เช่น แบรนด์ที่เน้นทางด้านความหรูหราครับ ฯลฯ
    ความสะดวกสบาย เช่นผมไปซื้อข้าวกินที่ food centre ในตัวห้าง ทั้งๆที่มีร้านข้าวแกง ตั้งติดอยู่กับห้างแต่อยู่ด้านนอก แต่มีราคาถูกกว่าเยอะกว่าและอร่อยกว่า ฯลฯ
    ความมั่นใจ เช่น แบรนด์ที่มีคนใช้อยู่เป็นจำนวนพอสมควร เป็นจำนวนมาก หรือเห็นอยู่บ่อยๆ จนลูกค้ามั่นใจในบริโภคสินค้าและไม่คิดว่ามันจะเจ๊งภายในสองเดือน(แบบกระเป๋าตังผม T^T)ฯลฯ
    ความปลอดภัย เช่นความปลอดภัยในการใช้งานสินค้า ทั้งต่อตนเอง หรืออาจจะต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ถ้ายกตัวอย่างง่ายๆก็ ยาหรืออาหารสำเร็จรูป ที่มี อย. กะ ไม่มี อย. เป็นต้น (ถ้าสิ่งแวดล้อมยกตัวอย่างจากต่างประเทศก็พวกที่สัญลักษณ์ trustต่างๆ เช่น Carbon Trust)

    แค่อยากสื่อความหมายให้ถูกต้องครับ
    (จริงตอนแรกพิมละเอียดกว่านี้แต่เน็ตดันแห้วไปพักนึงจึงส่งผิดพลาดจ้าขออภัย)

  146. EuDeeOomDech แสดงความคิดเห็นว่า:

    ทีนี้มาเข้าเรื่องธุรกิจ GDI ของ .ws กัน ขอสั้นๆละกัน

    ถ้า .ws ไม่มีผู้บริโภคซึ่งต้องการเข้ามาใช้สินค้าจริงๆ (โดยอาจจะสนใจธุรกิจ GDI ด้วยหรือไม่สนใจก็ได้)

    หรือพูดง่ายๆคือไม่ปรับตลาด จากลุ่มคนที่เน้นทางด้านหา downline ไปเป็นผู้ที่เน้นทางด้านการบริโภคสินค้า

    นานไปเจ๊งครับพี่น้อง รวมถึงคุกด้วยครับ (สั้นไปเปล่าหว่า - -”)

    เพราะสินค้าไม่มีตลาดผู้บริโภค(จริงๆ)รองรับ(แล้วมันจะขายได้มั้ยเนี่ย)

  147. EuDeeOomDech แสดงความคิดเห็นว่า:

    อ้าวเฮ้ยพิมชื่อผิด = =Q
    Tinny ครับมะใช่ Tony

  148. EuDeeOomDech แสดงความคิดเห็นว่า:

    เพิ่มเติมตอบคุณ Tinny ครับ (พิมถูกแล้วหึๆ)

    ผมมองว่าทั้งตัวสินค้า ทั้งบริการ ไม่ว่าเป็น สินค้าอย่างเดียว บริการอย่างเดียว หรือทั้งบริการทั้งสินค้า

    ผมถือเป็นตัวสินค้าแค่ตัวเดียวครับมะมีแยก - -”

    (มีกฎห้ามส่งความคิดเห็นติดกันมั้ยครับ เพราะผมอย่างแยกตอบไม่งั้นมันจะรวมเป็นก้อนใหญ่ๆ แบบอันแรกที่ผมตอบหนะ = =”)

  149. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ส่งติดกันหลายความคิดเห็นเพื่อแยกความคิดเห็นให้อ่านได้ง่ายและชัดเจนได้ครับ

    แต่ห้ามส่งข้อความโปรโมทธุรกิจเข้ามาเยอะๆ แบบที่พบเห็นได้ในเว็บบอร์ดหลายๆ ที่ (อันนี้ดักคอพวกที่ตั้งใจมาโปรโมทธุรกิจด้วยวิธีสแปมครับ)

  150. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    จริงๆแล้ว ผมก็เข้าใจแบบเดียวกับคุณ EuDeeOomDech ทั้งหมดนั่นแหล่ะครับ
    แต่ผมไม่อยากกระจายมุมมองให้เยอะจนเกินไป เพราะมีหลายคนที่เข้ามาอ่านแล้วอาจจะงง และสับสน มากมาย

    ผมจึงเจาะจงเฉพาะที่เรื่อง “สินค้า” ตามที่เจ้าของกระทู้กล่าวไว้ครับ

    เพราะที่จริงแล้วก็ต้องดูองค์ประกอบหลายอย่างตามที่คุณ EuDeeOomDech กล่าวมาด้วย

  151. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอตอบคุณ taipanw นอกเรื่องนิดนึงนะครับ

    ถ้าพิจารณาจาก Bible แล้วเนี่ย ผมขอตอบว่าไก่เกิดก่อนครับ เพราะพระเจ้าสร้างสิ่งที่มีชีวิตขึ้นมาก่อน แล้วค่อยให้เกิดลูกเกิดหลานต่อไป ^_^

    ผมจะบอกว่าคุณตอบผิดครับ มันเป็นเรื่องที่วิเคราะห์มาอย่างมีเหตุมีผลแล้วครับ
    หนังสือพิมพ์รายวันอังกฤษพากันประโคมข่าวว่า นักปรัชญากับเจ้าของฟาร์มไก่ คนหนึ่งได้ชี้ขาดปัญหาโลกแตกที่ว่า “ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่” ว่าไข่เกิดก่อนแน่นอน

    ศาสตราจารย์จอห์น บรูคฟิลด์ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม ได้กล่าวแสดงความเห็นว่า ปัญหาเรื่องนี้ ดูเหมือนอยู่ตรงข้อเท็จจริงที่ว่า เนื่องจากวัสดุพันธุกรรมจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงตลอดชั่วชีวิตสัตว์ตัวหนึ่ง ดังนั้น นกตัวแรกที่วิวัฒนาการมาเป็นลูกไก่ ก็จะต้องเกิดขึ้นเป็นตัวอ่อนภายในไข่มาก่อน และสรุปเอาว่าสิ่งที่มีชีวิตภายในไข่ก็จะต้องมีดีเอ็นดีอย่างเดียวกับลูกไก่ที่เกิดขึ้นมาด้วย

    ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญวิชาพันธุกรรมวิวัฒนาการศาสตร์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์หลายฉบับว่า “ดังนั้น สิ่งที่มีชีวิตอันแรก ของสิ่งที่มีชีวิตชนิดหนึ่งนั้น เราบอกฟันธงลงไปได้ว่าจะเป็นไข่ ไข่ต้องเกิดก่อน”

    คำตัดสินของเขายังได้รับการสนับสนุนจาก ศาสตราจารย์เดวิด ปาปินอ แห่งคิงส์ คอลเลจ และนายชาร์ลส์ เบิร์นส์ ประธานองค์การค้าไข่ อังกฤษด้วย

    แค่นี้คุณยังตอบผิดเลย คงไม่ต้องดูคำตอบข้ออื่นเลยครับ
    ***ปล.ขออภัยที่นอกเรื่องครับ แค่อยากให้ทันโลก

  152. taipanw แสดงความคิดเห็นว่า:

    ตอบคุณ tinny ครับ

    นักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อทฤษฎีวิวัฒนาการเพราะไม่มีหลักฐานมายืนยันทฤษฎีนี้ได้แม้แต่หลักฐานเดียว อีกทั้งทฤษฎีวิวัฒนาการก็ยังไปขัดแย้งกับกฎเทอร์โมไดนามิก และขัดแย้งกับอีกหลายสาขาวิชา เช่น ความน่าจะเป็นในคณิตศาสตร์ ธรณีวิทยา เอนไซม์ในเรืองเคมี สรีระวิทยา ฯลฯ ดังนั้น ในปัจจุบันนี้เราไม่สามารถที่จะอ้างทฤษฎีวิวัฒนาการมาใช้อธิบายได้ครับ

    อีกอย่าง ที่ผมกล่าวไปว่าไก่เกิดก่อนไข่ เป็นสิ่งที่ไบเบิ้ลระบุไว้เฉย ๆ ผมไม่ได้บอกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดเองนะครับ เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นที่ว่าถ้าแค่นี้ผมตอบผิด แล้วก็อื่นจะผิดตามนะครับ บางทีคุณอาจจะผิดก็ได้ (ไม่ได้หาเรื่องนะครับ แค่กัดให้เจ็บเล็ก ๆ เฉย ๆ ^_^)

    ป.ล. คุณ MacroArtตอบได้อย่างชาญฉลาดมากครับ ผมเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว ของคุณมากสำหรับคำตอบครับ

  153. taipanw แสดงความคิดเห็นว่า:

    ตอบคุณ tinny ครับ

    นักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อทฤษฎีวิวัฒนาการเพราะไม่มีหลักฐานมายืนยันทฤษฎีนี้ได้แม้แต่หลักฐานเดียว อีกทั้งทฤษฎีวิวัฒนาการก็ยังไปขัดแย้งกับกฎเทอร์โมไดนามิก และขัดแย้งกับอีกหลายสาขาวิชา เช่น ความน่าจะเป็นในคณิตศาสตร์ ธรณีวิทยา เอนไซม์ในเรืองเคมี สรีระวิทยา ฯลฯ ดังนั้น ในปัจจุบันนี้เราไม่สามารถที่จะอ้างทฤษฎีวิวัฒนาการมาใช้อธิบายได้ครับ และอีกอย่าง ทฤษฎีวิวัฒนาการยังไม่กลายเป็นกฎ ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้มาเป็นตัวยืนยันได้อย่างสมบูรณ์

    อีกอย่าง ที่ผมกล่าวไปว่าไก่เกิดก่อนไข่ เป็นสิ่งที่ไบเบิ้ลระบุไว้เฉย ๆ ผมไม่ได้บอกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดเองนะครับ เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นที่ว่าถ้าแค่นี้ผมตอบผิด แล้วก็อื่นจะผิดตามนะครับ บางทีคุณอาจจะผิดก็ได้ (ไม่ได้หาเรื่องนะครับ แค่กัดให้เจ็บเล็ก ๆ เฉย ๆ ^_^)

    ป.ล. คุณ MacroArtตอบได้อย่างชาญฉลาดมากครับ ประทับใจในคำตอบคุณ ผมเข้าใจอย่างถ่องแท้ ขอบคุณมากสำหรับคำตอบครับ

  154. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    จริงเหรอครับ ที่ในไบเบิ้ล ระบุอย่างชัดเจนว่า “ไก่เกิดก่อนไข่”

    ผมคงไม่เถียงกับคุณหรอกครับ เพราะจากข้อมูลที่ผมอ้างอิงมา
    มีคนที่น่าเชื่อถือ แสดงความเห็นและยอมรับไว้แล้ว ซึ่งมิใช่ข้อมูลที่ผมคิดเอาเองคนเดียว และเป็นข้อมูลที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ฉบับนึง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะปีที่แล้ว ยิ่งกว่านั้นยังมีข้อมูลต่ออีกว่า

    ศาสตราจารย์ปาปินอผู้เชี่ยวชาญในปรัชญาของวิทยาศาสตร์ มีความเห็นว่า “ลูกไก่ตัวแรกจะต้องออกมาจากไข่ ถึงแม้จะเป็นไข่ของนกชนิดใดก็ตาม แต่มันก็ต้องถือว่าเป็นไข่ไก่ เพราะมีลูกไก่อยู่ข้างใน ดังนั้น สรุปได้ว่า ไข่เกิดก่อนไก่” (เห็นคำว่าวิทยาศาสตร์มั๊ยครับ)

    และผมไม่ได้พาดพิงว่าคนอื่นจะผิดครับ แต่ให้ดูความคิดเห็นของผู้ที่ตอบคำถามนั้นๆเท่านั้น ว่ามีเหตุมีผลในการวิเคราะห์เพียงใด
    หมายความว่า ถ้าวิเคราะห์ผิด ประเด็นอื่นก็มีโอกาสวิเคราะห์ผิดสูงไปด้วย

    ที่สำคัญผมเป็นคนครับ ไม่จำเป็นต้องกัดตอบ
    **ขออภัย ที่นอกเรื่องอีกครั้ง

  155. อยากรู้ แสดงความคิดเห็นว่า:

    ศาสตราจารย์ปาปินอผู้เชี่ยวชาญในปรัชญาของวิทยาศาสตร์ มีความเห็นว่า “ลูกไก่ตัวแรกจะต้องออกมาจากไข่ ถึงแม้จะเป็นไข่ของนกชนิดใดก็ตาม แต่มันก็ต้องถือว่าเป็นไข่ไก่ เพราะมีลูกไก่อยู่ข้างใน ดังนั้น สรุปได้ว่า ไข่เกิดก่อนไก่” (เห็นคำว่าวิทยาศาสตร์มั๊ยครับ)
    ขออนุญาตตัดมานะครับ ตามหลักสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลกเกิดมาจากการรวมตัวของเซลล์แล้วแตกสายพันธุ์ออกมา อยากทราบว่านกตัวแรกของโลกที่มันออกใข่ไก่มันออกมาจากใข่สิ่งมีชีวิตชนิดไหนครับ หรือเซลล์ของนกตัวแรกรวมตัวกันเป็นใข่เลยครับ
    **ขอโทษที่นอกเรื่องครับ**

  156. taipanw แสดงความคิดเห็นว่า:

    ถึงคุณ Tinny

    อยากรู้จังเลยว่าคุณเป็นใคร เขียนได้เจ็บแสบมาก ที่เขียนน่ะ ดูเจตนาของผมแล้วรึเปล่าครับว่าผมเพียงแค่อยากจะเขียนให้มันสนุก ตั้งแตที่คุณพูดว่า “แค่นี้คุณยังตอบผิดเลย คงไม่ต้องดูคำตอบข้ออื่นเลยครับ” แต่ช่างเถอะครับ ผมให้อภัย (อยากให้นายรู้เฉย ๆ ว่าเราแค่อยากเขียนให้เว็บบอร์ดรู้สึกคลายเคียด ไม่ใช่เขียนเอาจริงเอาจัง)(คุณ MacroArt อย่าลบออกนะครับ ได้โปรด)

  157. คมค. แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอร้องคนที่ไม่เห็นด้วยกับเว็บบอร์ดนี้ กรุณาอย่างโพสต์เพิ่มต่อจากนี้อีกเลยครับ เพราะจะทำให้คนที่ค้นหาเว็บใน Google จะเจอเว็บนี้ขึ้นต้นเป็นอันดับแรก ถ้าไม่เห็นด้วย อย่าโพสต์เพิ่มนะครับ

  158. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    ถึงคุณ อยากรู้

    ตามข้อมูล เกิดจากการวิวัฒนาการของนกโบราณที่เรียกว่า อาร์เคออปเทริกซ์ ครับ อยากรู้รายละเอียดไปหาเพิ่มเติมเองครับ

    เพราะออกนอกประเด็นของกระทู้ไปเยอะแล้วครับ

  159. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    เรียนคุณ taipanw

    ผมต้องกราบขออภัย ที่เนื้อหาบทความอาจทำให้เป็นที่รำคาญใจ และไม่เข้าใจในเจตนาของคุณว่าต้องการคลายเครียด

    แต่ที่ผมนำเสนอ เพื่อให้คนไทยได้บริโภคข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้เท่านั้นครับ เป็นเพียงแค่ความหวังดีเล็กๆ เพราะทุกวันนี้ก็เข้าใจผิดกันเยอะแล้ว

    ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

  160. EuDeeOomDech แสดงความคิดเห็นว่า:

    สรุป GdI กะ ไข่ อะไรเกิดก่อนนะ เอ๊ย ไม่ใช่และ

    เข้ามานึกว่าเข้าผิด blog - -”

  161. nemo แสดงความคิดเห็นว่า:

    น่าจะ มองให้มันเป็น ธุรกิจ นะ ไม่ใช่ประเด็นโต้เถียง
    1.ธุรกิจ มีได้-มีเสีย
    2.มีคน ฉลาดและคนไม่ฉลาด
    3.มีปลาใหญ่ที่คอยหาโอกาสขเมือบปลาเล็ก
    4.มีคนได้ประโยชน์และมีคนเสียประโยชน์
    5.ต้องตัดสินใจให้ถูกเท่านั้น ถ้าคุณผิดคุณก็เสียเท่านั้น
    มันคือ ธุรกิจ ไม่มีคนผิดหรือคนถูก มันคือ ช่องทางหากำไร มันคือธุรกิจ
    ขอบคุณครับ

  162. Lyuk แสดงความคิดเห็นว่า:

    ประเด็นคืออยากรู้ว่ามันผิดกฎหมายหรือป่าว แล้วถ้าผิดทำไมถึงเปิดทำการมาแล้ว 6 ปีสาขามีอยู่เกือบทั่วโลกสหรัฐก็เป็นประเทศที่มีการฟ้องร้องมากที่สุดกฎหมายรุนแรงแล้วแชร์ลูกโซ่ผิดกฎหมายในหลายประเทศรวมทั้งสหรัฐ ตกลงแล้วมันผิดไหมเนี่ย ใครตอบที แล้วเราจะสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจากนี้ได้ที่ไหนเพื่อยืนยันว่าผิดหรือไม่ผิด เช่น ผ่านการรับรองจากสหรัฐ หรือ ผิดกฎหมายจริงๆ

  163. EuDeeOomDech แสดงความคิดเห็นว่า:

    แต่ในความคิดผมนะ ถ้าผู้ร่วมทำธุรกิจประเภทนี้ ไม่มีส่วนหนึ่งที่ใช้ประโยชน์ได้จากสินค้าที่ธุรกิจนี้จำหน่ายจริงๆ ก็ไม่เห็นจะต้องมีสินค้าเพราะไม่มีผู้บริโภคจริงๆ

    แบบนี้คงไม่ต่างกับผมบอกมาสมัครเป็นสมาชิกผมสิเดือนละ 350 แล้วไปหาสมาชิกเพิ่มมานะโดยถ้าสมาชิกที่เพิ่มมาจ่ายให้ผมเดือนละ 350 บาท ผมจะจ่ายให้คุณผู้เป็น upline 35 บาทเลยนะจ้าา แต่ downline ต้องไม่ต่ำเกินกว่า 5 สายนะ

    ผ่านไปซักพักคงเจอผมอยู่ในคุกนะครับ - -” ถ้าผมดำเนินกิจการนี้

    หรือถ้ามีผู้บริโภคจริงๆของสินค้าธุรกิจ GDI นี้ก็ต้องรบกวนท่านที่เคยเห็นเคยผ่านตา มาบอกกล่าว link ของเว็บนั้นเพื่อผมจะได้ไปพิสูจน์ว่ามีคนใช้จริงๆ (แบบเห็นประโยชน์ของเว็บนะครับ ไม่เอาเว็บแบบไร้สาระนะ)

  164. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    เท่าที่เคยเห็น .ws นำมาใช้งานจริงๆ
    ตัวผมเองเคยเห็นอยู่ 3เวปครับ

    เป็นเวปบอร์ด 2เวป เจ้าของรู้สึกจะทำกรุ๊ปเมลนะครับ
    ถ้าจำไม่ผิดอีกเวปจะเป็นบล็อกครับ
    ไม่ขอบอกชื่อลิ้งค์นะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นไปช่วยโปรโมท

    เท่าที่ผ่านตาผมมีแค่นี้ครับ
    นอกนั้น ไม่ว่าจะชื่ออะไร.ws ในเมืองไทยหน้าตาเวปเหมือนกันหมดครับ

  165. EuDeeOomDech แสดงความคิดเห็นว่า:

    พอผมคิดอีกทางนึง คือแล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่า เว็บนั้นจดผ่านธุรกิจ GDI ไม่ใช่ผ่านทาง SamoaNIC โดยตรง?

    มีใครพอจะให้คำตอบได้รึเปล่าครับ อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ แฮะ

  166. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมว่า เวปที่จดผ่าน SamoaNIC น่าจะเป็นเวปที่นำมาใช้ประโยชน์จริงๆนะครับ เช่น google
    เพราะราคาเช่าจาก SamoaNIC ช่างถูกแสนถูก
    อ้างอิงจาก http://samoanic.ws/faq/pricing.dhtml

    ส่วนถ้าผ่านทาง GDI น่าจะเป็นเวปชวนทำธุรกิจอย่างที่เห็นกันมั๊งครับ
    **อันนี้ความคิดตัวเองนะครับ…ถ้าไม่ถูกต้องก็ตักเตือนได้ครับ

  167. คมค. แสดงความคิดเห็นว่า:

    ขอร้องคนที่ไม่เห็นด้วยกับเว็บบอร์ดนี้ กรุณาอย่างโพสต์เพิ่มต่อจากนี้อีกเลยครับ เพราะจะทำให้คนที่ค้นหาเว็บใน Google จะเจอเว็บนี้ขึ้นต้นเป็นอันดับแรก ถ้าไม่เห็นด้วย อย่าโพสต์เพิ่มเลยนะครับ

  168. Npan แสดงความคิดเห็นว่า:

    คือว่าตอนนี้ดิฉันกำลังอยู่ในขั้นตอนที่จะสมัครgdiอยู่คุณคิดว่าดิฉันควรจะสมัครต่อหรือไม่

  169. GDI แสดงความคิดเห็นว่า:

    ธุรกิจ GDI ไม่ใช่ธุรกิจที่เราโฆษณาชวนเชื่อกันนะครับว่าทำงานสบาย ไม่ต้องออกไปไหน เราก็บอกข้อมูลไว้ให้หมดแล้วว่าต้องใช้ความอุตสาหะและความตั้งใจ เพราะฉะนั้นหลายคนที่เขียนว่าธุรกิจ GDI เห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบ เอาแต่ความสบาย คุณครับ ธุรกิจ GDI ก็เหมือนธุรกิจอื่น ๆ ที่ต้องใช้ความทุ่มเท เพียงแต่ว่าเราย้ายจากการไปทำงานข้างนอกมาทำงานที่บ้านเท่านั้น เราก็ต้องตั้งใจทำงานเหมือนกัน ถ้าพวกคุณยังไม่เคยทำหรือทำไม่จริงจังก็อย่าสรุปเอาเองสิครับว่ามันเป็นธุรกิจที่เอาแต่ความสบายเข้าว่า เราก็ต้องทุ่มเทเหมือนกันกว่าจะได้ดาวน์ไลน์มาคนหนึ่ง กล่าวแบบนี้องค์กรของเราเสียหาย

    แล้วที่บอกกันว่าธุรกิจ GDI มีสินค้าไม่คุ้มราคา ไม่เหมือนแอมเวย์ กิฟฟารีน ก็เราบอกไว้ในเว็บไซต์แล้วว่าธุรกิจเราเป็นธุรกิจออนไลน์ เจาะกลุ่มคนที่เล่นอินเตอร์เน็ต ไม่ได้ไปเดินตระเวนขายตรงเหมือนสินค้าเหล่านั้น ในเมื่อเรามีโดเมนเป็นสินค้าแล้วคุณจะให้เราเอามาทำอะไร เอามากินหรือไงครับ หรือเอามาอาบน้ำ เราบอกไว้แล้วว่าเราทำงานออนไลน์ ไม่ใช่เอาสินค้าที่เป็นสบู่ เครื่องใช้ต่าง ๆ มาเป็นจุดขาย อย่าเอามาเปรียบเทียบกันสิครับ ตัวแปรมันไม่เหมือนกันทั้งหมดนะครับ ประเภทงานก็คนละประเภท มันก็เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย

    แล้วที่ว่าเมื่อถึงจุดอิ่มตัวมันก็ขายไม่ได้แล้ว ก็ตอนนี้ GDI มันยังไม่ถึงจุดอิ่มตัวเลย ถ้ามันถึงเวลานั้นจริง ๆ ตอนนั้นเราก็คงมีงานอื่น ๆ ทำ อีกตั้งเยอะไม่ใช่เหรอครับ ตอนที่มันยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว เราทำไมไม่รีบใช้มันให้เป็นประโยชน์ล่ะครับ มัวคิดเล็กคิดน้อยว่า พอถึงจุดอิ่มตัวมันจะไม่มั่นคง บริษัท PayPal เคยใช้รูปแบบการโปรโมตตนเองเหลือนกับที่ GDI ทำตอนนี้เลย แต่พอตอนนี้เมื่อ PayPal เป็นที่รู้จักกันทั่งโลกแล้ว เค้าก็เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเริ่มเข้าสู่การเป็นธนาคารออนไลน์เต็มตัว ในอนาคตเมื่อ GDI เป็นที่รู้จักทั่วโลก มันก็จะปรับเปลี่ยนรูปแบบของตัวเองใหม่ ถึงเวลานั้นเราก็หางานอื่นทำใหม่สิครับ ไม่ต้องมาคิดอะไรอย่างซับซ้อนเลย ทีมงานเราเข้ามาพูดให้เข้าใจเท่านี้แหละครับ

  170. GDI แสดงความคิดเห็นว่า:

    และอีกอย่างนะครับ เราเกริ่นไว้ในเว็บไซต์แล้วว่า จุดประสงค์ของธุรกิจนี้คือเพื่อให้คนรู้จักโดเมน .ws เราไม่ได้มีจุดประสงค์เหมือนแอมเวย์ที่ว่าสินค้านั้นเอามาใช้เป็นเครื่องอุปโภค แล้วเราจะบอกได้อย่างไรครับว่า .ws มันใช้ได้จริงมั้ย มันใช้ประโยชน์อะไรได้ หรืออะไรในทำนองนี้ คุณเปรียบเทียบจากอะไรกันเหรอครับว่ามันคุ้มหรือไม่คุ้ม ทางเราก็ได้บอกในเว็บไซต์แล้วนี่ครับว่าจุดประสงค์คือให้ .ws เป็นที่รู้จัก เพราะฉะนั้นประโยชน์ที่คุณได้ก็คือได้รู้จัก .ws และได้ทำให้คนอื่นรู้จัก .ws ไงครับ ไม่ได้ให้เอามาเป็นเครื่องใช้อุปโภค และที่มาในในรูปแบบขของระบบเครือข่ายก็เพื่อให้โอกาสคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในองค์กร ช่วยคนให้มีโอกาสมาทำธุรกิจ ความจริงบริษัทเค้าจะออกมาโฆษณาเอาก็ได้ เค้าไม่ต้องมาทำแบบนี้เพื่อที่จะให้เป็นที่เข้าใจผิดจองคนอื่น แต่ที่เค้าอุตส่าห์ทำเป็นเป็นระบบเครือข่ายแบบนี้ก็ถือว่าบูญโขงขนาดไหนแล้ว ที่เค้าอุตส่าห์ให้เรามีโอกาสหารายได้ 50%เป็นค่าคอมมิชชั่นจริง แต่ที่เหลือก็ไม่ได้เข้าบริษัททั้งหมด ประมาณกว่า 40%ก็เอามาให้เป็นโบนัส เข้าบริษัทไม่ถึง10% เค้าไปโฆษณาเองยังจะได้กำไรเข้าบริษัทมากกว่ามานั่งทำระบบเครือข่ายอย่างนี้ตั้งมากมาย แล้วอย่างนี้ยังจะหาว่า GDI เห็นแก่ตัวอีกเหรอครับ เค้าอุตส่าห์ให้โอกาสเราทำ

    เรียนให้ทุกคนทราบเท่านี้แหละครับ

  171. EuDeeOomDech แสดงความคิดเห็นว่า:

    ผมว่าเค้าก็วิเคราะห์อย่างเป็นกลางดีออก - -”
    โดยเฉพาะข้อความด้านล่าง

    ————————–
    http://torakhong.org/kratoo.php?t=12426

    แจ้งเตือน การหลอกลวง สารพัน แชร์ลูกโซ่

    3. ในกรณีการชักชวนทำธุรกิจที่ไม่มีสินค้า แต่แอบแฝงมาในรูปแบบของบริการหรือมีลักษณะ ที่ไม่เป็นรูปธรรม จับต้องไม่ได้ เช่น ชักชวนลงทุนทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่ในจัดทำเว็บไซต์ โดยจะมีการชักชวนประชาชนว่าเป็นการเข้าไปสมัครเช่า Hosting และทำธุรกิจโดยการให้เช่าพื้นที่ในการจัดทำเว็บไซต์ในลักษณะเช่าต่อๆกันไปหลายราย ดูเสมือนว่า มีการซื้อขายของกันจริง แต่ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในด้านคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป จะทราบดีว่าการเปิดเว็บไซต์ในแต่ละเว็บไซต์จะมีค่าใช้จ่ายน้อยมาก ฟรีเว็บไซต์เลยก็มี และเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ที่ทำการเปิดแทบที่จะมีค่าน้อยหรือไม่มีค่าใดๆเลย และที่สำคัญคนที่ต้องการจะจัดทำเว็บไซต์ จริงๆแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องมาขอเช่าพื้นที่จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวแต่อย่างใด

    ด้วยความปรารถดี

    พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน
    ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ
    กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI กระทรวงยุติธรรม
    ———————

    ซึ่งถ้าดูจากวิเคราะห์ ก็
    $53 กับ $120 ต่อปี
    ต่างกันเยอะทั้งๆที่ $53 ได้ประสิทธิภาพของสินค้ามากกว่าเป็นเท่าตัว แต่ดันจ่ายถูกกว่าเท่าตัวซะงั้น

    ถ้าจะบอกอย่าไปสนใจตัวสินค้าซิ ลองดูที่การลงทุน
    ก็ตามข้อความด้านบนครับ “คุก”

    แล้วถ้าลงทุนแบบนี้ถูกกฎหมายลองคิดดูว่าเงินที่ได้กลับมาได้จากใคร
    …ก็ได้จากดาวน์ไลน์ไง…
    อ้าวกรรมสรุปกลายเป็นกินหัวคิวแล้วเหรอ
    ก็ตามข้อความด้านบนครับ “คุก”
    ———————————-
    ซึ่งจริงๆ ตามบทความที่คุณ MacroArt ทำขึ้นมาผมรู้สึกเหมือนเป็นการเปรียบเทียบให้ดูเชิงวิเคราะห์มากกว่าเป็นการให้ร้ายนะครับ

    แต่อยากให้ทุกคนที่กำลังทำธุรกิจนี้หรือคิดจะทำให้คิดวิเคราะห์กันซักหน่อย หรือตอบคำถามง่ายๆจากผมก็ได้ครับ

    “จริงๆคุณกำลังทำให้ใครรวย”
    “จริงๆแล้วคุณกำลังโกยเงินจากใคร”
    “จริงๆสินค้าคืออะไร โอกาศ หรือ อากาศ”

    ขอจบการติดตามกระทู้ของผมไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ
    “หลอกฝรั่งหลอกไป แต่อย่าหลอกคนไทยด้วยกันครับ”
    ———————————-

  172. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ตอบคุณ GDI

    ที่ผมยกตัวอย่างสินค้าของแอมเวย์หรือกิฟฟารีนขึ้นมา ก็เพื่อให้เห็นภาพว่าความคุ้มค่าของสินค้าเป็นอย่างไรครับ ผมไม่ได้เอาอาหารเสริมหรือครีมอาบน้ำมาเปรียบเทียบกับโดเมน .ws ครับ

    ผมเปรียบเทียบ .ws กับ .com ตามที่อยู่ในตัวบทความครับ ทั้งสองอย่างเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้เหมือนกัน เป็นโดเมนเนมเหมือนกัน สามารถซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตได้เหมือนกัน แต่ .com ทำอะไรได้มากกว่าในราคาที่ถูกกว่า .ws

    ผมเห็นคนทำ GDI หลายคนภาคภูมิใจกับการแบ่งรายได้ 50% มาให้ผู้ทำธุรกิจ ผมอยากจะบอกว่าถ้าผมเป็นผู้บริหาร GDI แล้วตั้งราคาที่เดือนละ $20 แปลว่าผมสามารถแบ่งรายได้ให้คนทำธุรกิจได้ถึง 75% เลยครับ! แบบนี้ผมคงได้รับการสรรเสริญจากผู้ทำธุรกิจมากกว่านี้เป็นแน่

    คือถ้าจะเอาเรื่อง % มาคุย ผมว่า GDI ควรตั้งราคาขายให้เทียบเคียงกับ .com ให้ได้ก่อนครับ แล้วถ้าแบ่งให้ 50% ได้ แบบนั้นถึงน่านับถือจริงๆ ไม่ใช่ว่าตั้งราคาสูงกว่าเยอะก็เลยแบ่ง % ได้เยอะแล้วเอามาคุย

    แล้วที่บอกว่าวัตถุประสงค์ของ GDI คือการทำให้คนรู้จัก .ws ผมสงสัยว่าคนรู้จัก .ws แล้วมันเกิดประโยชน์อะไรขึ้นกับชีวิตเค้าล่ะครับ? มันมีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องรู้จัก .ws ด้วยล่ะ ในเมื่อทั้งโลกนี้ยอมรับนับถือ .com ว่าเป็นโดเมนมาตรฐานไปแล้ว

    ถ้าเกิดว่า .ws สามารถตั้งราคาได้ถูกว่า .com แบบนี้สิครับถึงจะน่าทำความรู้จักหน่อย

  173. วิระ แสดงความคิดเห็นว่า:

    ก็ได้อ่านทั้งหมดก็ใช้เวลานานอยู่นะ ผมก็เริ่มทำ GDI เหมือนกันนะ ชอบตรงที่สินค้าเป็นเว็ปไซต์ที่ไม่ต้องเก็บไว้ที่บ้าน สามารถเป็นแนวทางในการทำธุรกิจได้ด้วย ตามความเข้าใจคือว่าธุรกิจเครือข่ายอย่างไรแล้วก็ต้องใช้เวลาในการสร้างทีมสร้างความสำเร็จ ให้เราดูอย่าง Amway หรือว่า MLM ต่างๆ กริฟฟาริน อย่างมีโฆษณาในโทรทัศน์เลยนะ คิดดูละกันนะ สินค้านี้ก็มีประโยชน์อยู่หรอกนะ อย่างผมนี้ไม่มีความรู้เรื่องของคอมพิวเตอร์อะไรเลย จะเอาเว็ปที่ดีๆ option เยอะ ไปก็ทำอะไรไม่เป็น จะเป็นเว็ปมาสเตอร์ได้อย่างไร ไม่เก่งพอที่จะหารูปโป๊มา upload ให้คนอื่นดู ก็เลยไม่ได้ตังค์จากตรงนี้เท่าใหร่ แต่ตอนนี้ก็คิดว่า GDI ก็ ok นะ ก็เข้าไปดูเว็ปผมซิ http://www.grow2gether.ws ก็เป็นเว็ปส่วนตัวแบบง่ายๆ ไม่หนักหัวใคร ทำไปเพราะความรู้เราเท่านี้ อย่างไรผมจะไม่ขออวดเรื่องความรู้การตลาดของผมไว้ที่นี้ แต่ขออวดความไม่เก่งเรื่องการทำเว็ปไว้ที่นี้ละกันนะ

  174. pun แสดงความคิดเห็นว่า:

    คุณ MacroArt ยังไม่ตอบบางคำถามเลยคับเช่นว่า GDI มีมา 6 ปีแล้ว ถ้ามันผิดกฏหมายจริงมันอยู่มาได้อย่างไร ขอหลักฐาน ด้วยนะคับไม่เอาลมปากของตัวคุณเอง และไม่เอาลมปากของคืนอื่นมาอ้างอิงด้วยเช่นกันนะคับ

    และขอทิ้งท้ายอีกคำถามนะคับ ว่าธุรกิจ GDI สามารถ เป็นโอกาสให้หลายๆคนสร้างรายได้ ได้ใหม ขอให้ตอบแค่ว่า ได้ หรือไม่ได้ นะคับ

    เพราะถ้าทั้งหมดที่คุณตอบ หากว่า GDI ไม่ผิด กฏหมายจริง และ เป็นโอกาสให้สร้างรายได้ ได้จริงๆ เท่านี้หละคับ ที่คนทำธุรกิจอย่างเราๆต้องการ ไม่มีเหตุผลอื่น

    ” ถูกกฏหมาย จ่ายจริง มันคือโอกาส “

  175. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    ตอบคุณ pun

    เรื่องกฎหมายเป็นเรื่องของตำรวจ อัยการ และศาลที่จะตัดสินครับ อีกอย่างก็คือกฎหมายในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน แม้แต่ในอเมริกา แต่ละรัฐก็มีกฎหมายที่แตกต่างกันไป บางรัฐอนุญาตให้พกปืนได้ บางรัฐก็ถือว่าผิดกฎหมายครับ อย่างในประเทศจีน ธุรกิจ MLM ทุกรูปแบบถือว่าผิดกฎหมาย (ไม่รู้ตอนนี้เปลี่ยนไปหรือยัง) ธุรกิจที่ทำได้คือ SLM หรือขายตรงชั้นเดียวเท่านั้น

    ในเรื่องที่เป็นสีเทาอย่างธุรกิจเครือข่ายและธุรกิจแชร์ลูกโซ่ บางครั้งเป็นการยากที่จะฟันธงว่านี่ถูกหรือผิดกฎหมาย จะมีการฟันธงเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจ ตำรวจส่งเรื่องถึงอัยการ อัยการส่งต่อให้ศาล แล้วศาลมีคำพิพากษาออกมา ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดกินเวลานานครับ

    ดังนั้น ถ้าคุณ pun อยากรู้ว่าผิดกฎหมายหรือเปล่า ให้ลองเป็นเจ้าทุกข์เข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อฟ้องร้อง GDI ดูนะครับ

    แต่ผมเชื่อว่าคนที่ทำ GDI อยู่แล้ว ไม่มีใครไปแจ้งความหรอกครับ (เหมือนกับที่คนที่ลงทุนในแชร์ข้าวสารไม่มีใครไปเป็นเจ้าทุกข์แจ้งความเจ้าของบริษัท แล้วคนที่อยู่ในธุรกิจก็เอามาถือเป็นความชอบธรรมซะงั้น) เพราะถ้าคุณทำธุรกิจมีรายได้ดีอยู่แล้ว เรื่องอะไรจะต้องทำลายธุรกิจตัวเอง หรือถ้าคุณไม่มีรายได้จากธุรกิจเลยแม้จะทำมาสักพักนึงแล้ว คุณก็ไม่อยากเสียเวล่ำเวลาไปฟ้องร้องไปขึ้นศาลหรอกครับ

    ส่วนที่ถามว่าธุรกิจ GDI เป็นโอกาสสร้างรายได้มั้ย? ก็ต้องตอบว่าใช่ และถ้าถามว่าเป็นโอกาสสร้างแต่รายจ่ายมั้ย? ก็ต้องตอบว่าใช่อีกเช่นกันครับ

  176. MacroArt แสดงความคิดเห็นว่า:

    คุณวิระลองดู Google Apps นะครับ (http://www.google.com/a/) ทำเว็บง่ายๆ แบบที่คุณทำได้สบายมากเลย มีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ค่าจดโดเมน .com เพียง $10 ต่อ “ปี” เท่านั้นครับ หรือถ้าคุณมีโดเมนอยู่แล้วก็สามารถใช้งานได้ฟรีๆ เลย

    นอกจากจะทำเว็บได้แล้ว ยังให้ e-mail ฟรีที่เป็นชื่อโดเมนของคุณเอง มี collaboration software ที่คล้ายๆ Microsoft Office ให้ใช้ผ่านเว็บได้ฟรีๆ ด้วย

    ผมเคยแนะนำอาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่ ม.รามคำแหง ให้ใช้ Google Apps เพื่อเผยแพร่หลักสูตรให้กับนักศึกษา ซึ่งอาจารย์ท่านนี้ก็ไม่ได้เก่งเรื่องทำเว็บอะไรเลยครับ แต่ก็สามารถใช้งานได้ และเว็บนี้ยังช่วยให้นักศึกษาตาบอดสามารถเข้ามาอ่าน (โดยใช้โปรแกรมช่วย) และเรียนรู้ได้ไม่ต่างกับคนตาดีเลยครับ ลองเข้าไปอ่านกรณีศึกษาดูได้ที่

    http://blog.macroart.net/2007/06/google-apps-creative-writing.html

  177. Tinny แสดงความคิดเห็นว่า:

    นั่นนะซิ!
    บางประเทศ สามารถประกอบอาขีพหญิงขายบริการได้
    แต่บางประเทศกลับผิดกฎหมาย

    เห็นได้ชัดว่ากฎหมายต่างกัน
    ถ้ากล้าฟันธงว่าถูกกฎหมายประเทศไทย งั้นขอดูข้อมูลอ้างอิงมั่งครับ
    เช่น จดทะเบียนอยู่ใน สคบ.แล้ว หรือสมาคมขายตรงรับรองแล้ว เป็นต้น
    หรือมีข้อมูลอื่นๆก็ได้ ที่สามารถยอมรับได้

    ขนาดธุรกิจ MLM ยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศ ยังต้องจดทะเบียนเข้าสมาคมขายตรงไทย เพื่อความโปร่งใสเลย

    เป็นคนไทย ก็ต้องเคารพกฎหมายไทยซิครับ

  178. YCC แสดงความคิดเห็นว่า:

    รบกวนคุณ MacroARt ช่วยดูธุรกิจ YCC ที่ http://www.yourcashcow.com ด้วยครับว่าเป็นยังไง เห็นเพื่อนส่งเมลล์มาหา มันต่างจากทั่วไปยังไงครับ และระบบ egold เป็นไง